Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2551
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
10 ตุลาคม 2551
 
All Blogs
 
สวนมะม่วง



ในราวเดือนธันวาคมของทุกปี มะม่วงเริ่มออกช่อ พวกชาวสวนนึกอยากดูแลต้นมะม่วงอย่างใกล้ชิดขึ้นมาทันที หลังจากที่ทิ้งให้มันยืนต้นโดดเดี่ยวเดียวดายมาหลายเดือน แล้วยังต้องต่อสู่กับน้ำท่ามจนรอดมาได้

พันธุ์มะม่วงที่นิยมปลูกกัน ได้แก่ อกร่อง น้ำดอกไม้ หนังกลางวัน ทองดำ จะปลูกรอบขนัดสวน หรือปลูกเต็มในร่องสวน ชาวสวนที่ไม่เดือดร้อนเงินทองมากนัก หรือพอมีเงินทุนบ้าง เขาจะปลูกมะม่วงเต็มทุกร่องสวน ถ้าครอบครัวใด มีเนื้อที่สวนน้อย ขืนปลูกเต็มทั้งพื้นที่สวน ในระหว่างที่มะม่วงยังไม่ออกผล จะไม่มีอะไรกิน จึงมักจะปลูกรอบๆขนัดสวน ในสวนจะปลูกพืชอื่นที่ให้ผลระยะสั้น

ใช่ว่าชาวสวนทุกคนจะปล่อยปละละเลยให้ต้นมะม่วงอยู่ตามยถากรรม ในระหว่างที่ยังไม่ออกผล เขาจะบำรุงต้นมะม่วงด้วยการโกยดินเลนที่เหมือนปุ๋ยคอก เต็มไปด้วยใบไม้เน่าเปลือยทับถมกันใต้น้ำ ขึ้นไปโปะที่โคนต้น หรือใช้ขี้ไก่ใส่รอบๆ ต้น

ความฉลาดของชาวสวนอย่างหนึ่ง เขาคงเคยเห็นว่าหากต้นไม้ที่กำลังจะตายมันจะออกดอกออกผลมาก เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ของมัน อย่างกระนั้นเลย ถ้าอยู่ว่างๆ เขาจะเอามีดอีโต้ หรือขวานไปฟันตามโคนต้นมะม่วงเป็นแง่งๆ ก่อนถึงฤดูออกดอกออกผล ต้นมะม่วงนึกว่าชาวสวนจะตัดต้นทิ้ง จึงให้ผลจำนวนมาก

แต่ความเชื่ออีกอย่างที่ปฏิบัติกันมาคือ เอาขนมบัวลอยไปติดตามต้นมะม่วง เผื่อว่า มะม่วงจะติดลูกดกเหมือนขนมบัวลอยที่อยู่ในหม้อ การทำอย่างนี้ต้นมะม่วงเขาไม่รับรู้ด้วยกับความคิดอุปมาอุปมัยของชาวสวน แต่ก็ดีไปอย่าง วิธีนี้ไม่เจ็บตัว



ในช่วงที่ต้นมะม่วงออกดอก พวกเราชาวสวนจะต้องคอยฉีดยาฆ่าแมลงอาทิตย์ละครั้ง การฉีดยาฆ่าแมลง จะใช้เครื่องโรแทกซ์ดูดน้ำพร้อมกับน้ำยาแล้วไปพ่นออกสองข้างตามสายยาง ต้องใช้คนสามคน ทำงานร่วมกัน ผู้เขียนจะถือหัวฉีดหนึ่ง ฉีดสายน้ำส่ายไปส่ายมาบนยอดมะม่วง เหมือนกำลังฉีดน้ำดับเพลิง อีกคนหนึ่งจะถือหัวฉีดฉีดฝั่งตรงข้าม คนที่สามเข็นเรือรดน้ำไปตามร่องสวน วันหยุดของเด็กๆอย่างเราจึงไม่ได้ไปวิ่งเล่นที่ไหน ต้องทำงานช่วยผู้ใหญ่ การใช้แรงงานเด็กเป็นเรื่องที่น่าสรรเสริญของชาวบ้านแถวนั้น

หากฝนตกในช่วงที่ดอกกำลังแก่ ชาวสวนเรียกว่า "ฝนชะช่อมะม่วง" ฝนหลงฤดูนี้ทำให้ชาวสวนดีใจมาก น้ำฝนจะช่วยให้ช่อสะอาดจากฝุ่นละอองที่มีความเค็มซึ่งเป็นต้นเหตุให้ดอกล่วง ปีนั้นมะม่วงจะติดลูกมาก

