Group Blog
 
<<
กันยายน 2552
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
13 กันยายน 2552
 
All Blogs
 
สวนมะละกอ



ช่วงชีวิตหนึ่ง ผมผูกพันกับมะละกอมาก มันเป็นผู้ให้ที่กินที่นอน หล่อเลี้ยงครอบครัวของเรา พวกเราบูชามันดั่งชาวนาบูชาพระแม่โพสพ

มะละกอเริ่มเข้ามาปลูกในสยามประเทศ ราวสมัยอยุธยา เผ่าพันธุ์ดังเดิมของเขาอยู่ที่ทวีปอเมริกาในเขตร้อน

มะละกอเป็นไม้ผลล้มลุกขนาดกลาง ความสูงระหว่าง 5 - 20 ฟุต ปลูกง่ายโตไว ให้ผลเร็ว เก็บได้ตลอดทั้งปี ไม่ค่อยมีแมลงรบกวน และปลูกได้ดีในดินทั่วไป ปลูกด้วยเมล็ด รอเวลาแค่ 3 - 4 เดือน ก็เก็บผลดิบได้แล้ว หรือผลสุกจะเก็บได้ราว 5 - 6 เดือนต่อมา หากรักษาต้นดีๆ จะเก็บผลได้นานถึง 3 - 4 ปี ลำต้นสูงจนสอยแทบไม่ถึง



ชื่อเรียกพันธุ์มะละกอ ก็มี แขกดำ แขกนวล สายน้ำผึ้ง ท่าพระ 2 และโกโก้ สมัยนั้นเน้นปลูกพันธุ์แขกดำเป็นหลัก ปลูกในสวนยกร่องห่างกัน 2.5 - 3 เมตร เป็น 2 แถวเรียงกันไปตลอดร่อง มะละกอที่ได้ราคาดีจะต้องผลกลมยาว ส่วนผลกลมๆเป็นลูกโป่งราคาจะถูกมาก ทั้งๆที่บริโภคได้ไม่แตกต่างกัน ถึงวันนี้ก็ยังหาสาเหตุไม่ได้ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

น่าแปลกที่มะละกอมีถึง 3 เพศ เพศผู้ เพศเมีย และเพศกระเทย ต้นที่เป็นเพศเมียมักจะให้ผลกลมๆ เพศผู้ไม่ติดผล ส่วนต้นกระเทยจะให้ผลดก กลมยาว ต้นกระเทยมีทั้งสองเพศ เกสรจึงผสมกันเอง ชาวสวนจึงเอาเมล็ดพันธุ์จากต้นกระเทยไปทำพันธุ์ มักตัดต้นเพศผู้ทิ้งเมื่อรู้ว่ามันทำท่าจะไม่มีลูก แล้วปลูกแซมใหม่



มะละกอปลูกบนร่องสวนที่ขุดท้องร่องแบบชาวจีน ในท้องที่ดำเนินสะดวก จะมีสวนเป็น 2 ประเภทคือ สวนเตี้ย ที่น้ำท่วมถึง กับสวนสูงที่คันดินสูงกันน้ำท่วมได้ สวนสูงนี้เป็นสวนที่เบิกจากที่นา (เบิกเป็นคำที่เรียกการปรับพื้นที่นาเป็นพื้นที่สวน) นับว่าเป็นสวนรุ่นหลังๆ ในปี พ.ศ. 2510 - 2515 ผมเห็นสวนที่เบิกใหม่ ใช้แรงคนล้วนๆ ในขณะที่ขุดร่องสวน เคยมีการพบของโบราณ หรือโครงกระดูกอยู่บ้าง

เพื่อความมั่นใจจะไม่ถูกน้ำท่วม มะละกอมักจะปลูกที่สวนสูง มันค่อนข้างใจเสาะ หากน้ำท่วมรากวันสองวันก็ตายแล้ว วันดีคืนดีต้นมะละกอตกลูกจนเก็บไม่ทัน จนเราสงสัย บางทีอยากให้ออกผลน้อยๆ เพราะราคาตก กลับออกเสียดก ราวกับผีให้ทาน จนเด็กๆอย่างเราอิดหนาระอาใจ เหนื่อยกันแทบลิ้นห้อย แต่ผลตอบแทนกลับน้อยนิดไม่คุ้มค่าเหนื่อย

มะละกอที่เก็บได้จะขายเป็นมะละกอดิบ ส่วนใหญ่จะถูกขนส่งไปจังหวัดทางภาคอีสาน พวกเราสงสัยกันมานานานแล้วว่า คนอีสานกินมะละกอดิบกันเป็นกิจวัตร แต่ทำไมถึงต้องมาซื้อไกลถึงดำเนินสะดวก หรือว่าคนอิสานมัวเอาเวลาไปปลูกข้าวพันธุ์ดีให้เรากิน ส่วนเราปลูกมะละกอพันธุ์ดีแลกกัน



การเก็บมะละกอ เก็บทุกอาทิตย์ หากต้นไม่สูงเกินไป พอมือเอื้อมถึง ก็ตรงเข้าไปบิดลูกจากต้นได้เลย หากต้นสูง เราใช้ไม้ไฝ่ทีปลายด้านหนึ่งง้างเป็นซี่ๆ คล้ายง่าม สวมลูกมะละกอได้พอดี วิธีนี้เราไม่ต้องสัมผัสกับมะละกอโดยตรง เมื่อปลิดลูกจากต้นแล้ว ก็เหวี่ยงลงหลัวแบบไม่ต้องกลัวช้ำ ลากหลัวไปตลอดร่องจนกว่าจะเต็ม

หลังจากนั้น พวกผู้ชายที่แข็งแรงใช้ไม้คานหามหัวท้าย ใช้ขอเกี่ยวหูหิ้วของหลัวทั้งสองข้าง เดินเทิ่งๆข้ามสะพานไม้ออกจากร่อง นำมารวมกันที่คันดินรอบสวน เด็กๆทำหน้าที่ปิดฝาหลัว เสร็จแล้วชั่งน้ำหนักด้วยตาชั่งจีน ที่ต้องใช้คนสองคนแบก อีกคนคอยเลื่อนลูกตุ้ม คนเลื่อนลูกตุ้มไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นแม่ผมเอง เสร็จแล้วส่งขึ้นรถบรรทุกได้เลย หลัวที่มีมะละกอเต็มจะหนักราว 70-80 กก.

