Group Blog
 
<<
เมษายน 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
25 เมษายน 2552
 
All Blogs
 
สวนกล้วยไข่



กล้วยไข่ที่ดำเนินสะดวก เคยส่งมาให้คนเมืองหลวงที่ละหลายลำเรือขนาดใหญ่ ยังจำรสชาติได้หรือไม่ครับ คำถามนี้คงต้องถามจากผู้เฒ่าผู้แก่ คนรุ่นใหม่คงไม่ทราบ เดี๋ยวนี้ผู้คนรู้จักแต่กล้วยไข่จากกำแพงเพชร

ในร่องสวนที่ยกคันดินขึ้น ตามแบบการทำสวนของชาวจีนทั่วไป หลังฤดูน้ำลด เราจะใช้เรือไปบรรทุกหน่อกล้วยขนาดหน้าแข้งคน แหล่งที่ปลูกกล้วยพันธุ์ดีเพื่อให้ชาวสวนเอาไปปลูกนั้น จะเป็นแหล่งอื่น ยังสงสัยอยู่ว่า เราชาวสวนจากหากินจากการขายผลกล้วย ทำไมบางท้องถิ่นหวังผลจากการขายหน่อกล้วย

การเอาหน่อกล้วยลงปลูก ค่อนข้างหนักหนาสาหัส น้ำหนักแต่ละหน่อไม่ใช่น้อย เด็กๆไม่ได้รับโอกาสในการปลูกต้นกล้วย ต้นกล้วยจะปลูกได้ร่องละ 2 แถวห่างกัน 1 วา แต่ละต้นในแถวก็ห่างกัน 1 วา เช่นกัน หลังการปลูกกล้วยจะไม่ใช้ยาฆ่าแมลงเลย อาจใช้ปุ๋ยเคมีบ้าง ปุ๋ยคอกบ้าง ที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอคือการลดน้ำ 5 วันครั้ง

เมื่อลงหน่อแล้วก็คอยประคบประงม เมื่อต้นกล้วยเริ่มตั้งตัวได้ พองามดีแล้ว ชาวสวนก็คอยตกแต่งใบให้มีไม่เกิน 10 ใบต่อต้น สักพักหนึ่ง แต่ละต้นจะมีหน่อเล็กๆ แตกยอดขึ้นมาใกล้ๆกัน ตอนนี้ลำบากเด็กๆอย่างเราแล้วครับ เราใช้มีดอันเล็กๆตัดหน่อที่แตกออกมา 2 สัปดาห์ต่อครั้ง มันจะได้ไม่แย่งอาหารจากต้นแม่ เราตัดกันอย่างรวดเร็ว เรียกว่าวิ่งไล่ตัดกันเลย ก็งานมันน่าเบื่อออกอย่างงั้น กว่าลำต้นแม่จะให้ผล รอบต้นจะเต็มไปด้วยหน่อเล็กที่ปลายขาดอยู่ทั่วไป



เมื่อกล้วยไข่ออกเครืออ่อนหรือหัวปลี รอ 45-50 วันก็ตัดหัวปลีออก เราไม่เคยเห็นใครกินหัวปลีของกล้วยไข่ หากต้นไหนทำท่าจะเอน หรือล้ม จะใช้ไม้ไผ่คล้ำต้นกล้วยไว้ไม้ให้ล้ม นี่ก็เป็นงานของชาวสวน ที่ต้องคอยตรวจตรา สังเกตอาการของต้นกล้วยเริ่มจะโอนเอนหรือยัง

หากมีลมแรง อาจทำให้ต้นกล้วยล้มระเนระนาดได้ เคยมีกันบ่อยๆ ที่ใกล้จะตัดเครือขายได้แล้ว เสียหายด้วยแรงลมเสียก่อน พ่อมีวิธีห้ามลม ที่ไม่เหมือนใคร ท่านจะเอาพระปูนปั้นเหมือนหลวงจีน อ้วนพุงพุ้ยขนาดฝ่ามือมาวางกลางแจ้ง มักจะได้ผลทุกครั้ง หรือว่าเป็นความบังเอิญก็ไม่ทราบ



เรายังอุ่นใจที่รอบขนัดสวนมีต้นมะม่วงและต้นกล้วยน้ำว้าช่วยกำบังลม น่าสงสารต้นกล้วยน้ำว้า ชาวสวนไม่ค่อยดูดำดูดีกับมัน แถมเอาใบไปใช้งานสารพัด ห่อขนมบ้าง รองเข่งก่อนบรรจุผักบ้าง ปลีกล้วยก็เอาไปแกง ลำต้นก็เอาไปเลี้ยงหมู เครือกล้วยก็หิ้วกลับไปกิน หรือไม่ก็ปล่อยสุกคาต้น เป็นอาหารแก่นกหนูไปตามเรื่อง สมันนั้นคนไม่ค่อยกินกล้วยน้ำว้า

นอกจากต้องระวังลมแล้ว อีกเรื่องหนึ่งที่เจ้าของสวนกล้วยต้องระวังยิ่งกว่าภัยธรรมชาติ นั่นคือคนขโมยตัดกล้วย เราลงทุนทำกระท่อมกลางสวนกล้วย มุงจาก ข้างฝาใช้ใบกล้วยแห้งๆ นอนเฝ้ากันตอนกลางคืน เด็กๆรู้สึกผจญภัย คนขโมยกล้วยนี่ก็แปลก รู้ทั้งรู้ว่าต้องใช้กำลังอันมากในการยกเครือกล้วยออกจากร่องสวนข้ามน้ำข้ามท่า ขโมยครั้งหนึ่งๆจะได้สักเท่าไหร่



เด็กๆบ้านนอกไม่เคยกลัวสัตว์มีพิษเลย เราไม่มีเต้นท์นอนที่ปลอดภัยเหมือนสมัยนี้ งูเงี้ยว เขี้ยวขอเข้าประชิดตัวได้ทุกเวลา ในความเป็นจริงแล้ว พวกมันคงได้กลิ่นคน หลบไปเสียก่อนที่เราจะเห็นมัน อย่างมากก็เจอมดวิ่งเข้าไปในหู มดยังไม่ทันได้กัด เราก็ร้องโวยวายแล้ว ต้องนอนตะแคง เอาน้ำกรอกหู มดจะลอยออกมาเอง

เมื่อรอดพ้นจากภัยธรรมชาติและคนกันเองแล้ว ก็ถึงเวลาตัดเครือกล้วย ต้องตัดที่ละมากๆ แล้วลำเลียงมาที่ริมคลอง เพื่อใช้มีดคมๆ ตัดออกมาเป็นหวีๆ ชาวสวนเรียกว่าการแฉละกล้วย ต้องใช้ฝีมือมาก ผลกล้วยไม่ได้รับบาดแผลจากการแฉละเลย

