|
O ตัวมารน้อยแห่งวิสาขะมาส .. O

เพลง - หยาดรุ้ง เนื้อร้อง - ชาลี อินทรวิจิตร ทำนอง - ประสิทธิ์ พยอมยงค์ ขับร้อง - ชรัม เทพชัย
0 ทิวแถวท่านผู้ขอ .. เคลื่อน .. รอ .. หยุด ราวรอฉุดดิบเถื่อนให้เลื่อนหาย ก้าวย่างนั้นคืบเค้นความเป็นตาย อันวิญญาณทั้งหลายเทียวว่าย .. วน 0 เพียงผืนผ้าเหลืองส้ม .. ต้องลมปะ ก็รู้ว่าวันพระมาอีกหน พอสิ้นเสียงสาธุ บรรลุตน คล้ายช่วยป่นโมหะจนละลาย 0 คล้ายคล้ายว่าจะเป็น .. ดั่งเช่นนั้น หากยังหวั่นใจอยู่ไม่รู้หาย เมื่อรูปหนึ่งคล้ายจะคอย .. ชม้อยชาย คอยสบสายตาผนึกแววลึกล้ำ 0 ทิวแถวท่านผู้ขอ .. เคลื่อนรอ .. หยุด คล้ายรอฉุดทุกข์โศก .. พ้นโลกต่ำ สายตา, รูป-บรรจบ, ภูมิภพ .. ธรรม สร้างบทกรรมให้อุบัติ .. ขึ้นบัดดล ! O ทุกครั้ง และทุกครานัยน์ตาสบ ก็ครันครบวัฏฏะกรรมอยู่ซ้ำหน หลังทุกครั้งทุกครา .. นัยน์ตาคน คอยวกวนสบรูป .. โลมลูบใจ 0 แว่ว-เสียงธรรมพระให้อยู่ในโสต แต่-ปราโมทย์สุมอยู่จนรู้ได้ ว่า-นัยธรรมตรองอยู่ .. หรือผู้ใด ลอยรูปให้หักฝ่า .. อย่างท้าทาย 0 เสียงพระ-แว่วให้ข่ม .. อารมณ์นี้ รูปราศีก็ล้อมวน .. ให้ขว-นขวาย เสียงธรรมว่าอาวรณ์ .. ควรผ่อนคลาย หากแววตาชม้อยชม้าย .. คลับคล้ายจะรอ ? 0 หวังปล่อยวางโลกเช่น .. ที่เป็นอยู่ จาก-ความนัยองค์รู้ .. ท่านผู้ขอ กลับมาต้องรูปนาม .. ผู้งามลออ ขวาง, ยั่ว, ล้อคุกคาม .. อย่างย่ามใจ 0 แทนเรียวนิ้วองค์พระ .. กลับคละเคล้า ด้วยเรียวร่างรูปเยาว์ .. ของเจ้าได้ แทนเนื้อปูนดินปั้น .. แล้ว-นั่นใคร ซ้อนรูปให้ห่วงหา .. ฤา-ฝ่าพ้น ? 0 เพ่งดวงจิตครวญใคร่ .. หวังนัยธรรม จักล่มล้างรอบกรรม .. ซ้ำซ้ำหน เพ่งรูปพระ .. แล้วภาพ กลับวาบ-วน พางามล้น .. โชนช่วงกลางห้วงใจ 0 แว่วเหมือนเสียงอาวรณ์ .. ออดอ้อนลม ซ้อนภาพแววตาคม .. กลางลมแผ่ว ใกล้เพียงเห็นเนตรชม้าย .. นั้นฉายแวว- วาม .. ผ่องแผ้วราวประสงค์ .. แข่งองค์พระ 0 ท่ามกลางเมียง, เมิน, ชม้าย .. เหลือบชายสู่ พรั่งพร้อมหมู่ ชาติภพ .. ทุกสบ .. ผละ ท่ามกลางหวานหอมจู่ .. ไม่รู้ละ บ่วงพันธะก็ค่อยขึงล่ามตรึงไว้ 0 นิ้วองค์พระเรียวงอน .. ดูอ่อนช้อย เมื่อรูปน้อย .. ค่อยแทรกความแปลกใหม่ ยอรูปขึ้นยกช่วง .. พาห้วงใจ กับอาลัย .. สบ-ผละ.. กลางวัฏฏะวน ! . . 