Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
 
13 กุมภาพันธ์ 2553
 
All Blogs
 
กระดูกในบ้าน


ภาพถ่ายย่าชวดของผม


ผมเรียกที่บรรจุกระดูกตามคนอื่นว่าโกศ ทำด้วยไม้ทาสีทองประดับกระจก ผมถามพ่อว่าใครกันบ้างที่อยู่ในนั้น ทำไมถึงต้องตั้งเรียงกันตามลำดับความสูง

พ่อบอกชื่อญาติหรือต้นตระกูลเราหลายครั้ง อาจเป็นเพราะความจำผมสั้นชอบถามบ่อยๆ พ่อบอกว่า หัวแถวคือ ก๋งโต ถัดมาเป็นย่าผัน ป้าเอ็ง ป้าเปา จะว่าไปแล้ว ถึงทราบชื่อผมก็ไม่รู้จักหน้าตา ทุกท่านที่ว่ามานี้ไปสบายในโลกอื่นก่อนผมเกิด ยกเว้นย่าผันคนเดียวที่จากไปตอนอายุมากแล้ว พอจะได้เห็นภาพถ่ายของท่านอยู่บ้าง

เรื่องราวของย่าผันที่พอจะเล่าสู่กันฟังได้ คงมาจากปากของแม่ที่ว่าด้วยเรื่องราวของแม่ผัวกับลูกสะใภ้ ผมจำรายละเอียดไม่ได้ จำได้แต่ว่าคนสมัยก่อนเงินทองหายาก ใช้จ่ายกันอย่างกระเหม็ดกระแหม่ นอกจากอาชีพทำสวนแล้ว ย่าผันยังทำขนมไทยขายด้วย

ส่วนป้าเปา พ่อบอกว่าท่านลาจากไปด้วยโรคท้องร่วง การแพทย์ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ยังไม่ดีพอ อายุจึงไม่ยืนเหมือนคนสมัยนี้

ส่วนป้าอีกคน เล่าลือกันว่าท่านมีปัญหาด้านสติสตังไม่ปกติ เรื่องนี้ลูกหลานไม่อยากให้เป็นความจริง มันไม่เหมือนโรคท้องร่วง เป็นแล้วตัดตอน ไม่ต้องพะวงกัน

ในวัยอายุไม่เกิน 10 ขวบ ผมจะไม่ค่อยเยื้องกายไปใกล้กระดูกในโกศเล็กๆที่ตั้งวางเรียงบนโต๊ะที่ต่อแบบง่ายๆนั้น ไม่ถึงกับกลัว แต่หวาดๆ ด้วยท่านที่อยู่ในนั้น เกินคนละยุค ไม่คุ้นเคยกันมาก่อน ความรู้สึกลึกๆของผมบอกว่า ปู ย่า พวกป้าๆ น่าจะใจดี

พอผมเข้าสู่วัยรุ่น ความกลัวในสิ่งที่มองไม่เห็นน้อยลง ผมกล้าหาญถึงขนาดนอนในมุ้งใกล้ๆกับที่ตั้งกระดูกเหล่านั้น นอกจากไม่กลัวแล้ว ผมยังหาโอกาสไปเช็ดถูทำความสะอาดอยู่บ่อยๆ

โกศเล็กๆทั้ง 4 นี้จะถูกเปิดออกในวันไหว้ตรุษจีน วันสารทจีน และวันสงกรานต์ ให้ลูกหลายได้อธิษฐานขอพร พ่อบอกว่า ให้ขอจากท่านผู้อาวุโสที่ไร้ตัวตนว่า "ขอให้ลูกหลายอยู่เย็นเป็นสุข" มาเพิ่มคำว่า "ร่ำรวยๆ" กันในยุคหลังๆนี้เอง

กระดูกในโกศเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย วางเรียงอย่างไรก็อยู่อย่างนั้นชั่วนาตาปี ไม่เคยพลิกจากข้างบนลงข้างล่าง ถ้าเป็นคนมีชีวิต คงเมื่อยแย่ ผมมักจะรับอาสาเปิดปิดโกศในวันไหว้ มักเห็นเม็ดกลมๆเล็กๆปนในกระดูก มันไม่ใช่ชิ้นส่วนของกระดูกแน่นอน เมื่อโตขึ้น ผมจึงรู้ว่านั่นเป็นไข่จิ้งจก แหมมันดอดเข้าไปตอนไหน ทำไมผมไม่รู้เรื่อง



Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 14 กุมภาพันธ์ 2553 2:13:55 น. 25 comments
Counter : 2578 Pageviews.

 
เวลาไปบ้านปู่กับย่า ยังได้ทันเห็นโกศเรียงรายที่ห้องพระค่ะ
จำได้ว่าขึ้นบันไดบ้านมา สวัสดีพี่ป้าน้าอาที่เจอหน้ากันจังๆแล้ว
ทุกคนจะต้องบอกว่า ไปไหว้พระ ไหว้ปู่ย่าซะก่อน

แล้วก็ได้เวลาที่ไปนั่งพับเพียบหน้าโต๊ะหมู่บูชา ในห้องพระมืดๆ
ไหว้พระเสร็จ พ่อกับแม่ก็จะบอกว่าบอกปู่ย่าด้วยว่าหลานมาเยี่ยม ขอให้คุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข

ปู่เสียไปตอนที่อายุได้สักสามขวบค่ะ ย่าอยู่มาอีกสามสี่ปีก็เสีย
ทุกครั้งที่ไปบ้านย่า ไม่ค่อยเรียกบ้านปู่ค่ะ ไม่รู้ทำไม
น้องจะค่อนข้างกลัว
ตัวเองเฉยๆ ไม่เคยเจออะไรทั้งสิ้น
แต่น้องบอกว่า วันหนึ่งที่ไฟดับ ฝันว่าย่ามานั่งพัดให้อยู่ข้างๆมุ้ง


โดย: HoneyLemonSoda วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:0:33:30 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่

เด็กๆเราถูกทำให้กลัวผีกันซะเยอะนะครับพี่ 555
ผมเพิ่งรู้ว่าคนน่ากลัวกว่าผีตั้งเยอะ
ก็ตอนโตนี่เองครับ






โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:6:30:49 น.  

 
อ่านเเล้วทำให้นึกถึงบ้านเมืองไทยสมัยเป็นเด็ก

เวลาขึ้นบ้านจะมีความรู้สึกกลัว ..จนกระทั้งปัจจุปัน
ใครไม่เชื่อเรื่องวิญญาณ..ยูคะเชื่อ เพราะเคยเจอมาเเล้ว
เปิดฝาโกดนี่นับถือค่ะ เเค่ไปนั่งไหว์ก็รู้สึกตัวเย็นๆเเล้วค่ะ

ขอบคุณที่นำเรื่องที่บางครั้งเราเเทบจะลืมมาสู่กันฟัง ปัจจุปันยังมีหลายครอบครัวที่ยังรักษาประเพณีนี้อยู่ คิดว่าเช่นนั้นค่ะ


โดย: ..ยูคะ.. (YUCCA ) วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:7:05:36 น.  

 
วัยเด็กกับอาการกลัวผี กลัวความมืด

ดูจะเป็นของคู่กันแบบไม่มีทางแยกจากกันได้

ญาติผู้ใหญ่ของเราเอง แม้จะรู้ทั้งรู้ว่า ต้องเป็นบุคคลที่รักเรา

แต่พออยู่กันคนละภพคนละชาติแล้ว

ก็อธิษฐานอยู่เสมอว่า ขออย่าให้มาพบเจอะเจอกันเลย

โดยเฉพาะเจอแบบเห็นหน้าเห็นตากันจัง ๆ ในยามค่ำมืด

ถ้าจะมาเข้าฝันก็ยังเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ประเพณีเก็บกระดูกใส่โกศเล็ก ๆ ไว้ในบ้านนี่