เมื่อตัดออกเป็นหวีๆแล้ว ก็บรรจงเรียงอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยในเรือมาด คล้ายเรือเอี๊ยมจุ้น แต่เล็กกว่า เอาผ้ายางคลุมอย่างดี คนตากฝนได้ แต่กล้วยตากฝนไม่ได้ ญาติๆที่ยังหนุ่มแน่น มีกำลังดี จะถ่อหัวถ่อท้าย มีแม่คอยควบคุม พาเรือไปที่คลองดำเนินสะดวก เพื่อเข้าขบวนเรือลากจูงกับรายอื่นๆ จูงกันเป็นแถวยาวหลายลำ ลากไปตามลำคลองจนสุดคลองดำเนินสะดวก ไปถึงประตูน้ำบางยาง ออกแม่น้ำท่าจีน เข้าคลองภาษีเจริญ ถึงบางแคเช้ามืด บางแคจึงเป็นปากอันใหญ่โตของคนเมืองหลวง ที่นำกล้วยไข่มาเท่าไรก็ขายหมด เมื่อนับเงินนับทอง ยิ้มย่องผ่องใสกันแล้ว ก็กลับตามเส้นทางเติมด้วยเรือเปล่า



สวนกล้วยที่ตัดเครือกล้วยออกหมดแล้ว เหลือแต่ลำต้นก็หมดความหมาย เราไม่เคยใช้ใบตองจากกล้วยไข่ หรือเอาต้นกล้วยไปใช้ทำอย่างอื่น หรือหมูไม่ชอบกินต้นกล้วยไข่ก็ไม่ทราบได้ เมื่อกล้วยหมด น้ำหลากก็มาพอดี ท่วมสวนเหมือนแอ่งน้ำขนาดใหญ่ เราปล่อยให้ต้นกล้วยเน่าคาร่องสวน เที่ยวนี้ลำบากเด็กๆอีก ลอยคอไปตามร่องสาวนที่น้ำท่วมถึงหน้าอก ถอนต้นเน่าๆ ล่องพาต้นกล้วยเปื่อยๆไปโปะที่คันดินรอบขนัดสวน เหมือนกำลังเล่นโปโลน้ำ

เมื่อหมดหน้าปลูกกล้วย ชาวสวนก็จะหันไปสนใจปลูกพืชอย่างอื่นที่คิดว่าจะได้ราคาดีในปีหน้า ไล่ล่าเงินทองกันตลอดไป แต่ไม่เคยอยู่ดีกินดีเหมือนคนในเมืองสักที


Create Date : 25 เมษายน 2552
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2555 12:30:07 น. 57 comments
Counter : 3913 Pageviews.

 
แวะมาทักทายวันหยุดครับ

ส่วนตัวไม่ชอบทานกล้วยใข่แต่ชอบทานกล้วยน้ำหว้ามากครับ


โดย: อนันต์ครับ วันที่: 25 เมษายน 2552 เวลา:13:40:23 น.  

 
ชอบกล้วยไข่ เพราะมันไม่มีกระดูก...

แต่ทำไมกล้วยไข่สวนนี้มีเม็ดด้วยอ่ะ?

ตอนนี้ต้นกล้วย (ไข่) ที่บ้านกำลังออกเครือมาได้สักสองอาทิตย์แล้วค่ะ โห..ต้องรออีกเดือนกว่าเลยหรือนี่กว่าจะได้ลิ้มรสกล้วยหวีแรกที่ปลูกเองในบ้าน!!

รอบกล้วยต้นแม่ตอนนี้มีพี่น้องตามมาอีกเจ้ดต้นค่ะ ไม่ฟันทิ้งสักต้นเลยเพราะไม่มีที มีอยู่ตรงนั้นกระจุกนึงเลยปล่อยให้เขาขึ้นมาแทนที่กัน กะว่าจะได้มีกินไปเรื่อย ๆ จากลูกหลานพวกนี้ (ไม่ค่อยงกเท่าไหร่ อิ อิ)

อีกเดือนครึ่งแน่ะ เฮ้อ,...


โดย: kangsadal วันที่: 25 เมษายน 2552 เวลา:13:54:41 น.  

 
ในบรรดากล้วย กล้วยทั้งหลาย

ชอบกินกล้วยน้ำว้ามากที่สุดค่ะ

หากเป็นกล้วยไข่ต้องไปผ่านกรรมวิธีเชื่อมให้สีเหลืองทองเสียก่อน จึงค่อยน่ากินหน่อย

ชีวิตชาวสวน ถึงจะดูเหมือนรวยน้อยกว่าชาวเมือง แต่ได้อยู่ในที่ที่มีมลพิษน้อยกว่าชาวเมืองตั้งเยอะนะคะ

ขอให้มีความสุขในวันหยุดค่ะ




โดย: หยุ่ยยุ้ย วันที่: 25 เมษายน 2552 เวลา:15:56:41 น.  

 
ครั้งหนึ่ง เมื่อตลาดนัดสนามหลวงยังมีให้เดินซื้อของกันทุกวันเสาร์-อาทิตย์

ตลาดนัดผลไม้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเมืองหลวง ยังยึดหัวหาดแถบริมคลองหลอด ย่านกระทรวงมหาดไทยเป็นทำเลที่มั่น

ผลหมากรากไม้จากเรือกสวนรอบกรุงเทพถูกลำเลียงมาจำหน่ายในและริมคลองแห่งนี้

แม้กลิ่นน้ำเน่าจากคลองหลอดจะฟุ้งตลบสักเพียงใด

แม้แดดจะร้อนแรงสักเพียงใด

ตลาดน้ดผลไม้แห่งนี้ ก็ดึงดูดชาวกรุงให้เดินทางไปเสาะแสวงหาผลไม้สด ๆ จากสวนได้ไม่ขาด

ส้มสูกลูกไม้ตามฤดูกาลมีวางจำหน่ายจนลานตา ในราคาที่ไม่แพงนัก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับราคาจำหน่ายตามตลาดสด หรือแม้แต่ที่ปากคลองตลาด

เหตุผลก็ง่าย ๆ คือ ที่นี่ไม่มีพ่อค้าคนกลาง ชาวสวน กับคนขายเป็นคนเดียวกัน

นอกจากผลไม้ตามฤดูกาลแล้ว ผลไม้พื้นบ้านที่นาน ๆ จะเห็นสักครั้งก็มีหลงมาวางจำหน่ายด้วย เช่น กล้วยกล้าย กล้วยตีนเต่า มะอึก น้อยโหน่ง ฯลฯ ที่บางชนิด เราไม่เคยได้ยินชื่อ บางชนิดก็เคยได้ยินแต่ชื่อ ไม่เคยเห็นของจริง

