Group Blog
 
<<
เมษายน 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
19 เมษายน 2552
 
All Blogs
 
ยกยอ



พื้นที่ดำเนินสะดวก เป็นที่ราบลุ่มที่ขนาบด้วยแม่น้ำแม่กลองและแม่น้ำท่าจีน ในฤดูน้ำหลาก เห็นท้องน้ำสุดลูกหูลูกตา เรือกสวนไร่นาถูกลบหายไป แทบจะมองไม่เห็นผืนดิน นอกจากต้นไม้ใหญ่ๆ อย่างต้นมะม่วง, ทองหลาง, มะพร้าว หากคนต่างถิ่นมาเห็น คงนึกในใจว่าเขาอยู่กันอย่างไร จะเอาอะไรกิน พืชผักก็ปลูกไม่ได้

เครื่องประดับทองคำ เป็นตัวช่วยให้ชีวิตรอดไป ปีต่อปี นี่ว่าด้วยชีวิตของชาวสวนดำเนินฯ เมื่อน้ำที่ท่วมเริ่มลดลง พ่อบ้านแม่บ้านก็จะเอาของมีค่าไปจำนำนายเงินกู้ เอาเงินมาลงทุนปลูกผักปลูกหญ้ากันต่อไป กว่าพืชผักจะออกดอกออกผล ดอกเบี้ยก็งามแซงหน้าไปแล้ว ตามใช้หนี้แทบไม่ทัน การขูดรีดระหว่างคนรวยกับคนจน จึงเป็นตำนานที่เล่าขานกันไม่รู้จบ

ในท่ามกลางความอดอยากปากแห้งของผู้คนในแถบนั้น ก็ยังโชคดีที่แม่น้ำลำคลองอุดมด้วยปลานานาชนิด มี ปลาสร้อย ปลาช่อน ปลาหมอ ปลากด ปลาเนื้ออ่อน ปลาตะเพียน ฯลฯ หลังน้ำลด พื้นดินที่นี่จะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุสำหรับทำการเกษตร โดยไม่ต้องบำรุงดินกันอย่างสมัยนี้ เมื่อมีเขื่อนขนาดใหญ่เกิดขึ้น ความอุดมสมบูรณ์นั้นก็แทบมลายหายไป

ก่อนปี พ.ศ. 2523 ยังไม่มีเขื่อนขนาดใหญ่ที่ต้นแม่น้ำแม่กลอง หน้าน้ำลดนี่แหละ บ้านไหนที่ทุนรอนสักหน่อยก็จะทำยอหรือตาข่ายยกปลาขึ้นมาจากท้องน้ำ พวกเราเด็กๆจะตื่นแต่เช้าไปที่ยอ ต้องตื่นก่อนปลาจะรู้ตัว เราจึงได้ปลามากในตอนเช้ามืด หากสายสักหน่อยจะยกไม่ได้ปลา ยอที่บ้านดูค่อนข้างใหญ่กว่าชาวบ้าน ทำกันอย่างจริงๆ จังๆ ยกแต่ละครั้งได้ปลาค่อนข้างมาก มีทั้งปลาสร้อย ปลาซิว ปลาตะเพียน ชุมจริงๆ กินกันไม่ทัน จำไม่ได้ว่าเหลือไปขายหรือไม่ แต่ที่จำได้แม่นคือ แม่จะเอาไปทำน้ำปลา

การยกยอตามแม่น้ำใหญ่คงไม่กีดขวางการสัญจรทางน้ำ แต่การยกยอในลำคลองที่กว้างไม่ถึง 10 เมตร คนที่สัญจรทางน้ำจะหงุดหงิดมาก เวลาชาวบ้านริมฝั่งคลองเอายอลงน้ำ มันกินอาณาเขตเกือบครึ่งค่อนคลอง คนพายเรือ หรือเรือยนต์ต้องวิ่งไปชิดอีกด้านหนึ่งของคลอง หากลำคลองนั้นมียอทั้งฝั่งซ้ายขาว คนที่แล่นเรือไปในคลองนั้น ต้องไปอย่างสลับฟันปลา แต่พวกเขาก็อะลุ่มอล่วยกัน ผลประโยชน์ส่วนตัวกับส่วนรวมไปด้วยกันได้ ตามประสาสังคมคนบ้านนอก