ที่บ้านผมไม่มี เพราะยึดประเพณีแบบจีน

มีแต่กระถางธูป ดูแล้วน่ากลัวน้อยกว่าโกศ

แต่สมัยเด็ก ก็ยังกลัวอยู่นั่นเอง

เดินผ่านหิ้งที่วางกระถางธูปของบรรพบุรุษ

โดยเฉพาะในยามวิกาล

จะต้องรีบก้มหน้าก้มตาเดิน

ไม่คิดจะหันไปเหลือบแลทางนั้นเป็นอันขาด

กริ่งเกรงว่า หากหันไปทางนั้น อาจจ๊ะเอ๋เอากับอาก๋งอาม่าแบบจัง ๆ

อุจจาระจะราดกางเกงเสียก่อน

ผ่านมาถึงวันนี้

กระถางธูปยังคงตั้งอยู่ที่เดิม

แต่ความรู้สึกกลับเปลี่ยนไป

ไม่กลัวเกรงเหมือนเมื่อก่อน

เพียงแต่รู้สึกหวั่นใจอยู่ว่า

หมดคนรุ่นนี้แล้ว

คนรุ่นต่อ ๆ ไป

จะยกกระถางธูปเหล่านี้มาเซ่นไหว้ในวันตรุษวันสารทเหมือนก่อนอีกหรือไม่

ไม่ได้กลัวว่าอากงอาม่าจะอดอยากอะไรหรอก

เพราะหากชาติภพมีจริง

ป่านนี้บรรพบุรุษเหล่านั้น

คงใช้ความอุตสาหะวิริยะที่มีติดตัว

ทำมาหาเลี้ยงตัวเองได้อย่างสบาย

แต่ที่กริ่งเกรงคือ

เกรงว่าลูกหลานรุ่นถัด ๆ ไป

จะไ่ม่มีของดี ๆ อร่อย ๆ กินในวันตรุษวันสารทนั่นต่างหาก

เรื่องกินนี่เรื่องใหญ่

หรือใครจะเถียงล่ะ?


โดย: ลุงแว่น วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:9:06:03 น.  

 
สะดุดใจตรงนี้ค่ะ

พ่อบอกว่า ให้ขอจากท่านผู้อาวุโสที่ไร้ตัวตนว่า "ขอให้ลูกหลายอยู่เย็นเป็นสุข" มาเพิ่มคำว่า "ร่ำรวยๆ" กันในยุคหลังๆนี้เอง

..........

จริงสิคะ

เดี๋ยวนี้ ใครๆก็ขอพรแต่ให้รวยๆๆๆ...

รวยแล้วคิดว่าจะมีความสุขแน่ๆเหรอ...ก็เห็นหลายคนยังร้อนรนไม่หยุดอะค่ะ

นักล่าฯมักจะขอพรให้ครอบครัวและประเทศชาติมีความสงบร่มเย็นค่ะ

ภาพย่าชวด ยังคงชัดเจนสวยงามมากนะคะ

.....

ตอนใหม่มาแล้วค่ะ


โดย: นักล่าน้ำตก วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:12:35:05 น.  

 
ถ้าเป็นครอบครัวใหญ่ เก่าแก่ ก็จะมีโกศใส่กระดูกเหมือนบ้านคุณ

แต่สมัยนี้ ครอบครัวขยาย ต่างออกไปเรียน ไปทำมาหากินถิ่นอื่น ไม่มีใครเป็นหลักก็จะไม่มีที่ที่จะกลับไปหา

