มีนาคม 2569

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
14 มีนาคม 2569
เสียงใคร...?

สวัสดี ฉันชื่อ “วี”

ก่อนจะเล่าเรื่องนี้ ฉันต้องบอกก่อนว่าฉันเป็นคนไม่กลัวผี
ตั้งแต่เกิดมาจนอายุ 42 ปี ฉันเจอเรื่องลึกลับที่อธิบายไม่ได้จริง ๆ แค่สามครั้งเท่านั้น

ครั้งแรกคือตอนย่าเสีย ฉันเห็นเหมือนเงาย่าเดินไปมาในบ้านอยู่พักหนึ่งแล้วก็หายไป
ครั้งที่สอง…คือเรื่องที่กำลังจะเล่านี่แหละ
ส่วนครั้งที่สามเป็นเรื่องของแปลก ๆ ที่พ่อไปรับมา จนเกือบทำให้บ้านแตก

วันนี้ ฉันจะเล่าเรื่องที่สองก่อนละกัน
เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อเกือบสามสิบปีก่อน ตอนนั้นฉันอายุประมาณ 14 ปี

บ้านของฉันอยู่ในกรุงเทพฯ แต่ถ้าขับรถออกไปอีกแค่ซอยเดียวก็จะหลุดไปเป็นปริมณฑลแล้วสมัยนั้นแถวนั้นยังไม่เจริญ
รอบบ้านเป็นป่าหญ้ารกร้าง 

ซอยที่ฉันอยู่เป็นถนนส่วนบุคคล
ต้นซอยมีบ้านป้า บ้านเช่า และโรงงานทอผ้าเล็ก ๆ กระจุกตัวอยู่แค่ปากซอย

ถัดจากนั้นก็เป็นป่าหญ้าโล่ง ๆ ไฟถนนก็ห่างกันมาก จนกลางคืนแทบไม่สว่าง
สุดซอยจะมีบ้านอยู่สามหลัง บ้านฉัน บ้านน้า และบ้านยาย

ถึงจะบอกว่าอยู่กรุงเทพ แต่บรรยากาศมันเหมือนอยู่ชนบทมากกว่า

บ้านของฉันเป็นบ้านไม้สองชั้น ชั้นล่างเป็นปูน ชั้นบนเป็นไม้
พ่อกับแม่อยู่ชั้นล่าง ส่วนฉันกับพี่ชายอยู่ชั้นสอง

แต่ก่อนจะถึงห้องนอนของฉัน จะต้องเดินผ่าน หิ้งพระขนาดใหญ่ของพ่อก่อน
มันยาวตลอดแนวชั้นสอง ถ้ากะคร่าว ๆ ก็น่าจะประมาณสามเมตรได้

หิ้งพระทำเป็นชั้นไม้สามชั้น คลุมด้วยผ้าขาวยาวตลอดแนว
มีโต๊ะเล็ก ๆ ซ้อนขึ้นไปอีกชั้นเพื่อวางพระพุทธรูป

ด้านล่างเต็มไปด้วยกล่องพระเครื่อง

รอบ ๆ ชั้นสองยังพันสายสิญจน์ และผ้ายันต์สีขาว สีแดง และสีเหลือง
มีทั้งยันต์รูปยักษ์ รูปครุฑ และยันต์แปดทิศ รวมถึงกรอบรูปเกจิอาจารย์ที่พ่อกับแม่นับถือ

แต่ที่เด่นที่สุดคือ ตู้เย็นเก่า ใบหนึ่ง ที่ตั้งอยู่ข้างหิ้งพระ

ตู้เย็นใบนั้นไม่ได้ใช้งานแล้ว พ่อเอามาใช้เก็บพระเครื่องและของขลังแทน

ข้างในใส่ของเต็มแน่นทุกช่อง

พระเครื่อง
ตะกรุด
ยันต์

ตู้เย็นนี้มักจะเปิดอ้าอยู่เสมอ

ทุกวันฉันก็เดินผ่านมันไปมาเป็นเรื่องปกติ จนแทบไม่รู้สึกอะไรกับมันแล้ว
แต่สำหรับคนอื่น มันน่าจะหลอนมาก ๆ เลยล่ะนะ

