Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2565
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
25 มิถุนายน 2565
 
All Blogs
 
เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ 2565 วัดราชบพิธ วัดราชประดิษฐ์

ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ไม่ได้ไปต่างจังหวัดที่ไหนค่ะ เลยเดินเที่ยวในกรุงเทพฯ นี่แหละ
14 เมษายน 2565  เรานั่งรถเมล์สาย 82 มาลงป้ายมิวเซียมสยาม ตั้งใจจะเดินไปวัดราชบพิธ



เดินผ่านโรงเรียนสุขุมาลธัมมุทิส วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม



ถนนสนามไชย วัดโพธิ์



สะพานอุบลรัตน์ ป้ายสีแดง ด้านขวาของภาพ ป้ายบอกทางเดินไปมิวเซียมสยาม



สะพานอุบลรัตน์ เป็นสะพานข้ามคลองคูเมืองเดิม เชื่อมถนนอัษฎางค์และถนนราชินี



เดินผ่านศาลเจ้าพ่อหอกลอง คุณป้าที่ดูแลเรียกเข้ามาถ่ายรูปด้านใน เลยทำบุญไปด้วย เพิ่งเคยมาที่นี่ครั้งแรกเหมือนกันค่ะ



ศาลเจ้าพ่อหอกลอง ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ฝั่งตรงข้ามกับวังบ้านหม้อ ริมถนนอัษฎางค์ เลียบริมน้ำคลองคูเมืองเดิม ภายในกรมการรักษาดินแดน





คุณป้าชวนเข้าไปไหว้พระด้านในค่ะ



มีกลองโบราณในสมัยกรุงศรีอยุธยา จากวัดสุวรรณดาราราม อำเภอเมือง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กลองใบนี้มีชื่อว่า “กลองหาญชาญชัยศึก”





สะพานหก เป็นสะพานข้ามคลองคูเมืองเดิม หรือคลองหลอดวัดราชนัดดา



เดิมเป็นสะพานไม้และได้ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ต่อในในช่วงฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200 ปี ในปี พ.ศ. 2525 ทางรัฐบาลได้ดำเนินการสร้างสะพานหกขึ้นมาใหม่ โดยปรับจากโครงสร้างไม้ปลายตุ้มเหล็กมาเป็นสะพานคอนกรีตสำหรับเดินข้าม แต่ให้คงลักษณะเหมือนอย่างโบราณเพื่อเป็นอนุสรณ์ของกรุงรัตนโกสินทร์



10.02 น. วันที่ 14 เมษายน 2565 ถึงวัดราชบพิธแล้วค่ะ



วันนี้พระอุโบสถวัดราชบพิธ เปิดให้เข้ากราบพระด้วยค่ะ


 

งานเย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ 2565  จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-17 เมษายน 2565 ณ พระอารามหลวง 10 แห่ง ในกรุงเทพมหานคร

ได้แก่ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร, วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร, วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร, วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร, วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร, วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร, วัดราชนัดดารามวรวิหาร และวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ถ่ายทอดขนบธรรมเนียมประเพณีสงกรานต์ ภายใต้แนวคิด “สงกรานต์วิถีใหม่ แต่งไทยเที่ยววัด” เนรมิตบรรยากาศปีใหม่ไทย เติมความสุขประทับใจ ผ่านกิจกรรมการสรงน้ำพระขอพร เสริมสิริมงคล 

 



พระพุทธอังคีรส ประธานพระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
คำว่า อังคีรส มีความหมายว่า มีพระรัศมีเปล่งออกมาจากพระวรกาย



พระพุทธรูปองค์นี้ หล่อด้วยสำริด พุทธลักษณะประกอบด้วยพระพักตร์ค่อยข้างกลม ขมวดพระเกศาเล็ก ไม่มีอุษณีษะ มีพระรัศมีขนาดใหญ่เป็นเปลว พระกรรณสั้นเหมือนมนุษย์ปกติ ไม่ยาวเหมือนพระพุทธรูปทั่วไป การครองจีวรห่มเฉียง มีริ้วแบบธรรมชาติ สังฆาฏิเป็นแผ่นใหญ่เหมือนผ้าสังฆาฏิที่ใช้จริงแบบพระสงฆ์ทั่วไป