เมื่อมะม่วงมีผลโตเต็มที่พร้อมที่จะเก็บขาย(ผลแก่จะจมน้ำ) ก็ตรงกับโรงเรียนปิดเทอมใหญ่พอดี ตกลงการปิดเรียนภาคปลายของลูกชาวสวน พวกเขาจะขลุกกับสวนมะม่วง เด็กๆได้ช่วยงานของครอบครัว ใช้ตะกร้อสอยมะม่วง หรือถ้าผลดกมากๆก็ปีนขึ้นไปเก็บ นำมาหักขั้วออก เอาหัวคว่ำลงดิน เราเรียกว่า "หักยาง" ให้ยางออกซึมหายไปในดินจนยางแห้ง แล้วจึงเก็บลงเข่งขนเข้าบ้าน




ที่บ้านมีแม่เป็นผู้บัญชาการใหญ่ สั่งทุกคนซ้ายหันขาวหันได้ดั่งใจ นอกจากจะทำสวนแล้ว แม่ยังถนัดค้าขายด้วย นั่นคือส่งมะม่วงไปให้พ่อค้า แม่ค้าที่ปากคลองตลาด กรุงเทพ บางครั้งก็ไปขายเองทีวัดกัลยาณ์ หากเหลือจากการขายล็อดใหญ่ๆ จึงพายเรือไปขายที่ตลาดน้ำดำเนินสะดวกบ้าง การเป็นแม่ค้าที่ตลาดน้ำจึงเป็นแค่สมัครเล่น

การส่งมะม่วงไปขายนั้น เราจะบรรจุมะม่วงสุกในลังไม้ฉำฉา ลังไม้นี้ พวกแม่ค้ามะม่วงที่ปากคลองตลาดสั่งทำมาอีกทีหนึ่ง ชาวสวนไม่ต้องจ่ายค่าลังมะม่วง เขาจะบรรทุกลังเปล่ามาส่งที่ท่ารถดำเนินสะดวก แม่จะให้คนขับเรือไปเอามาที่บ้าน

การบรรจุมะม่วงลงลัง เริ่มต้นด้วยการปูกระดาษรอบลัง เอากระดาษฝอยรองก้นลัง และเอาถ่านแก๊สห่อกระดาษไว้ที่ด้านล่างเพื่อให้ความร้อน เอามะม่วงดิบๆ วางเรียงที่ละลูก คัดขนาด พิเศษ ใหญ่ กลาง และเล็ก ประมาณด้วยสายตา แต่ละลังต้องเป็นขนาดเดียวกัน ไม่มีการชั่งน้ำหนัก การขายคิดเป็นราคาต่อผล หลังจากเรียงมะม่วงเต็มลัง จึงปิดกระดาษ ใช้ปากกาเมจิกเขียนบนกระดาษ ชื่อพันธุ์มะม่วงและจำนวนผลมะม่วง

รออีก 3 วันก็ถึงเวลาตอกตะปูปิดฝาลัง และยกลังลงเรือไปส่งที่ท่ารถ ครั้งละประมาณ 10-30 ลัง กว่าจะหมดหน้ามะม่วงต้องใช้ลังเป็นร้อยๆใบที่เดียว เด็กๆ อายุ สิบกว่าต้นๆ ต้องยกทั้งลัง น้ำหนักราว 30 กิโลกรัม ถือว่าสาหัสเอาการ พวกเราจึงมีกระดูกแขน กระดูกมือแข็งแรงกันทุกคน เมื่อส่งลังมะม่วงสุกที่ท่ารถบรรทุกแล้ว ขากลับก็ขนลังเปล่าเที่ยวต่อไปกลับมาด้วย



นี่ยังไม่ตื่นเต้นเท่ากับเอามะม่วงหลายๆลังไปขายที่วัดกัลยาณมิตร ที่กรุงเทพ ที่บ้านช่วยกันขนมะม่วงสุกที่บรรจุในลังแล้วลงเรือไปที่ท่ารถเหมือนเดิม ในช่วงเวลา 2-3 ทุ่ม ยกมะม่วงที่ละลังขึ้นรถบรรทุกรับจ้าง รถบรรทุกจะรับมะม่วงของแม่ค้าได้ประมาณ 2-3 ราย รวมๆกันไป รถจะออกประมาณเที่ยงคืน

ผู้เขียนไปขายมะม่วงที่วัดกัลยาณมิตรกับแม่ด้วย ช่วยยกของมากกว่าทำหน้าที่ขาย แม่คงคิดแล้วว่า ไปขายคนเดียวคงเอาไม่อยู่ จึงได้ชวนเด็กสาวข้างบ้านไปด้วย ชื่อ "ประนอม" เธอส่อแววแม่ค้าตั้งแต่บัดนั้น



เมื่อรถออกจากท่ารถดำเนินสะดวก จะให้พวกผู้หญิงนั่งหน้ารถคู่กับคนขับ พวกผู้ชายนอนไปบนลังมะม่วงที่ร้อนระอุ หรือด้านบนของหลังคาคนขับ รถบรรทุกนี้เป็นรถขนาดกลางหกล้อ

