Group Blog
 
<<
มีนาคม 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
10 มีนาคม 2553
 
All Blogs
 
ลมว่าวมาแล้ว...






ถึงหน้าร้อนคราใด ลมแรงปะทะใบหน้าจนรู้สึกได้ ลมว่าวจะพัดแรงช่วงบ่ายถึงค่ำ มันมาเป็นระลอกๆ รู้สึกเย็นๆไม่ร้อนอย่างที่คิด เด็กๆมักคิดถึงการเล่นว่าว ได้ทอดสายตาไปบนท้องฟ้าสีคราม มองดูว่าวส่ายไปมาอย่างมีความสุข

ช่วงปิดเทอมใหญ่ของทุกปีจะตรงกับหน้าร้อนราวเดือนมีนา-เมษานี่แหละ ว่าวเป็นของเล่นที่เด็กผู้ชายคิดถึงในอันดับต้นๆ หากจะไปหาซื้อว่าว พอจะมีขายอยู่บ้าง น้อยครั้งมากที่เด็กๆจะซื้อว่าวจากร้านค้า ถือว่าว่าวที่ซื้อมามันไม่ได้ใช้ฝีมือ ไม่ภูมิใจ ว่าวทำเองจะสามารถดัดแปลงได้จากประสบการณ์ล้มเหลวในการเล่นครั้งก่อนๆ

ว่าวที่นิยมเล่นกันมากคือว่าวอีลุ้ม ว่าวปักเป้า ว่าวจุฬา ว่าวงู ว่าวนกฮูก ว่าวทรงกระบอก ว่าวที่เด็กๆชอบทำมักจะเป็นว่าวอีลุ้ม ปักเป้า ส่วนว่าวงู ว่าวนกฮูกนั้นแล้วแต่อารมณ์ สำหรับว่าวจุฬาและว่าวทรงกระบอกนั้น เกินความสามรถของเด็กๆจะทำ ให้พวกผู้ใหญ่เขาว่ากันไป


ทำว่าวอีลุ้มสักตัว ผมจะเริ่มต้นด้วยการมองหาลำไม้ไผ่สวยๆ ปล้องยิ่งห่างยิ่งดี ไม้ไผ่สีสุกเป็นที่ปรารถนายิ่งนัก เนื้อนิ่ม ดัดง่าย ไม่เปาะ ใช้มีดผ่าไม้ไผ่เป็นซี่เล็กๆ 2 อัน ทำปีกและแกนกลาง นอกจากใช้ทำว่าวแล้ว แม่ยังชอบใช้ทำไม้เรียว หากริทำว่าวต้องเก็บเศษไม้ให้ดี มิฉะนั้นมันจะเป็นไม้เรียวย้อนศรกลับมาทำโทษเวลาซนๆ

ว่าวอีลุ้มมีโครงสร้างง่ายๆ ขึงไม้ปีกและแกนกลางให้ดี ใช้ด้ายไนล่อนขนาดเล็ก ผูกปลายปีกทั้งสองด้านเข้าหาปลายล่าง แล้วจึงขึงมุมบนสุดกับปีกทั้งสองข้าง ไม้ที่ใช้เป็นปีกนี่ จะวัดฝีมือของเด็กๆมาก ต้องเหลาให้ทั้งสองข้างระหว่างข้อขนาดเท่ากัน ไล่ให้เรียวเล็กลงไปจากกึ่งกลางไปถึงปลายปีก หลายครั้งที่เหลาอ่อนเกินไป หรือแข็งเกินไป อาจโค้งงอไม่เท่ากัน หรือหักขณะขึงด้ายอยู่บ่อยๆ การทำว่าวด้วยตัวเองจึงฝึกทั้งสมาธิและงานฝีมือ

เมื่อได้โครงว่าวแล้ว ขั้นต่อไปคือปะกระดาษบนตัวว่าวด้วยกระดาษมัน เลือกสีที่ชอบ ใช้แป้งมันที่กวนด้วยความร้อนในกระป๋องนมจนเหนียวหนึบแทนกาว หากหาไม่ได้ จะใช้ข้าวสุกใหม่ๆก็ได้ ปะกระดาษเสร็จแล้ว จึงถึงขั้นตอนสุดท้าย นั่นคือเจาะคอซุงที่จุดประสานกันของปีกกับแกนกลางและจุดที่ต่ำลงมา กะๆเอา


ว่าวมักจะทำเสร็จในกลางดึก ไม่เสร็จจะไม่ยอมนอน คืนนั้นผมจะฝันถึงว่าวลอยเด่นบนท้องนภา อยากเร่งวันเร่งคืนให้เช้าไวๆ บางทีรอเวลาให้ถึงตอนบ่ายไม่ไหว เอาว่าวมาเล่นกันตอนสายๆก็มี แต่ไม่เคยติดลมบนสักครั้ง อาจเป็นเพราะลมไม่แรง จำได้ว่าลมพัดไปในทิศตรงข้าม จึงไม่สนุกเท่าช่วงมีลมพัดแรงตอนบ่าย

