Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2564
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
8 พฤษภาคม 2564
 
All Blogs
 
ปัตตานี เบตง นราธิวาส : สุสานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว มัสยิดกรือเซะ ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

ด้วยความที่ออกเที่ยวแต่เช้าเนาะ (จะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นก็ต้องออกแต่เช้า)
ออกจากสะพานไม้บานา เรามาต่อที่มัสยิดกรือเซะ สุสานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว
สองที่นี้อยู่ติดกันเลยค่ะ มาช่วงเช้าไม่ร้อนมาก คนไม่เยอะด้วย

มัสยิดกรือเซะ (มลายู : Masjid Kerisek) หรือ มัสยิดสุลต่านมูซัฟฟาร์ชาห์ เป็นมัสยิดเก่าแก่อายุกว่า 200 ปีในจังหวัดปัตตานี สันนิษฐานได้ว่าเป็นศาสนสถานที่สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 22 ร่วมสมัยกรุงศรีอยุธยา มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า มัสยิดปิตูกรือบัน ชื่อนี้เรียกตามรูปทรงของประตูมัสยิด ซึ่งมีลักษณะเป็นวงโค้งแหลมแบบกอทิกของชาวยุโรป และแบบสถาปัตยกรรมของชาวตะวันออกกลาง (คำว่า ปิตู แปลว่า ประตู กรือบัน แปลว่า ช่องประตูที่มีรูปโค้ง)

ช่วงเวลาที่มัสยิดกรือเซะถูกสร้างนั้นยังเป็นที่ถกเถียง บ้างว่าสร้างในรัชสมัยสุลต่านมูซัฟฟาร์ชาห์ บ้างก็ว่าสร้างในรัชสมัยรายาบีรู ส่วนกรณีที่มัสยิดสร้างไม่สำเร็จนั้น ก็มีการยึดโยงกับตำนานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวซึ่งมีสุสานอยู่ใกล้กับมัสยิดกรือเซะ ที่ถูกเล่าต่อเติมภายหลังว่าเจ้าแม่ได้สาปให้มัสยิดนี้สร้างไม่สำเร็จ จนกลายเป็นปัญหากินแหนงแคลงใจระหว่างชาวไทยเชื้อสายมลายูและชาวไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่ แต่จากการสำรวจและบูรณะของกรมศิลปากร พบว่าโครงสร้างโดมนั้นมีลักษณะไม่แข็งแรงและขาดความสมดุล จึงทำให้พังทลาย ทั้งยังไม่พบร่องรอยถูกเผาหรือถูกฟ้าผ่าตามตำนานที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด เพราะหลังราชวงศ์กลันตันปกครองปัตตานีถัดจากราชวงศ์ศรีวังสา ได้ย้ายศูนย์กลางเมืองไปยังบานาและจะบังติกอตามลำดับ มัสยิดกรือเซะจึงถูกทิ้งให้โรยราไป
 







เป็นความตั้งใจเลยค่ะ ว่าถ้าได้มาปัตตานีจะมาที่นี่แน่นอน















ถอดรองเท้าก่อนขึ้นมัสยิดค่ะ









ขออนุญาตถ่ายภาพแล้วนะคะ





ส่วนละหมาดของผู้หญิงค่ะ







บ่อน้ำด้านข้างมัสยิด แต่น่าจะไม่ได้ใช้แล้วล่ะค่ะ







เดินไปต่อที่สุสานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว





07.44 น. ถนนด้านหลังมัสยิด






 

ลิ้มกอเหนี่ยว เป็นน้องสาวคนเดียวของลิ้มโต๊ะเคี่ยม นางได้ขออนุญาตมารดาเพื่อตามหาพี่ชายที่ลี้ภัยการเมืองจากเมืองจีน

นางพร้อมด้วยบรรดาญาติมิตรได้นำเรือออกเดินทางรอนแรมเป็นเวลาหลายเดือน จนกระทั่งถึงเขตเมืองปตานี นางได้แวะสอบถามชาวบ้าน ทำให้ทราบว่าพี่ชายชื่อลิ้มโต๊ะเคี่ยม (ลิ้มเต้าเคียน) ยังมีชีวิตอยู่ มีตำแหน่งหน้าที่การงานที่สำคัญ นางได้ขอเข้าพบพี่ชายพร้อมกับเชิญชวนพี่ชายให้กลับไปเยี่ยมมารดาซึ่งกำลังป่วยหนักอยู่ที่เมืองจีน

