|
|
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
O ก่อน .. มาฆะมาส .. O

When the Heart Finally Lets Go
0 เกิดขึ้นแต่เมื่อใดก็ไม่รู้ หรือคงอยู่นับนานแต่กาลไหน รู้แต่ว่าหยอกยั่วกับหัวใจ จนอ่อนไหวอ่อนหวานมานานครัน 0 กุหลาบแดงช้อยช่อขึ้นรอแดด เพื่อคอยแวดล้อมใจผู้ใฝ่ฝัน มอบ-รับความอาลัยมีให้กัน กลีบดอกนั้นกรุ่นหอม .. จึงพร้อม-รอ 0 ความรู้สึกผูกพันแห่งวันวาน ราวส่งผ่านนัยชู้ขึ้นชู-ล่อ เต็มอยู่ด้วยความหมายอันฉายทอ เหมือนมาลย์ช่อเสียดชั้นอย่างบรรจง 0 ว่อนวางที่กลางทรวง-คือห่วงใย หมุนรอบความอ่อนไหว .. เวียนในสง- สาร, วัฏฏะเปลี่ยนรอบ .. กี่รอบวง ยังจำนงรอบชู้เกินรู้คลาย 0 รัดรึงใจทั้งดวง-ด้วยบ่วงคล้อง จากมือของรูปเงาที่เฝ้าหมาย ความอาวรณ์, คร่ำครวญเอาม้วนปลาย ผูกเหน็บเป็นเงื่อนตายเกินคลายคลอน 0 กุหลาบแดงหอมล้ำ..กรุ่นกำจาย เช่นเจ้าสายสวาดิน้อยเฝ้าคอยซ่อน สอดหอมหวานโลมรุกไปทุกตอน จนสุดถอนทอนค่า .. แม้นนาที 0 ภาพนั้น-วงแขน, กร-อันอ่อนเรียว ราวคล้องเหนี่ยวเข้าหารูปราศี และคล้ายเสียงหัวใจ .. ค่อยไหว-วี บอกใจที่คอยสดับ .. ให้รับรู้ 0 แฝงรอบความอาลัยจากใจนั้น ฝากรำพันพากย์เผยรำเพยสู่ หอมดอกมาลย์, ลมร่ำ, ความดำรู ก็พร้อมอยู่รอใจ .. เอื้อม-ไขว่คว้า 0 แฝงกลิ่นรสหอมหวานอยู่นานเนิ่น จวบจำเริญรูปลักษณ์เกินหักฝ่า กับความหมายบ่งฟ้อง .. ในสองตา ก็เหมือนว่าเกินคิดจะปิดบัง 0 ผ่านคาบหนาว, เข้าฝนน้ำหล่นร่วง หากแสงดาวสองดวงยังช่วงปลั่ง และเสียงพากย์เบาแผ่ว .. ราวแว่วดัง ให้ยินฟังแปลความ .. เอาตามใจ 0 กลีบกุหลาบหล่นร่วง .. กลางท่วงที ของวาดวีลมย้อน, ผู้อ่อนไหว พาหล่นดวงจิตคว้าง .. ว่อนวางใน การโอบไล้รำร่ายแห่งสายตา 0 พลิ้วพลิก .. พลิกคว้าง - กลีบบางร่วง เกลื่อนรูปไปทุกช่วง - ความห่วงหา คือภาพพจน์งดงามเจ้าล่ามคา วงรอบอาวรณ์ยื่น ให้ตื่นรับ 0 พลิ้วพลิก .. พลิกคว้าง ใจคว้างร่วง อาลัย-หวงห้อมห่มแทบจมดับ ด้วยรูปนามเฉิดโฉม - ลงโถมทับ โจมเข้าจับอารมณ์ให้สมยอม 0 มอบ-รับ, ตอบสู่-ด้วยรู้ว่า บางคุณค่าร่ำรอร่วมหล่อหลอม กอปรความหวานหอมล้ำให้ด่ำดอม คอยรอบล้อมรูปเงาอยู่เช้าเย็น 0 ตอบรับความสื่อสู่ .. จึงรู้ว่า แรงห่วงหารอคอยละห้อยเห็น ของบางใจเหงาเงียบ .. นั้นเพียบเพ็ญ จนเปลี่ยนเป็นรุมเร้า .. แต่เฝ้าคอย 0 หวัง-งามค่อยลุกลามในความเงียบ ทอดเข้าเลียบโลมเล้าความเหงาหงอย ไร้ซึ่งคำเอื้อนเอ่ย-เมื่อเผยรอย ความละห้อยห่วงหา .. แสนอาลัย 0 หวัง-งามที่ลุกลุกล้ำเข้าสำทับ จักวกกลับร่วมวิวรณ์อาวรณ์สมัย ร่วมเผยตอนงดงามของความนัย พาเลื่อนไหลรวมบทดั่งพจนา 0 เหมือน-งามจะทาบทวงทุกห้วงคิด ครอบครองทิศรูปคะนึงอยู่ซึ่งหน้า เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นอาจคั่นคา กลางอาวรณ์ .. เสน่หา .. ชั่วฟ้าดิน . . .
| Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2569 |
|
0 comments |
| Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2569 11:00:58 น. |
| Counter : 125 Pageviews. |
|
 |
|
|
|
|
|
|
|
Location :
กรุงเทพฯ Thailand
[ดู Profile ทั้งหมด]
|
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 152 คน [?]

|
|
|
|
|
|
|
|
|