Group Blog
 
<<
กันยายน 2554
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
10 กันยายน 2554
 
All Blogs
 
น้ำท่วมยุคโน้นไม่เหมือนยุคนี้



ผมรู้จักน้ำท่วมมาตั้งแต่เด็ก ทุกปีเรือกสวนไร่นาไม่มีเหลือ คงเหลือแต่คันดินรอบขนัดสวนเท่านั้นที่มีต้นไม้ทนน้ำรอดมาได้ น้ำท่วมเป็นบริเวณกว้างสุดลูกหูลูกตา ปริมาณน้ำท่วมแต่ละปีมักไม่แตกต่างกัน ท่วมเกือบถึงชานเรือน อย่างมากก็ห่างกันแค่ฝ่ามือเดียว ท่วมแบบมีวินัย ไม่เคยท่วมจนอยู่ไม่ได้

ดำเนินสะดวกเป็นพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำแม่กลอง ต้นสายแม่น้ำคือแควน้อย แควใหญ่จากกาญจนบุรี เมื่อถึงฤดูน้ำหลากราวเดือนแปด น้ำจะพาตะกอนดินพร้อมด้วยสารอินทรีย์ปนมากับน้ำขุ่นคลัก มันออกสีน้ำตาลแดง ไหลไปตามลำคลอง ซอกเล็กซอยน้อย สวนผักของชาวบ้านต้องหยุดกิจกรรมทั้งหมด เปิดให้น้ำไหลเข้าแต่โดยดี ไม่เช่นนั้นคันดินจะพัง ซ่อมให้เหมือนเดิมก็ยาก

นอกจากน้ำหลากจะพาปลาแม่น้ำสารพัดชนิดเข้ามาถึงหัวบันไดบ้านแล้ว ยังกวาดข้าวของชาวบ้านริมคลองลอยมากับสายน้ำ เหมือนกองขยะ ผสมปนเปมากับผักตบชวาที่ลอยเท้งเต้งผ่านหน้าบ้านไปอย่างรวดเร็ว เด็กๆมักจะจ้องมองสิ่งของที่มีสีเขียวๆ แดงๆในนั้น ของที่ทำด้วยพลาสติคยังไม่มากอย่างทุกวันนี้ จึงเป็นที่สนใจของเด็กๆ เช่น ของเล่นดีบ้าง ชำรุดบ้าง ที่ชอบมากคือตัวสัตว์หรือตัวการ์ตูน แต่ที่เราไม่กล้าเก็บแล้วปล่อยให้ลอยไปเร็วๆ เห็นที่จะเป็นพวกเครื่องเส้นผี ที่ทำด้วยกาบกล้วยคล้ายกระทง มักเป็นรูปสีเหลี่ยม มีกับข้าว ขนมนมเนย ธูปปักในนั้น

ผักลอยน้ำนี่ก็น่าสนใจ ที่มีมากเห็นทีจะเป็นผักตบชวา จะมีรากห้อยอยู่ใต้ผิวน้ำ ในนั้นเป็นที่อยู่อาศัยของสารพัดสัตว์ มีทั้งลูกปู ลูกกุ้ง แมงกระชอน และตัวอะไรต่อมิอะไรที่ไม่รู้จักชื่ออีกมาก เด็กๆจะใช้กระจาดที่สานด้วยไม้ไผ่ช้อนพืชลอยน้ำพวกนี้ จับส่วนบนเขย่าๆแล้วยกผักออก จะมีสัตว์ตัวน้อยๆกระโดดกันหยองแหยง ทำแบบนี้เพื่อความสนุกมากกว่า หรือไม่ก็เอาลูกกุ้งไปตกปลา



ก่อนถึงฤดูน้ำหลาก ชาวบ้านริมคลองเริ่มทำยอ เอาไว้ยกปลาที่มากับน้ำ ชุกชุมมาก ใครมีทุนหนาก็จะทำยอเสียใหญ่โต กินอาณาบริเวณเกือบเต็มคลอง ครอบครัวที่เบี้ยน้อยหอยน้อยก็ทำแบบเล็กๆ พอได้ปลามาทำกับข้าว ที่บ้านผม ยกยอได้ปลามากกินกันไม่ทัน ต้องเอาไปหมักทำน้ำปลาเก็บไว้กินนานๆ น้ำปลาที่ได้จากปลาน้ำจืดจะมีกลิ่นคาวมาก หรือว่าเคยชินกันน้ำเกลือผสมสีใส่ขวด พอเจอน้ำปลาแท้ๆก็รับไม่ได้

