Group Blog
 
<<
เมษายน 2557
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
25 เมษายน 2557
 
All Blogs
 
ค ว า ม รู้ เ ก่ า ค ว า ม รู้ ใ ห ม่....



ในแวดวงการค้นคว้าวิจัยเพื่อแสวงหาความรู้ใหม่ๆ สิ่งที่นักวิจัยหรือนักค้นหาความรู้เข้าใจและยอมรับกันโดยทั่วไปก็คือ การค้นพบความรู้ใหม่บางครั้งทำให้ความรู้เดิมบางอย่างหมดค่าไป เพราะมันถูกหักล้างด้วยความรู้ที่ถูกค้นพบใหม่ แต่ในบางครั้งความรู้ที่ค้นพบใหม่ก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้ความรู้เดิมที่มีอยู่กลับมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น เนื่องจากความรู้ใหม่สามารถอธิบายความรู้เดิมได้ละเอียดมากขึ้น หนักแน่นและชัดเจนยิ่งขึ้น

  • ยิ่งความรู้ที่เกี่ยวกับคน ความคิด สติปัญญา อารมณ์ของคน ความสัมพันธ์ระหว่างคนยิ่งเห็นได้ชัด จนอาจพูดได้ว่ายุคนี้คือยุคของการเข้าถึงความรู้ที่เกี่ยวกับความคิด สติปัญญา อารมณ์ และความสัมพันธ์ของคนได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติก็ว่าได้

เมื่อก่อนเรามีความรู้ว่าระดับสติปัญญา (Intelligence) ของคนคือสิ่งที่จะพยากรณ์ความสำเร็จในอนาคตของคนเราที่ดีที่สุด คนที่มีระดับสติปัญญาสูงจึงเป็นที่ต้องการของสังคม เพราะเราเชื่อว่าคนที่มี “คะแนนสติปัญญา” หรือ “ไอคิว” (IQ) สูงจะเรียนรู้สิ่งต่างๆได้ดี เรียนหนังสือก็เก่ง เรียนงานก็ไว เขาจึงเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถมากกว่าคนอื่น ใครๆต่างก็อยากได้ไว้ทำงานด้วย


แต่ปัจจุบันความรู้ใหม่บอกให้เรารู้ว่า “ความรู้ความสามารถในการจัดการกับตนเอง” หรือที่ฝรั่งเรียกว่า “Executive Function” นั้นมีความสำคัญกว่า “คะแนนสติปัญญา” หรือ “ไอคิว” เสียอีก เพราะสามารถพยากรณ์ความสำเร็จในการเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิตในอนาคตของคนเราได้ดีกว่าไอคิว


ขอบคุณพิเศษภาพประกอบภาพนี้จากwww.gotoknow.org

เขาให้คำอธิบายว่า การที่คนเราจะประสบความสำเร็จในชีวิต การงาน หรือแม้แต่การเรียนหนังสือได้นั้น จะต้องเป็นคนที่มีความสามารถในการวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆที่มีอิทธิพลต่อชีวิตของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน การเรียน หรือแม้แต่การใช้ชีวิต คนที่มีการวางแผน คนที่มีการตั้งเป้าหมายของชีวิตหรืองาน มีการดำเนินการตามแผนที่วางไว้ และเมื่อทำไปแล้วก็มีการประเมินสิ่งที่ได้ทำลงไป (ตามแผน) ว่าสามารถช่วยให้บรรลุตามเป้าหมายหรือยัง มากน้อยแค่ไหน



ถ้ายังไม่บรรลุ เขาก็มีความสามารถที่จะปรับแผนหรือปรับวิธีการทำงานของตนเองใหม่ให้เหมาะสมได้ เพื่อให้สามารถบรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ และเป็นคนที่มีความมุ่งมั่น มีแรงบันดาลใจต่อแผนและเป้าหมายที่ตัวเองได้วางไว้อย่างเต็มเปี่ยม

ทั้งหมดนี้คือ “Executive Function” ครับ


ถ้าเรามีสิ่งที่กล่าวมานี้อย่างสมบูรณ์ ความสำเร็จในอนาคตก็จะเกิดขึ้นกับตัวเรา ตรงกันข้ามถ้าเราไม่มีสิ่งต่างๆดังที่กล่าว ความสำเร็จในอนาคตของเราก็ย่อมเกิดขึ้นได้ยาก