ที่จริงการจับลูกมะละกอจะต้องใช้ถุงมือยาง เราชาวสวนมักจะไม่ค่อยคำนึงถึงความปลอดภัย เอาความสะดวกเข้าว่า เด็กๆใช้มือเปล่าเก็บ หากโดนยางมะละกอ ก็เอามือไปลูบกะดินแห้งๆ ดินจึงเป็นผ้าเช็ดมือ หากปล่อยให้ยางติดมือ สักพัก ผิวหนังที่มือจะเป็นรูๆ เจ็บแสบได้เรื่องที่เดียว



มะละกอส่วนใหญ่จะเก็บดิบๆ ส่งไปทางภาคอีสานหรือปากคลองตลาด ขายต่อแม่ค้าส้มตำอีกที หากได้กิโลกรัมละ 3 บาท ใน พ.ศ. นั้น ถือว่าได้น้ำได้เนื้อ บางปี มะละกอออกมาก คนกินไม่ทัน ราคาตกเหลือกิโลละ 50 สตางค์ ที่บ้านจำใจต้องเก็บใส่หลัวบรรทุกลงเรือ ครั้งละหลายตัน ล่องไปส่งที่โรงดองมะละกอหลักห้า แน่นอนทั้งหมดเป็นมะละกอกลมราคาถูก เหมือนอ้อยเข้าปากช้าง แล้วแต่เจ้าของโรงดองจะตีราคา ครั้งหนึ่ง มะละกอลำเรือมาดใหญ่ๆ ได้ลำละ 600 บาท

ส่วนมะละกอสุก แม่ค้าที่ตลาดน้ำดำเนินสะดวกจะรับไปขาย มะละกอสุก จึงเป็นรายได้เพียงพอกับค่ากับข้าว ที่บ้านผมจะใช้มะละกอทำแกงส้ม, ผัดไข่ หรือไม่ก็กินสุก ไม่เคยเห็นผู้ใหญ่ทำส้มตำ ผมมารู้จักส้มตำอย่างเป็นงานเป็นการก็ที่ กทม.นี่แหละ



เดิมมะละกอมีโรคที่ต้องดูแลอยู่บ้าง เช่น เพลี้ยไฟ ราแป้ง แต่เมื่อไม่นานมานี้ ชาวสวนดำเนินฯบ่นๆกันว่า รักษาโรคไม่ค่อยหาย ใบร่วงโกร๋นไปทั้งขนัดสวน ผมไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร ทั้งๆที่มะละกอเป็นพืชไม่กี่ชนิดที่เราเชื่อมั่นว่าทนทานต่อโรค มาวันนี้ การใช้ยาฆ่าแมลงดูเหมือนจะเอาไม่อยู่ พวกเขาบ่นร่ำๆว่าจะหันไปหามะละกอจีเอ็มโอ

ผมขอภาวนาให้ชาวสวนอย่าหลงผิดเช่นนั้นเลย ยิ่งเดี๋ยวนี้ตามท้องตลาดเห็นมะละกอรูปร่างแปลกๆ หรือนำเข้าพันธุ์ใหม่ๆ เกิดอาการกล้าๆกลัวๆว่ามันจะปลอดภัยหรือไม่ ขอให้ชาวสวนกลับมาปลูกพันธุ์ดังเดิมของเราที่มีรสชาติดีกว่าเป็นไหนๆ ผมยังไม่เคยกินมะละกอสุกพันธุ์ไหนที่รสชาติดีกว่าพันธุ์ "แขกดำ"


Create Date : 13 กันยายน 2552
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2553 10:39:11 น. 34 comments
Counter : 7332 Pageviews.

 
มะละกอเป็นพืชที่มีประโยชน์ ผลมะละกอ ทานดิบก็ได้ทานสุกก็ดี ใบก็มีประโยชน์ช่วยให้เนื้อเปื่อย แต่ถ้าจะให้เลือกบริโภคระหว่าง ผล กับใบมะละกอแบ๊นแบน ก็คงจะเลือกผลดีกว่า เพราะบางครั้งเราก็แทบไม่ได้ใช้ใบแบนๆช่วยในการทำให้เนื้อเปื่อย คนส่วนใหญ่จะใช้ สัปปะรดมากกว่า


โดย: อินทรีทองคำ วันที่: 13 กันยายน 2552 เวลา:10:21:30 น.  

 
ชอบมะละกอดิบมากกว่าสุกค่ะ

ภาพที่คุณ IM นำมาให้ชมนั้น

ลูกดกมากๆ

อ่านวันนี้ก็ได้ความรู้เพิ่มขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ




โดย: หยุ่ยยุ้ย วันที่: 13 กันยายน 2552 เวลา:11:46:28 น.  