การทำน้ำปลาของบ้านเรา ไม่ต้องมีความรู้อะไรทั้งสิ้น จำๆเขามา วิธีทำคือ เอาปลาสร้อยคลุกกับเกลือ ปลา 2 ส่วน เกลือ 1 ส่วน ก่อนเอาปลาคลุกเกลือใส่ในโอ่งราชบุรี เอาเกลือรองพื้นไว้บางส่วน เมื่อใส่ปลาเกือบเต็มโอ่งแล้ว ก็เอาเกลือโรยชั้นบนอีกที คลุมด้วยเสื่อลำแพน แล้วขัดด้วยไม้ไผ่ กดทับด้วยก้อนหิน เพื่อกันปลาลอยเวลาเกิดน้ำปลา เปิดให้แดดส่องถึงบ้างเป็นครั้งคราว รอจนกว่าปลาจะละลายกลายเป็นหัวน้ำปลา ใช้เวลาหมัก 1 ปี หลังจากนั้นใช้ผ้าขาวบางกรองกางปลาออกไป นำมากรอกใส่ขวดแม่โขง แจกเพื่อนฝูงญาติพี่น้อง

น้ำปลาที่ทำกินเองนี้ เข้มข้นมาก เราฆ่าเชื้อโรคและลดกลิ่นคาวโดยนำออกมาตากแดดทั้งขวด นานกว่า 1 สัปดาห์ แต่น่าแปลกที่พวกเราเด็กๆทนกินน้ำปลาแท้ไม่ค่อยได้ ติว่าเหม็นคาวเกินไป หันกลับไปกินน้ำปลาปลอม หรือน้ำผสมเกลือใส่ผงชูรสเติมสี ขวดละ 3 บาทตามความเคยชิน


Create Date : 19 เมษายน 2552
Last Update : 9 มกราคม 2553 20:43:04 น. 48 comments
Counter : 2367 Pageviews.

 
สวัสดีจ้ะพี่
เข้ามาอ่านบทความ
รู้สึกชอบจังเลยค่ะ
..


โดย: baareeraa วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:13:29:52 น.  

 
เจิมก่อนเลย...


โดย: ลุงแว่น วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:13:34:15 น.  

 
อ้าว ตายละ ว่าจะเจิมไม่ทันเสียแล้ว...

ภาพสวยจังครับ...

ว่าไปแล้ว เขื่อนที่สร้าง ๆ กัน ไม่ว่าจะอยู่ภาคไหน ก็ล้วนแล้วแต่ทำลายสภาพความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตของผู้คนสองฝั่งน้ำไปไม่น้อยเลย...

แถบบ้านผม สมัยเด็ก ๆ ยังไม่มีเขื่อน น้ำอาจท่วมเจิงนองจนมองไม่เห็นว่าตรงไหนเป็นคลอง ตรงไหนเป็นนาข้าว แต่ความอุดมสมบูรณ์ของดิน ยามที่น้ำลดลงแล้ว กลับช่วยให้ดินท้องนาอุดมสมบูรณ์ จนไม่ต้องพึ่งพาปุ๋ยวิทยาศาสตร์สักขนาน

แต่ครั้นเขื่อนมา ไม่มีหน้าน้ำ ชาวนาทำนาได้มากกว่าปีละครั้ง แต่ยิ่งทำก็ยิ่งจน โดนค่าปุ๋ย ค่ายากินเสียหมด

สรุปคือติดหนี้เขาเหมือนเดิม

บล็อกนี้ บรรยายเรื่องการทำน้ำปลาเสียละเอียดเชียว อ่าน ๆ อยู่ยังได้กลิ่นเค็ม ๆ คาว ๆ ลอยออกมา...

สมัยยังเด็ก วันไหนไม่มีกับข้าวถูกใจ ก็เอาข้าวสวยร้อน ๆ คลุกกับน้ำปลาในครัวนี่แหละ กินข้าวหมดเป็นจาน ๆ ได้โดยไม่ต้องมีกับข้าวอื่น อร่อยไปอีกแบบ

แต่แปลกแฮะ ผมกลับชอบน้ำปลาแท้ยี่ห้อทิพรส มาตั้งแต่จำความได้ ถ้าใช้ยี่ห้ออื่น จะกินไม่ลง

ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นเด็กหัวสูง หรือเพราะที่บ้านใช้น้ำปลายี่ห้อนี้อยู่ ก็เลยไม่มีตัวเลือกอื่น...