ข้าวของเก่าๆจึงไม่ได้เก็บรักษา เข้ามาบล๊อคคุณ

แล้วอดนึกถึงตระกูลตัวเองที่อยู่คุ้งกระถิ่น

ยังอยู่แต่เจดีย์บรรจุกระดูกต้นตระกูลที่วัด คุ้งกระถิ่นเท่านั้น
เคยเห็นรูปปู่ทวด ปู่ย่า อยู่บ้างที่บ้านเก่าริมแม่น้ำ แต่ปัจจุบัน เมื่อญาติๆขายที่ขายบ้านริมน้ำ ที่คุ้งกรถิ่นไป รูปเก่าๆก็ไม่มีใครเก็บเอามาคงฝากไว้ที่บ้านนั้น ซึ่งเจ้าของบ้านคนใหม่ก็คงเก็บทิ้งไปนานแล้ว

เมื่อเวลาเนิ่นนาน ญาติเสียไปหมด คงมีแต่สำนึกถึงความหลังที่ไม่มีอะไรหลงเหลือแม้คนรู้จัก

ขอบคุณที่ไปอวยพร

"ซินเจียยู่อี่ ซินนี่ฮวดไช้" ขอให้สุขภาพแข็งแรงนะค๊ะ


โดย: ยายเก๋า (ชมพร ) วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:14:45:39 น.  

 
ซินเจียยู่อี่ ซินนี่ฮวดไช้พี่อิมด้วยค่า
เรื่องโกศในบ้านนี่ ...นกเคยถึงกับเอามาเทเล่นขายของตอนเด็กๆแล้วคิดว่าทำไมเก็บปะการังไว้ในโถส๊วยสวย แม่มาเห็นเกือบเป็นลมน่ะค่ะ555555

วันนี้ไปเที่ยวบ้านศิลปินมาค่ะพี่อิม ชื่อพี่วิเชียร วงศ์ศุภลักษณ์ เป็นแกรอลี่บ้านสวน เดี๋ยวไว้จะอัพแล้วจะมาตามนะคะ รับรองว่าพี่อิมต้องชอบแน่ๆค่ะ


โดย: โปแป้ง (popang ) วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:20:09:05 น.  

 
ซินเจียยู่อี่ ซินนี่ฮวดไช้ ครับคุณอิม

เครื่องใหม่มาพร้อมปีใหม่ถือว่าโชคดีแล้ว

คนจีนที่บูชาบรรพบุรุษ มักมีแต่รวย ๆ แต่คนไทยแท้ ๆ ไม่ค่อยบูชาเลยมักจน จ๊น จน

ผมคนหนึ่งละไม่ค่อยได้บูชา หาตังค์ได้เท่าใดจึงมักเก็บไม่อยู่ อยากจะทำบุญให้บรรพบุรุษ(เดือนสิบ) แต่มาติดขัดหาวัดที่ศรัทธาได้ลำบาก


โดย: ลุงบูลย์ (pantamuang ) วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:20:38:31 น.  

 
ที่บ้านชาลีจะมีมุมหนึ่งที่ชั้นสองที่ติดภาพเล่าก๋ง เล่าม่า ,

อากง อาม่า ฯลฯ ที่เป็นภาพขำ-ดำเอาไว้ค่ะ

ตอนเด็กๆ ก็กลัวมากๆ เวลาต้องเดินผ่านไปเข้าห้องนอน



มีความรู้สึกว่าภาพถ่ายเหล่านั้นมีชีวิตยังไงไม่รู้

แต่ที่รู้แน่ๆ ตอนนั้นกลัวผีค่ะ 5555+


โดย: sierra whiskey charlie วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:21:19:37 น.  

 
แก้คำผิดค่ะ ภาพขาวดำ ไม่ใช่ ขำ-ดำค่ะ


โดย: sierra whiskey charlie วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:21:20:22 น.  

 
แวะมากราบ
อาม่าอากง+บรพพบุรุษ+สตรีด้วยคนนะคะ
Long Live Love & Happy Chinese New Year ค่ะ




ขอแจมด้วยคนในฐานะสมาชิกใหม่ค่ะ..
แวะอ่านพรุ่งนี้ก็ได้นะคะ
เพราะหลายคนบอกว่าน่ากลัวๆๆๆ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:23:26:23 น.  

 


สวัสดีค่ะ..