 
ปกติไม่ค่อยได้สุงสิงกะเจ้ามะละกอเท่าไหร่นะคะ นอกจากส้มตำแล้วก็เห็นจะเรียกว่านกแทบไม่ค่อยได้ทานมะละกอในแบบอื่นๆเลย
กำลังเกิดความคิดว่าถ้าเอามาแปรรูปเป็นผลไม้อบแห้งหรือทำขนมขบเคี้ยวในแพคเกจงามๆน่าจะส้รางคุณค่าเพิ่มได้หรือไม่หนอ...เดี๋ยวนี้อะไรๆก็ดูมีราคาได้ถ้านำเสนอดีๆ..ภาพก่อนสุดท้ายเป็นภาพติดหน้าถุงได้สบายสวยเลยค่ะพี่อิม(คิดแต่จะทำการค้าตามเคย55555.....ยายคนนี้..เอิ๊ก )


โดย: popang (popang ) วันที่: 13 กันยายน 2552 เวลา:12:20:30 น.  

 
ชอบอ่านบทความแบบนี้ค่ะ
มองเห็นภาพเลยว่า ชีวิตเด็กชาวสวนเป็นยังไง
คุณ IM เขียนอ่านเพลินมากเลย

ที่บ้านจะเตือนเสมอค่ะว่าให้ระวังยางมะละกอ
แล้วก็จะตื่นตาตื่นใจมากเวลาคุณยายเอามาหมักเนื้อ

ชอบกินมะละกอสุก เนื้อหนา หวานหอม แช่เย็น
แต่ถ้าให้ปอกเองก็อดทำผิวช้ำไม่ได้ เพราะชอบแบบสุกจัดๆหน่อย

ระหว่างส้มตำกับแกงส้มมะละกอ เลือกแกงส้มมะละกอค่ะ
ยิ่งเวลาน้ำแกงเข้าเนื้อ อร่อยอย่าบอกใคร


โดย: HoneyLemonSoda วันที่: 13 กันยายน 2552 เวลา:12:51:51 น.  

 
ที่ปลายวาปลูกมะละกอแบบหวังผลค่อนข้างยาก
เพราะน้ำเยอะเหลือเกิน แต่ถ้าปลูกพอกินก็ยังได้
มีคนทำสวนมะละกอเหมือนกันแต่ปลูกแทรกร่องยางระยะ ๒-๓ ปีแรกที่ยางยังต้นเล็กอยู่ พอยางโต แตกพุ่มมิด ก็หมดสิทธิ เพราะเชื้อราจะเยอะ

เลยปลูกได้อย่างละต้น สองต้น เก็บกินไม่ต้องซื้อหา
มากไปก็เอาไว้แบ่งบ้านใกล้เรือนเคียง แลกกับพืชผักอย่างอื่นที่เราไม่ได้ปลูก


โดย: ปลายแปรง วันที่: 13 กันยายน 2552 เวลา:13:40:09 น.  

 
หวัดดีค่า คุณ IM

ช่วงนี้อากาศที่เมืองไทยเป็นยังไงบ้างคะ ที่ฮ่องกงยังร้อนตับแล่บอยู่ ออกไปข้างนอกงี้ เหงื่อไหลไคลย้อยยังกับอยู่เมืองไทย

เห็นรูปต้นมะละกอต้นแรกแล้ว แหม นึกอยากส้มตำขึ้นมาทันทีเลยค่ะ อยากได้ซักต้นสองต้น

แถมวันนี้ บล็อกคุณ IM มาว่าด้วยเรื่องเพศศึกษาของมะละกอซะอีก ความรู้ใหม่เลยค่ะ

ที่ฮ่องกงมะละกอเป็นผลไม้ที่หาได้ง่าย ตามตลาด ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปมีขาย ส่วนใหญ่จะเป็นมะละกอดิบ แล้วแม่ค้าเค้าก็จะเอากระดาษหนังสือพิมพ์ห่อเพื่อบ่มไว้อ่ะค่ะ

เวลาป้าเดซี่ซื้อ จะเลือกแต่ลูกเขียว ๆ ไว้ทำส้มตำ มะละกอสุกไม่ปลื้มเท่าไหร่ค่ะ มือหนัก ซื้อมากิน แล้วปอก-หั่นเองทีไร มะละกอเละคามือทุกทีสิน่า

พักหลังเนี่ย ป้าเดซี่กินแต่ส้มตำทุกอาทิตย์

นับ ๆ ดูตั้งแต่อาทิตย์ที่น้องพลมาเยี่ยม ก็ตำปูปลาร้าเลี้ยงน้อง

อาทิตย์ถัดมา เพื่อนบล็อกเกอร์ฮ่องกงมา ก็ตำทั้งปูปลาร้า ทั้งไทยใส่ปู อาทิตย์ที่แล้วทำกินเองค่ะ ตำแต่ไทยใส่ปู ไม่ชอบกลิ่นปลาร้าเท่าไหร่ มาอาทิตย์นี้ คือเมื่อคืนนี้เอง มีเพื่อนฝรั่งของสามีมากินข้าวที่บ้านด้วย ก็ตำไทยเลี้ยง

อืม ป้าเดซี่เป็นอะไรเนี่ย มาพูดเรื่องส้มตำได้เป็นวักเป็นเวร อยากกกินอีกนะสิคะ มิใช่อะไร ยังมีมะละกอเหลืออยู่อีกครึ่งลูก

สรุปว่า บล็อกนี้ถูกใจ ขอมอบโล่ห์ให้เลยค่ะ


โดย: Oops! a daisy วันที่: 13 กันยายน 2552 เวลา:14:27:57 น.  