โดย: ลุงแว่น วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:13:42:02 น.  

 
นึกว่าจะพาเที่ยวร้านอาหารยกยอ ซะอีก อิอิ


โดย: joblovenuk วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:13:48:36 น.  

 
ชอบมากค่ะ
เห็นภาพยกยอไม่ได้เลย เคยไปงานบวชลูกน้องที่ลพบุรี

บ้านเขาอยู่ริมคลอง แล้วมียอเป็นจุดๆตามลำน้ำ

สวย มีกลิ่นอายความเป็นไทยครบถ้วน มองได้เป็นวันๆกังทิวทัศน์แบบนั้น

วิถีคนไทยริมคลอง คลาสสิคมาก...ขอบคุณที่เขียนเรื่องนี้ให้อ่านค่ะ


โดย: นักล่าน้ำตก วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:14:34:23 น.  

 
เห็นว่ากะลัง ยกยอ เลยเข้ามามุงด้วยคน เผื่อได้ปลาอะไรเป็นของแถมกลับบ้านมั่ง
สงสัยเข้ามาช้าไปนะคะ กลายเป็นน้ำปลาไปซะแล่ววว

สวัสดีค่ะ
ชอบเรื่องชนบท
แบบพึ่งพาตนเองแบบนี้ล่ะค่ะ
อยากอ่านเรื่องโม่ โม่แป้ง โม่ข้าว
ทำขนม ไรงี้ ถ้ามี!?วันหลัง ขอดูบ้างนะคะ


โดย: จันทร์ไพลิน วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:15:53:04 น.  

 

ไม่ได้เห็นภาพนี้มานานมากแล้วค่ะ
จำได้ว่าตอนเด็กๆ เป็นลูกพี่ลูกน้องรุ่นเล็กที่สุดของพวกพี่ๆ
เวลาไปเยี่ยม พี่ๆก็จะพาไปพายเรือเล่นตามคลอง
เก็บมะดันบ้าง มะกอกน้ำบ้าง สนุกสนาน
บางทีเรือก็ลอยไปตามน้ำ พี่ถูกทิ้งไว้บนต้นไม้
น้องก็หมดปัญญาวาดหัวเรือกลับ ต้องอาศัยเอามือเหนี่ยวรากไม้พาเรือกลับไปรับพี่ลงมา

ตอนเด็กๆสงสัยมากว่า ยอพวกนี้ใช้ทำอะไร
เหมือนมุ้ง ไม่ก็เปล

เห็นด้วยค่ะ ว่ากลิ่นน้ำปลาทำเองในครัวเรือนนี่คาวมาก
แต่เวลาใส่ในแกงก็อร่อยดี
อย่าใส่ตอนกับข้าวเย็นก็แล้วกัน
เดินไปบ้านไหน รู้เลยว่าครัวอยู่ทางไหน
กลิ่นน้ำปลากับอาหารอย่างปลาเค็มจะบอกทิศเลย

นอกเรื่องหน่อยนะคะ .... คุณ Insignia_Museum ทราบไหมคะ ว่าจะหามะดันดองเกลือแบบไม่มีรสหวานได้ที่ไหน
อยากกินแบบที่ดองเกลืออย่างเดียว แล้วเนื้อมะดันนุ่มๆน่ะค่ะ
เคยเอาเกลือเม็ดฝังลงไป น้ำลายหก


โดย: HoneyLemonSoda วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:17:39:19 น.  

 
อ่านกรรมวิธีในการทำน้ำปลาแท้ ใช้เวลานานเอาการนะคะ

ต้องตลบอบอวลไปด้วยความเค็มแน่ๆเลย

แหม อยากลองชิมจังว่าต่างกับน้ำปลาเทียมขนาดไหน


โดย: หยุ่ยยุ้ย วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:19:14:01 น.  

 
เพิ่งอัพบล็อกเสร็จครับ

เลยมาชวนคุณ IM ไปลองฟังเพลงเก่า ๆ โบราณ ๆ คงจะเหมาะสมกับวัย...

