Group Blog
 
<<
กันยายน 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
2 กันยายน 2551
 
All Blogs
 
พระเครื่อง

โดย...Insignia Museum


บ้านชายคลองหลังหนึ่งที่ดำเนินสะดวก


เมื่อผู้เขียนอายุราว 5-6 ขวบ ชอบเอาพระเครื่องของพ่อ มาตั้งแท่นบูชาที่ลานบ้านทีละหลายๆองค์บนก้านธูปที่สานกันเหมือนเสื่อ เรียงกันเหมือนนั่งสวดในงานพิธี เมื่อเลิกเล่นแล้วก็ลืมเก็บเข้าหิ้งพระประจำบ้าน พวกผู้ใหญ่ที่เดินผ่านมาก็หยิบติดมือไป ทำอย่างนี้หลายๆครั้ง พระเครื่องเก่าๆ จึงสูญหายไปเป็นจำนวนมาก หากอยู่ถึงวันนี้ อายุของพระเครื่องแต่ละองค์คงไม่ต่ำกว่า 50 ปี หรือใกล้ๆร้อยปี

พระที่พ่อได้มา ส่วนใหญ่น่าจะได้มาจากพระที่มีคาถาอาคมเกี่ยวกับการรักษาความเจ็บป่วย เช่น หลวงพ่อไว แห่งวัดดาวดึงส์ สมุทรสงคราม บางส่วนได้มาจากวัดในละแวกคลองดำเนินสะดวก บางส่วนได้มาจากการไปทัศนาจรตามวัดต่างๆ ของผู้ใหญ่ในสมัยนั้น

Photobucket

พระเครื่องที่เก็บไว้ก่อนอายุ 10 ขวบ มีพระของพ่อรวมอยู่ด้วย



พระของแม่ให้ไว้


เมื่อโตขึ้นมา ผมพยายยามรวบรวมพระของพ่อให้เป็นที่เป็นทาง และเอามาเป็นสมบัติของตนเอง ไม่น่าเชื่อว่าพระของพ่อเหลืออยู่เพียง 2-3 องค์ สงสัยจนวันนี้ว่า ท่านไปอยู่เสียที่ไหน หรือกำลังอยู่ในวงการพระเครื่อง คงเหลือแต่ภาพที่ยังคงอยู่ในความทรงจำ หลังจากนั้นจึงเริ่มกันใหม่ โดยเก็บพระที่ออกใหม่ไปเรื่อยๆ ไม่กล้าเก็บพระเก่าราคาแพงเพราะความรู้ในการดูพระเครื่องมีแค่ชั้นอนุบาล


Photobucket

พระเครื่องในช่วงที่ผู้เขียนอายุ 10-20 ปี


ในวัยทำงาน ผมได้พระเครื่องจากการไปทำบุญตามวัดต่างๆทั่วประเทศ ซึ่งเป็นวัดในจังหวัดที่ไปทำงาน หรือได้รับจากคนท้องถิ่นที่ทำงานด้วยกันให้มาเป็นที่ระลึก ผู้เขียนมักจะเช่าพระในโบสถ์ พระถือว่าน่าจะมีพลังศักดิ์สิทธิ์มากกว่าพระเครื่องที่อยู่นอกโบสถ์ หรือตามศูนย์พระเครื่อง (เป็นความเชื่อส่วนตัว อย่าถือเป็นจริงจังครับ)

Photobucket

พระเครื่องส่วนหนึ่งที่ได้จากการไปทำงานในที่ต่างๆ


ระยะหลัง กรมการปกครอง เอาพระเครื่องจำนวนมากมาให้เช่าที่งานกาชาดสวนอัมพร งานกาชาดจึงเป็นงานที่ผู้เขียนรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ ผู้เขียนได้พระเหรียญ และพระผงมาจากวัดทั่วประเทศในงานกาชาดโดยไม่ต้องเดินทาง

Photobucket


พระเครื่องบางส่วนที่ได้จากงานกาชาด


พระเครื่องบางส่วนได้จากการแจกในงานศพ บางคนร้อนเงิน วิงวอนให้เก็บเอาไว้ โดยรับเงินไปจำนวนหนึ่งก็มี