นักวิชาการได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับพระพุทธอังคีรสไว้ว่า เมื่อคราวที่หล่อพระพุทธอังคีรสขึ้นมา เป็นลักษณะหน้าเทวดาครึ่งมนุษย์ที่งดงามแบบหาที่ติมิได้นั้น เกิดจากการที่พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐวรการ ได้สั่งสมประสบการณ์ด้านงานปั้นและงานหล่อมายาวนาน จนเกิดความชำนาญมากกว่าใคร จนได้รับยกย่องว่าศิลปินเอกแห่งยุคนั้น ที่ยากจะมีใครมาเทียบได้ ยิ่งเมื่อมากะไหล่ด้วยทองคำเนื้อแปดหนัก 180 บาท ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ใช้ทรงเมื่อคราวพระราชพิธีโสกันต์ พระราชทานถวายแล้วนั้น ทำให้พระวรรณะเปล่งปลั่งงดงามที่สุด สมกับพระนามว่า “พระพุทธอังคีรส”





วิจิตรงดงามไปหมด




 

วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกชนิดราชวรวิหาร สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นวัดที่มหาสีมาขนาดใหญ่ทำเป็นเสาศิลาจำหลักรูปสีมาธรรมจักรอยู่บนเสา ตั้งที่กำแพงวัดทั้ง 8 ทิศ จึงได้นามว่า วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม แปลว่า วัดซึ่งพระเจ้าแผ่นดินทรงสร้าง และเป็นวัดซึ่งมีมหาสีมาตั้งอยู่ การตั้งมหาสีมาในวัดเช่นนี้ก็เพื่อเฉลี่ยลาภผลแก่สงฆ์ผู้อยู่ในสีมาเดี่ยวกันโดยทั่วถึง และการกระทำสังฆกรรมในวัดอาจทำได้ในมหาสีมา เช่น การบวชพระ แม้จะไม่กระทำในพระอุโบสถอย่างวัดอื่น ๆ แต่กระทำในขอบเขตแห่งสีมาก็เป็นองค์พระได้ตามพระวินัยเมื่อได้รับการอนุมัติจากสงฆ์โดยพร้อมเพรียงกัน

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสร้างวัดราชพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นวัดประจำพระองค์ตามโบราณราชประเพณีนิยม โดยทรงโปรดให้พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าประดิษฐ์วรการเป็นแม่กองอำนวยการสร้าง เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2412 พื้นที่รวมทั้งหมด 10 ไร่ 88 ตารางวา ลักษณะพิเศษของวัดคือไม่มีหอไตร เป็นวัดที่มีการจัดวางแผนผังอย่างงดงามและประดับประดาอย่างวิจิตรบรรจง





 












พระเจดีย์ เป็นพระเจดีย์ทรงไทยย่อเหลี่ยมฐานคูหาประดับกระเบื้องเคลือบลายเบญจรงค์ทั้งองค์ ประดิษฐานอยู่กึ่งกลางเป็นประธานของสิ่งก่อสร้างทั้งหมดบนพื้นไพที ยอดปลีพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ 6,018 องค์ ลูกแก้วยอดปลีพระเจดีย์ทำด้วยกระเบื้องดินเผาเคลือบทอง เหนือฐานพระเจดีย์มีซุ้มโดยรอบ รวม 14 ซุ้ม นับตั้งแต่ซุ้มพระรูปหล่อของพระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า และพระพุทธรูปเหนือซุ้ม มีชานและกำแพงแก้วสำหรับเดินรอบเจดีย์ ตรงกลางองค์พระเจดีย์มีชุกชีประดิษฐานพระพุทธรูปศิลาปางนาคปรกสมัยลพบุรี 2 องค์ นอกจากนี้ผนังด้านในองค์พระเจดีย์มีช่องประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดย่อม 6 องค์ 





หอระฆังมีลักษณะ 2 ชั้น ชั้นล่างก่ออิฐถือปูนชั้นบนทำเป็นซุ้มมงกุฎโปร่งทั้ง 4 ด้าน ตรงมุมย่อเหลี่ยมไม้สิบสอง ยอดเป็นรูปพระเกี้ยวประดับด้วยกระเบื้อลายเบญจรงค์ 



