| |
เสียงใคร...? สวัสดี ฉันชื่อ “วี” ก่อนจะเล่าเรื่องนี้ ฉันต้องบอกก่อนว่าฉันเป็นคนไม่กลัวผี ครั้งแรกคือตอนย่าเสีย ฉันเห็นเหมือนเงาย่าเดินไปมาในบ้านอยู่พักหนึ่งแล้วก็หายไป วันนี้ ฉันจะเล่าเรื่องที่สองก่อนละกัน บ้านของฉันอยู่ในกรุงเทพฯ แต่ถ้าขับรถออกไปอีกแค่ซอยเดียวก็จะหลุดไปเป็นปริมณฑลแล้วสมัยนั้นแถวนั้นยังไม่เจริญ ซอยที่ฉันอยู่เป็นถนนส่วนบุคคล ถึงจะบอกว่าอยู่กรุงเทพ แต่บรรยากาศมันเหมือนอยู่ชนบทมากกว่า บ้านของฉันเป็นบ้านไม้สองชั้น ชั้นล่างเป็นปูน ชั้นบนเป็นไม้ แต่ก่อนจะถึงห้องนอนของฉัน จะต้องเดินผ่าน หิ้งพระขนาดใหญ่ของพ่อก่อน หิ้งพระทำเป็นชั้นไม้สามชั้น คลุมด้วยผ้าขาวยาวตลอดแนว ด้านล่างเต็มไปด้วยกล่องพระเครื่อง รอบ ๆ ชั้นสองยังพันสายสิญจน์ และผ้ายันต์สีขาว สีแดง และสีเหลือง แต่ที่เด่นที่สุดคือ ตู้เย็นเก่า ใบหนึ่ง ที่ตั้งอยู่ข้างหิ้งพระ ตู้เย็นใบนั้นไม่ได้ใช้งานแล้ว พ่อเอามาใช้เก็บพระเครื่องและของขลังแทน ข้างในใส่ของเต็มแน่นทุกช่อง พระเครื่อง ตู้เย็นนี้มักจะเปิดอ้าอยู่เสมอ ทุกวันฉันก็เดินผ่านมันไปมาเป็นเรื่องปกติ จนแทบไม่รู้สึกอะไรกับมันแล้ว จนกระทั่งวันหนึ่ง ฉันกลับบ้านมา เดินขึ้นบันไดไปชั้นสองตามปกติ แล้วก็สังเกตว่า ประตูตู้เย็นใบนั้น…ปิดอยู่ ฉันคิดว่าอาจเป็นเพราะพ่อพาเพื่อนมาส่องพระ ฉันไม่ได้สนใจอะไร เดินเข้าห้อง อ่านการ์ตูน แล้วก็หลับไปตามปกติ
ปกติเวลาจะมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นในชีวิตฉัน ฉันมักจะ ฝันเห็นพระก่อนเสมอ ก่อนชวดเสีย ฉันก็ฝันเห็นพระ เป็นการเดินตามพระไปไหนก็ไม่รู้แล้วสะดุ้งตื่น คืนนั้นก็เหมือนกัน ฉันฝันเห็นพระธุดงค์รูปหนึ่ง กำลังเดินหันหลังอยู่ “…ช่วยด้วย…” เสียงนั้นเบามาก ตอนแรกมีแค่เสียงเดียว “…ช่วยด้วย…” แล้วเสียงนั้นก็เพิ่มขึ้น สองเสียง จนฉันไม่รู้ว่ามันมีกี่เสียงกันแน่ เสียงผู้ชาย เสียงผู้หญิง “…ช่วยด้วย…” “…ช่วยด้วย…” เสียงเหล่านั้นวนอยู่รอบห้องฉัน เหมือนมีคนยืนอยู่เต็มไปหมด แต่ตอนนั้นฉัน ขยับตัวไม่ได้เลย เหมือนโดนผีอำ ฉันทำได้แค่นอนฟัง เสียงก็ยังไม่หาย ฉันเลยเปลี่ยนเป็น อิติปิโสภะคะวา ฯ แล้วมันก็ค่อย ๆ ดีขึ้น จนเหลือเพียง ความเงียบ.... พอเสียงหายหมด ฉันก็หลุดจากอาการผีอำ ฉันลืมตาขึ้นมา ในห้องมีแค่แสงไฟหัวเตียงสลัว ๆ ข้างนอกมืดสนิท ฉันเดินไปดูที่หน้าต่าง แน่นอนว่าไม่มีอะไรอยู่ข้างนอก จะมีได้ยังไงล่ะ ก็นี่มันชั้นสอง ไกลออกไปหน่อยจะเห็นบ้านยาย เป็นบ้านทรงไทยโบราณเก่า ๆ อยู่ในความมืด ตอนนั้นยังไม่มีมือถือ ฉันเลยต้องลงไปดูนาฬิกาข้างล่าง ซึ่งก็หมายความว่า…ฉันต้องเดินผ่าน หิ้งพระยาวสามเมตรนั้นอีกครั้ง พอลงไปถึงชั้นล่าง ฉันเห็นแม่กำลังยืนรีดผ้าอยู่ นาฬิกาบอกเวลา ตีห้านิด ๆ แม่บอกว่า ไม่ได้ยิน แม่ก็ไม่ได้พูดอะไร แค่รีดผ้าต่อไป (แม่คะ...ฮัลโหล???) ดังนั้นหลังจากนั้น ฉันก็แค่เดินไปหยิบน้ำจากตู้เย็นมาดื่ม เช้าวันนั้นฉันตื่นประมาณหกโมงกว่า นั่งคิดอยู่พักหนึ่งว่าเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้น
ตอนออกจากห้องจะไปอาบน้ำ สายตาฉันก็ไปหยุดที่ตู้เย็นเก็บพระเครื่องของพ่อ ฉันเดินไปที่ตู้เย็น แล้วเปิดประตูที่ปิดสนิทนั้น ให้มัน อ้าออกเหมือนเดิม ในใจก็คิดอะไรแปลก ๆ ว่า… หรือเพราะประตูปิด พวกเขาเลย ร้อน ใช่มั้ยนะ? …เดี๋ยวนะ พวกเขาไหน? หลังจากวันนั้น ฉันก็ไปโรงเรียน ใช้ชีวิตตามปกติ หรือเป็นเสียงของใคร… |
จะงอนฯ
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]![]() บ่นขิงบ่นข่า บ่นไก่บ่นกา ชอบบ่นแต่เพื่อนไม่ชอบฟัง ก็เลยต้องมาบ่นตรงนี้ แฮร่!! Friends Blog
|


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [