Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2569
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
13 กุมภาพันธ์ 2569
 
All Blogs
 

O ก่อน .. มาฆะมาส .. O









When the Heart Finally Lets Go



0 เกิดขึ้นแต่เมื่อใดก็ไม่รู้
หรือคงอยู่นับนานแต่กาลไหน
รู้แต่ว่าหยอกยั่วกับหัวใจ
จนอ่อนไหวอ่อนหวานมานานครัน
0 กุหลาบแดงช้อยช่อขึ้นรอแดด
เพื่อคอยแวดล้อมใจผู้ใฝ่ฝัน
มอบ-รับความอาลัยมีให้กัน
กลีบดอกนั้นกรุ่นหอม .. จึงพร้อม-รอ
0 ความรู้สึกผูกพันแห่งวันวาน
ราวส่งผ่านนัยชู้ขึ้นชู-ล่อ
เต็มอยู่ด้วยความหมายอันฉายทอ
เหมือนมาลย์ช่อเสียดชั้นอย่างบรรจง
0 ว่อนวางที่กลางทรวง-คือห่วงใย
หมุนรอบความอ่อนไหว .. เวียนในสง-
สาร, วัฏฏะเปลี่ยนรอบ .. กี่รอบวง
ยังจำนงรอบชู้เกินรู้คลาย
0 รัดรึงใจทั้งดวง-ด้วยบ่วงคล้อง
จากมือของรูปเงาที่เฝ้าหมาย
ความอาวรณ์, คร่ำครวญเอาม้วนปลาย
ผูกเหน็บเป็นเงื่อนตายเกินคลายคลอน
0 กุหลาบแดงหอมล้ำ..กรุ่นกำจาย
เช่นเจ้าสายสวาดิน้อยเฝ้าคอยซ่อน
สอดหอมหวานโลมรุกไปทุกตอน
จนสุดถอนทอนค่า .. แม้นนาที
0 ภาพนั้น-วงแขน, กร-อันอ่อนเรียว
ราวคล้องเหนี่ยวเข้าหารูปราศี
และคล้ายเสียงหัวใจ .. ค่อยไหว-วี
บอกใจที่คอยสดับ .. ให้รับรู้
0 แฝงรอบความอาลัยจากใจนั้น
ฝากรำพันพากย์เผยรำเพยสู่
หอมดอกมาลย์, ลมร่ำ, ความดำรู
ก็พร้อมอยู่รอใจ .. เอื้อม-ไขว่คว้า
0 แฝงกลิ่นรสหอมหวานอยู่นานเนิ่น
จวบจำเริญรูปลักษณ์เกินหักฝ่า
กับความหมายบ่งฟ้อง .. ในสองตา
ก็เหมือนว่าเกินคิดจะปิดบัง
0 ผ่านคาบหนาว, เข้าฝนน้ำหล่นร่วง
หากแสงดาวสองดวงยังช่วงปลั่ง
และเสียงพากย์เบาแผ่ว .. ราวแว่วดัง
ให้ยินฟังแปลความ .. เอาตามใจ
0 กลีบกุหลาบหล่นร่วง .. กลางท่วงที
ของวาดวีลมย้อน, ผู้อ่อนไหว
พาหล่นดวงจิตคว้าง .. ว่อนวางใน
การโอบไล้รำร่ายแห่งสายตา
0 พลิ้วพลิก .. พลิกคว้าง - กลีบบางร่วง
เกลื่อนรูปไปทุกช่วง - ความห่วงหา
คือภาพพจน์งดงามเจ้าล่ามคา
วงรอบอาวรณ์ยื่น – ให้ตื่นรับ
0 พลิ้วพลิก .. พลิกคว้าง – ใจคว้างร่วง
อาลัย-หวงห้อมห่มแทบจมดับ
ด้วยรูปนามเฉิดโฉม - ลงโถมทับ
โจมเข้าจับอารมณ์ให้สมยอม
0 มอบ-รับ, ตอบสู่-ด้วยรู้ว่า
บางคุณค่าร่ำรอร่วมหล่อหลอม
กอปรความหวานหอมล้ำให้ด่ำดอม
คอยรอบล้อมรูปเงาอยู่เช้าเย็น
0 ตอบรับความสื่อสู่ .. จึงรู้ว่า
แรงห่วงหารอคอยละห้อยเห็น
ของบางใจเหงาเงียบ .. นั้นเพียบเพ็ญ
จนเปลี่ยนเป็นรุมเร้า .. แต่เฝ้าคอย
0 หวัง-งามค่อยลุกลามในความเงียบ
ทอดเข้าเลียบโลมเล้าความเหงาหงอย
ไร้ซึ่งคำเอื้อนเอ่ย-เมื่อเผยรอย
ความละห้อยห่วงหา .. แสนอาลัย
0 หวัง-งามที่ลุกลุกล้ำเข้าสำทับ
จักวกกลับร่วมวิวรณ์อาวรณ์สมัย
ร่วมเผยตอนงดงามของความนัย
พาเลื่อนไหลรวมบทดั่งพจนา
0 เหมือน-งามจะทาบทวงทุกห้วงคิด
ครอบครองทิศรูปคะนึงอยู่ซึ่งหน้า
เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นอาจคั่นคา
กลางอาวรณ์ .. เสน่หา .. ชั่วฟ้าดิน
.
.
.