เมื่อเก็บไว้มากๆ มักเกิดคำถามขึ้นในใจเสมอๆ
พระเครื่องที่วางขายกันข้างถนน เช่น บริเวณใกล้ท่าพระจนทร์ เราไม่มีโอกาสรู้ได้เลยว่า ทำมาจากไหน แน่นอนว่าเหรียญพระน่าจะทำมาจากโรงงานผลิต ตามจำนวนที่คณะผู้สร้างจัดทำ ส่วนพระผงอาจปั้มมาจากที่ใดที่หนึ่งก็ได้

Photobucket


พระหนี่เหล็กฮุด โรงเจฮะอี๊ตั๊ว เป็นโรงเรียนในวัยเด็กของคนชาวคลอง


การเช่าพระ ตามศูนย์พระเครื่องต่างๆ หรือแม้แต่ที่ขายกันข้างถนน เราจะทราบได้อย่างไรว่าองค์ไหนเคยผ่านพิธีปลุกเสกมาบ้าง หรือองค์ไหนเพิ่งผลิตจากโรงงานโดยไม่ผ่านพิธี หรือปลอมเลียนแบบพระที่มีความนิยม

ดังนั้นการเก็บพระเครื่อง ผู้เขียนมักจะมีความขุ่นข้องหมองใจอยู่เสมอว่า หากไม่ทราบที่มา ก็จะคัดไปรวมกับพระที่คิดว่าปลอม ซึ่งที่จริงอาจไม่ปลอม เพียงแต่เป็นพระเครื่องที่ไม่ดัง และไม่เป็นที่นิยมในตลาดพระเครื่อง

พระเครื่องที่ทำปลอม จะเป็นพระเครื่องที่อยู่ในความสนใจของตลาด หรือพระดัง ส่วนพระเครื่องที่ผู้คนไม่รู้จัก ไม่เคยปรากฎในนิตยสารพระเครื่อง จึงเป็นพระแท้ที่ไม่ดัง แต่พระแท้ที่ไม่ดังก็ยังมีปัญหาอีกว่า เป็นพระที่ผ่านการปลุกเสกจากวัด หรือพระที่ผลิตส่วนเกินจากโรงงานผู้ผลิต

หากเป็นคนที่มีอาชีพทางพระเครื่องโดยตรง เขาคงไม่วิตกจริตอย่างผู้เขียนเป็นแน่

ท่านผู้อ่านที่หลงเดินเข้าไปในตลาดพระเครื่อง เขาจะมีแมวมองเข้ามาถามท่านว่ามีพระมาปล่อยหรือไม่ หากโชคดีพวกเขาก็จะได้จับของถูกๆ ไปขายต่อ ผู้เขียนเคยเอาพระเครื่อง "นาคปรก" ที่ออกโดยวัดในย่านบางขุนพรหม เมื่อ 40 กว่าปีมาแล้ว ให้นักเลงพระที่เป็นเพื่อนกันดู เขาบอกว่าไม่รู้จัก อาจเป็นเพราะไม่ใช่พระเครื่องที่ตลาดต้องการ


Photobucket

พระนาคปรก


ที่จริงแล้ว ถ้าเป็นพระเครื่องที่เขานิยมเล่นกันในตลาดพระเครื่องและมีราคาสูง การซื้อขายกันต้องมีนายหน้าที่ไว้เนื้อเชื่อใจในการเจรจาอย่างรู้ทัน จึงจะได้ราคาที่สมน้ำสมเนื้อ หากท่านผู้อ่านมีของดีที่ตกทอดจากบรรพบุรุษ และไม่มีความรู้ หากเอาไปปล่อย หรือขายตามศูนย์พระเครื่อง โดยที่ไม่รู้จักกัน หรือเป็นคนนอกวงการ อาจไม่ได้ราคา เพราะเขาต้องเอาไปปล่อยต่ออีกหลายทอดเพื่อทำกำไร

พระเครื่องที่ตลาดนิยม
หาอ่านได้จากคอลัมน์หนังสือพิมพ์รายวัน หรือนิตยสารพระเครื่อง ที่มักแนะนำให้รู้จักแต่พระเครื่องดังๆ เจ้าของพระก็คนหน้าเดิมๆ คนธรรมดาหมดสิทธิ์เป็นเจ้าของ ในขณะที่พระเครื่องในเมืองไทย มีอีกมากมายมหาศาลที่นักเลงพระหรือตลาดพระเครื่องไม่สนใจ เพราะไม่ทำเงิน ผมเข้าใจว่าพระเครื่องที่เก่า และไม่มีคนรู้จัก น่าจะอยู่ในมือของต่างชาติไปมากแล้ว

ชาวต่างชาติ (ฝรั่ง) สะสมพระเครื่องไทยมานานแล้ว เขาไม่ได้ดูว่า พระองค์ไหนมีพลังศักดิ์สิทธิ์อย่างไร หากดูด้วยประสบการณ์ว่ามีศิลปะที่สวยงาม เก่าจริง หรือมีที่มา ว่ามาจากยุคนั้น ยุคนี้ เขาก็จะซื้อหามาเป็นเจ้าของ ระยะ 4-5 ปีมานี้ มีการประมูลขายทางอินเตอร์เน็ท พระเครื่องของเราจึงธุดงค์ไปอยู่ต่างประเทศเป็นจำนวนมาก นั่นหมายถึงรายได้ที่เข้าประเทศคงไม่น้อยที่เดียว

ปัจจุบัน
เริ่มมีชาวต่างชาตินิยมเครื่องรางของขลังในทางป้องกันภยันตรายมากขึ้น จนมีการประมูลขายกันทางอินเตอร์อย่างเป็นล่ำเป็นสัน ซึ่งผู้ขายต้องอ้างอิงอิทธิปาฏิหาริย์กัน จนคนไทยอ่านแล้วยังอาย ส่วนใหญ่จะเป็นพระเครื่องที่มีรูปทรงแปลกๆ หรือพระในกรอบเงินลงยารุ่นเก่า หรือเครื่องรางที่คนไทยบางคนไม่นำเข้าบ้าน เช่น กุมารทอง หรือผึลูกกรอก เป็นต้น

พระเครื่องในครอบครองของชาวต่างชาติ เขาก็คงไม่รู้หรอกครับว่าองค์ไหนของจริง องค์ไหนของปลอม ผ่านการปลุกเสกมาแล้วหรือไม่ การประมูลซื้อจึงขึ้นอยู่กับความพอใจของการสะสม ซึ่งพระเครื่องที่พวกเขาชอบกับคนไทยชอบก็ไม่เหมือนกัน หรือเป็นคนละประเภทกัน จึงสบายใจได้ว่าพระเครื่องที่ดังๆของเรา จะไมมีทางไปอยู่ในมือของคนต่างชาติ เพราะราคาแพงมากจนพวกเขาไม่มีทางเข้าใจครับ


Create Date : 02 กันยายน 2551
Last Update : 17 พฤษภาคม 2555 20:00:25 น. 27 comments
Counter : 9059 Pageviews.

 
เจิมอีกแล้ววววว....



โดย: Fullgold วันที่: 13 กันยายน 2551 เวลา:0:37:28 น.  

 
ของสะสมเยอะมากเลยค่ะ
บอกตามตรงว่าดุไม่เป็นเลยค่ะ
แต่เวลาคนให้ดูก็ดูน่ะค่ะ

ชอบศึกษาพระนางพญาค่ะ
ที่ขี่ไก่ ขี่เม่น ขี่ครุฑน่ะค่ะ
ประดับความรู้

ขอบคุณที่เอามาให้ชมค่ะ


โดย: Fullgold วันที่: 13 กันยายน 2551 เวลา:0:42:18 น.  

 
จึ๊ยหลวงพ่อปานค่ะ ขออภัยอิอิ

มีพระนางพญาอยู่ค่ะ


โดย: Fullgold วันที่: 13 กันยายน 2551 เวลา:0:45:00 น.  

 
เข้ามาอ่านเจอ แล้วถึงนึกออก...ช่วงที่อยู่ในฝรั่งเศส เจอฝรั่งแขวนพระ หลายคน นัทอดสาระแนไม่ได้ เข้าไปถามเลย..ขนาดพูดไม่เป็นนะเนี่ย

เขาให้ความนับถือ จริงๆ ไม่ใช่ใส่เป็นเครื่องประดับ..


โดย: Why England วันที่: 13 กันยายน 2551 เวลา:3:39:59 น.  