คนบ้านนอก กับเดือนดาวนี่ เป็นอะไรที่ขาดไม่ได้เลย เวลาคิดอะไรมันมักจะอดไม่ได้ที่จะเกี่ยวพันกับเดือนดาวที่เห็นพราวอยู่บ้านฟ้า....


โดย: ลุงแว่น วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:19:49:54 น.  

 


น่าทึ่งกับวิธีทำน้ำปลานะคะ
แล้วไม่ต้องใส่น้ำเลยเหรอคะ
น้ำจะออกมาจากปลาเองเลยเหรอ
อืม..มันถึงได้เข้มข้นมาก ๆ อ่ะนะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:20:53:59 น.  

 

ตามมาจากบล็อคลุงแว่น..ค่ะ
+++++++++++++++++++++++++++++++
เขาจะทำยอใหญ่ให้คนไปนอนเล่นเรี่ยๆน้ำ
หรือแช่น้ำไปครึ่งตัว...ได้ไหมค่ะ
เห็นภาพยกยอแล้ว..
อยากเป็นปลา..(แต่ไม่อยากโดนจับกินเป็นอาหาร)
จะได้นอนดิ้นกระโดดไปมา 5 5 5



หนุ่มเซอร์ขวัญใจเราอีกคน..รุ่นก่อนอนันดา เอเวอริงแฮม
ก็..ฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์นั่นเอง


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:21:10:51 น.  

 
การทำน้ำปลาอย่างพื้นบ้าน ไม่ต้องเติมน้ำเลยครับ เมื่อหมักจนได้ที่แล้ว กรองเอาน้ำปลาล้วนๆใส่ขวด ตากแดดสักเดือนหนึ่ง จะได้นำปลาสีน้ำตาลแดง รสชาดหอมหวานชวนรับประทานครับ

หากผลิตเพื่อการค้า ผู้ผลิตบางรายจะไม่ขายน้ำปลาแท้ในขั้นตอนนี้ แต่เขาจะใช้ผสมกับน้ำปลาที่เกิดจากการหมักปลาที่เหลือจากขั้นตอนแรกครับ ซึ่งการหมักกับน้ำเกลือเข้มข้นครั้งที่ 2 - 3 จะใช้เวลาครั้งละเพียง 2-3 เดือนเท่านั้น


โดย: Insignia_Museum วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:21:37:19 น.  

 
เดี๊ยวนี้หายากนะครับ ผมหาดูก็ไม่เห็น

จะเจอบ้างก็ โพงพาง

ฝันดีครับพี่


โดย: พยัคฆ์ร้ายแห่งคลองบางหลวง วันที่: 20 เมษายน 2552 เวลา:1:17:19 น.  

 
ดำเนินสดวกยังไม่เคยไปค่ะ เห็นภาพเเล้วชอบมากเป็นธรรมชาติดี
น้ำปลาเมืองไทยไม่ฆ่าเชื้อโรคนี่อันตราย เเต่คิดว่าความเคยชินของร่างกายจะต่อต้านได้
กรมสาธารณสุขควบคุมไม่ถึงเหรอคะ?

ขอพูดถึงโชยุหรือน้ำซีอิ้วญี่ปุ่นซึ่งเปรียบเหมือนน้ำปลาบ้านเราเเต่ทำจากถั่ว
บางญี่ห้องที่มีเกรดดีจะทำการหมักถึงสามปี รสชาติจะเข้มข้น อร่อยมาก

เคยนำไปฝากคนไทยครั้งนึง..ไม่เห็นดีใจกันเลย เพราะคิดว่าซื้อได้ในเมืองไทยทั่วไป

ขอบคุณมากค่ะสำหรับความห่วงใยกัน ปลื้มเป็นอย่างมาก


โดย: ยูกะ (YUCCA ) วันที่: 20 เมษายน 2552 เวลา:3:29:57 น.  

 
ยกยอปลาเดี๋ยวนี้หายากแล้วมังคะ
ที่เห็น ๆ มักเป็นยกยอคน

ที่เหมือนกันน่าจะเป็นตรงที่ว่า
คนไม่ค่อยชอบของจริง (แบบว่าน้ำปลาจริงเหม็นคาว)
ก็เลยมีอาการยกยอปลอม ๆ...
แต่ก็ไม่เป็นไรเนอะ
ถ้ามีของจริงผสมอยู่บ้าง
นิดหน่อยก็ยังดี...