ที่น่าประทับใจที่สุด คือนักท่องเที่ยว ทั้งฝรั่งหัวแดงหัวเหลือง และนักท่องเที่ยวจากแดนอาทิตย์อุทัย ที่เดินเตร็ดเตร่จากการเที่ยวชมพระบรมมหาราชวัง แล้วหลุดหลงเข้ามายังตลาดนัดผลไม้แห่งนี้

พวกเราคนไทยพากันชี้ชวนกันดูญี่ปุ่นกลุ่มหนึ่ง ทุกคนคงติดใจกล้วยหอมเมืองไทย แต่ละคนจะซื้อและหิ้วกล้วยหอมมากันคนละหวี แถมในมือข้างที่ว่าง ยังถือกล้วยหอมอีกลูกหนึ่ง เดินคุยกันไป กัดกินกล้วยอย่างเอร็ดอร่อย

สอบถามจากไกด์แถวนั้นจึงได้ความว่า ที่ญี่ปุ่น กล้วยหอมเป็นผลไม้มีระดับของบ้านเขาเมืองเขา ราคาแพงเอาเรื่อง แยกขายเป็นลูก ๆ ในซุปเปอร์มาร์เก็ต

ไกด์คนดังกล่าวให้อรรถาธิบายต่อไปว่า กล้วยหอมหนึ่งผลของเขา ยังแพงกว่ากล้วยหอมทั้งหวีที่เขามาซื้อได้จากตลาดนัดแห่งนี้

เขาก็เลยซื้อกันคนละหวี กินกันให้หายอยากเสียเลย...

พวกเราคนไทย เห็นดังนั้น ก็เลยอดขำไม่ได้

เห็นญี่ปุ่นหิ้วกล้วยคนละหวี ๆ เดินไปกินไป

อดคิดถึงเรื่องที่ลิงชอบกินกล้วยไม่ได้สิน่า...


โดย: ลุงแว่น วันที่: 25 เมษายน 2552 เวลา:16:40:37 น.  

 
เข้ามาก็ได้อ่านกล้วยไข่

เดี๊ยนชอบทานกล้วยไข่เพราะรสหวาน เนื้อเนียนไม่เป็นไตแถมมีความหอมด้วย

แต่ก่อนกล้วยน้ำว้าไม่มีราคาแต่เดี๋ยวนี้แพงหูฉี่

คุณพ่อเดี๊ยนชอบทำสวน แกจะปลูกกล้วย ขนุน เงาะ ทุเรียน มังคุด ลางสาด สารพัด วันหนึ่งๆ เข้าสวนหลายๆรอบค่ะ เดี๊ยนเคยเห็นครั้งหนึ่ง ท่านยืนน้ำตาไหล เพราะขนาดที่ท่านเข้าสวนวันละหลายๆครั้ง มิวายเงาะที่สุกพร้อมจะตัดได้โดนชิงตัดไปก่อนเกือบหมดต้น เดี๊ยนเข้าใจความรู้สึกของท่านมาก เวลาผลไม้สุกท่านจะมีความสุขมากค่ะ ภูมิใจในผลผลิตที่เฝ้าทะนุถนอมมาค่ะ

คนทำเกษตรน่าเห็นใจที่สุดค่ะ


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 25 เมษายน 2552 เวลา:17:17:57 น.  

 
ภาพสุดท้ายน่ากลัวจังเลยค่ะ หุหุ...

..........

เป็นมนุษย์ที่ชอบกินกล้วยคนนึงค่ะ

ไม่ว่าเอาไปทำอาหารอะไร จะชอบซะทุกอย่าง...

จะชอบกล้วยหอมมากที่สุด รองลงมาก็กล้วยเล็บมือนาง แล้วก็กล้วยไข่

ส่วนกล้วยน้ำว้า ชอบเวลาเอาไปทำกล้วยบวชชีกะข้าวต้มมัด

กล้วยไข่ดำเนินฯ...ชักอยากรู้รสชาติซะแล้วสิคะ
ไม่รู้ว่าจะแตกต่างจากกล้วยไข่กำแพงเพชรหรือเปล่า

แต่ดูๆแล้ว ก็ปลูกยากเหมือนกันนะคะ

ปลูกกล้วย ไม่ใช่เรื่องกล้วยๆ....


โดย: นักล่าน้ำตก วันที่: 25 เมษายน 2552 เวลา:17:29:04 น.  

 
เห็นด้วยว่าภาพสุดท้ายโคตะระสยองเลยอ่ะ
กลัวๆ กลัวกล้วย
พอดีเป็นคนทานกล้วยไม่ได้
เข้าปากแล้วจะคอยแอวะ..บอกอาการไม่ถูกค่ะ
พอกล่อมแกล้มได้ก็กล้วยเล็บมือนางอย่างเดียว


โดย: mutcha_nu วันที่: 25 เมษายน 2552 เวลา:19:40:38 น.  

 
สวัสดีค่ะ มาแวะดกล้วยใข่ปลาดมีหน้ามีตา


โดย: ยายเก๋า (ชมพร ) วันที่: 25 เมษายน 2552 เวลา:22:44:04 น.  

 
ขอเปลี่ยนภาพประกอบใหม่ครับ ภาพกล้วยที่ดูเหมือนหน้าคน จะดูหน้ากลัวไปหน่อย เดี๋ยวจะทำให้คนกินกล้วยไม่ลง

ขอส่งเสริมคนไทยทุกคนกินกล้วยครับ...


โดย: Insignia_Museum วันที่: 25 เมษายน 2552 เวลา:23:09:24 น.  

 
ความรู้ใหม่ค่ะ ที่ใบกล้วยใข่นั้นไม่ใช่ใบตองที่ประกอบอาหาร
ใบกล้วยใข่กับกล้วยน้ำหว้าไม่เหมือนกันหรือคะ ส่วนใบตองที่ทำอาหารเช่นข้าวต้มมัดนั้นเป็นใบกล้วยน้ำหว้าหรือคะ?

ชอบกล้วยใข่มากกว่ากล้วยหอมเเละหายากในต่างเเดน
ส่วนมากจะเป็นสินค้าเข้าจากฟิลิปปินส์

โอ้ยย..คิดเหมือนกันเลยค่ะ ร้านอาหารชีสเค๊ก ในร้านไม่ใช่เหมือนจานบินเเค่นั้น คล้ายๆนั่งในโบสถ์สวดมนต์
เเต่คนเเน่นจริงๆค่ะ


โดย: ยูกะ (YUCCA ) วันที่: 26 เมษายน 2552 เวลา:0:00:05 น.  