ว่าวที่ทำเสร็จใหม่ๆ ชักทีเดียวติดลบบน ถือว่ายอดเยี่ยมมาก การส่งว่าวขึ้นสู่ท้องฟ้งที่ลานกว้างๆ วานเด็กเล็กๆที่ยังเล่นไม่เป็น เป็นคนส่งว่าว อยู่ห่างจากคนเล่นพอสมควร เมื่อลมเริ่มพัดมา จึงให้สัญญาณเชิดขึ้น บางทีเล่นคนเดียว ใช้วิธีล่อลม จนว่าวเริ่มขึ้นสูง ผ่อนบ้างดึงบ้างจนติดลมบน วิธีนี้ต้องใช้ฝีมือมากๆ

ว่าวอีลุ้มที่น้ำหนักสองข้างไม่เท่ากัน เมื่อลอยสู่ท้องจะฟ้าเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง จะต้องเด็ดพู่ข้างที่เอียงออกบางส่วน (ปลายของปีกทั้งสองข้างจะติดพู่กระดาษเพื่อช่วยในการทรงตัว) บางทีเด็ดออกทั้งพวง ว่าวก็ยังเอียงหรือทำท่าหัวดิ่งพื้นอยู่ร่ำไป จนเป็นที่อิดหนาระอาใจ มาตรการสุดท้ายจะต่อหางที่ทำด้วยเศษผ้ายาวๆ กลายเป็นว่าวปักเป้าไป หางยิ่งยาว ว่าวยิ่งขึ้นได้ง่าย ใครต่อหางว่าว ถือว่ามือไม่ถึง เป็นที่เยาะเย้ยของเพื่อนๆ


เมื่อวิชาทำว่างเล่นเองแกร่งกล้ามากขึ้น ขั้นต่อไปจะทำว่าวอีผ่า ดัดแปลงรูปทรงเพียงเล็กน้อยจากว่าวอีลุ้ม นั่นคือผ่าตรงหัวเป็นสองซีก ขึงด้ายโน้มมาที่ปีกทั้งสองข้าง ระหว่างกลางของหัวผ่าซีกนั้น มีด้ายขึงอยู่ อาจติดธงเล็กระหว่างกลางนั้น ไม่แน่ใจว่าว่าวอีผ่ามีในตำนานว่าวไทยหรือไม่

บางวันนึกครึ้มๆ ลองทำว่าวงู ส่วนหัวใช้ใม้ไผ่เหลาระหว่างข้อให้เรียวไป จนสามารถโค้งปลายทั้งสองข้างเป็นครึ่งวงรี ผูกติดกับแกนกลางและส่วนล่าง ปะด้วยกระดาษว่าวตามสีที่ต้องการ หรือจะระบายสีด้วยก็ได้ ส่วนหางใช้กระดาษย่นปะติดกันให้ยาวพอประมาณ ไม่มีหลักเกณฑ์ว่าต้องยาวเท่าใด ว่าวงูไม่ต้องใช้ฝีมือในการเล่น ทำผิดถูกอย่างไร ขอให้หางยาวเข้าไว้ ขึ้นได้ง่ายๆ

การเล่นว่าวเป็นศาสตร์และศิลป์ ไม่ใช่ว่าเด็กทุกคนจะเอาว่าวขึ้นสู่อากาศเบื้องบนได้ทุกคน มักจะให้เด็กโตช่วยสอน เรื่องดึงเชือก ผ่อนเชือกอย่างไรให้ว่าวขึ้นสู่ลมบน อันที่จริง ความสนุกของการเล่นว่าวอยู่ที่การชักอย่างไรให้ว่าวติดลมบน เมื่อว่าวที่โยงด้วยสายว่าวอันยาวเหยียดลอยเด่นบนท้องฟ้าแล้ว จะผูกปลายด้ายไว้กับต้นไม้ หรือเสาเรือน คอยชื่นชมว่าวที่ลอยอยู่ข้างบน


เพื่อความออกรสชาติ หรือไม่มีอะไรทำเมื่อว่าวขึ้นแล้ว จึงหาวิธีสู้กัน ส่วนหนึ่งของสายว่าวจึงต้องเคลือบเศษแก้วป่นที่ส่วนต่อจากคอซุงของว่าว เมื่อกระตุกว่าวให้ส่วนที่เคลือบไปสีกับสายว่าวตัวอื่น จะทำให้ขาดลอยได้ "ว่าวขาดลอย" จึงเป็นที่หมายปองของเด็กๆ ใครเก็บได้ หากไม่มีเจ้าของมาตาม ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เก็บได้ ผมเคยได้ว่าวอีลุ้มขาดลอยขนาดใหญ่มากสูงเมตรกว่าๆ ขึ้นติดลมบนได้ง่ายมาก จึงได้ความรู้อีกอย่างว่า ว่าวยิ่งตัวใหญ่ยิ่งขึ้นง่าย

เด็กๆสมัยนี้มักจะอุดอู้อยู่กับการเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ ไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน ไม่รู้จักลมว่าวหรือการเล่นว่าว นี่เขาจะรู้หรือไม่ว่าการเล่นว่าวนั้น เป็นความสนุกสุดยอดของเด็กๆสมัยก่อน ผู้ที่ไม่ได้สัมผัสจริงๆมักจินตนาการแบบผิดๆ จนเข้าใจกันไปคนละเรื่อง


Create Date : 10 มีนาคม 2553
Last Update : 14 เมษายน 2555 21:26:29 น. 42 comments
Counter : 6178 Pageviews.

