Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2560
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
16 พฤศจิกายน 2560
 
All Blogs
 

O อุโฆษแห่งคำ .. O








เหมันตดิเรกฉันท์ ๑๕

O ความคำเพราะสัมผัสะจริต
นฤมิตละมุนละไม
รูปนาม และ งามพฤติพิสัย-
ดุจะให้ถวิละถึง
O เหมือนงามจะลามภวะภวัง-
คะประนังประนอมคะนึง
โดยเลศะเนตระระรึง-
บทะซึ้งผสมผสาน
O บทวรรคะอักษระประพนธ์
ประจุกลประกอบประการ
เพรียกพันธะวันอธิษฐาน
กระแหนะมานประมวลประเมิน
O เสียงคีตประณีตจะเลาะประโลม
ทะนุโฉมผชัญเผชิญ
ใจเอย ฤ เคย จะเคอะจะเขิน
และสะเทิ้นสะทกสะท้อน ?


วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

O คิมหันตะบรรลุละสมัย
ชละสรวงละหลั่งแทน
ฟ้าปลาบประภาพวชิระแสน-
ยะละแล่นอุโฆษเสียง
O พากย์กรองสนองรติวิกรม
อภิรมยะร้อยเรียง
ถ้วนตอนสะท้อนนยะจะเพียง
ประลุเคียงกมลใคร
O หวังวรรคและอักขระประพจน์
พิเราะรสและความนัย
เพื่อคราญสมานรติพิสัย
อุระไห้คระโหยหา
O ความหวังจะสั่งกมละศรี
เสนาะมีสนองมา
มนต์ถ้อยจะปล่อยพละสถา-
ปนะฝ่าประโลมฝัน
O ร่ายมนตะดลฤทธิวิเศษ
บริเฉทะร่วมกัน
พลิ้วผ่านและดาลสมระขวัญ
รติมั่น .. กะพี่ชาย
O มนต์นี้จะมีสมรรถะภาพ
ผิวะทาบบ่อาจคลาย
เหลือแต่จะแปรจิตะสยาย
ตละฝ่ายจะรวมฝัน
O คอยเจ้า .. ระราวจุละกระต่าย
พิศะหมายพระเพ็ญจันทร์
คอยเยือนเสมือนวรรษะวสัน-
ตะละหลั่นและหยาดลง
O คอยนั้น .. นิรันดระจะหมาย
นิระหน่ายกะจำนง
คอยใจและใจสมะประสงค์
กะอนงคะนับนาน


แปล ..