 
เท่าที่เคยเห็น ชาวบ้านจะใช้ใบกล้วยน้ำว้าห่อขนม เช่น ข้าวต้มมัด ขนมหวานต่างๆ อาจเป็นเพราะว่าใบกล้วยน้ำว้าขนาดกว้างกว่าและไม่ค่อยแตกง่ายครับ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 26 เมษายน 2552 เวลา:5:37:12 น.  

 


ตามมาดูเรื่องกล้วยไข่ ด้วยคนค่ะ
จริง ๆ ด้วย เพราะมินเพิ่งจะรู้ที่นี่เหมือนกันว่า
มีกล้วยไข่จากดำเนิน พอพูดถึงกล้วยไข่
ก็จะนึกไปถึงกำแพงเพ็ชรอ่ะค่ะ เวลาผ่าน
ซื้อยกมาเป็นเครือ ๆ เลย แต่ เอามาแจกเขานะคะ
เป็นคนไม่ชอบทานกล้วยทุกชนิดเลยค่ะ
แต่ชอบทานกล้วยบวชชีอ่ะ คือซดแต่น้ำกะทิอ่ะค่ะ
กล้วยอย่างเก่งก็ชิ้น สองชิ้น เท่านั้น
ไอติม บานาน่าสปริท ก็ทานแต่ไอติม ไม่ทานกล้วย
เพื่อนยังบอก แล้วเธอจะสั่งบานาน่าสปริททำไมอ่ะ ฮ่า ๆ ๆ
ปล.มีความสุขกับวันอาทิตย์ นะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 26 เมษายน 2552 เวลา:8:06:20 น.  

 
เข้ามาบล็อกนี้อีกรอบครับ

มางวดนี้เห็นรูปสวยๆ เยอะแยะ เข้ากับบรรยากาศกล้วย ๆ ดีแท้...

แต่ชอบที่สุดเห็นจะเป็นรูปฝนกล้วยตกในห้อง 5 5 5

เมื่อมีหลายคนพูดถึงกล้วยน้ำว้า ก็เลยคิดถึงเกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ขึ้นมา คิดว่าเอามาเล่าไว้ตรงนี้อาจจะเป็นประโยชน์แก่คนชอบกินกล้วยก็ได้

ใครรู้บ้างว่า ทำไมคนไทยจึงเรียกกล้วยชนิดนี้ว่า "กล้วยน้ำว้า"...

เชื่อว่ามีไม่กี่คนที่รู้ที่มาที่ไป...

ที่จังหวัดน่าน แม่น้ำน่านเป็นแม่น้ำสายหลัก มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาสันปันน้ำชายแดนจังหวัดน่านกับประเทศลาว

แม่น้ำน่านนี้ ถือกำเนิดมาจากแควน้ำสายเล็ก ๆหลายสายไหลมารวมกัน เช่น น้ำปูน น้ำพาง น้ำว้า ฯลฯ

ครั้งหนึ่ง มีคนพยายามสืบเสาะหาต้นกำเนิดของน้ำน่าน เขาเดินท่องน้ำว้าขึ้นไปเรื่อย ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ยิ่งเดินทวนน้ำขึ้นไป แควน้ำก็ยิ่งเล็กลง จนกลายเป็นห้วยเล็ก ๆ และเหลือเป็นทางน้ำเล็กลง ๆ จนที่สุด ทางน้ำเล็ก ๆ สายนั้นก็ไปสิ้นสุดที่ป่ากล้วยขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง...

ต้นกล้วยอันเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำน่านแห่งนี้ ไม่ใช่กล้วยป่าที่มีผลใหญ่อวบและมีเม็ดมากเหมือนแห่งอื่น ๆ

หากแต่กล้วยที่นี่ มีเนื้อหวานหอมอร่อย แทบไม่มีเม็ดเลย และนั่นคือ กล้วยน้ำว้าที่เรารู้จักกันดีนั่นเอง...

เข้าใจว่า คนรู้จักกล้วยชนิดนี้มาหลายร้อยปีแล้ว และได้เอาพันธุ์กล้วยจากที่นี่ไปปลูกจนเป็นที่นิยมแพร่หลาย เมื่อคนที่ได้ชิม และถามว่าได้กล้วยพันธุ์นี้มาจากที่ใด ก็ตอบตามต้นกำเนิดของมันว่า "กล้วยน้ำว้า" จนกลายเป็นชื่อของพันธุ์กล้วยชนิดนี้ไปในที่สุด

เอวัง ก็มีด้วยประการฉะนี้...


โดย: ลุงแว่น วันที่: 26 เมษายน 2552 เวลา:9:09:04 น.  

 
ขอบคุณคุณลุงแว่นครับสำหรับประวัติกล้วยน้ำว้า

เป็นข้อมูลที่ไม่ทราบมาก่อนเลยครับ รู้แต่ว่าแม่เอากล้วยน้ำว้าบดป้อนให้ผมกินมาตั้งแต่เป็นทารก นี่อาจเป็นสาเหตุทีพอโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ออกจะเบื่อกล้วยน้ำว้า ชอบกินกล้วยหอม กล้วยไข่ มากกว่าครับ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 26 เมษายน 2552 เวลา:9:32:34 น.  

 
มาช้ามาก อายจัง เมื่อวานยุ่ง ๆ อ่ะค่ะ ไม่ได้เข้าบล็อกแก็งค์เลย

เรื่องกล้วย ๆ ที่ไม่กล้วยของคุณ IM น่าสนใจมากค่ะ ให้ความรู้ดีมาก ๆ

ป้าเดซี่เป็นคนชอบกินหัวปลีค่ะ เคยไปซื้อหัวปลีมาทำต้มข่าแล้วผิดหวังมาก ๆ มันขื่น ๆ ดำ ๆ ถามผู้รู้เค้าว่า มันคงไม่ใช่หัวปลีกล้วยน้ำว้า เลยได้ความรู้ใหม่

จะว่าไป กล้วยน้ำว้าเนี่ยมันใช้ประโยชน์หลายทาง ได้มากกว่ากล้วยชนิดอื่น ๆ นะคะ

เมื่อวานเพิ่งไปร้านไทยมาค่ะ ซึ่อนั่นซื้อนี่มาอย่างละนิดละหน่อย รวมถึงข้าวต้มมัด

แอบเห็นที่ร้านเค้ามีใบตองแล้วก็สารส้มด้วย ทำให้นึกอยากทำข้าวต้มมัดกินเองมั่ง แต่.......จะไปซื้อกล้วยน้ำว้าได้ที่ไหนน้า ???