 
สมัยเด็ก ที่บ้านผมมีมะละกอต้นใหญ่ อายุหลายปี

ต้นใหญ่ขนาดที่เด็กอย่างเราปีนขึ้นไปนั่งเล่นบ้นต้นได้

คราใดที่พวกผู้ใหญ่อยากทำส้มตำกิน พวกเราจะรับอาสาปีนขึ้นไปเก็บมาให้

การตำส้มตำแบบชาวบ้านแถบนี้ นิยมตำกันครกใหญ่ ๆ ตำทีได้ส้มตำเป็นถาดสังกะสีหลายถาด แล้วชักชวนเพื่อนบ้านมากินร่วมกัน เป็นวงใหญ่

พวกเด็ก ๆ ที่กินส้มตำเผ็ด ๆ ไม่ได้ ก็จะมีส้มตำแบบเผ็ดน้อย หรือไม่เผ็ดเลยแยกให้ต่างหาก

สมัยเป็นเด็ก การกินส้มตำเผ็ด ๆ ได้แบบผู้ใหญ่ นับเป็นเกียรติภูมิของเด็กโดยแท้ มีไม่กี่คนหรอกที่ทำได้ จึงมีการประกวดประชันการกินส้มตำเผ็ด ๆ กันขึ้นเสมอ

ผมเองก็อดไม่ได้ที่จะเข้าร่วมการประชัน แต่ก็ไม่เคยชนะเพื่อนได้เลย มีแต่ต้องอ้าปากแลบลิ้น เหงื่อไหลไคลย้อย วิ่งไปตักน้ำฝนจากตุ่มขันใหญ่ ๆ ซดอัก ๆ ก่อนผู้เข้าแข่งขันคนอื่น

การล้อมวงกินส้มตำสามัคคีแบบนี้ ได้บรรยากาศของความมีน้ำจิตน้ำใจของเพื่อนบ้านใกล้เคียงดีนัก

สมัยนี้ไม่เคยเห็นภาพแบบนี้อีกแล้ว

ยุคหนึ่งสมัยหนึ่ง ที่เขตเขาค้อ มีมะละกอปลูกอยู่มาก

นักศึกษาหนีเข้าป่าไปเยอะ มะละกอจึงถูกนำมาใช้ปรุงเป็นอาหารแทบทุกวัน โดยเอาผัดกับน้ำมันหมู

เป็นเมนูอาหารประจำวันที่ต่อเนื่องยาวนานเป็นเดือน ๆ แม้ใหม่ ๆ จะรู้สึกรสชาติไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก แต่พอกินนานเข้า โดยแทบไม่มีเมนูอื่นสลับเลย ก็ไม่ไหวเหมือนกัน

ทุกวันนี้ หามะละกอสุกที่มีรสอร่อยถูกใจอย่างแขกดำกินไม่ค่อยได้ หรือถึงหาได้ก็ราคาแพงจนแทบแตะไม่ลง นาน ๆ ครั้งจึงจะกล้าซื้อหามากินสักลูกสองลูกพอให้หายอยาก

เคยปลูกเองที่บ้าน แรก ๆ ก็ให้ผลดี แต่อย่างที่จขบ.ว่ามานั่นแหละ ดีอยู่ได้พักเดียว โรคพืชก็เข้าถามหา ทั้งเพลี้ยงแปล้ง เพลี้ยไฟ ลงกินทั้งใบทั้งต้น พักเดียวเท่านั้นก็ยืนต้นตายแบบแก้ไขอะไรไม่ได้ แถมยังลามระบาดไปยังพืชอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียง

ก็เลยไม่คิดปลูกมะละกอกินเองอีกเลย.


โดย: ลุงแว่น วันที่: 13 กันยายน 2552 เวลา:14:38:28 น.  

 
เน็ตไม่ค่อยดีค่ะ...

วันก่อน เรื่องกล้วย

วันนี้ มะละกอ...

น่าสนใจมากๆค่ะ...จะมาอ่านละเอียดอีกทีนะคะ


โดย: นักล่าน้ำตก IP: 115.67.20.252 วันที่: 13 กันยายน 2552 เวลา:20:30:07 น.  

 
มะละกอเมื่อก่อนที่บ้านก็ปลูกค่ะ
ปลูกสำหรับกินดิบซะมากกว่า
ทั้งส้มตำ ผัดใส่ไข่ และแกงส้ม อร่อยมาก
เลยไม่ค่อยได้กินสุก

สมัยก่อนที่บ้านยังกินเนื้อกันอยู่เวลาต้มใส้เนื้อที
แม่เอามะละกอใส่ไปชิ้นสองชิ้น แม่บอกว่าทำให้เนื้อเปื่อยเร็ว

เมื่อก่อนชอบแขกดำอร่อยดีแต่ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นฮอลแลนด์แล้วค่ะ
เนื้อเค้าไม่เละดี สุกมากแต่เนื้อยังไม่เละหวานด้วย ลูกก็พอประมาณไม่ใหญ่
สมัยก่อนมะละกอลูกใหญ่จริงๆ กินไม่หมดลูกเสียดาย

เพิ่งรู้ว่ามีกระเทยด้วยไม่น่าเชื่อนะคะ
ชอบรูปหมูจังเลยค่ะ


โดย: Fullgold วันที่: 14 กันยายน 2552 เวลา:10:39:25 น.  