 
บล็อกของคุณอิมวันนี้ ถูกใจผมยิ่งนัก

เด็กทางภาคกลาง เล่นว่าวกันหน้าร้อน ช่างเข้ากั๊นเข้ากัน

เพราะลมว่าวพัดช่วยให้คลายร้อนลงได้มาก

ยังชักนำให้เด็ก ๆ ได้เพลิดเพลินกับการละเล่นที่แสนสนุกที่ไม่อาจหาได้ในฤดูกาลอื่น

แต่ทางภาคอิสานกลับตรงข้าม

จากสภาพภูมิอากาศที่ผิดแผกไป ทำให้พวกเราจะเล่นว่าวได้เฉพาะในฤดูหนาว

อาศัยลมหนาว หรือลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ

ที่จะพัดเอาความหนาวเข้ามากรีดผิว

เป็นสื่อในการชักให้ว่าวหลากสีสันล่องลอยกินลมอยู่บนฟากฟ้ากว้าง

แต่ลมหนาวนี่ พัด ๆ หยุด ๆ ไม่สม่ำเสมอเหมือนลมว่าว

ว่าวทางภาคนี้จึุงจำเพาะเจาะจงว่าตัวต้องใหญ่ หางต้องยาว

ไม่งั้นชักไม่ค่อยขึ้น

แต่ถ้าขึ้นติดลมบนแล้ว ผูกเชือกทิ้งไว้ข้ามคืนได้สบาย ๆ

เมื่อว่าวตัวใหญ่ สร้างยาก ต้นทุนสูง

ก็เลยไม่นิยมเอาว่าวมาสู้กัน มีแต่จะประกวดประชันกันเรื่องว่าวใครกินลมได้สูงกว่ากัน

นับเป็นแง่มุมที่แปลกแตกต่างจากทางภาคกลางค่อนข้างมาก

แต่ไม่ว่าจะเป็นว่าวของภาคใด

แปลกอยู่อย่างคือ เด็กผู้หญิงไม่ค่อยเล่นว่าว

จะว่าเป็นเพราะสรีระของเจ้าหล่อนไม่สอดคล้องก็ไม่น่าจะใช่

ทีเล่นวิ่งตี่จับ เจ้าหล่อนก็เล่นได้ดีกว่าผู้ชายเสียด้วยซ้ำ

จึงต้องโทษผู้ใหญ่ หรือไม่ก็อาจต้องโทษไปถึงภาษาไทยของพ่อขุนโน่นเชียว

ก็คำว่า "ชัก..."

มันมีความหมายเป็นนัยซ่อนเร้นอยู่

อาจเป็นเหตุผลสำคัญ ที่ทำให้เด็กผู้หญิงไม่นิยมเล่นว่าวก็เป็นได้

สันนิษฐานเอาเองแบบไร้เหตุผลอื่นรองรับ

ใครรู้จริง รู้แน่

ช่วยเฉลยทีครับ...


โดย: ลุงแว่น วันที่: 10 มีนาคม 2553 เวลา:7:17:19 น.  

 
กล่องคอมเม้นต์นี่ มันช่างดัดจริตเสียจริง

คำว่า ชัก... มันไม่ยอมให้ผ่าน

หาว่าเ็ป็นคำไม่สุภาพ

ก็เลยต้องใส่ ... ไว้ในฐานที่เข้าใจกันเอง


โดย: ลุงแว่น วันที่: 10 มีนาคม 2553 เวลา:7:19:43 น.  

 



สังเวียนคน

ตอน 13 คืนหนึ่งที่เถียงนา




ฉากเลิฟซีนเ็ล็ก ๆ ในเถียงนาร้างกลางทุ่ง

จะโรแมนติคแค่ไหน และสำคัญต่อชีวิตไอ้ตงอย่างไร

คงต้องไปพิสูจน์กันให้รู้ดำรู้แดงแล้วละครับ...




โดย: ลุงแว่น วันที่: 10 มีนาคม 2553 เวลา:7:40:32 น.  

 
ใกล้ถึงหน้าเล่นว่าวแล้วสินะ


โดย: ตติตา วันที่: 10 มีนาคม 2553 เวลา:8:44:38 น.  