โดย: kangsadal วันที่: 20 เมษายน 2552 เวลา:8:01:02 น.  

 
ได้อย่างเสียอย่างนะคะ น้ำท่วม-ดินดี เขื่อนมา-ปลาหาย

ชอบบล็อกนี้จัง อ่านสนุกแถมภาพประกอบก็สวย ดูเงาในน้ำสิ วันหลังต้องไปหัดถ่ายรูปแนว ๆ นี้มั่ง

ฮ่องกงตอนนี้ไม่หนาวแล้วค่ะ อากาศเริ่มร้อน มีฝนตกด้วย บรรยากาศน่านอนนั่นแหละ







โดย: Oops! a daisy วันที่: 20 เมษายน 2552 เวลา:10:07:57 น.  

 
ถ้าได้กินปลาที่ยกยอขึ้นมาเอง คงจะอร่อยมิใช่น้อยนะคะ

ส่งข่าวว่า...น้ำตกที่สอง มาแล้วค่ะ


โดย: นักล่าน้ำตก วันที่: 20 เมษายน 2552 เวลา:15:32:40 น.  

 
ยกยอ ปอปั้น
อยากลองยกยอดูมั่ง ไม่รู้หนักมั๊ย


โดย: Em-emiley วันที่: 20 เมษายน 2552 เวลา:16:39:41 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
มาสวัสดีวันสงกรานต์ย้อนหลังค่ะ อีชั้นหยุดไปตั้งแต่วันที่ 9 เพิ่งกลับมาวันนี้เอง หุหุ ขอให้ชุ่มฉ่ำเย็นสบายไปตลอดทั้งปีนะคะ คิดถึงมากมาย


โดย: sansook วันที่: 20 เมษายน 2552 เวลา:17:04:43 น.  

 
ที่บ้านสมัยก่อนก็ทำน้ำปลา กะปิ ปลาร้ากันเองค่ะ

ชอบรูปยกยอมากเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเห็นแล้วค่ะ
เมื่อก่อนตอนเด็กๆก็ทันได้ยกเล่นบ้าง
ได้บ้างไม่ได้บ้างสนุกดี

แล้วก็มียอแบบเล็กๆยกย้ายที่ได้ด้วยค่ะ



โดย: Fullgold วันที่: 20 เมษายน 2552 เวลา:17:21:44 น.  

 
สวัสดีครับ เยี่ยมเลยครับ
...เข้ามาที่นี่ได้ความรู้แน่แท้


โดย: นายนุ 1991 (nai-nu-19 ) วันที่: 20 เมษายน 2552 เวลา:19:26:40 น.  

 
ชอบภาพประกอบเนื้อเรื่องมากมายครับ


โดย: อนันต์ครับ วันที่: 20 เมษายน 2552 เวลา:20:05:58 น.  

 
อ่านวิธ๊ทำน้ำปลา มีความรู้สึกกลัวว่าจะเป็นที่สะสมเชื้อโรค

คราวหน้าต้องขอไปชมด้วยตนเองถึงการทำน้ำปลาที่ส่งผลิตนอกประเทศ
เเน่นอนว่าไม่อนุญาตให้คนอย่างเราได้เข้าชม
คงต้องเอาชาวต่างประเทศบังหน้าเเละทำคำร้อง

เวลาเม้นต์ตรงกันเลยเเต่ไปที่ห้อง Insignia Museum ค่ะ


โดย: ยูกะ (YUCCA ) วันที่: 21 เมษายน 2552 เวลา:0:26:20 น.  

 
เย็นกาย สบายใจจังเลย...บ้านนี้น่ะ..55+++


โดย: ตาติ๊ก... (สกุลเพชร ) วันที่: 21 เมษายน 2552 เวลา:4:20:10 น.  

 
เห็นภาพแล้วได้บรรยากาศท้องทุ่งที่เราไม่ค่อยจะได้เจอแล้วค่ะ ฟังเรื่องเล่าถึงความหลังแล้วมีความสุขแถมได้ความรู้ดีด้วย ขอบคุณนะคะ


โดย: haiku วันที่: 21 เมษายน 2552 เวลา:11:24:16 น.  