 
สวัสดีคุณอินไซน์

ผมติดใจคำว่า ทำไมชาวอีสานชอบรับประทานมะละกอมากกว่าภาคอื่น แต่ไม่ยักกะปลูกมะละกอ ผมหาคำตอบนี้มานาน

และทุกครั้งที่นั่งรถทั้งขับเองและรถทัวร์ ผมชอบดูต้นมะละกอว่าจะมีอยูตามที่ใด ใกล้บ้านหลังไหนบ้าง ก็แทบจะไม่เห็น

ผิดกับภาคใต้ทั้งภาค ไม่ว่าจะอยู่จังหวัดไหนจะมีมะละกอขึ้นอยู่ข้าง ๆ บ้านทั่วไป เคยได้ยินคำว่า "มะละกอชายไฟ" ไหมครับ หมายถึงมะละกอที่ไม่เคยต้องปลูกแต่มันขึ้นเอง เอาง่าย ๆ ที่บ้านผม ตอนนี้มีมะละกอชายไฟอยู่สองสามต้น ผลป้อม ๆ และยาว มีทั้งสองอย่าง แค่นี้ก็กินไม่ทันแล้ว และความที่มันขึ้นง่ายเกินไปผลสุกมักเน่าทิ้ง ผมไม่ค่อยได้กินมันเลย จึงไม่จำเป็นที่จะต้องปลูก

ผมไปได้คำตอบเรื่องมะละกออีสานตอนได้ลูกเขยเป็นชาวศรีสะเกษ ทำให้รู้ว่าแผ่นดินอีสานปลูกข้าวได้ดี ปลูกพืชไร่ได้ดี แต่ยกเว้นมะละกอ ที่บ้านของลูกเขย ตาและยายของลูกเขยชอบปลูกพืชหลายอย่างไว้ข้าง ๆ บ้าน เช่น กล้วย อ้อย น้อยหน่า ผักสวนครัว ขึ้นดีทุกอย่าง แต่พอปลูกมะละกอ ผมขำจะตาย...

เพราะต้นมันผอม ๆ เท่าข้อมือเด็กและมีผลผอม ๆ เช่นกันไม่เกินต้นละ ๑ ใบ ผมเคยถ่ายภาพมาคู่กับคุณตาคนปลูก แต่ยังหาภาพไม่เจอ ผมจะเอามาประกอบในเรื่องสั้นชื่อ "มะละกอต้นสุดท้าย"

ที่เป็นเช่นนี้เข้าใจว่าแผ่นดินอีสานคงขาดธาตุอาหารอะไรที่จำเป็นสำหรับต้นมะละกอ ขณะที่ภาคใต้มีสิ่งที่ว่าเหลือเฟือ

ครั้งหนึ่งที่ชุมพร คนเห่อปลูกมะละกอแขกดำส่งโรงงานและส่งตลาดแถว ๆ ภาคกลาง มีคนจากประจวบคีรีขันธ์อุตส่าห์ไปเช่าที่ปลูกมะละกอ ลุงไปได้ต้นพันธุ์มะละกอแขกดำมาห้าหกต้น เอามาปลูกแบบไม่ใส่ใจปรากฏว่าขึ้นดีสองสามต้น อีกสามสี่ต้นแคระแกร็น

แต่ต้นที่ไม่ปลูกผลป้อม ๆ แบบนั้นขึ้นดี ขึ้นได้ขึ้นเอามีให้กินตลอดปี ผมเองก็ชอบกินส้มตำ แต่กรรมเวรที่ว่าเราทำส้มตำกินเอง ไม่อร่อยเท่ากับพ่อค้าแม่ค้าชาวอีสานทำ

ส่วนมะละกอสุกผมก็ไม่ค่อยได้กินมัน โดยเฉพาะในหน้าที่มีผลไม้อื่น กล้วยก็อีกอย่าง เช่นกล้วยเล็บมือนาง กล้วยน้ำว้า กล้วยหอมเขียว ฝัง ๆ หน่อไว้เถอะกินได้ตลอดชาติ แต่ผมก็ไม่ค่อยกินมันอีก จนมันเน่าไปอย่างน่าเสียดาย

ภาคใต้ดินน่าจะสมบูรณ์ที่สุด แต่เสียดายเขาว่า ไม่เกินร้อยปีหรืออาจเกิน น้ำทะเลจะท่วมหมดตามกฎอนัตตา


โดย: ลุงบูลย์ (pantamuang ) วันที่: 14 กันยายน 2552 เวลา:11:41:33 น.  

 
มาชวนพี่อิมไปดูชูว์ครีมชาเขียวค่า

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=mylovepopang&month=14-09-2009&group=13&gblog=181


โดย: โปแป้ง (popang ) วันที่: 14 กันยายน 2552 เวลา:14:09:46 น.  

 
ในบรรดาไม้ผล

นอกจากกล้วยแล้ว อัยย์ก็ชอบมะละกอ

ถ้าซื้อผลไม้รถเข็น..ก็จะซื้อแต่มะละกอ กับสับปะรด

โอกาสหน้า ขอรีเควสต์จขบฬให้ลงเรื่องสับปะรดอีกนะคะ

คงเป็นอะไรที่น่าอ่านทีเดียวเมื่อคุณ im เป็นคนเขียน


ภาพประกอบวันนี้ก็น่าดูทุกภาพค่ะ


คืนนี้ถ้ามีเวลา

ขอเชิญไปล่องเรือนะคะ...


ป.ล.เมนต์ลุงบูลย์ก็ทำให้ได้รับความรู้มากขึ้น


โดย: นักล่าน้ำตก วันที่: 14 กันยายน 2552 เวลา:16:04:14 น.  