 
ชอบบรรยากาศบ้านริมคลองมากค่ะ
พระก็เยอะจัง สงสัยจะดังๆทั้งนั้น อย่าบอกใครนะคะว่าบ้านอยู่แถวไหน
อาจมีแขกไม่ได้รับเชิญก็ได้ อิ อิ
ของที่บ้านก็มีไม่เยอะขนาดนี้ แต่ไม่ค่อยรู้ว่าพระอะไรอ่ะค่ะ


โดย: จันทร์ไพลิน วันที่: 13 กันยายน 2551 เวลา:7:39:11 น.  

 
แป๋วก็แขวนพระอยู่องค์หนึ่งนะคะ เพื่่อนๆ (ต่างชาติทั้งนั้น)เห็นเข้าก็ชอบกันทุกคน คงเห็นว่าสวยน่ะค่ะ เพราะเป็นองค์เล็กนิดเดียวเอง


บางองค์ในรูปคุ้นจัง เหมือนเคยเห็นตอนเด็กๆ แต่แป๋วก็ไม่มีความรู้หรอกนะคะ โดยมากก็ผู้ใหญ่ให้มาทั้งนั้น

คุณเจ้าของบล็อกอุตสาหะจริงๆค่ะ คงจะใจรักด้วย


โดย: SevenDaffodils วันที่: 13 กันยายน 2551 เวลา:8:34:28 น.  

 
โอ้โห โอ้โห
โอ้โห และโอ้โห
สุดยอดค่ะนับถือจริง ๆ


โดย: malarn cha วันที่: 13 กันยายน 2551 เวลา:14:05:36 น.  

 
ก่อนอื่น .ขอบอกว่าขำมาจากที่คุณInsignia (ขอเรียกย่อๆยังงี้แล้วกันนะคะ อิอิ)พูดเรื่อง หมอฟันนินทาคนอื่นกับผู้ช่วย

จริงค่ะ ...ไปทำฟันที่ไร สังเกตว่า หมอกะผู้ช่วยเมาท์กระจาย ถูกหูถูกคอกันแทบทุกที่...ทำให้เราต้องอ้าปากฟังไปตลอด...
อยากถามจริงๆ ว่านี่เอ็งสองคนไม่ได้เจอกันเลยใช่มั้ย ...ทำไมมีเรื่องเมาท์กันเมามันขนาดนั้น...กร๊าก.

.......................

ไม่มีพระเครื่องกะใครเค้าเลยค่ะ...
เคยได้มา ก็ดูไม่เป็น
แบบ คิดว่า ไม่ใช่ของเก่าที่มีราคาอะไร ก็เลยทำหายไปซะ...

เห็นเค้าวางขายกันในกะละมัง แถวๆท่าช้าง ท่าพระจันทร์
รู้สึกเหมือนเป็นอีกโลกหนึ่งเลย โลกที่เราไม่คุ้นเคย
คิดว่าถ้ามีความรู้เรื่องพวกนี้บ้าง ก็จะเห็นคุณค่าพระเครื่องมากขึ้น...

ที่แน่ๆ...ชอบบ้านชายคลองค่ะ....


โดย: ทากชมพู วันที่: 13 กันยายน 2551 เวลา:15:27:12 น.  

 
บ้านน่าอยู่จังเลยค่ะ ...เจ้าพ่อเจ้าแม่ที่คุณได้มานี่ พ.ศ. อะไรคะ.....คุ้นๆเหมือนกันนะคะ สงสัยจะเป็นปีที่ ฉลองครองราชสมบัติ 60 ปีใช่มั๊ยคะเห็นสัญญาลักณ์อ่ะค่ะ...
เหรีญกรมหลวงชุมพรฯ...เหรีญกลมน่ะค่ะสวยมาก


โดย: คนชุมแสง วันที่: 14 กันยายน 2551 เวลา:9:55:33 น.  

 
วันนี้อัพบล็อกแล้วค่ะ

มีอะไรแบบแขกๆจะไปเล่าบ้างมั้ยคะ?..


โดย: ทากชมพู วันที่: 14 กันยายน 2551 เวลา:19:40:10 น.  

 
ขอบคุณนะคะที่เข้าไปเมนต์

ทำให้รู้สึกเหมือนเจอเพื่อนที่อ่านอะไรคล้ายๆกัน ดีใจจังเลยค่ะ

หนังสือเกี่ยวกับอินเดียของคุณชัยชนะ โพธิวาระที่คุณInsignia พูดถึง
ก็มีครบค่ะ ชุดแขกยิ้ม คลี่ส่าหรี อะไรพวกนี้ อ่านซะเกลี้ยงเลย
เป็นแฟนพันธ์แท้ อ.ชัยชนะเลยละค่ะ


อ่านแล้ว เมื่อยแก้มมาก ขำกลิ้งไปกลิ้งมาห้าร้อยตลบ



โดย: ทากชมพู วันที่: 15 กันยายน 2551 เวลา:11:37:21 น.  