 
ฤดูน้ำหลากแถบที่ราบลุ่มแม่น้ำท่าจีน ผมเคยไปเที่ยวบ้านเพื่อนแถว อ.สองพี่น้อง สุพรรณบุรี ทั่วทุ่งนากลายเป็นท้องทะเล ผมและเพื่่่อนนั่งเรือเอาผ้าขาวม้ากางแทนใบเรือ ปล่อยให้มันลอยไปกับสายลม สนุกดีครับ


โดย: sarntee วันที่: 21 เมษายน 2552 เวลา:18:27:24 น.  

 
น้ำตกที่สามมาแล้วค่ะ

หมู่นี้อัพเร็วเพราะ มันง่ายๆค่ะ ไม่คิดอะไรมากกับบ้านใหม่หลังนี้

เชิญไปเที่ยวนะคะ


โดย: นักล่าน้ำตก วันที่: 21 เมษายน 2552 เวลา:20:36:24 น.  

 

แวะมาแย่งปลานอนเปล อิ อิ


Glitter Graphics & Comments


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 21 เมษายน 2552 เวลา:21:33:05 น.  

 
เข้ามาไม่ค่อยทันค่ะ มีเวลาอยู่กับคอมฯแค่ 1-2 ชม. แล้วไม่ถนัดกับคอมฯ ทำงานจึงช้ามาก เมื่อวานตั้งใจจะมา แต่เน็ตมันคงป่วย เข้าบ้านเพื่อนได้ไม่กี่บ้าน เลยทให้เซ็.

ลุงแว่นชอบทิพรสเพราะช่วงนั้นทิพรสดังที่สุด แล้วอร่อยจริงๆ แต่เดี๋ยวนี้เดี๊ยนว่าไม่อร่อยแล้ว

การทำน้ำปลาก็คล้ายๆกับทำน้ำบูดู คือต้องใช้ปลาหมักเกลือใช้เวลาเป็นปี แต่ต้องหมักจนเนื้อปลาเปื่อยจนกลายเป็นน้ำ น้ำบูดูดีๆ กินเล่นได้เลยเพราะไม่เค็มจัด แต่เช่นกันเดี๋ยวนี้หาน้ำบูดูกินยากมาก ส่วนใหญ่จะเค็มจัดและใส่ผงชูรส กลิ่นก็ไม่หอมค่ะ น้ำบูดูเมื่อบรรจุใส่ขวดก็ต้องนำไปตากแดดบ่อยๆเหมือนกันค่ะ

เดี๊ยนโตมากับบูดูเพราะคุณป้าอยู่ตากใบ ทำบูดูเป็นหลัก ส่งมาให้ที่บ้านขาย เดี๊ยนก็ได้กินน้ำบูดูจนโตไม่ต้องซื้อค่ะ

ยังคิดถึงรสและกลิ่นบูดูเก่าได้เลยค่ะ




โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 22 เมษายน 2552 เวลา:5:24:49 น.  

 
เพิ่งรู้ว่าคุณInsignia_Museum เป็นชาวดำเนินสะดวก
คำว่า"ดำเนินสะดวก" ใครคะเป็นคนเดิน และทางที่เดินก็สะดวกสบาย ชื่อสถานที่แต่ละแห่งมักมีความหมาย

พี่คนกรุงเทพฯมีแต่ขาดทุน วิถีชีวิตชาวบ้านตามชนบทจะไม่รู้จักเลย พอพี่เรียนจบก็ทำงาน ออกจากบ้านแต่เช้ามือ กลับบ้านก็โน่นแน่ะตะวันลับฟ้าแล้ว ภูมิปัญญาท้องถิ่นแต่ละถิ่นฐานเป็นอย่างไร ตอบไม่ได้ คนกรุงเทพฯมีแต่ขาดทุนนะคะ ขนาดต้นข้าวรูปร่างหน้าตายังไงก็ยังไม่รู้จัก น่าอายเนอะ

วันนี้รู้จักยกยอว่าเขาทำกันทำไม เพื่ออะไร จะบอกต่อลูกศิษย์ให้ศึกษา ถ่ายรูปสวยมาก เด่นทีเดียว เห็นแล้วอยากลองไปยกกะเขาบ้าง หุ หุ

ขอบคุณสำหรับข้อมูลพร้อมรูปภาพค่ะ
เข้าบล็อกนี้ทีไรไม่เคยผิดหวัง
รักษาสุขภาพนะคะ


โดย: nathanon วันที่: 22 เมษายน 2552 เวลา:6:40:01 น.  