 
ชอบบล๊อกคุณอิมวันนี้จัง ทำให้ย้อนคิดถึงสมัยเด็ก ปลาหมึกแห้งย่างแล้วบด เค๊าจะมีมะละกอซอยเป็นเส้น ดองเปรี้ยวในน้ำกระเทียมดอง ใส่พริกขี้หนูบด เผ็ดๆเปรี้ยว อร่อยมากมาย..นึกแล้วอยากกิน..

จากในบล๊อกนัท..ผู้คนแยะอยู่ค่ะ แต่ต้องพยามถ่ายช่วงที่ไม่มีคน ที่นี่เรื่องมาก เลี่ยงๆไว้จะดีกว่า..

มีความสุขมากๆค่ะคุณอิม


โดย: Why England วันที่: 15 กันยายน 2552 เวลา:5:01:12 น.  

 
เห็นด้วยค่ะ"แขกดำ" หวานกรอบ อร่อยมากๆ



โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 15 กันยายน 2552 เวลา:14:44:17 น.  

 
ที่บ้านสามีชอบทานมะละกอสุกค่ะ แต่ไม่นิยมกินส้มตำ เนื่องจากฟันฟางใกล้จะหมดอายุขัย
ส่วนเดี๊ยนแบบอินเตอร์ได้สารพัดค่ะ

สมัยเด็ก เวลาเป็นหูด พวกเราก็จะเอายางมะละกอมาทา
ก่อนทาก็จะแกะเกาให้หูดมีรอยแผลก่อน พอเหยาะยางมะละกอลงไปมันก็จะมีอาการแสบๆคันๆ ตุ๊บๆ ทาซ้ำหลายๆครั้งหูดก็จะหายไปค่ะ

เป็นตำรายาโบราณมังคะ


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 15 กันยายน 2552 เวลา:20:04:03 น.  

 
คุณเจ้าของบล็อคเขียนอะไรเป็นน่าอ่านไปหมด

และขอบคุณคนคอมเมนท์แต่ละคนด้วยที่เมนท์ได้น่าอ่านไม่แพ้กัน

ผมสงสัยว่า

1 มะละกอดองที่ชาวสวนขายราคาถูก ๆ นั้นเขาเอาไปทำอะไรครับ

2 มะละกอดองกินกับปลาหมึกย่างของคุณ Why England นั้น ที่กัมพูชายังนิยมกินแบบนั้นอยู่ครับ

3 ผมเป็นคนอีสาน ต้นมะละกอแกร็น ๆ นั้นเห็นจนชินตาครับ


โดย: c (chaiwatmsu ) วันที่: 15 กันยายน 2552 เวลา:20:45:36 น.  

 
สวัสดีค่ะ..

คุณ IM "มะละกอ" ที่ดูเหมือนบ้านๆนะคะ..
แต่ความจริงไม่บ้านเลยล่ะค่ะ...
เพราะจ๊อกเคยทานทั้งที่แบบที่อร่อยและไม่อร่อยแหล่ะค่ะ
จ๊อกไม่ค่อยซื้อ มะละกอทานเท่าเท่าไหร่..เพราะตอนเด็กๆ
ที่บ้านมีปลูกเอง...ทานทั้งสุกและดิบ แม่และพี่สาวชอบ
เอามาใส่แกงสับนกและส้มตำ..แกงส้มมะละกอ..แล้วอาหารอีกอย่างนึงไม่รู้ว่าบ้านไหนเคยทำทานหรือเปล่า
นะคะ..คือ มะละกอผัดใส่ไข่...มะละกอ จะสับเหมือนกับ
ใช้ตำส้มตำ + กระเที่ยม + พริกไทย+ ไข่...
คิดแล้ว...อยากจะทานขึ้นมาแล้วเชียว...

เมื่อก่อนนะคะ มะละกอโกโก้ ดังสุดในสมัยที่จ๊อกเป็นเด็กๆ
ค่ะบ้านใครปลูกได้นะคะ..ดูมีราคาเชียวค่ะ เพราะเอาไป
ขายได้..ส่วนมะละกอพื้นบ้าน ใครก็มี..ทานเสร็จเอาเม็ด
โยนๆทิ้งไปเดี๋ยวก็ขึ้นกันให้พรึบพรับ...
เดี๋ยวนี้ไม่มีแม่กับพี่สาวอยู่แล้ว อะไรอะไรก็ไม่สมบูรณ์
เหมือนเมื่อก่อน...

**อ้อ..อีกอย่างนึงค่ะ...เวลาที่ มะละกอ ที่บ้านไม่ยอม
ออกลูก..แม่บอกว่าให้หาเศษผ้าถุงอ่ะค่ะ..ไปนุ่งให้เค้าค่ะ..
อีกไม่นานมะละกอก็ออกลูกอ่ะค่ะ....รื้อฟื้นความจำได้เท่านี้อ่ะค่ะ***


ขอบคุณมากๆนะคะที่ทำให้ระลึกถึงตอนเป็นเด็กๆอีกแล้ว..



โดย: คนชุมแสง วันที่: 15 กันยายน 2552 เวลา:21:21:12 น.  

 
คำถามคุณ chaiwatmsu ที่ว่า "มะละกอดองที่ชาวสวน
ขายราคาถูก ๆ นั้นเขาเอาไปทำอะไรครับ"

คำถามนี้สะกิตข้อสงสัยของผมมานานนับ 20 กว่าปีเลยครับ
ผมทำหน้าที่ลำเลียงมะละกอโดยเรือบรรทุกครั้งละ 4-5 ลำ
ไปตามคลองดำเนินสะดวก ไปส่งโรงดองมะละกอที่หลัก
ห้า ที่โรงดองมีลูกจ้างชาวอีสานทั้งนั้น ผมลืมถามเขาว่า
เมื่อดองมะละกอแล้วนำไปใช้ประโยชน์อะไร

ผมคงได้แต่เดาเอาเองว่า คงเป็นเหมือนผักดองที่ใช้กินกับ
ข้าวต้มครับ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 15 กันยายน 2552 เวลา:22:16:23 น.  