แม้จะมีคะแนน “ไอคิว” สูงเพียงใดก็ตาม


                “ไอคิว”
ไม่ได้สะท้อนสิ่งเหล่านี้เลย แต่สะท้อนเฉพาะความสามารถในการเรียนรู้สิ่งต่างๆเท่านั้นเอง ซึ่งไม่เพียงพอต่อการที่จะทำให้เราสามารถใช้ชีวิตในโลกปัจจุบันและอนาคตได้อย่างประสบความสำเร็จ

ความรู้เรื่อง “ไอคิว” จึง “ถูกหักล้าง” ด้วยความรู้เรื่อง “ความสามารถในการจัดการตนเอง” หรือ “Executive Function” ไป (แต่เราก็ยังกังวลและวนกับเรื่อง “ไอคิวของเด็กไทยต่ำ” กันอยู่นะครับ)


ความรู้เรื่อง “โรคซึมเศร้า” ก็เป็นอีกเรื่องที่ความรู้ใหม่ๆมีอิทธิพลต่อการดำรงอยู่ของมัน


เดิมแต่โบราณมาแล้วเรามีความรู้ว่า “ความสูญเสีย” และ “ความเครียด” คือสาเหตุของโรคนี้ ต่อมาความรู้ทางด้านสรีรวิทยา ความรู้เรื่องการทำงานของสมองและอวัยวะอีกหลายๆชนิดในร่างกายของเรามีมากขึ้น เราเลยรู้ว่าคนที่ป่วยด้วยโรคชนิดนี้จะมีสารเคมีบางชนิดในสมองผิดปรกติไป เช่น “สารซีโรโทนิน” “สารโดปามีน” เป็นต้น เราก็เลยตื่นเต้นกันใหญ่ว่าโรคซึมเศร้านั้นเป็นเรื่องของความผิดปรกติทางชีววิทยา ไม่ใช่เรื่องของความเสียใจ ความสูญเสีย หรือความเครียดของชีวิตแต่อย่างใด


ยิ่งมาเจอกับกลยุทธ์การโฆษณาของบริษัทผู้ผลิตยารักษาโรคซึมเศร้าเข้า โรคซึมเศร้าก็เลยกลายเป็นความผิดปรกติหรือโรคทางชีววิทยาล้วนๆ ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าเมื่อไรไม่ต้องไปค้นหาปมเรื่องความสูญเสีย ความเสียใจ หรือความเครียดให้เมื่อย กินยา (ที่บริษัทนี้ผลิตขึ้น) ปรับสมดุลของสารเคมีเหล่านี้ซะ เดี๋ยวทุกอย่างก็ดีเอง


ยาต้านอารมณ์เศร้า (ยาที่ช่วยปรับสมดุลของสารซีโรโทนิน สารโดปามีน) จึงเป็นยาที่ขายดิบขายดีไปทั่วโลก


แต่ความรู้เรื่อง “สารเทโลเมียร์” ที่เพิ่งมีการค้นพบและมีความกระจ่างชัดกันเมื่อไม่นานมานี้ทำให้เราต้องย้อนกลับไปหาความรู้เดิมที่เราเคยมีมาแต่โบราณกันอีกครั้ง เพราะมันบอกว่า “ความเครียด” “ความสูญเสีย” ทำให้สารเทโลเมียร์ในร่างกายของเราทำงานบกพร่อง และเป็นสาเหตุของการเกิดโรคหลายๆชนิดในคนเรา โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง และก็รวมโรคซึมเศร้าด้วย


ดังนั้น การรักษาโรคซึมเศร้าหรือโรคอื่นๆด้วยการใช้ยาเพียงอย่างเดียว เพราะความเชื่อที่ว่าโรคเหล่านี้เป็นเรื่องของความบกพร่องของสารเคมีในร่างกาย เป็นเรื่องความบกพร่องของอวัยวะต่างๆในร่างกาย เพียงแค่ใช้ยาเข้าไปปรับสมดุลสารเคมีที่ว่า หรือปรับการทำงานของอวัยวะต่างๆให้เข้าที่เข้าทาง ทุกอย่างก็จะกลับมาปรกติดังเดิม ไม่ได้สนใจที่จะจัดการกับปมเรื่องความเครียดหรือปมปัญหาทางด้านจิตใจอื่นๆ