 
พอเห็นบล็อกนี้ก็รู้สึกว่า...อา...จะถึงหน้าร้อนแล้วสินะ...

ชอบคำว่า ลมว่าวมาแล้ว...มันให้อารมณ์และบรรยากาศที่ดีของคนไทยในฤดูกาลนี้

อ่านเรื่องราวแล้วนึกถึงอดีต

ว่าวงู นี่ก็ชอบดู...ว่าที่จขบ.พูดถึง นักล่ารู้สึกสนิทสนมไปหมด

สมัยเด็กๆอยู่ใต้ เคยเล่นว่าว และดูพี่ๆน้องๆเล่น

แต่เล่นช่วงหน้าหนาวค่ะ

.........

ป.ล.มีน้ำตกมาใหม่ค่ะ


โดย: นักล่าน้ำตก IP: 203.144.144.164 วันที่: 10 มีนาคม 2553 เวลา:12:11:36 น.  

 
คุณอิมเชื่อไหม แค่ผมอ่านเมนท์แรกไป 3 บันทัด ผมยังทายถูกเลยว่าเป็นของลุงแว่น แต่คุณอิมครับ ผมยอมรับเลยว่าสมัยเด็กๆผมไม่เคยเล่นว่าว เพราะบ้านผม ชัยภูมิไม่เหมาะที่จะเล่นว่าว เนื่องจากเป็นป่าเขาเสียส่วนใหญ่ หาทุ่งนาหรือทุ่งกว้างๆทำยายาก เล่นเป็นแต่ตีโหม้งตอ ที่คุณอิมเข้าไปอ่านนั่นแหละ แต่ยอมรับนะครับว่าเห็นเขาชักแล้วอยากชักบ้าง

ขำลุงแว่นครับ ที่บอกว่ากล่องคอมเมนต์ดัดจริต ที่ไม่ให้ผ่านคำว่าชัก... เอางี้ซิครับ เปลี่ยนเป็น "รูดไข่" อยากรู้เหมือนกัน ว่ามันจะผ่านให้มั้ย...

ขอบคุณครับ ที่นำเรื่องดี ภาพสวยๆมาให้ชมกัน


โดย: ปลายแป้นพิมพ์ วันที่: 10 มีนาคม 2553 เวลา:16:03:41 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่


อินเดียดูเหมือนจะยากจนและกันดาร
แต่เมืองที่ผมไป
น้ำท่าเค้าอุดมสมบูรณ์กว่าบ้านเราเยอะเลยนะครับ
การเพาะปลูกพืชไร่ก็ทำออกมาได้ดี น่าทานและปลอดสารพิษครับ








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 มีนาคม 2553 เวลา:5:34:10 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
ตอนเด็กจำได้ว่าคุณตาทำว่าวให้เล่น คิดถึงสมัยเด็กๆจังเลย คุณimสบายดีนะคะ


โดย: เกศสุริยง วันที่: 11 มีนาคม 2553 เวลา:8:38:59 น.  

 
พอมีประสบการณ์เล็กน้อยนะคะกับการเล่นว่าวในหน้าร้อนมีความรู้สึกว่าไม่ใช่ของง่าย แต่ตอนที่ว่าวลอยขึ้นไปแล้ว เกิดความสุขใจอย่างบอกไม่ถูกค่ะ.....พี่อิมชำนาญมากเลยนะคะ ถึงกับทำเองอย่างนี้เรียกว่าเซียนแล้ว เด็กสมัยนี้....อาจจะไม่มีพื้นที่เล่นว่าวมากนักมั้งคะ โดยเฉพาะถ้าอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่น่ะค่ะ


โดย: popang (popang ) วันที่: 11 มีนาคม 2553 เวลา:8:52:56 น.  

 
หวัดดีค่ะ คุณ IM

เห็นภาพว่าวสีสด ท้องฟ้าสีสวยคิดถึงเมืองไทยจังเลยค่ะ หน้าว่าวแล้วหรือเนี่ย

เคยดูหนังที่เกี่ยวกับการทำว่าวไว้ต่อสู้ ความตั้งใจของเซียนในการเอาเชือกว่าวมาทากาวแล้วนำไปชุบเศษแก้วแตก ๆ อีกที กลายเป็นอาวุธที่ใช้ในการฆ่าว่าวของคู่ต่อสู้ มันเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์เลยนะคะ

เห็นว่าวในบล็อกคุณ IM แล้ว นึกอยากซื้อว่าวสวย ๆ มาปักรับลม คงสวยพิลึกละ


โดย: Oops! a daisy วันที่: 11 มีนาคม 2553 เวลา:21:47:31 น.  

 

Glitter Graphics - GlitterLive.com

แวะมาทักทายคุณimก่อนไปนอนค่ะ


โดย: เกศสุริยง วันที่: 11 มีนาคม 2553 เวลา:23:22:52 น.  

 



สังเวียนคน

ตอน 14. ธนูมือ



อะไรคือธนูมือ ? มีความสำคัญกับวงการหมัดมวยอยางไร?