 
อึมๆๆๆ...ฮิฮิ ชักอยากกินบักหุ่ง..ซะแหล่วว..
ขอบคุณมากครับ...ที่ไปเยี่ยมบ้านตาติ๊กน่ะ..
ขอให้มีความสุข .....ครับโผ๊ม....


โดย: ตาติ๊กเองแหล่ะ..แหะๆๆ (สกุลเพชร ) วันที่: 15 กันยายน 2552 เวลา:22:24:46 น.  

 
มะละกอที่แกะเป็นหมูน่ารักจังค่ะ เหมือนมัก ๆ

ชอบมะละกอทั้งสุกทั้งดิบเลยค่ะ ดิบก็เอามาทำส้มตำ ไม่ก็มะละกอดอง กินกะข้าวต้ม อร่อยมาก แต่ถ้าลูกที่สุกแล้ว เวลากินให้บีบมะนาวหน่อย อร่อยเป็นเลิศศศศศ



โดย: haiku วันที่: 15 กันยายน 2552 เวลา:22:30:40 น.  

 
สวัสดีคุณ im ขอเรียกตามคนอื่นบ้าง

ยังค้างใจเรื่องมะละกอ ขนาดว่าปัจจุบันนี้ผมอยู่ชุมพร มีมะละกอและกล้วยน้ำว้าดาดดื่น แต่ตอนที่ผมมาเรียนที่ มศว.ป. มะละกอกับกล้วยน้ำว้านี่เป็นผลไม้ยอดฮิตที่สุด นักศึกษาต้องกิน คล้าย ๆ กับว่าใครไม่กิน เชย อะไรประมาณนั้น

แต่ความจริงคือ การเรียนหนักและอาหารในกรุงเทพที่เราซื้อกินมันก็ไม่ค่อยครบห้าหมู่ ก็เลยต้องซื้อทั้งกล้วยน้ำว้าและมะละกอกินทุกวัน เพื่อรักษาสุขภาพให้ดีไว้ จะได้ไม่เดี้ยงก่อนเรียนจบ

กล้วยน้ำว้าจะมีเด็กหิ้วไปเคาะประตูเดินขายตามหอพัก(ผมอยู่หอพัก) หวีละ ๑๐ บาทในปี ๒๕๑๘ นับว่าแพงฉายหิบ (ที่ชุมพรหวีใหญ่กว่าหวีละ ๒-๓ บาทเอง) แต่ก็จำต้องซื้อ

ส่วนมะละผมนึกแล้วขำ มันเป็นคล้ายๆแฟชั่นของนักศึกษา คือกินข้าวเสร็จสั่งมะละกอแขกดำมาคนละชิ้น ใครไม่กินเชยอย่างที่ผมว่า ผมเองก็เลยมักเอาด้วย เพื่อสุขภาพ และบางคนกินทุกวันจนเกิดเป็นตุ่มแดง ๆ ตามตัวแถมคัน ไปให้หมอตรวจหมอบอก วิตามิน เกิน ให้หยุดกินมะละกอ

แต่คุณimเชื่อไหม มะละกอชิ้นละ ๑ บาท ที่ติดเปลือกเขียว ๆ กว้างไม่เกินนิ้วบรรทัด มะละกอผลหนึ่งแม่ค้าผ่าขายได้ป็น ๑๐ ชิ้น ทั้ง ๆ ที่มะละผลหนึ่งตอนนั้น่าจะไม่เกิน ๓ หรือ ๔ บาท


โดย: ลุงบูลย์ IP: 118.173.116.91 วันที่: 16 กันยายน 2552 เวลา:14:32:04 น.  

 
แวะมาเยี่ยม


โดย: ชมพร IP: 86.211.214.82 วันที่: 16 กันยายน 2552 เวลา:15:52:52 น.  

 
บล็อกนี้ป๊อปปูล่าร์แฮะ คึกคักดีจัง

เรื่องมะละกอ มีอะไรให้คนพูดถึงกันได้เยอะนะคะ

เป็นผลไม้คู่บ้านคู่เมืองจริงๆ

พูดแล้วก็อยากกินซักชิ้น

มาแจ้งข่าวอัพบล็อกด้วยค่ะ...เชิญนะคะ...


โดย: นักล่าน้ำตก IP: 58.136.52.8 วันที่: 16 กันยายน 2552 เวลา:17:27:06 น.  

 
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=mylovepopang&month=17-09-2009&group=5&gblog=47

เรื่องและรูปจากปารีสอีกมุมมองนึงค่ะพี่อิม


โดย: popang (popang ) วันที่: 17 กันยายน 2552 เวลา:11:21:08 น.  

 
มะละกอสุก เย็น ๆ ราดน้ำมะนาว.............น้ำลายไหลแล้ว
ไปกินข้าวก่อนนะคะ


โดย: อันต้า วันที่: 17 กันยายน 2552 เวลา:12:21:52 น.  