ในซุปเปอร์มาร์เก็ตแถวบ้าน มีทั้งกล้วยหอม กล้วยหักมุก และกล้วยไข่ค่ะ เข้าใจว่าสองอย่างหลัง อิมพอร์ตมาจากเมืองไทยน่ะแหละ

เห็นกล้วยไข่รูปแรกแล้ว ทำเอานึกอยากกิน กล้วยไข่เชื่อม กับกล้วยไข่บวดชี ได้แต่นึกค่ะ คงไม่ทำเองหรอก ขี้เกียจ แถมกินอยู่คนเดียวอีก ท่าจะไม่คุ้ม อิอิ


โดย: Oops! a daisy วันที่: 26 เมษายน 2552 เวลา:9:45:33 น.  

 
เห็นรูปแล้วยังกะกล้วยปล๊าสติคเลยค่ะ ลูกอวบดีจัง เราชอบกินกล้วยไข่มากกว่ากล้วยชนิดอื่น ยิ่งทำเป็นบวชชีหรือข้าวเม่าทอดก็ยิ่งเยี่ยมเลยค่ะ

ได้ความรู้เกี่ยวกะกล้วยไข่แบบเต็ม ๆ แถมเคล็ดลับกันลมเวลาปลูกด้วย ขอบคุณค่า


โดย: haiku วันที่: 26 เมษายน 2552 เวลา:10:41:18 น.  

 
ไม่เคยปลูกกล้วยไข่ค่ะ เลยนั่งอ่านเพลิน
และไม่เคยรู้เลยว่ามีกล้วยไข่จากดำเนินสะดวก
รูปแรก กล้วยผิวสวย น่ากินสุดๆ
ชอบจังเลย ที่คุณ IM ยังเก็บความทรงจำเก่าๆแต่มีประโยชน์น่าอ่านมาก มาเล่าให้ฟัง
ขอบคุณนะคะ

สมัยเด็กๆ กล้วยน้ำว้าเป็นของที่เกลื่อนกลาดมากในความรู้สึกของตัวเอง
เพราะมองไปรอบๆบ้านก็เห็นแล้ว
แถมเวลาสุกก็กินแทบไม่ทัน แม่ต้องเอาไปทำขนมสารพัด
ยายเอากล้วยดิบไปทำกล้วยฉาบ ใหม่กรอบ หอมมัน
หรือไม่ก็ฉาบน้ำตาลเสียงดังกรอบแกรบเวลาได้ที่แล้วพลิกไปมาในกระทะ
เพิ่มความหวาน สำหรับคนที่ชอบหวานๆมันๆ

ส่วนใหญ่ มักมีคนมาขอกล้วยน้ำว้าสุกไปให้เด็กเล็กๆกินค่ะ
โดยส่วนตัวเห็นกล้วยน้ำว้าครูดเละๆแล้วหมดความอยากกินกล้วยน้ำว้าสุกไปเลย

ในขณะที่กล้วยหอมหรือกล้วยไข่เป็นสิ่งที่ต้องซื้อค่ะ
เพราะที่บ้านไม่ค่อยได้ปลูก
อาจจะมีกล้วยหอมบ้าง แต่นานๆจะได้กินกล้วยหอมที่ปลูกเอง
เวลาพูดถึงกล้วยไข่ ก็จะนึกถึงกระยาสารทขึ้นมาทันที

ตอนเด็กๆจะตื่นตาตื่นใจมากว่าทำไมกล้วยเชื่อมเหมือนกัน
แต่สีไม่เหมือนกัน
ใช้เวลาอยู่พักหนึ่งถึงจะแยกออกว่า กล้วยน้ำว้า กล้วยหักมุก กล้วยหอม กล้วยไข่ กล้วยเล็บมือนาง ต่างกันยังไง
วันหนึ่งแม่ไม่อยู่บ้าน ก็เลยแอบทำกล้วยเชื่อมเอง
ผลออกมาเป็นกล้วยต้ม เพราะใส่น้ำตาลน้อยไป

พูดไปพูดมา อยู่ดีๆอยากกินแกงไก่ใส่กล้วยดิบจังเลย


โดย: HoneyLemonSoda วันที่: 26 เมษายน 2552 เวลา:19:22:08 น.  

 
ส่งข่าวมายังคุณ IM ว่า วันนี้อัพบล็อก(อีกแล้ว)

วันนี้เสนอตอน...พายุฤดูร้อนครับ..


โดย: ลุงแว่น วันที่: 26 เมษายน 2552 เวลา:19:58:00 น.  

 
อ๊ะ...รูปนั้นเอาออกแล้วเหรอคะ

โล่งไปค่ะ

...เรื่องกล้วยๆเนี่ยคุยกันได้เยอะนะคะ...

เป็นของที่ผูกพันกับคนไทยมาก...แล้วเดี๋ยวนี้ก็แปรรูปไปเรื่อย

อย่างพวกกล้วยอบเนย เนี่ยก็ชอบค่ะ ที่ขายกันเป็นถุงๆ...

กินแล้วไม่เคยหยุดได้เลย...เรียกว่ากล้วยเบรกแตกอะค่ะ

...ตัวเองเรียกยังงี้

ไม่รู้คนทั่วไปเขาเรียกด้วยหรือเปล่า...



โดย: นักล่าน้ำตก IP: 115.67.83.109 วันที่: 26 เมษายน 2552 เวลา:20:35:47 น.  

 
กล้วยไข่เชื่อมราดน้ำกะทิโรยน้ำแข็งหน่อย อร่อยมากๆค่ะ
เคยนั่งเรือเที่ยวคลองดำเนินฯเห็นน้ำซัดเข้าสวนกล้วยทั้งวัน^^
เค้าว่ากล้วยไม่ชอบน้ำ กลัวเจ้าของสวนจะล่มจมต้องบอกเรือให้ขับเบาๆ (อิ อิ จริงแล้ว หวาดเสียวค่ะ)
ชอบภาพประกอบวันนี้จัง


โดย: จันทร์ไพลิน วันที่: 26 เมษายน 2552 เวลา:21:23:32 น.  

 
ภาพสุดท้ายน่ารักคล้ายนกเพนกวิน
ส่งพัดมาให้นะคะ ช่วยคลายร้อน


glitter-graphics.com


โดย: nathanon วันที่: 26 เมษายน 2552 เวลา:22:25:03 น.  

 
เรื่องกล้วยๆ..แต่ไม่กล้วยเลยนะคะ...