ผู้เขียนเคยนอนหนุนแขนของพ่อค้าคนหนึ่ง ที่บนหลังคาคนขับขณะที่รถกำลังวิ่งมุ่งหน้าสู่กรุงเทพ ผึ่งลมตลอดทาง 2 ชั่วโมง ช่วงนั้นไม่มีอาการหวาดเสียวเลย เคราะห์ดีที่ไม่มีการเบรครถกระทั้นหัน มิเช่นนั้นคงกระเด็นกระดอนไปถึงไหนแล้ว ถึงกระนั้นก็ยังมีช่วงเวลาที่หวาดเสียวอยู่บ่อยๆ

เมื่อรถมาถึงวัดกัลยาณมิตรแล้ว จะมีเด็กรับจ้างขนมะม่วงเต็มลัง ไปยังจุดที่ทางวัดจัดให้ในเวลาตีสาม เป็นถนนยาวๆ เราได้ทำเลหนึ่งข้างทางนั้น สักพักหนึ่ง พวกแม่ค้าหาบเร่ก็จะมาซื้อมะม่วงแบบมะรุมมะตุ้ม หายใจหายคอแทบไม่ออก เข้าใจว่าเป็นหาบเร่ตัวจริง เพราะเขาเอากระจาดที่หาบมาด้วย



การขายคิดเป็นร้อยละเท่านั้นเท่านี้ เมื่อตกลงราคากันแล้ว ผู้เขียนจะทำหน้าที่ถ่ายมะม่วงทีละลูกจากในลังไปไว้ในกระจาดของแม่ค้า ต้องทำด้วยความทะนุถนอม ไม่ให้ชอกช้ำ เพราะเป็นมะม่วงสุกทั้งนั้น เมื่อนับครบร้อยผล ก็จะมีแถมอีก 10 ผล ถ้าการเจรจาต่อรองยังชุลมุนกันอยู่ แม่และ "ประนอม" ยังไม่ว่าง แม่ค้าก็จะได้ของแถมจากผู้เขียนไปมากหน่อย

"ประนอม" เป็นแม่ค้าโดยสัญชาตญาณ ขณะนั้นเธออายุพียง 18 ปี แต่การเชิญชวนลูกค้าเหมือนเป็นแม่ค้าที่เชี่ยวชาญ พูดไม่ได้หยุดปากสักนิดเดียว ซึ่งนี่ก็เป็นการเรียนรู้ภาคปฏิบัติจริงของเธอไปด้วย เพราะต่อมาเธอก็มีอาชีพหาผักจากดำเนินสะดวกไปส่งปากคลองตลาด

ฟ้ายังไม่ทันสาง
มะม่วงนับสิบลังก็ขายหมด ครั้งหนึ่งผู้เขียนขอแยกกับแม่ไปสำรวจกรุงเทพเมืองฟ้าอมร อายุ 15 ปีกับการตะลอนไปในเมืองหลวงที่ไม่คุ้นเคย นั่งรถเมล์ไปจนสุดสาย แล้วนั่งสายเดิมกลับมาที่เก่า สำรวจจนคล่องแล้ว ก็นั่งรถ บขส. จากสายใต้กลับบ้านที่ดำเนินสะดวก เมื่อทางบ้านพบผู้เขียนกลับด้วยความปลอดภัย จึงโล่งอกไปตามๆกัน




Create Date : 10 ตุลาคม 2551
Last Update : 9 มกราคม 2553 20:52:16 น. 33 comments
Counter : 9283 Pageviews.

 
เส้นทางค้ามะม่วงไกลเหมือนกันนะคะ กว่าจะถึง แต่สมัยก่อนรถคงไม่ติด

เห็นมะม่วง ดูน่าทานค่ะ แต่ไม่ชอบทาน สาเหตุก็คงเป็นเพราะที่บ้านสมัยเด็ก ๆ เป็นชาวสวนเหมือนกันค่ะ เห็นอยู่เป็นประจำ

นั่งยอง ๆ รอพ่ออยู่ใต้ต้นมะม่วง รับอยู่ด้านล่าง ปูกระดาษาหนังสือพิมพ์ แล้วก็นำมาจัดเรียงเอายางลงให้มันสะเด็ด แล้วก็จับมาใส่ตระกร้า

เคยปีนป่าย พอเจอเจ้ามดแดง คันคะยิก แล้วรีบปีนลง ชีวิตตอนเด็กก็สนุกไปอีกแบบ


โดย: วันวานที่ผ่านมา วันที่: 10 ตุลาคม 2551 เวลา:23:35:49 น.  

 
รูปวาดนั้นวาดเองใช่มั๊ยคะ

เป็นคนดำเนินสะดวกราชบุรีเหรอคะ สมัยเด็กๆพิมเคยอยู่ราชบุรีล่ะ แต่อยู่ในเมืองค่ะ แต่เชยอย่างที่สุดคือ ไม่เคยไปดำเนินสะดวกเลยค่ะ


โดย: pim(พิม) วันที่: 11 ตุลาคม 2551 เวลา:0:19:56 น.  