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับไอ้ตงด้วย

คงต้องไปติดตามเสียแล้ว...






โดย: ลุงแว่น วันที่: 12 มีนาคม 2553 เวลา:6:50:33 น.  

 
อ่านแล้วได้สีสันงดงามของฤดูร้อนเลยละค่ะ
คิดถึงเวลาที่ได้วิ่งไปในที่โล่งกว้าง เท่าที่แรงขาเล็กๆสั้นๆของเด็กๆจะทำได้

ครั้งสุดท้ายที่ได้เล่นว่าวคือตอนเรียนปีสี่ ขึ้นไปบนดาดฟ้าตึกกลางเมือง ลมเย็นชื่นใจ
หลังจากนั้นก็ได้แต่ดูเด็กๆเล่นแล้วค่ะ


โดย: HoneyLemonSoda วันที่: 12 มีนาคม 2553 เวลา:14:44:29 น.  

 
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=mylovepopang&month=03-2010&group=16&date=12&gblog=89

เอาข้าวเหนียวมะม่วง...อาหารของความทรงจำมาฝากพี่อิมค่ะ


โดย: โปแป้ง (popang ) วันที่: 12 มีนาคม 2553 เวลา:17:44:15 น.  

 
นึกถึงวัยเด็กที่ต่างจังหวัดครับ เคยทำว่าวกับเพื่อน แต่ส่วนใหญ่ เป็นฝ่ายนั่งเชียร์ เพราะไม่เคยมีประสบการณ์เล่นว่าว

ว่าวที่เพื่อนทำเสร็จ ชักก็ขึ้น แต่เอียงๆ ก็ต้องผูกพู่เพิ่มขึ้น ให้ไม่เอียง

แต่สุดท้ายเพื่อนก็ทำใหม่ ทำเสร็จ เล่นได้สองสามวัน ตกแล้วชำรุด

ก็ต้องทำใหม่อีก

ทุกครั้งที่เพื่อนทำ ผมก็จะนั่งดู ทำเสร็จ ก็จะเป็นคนช่วยส่งว่าว

อุ อุ ประสบการณ์เล่นว่าว ที่ไม่ค่อยถนัดแต่ก็ยังจำได้

โชคร้าย เพื่อนคนนี้เสียชีวิต ขณะนั่งรถไฟไปกรุงเทพ แล้วยื่นตัวออกไปนอกรถไฟด้วยความสนุก แล้วเกิดอุบัติเหตุ ตัวกระแทกกับสะพานรถไฟข้ามคลอง


โดย: yyswim วันที่: 12 มีนาคม 2553 เวลา:22:41:18 น.  

 
bonjour
สวัสดีค่ะทุกท่าน
เคยเล่นว่าวตอนเด็กกับพี่ชายค่ะ พี่ชายของความสุขของนิ้วน้อยจะทิ้งว่าวค้างวันไว้เป็นวันๆเลยค่ะ พอกลับมาจากโรงเรียนถึงบ้านเราต้องออกไปดูว่าว่าวยังอยู่มั๊ย สนุกมาก
คุณอิมสบายดีนะคะ ไม่ได้มาเยี่ยมนานเลย

ความสุขของนิ้วน้อยแวะเอาหนมมาฝากด้วยคร้า


โดย: ตู่อยู่ไไไกล (ความสุขของนิ้วน้อย ) วันที่: 12 มีนาคม 2553 เวลา:22:57:17 น.  

 
ตอนเด็กสนุกมากครับ เล่นว่าว ทั้งซื้อและทำเอง มั่ว ๆ ลองผิดลองถูก

ตอนนั้นทำกับกระดาษหนังสือพิมพ์หนักไป ทำเสร็จว่าวไม่ลอย อิอิ



โดย: c (chaiwatmsu ) วันที่: 13 มีนาคม 2553 เวลา:2:18:43 น.  

 
คุณ yyswim พูดถึงเพื่อนที่นั่งรถไฟแล้วชะโงกหน้าต่าง
การรถไฟเขามีโปสเตอร์เตือนไว้



โดย: Insignia_Museum วันที่: 13 มีนาคม 2553 เวลา:9:40:31 น.  

 

สังเวียนคน

ตอน 15 ขุนเข่าไร้น้ำใจ




งานนี้ไอ้ตงเจอศึกหนักที่สุดในชีวิต

ดูแล้วท่าจะแย่ ยังไงก็ช่วยไปเชียร์กันหน่อยครับ...


โดย: ลุงแว่น วันที่: 14 มีนาคม 2553 เวลา:7:07:52 น.  

 
คิดถึงตอนเด็ก ๆ จัง เพราะชอบเล่นว่าเหมือนกัน


โดย: ร้อยสิบกำลังสอง (piyanuta ) วันที่: 14 มีนาคม 2553 เวลา:11:29:23 น.  