ลำบากเหมือนกันนะคะ...ที่บ้านไม่เคยปลูกกล้วยไข่เลยค่ะ

ปลูกแต่กล้วยน้ำว้า...ตอนเด็กชอบกินกล้วยหอมและกล้วย

ไข่...แต่หากินยากเพราะราคามันไม่ถูกหรอกค่ะ ที่บ้านไม่

เคยซื้อเพราะมีกล้วยน้ำว้าที่ปลูกกินเองที่บ้านอยู่แล้ว

แม่เคยลองปลูกกล้วยหอมนะคะ...เฝ้าทนุถนอม..พวกเรา

เด็กๆตื่นเต้นกันใหญ่เลยค่ะกันใหญ่เลย..เพราะเหมือนเป็น

ของแปลกหายาก..แล้ววันหนึ่ง..ก็กล้วยหอมก็ออกผลค่ะ

เราหมั่นเดินไปดูมันบ่อยมากเลยแบบว่าตื่นเต้น...แต่ลูก

เค้าไม่ใหญ่เหมือนกับที่เค้าขายกันที่ตลาดหรอกค่ะ

รสชาติดูเหมือนไม่เข้มข้น...หอมหวานสักเท่าไหร่เลยค่ะ

แต่เราก็ภูมิใจกันนะคะ....แม่บอกว่าสงสัยดินแถวบ้านเรา

จะไม่เหมาะสมในการปลูกกล้วยประเภทนี้ค่ะ

เลยไม่ได้พัฒนากันต่อ...ปลูกกล้วยน้ำว้าเหมือนเดิม

ทิ้งๆขวางๆก็มีผลให้กินกันตลอดเลยค่ะ..และมีประโยชน์

แบบจะทุกส่วนตลอดทั้งต้นเลยค่ะ....

จ๊อกยังไม่เคยทานกล้วยไข่ ของดำเนินสะดวกเลยนะคะ

แล้วจะหาทานได้แถวไหนอ่ะคะ


โดย: คนชุมแสง วันที่: 26 เมษายน 2552 เวลา:23:52:05 น.  

 
เมื่อวานก็มาแต่ทำไมเจอหน้าเก่าอิอิ
อ่านไม่ไหวตาจะปิด

พรุ่งนี้มาใหม่ค่ะ



โดย: Fullgold วันที่: 27 เมษายน 2552 เวลา:0:51:36 น.  

 
ผมชอบกินกล้วยไข่แบบผลใหญ่ๆ

ตั้งแต่เล็กจนโตเวลากินไม่เคยใส่ใจเลยว่าที่มาของกล้วยนั้นอยู่ที่ท้องที่ไหนจังหวัดใด.

วันนี้ได้อ่านเรื่องการทำสวนกล้วยไข่ของคนดำเนิน ก็เพิ่งจะทราบว่าในครั้งนั้นต้องปลูกกล้วยกันใหม่ทุกปี ตามความเปลี่ยนแปลงที่สัมพันธ์กับปริมาณน้ำ..

ขอบคุณเรื่องเล่าที่มีภาพและสีสันแห่งชีวิตและท้องทุ่งวันวารครับผม


โดย: bite25 (bite25 ) วันที่: 27 เมษายน 2552 เวลา:10:19:56 น.  

 
เมื่อก่อนตอนเด็กๆ

แม่ขายของในตลาดสด...ขายกล้วยค่ะ(รับจากคนที่เค้าเอามาจากสวนอีกที)

หวีละ 5 บาท

เดี๋ยวนี้ ไม่รู้หวีละเท่าไหร่แล้ว

เรื่องกล้วย แม่เค้าเป็นกูรูมาก...

เรื่องมันอีกอย่าง มันสำปะหลัง และมันทุกประเภท

แบบว่า คนขายขนมในอำเภอ ทุกคนต้องมาซื้อกล้วยกับมันของแม่

คิดถึงความหลังมากๆค่ะ...


ป.ล.อัพบล็อกแล้วจ้า...


โดย: นักล่าน้ำตก วันที่: 27 เมษายน 2552 เวลา:13:55:37 น.  

 
เดี๊ยนว่ารูปที่ 8 เหมือนหนอนมันใส่เสื้อค่ะ เป็นเสื้อยืดที่วัยรุ่นชอบใส่น่ะค่ะ

คุณพ่อเดี๊ยนท่านก็ทำเกษตร เป็นชาวสวน ทำสวนยางพารา ปลูกสารพัดค่ะ ตอนเด็กๆก็ได้ช่วยเก็บผลไม้ขายอย่างเดียว บางปีทุเรียนดกมากขายไม่ออก หน้าที่ของเราก็คือต้องมากวนขายค่ะ แม้แต่ขนุนถ้าขายไม่หมดก็ต้องเอามากวน ซึ่งกวนยากกว่าทุเรียนหลายเท่าค่ะ

เดี๊ยนว่าถึงเดี๋ยวนี้ก็ยังมีฝีมือการกวนทุเรียนอยู่ค่ะ


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 27 เมษายน 2552 เวลา:17:19:26 น.  

 
กล้วยไข่ต้องทานกับกายาสาร์ทค่ะ
เข้ากัน


โดย: Fullgold วันที่: 28 เมษายน 2552 เวลา:0:19:41 น.  

 
ขอบคุณมากสำหรับเรืองใบของกล้วยใข่เเละกล้วยหอมค่ะ

เห็นคุณInsignia_Museumเคยเขียนเรื่องเครื่องเเบบทุกเหล่า
วันหน้าจะรวบรวมเครื่องเเบบปัจจุปันที่ได้เคยพบมาให้ชมโดยเฉพาะค่ะ น่าสนใจมาก เเปลกๆดีค่ะ

ราตรีสวัสดิ์ค่ะ


โดย: ยูกะ (YUCCA ) วันที่: 28 เมษายน 2552 เวลา:0:47:20 น.  

 
ขำภาพประกอบครับ
อยู่เมืองไทย กล้วยเป็นของหาง่าย ดูพื้น ๆ แต่ก็มีประโยชน์มาก ที่บ้านมีกล้วยน้ำว้าวางไว้ในครัวไม่เคยขาด หิวเมื่อไหร่ก็หยิบกินง่าย ๆ (แต่มักเป็นตัวเลือกสุดท้ายเสมอ^^")
กล้วยไข่กินกับกาแฟร้อน กล้วยหอมเอาไปแช่ตู้เย็น อร่อยดีครับ


โดย: คุณม้าม วันที่: 28 เมษายน 2552 เวลา:3:17:00 น.  

 
กล้วยน้ำว้าเวลาสุกงอม อีกกล้วยหอมกินแล้วชื่นใจ ฉันชอบกล้วยไข่ เพราะมันไม่มีกระดูก


โดย: Oops! a daisy วันที่: 28 เมษายน 2552 เวลา:9:17:59 น.  

 
ห้องเรียนกลางสวน ชีวิตบนเรือลำเลียงผลไม้ อยากหวนเวลากลับไปเรียนอีกครั้ง แต่ก็ทำไม่ได้เสียแล้ว การศึกษาแบบยัดวิชาการเข้าเต็มหัว คนที่รับได้ไหวมีเพียงไม่กี่เปอร์เซนต์ พวกส่วนใหญ่ที่เหลือกลายเป็นคนไม่มั่นใจ รู้แบบผิวเผิน กว่าจะหาทางตนเองบางครั้งก็สายเกินไป


โดย: sarntee วันที่: 28 เมษายน 2552 เวลา:17:41:38 น.  