 

สวัสดีค่ะ

สาธุ เป็นเรื่องใกล้ตัวม่านฟ้ามากๆๆเช่นกัน
บางเหรียญมีเหมือนกันนะคะ

คุณพ่อเป็นเซียนสะสมพระเครื่องตัวยงค่ะ
ตั้งแต่มีหลานชาย ท่านก็เอามาให้บ่อยๆๆ มาทีละหลายองค์ด้วย

ก็รักษาให้ดีที่สุดเพื่อเป็นสมบัติลูกหลานรุ่นต่อๆไปน่ะค่ะ


โดย: ม่านฟ้านาคราช วันที่: 15 กันยายน 2551 เวลา:12:23:27 น.  

 


โดย: จันทร์ไพลิน วันที่: 15 กันยายน 2551 เวลา:17:43:16 น.  

 
เข้ามาอ่านครับ

ครั้งหนึ่ง สมัยเริ่มแตกเนื้อหนุ่ม จำได้ว่าเรียนอยู่ชั้น ม.ศ. 2-3 นี่แหละ

ชอบสะสมพระเครื่อง เที่ยวหาตำรับตำรามาอ่าน และที่ชอบมากคือเดินท่อม ๆ ดูพระตามแผงพระที่มักจะเป็นร้านรับอัดกรอบพระ

พระที่มีไว้ในครอบครองส่วนใหญ่ จะเป็นพระใหม่ (ยุคโน้น) ได้จากการเช่า (ซื้อ) บ้าง ขอคนโน้นคนนี้บ้าง ดูในตำรับตำราจนจำได้ แต่ไม่มีปัญญาซื้อหา เพราะพระดี ๆ นั่นแพงเกินกำลังเด็กอย่างเรา

จนวันหนึ่ง ได้ไปเดินเล่นที่ตลาดนัดสนามหลวง เดินหลงเข้าไปในวัดมหาธาตุ ตอนนั้นตลาดนัดพระเครื่องยังขายกันอยู่ในวัด

เจอกับแพงพระน้อยใหญ่ ถึงกับตาลุกวาว อะไรกันนี่ พระเก่า ๆ หายากอย่างพระสมเด็จวัดระฆัง พระร่วงรางปืน พระนางพญา ฯลฯ ใส่ถาดขายเป็นพัน ๆ องค์

กระมิดกระเมี้ยนถามเจ้าของแผงว่าองค์เท่าไร? คิดอยู่ว่าท่าทางคงแพง ไม่มีปัญญาซื้อแน่...

"ร้อยละสี่สิบ" คนขายตอบหน้าตาเฉย

ได้ยินถึงกับตีหน้างง ๆ ไม่แน่ใจว่าฟังถูกหรือเปล่า จนต้องถามย้ำอีกครั้ง จึงได้รู้ว่า สนนราคาพระเก่าแก่เหล่านั้น ราคาร้อยองค์เพียงสี่สิบบาท ตกองค์ละไม่ถึงห้าสิบสตางค์....

อึ้งไปเลย สุดท้ายขอแบ่งซื้อเขามาในราคาองค์ละสองบาท เอาไว้ดูเล่น...

มาภายหลัง เจอพวกเล่นปาหี่ ขายพระแบบที่ซื้อมานี่แหละ ในราคาสององค์สิบบาท

ถ้าไม่เคยรับรู้แหล่งที่มาที่ไปของพระเหล่านั้นมาก่อน อาจจะหลวมตัวเสียเงินซื้อเก็บไว้บูชาเหมือนคนดูปาหี่คนอื่น ๆก็ได้..

แต่เมื่อรู้เบื้อลึกเบื้อหลังเสียแล้ว ก็ได้แต่เก็บเงียบอยู่ในใจ ไม่กล้าแพร่งพรายบอกใคร...


โดย: ลุงแว่น วันที่: 15 กันยายน 2551 เวลา:20:38:16 น.  