 
สวัสดีตอนเช้าค่ะชาวสวนมะม่วง
พายเรือไปขายเองที่ตลาดน้ำด้วยหรือปล่าวค่ะ
ชีวิตดีๆแบบนี้ ตอนนี้ใครๆก็อยากได้นะคะ
พอเพียง เพียงพอ

ต้นมะม่วงที่บ้านกิ่งมันอ่อนไปอ่อนมา ยิ่งอุ้มน้ำฝนยิ่งอ่อน
แล้วก็ยังไม่เห็็นจะมีดอกซักกะที ตัดทิ้งดีมั้ยคะ


โดย: จันทร์ไพลิน วันที่: 11 ตุลาคม 2551 เวลา:5:45:16 น.  

 
เล่าเรื่องเส้นทางมะม่วงได้น่าสนใจ ชวนให้ติดตามมากเลยชอบภาพประกอบในบล็อกด้วยค่ะ


โดย: liefie วันที่: 11 ตุลาคม 2551 เวลา:6:00:32 น.  

 

สวัสดีวันหยุดพักผ่อนค่ะ ขอบคุณที่แวะไปทักทายที่บล็อกค่ะ
เพิ่งรู้นะคะชีวิตชาวสวนมะม่วงสมัยก่อน......ขอบคุณค่ะ


โดย: ธิธารา วันที่: 11 ตุลาคม 2551 เวลา:9:52:07 น.  

 
ข้อมูลแน่นปึ๊ก อ่านเพลินไปเลยค่ะ

มะม่วงที่หม่ำกะข้าวเหนียว ใคร ๆ ก็ชอบน้ำดอกไม้ แต่เราว่าต้องอกร่องถึงจะอร่อยที่สุด แล้วต้องเป็นแบบสุกคาต้นจะยิ่งหวานได้ใจ

ภาพวาดในบล๊อคสวยจังค่ะ


โดย: haiku วันที่: 11 ตุลาคม 2551 เวลา:22:38:26 น.  

 
ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ของชาวสวนรุ่นเยาว์ชาวดำเนินสะดวกโดยกำเนิดครับ

อ่านแล้วรู้สึกเหมือนได้ดูรายการทีวี "กบนอกกะลา" ตอน เดินย้อนเส้นทางมะม่วง อะไรประมาณนั้นเลย

ผมเอง อยู่แถวนี้ ไม่สู้มีมะม่วงให้เก็บ ที่ไร่ของพี่ชาย มีมะม่วงป่า หรือที่ชาวบ้านแถวนี้เรียกว่า "มะม่วงกะล่อน" อยู่ 3 ต้นเท่านั้น

แต่มะม่วงกะล่อนสามต้นที่ว่านี้ แต่ละต้นใหญ่ขนาดหลายคนโอบ อายุแต่ละต้นคงจะเกินร้อยปี มะม่วงป่านี้ ผลเล็ก เนื้อบาง เม็ดใหญ่ กลิ่นหอมฉุนเฉียว บางคนบอกว่าเหม็น

เวลากินมะม่วงกะล่อน เราเด็ก ๆ ที่ขี้เกียจปอกเปลือก จะกินมะม่วงสุก ๆ ทั้งเปลือกทีเดียวเชียว แม้ว่ากินด้วยวิธีนี้ ออกจะเสี่ยงกับการโดนยางมะม่วงกัดริมฝีปากจนเป็นแผลปากเปื่อยก็ตาม

แม่จะบรรจงปอกเปลือกมะม่วงกะล่อนทีละลูก แช่ในน้ำเกลือ นัยว่าทำให้กินแล้วไม่ร้อนในมากนัก แต่กระนั้นก็ตาม กินมะม่วงชนิดนี้มากไปสักหน่อย รุ่งเช้าจะรู้สึกเจ็บคอ ตะครั่นตะครอเป็นไข้เสมอ

มะม่วงกะล่อนสุก ๆ ขายกันเป็นกอง ๆ กองละประมาณ 10-20 ลูก ราคากองละบาทเดียว ชาวบ้านจะไปเก็บมาจากต้นมะม่วงป่าที่ขึ้นเองตามหัวไร่ปลายนา หน้ามะม่วงกะล่อนสุกเต็มต้น เวลาเดินไปใต้ต้นจะต้องคอยระมัดระวังเวลามีลมพัดมาแรง ๆ อาจจะโดนมะม่วงสุกหล่นใส่หัวได้ง่าย ๆ