 
ภาพกล้วยภาพสุดท้ายนี่ผมว่าเหมือนปลาโลมานะครับ
ไม่รู้คิดอยู่คนเดียวหรือเปล่า

เรื่องกล้วย ก็ถือเป็นอาหารโปรดของผมอีกอย่าง
สมัยก่อนเวลาไม่มีอะไรจะกิน ที่บ้านมักจะมีกล้วยน้ำว้าติดไว้กันตาย 555
แต่เดี๋ยวนี้กล้วยน่าจะเป็นอาหารเสริมของผู้มีอันจะกินไปแล้วหรือเปล่า ผมก็ไม่แน่ใจ
ที่แน่ๆ ผมชอบกล้วย
แต่ไม่ชอบให้ใครด่าว่ากล้วย

วันนี้อัพบล็อก เพราะทนแรงเสียดทานไม่ไหวครับ


โดย: ซาตานสีส้ม วันที่: 28 เมษายน 2552 เวลา:18:59:32 น.  

 


แวะมาทักทายค่ะ
มาเห็นแล้ว ก็ให้นึกอยากกิน(แต่น้ำ) กล้วยบวชชีจัง
ปล.เห็นเหมือนเม๊นท์ข้างบนค่ะ
ที่ว่ารูปสุดท้ายคล้าย ๆ ปลาโลมาอ่ะค่ะ


โดย: มินทิวา วันที่: 29 เมษายน 2552 เวลา:5:08:47 น.  

 
ต้นกล้วยที่บ้านเอนจะล้มอย่างที่จขบ.เขียนไว้เหมือนกัน
แต่ไม่ได้ค้ำยันหรอกค่ะ เพราะต้นเอนไปข้างบ้าน ข้ามบ้านไปเลย (แถมเอาเครือกล้วยของเราข้ามบ้านไปหาเขาด้วย แง..) เพื่อนบ้านบอกว่า เดี๋ยวพอกินได้เมื่อไหร่ จะตัดมาแบ่งเจ้าของคนปลูก!!

ด้วยเหตุฉะนี้ หน้าที่ค้ำยันตันกล้วยก็ต้องเป็นของเพื่อนบ้านสิเนอะ


โดย: kangsadal วันที่: 29 เมษายน 2552 เวลา:8:38:51 น.  

 
มาชวนไปเที่ยวน้ำตกอีกแล้วค่ะ

อย่าเพิ่งเบื่อกันนะคะ...ยังมีเรื่อยๆ...อุอุ


โดย: นักล่าน้ำตก วันที่: 29 เมษายน 2552 เวลา:16:52:05 น.  

 
แวะมาชวนไปฟังเพลงค่ะ

เพลงที่ 2 ต้องกด เพลย์ค้างไว้หน่อย แล้วค่อยเปิดรอบสองจะฟังได้หมดค่ะ มันโหลดช้าค่ะ ฟังแล้วเดี๋ยวจะไม่ได้อารมณ์ของเพลงค่ะ เพราะมันจะเสียงขาดๆ

กว่าจะอั๊พเสร็จใช้เวลามากแก้ไขหลายรอบ เนื่องจากบล๊อกมันขัดข้องตลอด

ครั้งแรกคิดจะลบทิ้งไปแล้ว แต่เสียดายเวลาที่ใช้ไป กัดฟันเอาให้เสร็จเลยค่ะ คงจะลุ่มๆดอนๆหน่อยค่ะ


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 29 เมษายน 2552 เวลา:22:12:18 น.  

 
อยากกินกล้วยไข่จัง ไม่ได้ทานนานแล้วเนี่ย



โดย: joblovenuk วันที่: 30 เมษายน 2552 เวลา:7:28:47 น.  

 


โดย: Jolisa วันที่: 30 เมษายน 2552 เวลา:9:04:31 น.  

 
สวัสดีครับ
...ขอบคุณกำลังใจที่มีให้กันตลอดครับ
...มาชม และอ่านเรื่องกล้วยที่ไม่น่าจะกล้วยครับผม


โดย: นายนุ 1991 (nai-nu-19 ) วันที่: 30 เมษายน 2552 เวลา:9:18:09 น.  

 
ปิดสามวัน

จขบ.มีโครงการไปไหน หรือตามรอยอะไรบ้างมั้ยคะ...

ตอนนี้อากาศก็ไม่ร้อนเท่าไหร่แล้วด้วย...

เอาเป็นว่า ถ้ามีก็อุบไว้ก่อนนะคะ ค่อยมาลุ้นในบล็อก...


โดย: นักล่าน้ำตก วันที่: 30 เมษายน 2552 เวลา:16:52:11 น.  

 
ขอบคุณที่เข้าไปฟังเพลงค่ะ

ที่บ้านเดิมทีมีแผ่นเสียงเยอะมาก แต่โดนจิ๊กไปเยอะค่ะ อย่างเพลงของเอลวิสนี่มีเกือบทุกชุด แต่หลานๆมาเห็นก็ขอไปบ้างยืมไปบ้าง คือเป็นแผ่นแท้และเหมือนเป็นของเก่า พวกสะสมเห็นแล้วน้ำลายไหล ผลก็คือแทบจะไม่มีเหลือเลยค่ะ

คนที่บ้านเขาก็ไม่ค่อยจะเสียดาย เขาว่า ช่างเถอะสุดท้ายมันก็ไม่ใช่ของเราค่ะ



โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 30 เมษายน 2552 เวลา:18:20:02 น.  

 
เชิญคุณ IM และเพื่อน ๆ ไปอ่านกลอนใหม่ครับ

วันนี้เสนอตอน "ชาวชนชั้นกลาง" ที่คนทุกชนชั้นควรอ่านครับ....


โดย: ลุงแว่น วันที่: 1 พฤษภาคม 2552 เวลา:6:11:31 น.  

 
ตามมาชมกล้วยไข่ด้วยคนค่ะ...
ว่าแล้วก็ไปกินกล้วยน้ำว้า...อ้่าว....


โดย: Devonshire (ทำงานอยู่ค่ะเลยไม่ได้ล็อกอิน) IP: 202.129.57.21 วันที่: 1 พฤษภาคม 2552 เวลา:11:31:54 น.  

 
หวัดดีค่ะ คุณ IM

หยุดสามวัน ไปเที่ยวไหนรึป่าวคะ ??


โดย: Oops! a daisy วันที่: 1 พฤษภาคม 2552 เวลา:11:38:01 น.  