จนกระทั่งวันหนึ่ง

ฉันกลับบ้านมา เดินขึ้นบันไดไปชั้นสองตามปกติ แล้วก็สังเกตว่า

ประตูตู้เย็นใบนั้น…ปิดอยู่

ฉันคิดว่าอาจเป็นเพราะพ่อพาเพื่อนมาส่องพระ
หรือไม่ก็ลมพัดจนประตูมันปิดเองมั้ง

ฉันไม่ได้สนใจอะไร เดินเข้าห้อง อ่านการ์ตูน แล้วก็หลับไปตามปกติ


แต่มีอย่างหนึ่งที่แปลก....
 

ปกติเวลาจะมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นในชีวิตฉัน ฉันมักจะ ฝันเห็นพระก่อนเสมอ

ก่อนชวดเสีย ฉันก็ฝันเห็นพระ เป็นการเดินตามพระไปไหนก็ไม่รู้แล้วสะดุ้งตื่น
วันรุ่งขึ้นก็มีข่าวว่าชวดเสีย ฉันต้องรีบกลับจากโรงเรียนมารดน้ำศพ           

ก่อนย่าจะเสีย ฉันฝันเห็นพระสวดมนต์อยู่ในโบสถ์ แล้ววันรุ่งขึ้นก็พ่อกับแม่ก็พ
ฉันกับพี่ไปดูใจย่าเป็นครั้งสุดท้ายที่โรงพยาบาล

 

คืนนั้นก็เหมือนกัน ฉันฝันเห็นพระธุดงค์รูปหนึ่ง กำลังเดินหันหลังอยู่
ฉันเดินตามไป...

แล้วจู่ ๆ ภาพในฝันก็ ดับลงเหมือนมีใครปิดทีวี ทุกอย่างกลายเป็นความมืด

แล้วก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น

“…ช่วยด้วย…”

เสียงนั้นเบามาก
เหมือนมีใครพูดมาจากนอกหน้าต่างห้องนอน

ตอนแรกมีแค่เสียงเดียว

“…ช่วยด้วย…”

แล้วเสียงนั้นก็เพิ่มขึ้น

สองเสียง
สามเสียง
สี่เสียง

จนฉันไม่รู้ว่ามันมีกี่เสียงกันแน่

เสียงผู้ชาย เสียงผู้หญิง
เสียงเสียงแหลมเล็ก เสียงทุ้มต่ำ พูดสลับกันไป

“…ช่วยด้วย…”

“…ช่วยด้วย…”

เสียงเหล่านั้นวนอยู่รอบห้องฉัน เหมือนมีคนยืนอยู่เต็มไปหมด

แต่ตอนนั้นฉัน ขยับตัวไม่ได้เลย เหมือนโดนผีอำ ฉันทำได้แค่นอนฟัง
ตอนแรกก็คิดว่าเดี๋ยวมันคงหยุด แต่เวลาผ่านไปเสียงก็ยังไม่หยุด
สุดท้ายฉันเลยเริ่มสวดมนต์ เริ่มจาก นะโมตัสสะ 3 จบ

เสียงก็ยังไม่หาย

ฉันเลยเปลี่ยนเป็น อิติปิโสภะคะวา ฯ แล้วมันก็ค่อย ๆ ดีขึ้น
ฉันเลยสวดต่อไปเรื่อย ๆ จนเสียงเหล่านั้นเริ่มเบาลง
แล้วก็ค่อย ๆ หายไปทีละเสียง

จนเหลือเพียง ความเงียบ....
 