ที่สนุกสำหรับเด็ก ๆ คือ การกวนมะม่วงกะล่อน เราจะช่วยกันเก็บมะม่วงป่าหลากชนิด ทั้งมะม่วงกะล่อน มะม่วงแก้ว และมะม่วงอีกสาระพัดพันธุ์ ที่สุกแก่จนงอม เอามาขยำในกะละมังใบใหญ่ แล้วผู้ใหญ่จะใช้กะทะทองเหลืองใบใหญ่กวนมะม่วงบนเตาถ่าน ยามที่มะม่วงกวนเดือดปุด ๆ ในกะทะทองเหลือง มักจะกระเด็นใส่แขนและเท้าของคนกวนบ่อย ๆ มะม่วงกวนร้อน ๆ เล่นเอาแขนขาคนกวนพุพองกันได้ง่าย ๆ ต้องหาผ้าหนา ๆ มากันไว้ พอกวนจนได้ที่ ก็ตักใส่ถาดที่รองด้วยแผ่นพลาสติก โดยเอาตอกที่ขดเป็นวงกลมเป็นพิมพ์ เกลี่ยมะม่วงกวนให้ทั่ว เมื่อเอาไปตากแดดสักวันสองวัน ก็จะลอกมะม่วงกวนออกมาเป็นแผ่น ๆ ใส่ขวดโหลไว้ขาย หรือไว้กินได้

สังเกตว่า มะม่วงกะล่อนเมื่อนำเอามากวนแล้ว จะหอมน่ากินมากกว่ามะม่วงกวนจากมะม่วงพันธุ์อื่น ๆ

มะม่วงกะล่อนที่แทบไม่มีราคา เมื่อกลายมาเป็นมะม่วงกวน ขายได้ในราคาแผ่นละสลึง ห้าแผ่นบาท นับว่าได้ราคาไม่แพ้มะม่วงกวนจากมะม่วงพันธุ์อื่น ๆ

คุณค่าและมูลค่าของสินค้าแต่ละชนิด บางทีก็ต้องรอเวลา หรือรอกระบวนการแปรรูปเสียก่อน

การตัดสินคุณค่าของคน หรือสิ่งใด ๆ ก็คงใช้หลักการเดียวกันนี้ได้เหมือนกัน....



โดย: ลุงแว่น วันที่: 12 ตุลาคม 2551 เวลา:18:00:01 น.  

 
ดีจังเลยค่ะที่เอามาเล่าสู่กันฟัง
ชีวิตตอนเด็กน่าสนุกดีน่ะค่ะ

ที่บ้านเป็นชาวนาค่ะ เรื่องคล้ายๆกันผิดแต่
สวนมะม่วงเป็นทุ่งนาแทนค่ะ

การขายข้าวไม่ต้องเอาไปขายในตลาดค่ะ
จะมีพ่อค้ามาตีราคาถึงบ้าน

แล้วเวลาซื้อขายก็ซื้อขายกันเป็นเกวียน
พอตกลงราคากันเรียบร้อย ก้อจะมีคนมาขนลงเรือไป
อีกทีนึงค่ะ




โดย: Fullgold วันที่: 12 ตุลาคม 2551 เวลา:21:46:51 น.  

 
ภาพที่เอาไปฝากสวยจังเลยค่ะ


โดย: Fullgold วันที่: 12 ตุลาคม 2551 เวลา:21:49:26 น.  

 
โห...สุดยอดมาก เส้นทางมะม่วง
เรื่องราวน่ารู้ กับภาพสวยๆ มาเป็นซีรี่ส์
นึกอยากกินข้าวเหนียวมะม่วงโดยพลัน

ทำไมจขบ.ม่ายไปตามหน่อยล่ะคะ....?
แอบลืมมาเยี่ยมสองวันเอง...
ถ้าพลาดบล็อกดีๆแบบนี้...เสียดายแย่

.....................................

ที่บ้านอัพใหม่แล้วนะคะ...มาตามค่ะ...



โดย: ทากชมพู วันที่: 12 ตุลาคม 2551 เวลา:21:57:55 น.  

 
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมค่ะ แล้วก็ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆด้วย เพิ่งรู้หลายอย่างเลยค่ะ

เรื่องทิปฟันโคนมะม่วง ต้องไปบอกแม่ซะแล้ว จะได้มีมะม่วงดกๆทาน


โดย: KOok_k วันที่: 13 ตุลาคม 2551 เวลา:2:07:04 น.  

 
หวัดดีกั๊บ
คุณน้าเล่าเรื่องน่าหนุกดี หัดขายของแต่เด็กเลย
ส่วนป๋ม 9 ขวบ ก็ช่วยร้านของคุณตาคุณยาย
เอ่อ แค่ช่วยทอนตังค์อ่ะกั๊บ เพราะผมท็อปเลขเลยนา
แล้วป๋ม ก็ชอบกินมะม่วงสุกแช่เย็นๆ เหมือนกะน้าของป๋ม
แต่มะม่วงพันธุ์ หนังกลางวัน ยังไม่เคยเห็น

คือ ป๋มเป็นหลานน้าส้มแป้น แวะมาเยี่ยมกั๊บ

อ้อ ว่างๆ เชิญแวะไปชมภาพ ป๋มวิ่งหนีแกสน้ำตา ไปล้างหน้าที่น้ำตกพลิ้วนะกั๊บ


โดย: แม่ส้มแป้น วันที่: 13 ตุลาคม 2551 เวลา:16:28:55 น.  