 
สวัสดีค่ะ
เข้ารับรู้เรื่องราวของชาวดำเนิน
ว่าแต่ไม่มีภาพการทำน้ำปลาให้ดูเหรอคะ
เคยได้ยินว่าน้ำปลาที่เค้าทำเอง จะมีกลิ่นหอมกว่า
น้ำปลาซื้อขวดด้วย เอไอ่หนูก็ไม่เคยได้กลิ่น
แต่มาอ่านแล้วน่าจะหมายถึง กลิ่นแรงซะกระมัง แหะแหะ


โดย: แม่ภูมิ (Artagold ) วันที่: 22 เมษายน 2552 เวลา:8:10:41 น.  

 
มาดูยกยออีกรอบ...
ถ้าได้ปลาเยอะๆหนักๆเพิงหลังนั้นจะพังลงน้ำไหมเนี่ย


โดย: Fullgold วันที่: 22 เมษายน 2552 เวลา:11:03:47 น.  

 
หวัดดีค่ะ

อากาศร้อนมั้ยเอ่ย...


วันนี้มีของกินที่บ้านนู้นนะคะ

ลงแต่น้ำตกกลัวคนจะตกน้ำตาย แฮ่ๆ

ก็เลยหาของกินมาสลับค่ะ...เชิญน้า...


โดย: นักล่าน้ำตก วันที่: 22 เมษายน 2552 เวลา:16:10:43 น.  

 
แจ้งข่าวคุณ IM ครับ

วันนี้อัพบล็อกแล้วครบั เชิญนะครับ..


โดย: ลุงแว่น วันที่: 22 เมษายน 2552 เวลา:20:30:48 น.  

 
พัทลุงก็พูดเร็วและรัว เหมือนกัน คล้ายๆนครศรีฯค่ะ

เดี๊ยนว่าสงขลาพูดเพราะที่สุด(ความเห็นของเดี๊ยนคนเดียว) ส่วนเจ๊ะเหจะมีลักษณะพิเศษจากใต้ทั่วๆไป

พูดถึงเรื่องภาษาแล้วเดี๊ยนมันสนุกนะคะ


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 23 เมษายน 2552 เวลา:4:40:18 น.  

 
อยู่ในอารมณ์ที่จะฟังเพลงบ้างมั้ยคะ...



โดย: อัยย์ นักล่าน้ำตก IP: 115.67.6.11 วันที่: 23 เมษายน 2552 เวลา:20:48:35 น.  

 
เป็นไปได้ก็ดีนะสิคะ
เผื่อวันใดวันนึง โลกสมัยใหม่ล่มสลายลง
เราก็จะได้ไม่ต้องลำบากหาความรู้ในตอนนั้นที่อาจไม่มีให้หา
สู้รู้ไว้ จำไว้ แต่เนิ่นดีกว่านะคะ
(อิ อิ ไปถึงวันโลกแตกซะเลยดีมั๊ยเนี่ยยย เว่อๆไปบ้างโปรดอย่าถือสานะคะ)


โดย: จันทร์ไพลิน วันที่: 23 เมษายน 2552 เวลา:21:03:54 น.  

 
ยังไงต้องไปฟังให้ได้นะคะ

คาดหวังให้ฟังมากเลยอะค่ะ...นะ..น้า...

อุตส่าห์หาตั้งนานแน่ะค่ะ...


โดย: อัยย์ IP: 115.67.6.11 วันที่: 23 เมษายน 2552 เวลา:21:23:53 น.  

 
อย่างที่บอกนั่นแหละค่ะ

อัพบล็อกทุกวัน ประชดประชันชีวิต...


โดย: นักล่าน้ำตก วันที่: 24 เมษายน 2552 เวลา:17:20:33 น.  