หอกลอง มีลักษณะเช่นเดียวกับหอระฆัง แต่มีกระจกสี 3 ด้าน







พระวิหาร









พระระเบียงหรือพระวิหารคต ผนังประดับกระเบื้องลายเบญจรงค์เชื่อมพระอุโบสถกับพระวิหารมุขและพระวิหารล้อมองค์พระเจดีย์ใหญ่



ด้านนอกมีทางเดินปูด้วยหินอ่อนและมีเสากลมรับกับเชิงชาย ส่วนด้านในเป็นพื้นสองชั้นมีเสาก่ออิฐถือปูนย่อเหลี่ยมรับเครื่องบนและเชิงชาย











ร้านค้า และกิจกรรมภายในบริเวณงาน









ไปวัดราชประดิษฐ์กันต่อค่ะ





พระวิหารหลวง เป็นอาคารประธานของวัดซึ่งใช้เป็นพระอุโบสถของวัดด้วย เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนทรงไทย เครื่องบนเป็นเครื่องลำยอง หลังคามุงกระเบื้อง มีมุขทั้งด้านหน้าและด้านหลัง หน้าบันประธานทำเป็นรูปพระมหาพิชัยมงกุฎและพระแสงขรรค์มีช้างเผือกรองรับ ขนาบ 2 ข้างด้วยฉัตรประกอบ

ส่วนหน้าบันมุขทำเป็นรูปเดียวกันแต่ไม่มีช้างเผือกรองรับ ซึ่งตรานี้คือตราพระบรมราชสัญลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4



ภายในมีมณฑปประดิษฐานพระพุทธรูปจำลองที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงนับถือถึง 4 องค์ ได้แก่ พระพุทธสิหังคปฏิมากร จำลองจากพระพุทธสิหิงค์ภายในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ และพระพุทธชินราชน้อย พระพุทธชินสีห์น้อย พระศรีศาสดาน้อย จำลองจากพระพุทธรูปชื่อเดียวกันที่เคยประดิษฐาน ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลก โดยประดิษฐานภายในบุษบกติดผนังขนาดเล็ก นอกจากนี้ ยังมีพระนิรันตรายอยู่ด้วย





ส่วนจิตรกรรมฝาผนังที่นี่ถือเป็นงานที่อยู่บนรอยต่อระหว่าง "สยามเก่า" และ "สยามใหม่" จึงมีการผสมผสานงานจิตรกรรมฝาผนังแบบดั้งเดิม คือเทพชุมนุม แต่เปลี่ยนเทคนิคจากที่แต่เดิมต้องเขียนเรียงแถวบนพื้นหลังสีแดงหรือดำ กลายเป็นเทพชุมนุมที่เหาะอย่างอิสระไปบนท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มและเมฆสีขาว 





หลังบานประตู เป็นงานประดับมุกแบบญี่ปุ่นโดยช่างจากเมืองนางาซากิ ซึ่งถือเป็นงานช่างชั้นสูงที่หาชมได้ยากมาก แม้แต่ในประเทศญี่ปุ่นเอง 



ในประเทศไทยมีเพียง 2 วัดเท่านั้น คือ วัดราชประดิษฐ์ และวัดนางชี







ผนังระหว่างประตูและหน้าต่างเขียนเรื่องของพระราชพิธีสิบสองเดือน ซึ่งน่าจะเขียนขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพราะพระราชนิพนธ์เรื่อง พระราชพิธีสิบสองเดือน ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นใน พ.ศ. 2431 เป็นพระราชพิธีต่าง ๆ ที่ทำประจำในแต่ละเดือน เช่น พระราชพิธีตรียัมปวายหรือโล้ชิงช้า พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นต้น