ขอให้มีความสุข..และสุขภาพแข็งแรงนะคะ...
ร่ำรวย...ร่ำรวย...นะคะ


โดย: คนชุมแสง วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:2:28:56 น.  

 
ครับสวัสดีปีใหม่ไก่และขนมเช่ง
ผมชอบรูปคุณชวดจัง
คลาสสิคมาก
ผมไม่มีรูปชวดเลย


โดย: สัญจร ดาวส่องทาง วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:7:00:25 น.  

 
เรื่องนี้..อ่านดี ได้บรรยากาศครับ

ทำให้นึกไปถึงบรรพบุรุษเช่นเดียวกัน

แต่บ้านผม..มักจะไม่เก็บไว้ ทำบุญครบ 100 วัน ก็ลอยอังคารไป

มีความสุขมากๆนะครับ สุขภาพแข็งแรงด้วย

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...



โดย: ปลายแป้นพิมพ์ วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:9:13:19 น.  

 
หวัดดีค่ะคุณ IM

ถ้าป้าเดซี่มีโกศอยู่ในบ้าน คงจะไม่กล้าลุกมาเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนเป็นแน่แท้

ครอบครัวคุณ IM ดูเป็นครอบครัวใหญ่ที่รักใคร่และเก็บงำสิ่งแทนตัวของญาติผู้ใหญ่ที่ล่วงลับไปได้ดีนะคะ บ้านป้าเดซี่ไม่เลย อาจจะเป็นเพราะเราย้ายบ้านกันบ่อยด้วยก็เป็นได้ ย้ายที่ไร พวกรูป พวกอัลบั้ม ข้าวของต่าง ๆ หายไปซะเยอะ อย่างป้าเดซี่เนี่ย ปริญญาบัตรอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้

ชอบตอนปิดท้าย มีจิ้งจกมาวางไข่ซะนี่ คริคริ




โดย: Oops! a daisy วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:10:08:24 น.  

 
Tags Maker is a Text Image Generator to write Messages, Comments or Tags on Pictures

หวัดดีค่ะคุณอิม
เมื่อตอนมินเป็นเด็ก ๆ ที่บ้านก็มีแบบนี้เหมือนกันค่ะ
แต่ ตอนหลังคุณพ่อไปสร้างเจดีย์ใหญ่ไว้ที่วัดเลยค่ะ
และได้ย้ายไปเก็บเอาไว้ที่นั่น
และ ตอนหลังพอมีญาติคนไหนไปสวรรค์
ก็เอาไปเก็บรวมไว้ที่นั่นหมดทุกคนเลยค่ะ
ปล. มีความสุขมาก ๆ นะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:11:05:35 น.  

 
สวัสดีครับ
ที่ทางใต้ คือที่บ้านผม เราจะนิยมเอกกระดูกของญาติ ที่เสียชีวิตไปแล้ว ไปไว้ที่วัดกัน ไม่นิยมให้ใครเอากระดูกไปไว้เป็นส่วนคัว พอถึงวันสาร์ทเดือนสิบ ลูกหลานที่ต่างแยกย้ายกันไปทั่วสารทิศ ก็จะกลับมามาที่บ้านเดิม ไปวัด ไปทำความสะอาดโกศ ที่บรรจุกระดูกรวมมันของญาติพี่น้อง

ประเพณีดังกล่าว แต่ก่อนผมก็ไม่ค่อยเข้าใจนักว่าเป็นผลดีอย่างไร แต่เมื่อแก่ตัว ผ่านอะไรมาบ้างก็มาได้เห็นประโยชน์ของประเพณีนี้ เพราะ ถ้าเราไม่มีตรงนี้ อีกหน่อย ญาติพี่น้องก็คงจะไม่ได้รู้จักกันอีก เพราะไม่มีอะไรเชื่อมโยง ไม่มีจุดที่จะให้ได้พบกัน อย่างน้อย แม้จะพบกันปีละครั้ง เมื่อพบกันก็ได้ถามสารทุกข์สุกดิบ ช่วยเหลือกันตามความจำเป็น