 
น่าอ่านมากมาย...ชอบมะม่วงอยู่แล้ว..วันนี้เลยได้ความรู้เรื่องของชอบติดมือกลับไป ขอบคุณมากนะค๊ะ...
................

ที่บอกว่านอนเต้นท์แล้วเหมือนมีมือมาเขย่า..ถ้าเป็นนัทคงวิ่งป่าราบไปแล้ว..


โดย: Why England วันที่: 13 ตุลาคม 2551 เวลา:17:11:50 น.  

 

Good Morningจ้าาาา
วันนี้วันพระเอาดอกบัวมาฝากค่ะ


โดย: จันทร์ไพลิน วันที่: 14 ตุลาคม 2551 เวลา:5:30:34 น.  

 
อ่านเพลินได้ความรู้ดีด้วยค่ะ มะม่วงสุกสวยน่าทานจังค่ะ
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมบลอกด้วยนะคะ


โดย: nanida วันที่: 14 ตุลาคม 2551 เวลา:10:16:31 น.  

 
มะม่วงน่ากินจัง คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: sansook วันที่: 14 ตุลาคม 2551 เวลา:13:05:44 น.  

 
เป็นสารคดีที่น่าอ่าน ชอบบรรยากาศแถวดำเนินสะดวกมากๆ ให้ความรู้สึกว่า บ้านเราน่าอยู่ น่าชม ไม่เหมือนทุกวันนี้ที่พากันแตกแยก ระแวดระวังกันในทุกเส้นทาง


โดย: sarntee วันที่: 14 ตุลาคม 2551 เวลา:14:58:42 น.  

 
เอาน้ำมะม่วงมาฝากค่ะ

คนอินเดียชอบกิน แต่ตัวเองไม่เคยกินค่ะ...

สีสันสวยดี...แต่คิดว่าไม่น่าอร่อยเหมือนกินข้าวเหนียวมะม่วงอะค่ะ..



โดย: ทากชมพู วันที่: 14 ตุลาคม 2551 เวลา:18:12:01 น.  

 
บล็อกน่าสนใจมากเลยค่ะ คุณจขบ.เขียนบรรยายได้ลื่นไหล น่าติดตามมาก ๆ

ขออนุญาตแอดนะคะ จะได้เข้ามาติดตามอ่านเรื่องดี ๆ บล็อกดี ๆ อย่างนี้ได้บ่อย ๆ


โดย: Oops! a daisy วันที่: 14 ตุลาคม 2551 เวลา:21:08:56 น.  

 
อยากกินมะม่วงสุกตอนดึกเลยค่ะ

แวะมาทักทายยามดึกกว่า



โดย: Fullgold วันที่: 15 ตุลาคม 2551 เวลา:0:23:42 น.  

 
สวัสดีครับ
มาเยี่ยม ไม่ได้มาเสียนานเลย มาอ่านเรื่องราว
เล่าเรื่องเส้นทางมะม่วงได้น่าสนใจมากครับ
คุณ มีอะไรดีๆ มาบอกเล่า เสมอๆ
ผมคิดว่า บล้อค เป็นแหล่งความรู้ที่มีประโยชน์มาก
ถ้าหากเรารู้จักใช้ให้เป็นประโยชน์ นำเรื่องดีๆ มาบอก มาเล่ากัน
น่าสนใจจริงๆครับ

ผมเคยอ่านมาว่า สิ่งมีชีวิตทุกอย่างรวมทั้งต้นไม้
จะพยายามรักษาเผ่าพันธุ์ของตนเองอยู่เสมอ
เมื่อใกล้ตาย มันจะพยายามขยายพันธุ์ อย่างเรื่องการบากต้นมะม่วง
เมื่อมันถูกบาก เส้นทางการลำเลียงอาหารถูกตัด
ต้นไม้จะรู้สึกขาดแคลนอาหาร มันจึงรู้สึกว่าจะตาย
จึงออกดอก เพื่อจะสร้างผล มีเมล็ดในการแพร่พันธุ์ต่อไป
จริง เท็จอย่างไร แต่ก็น่าสนใจนะครับ

ขอขอบคุณทึ่ได้กรุณา ให้กำลังใจครอบครัวผม
เมื่อผมเสียพี่ชายไป
ตอนนี้ ทุกอย่าง เสร็จหมดแล้ว เหลือเพียงการทำบุญ 100 วันครับ

ทวีศักดิ์ ถาวรรัตน์


โดย: คนตาพิการ วันที่: 15 ตุลาคม 2551 เวลา:13:00:42 น.  