 
ไม่รู้ว่าตัวอะไร เลยเอามาฝาก มันมาเกาะตรงใบมะขามพอดี


โดย: noitpituk วันที่: 15 กันยายน 2551 เวลา:21:43:10 น.  

 
ของคุณพ่อพิมมีอยู่พอสมควรเหมือนกันค่ะ แต่พิมไม่รู้เรื่องหรอกค่ะ ตั้งแต่เด็กๆโดนสั่งห้ามว่าไม่ให้ไปเล่นแถวนั้นน่ะค่ะ

ไว้กลับไปคราวหน้าคงต้องไปหยิบมาปัดฝุ่นดูบ้างแล้วล่ะ


โดย: pim(พิม) วันที่: 16 กันยายน 2551 เวลา:7:38:34 น.  

 
กลับมาแล้วค่ะ หลังจากอาการดีขึ้น

อืม นี่สนใจตั้งแต่เด็กเลยนะคะนี่ แสดงว่าใจรักจริง ๆ

บางองค์ดูเหมือนเคยเห็น คงจะคล้าย ๆ กัน แต่เป็นคนไม่ค่อยชอบห้อยพระเท่าไหร่

ไปต่างจังหวัดแม่มักจะชอบให้เอาพระไปด้วย คงให้คุ้มครอง แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใส่เลย

แต่จะว่าไปตอนไปเขาหลักลัวผี ลืมไป เอาพระไปด้วย อุ่นใจ

หุหุ อ้าวแอบลักลอบของพ่อมาหรอคะ แต่ท่านคงไม่ว่าหรอก ของพ่อของลูกก็คือกัน


โดย: วันวานที่ผ่านมา วันที่: 16 กันยายน 2551 เวลา:20:06:00 น.  

 
สวัสดียามเช้าค่ะ กลับมาแล้วเลยตั้งใจเอาของฝากมาให้

ลองเข้าไปชมดูนะคะ ไม่รู้ว่าเคยไปมารึยัง แต่สวยดีค่ะ :)


โดย: วันวานที่ผ่านมา วันที่: 17 กันยายน 2551 เวลา:8:02:17 น.  

 
สวัสดีครับ
ได้ความรู้มากเลยครับ
ผมว่า หลายคน มีพระเครื่องเอาไว้ เป็นสมบัติส่วนตัวมาก หลายองค์ ก็จะเลือกพระเอาไว้ไม่กี่องค์ ที่แขวนเป็นประจำ

สำหรับผม หลวงพ่อทวดองค์นี้ แขวนเป็นประจำ ไม่สวย เป็นรุ่นหลังเตารีด ปี 2505 เรียกว่า พิมพ์ปัมซ้ำ เพราะหล่อมาครั้งแรก ไม่สวย ทางช่างจึงทำบล้อคใหม่ แล้วปั๊มลงบนพระอีกที ครับ

ดีใจที่ได้เห็นพระสวยๆของท่านครับ








โดย: ทวีศักดิ์ ถาวรรัตน์ (คนตาพิการ ) วันที่: 17 กันยายน 2551 เวลา:10:18:21 น.  

 
เป็นแฟน ฟ้าเมืองไทย เหมือนกันค่ะ
(โห...บอกวัยซะแล้วเรา)

ตอนเด็กๆ ติดงอมแงม..อ่านจากห้องสมุดโรงเรียน
นับถือคุณอาจินต์มากมาย
เหมือนเป็นครูคนแรกก็ว่าได้ เคยส่งเรื่องไป แล้วท่านก็ตอบกลับมา ทำให้เกิดกำลังใจ

ชอบคำนี้ค่ะ" ตะกร้าสร้างนักเขียนมาทุกยุค"

จริง...จริง....


โดย: ทากชมพู วันที่: 17 กันยายน 2551 เวลา:10:54:08 น.  

 
โห...เยอะจังเลยค่ะ

เมื่อก่อนก็ชอบเก็บเหมือนกัน...เป็นของรุ่นพ่อแม่..มีเช่าเองนิดหน่อย

แต่ตอนนี้ไม่ได้สะสมแล้วอ่ะคะ.....


โดย: The Air วันที่: 17 กันยายน 2551 เวลา:12:36:55 น.  