เรื่องเหล่านี้ ถ้าไม่คิดให้ลึกซึ้ง นับวันเราจะไม่ได้เห็นกันอีกแล้ว เราะรูปถ่ายในสมัยก่อนนั้นก็ไม่มี อาศัยการบอกเล่ากันมา ปากต่อปาก

ขอบคุณที่เอาเรื่องดีๆเช่นนี้ มาเล่ากันครับ

ขอให้มีความสุข ในวันปีใหม่ และ ได้ทำงานที่ท่านรักอีกนานๆครับ หลายเรื่องที่ท่านเขียน เป้นแรงบันดาลใจให้คนอีกหลายคน ได้กระทำความดี มีความรักต่อผู้อื่นมาแล้วมากมาย


โดย: ทวีศักดิ์ ถาวรรัตน์ (คนตาพิการ ) วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:11:26:46 น.  

 
ถนนที่อินเดียทุกเมืองที่ผมไป
เดินแค่ 5 นาทีขึ้นมารถมาเอาผ้าเช็ดจมูก
จะมีแต่ฝุ่นเต็มไปหมดเลยครับ 555

แต่เขาก็อยู่กันได้นะครับพี่






โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:12:38:02 น.  

 
เมื่อก่อนเดินผ่านรูปที่บ้านปู่ก็หนาวหลังวาบๆค่ะ ตอนนี้เสียดายไม่ค่อยได้ถามเรื่องราวของท่านไว้มั่งจะได้เอาไว้เล่าให้ลูกฟัง


โดย: แม่น้องกะบูน วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:13:38:37 น.  

 
Bonjour
ความสุขของนิ้วน้อยขออวยพรให้สุขสันต์วันวาเลนไทม์แล้วกันนะคะ


Au revoir


โดย: ตู่อยู่ไไไกล (ความสุขของนิ้วน้อย ) วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:17:34:10 น.  

 

ขอให้เปี่ยมสุข เปี่ยมรัก เปี่ยมด้วยทรัพย์ศฤงคาร
เนื่องในวันแห่งความรักและวันตรุษจีน



โดย: ลูกปัดหมาน้อย วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:18:27:35 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่









โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:6:36:58 น.  

 


มาส่งเทียบเชิญ ให้ลองไปอ่านนวนิยายสไตล์นักสู้

นำเสนอเรื่องราวของเด็กหนุ่มนักสู้บนสังเวียนมวยและสังเวียนชีวิต

ในเรื่อง...

"สังเวียนคน"


เรื่องราวดุเดือดถึงเลือดถึงเนื้อ

ขอเชิญติดตามชมได้แล้วครับ....


โดย: ลุงแว่น วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:10:05:25 น.  

 
คุ้นๆว่าคลิกมาคราวก่อน อัยย์จะเจอบล็อกอื่นนะคะ

รึตาฝาดไม่แน่ใจ...อิอิ

ตอนใหม่มาแล้วค่ะคุณอิม

แวะไปนะคะ


โดย: นักล่าน้ำตก วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:11:58:20 น.  

 


โดย: c (chaiwatmsu ) วันที่: 13 มีนาคม 2553 เวลา:2:22:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Insignia_Museum
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]




ความตั้งใจในการทำบล็อกเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เริ่มต้นด้วยการเขียนถึงถิ่นที่อยู่ในวัยเด็ก ต่อมาเป็นเรื่องเครื่องหมายต่างๆ เรื่องศิลปะ ภาพถ่ายในยุคก่อนๆ อาหารการกิน และอะไรต่อมิอะไรที่ประสบพบเห็น สนใจอะไรขึ้นมาก็อยากรู้ให้มากขึ้น กลุ่มเนื้อหาจึงแตกแขนงไปเรื่อยๆ
New Comments
Friends' blogs
[Add Insignia_Museum's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.