 
ขอบคุณสาระดีดีครบ


โดย: boatboat วันที่: 16 ตุลาคม 2551 เวลา:12:26:53 น.  

 
สวัสดีครับ
แวะมาเก็บความรู้เก่าๆกลับคืนมาครับ


โดย: อนันต์ครับ วันที่: 16 ตุลาคม 2551 เวลา:23:24:14 น.  

 
ง่า....เห็นแล้วน้ำลายไหล อิอิ น่ากินจังค่า


โดย: spiyaart วันที่: 18 ตุลาคม 2551 เวลา:12:57:22 น.  

 
ขอบคุณค่ะ


โดย: Aisha วันที่: 18 ตุลาคม 2551 เวลา:15:57:27 น.  

 
มาตามอ่านค่ะ
คุณ IM เล่าน่าสนุกจัง

คิดถึงมะม่วงหลายๆพันธุ์ ที่ไม่มีขายในห้างแล้ว อย่างพิมเสนมัน ทองดำ
ชอบกลิ่นมะม่วงพวกนี้ค่ะ หอมดี

รู้แต่ว่าตอนเก็บมะม่วง คุณยายให้เอาหัวลง
แต่ไม่รู้ว่า เรียกว่าหักยาง
แต่โดยสัญชาติญาณ เวลาปีนไปเก็บมะม่วง ก็จะถือแบบเอาหัวลง นึกภาพกางแขนออกไปห่างๆตัว เพราะกลัวยางมะม่วงกัดน่ะค่ะ

ตอนเด็กๆชอบมากถ้าได้ปีนเก็บมะม่วง
มะม่วงที่ที่บ้านไม่เหลียวแล อย่างน้ำตาลจีน ที่เป็นพวงย้อยระย้าทั้งต้นนี่ เหมือนขุมสมบัติของเด็กๆเลยค่ะ
บางทีถึงขนาดเอามีดขึ้นไปปอกบนต้น
แต่ก็ระวังเอาเลือกมีดที่ปลายมน ผูกเชือกสาวขึ้นไปนั่งปอกบนคาคบ
แล้วก็น้ำตาลจีนต้นนี้อีก ที่เวลาสุกร่วงหล่น เต็มตะกร้า
ก็ต้องมานั่งปอก กวน ละเลง ตาก เก็บ กิน อร่อย

ที่บ้านชอบเอามะม่วงกวนใส่กล่องเก็บไว้ในตู้เย็นค่ะ
พอจะกินทีไร เหนื่อยใจต้องรอให้มันคลายความเย็น
ไม่งั้นเหนียวมาก
แอบบ่นว่าเหนียวเป็นหนังรองเท้า

จนถึงทุกวันนี้ ก็ยังติดใจคิดถึงมะม่วงกวนแผ่นเล็กๆ หรือส้มลิ้ม หอมหวาน ของคุณยายของลูกพี่ลูกน้อง
ที่เอาออกมาให้กิน
ชอบที่เป็นเนื้อทราย น่าจะเพราะมะม่วงหวานจัดน่ะค่ะ
อร่อยแบบนั่งปักหลักกินเลย
จนคุณยายชอบใจ ยกให้ทั้งถุง


โดย: HoneyLemonSoda วันที่: 20 เมษายน 2552 เวลา:0:48:09 น.  

 
เรื่องขำๆ จากการทำสวนที่ดำเนินสะดวก (งูมุดน้ำ)

เมื่อ ประมาณ 25 ปีที่แล้ว ที่บ้านจะปลูกสวนฝรั่ง ผมมีหน้าที่ที่จะต้องรดน้ำในสวน สัปดาห์ละ 2 ครั้ง สมัยนั้นวิธีที่ใช้ในการรดน้ำต้นไม้ในสวน จะใช้เรือขนาดเล็ก กว้างประมาณซัก 70 ซม.ยาวประมาณ 120 ซม. ในเรือจะมีเครื่องยนต์ขนาดเล็กติดกับปั้มสูบน้ำที่มีท่อส่งน้ำชูขึ้นไปคล้ายรูปตัว V แล้วใช้คนเดินเข็นเรือไปตามท้องร่องสวน ผมใช้เวลาประมาณ 2 ชม.ในการเดินรดน้ำ 15 ร่องสวน เดินไปเรื่อยๆครับ เด็ดฝรั่งกินบ้าง ร้องเพลงบ้าง มีอยู่หลายครั้ง ที่ระหว่างเดินอยู่ ( เสียงน้ำดังซ่าๆๆๆ) มองตรงไปข้างหน้า งู ! ครับ งู ! มันจะชูคออยู่ในน้ำด้านหน้าผม พอผมเข็นเรือไปใกล้ๆ มันก็จะมุดน้ำไปโผลข้างหน้าผม ห่างออกไปอีกซัก 3-4 เมตรเป็นประจำ มันก็ไม่หน้ากลัวหรอกครับ เพราะเห็นตัว
แต่ที่ผมกลัว คือ พอเข็นเรือไปใกล้ๆ มันมุดน้ำแล้วไมโผล่มาให้ผมเห็น ที่นี้หละเดาก็ไม่ได้ ว่ามันอยู่ตรงไหน เดินไปลุ้นไป ดีนะครับที่มันไม่เข้ามาในกางเกงผม ไม่งั้น ได้มีสนามประลองงู ในกางเกงผมแน่..........