0 อัสนีครวญคร่ำ .. แสงรำร่าย พร้อมแววตาเหลือบชม้ายฝ่าสายฝน บอกถึงความอ่อนไหวของใจคน กลางเสียงครื้นคำรณ .. ที่บนฟ้า 0 หยาดน้ำฟ้าหล่นร่วง .. จากห้วงหน ย้อมใจคนพลิ้วพลิกแทรกสิกขา หยดอาวรณ์หล่นแล้วในแววตา เสน่หาแสนอบอุ่น .. ก็หมุนรอ ! 0 เจ้าดอกกุสุมาลย์ .. เมื่อลมวีวาดผ่าน, ทั้งก้านช่อ ย่อมไหวรูปรุมเร้าพะเน้าพะนอ รับรื่นหล่อเลี้ยงนวล .. ให้ชวนชม 0 งามกลีบอ่อนเนียนเกลี้ยงจักเบี่ยงรูป รับโลมลูบลมล้อมเข้าห้อมห่ม เนียนรูปปรางจู่หาจดอารมณ์ พาจ่อมจมรุมเร้าให้เคล้าคลอ 0 หยาดน้ำฟ้าพารื่นลงตื่นแตก เป็นรูปน้ำเหยียดแยกขึ้นแตกช่อ ภาพนันย์ตาลอบชาย .. เหมือนฉายทอ แววออดอ้อนพะเน้าพะนอ .. ให้ทรมาน 0 โอ .. ระทึกสั่นไหว .. อกใครหนอ จักเพียงพอเร้นซ่อนความอ่อนหวาน เสียงกระซิบ, หยาดฝน .. ช่วงอนธการ ฤา - อาจต้านทานอยู่ .. แม้ครู่เดียว ? 0 อัสนีครวญคร่ำ .. แก้มก่ำนั้น ก็แทรกขวัญห่วงละห้อย .. ชั่วคอยเหลียว ฟ้า-ร้างไร้วงจันทร์เคยหันเรียว โลก-ส่วนเสี้ยวแก้มนำน้อมต่ำประทับ O ค่ำ, ดึก, สาง, เช้า .. จนผ่าวร้อน ลมเหนื่อยอ่อนผ่านริ้ว .. ยังพลิ้วสลับ เมื่อสองดาวคมปลาบยังวาบรับ ทุกพริ้มพรับ - ก็ตรึงสิ้น .. จิตวิญญาณ !



 . . .
| Create Date : 02 เมษายน 2569 |
|
1 comments |
| Last Update : 25 พฤษภาคม 2569 8:33:54 น. |
| Counter : 122 Pageviews. |
|
 |
|
หยาดรุ้งงามราวดวงดาวรุ่งจิต
รุ่งความโสภิต รุ่งชีวิตชายแม้เงา
ดวงตาคมซึ้งซึ้งดังเพชรวาว
เนตรงามอะคร้าว หยาดรุ้งราวหยาดน้ำริน
.
หยาดรุ้งคนดีปราณีพี่หน่อย
อย่าลอยสูงนัก พี่ปองรักยอดยุพิน
ลมครวญคำหวาน .. เสียงธารระริน
คร่ำครวญถวิล .. ว่ารักยุพินเช่นกัน
.
เธอหอมความดี เป็นที่คละคลุ้ง
ประหนึ่งสายรุ้ง .. รุ่งดวงชีวัน
ยามยิ้มแย้มยวน ชวนให้ชายฝัน
สยบใจกัน รักเหลือคณา
.
หยาดรุ้งงามราวดวงดาวกระจ่าง
รุ่งดังน้ำค้าง ที่ยังค้างตามพฤกษา
เธอคือความหลังฝังใจทุกครา
พี่ครวญใฝ่หา พี่รักบูชาหยาดรุ้ง