เมื่อปริมาณน้ำขึ้นมาได้ในระดับที่ชาวบ้านคิดว่าจะไม่สูงกว่านั้น น้ำจะเริ่มใสขึ้น ตะกอนขุ่นข้นเริ่มตกลงไปในพื้นดิน ในร่องสวน สารอินทรีย์ที่มากับน้ำจึงเป็นปุ๋ยชั้นยอดสำหรับพืชผักในการทำสวนครั้งต่อไป เมื่อน้ำท่วมได้ระดับหนึ่งจะค้างอยู่อย่างนั้นนับเดือน น้ำใสถึงใสมากราวกับน้ำในสระว่ายน้ำ เด็กๆได้เล่นน้ำกันสนุกสนาน ทุกคนต้องว่ายน้ำเป็นตั้งแต่อายุ 5-6 ขวบ เพราะพ้นจากชานบ้านไปแล้ว หมดสิทธิ์ยืนถึง น้ำลึกเกินไป

สัตว์ตัวเล็กตัวน้อยที่อยู่ในดินหนีน้ำขึ้นไปบนต้นไม้ หรือในบ้าน แต่พวกเราไม่เคยได้รับอันตรายจากสัตว์เหล่านี้มากนัก อย่างพวกตะขาบ แมงป่อง มดแดง เคยแต่โดนต่อยพอได้รับรสถึงความเจ็บปวดอยู่บ้าง แต่ไม่บ่อยนัก



ในยุคนั้น พันธุ์มะม่วงเป็นผลไม้ที่ขึ้นชื่อของดำเนินฯ ใครๆก็รู้จัก อย่างอกร่อง ทองดำ น้ำดอกไม้ หนังกลางวัน ไม่มีดินแดนในแถบถิ่นไหนให้ผลผลิตและรสชาติสู้ดำเนินฯได้ ถึงเดี๋ยวนี้ก็เถอะ ร้านข้าวเหนียวมะม่วงชื่อดังใน กทม.ยังต้องรอมะม่วงอกร่องจากดำเนินฯ

เมื่อเขื่อนขนาดใหญ่สร้างขึ้นที่ต้นน้ำราว 30 กว่าปีมาแล้ว น้ำก็ไม่เคยท่วมอีกเลย ผมไม่แน่ใจว่าชาวสวนสมัยนั้นจะชอบน้ำท่วมกันหรือไม่ เป็นวิถีของธรรมชาติที่ต้องปรับตัวปรับใจยอมรับ รู้แต่ว่าการที่น้ำท่วมหายไปเด็กๆไม่ชอบแน่ ที่ร้ายกว่านั้น ต้นไม้ใหญ่ๆที่ยืนยงมาหลายสิบปี อย่างต้นมะม่วง มะพร้าว เริ่มมีโรค เน่าบ้าง ยืนต้นตายบ้าง โดนสัตว์ไม่ทราบชนิดกัดกินรากบ้าง จนมะม่วงพันธุ์ดีที่เคยโด่งดังแทบสูญหายไป ที่เหลืออยู่มาถึงวันนี้ ดูเหมือนจะไม่น่ากินเหมือนเมื่อก่อน

ผมคิดว่าชาวสวนคงอาลัยน้ำท่วมอยู่ไม่น้อย เพราะเห็นหลายสวน พอถึงเดือน 7-8 แม้ไม่มีน้ำท่วมอีกแล้ว เขาพากันสูบน้ำเข้าสวน ให้น้ำท่วมร่อง เลียนแบบธรรมชาติ หวังว่าจะได้ดินสวนที่อุดมสมบูรณ์เหมือนเมื่อก่อน นั่นคงไม่เหมือนเดิมแล้ว ที่ได้ประโยชน์คงมีอยู่เรื่องเดียวคือสัตว์ตัวเล็กๆต้องวิ่งกันหาที่อยู่ใหม่กันจ้าละหวั่น ได้แค่นั้นเอง


Create Date : 10 กันยายน 2554
Last Update : 10 กันยายน 2554 10:20:10 น. 11 comments
Counter : 2845 Pageviews.

 
นั่นซินะคะ ไม่รู้ว่ามีเขื่อนกับไม่มีนี่อันไหนจะดีกว่ากัน

ที่บ้านเชียงใหม่ก็ท่วมทุกปี ปีละครั้งสองครั้ง วันสองวันก็หมด

เดี๋ยวนี้ท่วมปีละหลายครั้ง ความเจริญมันไปสะกัดทางน้ำไหลค่ะ



โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 10 กันยายน 2554 เวลา:15:39:59 น.  