O ด้วยถ้อยคำนำนัยแห่งใจเจ้า
มารุมเร้าแนบชิด .. ด้วยพิสมัย
สุดที่จะแอบซ่อน .. อาวรณ์ใคร
จึงหวั่นไหวในอกสะทกสะท้อน
O เจ้าเอยเมื่อ .. เผยความก็งามนัก
เข้ากุมกักใจอยู่ไม่รู้ผ่อน
ให้เสพทราบเสน่หา .. ให้อาวรณ์
ก็สุดทอนทัดทาน .. หอมหวานนั้น
O จำนรรจ์จากหัวใจของใครหนึ่ง
บอกซาบซึ้งพิสมัย .. บอกไหวหวั่น
ส่งเว้าวอนผ่านย้ำถ้อยรำพัน
ก็สุดกั้นกีดความ .. ที่ลามทรวง
O กำเริบความปรีดิ์เปรมด้วยเขมภาษ-
อันพิลาสพิเราะแสน .. จนแหนหวง-
นั้นท่วมทับโถมถั่ง .. ใจทั้งดวง
จนสุดล่วงพ้นผ่าน .. หอมหวานนี้
O เสียงออดอ้อน .. ซ้อนซ้ำถ้อยคำรัก
ก็จำหลักลงทรวง .. เช่นบ่วงที่-
ผูกล่ามร้อยรัดรึง .. คำนึง-มี
ให้ยินดี .. ห่วงเห็นไม่เว้นวาย
O ลมอุสุมพ้นผ่าน .. ไปนานเนิ่น
ให้เพลิดเพลินบทนิยามแห่งความหมาย
จนวสันต์หม่นคล้ำ .. เข้ากล้ำกราย
ฟ้าพร่างพรายระเริงเต้น .. ด้วยเส้นไฟ
O จึงร้อยเรียงคำพากย์ .. นี้ฝากสู่
เพื่อรับรู้ .. งามนั้นว่าสั่นไหว
เช่นวิชชุประภาพแผ่ .. เห็นแต่ไกล
คอยขับไขงามสรรพให้รับรู้
O ผ่านอักษรตอนคำมาย้ำจิต
บำบวงฤทธิ์แห่งอิฏฐาให้มาสู่
ผ่านรสความ .. รสคำ .. ความดำรู-
จะชื่นชูปฏิพัทธ์ .. รุมรัดใจ
O หอมหวานในความหวังจะปลั่งปลาบ
จะแทรกซาบซึ้งสู่ให้รู้ได้
มนต์แห่งชายจะเหนี่ยวหน่วง .. ความห่วงใย
จนวาบไหววนเวียน .. สุดเปลี่ยนแปลง
O โอมเทพ .. พึงสดับถ้อยลูกร้อยร่ำ
ช่วยเสกซ้ำรำบาย .. ความหน่ายแหนง
แทรกสุจริตคมคำลูกสำแดง
เถิด-ถ้วนแหล่งฝั่งฟ้า .. จงอย่าเมิน
O สำทับให้อย่าสิ้น .. ถวิลหา
ร่วมพร่ำพร้องเจตนา .. เถิด-อย่าเขิน
ให้เสน่หาก่อระลอกเข้าหยอกเอิน
ร่วมเพลิดเพลินอภิรมย์ที่สมยอม
O คอยเจ้า .. เช่นกระต่ายที่หมายจันทร์
เพียงจะปันแสงปลั่ง .. ร่วมหลั่งหลอม
เช่นหยาดฝนชื่นล้ำ .. ได้ด่ำดอม
หยาดลงล้อมอุระผืนให้ชื่นเย็น
O จัก .. รอคอยเช่นนั้นนิรันดร์อยู่
ด้วยหัวใจชื่นชู .. ให้รู้เห็น
มองเถิด ..ให้ทั่วถ้วน .. อย่างควรเป็น
และฟังเถิด .. ใจจะเต้น .. อยู่เช่นนั้น





 

Create Date : 16 พฤศจิกายน 2560
0 comments
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2560 19:11:05 น.
Counter : 53 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 148 คน [?]