พอเสียงหายหมด ฉันก็หลุดจากอาการผีอำ ฉันลืมตาขึ้นมา

ในห้องมีแค่แสงไฟหัวเตียงสลัว ๆ ข้างนอกมืดสนิท

ฉันเดินไปดูที่หน้าต่าง แน่นอนว่าไม่มีอะไรอยู่ข้างนอก

จะมีได้ยังไงล่ะ ก็นี่มันชั้นสอง
 

ไกลออกไปหน่อยจะเห็นบ้านยาย เป็นบ้านทรงไทยโบราณเก่า ๆ อยู่ในความมืด 
หลอนดีเหมือนกัน ถ้านึกถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อกี้

ตอนนั้นยังไม่มีมือถือ ฉันเลยต้องลงไปดูนาฬิกาข้างล่าง

ซึ่งก็หมายความว่า…ฉันต้องเดินผ่าน หิ้งพระยาวสามเมตรนั้นอีกครั้ง
 

พอลงไปถึงชั้นล่าง ฉันเห็นแม่กำลังยืนรีดผ้าอยู่ นาฬิกาบอกเวลา ตีห้านิด ๆ
ฉันถามแม่ว่า “เมื่อกี้แม่ได้ยินเสียงอะไรไหม”

แม่บอกว่า ไม่ได้ยิน
ฉันเลยบอกไปว่า “เมื่อกี้มีเสียงคนร้องให้ช่วยอยู่รอบห้อง”

แม่ก็ไม่ได้พูดอะไร แค่รีดผ้าต่อไป (แม่คะ...ฮัลโหล???)

ฉันต้องบอกก่อนว่า ฉันไม่ค่อยคุยอะไรกับพ่อแม่มากนัก
ฉันไม่ใช่คนที่ชอบเล่าเรื่องอะไรให้ใครฟังสักเท่าไหร่

ดังนั้นหลังจากนั้น ฉันก็แค่เดินไปหยิบน้ำจากตู้เย็นมาดื่ม
แล้วเดินกลับขึ้นไปนอนต่อ

เช้าวันนั้นฉันตื่นประมาณหกโมงกว่า นั่งคิดอยู่พักหนึ่งว่าเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้น


แล้วเสียงนั้นคืออะไร??
 

ตอนออกจากห้องจะไปอาบน้ำ สายตาฉันก็ไปหยุดที่ตู้เย็นเก็บพระเครื่องของพ่อ 
ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรดลใจ

ฉันเดินไปที่ตู้เย็น แล้วเปิดประตูที่ปิดสนิทนั้น ให้มัน อ้าออกเหมือนเดิม

ในใจก็คิดอะไรแปลก ๆ

ว่า…

หรือเพราะประตูปิด พวกเขาเลย ร้อน ใช่มั้ยนะ?

…เดี๋ยวนะ

พวกเขาไหน?

หลังจากวันนั้น ฉันก็ไปโรงเรียน ใช้ชีวิตตามปกติ
และที่สำคัญคือ ฉัน ไม่เคยได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือนั้นอีกเลย
ตั้งแต่วันที่ฉันเปิดประตูตู้เย็นใบนั้น


จนถึงทุกวันนี้ ฉันก็ยังไม่รู้ว่า เสียงที่ได้ยินในคืนนั้น
เป็นเสียงของสิ่งที่อยู่ในตู้? เป็นสัมภเวสี?

 

หรือเป็นเสียงของใคร…


ปล. ไม่ได้มาเขียนบล็อค 9 ปี ลืมวิธีเพิ่มบล็อคไปเลย 555+
ฝากเรื่องสั้นเรื่องนี้ไว้ด้วยนะคะ เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเราเอง
แต่มันเป็นผีแบบสั้น ๆ ไม่เกิน 30 นาทีเลยคิดว่าคงไปเล่าในรายการไม่ได้
แต่ไหน ๆ ก็เรียบเรียงแล้วก็เอามาลงบล็อคดีกว่า 

ขอบคุณนะคะที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ ยังไม่รู้ว่าจะมา update อีกทีเมื่อไหร่
ขอให้ทุกคนแคล้วคลาดปลอดภัย มีความสุขในทุก ๆ วันนะคะ

วี (นามสมมติ)




Create Date : 14 มีนาคม 2569
Last Update : 14 มีนาคม 2569 18:55:48 น.
Counter : 129 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
Share to Facebook
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

จะงอนฯ
Location :
สมุทรปราการ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



บ่นขิงบ่นข่า บ่นไก่บ่นกา
ชอบบ่นแต่เพื่อนไม่ชอบฟัง ก็เลยต้องมาบ่นตรงนี้

แฮร่!!
  •  Bloggang.com