 
จริงอย่างที่ว่า คนไทยสมัยก่อนเอื้อเฟื้อ ไม่โกรธกันง่าย

แล่นเรือสลับ หลบหลีกยอกันไป

คงหลบกันน่าดู เพราะจากในภาพ ยอก็ใหญ่เข้าไปครึ่งคลองจริงๆ

เดี๋ยวนี้ ไม่มีใครหลบใคร

แค่ใส่เสื้อสีที่ตัวเองไม่ชอบก็เตรียมฉะกันแล้วครับ





โดย: ซาตานสีส้ม IP: 115.67.41.239 วันที่: 24 เมษายน 2552 เวลา:20:38:07 น.  

 
มาหวีดดีค่ะ



โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 24 เมษายน 2552 เวลา:21:19:00 น.  

 
รูปสวยมากครับ
แต่ก่อนบ้านพ่อผมก็มียอ นาน ๆ ยกที ตื่นเต้นมาก แต่หลัง ๆ ไม่ค่อยได้ใช้ ก็เลยทยอยกันปลดออก

น้ำปลาก็ทำเองครับ สีเข้มปิ๊ดเลย กลิ่นแรงด้วย ไม่ชอบเลย แต่ของทำเองที่ชอบคือน้ำตาลปึกครับ อร่อยดี


โดย: คุณม้าม วันที่: 25 เมษายน 2552 เวลา:0:57:10 น.  

 


เข้ามาดูยกยออีกรอบค่ะ
ไม่เคยไปเห็นของจริง ๆ ตอนที่เขากำลังยกเลย
เห็นแต่ เวลาที่ขับรถผ่านและยอก็ยกอยู่แบบรูปอ่ะค่ะ
นับวันสิ่งเหล่านี้ ก็จะหาดูได้น้อยลงไปทุกทีนะคะมินว่า
ปล.สดชื่นนะคะ แม้ในวันที่อากาศร้อน ๆ


โดย: มินทิวา วันที่: 25 เมษายน 2552 เวลา:8:05:36 น.  

 
มาเร็วไปหรือเปล่าค่ะ...
กล้วยไข่สงสัยยังไม่ได้ตัด อิอิ

กล้วยไข่ต้องทานกับกายาสารท ถึงจะเข้ากันค่ะ
พรุ่งนี้มาดูใหม่วันนี้จะนอนเร็วน่ะค่ะ

ป.ล กำลังรวบรวมเมล็อดดอกไม้ให้อยู่ค่ะ
ตอนนี้เหลือทองอุไรอย่างเดียวเอง
รอหน่อยนะคะ


โดย: Fullgold วันที่: 25 เมษายน 2552 เวลา:22:58:42 น.  

 
มาเที่ยวพัทลุงกันเยอะนะค่ะ มาตะมาเร็วๆๆๆๆๆมาเที่ยวนิ หนุกกันนิคุน มีอะไรดีดีเยอะเลย ซื้อของสามารถต่อราคากันได้ ด้านหน่อยนะ


โดย: ฝน น้อย IP: 10.0.100.220, 203.172.252.132 วันที่: 27 กรกฎาคม 2552 เวลา:9:13:03 น.  

 
มีอีกรอบตะ ตอนนี้กล้วยไข่ตัดแล้วนะ


โดย: น่ารัก IP: 10.0.100.220, 203.172.252.132 วันที่: 27 กรกฎาคม 2552 เวลา:9:14:10 น.  

 
เคยมีโรงทำนำปลาตราพระ อยู่ตรงข้ามโรงเรียนวัดโชติทายการาม ได้กลิ่นข้ามฝั่งมาเลย


โดย: เด็กวิกเก่าดำเนินฯ IP: 125.27.176.3 วันที่: 28 กรกฎาคม 2552 เวลา:11:37:18 น.  

 


โดย: Insignia_Museum วันที่: 30 มิถุนายน 2556 เวลา:15:27:41 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Insignia_Museum
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]




ความตั้งใจในการทำบล็อกเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เริ่มต้นด้วยการเขียนถึงถิ่นที่อยู่ในวัยเด็ก ต่อมาเป็นเรื่องเครื่องหมายต่างๆ เรื่องศิลปะ ภาพถ่ายในยุคก่อนๆ อาหารการกิน และอะไรต่อมิอะไรที่ประสบพบเห็น สนใจอะไรขึ้นมาก็อยากรู้ให้มากขึ้น กลุ่มเนื้อหาจึงแตกแขนงไปเรื่อยๆ
New Comments
Friends' blogs
[Add Insignia_Museum's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.