 
มาทักทายยามดึกค่ะ เรื่องพระชอบดูเฉยๆค่ะ
แต่ไม่ชอบเช่ากลัวโดนหลอกน่ะค่ะ
เพราะทำปลอมกันได้เนียนมากๆ
แต่ของแบบนี้บางทีอยู่ที่ใจและความศรัทธาน่ะค่ะ


โดย: Fullgold วันที่: 17 กันยายน 2551 เวลา:23:38:20 น.  

 
เอาหลวงพ่อมาฝากค่ะ
ไม่ได้ห้อยคอประจำ
กลัวอันตรายค่ะ
ถอดเก็บอย่างเดียว



โดย: Fullgold วันที่: 18 กันยายน 2551 เวลา:19:16:50 น.  

 
เดาว่าหนูน้อยหน้าตาน่ารักที่แต่งชุดอินเดียคนนั้น
ต้องเป็นแก้วตาดวงใจของ จขบ.แน่ๆเลย..ใช่เปล่าคะ..?



โดย: ทากชมพู วันที่: 18 กันยายน 2551 เวลา:21:27:32 น.  

 

ได้เห็นตัวอย่างการเก็บ สะสม และการรักษาพระเครื่อง
ของคุณ Insignia_Museum แล้ว ทำให้ป้าติ๋วเกิด
แรงบันดาลใจที่จะไปรวบรวมพระเครื่องที่มีอยู่เดิม
และที่ได้มาใหม่ในโอกาสต่างๆ นำมาจัดเก็บให้เป็น
ระเบียบระบบใหม่บ้าง

ต้องยอมรับว่าไม่มีความรู้เกี่ยวกับพระเครื่องที่มีอยู่
เท่าไรเลยค่ะ จะรู้จักเฉพาะบางองค์เท่านั้น เช่น
หลวงพ่อทวด หลวงพ่อโสธร หลวงพ่อโต ฯลฯ
ขนาดพระเครื่องในชุดเบญจภาคียังไม่ทราบเลยค่ะว่า
มีองค์ไหนบ้าง และในแต่ละปีได้รวบรวมพระเครื่อง
ที่มีอยู่จำนวนหนึ่งฝากญาติคนไทยในอเมริกานำไป
ฝากเจ้าอาวาสวัดไทยที่โน่น เพื่อให้ท่านได้มอบให้
ญาติโยมคนไทยไกลบ้านที่ไปทำบุญที่วัดไทยได้นำ
ไปบูชาบ้าง

ขอบคุณสำหรับแรงบันดาลใจดีๆ ที่จะเก็บรักษา
วัตถุบูชาในพุทธศาสนาของเราไว้นะคะ


โดย: ป้าติ๋ว (nature-delight ) วันที่: 19 กันยายน 2551 เวลา:11:00:34 น.  

 
ที่บ้านก็มีเยอะของพ่อเค้าทั้งนั้น
ลูกก็ดูไม่เป็นหรอกคะว่ามีอะไรบ้าง

ว่างๆก็แวะมาชมภาพกันอีกนะคะ


โดย: aomamm (Forest-ic ) วันที่: 19 กันยายน 2551 เวลา:13:31:16 น.  

 
รูปวาดระดับรางวัลของเด็กอินเดีย สวย บอกเล่าชีวิตที่เค้าพบเห็นประจำวันได้ชัดเจนดีนะคะ
ไม่เคยเห็นฝีมือเด็กๆของเค้าเหมือนกัน...ขอบคุณมากค่ะ

....ว่าแต่คุณInsignia มีอะไรพอจะพูดถึงประเด็นใหม่ในบล็อกอินเดียวันนี้ บ้างมั้ยคะ...
กามาสุตรา...อืมม...
ความเห็นซักคำสองคำก็ได้..อยากอ่านค่ะ...


โดย: ทากชมพู วันที่: 19 กันยายน 2551 เวลา:20:38:06 น.  

Insignia_Museum
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]




ความตั้งใจในการทำบล็อกเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เริ่มต้นด้วยการเขียนถึงถิ่นที่อยู่ในวัยเด็ก ต่อมาเป็นเรื่องเครื่องหมายต่างๆ เรื่องศิลปะ ภาพถ่ายในยุคก่อนๆ อาหารการกิน และอะไรต่อมิอะไรที่ประสบพบเห็น สนใจอะไรขึ้นมาก็อยากรู้ให้มากขึ้น กลุ่มเนื้อหาจึงแตกแขนงไปเรื่อยๆ
New Comments
Friends' blogs
[Add Insignia_Museum's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.