วิธีการแบบนี้จึงไม่สามารถจัดการกับโรคเหล่านี้ได้อย่างเบ็ดเสร็จสมบูรณ์ เป็นแค่การรักษาที่ปลายเหตุ ไม่ได้เข้าไปจัดการกับสาเหตุต้นตอของโรคแล้วโรคจะหายได้ยังไง


ความรู้จะมีค่าหรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่ว่าความรู้นั้นเป็นของเก่าหรือใหม่ แต่อยู่ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หรือไม่ ความรู้บางอย่างแม้จะเป็นสิ่งที่ค้นพบใหม่ แต่อาจจะยังไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ อาจจะด้วยความไม่พร้อมสมบูรณ์ของตัวความรู้เอง การประยุกต์ใช้งานยังยากอยู่ หรือสถานการณ์ยังไม่เปิดโอกาสให้ก็ตาม ความรู้นั้นๆก็อาจไม่มีค่าเลยก็ได้


ในขณะเดียวกันแม้ความรู้นั้นจะเป็นความรู้เก่า แต่ถ้าสถานการณ์บางอย่างเอื้อให้เกิดการตีความใหม่ขึ้นมา หรือสถานการณ์มันหมุนกลับไปสู่ยุคสมัยของความรู้นั้นอีกครั้ง ความรู้นั้นก็อาจกลายเป็นสิ่งมีค่าขึ้นมาก็ได้ นักแสวงหาความรู้จึงต้องมองให้รอบด้าน อย่าไปติดกับความใหม่ความเก่าของความรู้


นักแสวงหาความรู้ต้องแสวงหาความรู้เพื่อเอามาใช้งาน อะไรที่ใช้งานไม่ได้ก็โยนมันทิ้งเสียบ้างจะได้ไม่รกสมอง เกิดเผลอๆดันไปหยิบเอาความรู้ที่หมดอายุแล้วมาใช้งาน มันอาจไม่ใช่แค่ขายหน้านะครับ บางทีอาจสร้างความเสียหายให้กับสังคมชนิดที่คาดไม่ถึงก็ได้


ผู้เขียน : นพ.อุดม เพชรสังหาร  คอลัมน์ : สายใยครอบครัว นสพ โลกวันนี้

หมวดบล็อก " วิ ท ย า ศ า ส ต ร์ " ขอบคุณนะขอรับ


Create Date : 25 เมษายน 2557
Last Update : 25 เมษายน 2557 21:44:58 น. 16 comments
Counter : 1217 Pageviews.

 
ขุนเพชรขุนราม Science Blog ดู Blog


เจิมและโหวตค่ะ ท่านขุนที่รัก


โดย: ดอยสะเก็ด วันที่: 25 เมษายน 2557 เวลา:22:02:23 น.  

 
โรคซึมเศร้ากินยาอย่างเดียวแล้วหาย บริษัทขายยาก็รวยกันไปนะคะ
มันต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่ที่ปลายเหตุว่ามั้ยคะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
AppleWi Beauty Blog ดู Blog
blueberryblossom Photo Blog ดู Blog
Tristy Food Blog ดู Blog
ที่เห็นและเป็นมา Art Blog ดู Blog
ขุนเพชรขุนราม Science Blog ดู Blog


โดย: ALDI วันที่: 25 เมษายน 2557 เวลา:22:41:30 น.  

 
มาแล้วจ๊า มาแบบร่าเริง ไม่ซึมเศร้า อิอิ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
คนบ้า(น)ป่า Home & Garden Blog ดู Blog
NENE77 Food Blog ดู Blog
ที่เห็นและเป็นมา Art Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
ขุนเพชรขุนราม Science Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น



โดย: schnuggy วันที่: 26 เมษายน 2557 เวลา:0:43:07 น.  

 
อาการโรคซึมเศร้า สมัยนี้เป็นกันเยอะมาก
ดีที่เรายังไม่เป็นค่ะ

ขอบคุณท่านขุนที่แวะไปชมแวววิเชียรนะคะ
ไล้ค์ไว้ก่อน ไว้ย่องมาใหม่ค่ะ




โดย: mambymam วันที่: 26 เมษายน 2557 เวลา:7:41:25 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
**mp5** Dharma Blog ดู Blog
ขุนเพชรขุนราม Science Blog ดู Blog

ขอบคุณท่านขุนมาก ที่แวะไปให้กำลังใข


โดย: ยายเก๋า (ชมพร ) วันที่: 26 เมษายน 2557 เวลา:10:33:17 น.  