 

Good morning...ค่ะ
ลมว่าวมาตอนปิดเทอมฤดูร้อน..
ได้ดู+เห็นว่าวหน้านี้
นึกถึงพ่อจังค่ะ...
พ่อเป็นเด็กศิลปากร และ โต๋เต๋ไม่ไกลจากที่เรียนนัก
มักพาเราลูกคนโต..มาขี่คอวิ่งเล่นว่าว
และปูเสื่อกินปลาหมึกย่างหอมๆจิ๋มน้ำจิ้มใส่ถั่วลิสงอร่อยๆ


Fadas






โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 15 มีนาคม 2553 เวลา:10:15:21 น.  

 
HipGlitter.Com
สวัสดีค่ะคุณim ช่วงนี้อากาศร้อน ประเทศก็ร้อน น่าเบื่อจัง คุณimสบายดีนะคะ


โดย: เกศสุริยง วันที่: 15 มีนาคม 2553 เวลา:13:32:35 น.  

 
มาชวนไปเที่ยวสถานีรถไฟค่ะ...


โดย: นักล่าน้ำตก IP: 115.67.37.51 วันที่: 15 มีนาคม 2553 เวลา:19:41:17 น.  

 

font color=red size=5>
สังเวียนคน

ตอน 16. เฮือกสุดท้าย





เฮือกสุดท้าย?

เฮือกสุดท้ายของใคร?

หรือว่าไอ้ตงจะแพ้เสียแล้ว....?


โดย: ลุงแว่น วันที่: 16 มีนาคม 2553 เวลา:6:53:50 น.  

 


สังเวียนคน

ตอน 16. เฮือกสุดท้าย





เฮือกสุดท้าย?

เฮือกสุดท้ายของใคร?

หรือว่าไอ้ตงจะแพ้เสียแล้ว....?


โดย: ลุงแว่น วันที่: 16 มีนาคม 2553 เวลา:6:54:26 น.  

 
สวัสดีค่ะ เห็นว่าวแล้วนึกถึงเมื่อเด็กๆ วิ่งซะหัวหกก้นขวิด มันก็ไม่ขึ้น ใส่หางแล้วก็ยังไม่ขึ้นอีก สุดท้ายก็ขอเป็นผู้ชมดีกว่า


โดย: ไผ่สวนตาล วันที่: 16 มีนาคม 2553 เวลา:13:52:01 น.  

 
สวัสดีคุณอิม

หน้าว่าวมาถึง ลุงนั่งทำงานวาดรูปการ์ตูนให้ครูที่หน้าบ้าน มีลมพัดมาช่วยคลายร้อน แถวบ้านลุงมีว่าวมาขายตามข้างถนน ญาติ ๆ กันเคยซื้อให้ลูกรู้สึกตกใจที่ราคามันหลักร้อย (สองสามร้อย) ทำด้วยผ้า ชักขึ้นก็ไม่สูง

ทำให้นึกถึงสมัยเด็ก พอหน้าว่าวลุงจะไปหาญาติผู้ใหญ่แกชื่อลุงดำ แค่เอ่ยปาก

"ลุงดำทำว่าวให้หน่อย"

แกก็จะทำให้ ว่าวที่ลุงดำทำขึ้นง่ายโดยไม่ต้องใส่หางและแม้ลมไม่ค่อยมีก็ขึ้น

ปรกติ ๆ เด็ก ๆ รุ่นลุงและลุงเองทำเป็นแต่ว่าวปักเป้า หรือ ว่าวเป้า ใส่หางเข้าใครทำก็ขึ้นทั้งนั้น


พออายุมากขึ้นลุงหัดทำว่าวไม่มีหาง โดยเอาสัดส่วนไปจากการ์ตูนของประยูร จรรยาวงศ์ ทำว่าวปักเป้าแบบไม่ใส่หาง ทำขึ้นดีแต่ไม่กี่นาทีว่าวขาดหายหมด มันกินลมหนักเกิน เคยทำให้ลูก ๆ เล่นเสมอ แต่อนิจจามารุ่นหลานไม่ค่อยมีใครเล่นว่าว เล่นแต่เกมคอมพิวเตอร์


เด็กรุ่นลุงทำของเล่นเอง ทำรถลากเล่นด้วยเปลือกส้มโอ พอฝนตกมีน้ำขังบึงหนอง ทำเรือใบด้วยกาบเปลือกมะพร้าว

เด็กรุ่นใหม่ทำของเล่นไม่เป็นสักอย่าง มีแต่ขอ ๆ เงิน ซื้อ ๆ ๆ

ตกลงใครเด็กสมัยไหนฉลาดกว่ากัน
บ้านเมืองจะอยู่ได้ไหมนี่ ฉลาดแบบนี้


โดย: ลุงบูลย์ (pantamuang ) วันที่: 16 มีนาคม 2553 เวลา:19:23:39 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่

นึกถึงอดีตขึ้นมาทันใดเลยครับ







โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 มีนาคม 2553 เวลา:8:18:15 น.  