 

Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2569
0 comments
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2569 11:00:58 น.
Counter : 125 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


สดายุ...
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 152 คน [?]










O ก่อนมาฆะมาส .. O







0 เกิดขึ้นแต่เมื่อใดก็ไม่รู้
หรือคงอยู่นับนานแต่กาลไหน
รู้แต่ว่าหยอกยั่วกับหัวใจ
จนอ่อนไหวอ่อนหวานมานานครัน
0 กุหลาบแดงช้อยช่อขึ้นรอแดด
เพื่อคอยแวดล้อมใจผู้ใฝ่ฝัน
มอบ-รับความอาลัยมีให้กัน
กลีบดอกนั้นกรุ่นหอม .. จึงพร้อม-รอ
0 ความรู้สึกผูกพันแห่งวันวาน
ราวส่งผ่านนัยชู้ขึ้นชู-ล่อ
เต็มอยู่ด้วยความหมายอันฉายทอ
เหมือนมาลย์ช่อเสียดชั้นอย่างบรรจง
0 ว่อนวางที่กลางทรวง-คือห่วงใย
หมุนรอบความอ่อนไหว .. เวียนในสง-
สาร, วัฏฏะเปลี่ยนรอบ .. กี่รอบวง
ยังจำนงรอบชู้เกินรู้คลาย
0 รัดรึงใจทั้งดวง-ด้วยบ่วงคล้อง
จากมือของรูปเงาที่เฝ้าหมาย
ความอาวรณ์, คร่ำครวญเอาม้วนปลาย
ผูกเหน็บเป็นเงื่อนตายเกินคลายคลอน
0 กุหลาบแดงหอมล้ำ..กรุ่นกำจาย
เช่นเจ้าสายสวาดิน้อยเฝ้าคอยซ่อน
สอดหอมหวานโลมรุกไปทุกตอน
จนสุดถอนทอนค่า .. แม้นนาที
0 ภาพนั้น-วงแขน, กร-อันอ่อนเรียว
ราวคล้องเหนี่ยวเข้าหารูปราศี
และคล้ายเสียงหัวใจ .. ค่อยไหว-วี
บอกใจที่คอยสดับ .. ให้รับรู้
0 แฝงรอบความอาลัยจากใจนั้น
ฝากรำพันพากย์เผยรำเพยสู่
หอมดอกมาลย์, ลมร่ำ, ความดำรู
ก็พร้อมอยู่รอใจ .. เอื้อม-ไขว่คว้า
0 แฝงกลิ่นรสหอมหวานอยู่นานเนิ่น
จวบจำเริญรูปลักษณ์เกินหักฝ่า
กับความหมายบ่งฟ้อง .. ในสองตา
ก็เหมือนว่าเกินคิดจะปิดบัง
0 ผ่านคาบหนาว, เข้าฝนน้ำหล่นร่วง
หากแสงดาวสองดวงยังช่วงปลั่ง
และเสียงพากย์เบาแผ่ว .. ราวแว่วดัง
ให้ยินฟังแปลความ .. เอาตามใจ
0 กลีบกุหลาบหล่นร่วง .. กลางท่วงที
ของวาดวีลมย้อน, ผู้อ่อนไหว
พาหล่นดวงจิตคว้าง .. ว่อนวางใน
การโอบไล้รำร่ายแห่งสายตา
0 พลิ้วพลิก .. พลิกคว้าง - กลีบบางร่วง
เกลื่อนรูปไปทุกช่วง - ความห่วงหา
คือภาพพจน์งดงามเจ้าล่ามคา
วงรอบอาวรณ์ยื่น – ให้ตื่นรับ
0 พลิ้วพลิก .. พลิกคว้าง – ใจคว้างร่วง
อาลัย-หวงห้อมห่มแทบจมดับ
ด้วยรูปนามเฉิดโฉม - ลงโถมทับ
โจมเข้าจับอารมณ์ให้สมยอม
0 มอบ-รับ, ตอบสู่-ด้วยรู้ว่า
บางคุณค่าร่ำรอร่วมหล่อหลอม
กอปรความหวานหอมล้ำให้ด่ำดอม
คอยรอบล้อมรูปเงาอยู่เช้าเย็น
0 ตอบรับความสื่อสู่ .. จึงรู้ว่า
แรงห่วงหารอคอยละห้อยเห็น
ของบางใจเหงาเงียบ .. นั้นเพียบเพ็ญ
จนเปลี่ยนเป็นรุมเร้า .. แต่เฝ้าคอย
0 หวัง-งามค่อยลุกลามในความเงียบ
ทอดเข้าเลียบโลมเล้าความเหงาหงอย
ไร้ซึ่งคำเอื้อนเอ่ย-เมื่อเผยรอย
ความละห้อยห่วงหา .. แสนอาลัย
0 หวัง-งามที่ลุกลุกล้ำเข้าสำทับ
จักวกกลับร่วมวิวรณ์อาวรณ์สมัย
ร่วมเผยตอนงดงามของความนัย
พาเลื่อนไหลรวมบทดั่งพจนา
0 เหมือน-งามจะทาบทวงทุกห้วงคิด
ครอบครองทิศรูปคะนึงอยู่ซึ่งหน้า
เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นอาจคั่นคา
กลางอาวรณ์ .. เสน่หา .. ชั่วฟ้าดิน
.
.

Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.