 
ขุนเพชรขุนราม Science Blog ดู Blog


ส่งกำลังใจให้ค่ะ


โดย: เวียงแว่นฟ้า วันที่: 26 เมษายน 2557 เวลา:22:01:03 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ขุนเพชรขุนราม Science Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
---------------
แวะมาทักทายค่ะ สบายดีนะคะ


โดย: จารุพิชญ์ วันที่: 26 เมษายน 2557 เวลา:23:07:58 น.  

 
สวัสดียามดึกค่าคุณท่านขุน

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Photo Blog ดู Blog
พรไม้หอม Health Blog ดู Blog
Close To Heaven Parenting Blog ดู Blog
ขุนเพชรขุนราม Science Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น



โดย: พริ้วไหวไปตามลม วันที่: 27 เมษายน 2557 เวลา:19:53:32 น.  

 
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ


เริงฤดีนะSports Blogดู Blog
ขุนเพชรขุนรามScience Blogดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจค่ะ



โดย: pantawan วันที่: 27 เมษายน 2557 เวลา:21:21:49 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
เกศสุริยง Education Blog ดู Blog
จารุพิชญ์ Diarist ดู Blog
ร่มไม้เย็น Dharma Blog ดู Blog
jamaica Home & Garden Blog ดู Blog
ขุนเพชรขุนราม Science Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
------------------------
แวะมาทักทายค่ะ


โดย: เรือนเรไร วันที่: 27 เมษายน 2557 เวลา:22:06:26 น.  

 
คนที่เคยสูญเสียบุคคลที่เป็นที่รัก จะเป็นโรคซึมเศร้า
แต่กับสารเคมีบางชนิดในสมองผิดปรกติไป เพิ่งอ่านเจอจากบล็อกท่านขุน เป็นความรู้ใหม่เลยครับ
ขุนเพชรขุนราม Science Blog ดู Blog


โดย: เศษเสี้ยว วันที่: 28 เมษายน 2557 เวลา:0:02:00 น.  

 
สวัสดีค่ะท่านขุน


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ขุนเพชรขุนราม Science Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น




โดย: mambymam วันที่: 28 เมษายน 2557 เวลา:6:43:55 น.  

 
ขอบคุณท่านขุนอีกครั้ง


โดย: ยายเก๋า (ชมพร ) วันที่: 28 เมษายน 2557 เวลา:10:48:48 น.  

 
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ขุนเพชรขุนราม Science Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

สวัสดีค่ะท่านขุน
บุ๊งเคยได้ยินเรื่อง IQ EQ
แต่ Executive Function คำนี้เพิ่งทราบจากบล๊อกนี้ค่ะ
ขอบคุณนะคะ


โดย: Close To Heaven วันที่: 28 เมษายน 2557 เวลา:13:49:24 น.  

 
อ่านแล้วได้ประโยชน์ดีค่ะ
ความรู้จะมีประโยชน์หรือไม่ขึ้นอยู่กับคนที่นำมาใช้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
คนบ้า(น)ป่า Music Blog ดู Blog
เศษเสี้ยว Literature Blog ดู Blog
ขุนเพชรขุนราม Science Blog ดู Blog


โดย: ฝากเธอ วันที่: 29 เมษายน 2557 เวลา:0:13:04 น.  

 
ขอบคุณที่แวะไปทักทายกันนะคะท่านขุน
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ขุนเพชรขุนราม Science Blog ดู Blog


โดย: เนินน้ำ วันที่: 29 เมษายน 2557 เวลา:1:57:17 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ขุนเพชรขุนราม
Location :
Western United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 68 คน [?]





"ตลอดเวลาที่บาปยังไม่ส่งผล
คนพาลสำคัญบาปเหมือนน้ำผึ้ง
เมื่อใดบาปให้ผล คนพาลย่อมเข้าถึงทุกข์เมื่อนั้น"
ขุ.ธ. 25/15/24
เวลา 4.57PM :sat,Mar 29,2557



BlogGang Popular Award # 9


BlogGang Popular Award # 10


BlogGang Popular Award # 11


Flag Counter
 เริ่มนับ 11 พฤศจิกายน 2559
Friends' blogs
[Add ขุนเพชรขุนราม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.