 
ไม่รู้จะเป็นฤดูกาลลมว่าวรึเปล่า

วันนี้ฝนตกอะค่ะ..........

.................

มาเชิญไปเที่ยวน้ำตกนะคะคุณอิม


โดย: นักล่าน้ำตก วันที่: 17 มีนาคม 2553 เวลา:13:23:01 น.  

 
ขนุนผลไม้ ทุเรียนใช้ยาแช่ข้น เรื่องนี้ยังไม่เคยทราบมาก่อนครับ

ยังดีที่เปลือกทุเรียนหนา ยาอาจแทรกซึมไปไม่ถึงเนื้อ
แต่ใครจะรู้่ว่าเปลือกทุเรียนลูกไหนไม่รั่ว

คุณอิมครับ..

พอดีผมเข้าไปตอบเม้นท์ของลุงบูลย์ เห็นข้อความด้านบน

เป็นความจริงครับที่ทุเรียนหลังจากเก็บเกี่ยวแล้วเขาจะเอาแช่ในน้ำยาทั้งลูก เพื่อรักษาความสดไว้ให้ได้นานที่สุด ทั้งเปลือกนอก และเนื้อในต้องไม่เละ แต่เท่าที่ผมทราบ คนที่มาตัดทุเรียนสวนพี่สาวเล่าให้ฟัง แกบอกว่าอย่าซื้อทุเรียนที่ไม่รู้จักเจ้ากิน เขาแช่น้ำยาทั้งนั้น น้ำยาไม่ซึมไปทางเปลือกครับ เขาบอกว่ามันจะซึมเข้าไปทางก้านทุเรียนด้านบนนั่นละ เข้าไปสู่ไส้ในขาวๆตรงกลางระหว่างพูไงครับ

แตงโมก็เหมือนกัน มีคนมาเช่าที่ปลูก เขาจะเอามาให้กินช่วงมีดหลังๆ (หมายถึงตัดครั้งสุดท้าย) ตัดครั้งแรกเขาว่าอย่ากินเลย แตงโมมันดูดยาก้นหลุมเข้าไปไว้ในลูกเยอะ ฟังดูน่ากลัวนะครับ

มิน่า..เดี๋ยวนี้คนเรา โรคภัยไข้เจ็บเยอะ ไม่เหมือนสมัยรุ่นพ่อแม่ ที่อย่างดีก็ปวดเมื่อยตามเอว ตะโพก ยามล่วงสู่วัยชรา ประเภท หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน อะไรพวกนี้ ไม่เห็นคนสมัยก่อนเขาเป็นกันนะ จริงไหมครับ


โดย: ปลายแป้นพิมพ์ วันที่: 17 มีนาคม 2553 เวลา:14:46:35 น.  

 
สวัสดีคุณอิม

หนังสือของครูมีแปดแม่ แม่กมถึงแม่กบ ผมจะทยอยเอามาลงถ้าเป็นประโยชน์

ขอบคุณคุณตรินที่มายืนยันเรื่องทุเรียน เดี๋ยวนี้มันแย่ไปหมด คนหวังเงินลูกเดียว ใครเดือดช่างขอให้ข้าได้เงิน ปลูกผักฉีดพ่นยาเมื่อวานวันนี้เอามาขาย เพื่อนซื้อผักโยนให้เป็ด เป็ดกินตายต่อหน้าต่อตา


โดย: ลุงบูลย์ (pantamuang ) วันที่: 17 มีนาคม 2553 เวลา:20:21:45 น.  

 
ข้อมูลของคุณปลายแป้นพิมพ์มีประโยชน์กับผู้บริโภคมากครับ

ขอบคุณครับคุณลุงบูลย์ที่มาส่งข่าวครับ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 17 มีนาคม 2553 เวลา:20:53:58 น.  

 


สังเวียนคน

ตอน 17. สัญญาลูกผู้ชาย


(ตอนจบ)




และแล้ว เรื่องราวก็ดำเนินมาถึงฉากสุดท้ายครับ

เรื่องนี้จะลงเอยกันอย่างไร? ไอ้ตงจะได้พยอมเป็นเมียหรือไม่?

เชิญติดตามได้ครับ....



โดย: ลุงแว่น วันที่: 18 มีนาคม 2553 เวลา:6:41:07 น.  

 


ไปเยี่ยมชุมชน(ไทย-มุสลิม)โค้งทางรถไฟยมราช แขวงมหานาค มาค่ะ..





โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 18 มีนาคม 2553 เวลา:10:09:28 น.  

 
อ่านแล้วคิดถึงสมัยก่อนค่ะ หาที่เล่นสบายเลย เดี๋ยวนี้หาที่เล่นยาก มีที่เล่นก็ไม่กล้าไปเพราะเปลี่ยวเกิน อ่านแล้วรู้สึกดีจังค่ะ


โดย: แม่น้องกะบูน วันที่: 18 มีนาคม 2553 เวลา:20:06:32 น.  