 

 
คนก็ทำทาง........จนลืมไปว่าน้ำก็ต้องมีทางเดินเหมือนกัน แล้วก็มากองอยู่ด้วยกันนี่แหละ


โดย: อันต้า วันที่: 11 กันยายน 2554 เวลา:11:39:18 น.  

 
สิ่งที่แตกต่างของน้ำท่วมสมัยก่อนกับปัจจุบันก็คือปัจจุบันมีความน่ากลัวมากขึ้นเพราะมนุษย์ทำร้ายธรรมชาติไปเยอะเหลือเกิน และมีความรุนแรงมากขึ้น

แสดงว่าเตรียมจอง "สี่แผ่นดิน" ไปแล้วใช่มั้ยคะ ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะได้ดูหรือเปล่าค่ะ


โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 11 กันยายน 2554 เวลา:17:16:15 น.  

 


มาเยี่ยมชม มาทักทายครับ

มาอ่านเรื่องราวในบล็อกนี้แล้วก็ได้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องราวในอดีตดีพอสมควรเลยครับ

ผมจำได้ว่า ...

ในสมัยที่ผมเป็นเด็กเล็กมาก ๆ น้ำท่วมใหญ่กรุงเทพฯ ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2526 ครับ ตอนนั้นหยุดกันหมดทั้งกรุงเทพฯ เลยครับ โรงเรียนก็หยุด ราชการก็หยุด บริษัทต่าง ๆ ก็น่าจะหยุดงานนะครับ เพราะผมจำได้ว่าน้ำท่วมอยู่นานกว่า 1 สัปดาห์ รถเมล์หยุดวิ่ง คนไม่ได้ไปทำงานแล้วไฟก็ดับหลายวัน ไม่มีหนังสือพิมพ์อ่านเพราะว่าน้ำท่วมมาส่งให้ไม่ได้ ไฟดับก็ไม่มีทีวีดู ตอนนั้นบ้านผมอยู่ชานเมืองด้วยเลยเหมือนโดนตัดขาดจากโลกภายนอกเลยครับ ครั้งนั้นน่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่กรุงเทพฯโดนน้ำท่วมหนักจริง ๆ ครับ

แล้วหลังจากนั้นอีกไม่กี่ปี กรุงเทพฯ ก็มีผู้ว่าราชการคนใหม่ที่ชื่อ พลตรีจำลอง ศรีเมือง แล้วนายหลวงท่านก็เรียกผู้ว่าฯ ไปเข้าเฝ้า หลังจากนั้นกรุงเทพฯ ก็ไม่เคยเจอปัญหาน้ำท่วมหนักอีกเลยจนถึงทุกวันนี้ครับ

ผมคิดว่า ... ทุกวันนี้ที่คนกรุงเทพฯ อยู่กันอย่างสบาย โดยไม่โดนน้ำท่วม ก็เป็นเพราะบารมีของนายหลวงฯ ครับ

ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญครับ

(เฮ้ย ... จากบล็อกเรื่องน้ำท่วม ... ไหนคอมเม้นท์กลายเป็นบล็อกเทิดพระเกียรติไปได้หว่า?)

อิอิ


โดย: อาคุงกล่อง วันที่: 11 กันยายน 2554 เวลา:22:45:20 น.  

 

ว่าแล้วผมก็โหวตให้บล็อกนี้เป็น Topical Blog ประจำวันของผมเลยครับ

อิอิ


โดย: อาคุงกล่อง วันที่: 11 กันยายน 2554 เวลา:22:46:47 น.  

 
น้ำท่วมสมัยก่อนไม่ลำบากอย่างเดี๋ยวนี้ อย่างน้อย แม่น้ำลำคลองก็เยอะกว่า มีทางระบายน้ำได้ แล้วบ้านเรือนก็สร้างเข้ากับสภาพอากาศ

ชอบที่คุณIMพูดว่า สมัยก่อนน้ำท่วมแบบมีวินัย คงเพราะโลกยุคใหม่ไร้ระเบียบมากขึ้น น้ำท่วมก็เลยปรับตัวตาม อิ อิ


โดย: haiku วันที่: 11 กันยายน 2554 เวลา:23:43:00 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ค่ะ..