 
ลูกชายอยากปลูกมะละกอ แม่อ่านเจอว่าเป็นไม้ต้องห้าม
ปลูกแล้ว ละเผ่าละกอ..น้าน...เป็นซะอย่างนั้น จริง ๆ คงไม่ใช่ แต่เห็นคนเอาไปเขียนได้เป็นเรื่องเป็นราว

นั่งอ่านบล็อกนี้อยู่กับลูกชายค่ะ แม่นั่งอ่านต้นมะละกอ ลูกตาไวไปเห็นชื่อบล็อกเก่าของคุณ IM ว่า โกดังผี ชวนแม่ที่เป็นคนกลัวผีไปเปิดอ่าน แล้วกลับมาหน้ามะละกอเหมือนเดิม จบกันที่การเถียงกันเล็ก ๆ เพราะแม่ชอบภาพมะละกอหมู บอกลูกว่า มะละกอ (แล้วหันไปมองหน้าเจ้าลูกชายบอกว่า) หมู เค้างอนใหญ่

อ่านแล้วคิดว่า ต่อไปถ้าลูกอยากปลูกมะลออีกก็จะให้ปลูก มะละกอหมู พันธ์แขกดำค่ะ อิ อิ


โดย: kangsadal วันที่: 17 กันยายน 2552 เวลา:15:28:02 น.  

 
มาชวนจขบ.ไปเที่ยวน้ำตกค่ะ

สบายดีนะคะวันนี้...


โดย: นักล่าน้ำตก วันที่: 17 กันยายน 2552 เวลา:20:14:07 น.  

 
รูปสวย น่ารัก glitter emoticon //www.yenta4.com


เอาภาพแบบเก่ามาฝากคุณ IM ค่ะ


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 17 กันยายน 2552 เวลา:20:21:46 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
สวัสดียามค่ำค่ะคุณim ดิฉันอัฟblogตั้งแต่วันวานแต่เพิ่งจะมีเวลามาทักทายใกล้วันแข่งขันเข้ามาทุกที อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ เด็กๆซ้อมตั้งแต่เช้ายันเย็นมา3-4วันแล้วในส่วนตัวก็พอใจในการร่ายรำของเด็กๆ แต่คู่แข่งเขาก็ต้องพร้อมเหมือนกันโดยเฉพาะทางเจ้าภาพแว่วมาว่า เขาก็แพ้ไม่ได้เช่นกัน งานเข้าดิฉันซะแล้ว ยังไงก็จะนำภาพมาฝากแล้วกัน อ้อลืมบอกไปเป็นงานสารทไทยจัดโดยสมาคมหอการค้าจังหวัดอ่างทองและสภาวัฒนธรรมจังหวัดค่ะ มีการกวนกายาสราทที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ถ้าเดาไม่ผิดจะต้องมีภาพจากข่าวตามสถานีโทรทัศน์แน่หรือสะเก็ดข่าวทางช่อง 7สถานที่จัดงาน วัดหลักแก้ว อ.วิเศษฯ จ.อ่างทองค่ะ คุณimสบายดีนะคะ


โดย: เกศสุริยง วันที่: 17 กันยายน 2552 เวลา:20:49:29 น.  

 
แวะมาอ่านอีกที มีรูปใหม่ มะละกอหมู น่ารักดี
ชอบมะละกอสีแสดสุกจัด น่ากินจังเลยค่ะ


โดย: HoneyLemonSoda วันที่: 17 กันยายน 2552 เวลา:21:11:01 น.  

 


goodnight ค่ะ
มินไม่ค่อยชอบมะละกอค่ะ
ทั้งเป็นส้มตำ และเป็นแบบผลไม้สุกอ่ะค่ะ


โดย: มินทิวา วันที่: 19 กันยายน 2552 เวลา:20:29:12 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

อรุณสวัสดิ์วันอาทิตย์ค่ะ

ไปเที่ยวไหนเปล่าคะ


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 20 กันยายน 2552 เวลา:5:44:10 น.  

 
ใครรู้ช่วยตอยทีนะคะ
อยากรู้ค่ะว่าส่วนไหนของมะละกอที่เรียกว่าส่วนหัวของมะละกอเพราะว่าที่เรียกกัน หรือที่เข้าใจถูกหรือว่าผิด


โดย: คนไม่รู้ IP: 61.19.227.2 วันที่: 15 ธันวาคม 2552 เวลา:12:51:47 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ 2554 ทุกคนนะครับ
ผมชอบกินมะละกอมาก ทั้งสุกและส้มตำ ตำทุกอย่างเห็นเป็นซื้อกิน ลองมาทุกที่ที่ผ่านพบ นอกจากนั้นยังฝึกปลูกมะละกอไว้ที่บ้านอีกมากมายหลายๆพันธุ์ ปัจจุบันกำลังฝึกปลูกพันธุ์ครั่งที่มีลูกยาวๆ แต่ยังไม่โตเลยไม่รู้ว่าจะได้กินฝีมือตัวเองไหมหนอ
ใครถนัดเรื่องอย่างนี้กรุณาชี้แนะให้ข้าน้อยด้วยครับ จักขอบคุณอย่างหลายครับ.


โดย: คนเหนือมักมะก้วยเต่ด IP: 117.47.221.112 วันที่: 5 มกราคม 2554 เวลา:11:24:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
Insignia_Museum
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 50 คน [?]




ความตั้งใจในการทำบล็อกเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เริ่มต้นด้วยการเขียนถึงถิ่นที่อยู่ในวัยเด็ก ต่อมาเป็นเรื่องเครื่องหมายต่างๆ เรื่องศิลปะ ภาพถ่ายในยุคก่อนๆ อาหารการกิน และอะไรต่อมิอะไรที่ประสบพบเห็น สนใจอะไรขึ้นมาก็อยากรู้ให้มากขึ้น กลุ่มเนื้อหาจึงแตกแขนงไปเรื่อยๆ
New Comments
Friends' blogs
[Add Insignia_Museum's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.