 




อยากอ่านมากๆแต่สายตาไม่ดีเลยแสบตา
ถ้าจะกรุณาให้ตัวหนังสือ ตัวโตขึ้น ใช้ code นี้

>FONT COLOR=Chocolate<>FONT SIZE=3<

(กรุณากลับหัว <> ทุกต้วเมื่อเอาไปวางเหนือข้อความตัวหนังสือจะเท่ากับของเรา อยากให้เป็นสีอะไร ก็เปลี่ยนตามใจชอบ)





โดย: ชมพร วันที่: 1 พฤษภาคม 2552 เวลา:11:58:50 น.  

 
แถวบ้านนิยมปลูกกล้วยน้ำว้า
กับกล้วยหอม กล้วยไข่ไม่ค่อยมีเท่าไร


โดย: Fullgold วันที่: 1 พฤษภาคม 2552 เวลา:21:42:46 น.  

 
สวัสดีกตอนดึกค่ะ...

กลางวันบล๊อก..เข้าไม่ค่อยได้เลยค่ะ....เข้ายากมากๆ

แวะมาชวนไปชมวิว..ที่อช.ตากสินกันค่ะ...


โดย: คนชุมแสง วันที่: 1 พฤษภาคม 2552 เวลา:23:47:11 น.  

 

สวัสดีตอนเช้าจ้าาา


โดย: จันทร์ไพลิน วันที่: 2 พฤษภาคม 2552 เวลา:7:51:49 น.  

 
หยุดสามวัน ไปเที่ยวไหนคะ? น่าอิจฉาจัง
ไปต่างจังหวัดเอาภาพชานเมืองมาฝากกันบ้างนะคะ


โดย: ยูกะ (YUCCA ) วันที่: 2 พฤษภาคม 2552 เวลา:12:28:55 น.  

 
กล้วยไข่ เวลากินต้องอย่างอมมาก
เอาไปต้มก็อร่อยคะ


โดย: aomamm (Forest-ic ) วันที่: 2 พฤษภาคม 2552 เวลา:21:33:02 น.  

 
กล้วยไข่ เวลากินต้องอย่างอมมาก
เอาไปต้มก็อร่อยคะ


โดย: aomamm (Forest-ic ) วันที่: 2 พฤษภาคม 2552 เวลา:21:33:08 น.  

 
เข้ามาซะดึก ข่าวว่าไปเที่ยวเหรอค่ะ หนุกไม๊ค่ะ

แค่มาเยี่ยมเยียนและสวัสดีค่ะ


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 2 พฤษภาคม 2552 เวลา:21:56:14 น.  

 
หวัดดีค่ะ คุณ IM

ไปจันทบุรีมา จะมีเรื่องเงาะหรือทุเรียนมาอัพบล็อกแทนกล้วยไข่รึป่าวเอ่ย

เรื่องบล็อกป้าเดซี่ คือมันว่างจัดอ่ะค่ะ วันหยุดก็ไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนเป็นพิเศษ เลยถือโอกาสปรับเปลี่ยนบล็อกใหม่

รูปหัวบล็อกยังเป็นธีมเดิมค่ะ ป้าเดซี่ชอบงานของ Gustav Klimt ภาพล่าสุดก็เป็นภาพคือพี่คลิมท์แกเหมือนกัน เอามาคร็อบซะ พอได้อยู่ แถมสีสันถูกใจมาก

หัวบล็อกแจ๋นแล้ว ก็เปลี่ยนแบ็คกราวนด์ใหม่ไปด้วยซะเลย เมื่อวานเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาสักยี่สิบกว่าสี มาลงตัวที่สีแรก คือสีนี้แหละค่ะ คนอื่นอาจจะว่าแจ๋นไป แต่ป้าเดซี่ชอบมากกกกกกกก

ตั้งแต่เห็นตามหนังสือบ้าน พวกบ้านในอิตาลีเค้าจะทาสีเหลืองอุนจิแบบนี้เลยค่ะ โรงแรมหลายโรงแรมที่ภูเก็ตหรือกระบี่เค้าก็เห่อสีนี้อยู่เหมือนกัน

เม้นท์นี้ โม้แต่เรื่องบล็อกตัวเองเนอะ ขออภัยค่ะ


โดย: Oops! a daisy วันที่: 2 พฤษภาคม 2552 เวลา:22:16:29 น.  

 
ได้เที่ยวเดินทางเข้าป่าตั้งเป็นกิโลเมตร น่าสนุกค่ะ
เเต่สบายไปนิดที่มีสพานให้เดินตลอด ดีไปค่า ดีไป..

เเถมสพานที่เห็นดูใหม่ไม่มีรอยพุอย่างที่เห็นเห็นทั่วไป
อย่างนี้เรียกว่าไม่ได้ผจญภัยค่ะ คือเดินสูดอากาศ พักผ่อน

น่าอิจฉา สถานที่น่าเที่ยว ถึงเดินคงไม่เหนื่อยเเต่อากาศคงเย็นขึ้น
ไปกะครอบครัวได้เม้าส์กันหนุกเลย

บล็อกหน้านำเที่ยวหน่อยค่ะ..อยากไปด้วย


โดย: ยูกะ (YUCCA ) วันที่: 3 พฤษภาคม 2552 เวลา:1:28:13 น.  

 
หยุดสามวัน ไม่ได้ไปไหนเลยค่ะ

จากชีวิตนักเดินทาง เดี๋ยวนี้เป็นนักอยู่บ้าน

ก็เลยอัพบล็อกค่ะวันนี้...เชิญนะคะ...


โดย: นักล่าน้ำตก วันที่: 3 พฤษภาคม 2552 เวลา:10:04:35 น.  

 
เป็นบล็อคที่น่าสนใจมากๆ ครับ เลยขอแอดซะเลย


โดย: c (chaiwatmsu ) วันที่: 15 สิงหาคม 2552 เวลา:8:06:53 น.  

 
เราอยู่บางแค เพิ่งรู้ว่ากล้วยไข่เดินทางจากดำเนินเข้าภาษีเจริญมาที่ตลาดบางแค

มาเก็บตกครับ


โดย: วันที่ท้องฟ้าแจ่มใส วันที่: 21 กันยายน 2552 เวลา:15:11:41 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
Insignia_Museum
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 50 คน [?]




ความตั้งใจในการทำบล็อกเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เริ่มต้นด้วยการเขียนถึงถิ่นที่อยู่ในวัยเด็ก ต่อมาเป็นเรื่องเครื่องหมายต่างๆ เรื่องศิลปะ ภาพถ่ายในยุคก่อนๆ อาหารการกิน และอะไรต่อมิอะไรที่ประสบพบเห็น สนใจอะไรขึ้นมาก็อยากรู้ให้มากขึ้น กลุ่มเนื้อหาจึงแตกแขนงไปเรื่อยๆ
New Comments
Friends' blogs
[Add Insignia_Museum's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.