"ชาวเมืองเห็นผีเสื้อบอกว่าสวยงาม น่ามอง
แต่ชาวสวนเห็นผีเสื้อจะบอกว่าหนอนเริ่มมาแล้ว
ยินดีที่แวะมาทักทายกันครับ"

ไม่ใช่ชาวสวนอย่างเดียวหรอกค่ะที่โดนหนอนผีเสื้อเล่นงาน ที่บ้านใบ กล้วยไม้ฟาแลน หายไปในพริบตาเลยค่ะ..^^




โดย: Lika ka วันที่: 12 กันยายน 2554 เวลา:7:42:45 น.  

 
เมื่อวานเพิ่งไปทางพัทยา เห็นน้ำที่ทะลักลงเขามาสู่เมืองแบบเต็มๆตาเป็นครั้งแรกค่ะพี่อิม น่ากลัวและน่าตกใจมาก อดคิดไม่ได้ว่า เพราะไม่มีป่าหรือเพราะตัดป่าทำหมู่บ้านกันหมดแล้ว
น้ำสมัยก่อนคงท่วมไม่น้อยกว่านี้นะคะ แต่มันมีทางลงห้วยหนองคลองบึง ตอนนี้ทางน้ำไหลลงน้อยลงก็ท่วมบ้านคนเป็นธรรมดา...บ้านไทยภาคกลางสมัยก่อนจึงเป็นบ้านใต้ถุนสูงเพราะเหตุฉะนี้...การแก้ไขถมถนนสูงขึ้นเรื่อยๆนั้นเป็นการแก้ปัญหาปลายทาง ( ความเห็นส่วนตัว )น่าจะปรับวิถีการดำเนินชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติค่ะ


โดย: popang (popang ) วันที่: 12 กันยายน 2554 เวลา:8:39:21 น.  

 
แวะมาอ่านเรื่องน้ำท่วมของคุณอิม ได้ข้อคิดค่ะ บ้านเมืองเปลี่ยนไปก็จริงอยู่ แต่อยากทราบว่าที่ท่วมหนัก ๆ ตอนนี้เป็นเพราะว่าฝนตกหนักกว่าที่เคยเป็นหรือเปล่าด้วยน่ะค่ะ อยากจะทราบจากคุณอิมว่าฝนเคยมากขนาดนี้หรือเปล่า เท่าที่สดใสพอจำได้คือไม่เคยตกถึ่และนานขนาดนี้ด้วยค่ะ

สดใสก็ชอบและเสียดายบรรยากาศน้ำท่วมแบบเก่า ๆ ที่คุณอิมเล่า ดูเหมือนไม่มีใครเดือดร้อนเท่าไร มีการปรับตัวกันไปตามสภาพ เพราะปล่อยให้น้ำไหลไปตามทางไม่มีการกั้นขวางทางน้ำ น้ำก็ลดเร็ว พอมีเขื่อนกักน้ำจนเต็ม เวลาปล่อยน้ำลงจากที่สูงที่ละมาก ๆ น้ำก็เลยแรงทำลายบ้านเรือนเสียหายมากกว่าการไม่มีเขื่อน สดใสก็เห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเขื่อนนี่แหละที่ปล่อยน้ำทะลักทำลายบ้านเรือน ลำพังฝนตกหนักถี่แค่ไหนถ้าปล่อยไหลไปเรื่อย ๆ ก็ไม่น่าจะเสียหายมากขนาดนี้ และการตัดไม้ทำลายป่าก็เป็นเหตุให้ดินโคลนถล่ม มนุษย์เปลี่ยนแปลงวิถีธรรมชาติเองแท้ ๆ และก็มีการสร้างบ้านเรือนอยู่ตามทางน้ำไหล ไม่ดูตาม้าตาเรือ


โดย: วันสดใส วันที่: 30 ตุลาคม 2554 เวลา:17:28:53 น.  

 
ครับ ปีนี้ฝนฟ้าน่าจะตกมากกว่าทุกปี วันเวลาเปลี่ยนไปครับ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 30 ตุลาคม 2554 เวลา:20:03:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Insignia_Museum
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 56 คน [?]




ความตั้งใจในการทำบล็อกเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เริ่มต้นด้วยการเขียนถึงถิ่นที่อยู่ในวัยเด็ก ต่อมาเป็นเรื่องเครื่องหมายต่างๆ เรื่องศิลปะ ภาพถ่ายในยุคก่อนๆ อาหารการกิน และอะไรต่อมิอะไรที่ประสบพบเห็น สนใจอะไรขึ้นมาก็อยากรู้ให้มากขึ้น กลุ่มเนื้อหาจึงแตกแขนงไปเรื่อยๆ
New Comments
Friends' blogs
[Add Insignia_Museum's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.