ลิ้มโต๊ะเคี่ยม กล่าวกับน้องสาวว่าตัวเองไม่สามารถกลับเมืองจีนได้ เพราะยังติดคดีการเมืองกับทางการจีน ประกอบกับขณะนี้ตนและพรรคพวกผู้ติดตามได้เข้ารับนับถือศาสนาอิสลามแล้ว ทำให้ลิ้มกอเหนี่ยวผู้เป็นน้องสาวผิดหวังและเสียใจมาก

ต่อมาได้เกิดเหตุการณ์นองเลือดในพระราชวัง มีการแย่งชิงอำนาจ ลิ้มโต๊ะเคี่ยมเข้าร่วมต่อสู้เพื่อปกป้องราชบัลลังก์ของปตานี ด้วยความเป็นห่วงพี่ชายเกรงว่าจะได้รับอันตราย ลิ้มกอเหนี่ยวจึงเสี่ยงชีวิตเข้าช่วยรบกับฝ่ายกบฏอย่างห้าวหาญ แต่ด้วยกำลังฝ่ายตรงข้ามที่มีมากกว่าทำให้นางสละชีวิตตัวเองด้วยการใช้ดาบกระทำอัตวินิบาตกรรมเสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนั้น

อีกตำนานหนึ่ง กล่าวว่า ลิ้มกอเหนี่ยวน้อยใจพี่ชายที่ไม่ยอมทำตามที่ตนขอร้อง คือขอให้พี่ชายกลับไปหามารดาที่เมืองจีน จึงคิดจบชีวิตตนเองด้วยการผูกคอใต้ต้นมะม่วงหิมพานต์

ลิ้มโต๊ะเคี่ยมได้นำศพน้องสาวไปฝังที่ฮวงซุ้ยชาวจีน ริมชายหาดตันหยงลุโละ ชาวบ้านเรียก “แญระจีนอโต๊ะกงแมะ” [หมู่ 2 (กือบงโต๊ะนะแด) ต. ตันหยงลุโละ อ. เมือง จ. ปัตตานี]

เรื่องราวของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวจึงเป็นที่กล่าวขานกันอย่างแพร่หลายในหมู่สังคมชาวจีนในปตานี และเป็นที่มาของการเฉลิมฉลองงานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวเป็นประจำ หลังวันตรุษจีน 15 วันของทุกปี (วันขึ้น 15 ค่ำ เดือนอ้าย ตามจันทรคติของจีน หรือตรงกับวันเพ็ญ เดือน 3 ตามจันทรคติของไทย)

ปัจจุบัน ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวหรือศาลเจ้าเล่งจูเกียง ตั้งอยู่ที่ถนนอาเนาะรู อ.เมือง จ. ปัตตานี  https://www.matichon.co.th/prachachuen/prachachuen-scoop/news_1195343



จุดไหว้มีหลายจุด แต่มีเจ้าหน้าที่แนะนำค่ะ













ตรงนี้จุดประทัด แต่เราไม่ได้จุดค่ะ



08.15 น. ฝั่งตรงข้ามศาล มีอัฒจรรย์ แบคกราวด์เป็นภาพวาดเรือกอและ อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของปัตตานี 



ไปสุสานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวแล้ว ก็ต้องมาศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวด้วยค่ะ



รูปปั้นปี่เซียะ ไม่มีรูทวาร เพื่อกักเก็บทรัพย์สินไม่ให้รั่วไหล



เช้า ๆ คนไม่ค่อยมี ข้ามฝั่งไปเลยค่ะ 



ถัดจากศาลฯ - พิพิธภัณฑ์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ไม่ได้แวะค่ะ



ถัดไปอีก ติดกันก็จะเป็นย่านเมืองเก่าปัตตานี เมื่อวานเราแวะแล้ว







เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เป็นเทพเจ้าแห่งความเมตตา โชคลาภ ค้าขาย เป็นที่นิยมมากราบไหว้ของพรเพื่อเป็นสิริมงคลกับชีวิต

ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว จะมีขั้นตอนในการไหว้ โดยจะมีคนเฝ้าศาลคอยแนะนำขั้นตอนต่าง ๆ เริ่มตั้งแต่ซื้อชุดไหว้ แบบชุดเล็ก และชุดใหญ่ โดยต้องไหว้ฟ้าดินก่อนโดยใช้ธูป 7 ดอกและเทียน 2 เล่ม จะมีกระถางอันใหญ่อยู่หน้าศาล จากนั้นเข้าไปไหว้ข้างในศาล โดยเริ่มจากไหว้พระจีน จากนั้นไปไหว้โต๊ะที่ 3 ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว จากนั้นก็ไหว้โต๊ะที่ 4 ซึ่งอยู่อีกฝั่งใกล้กับเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว  เสร็จแล้วเดินไปทางประตูขวาจะมีที่ตั้งของรูปปั้นองค์เทพเจ้าต่าง ๆมากมาย เมื่อไหว้ครบแล้วเอาขวดน้ำมั้นไปเติมไปจุดต่าง ๆ หลังจากนั้นนำกระดาษไปเผาในอุโมงค์ ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามเพื่อเป็นการขจัดสิ่งไม่ดีออกไปและกลับเข้ามาที่ศาลเพื่อตีระฆัง 3 ครั้งเป็นสิริมงคลกับชีวิต  “ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว” สามารถมาสักการะได้ทั้งปี แต่หากจะมาร่วมงานประเพณีแห่เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวนั้นจะจัดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 ของทุกปี หรือประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 
 



ในหลวง พระราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ ที่เคยเสด็จมาศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว







เราไหว้ครบทุกจุดแล้ว ค่อยเดินถ่ายรูป (กล้องโทรศัพท์) อีกรอบ 
























 

อีกหนึ่งความศรัทธาที่เรียกว่าเป็นประเพณี คือ ยืมเงินขวัญถุงกับเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เป็นความเชื่ออย่างหนึ่งที่ว่าจะช่วยให้ทำมาค้าขายขึ้น โดยมีให้ยืมเริ่มต้นที่ 30 บาท 50 บาท 100 บาท ยืมไปเท่าไหร่หากทำมาค้าขายหรือได้เงินมาให้นำมาคืนเป็นจำนวน 2 เท่าของยืม เช่น มาขอยืม ไป 50 บาท ก็เอาเงินมาคืนหรือทำบุญ 100 บาท โดยจะมีซองสีแดงใส่เงินของเราที่ยืมเพื่อเก็บไว้ในกระเป๋าเงินเป็นเงินขวัญถุง
 



ทำบุญด้วย ยืมเงินเจ้าแม่ด้วย



08.49 น. เรียบร้อยแล้วค่ะ



ลูกหยีแม่เลื่อน อร่อยจริง ๆ ค่ะ













  ความเดิม  

ปัตตานี : วัดช้างให้ วังยะหริ่ง
ปัตตานี : หาดตะโละสะมิแล ชุมชมตลาดจีน ย่านเมืองเก่าปัตตานี
ปัตตานี : ริมน้ำปัตตานี สกายวอล์คปัตตานี
ปัตตานี : สะพานไม้บานา การท่องเที่ยวเชิงนิเวศในชุมชน จ.ปัตตานี




Create Date : 08 พฤษภาคม 2564
Last Update : 9 พฤษภาคม 2564 11:34:37 น. 0 comments
Counter : 411 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณทนายอ้วน, คุณเริงฤดีนะ, คุณzungzaa, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณkatoy, คุณtoor36, คุณThe Kop Civil, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณอุ้มสี, คุณสองแผ่นดิน, คุณhaiku, คุณกะว่าก๋า, คุณหอมกร, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณNior Heavens Five, คุณkae+aoe, คุณบาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณชีริว, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณKavanich96, คุณทุเรียนกวน ป่วนรัก, คุณปรศุราม, คุณNoppamas Bee, คุณ**mp5**, คุณtuk-tuk@korat


สายหมอกและก้อนเมฆ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 153 คน [?]




เป็นคุณแม่ของ 1 ลูกสาว และ 1 ลูกชายค่ะ
อาชีพ ขสมก. (แปลว่า...ขอสามีกิน อ่านเจอที่ไหนไม่รู้ ชอบค่ะ เลยยืมมาใช้หน่อย)

เป็นแม่บ้านฟูลทาม
ไม่รับอาชีพเสริมใด ๆ ทั้งสิ้น...

เมื่อไหร่ที่พอจะจัดสรรเวลาได้...
จะไปเที่ยวด้วยกันทั้งครอบครัวเสมอค่ะ...

โลกนี้แสนกว้างใหญ่ มีอะไรให้เราเรียนรู้อีกมากมาย พบเจออะไรดี ๆ ที่พอจะมีประโยชน์กับคนอื่นบ้าง ไม่มากก็น้อย เลยเอามาแบ่งปันกัน

ลิขสิทธิ์...เป็นของบุคคลที่อยู่ในภาพ
ขอบคุณค่ะ

Friends' blogs
[Add สายหมอกและก้อนเมฆ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.