 
คุณอิมคะ

ไปนั่งร้านกาแฟกันค่ะ...


โดย: นักล่าน้ำตก วันที่: 18 มีนาคม 2553 เวลา:21:38:46 น.  

 
ลูกชายชอบเล่นว่าวค่ะ ชวนแม่ออกไปชักว่าวด้วยตอนเย็น แตแม่จะชักดิ้นชักงอเอา เพราะปล่อยให้ว่าวเขาลอยไม่ขึ้น (ความผิดของใครหรือของอะไรนะเนีย?)

ถ้าบ้านอยู่ใกล้กัน คงชวนเขามาหาให้สอนวิธีทำว่าวให้ซักหน่อยแล้วนะคะเนี่ย


โดย: kangsadal วันที่: 19 มีนาคม 2553 เวลา:13:00:49 น.  

 
'วัสดีค่ะ
เมื่อกี้เขียนคอมเม้นท์ เขาบอกว่ามีคำไม่เหมาะสมต้องรอเจ้าของบล็อกพิจารณาก่อน ออกจะงง ๆ อยู่ หึ หึ

เอาเป็นว่า แวะมาทักทายก็แล้วกันค่ะ


โดย: kangsadal วันที่: 19 มีนาคม 2553 เวลา:13:02:35 น.  

 
อ่านแล้วนึกถึงสมัยเด็ก ผมยังทันเรื่องการทำว่าวเอง และเอาออกไปวิ่งในสวนหลังบ้าน บางทีว่าวธรรมดาของเราก็จะถูกว่าวแต่งเด็กเกเร ตัดขาดกลางอากาศไป

แต่ก่อนหน้าร้อนคนไปเล่นที่สนามหลวงกันเยอะมาก ผมเห้นข่าวเทศกาลว่าวนานาชาติ จริงๆ ก้ออยากไปดูเหมือนกัน แต่ติดงานซะก่อน


โดย: dj booboo วันที่: 19 มีนาคม 2553 เวลา:16:58:46 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
สวัสดียามค่ำค่ะคุณim วันนี้ครูเกศยุ่งๆๆๆๆทั้งวันเลยเพิ่งจะเปิดคอมนี่แหละค่ะ อากาศที่อ่างทองร้อนๆๆๆเสียจนจะแทบจะระเบิดอยู่แล้ว คุณimสบายดีนะคะ


โดย: เกศสุริยง วันที่: 19 มีนาคม 2553 เวลา:21:18:40 น.  

 
คงจะไม่ได้พักหรอกค่ะเพราะว่าวันที่๒๓ครูเกสรับจัดขบวนอยุธยาโบราณเอาไว้เสื้อผ้าของพระสุพรรณกัลยา.พระวิสุทธฺ๋และพระสุริโยทัยยังไม่เสร็จเลยค่ะคุณim พรุ่งนี้ต้องเสี่ยงเข้ากรุงเทพเพราะต้องการของที่จำเป้นจากพาหุรัด เบื่อการชุมนุมจริงๆค่ะ อะไรก้ติดขัดไปเสียหมด


โดย: เกศสุริยง วันที่: 19 มีนาคม 2553 เวลา:22:06:40 น.  

 
สวัสดีตอนเช้าค่ะ

เพิ่งรู้เหตุผล และพอดีอ่านเจอของคุณลุงแว่นในคอมเม้นท์แรก (ตอนแรกอ่านแต่เรื่องไม่ได้อ่านคอมเม้นท์ของใคร) ขำกลิ้งเลย..เหอะ เหอะ

เรื่องนี้ชวนให้คิดถึงการมีเครื่องตรวจสอบ "อัตโนมัติ" จะว่าไปก็ดีอยู่นะคะ เพราะช่วยกรองอะไรให้บางอย่าง แต่สุดท้ายแล้วคนตัดสินก็อยู่ที่ "คน" นั่นเอง

เหมือนอะไรหลายอย่างในโลกนี้..
แต่จะว่าไป "คน" นี่ก็เชื่อถือไม่ได้ "ทุกคน" เนอะ
:P



โดย: กังสดาล IP: 125.25.234.118 วันที่: 20 มีนาคม 2553 เวลา:6:51:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Insignia_Museum
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 56 คน [?]




ความตั้งใจในการทำบล็อกเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เริ่มต้นด้วยการเขียนถึงถิ่นที่อยู่ในวัยเด็ก ต่อมาเป็นเรื่องเครื่องหมายต่างๆ เรื่องศิลปะ ภาพถ่ายในยุคก่อนๆ อาหารการกิน และอะไรต่อมิอะไรที่ประสบพบเห็น สนใจอะไรขึ้นมาก็อยากรู้ให้มากขึ้น กลุ่มเนื้อหาจึงแตกแขนงไปเรื่อยๆ
New Comments
Friends' blogs
[Add Insignia_Museum's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.