|
O จากอุษา สู่ ราตรี .. O

0 เมื่อแสงเรื่อรองงามแห่งยามรุ่ง ค่อยค่อยฟุ้งฟายอณูเพรียกตรู่สาง คลี่ปลายปีกปักษินล้อมถิ่นทาง โลกเบื้องล่างก็ค่อยฟื้นขึ้นตื่นตัว 0 ดอกดวงมวลน้ำค้าง .. หยาดวางเม็ด ยอผืนเกล็ดเพชร-พร่าง .. แทรกกลางสลัว ลมโรยริ้วเรียวใบ, ดอก-ไหวรัว รับเย็นรื่นเกลือกกลั้วอยู่ทั่วใบ 0 มัวหมอกค่อยค่อยจางลงกลางแดด ร่ำรอแวดล้อมรับ .. การขับไข ของอำนาจแสงระยิบจากลิบไกล ก่อนดวงไฟเปิดฟ้าอุษานั้น 0 หอมดอกไม้ .. ลมหอบมารอบล้อม มีทั้งหวานพรั่งพร้อมร่วมล้อม .. กลั่น คำนึงเป็นประณีตคำให้รำพัน ไม่มีคั่นค้างคาในปรารมณ์ 0 รื่นหอมจะหลอมหวาน .. ณ กาลอุษา ร่วมทีท่ารูปสะคราญผสานผสม โลกยามแรกแว่วเพียงสรรพเสียงระงม กับระดมเร้ารัวแห่งตัวตน 0 หมุนโลกเลื่อนตามบท .. ให้บทบาท แรงสวาดิบรรลุถึงอนุสนธิ์ สั่งบางรูปร่วมภาวะร่วมคละระคน ทั้งร่วมผลบทกรรมผู้นำชี้ 0 จนเรียวหญ้าระบัดใบขึ้นไหวรับ แสงระยับหลังกระซิบกระพริบถี่ อกแวดล้อมจะล่องลอย .. อย่างคอยที คอยท่าร่องรอยมี .. ในที่นั้น 0 ริ้วลมยังพลิ้วอยู่ไม่รู้แล้ว งามผ่องแผ้วก็สุมนัยน์จนไหวสั่น ลมร่ำสายโอบเนื้อ .. หรือเพื่อกัน หอมประจันนัยน์ประจง .. เฝ้าส่งมา? 0 ที่เบื้องบน .. โบกบินไร้สิ้นพะวง เบื้องล่างประสิทธิ์ประสงค์รูปตรงหน้า ผ่านรูปรอย, ท่วงทีและลีลา เยี่ยงปีกนกกลางฟ้า .. นั้นถลาลม 0 ที่โผนผกวกร่าง .. อยู่กลางหาว ให้แดดวาววับพร้อม .. แวดล้อมห่ม เยี่ยงรูปรอยปรารถนา .. ล้อมอารมณ์ ค่อยค่อยถมลงทับ .. เกินยับยั้ง ! 0 ปีกผีเสื้อลวดลายยังบ่ายบิน สืบเสาะกลิ่นมธุรสให้รด .. หลั่ง หอมหวานอวลอบใต้ .. ร่มใบบัง ค่อยแทรกหวานลงฝัง .. ลงฝากรส 0 รูปรสจากไหนเล่าอาจเข้าขวาง ที่เคลื่อนกลางกลีบพบูย่อมรู้บท เกสรหอมช้อยชู, ที่รู้รส ภุมรินที่รู้กฎรู้บทกรรม 0 ร้างไร้ปีกผึ้งภู่ .. เรณูหอม เหลือพรั่งพร้อมเพียบเพ็ญ, คือเต้นระส่ำ ของอกใจหลังชม้อยชม้ายกระทำ การณ์ย่อมนำงดงามเข้าล่ามคะนึง 0 เมื่อมีรูป .. เผยรอยให้คอยหา ทั้งรูปหน้า, รูปจริต .. ให้คิดถึง ชั่วคาบนั้นที่กระหวัดเข้ารัดรึง ย่อมหวานซึ้งเอ่อประภาพ .. โลมอาบทรวง ! . . 0 หมื่นแสนล้านดวงดาวย่อมพราวพร่าง ส่องโลกต่ำเบื้องล่าง .. จากกลางสรวง ที่เผยแววผุดผ่อง .. อีกสองดวง คล้ายโชนแววจนช่วง .. กว่า-ดวงดาว ! 0 หัวใจผู้ .. พรับพริ้มได้พิมพ์ประทับ จึงร่วมเต้นแกว่งรับ .. เพื่อขับหนาว รออบอุ่นโอบคืนให้ยืนยาว เพื่อเนตรวาว-วามจะวับ .. แนบทับทรวง



 . . . เพลง - สุดเอื้อม ขับร้อง - ชรัม เทพชัย คำร้อง/ทำนอง - สาโรจน์ เสมทรัพย์
. . .
| Create Date : 11 เมษายน 2569 |
|
1 comments |
| Last Update : 31 พฤษภาคม 2569 18:35:04 น. |
| Counter : 122 Pageviews. |
|
 |
|
สูญสิ้นความรักในชาตินี้
ตรมเหลือดี ชาตินี้น้อยวาสนา
สร้างไม่ถึง จึงต้องช้ำวิญญา
เพราะเธอนั้นเป็นดอกฟ้า สูงไกลเกินจะหมายปอง
สูงสุดสอย เฝ้าคอยแต่หวัง
ชาวฟ้ายัง มุ่งหวังเธอมาแนบครอง
สุดเจ็บช้ำกลืนกล้ำน้ำตานอง
ฟ้าเอ๋ยฉันเคยร่ำร้อง หมายปองฟ้าครองดวงใจ
แหงนมองละอองเกล็ดฟ้า
พร่างพราวตา แดนนภาไสว
ฟ้าไม่โน้มกิ่ง กลับทอดทิ้งปล่อยไว้
ลับตาห่างไกล หัวใจฉันแทบขาดรอน
สูงสุดไกล เกินเอื้อมไขว่คว้า
มองนภา ดอกฟ้าโสภาสุดสอย
เอื้อมไม่ถึง จึงสิ้นหวังรอคอย
เพราะตัวฉันมีค่าน้อย ฟ้าจึงลับลอยไกลตา