แต่ภาพสำคัญภายในวิหารหลวงหลังนี้อยู่ข้างประตูทางเข้า เป็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงปลายรัชกาลที่ 4 คือ เหตุการณ์สุริยุปราคา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงคำนวณสุริยุปราคาเต็มดวงล่วงหน้า 2 ปีอย่างแม่นยำในระดับวินาที ซึ่งเหตุการณ์จริงนั้นเกิดขึ้นที่ตำบลหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411 แต่จิตรกรรมฝาผนังที่นี่กลับใช้พื้นหลังเป็นพระบรมมหาราชวังแทน โดยรัชกาลที่ 4 ทรงส่องกล้องโทรทรรศน์บริเวณหน้าพระที่นั่งดุสิตาภิรมย์ใกล้กับพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ซึ่งแม้จะไม่ตรงกับความเป็นจริง แต่ก็เป็นฉากที่สมพระเกียรติยิ่งนัก


https://readthecloud.co/wat-ratchapradit/









ภายในปราสาทพระบรมรูป มีพระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยที่ฐานมีการทำปูนปั้นระบายสีเป็นพระราชประวัติของพระองค์ และผสมผสานหลักทัศนียวิทยา (Perspective) แบบตะวันตกเข้ามา โดยฉากทั้งหมดประกอบด้วย ภาพพระราชพิธีบรมราชาภิเษกใน พ.ศ. 2394 ภาพพระบรมโกศของพระองค์ท่าน และภาพการถวายพระเพลิงพระบรมศพ









พระที่นั่งทรงธรรมถือเป็นศาลาการเปรียญของวัดนี้ ตั้งอยู่ด้านข้าง นอกแนวกำแพงแก้ว ตัวอาคารเดิมเคยเป็นโรงช้างเผือกที่รัชกาลที่ 4 โปรดให้สร้างขึ้นเพื่อรับช้างเผือกเอกที่คล้องมาได้ แต่ช้างเผือกล้มเสียก่อน จึงได้รื้ออาคารดังกล่าวมาไว้ที่วัดราชประดิษฐ์แห่งนี้ 




เนื่องจากเคยเป็นโรงช้างเผือกมาก่อน หน้าบันของอาคารหลังนี้จึงมีภาพของช้างเผือกอยู่ด้วย ส่วนตัวอาคารมีลักษณะเป็นอาคารแบบตะวันตก มีการใช้เสาแบบคอรินเทียนตกแต่งใบอะแคนธัส พระที่นั่งทรงธรรมนี้จึงเป็นอาคารที่ความเป็นตะวันตกและตะวันออกมาพบกันครึ่งทาง













ช่วงสงกรานต์ มีสรงน้ำพระ ด้านหน้าทางเข้าพระอุโบสถด้วยค่ะ




Create Date : 25 มิถุนายน 2565
Last Update : 25 มิถุนายน 2565 15:49:38 น. 0 comments
Counter : 376 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณเริงฤดีนะ, คุณหอมกร, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณtoor36, คุณเนินน้ำ, คุณปัญญา Dh, คุณmultiple, คุณปรศุราม, คุณกะว่าก๋า, คุณhaiku, คุณสองแผ่นดิน, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณSweet_pills, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณtuk-tuk@korat, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณโอพีย์, คุณtanjira, คุณRananrin, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณnewyorknurse, คุณ**mp5**, คุณInsignia_Museum


สายหมอกและก้อนเมฆ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 159 คน [?]




เป็นคุณแม่ของ 1 ลูกสาว และ 1 ลูกชายค่ะ
อาชีพ ขสมก. (แปลว่า...ขอสามีกิน อ่านเจอที่ไหนไม่รู้ ชอบค่ะ เลยยืมมาใช้หน่อย)

เป็นแม่บ้านฟูลทาม
ไม่รับอาชีพเสริมใด ๆ ทั้งสิ้น...

เมื่อไหร่ที่พอจะจัดสรรเวลาได้...
จะไปเที่ยวด้วยกันทั้งครอบครัวเสมอค่ะ...

โลกนี้แสนกว้างใหญ่ มีอะไรให้เราเรียนรู้อีกมากมาย พบเจออะไรดี ๆ ที่พอจะมีประโยชน์กับคนอื่นบ้าง ไม่มากก็น้อย เลยเอามาแบ่งปันกัน

ลิขสิทธิ์...เป็นของบุคคลที่อยู่ในภาพ
ขอบคุณค่ะ

Friends' blogs
[Add สายหมอกและก้อนเมฆ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.