โดย: doorman IP: 192.168.1.25, 125.24.117.152 วันที่: 22 มิถุนายน 2552 เวลา:15:46:46 น.  

 
ขอบคุณครับคุณ doorman ที่มาร่วมแจม

ผมเคยรดน้ำผักด้วยวิธีเดียวกันนี้ หากพบงูว่ายน้ำอยู่ข้างหน้า สงสัยก้าวขาไม่ออกแน่...ที่สวนของพ่อ ไม่ค่อยเจองูครับ

ผมมักกังวลกับอย่างอื่นมากกว่า นั่นคือตัวหนอนขนาดบิ้กๆสีสันแปลกๆ ที่บนใบของต้นเผือก ปลูกข้างร่องปริ่มๆน้ำนั่นแหละ
เมื่อลุ่ยเครื่องวิดน้ำเข้าไป พวกมันแทบกระโดดมาเกาะคอผม อยู่ไม่เป็นสุขเลยครับ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 26 มิถุนายน 2552 เวลา:19:48:40 น.  

 
กลัวยาฆ่าแมลง จะฆ่าคนกินจัง กลัว กลัว มากๆ ทุกวันนี้
ที่ดีจะต้องใช้ ธรรมชาติจัดการธรรมชาติ คนทุกวันเห็นอะไรที่ สวยๆ งามๆ ผิดธรรมชาติ ไม่กล้าซื้อกินแล้วคับ



โดย: อิสรภาพ IP: 118.175.223.101 วันที่: 5 สิงหาคม 2552 เวลา:17:35:10 น.  

 
อ่านแล้วทำให้นึกถึงสมัยก่อนจ้ง บ้านผมก็อยู่ใกล้ๆท่ารถดำเนิน สมัยก่อนเขาเรียกว่า หัวรถ "ไปไหน ไปหัวรถ" เป็นชาวสวนมะม่วงดำเนินมาแต่เกิด แต่ไม่ได้เก็บส่งขาย ครบวงจรนะ จะมีพ่อค้ามาซื้อถึงสวน ผมมีหน้าที่ปีนต้นมะม่วงเก็บแบบเด็ดขั้ว แม่อยู่ใต้ต้นมะม่วง ก็ใช้ตะกร้อรับมะม่วงลงมาหักยาง
...อยากรู้จักด้วย ถ้าเป็นศิษย์เก่า ว.ผ.ศ. ก็ขอชื่อที่อยู่หน่อยนะ ถ้าไม่ใช่ก็แล้วไป เพราะผมก็จะเกษีณแล้ว กะจะกลับไปเป็นชาวสวนอีกครั้ง

vinai_su@hotmail.com


โดย: เด็กดำเนิน IP: 118.172.64.134 วันที่: 17 กรกฎาคม 2553 เวลา:15:20:16 น.  

 
ยินดีครับที่คุณ "เด็กดำเนิน" แวะมาเยี่ยมชม ผมเป็นศิษย์เก่า ว.ผ.ศ. เช่นเดียวกันครับ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 18 กรกฎาคม 2553 เวลา:17:58:29 น.  

 
ปลูกมะม่วงเก่งจังเลยอย่างนี้รุ่งแน่ๆค่ะ


โดย: จอย IP: 182.93.228.161 วันที่: 13 กันยายน 2553 เวลา:11:40:38 น.  

 


โดย: Insignia_Museum วันที่: 14 เมษายน 2556 เวลา:11:32:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Insignia_Museum
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 56 คน [?]




ความตั้งใจในการทำบล็อกเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เริ่มต้นด้วยการเขียนถึงถิ่นที่อยู่ในวัยเด็ก ต่อมาเป็นเรื่องเครื่องหมายต่างๆ เรื่องศิลปะ ภาพถ่ายในยุคก่อนๆ อาหารการกิน และอะไรต่อมิอะไรที่ประสบพบเห็น สนใจอะไรขึ้นมาก็อยากรู้ให้มากขึ้น กลุ่มเนื้อหาจึงแตกแขนงไปเรื่อยๆ
New Comments
Friends' blogs
[Add Insignia_Museum's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.