O ภุมรินและพินทุรส .. O





วสันตดิลกฉันท์ ๑๔

O ลมรื่นแตะตื่นมธุระเก-
สระเรณุกาไพร
พาหอม ลุ ล้อม, ยุคะสมัย-
ก็พิไลพิลาสรอ
O งดงาม ณ ยามรุจะกระหนาบ-
นภะภาพก็พร่างพอ-
กำจายสยายบทะลออ
กระแหนะช่อสุมาลย์สี
O ฝั่งฟ้าประภา, และ ธรณิน
ภุมรินะเริ่มลี-
ลาศ-หาผการสะเพราะมี
ดุษฎีกะหอมหวาน
O โลกกว้างระหว่างวตะอรุณ
ดุจะหมุนประกอบการณ์
โผนผกวิหค ณ คคนานต์
ก็ผสานผสมเสียง
O เริ่มกาลประสารรหัสะเลศ
ทุระเภทะพร้อมเพียง-
กล่อมเมาหะเขลา, มุสะประเดียง-
ก็ระเรียงประโลมร้อย
O เผยภาพละภาพ ณ บุพะภพ-
ระบุครบ .. ระบัดคอย
ราวเรื่องก็เปลื้องบทะทะยอย
สุขะ-สร้อย .. ผสานเสริม
O เยี่ยงหวานสุมาลยะประนัง
รสะตั้งจะเตรียบเติม-
คลื่นหอมตะล่อมบทะกระเหิม
ระอุเพิ่ม .. ณ กลีบกรอง
O ทิพเทพวิเลปนะกระวน
สติคน ก็ ถูกครอง
เพียงรสประพจนะสนอง
ผัสะต้อง ก็ เจียนตาย
O ผึ้งภู่เสาะสู่มธุระรส
ระบุกฏ บ อาจกลาย
แสงสูรยะพูนพละสยาย
ก็จะผ้ายและแผดเผา
O อำนาจและอาชญะประภาพ
ขณะทาบ ฤ บรรเทา
ถ้วนกฏและพจนะเฉลา
ก็คละเคล้าระคนความ
O หยาดพินทุรินมธุ-ละออง
ผัสะต้องก็ตื่นตาม
หยาดคำเพราะคัมภิระ-ละลาม
อุระหวาม ฤ ข้ามไหว
O ภาพพจน์จรดกะนัยนา
คุณะค่า ฤ ควรใคร-
เทียมทัศน์และวัตระอดิศัย-
ะประไพประพิณพร้อม
O เทียบ-ภาพก็ภาพมธุกุสุม
กระแหนะนุ่มระรุมดอม
เปรียบ-บทสุพจนะประนอม
ก็ลุล้อมระรายเรียง
O สามารถเพราะอาชญะผสาน-
อุปการ .. ก็เกริกเกรียง
แซ่ศัพทะรับดุจะจะเอียง-
ธรณินะล่มสูญ
O สามารถเหมาะอาชวะสมรรถ
ก็ขจัด บ เพิ่มพูน
พ้องความกะทราม, ก็บริบูรณ์-
ภวะกูณฑะสุมเมือง
O พร้อมพินทุสิ้นภวะจะหยด
จิตะคดก็แค้นเคือง
โดยพิษะริษยะเมลือง
ทะนุเนื่องและน้อมนำ
O ริ้ววาตะพารสะประทิ่น
ภุมรินก็เริงรำ
ปีกลู่เสาะสู่มธุระสัม-
ผัสะย้ำกะหยาดหวาน
O ริ้ววาทะพามุสะประนอม
ผัสะย้อม กะ วิญญาณ
เจตจินตะสิ้น, สติพิชาน-
ดุจะลาญ บ เหลือรอย
O หวาน, วาตะ, อาชญะประนัง
ฤดิคลั่ง ก็ หมอบคอย
เสพลิ้มกระหยิ่ม บ ละ บ ถอย
สติด้อย สิ ดึงดัน
O เลศวาทะ, อาชวะรหัส
อวิภัชะรำพัน
เกณฑ์กรอบระบอบมุหะมหัน-
ตะกระนั้นก็เนื่องหนุน
O สูงค่าสุภาษิตะประกอบ-
คละระบอบ .. ระเบียบบุญ
สูงส่งเพราะมงคละเหมาะสุน-
ทริยะดุลยะภาพพร้อม
O ภาพงามละลามยุคะสมัย
มธุ-ไพรก็สุดออม-
แอบกลิ่นประทิ่น, กฏะพะยอม-
ก็ ลุ ล้อมประนอมกรรม
O แฉกลิ้น มุ ภินทนะสมา-
คมะชาติด้วยชำ-
นาญ..บท .. และพจนะกลัม-
พ-ระพร่ำ ก็ เป็นผล
O สามารถเหมาะชาติจะอภิวัฒน์
ก็ขจัดซะอับจน
จารีตและคีตะอนุสน-
ธิ ก็ขนประโคมคอย
O หอมหวานสุมาลยะก็ภิน-
ทนะสิ้นและสุดรอย
หยาดพินทุสิ้น, มธุระพลอย-
รสะถ่อย .. ผิ เอาทาร !










free counters





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.