|
ถนนสายนี้ ... ... มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 401 "ไม่เข็ด"
โจทย์ครั้งนี้ คุณ toor36 เป็นคนกำหนด ไม่จำกัดรูปแบบงานเขียน
โจทย์คราวนี้หัวข้อคือ "ไม่เข็ด"
การแก้ปัญหาแบบ ตัดทิ้ง คือวิธีคิดของรัฐมนตรี หรือความล้มเหลวของระบบคมนาคมไทย?
หลังเกิดอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสาร จนมีแนวคิดจากฝ่ายนโยบายที่จะ ยกเลิกรถไฟเข้ากรุงเทพชั้นใน สิ่งที่ประชาชนจำนวนมากรู้สึกไม่ใช่ความปลอดภัย แต่คือคำถามว่า คนคิดเคยนั่งรถไฟจริงหรือไม่?
เพราะสำหรับคนชั้นกลางระดับล่าง คนหาเช้ากินค่ำ คนต่างจังหวัดที่ต้องเข้ามาทำงานในเมือง รถไฟไม่ใช่ของเล่น ไม่ใช่ภาพลักษณ์เชย ๆ ที่จะตัดออกจากเมืองหลวงเมื่อไรก็ได้ แต่มันคือเส้นเลือดหลักของชีวิตคนจำนวนมหาศาล
สิ่งที่น่าตกใจที่สุด คือแทนที่รัฐจะพูดถึงการแก้ปัญหาความปลอดภัยอย่างจริงจัง เช่น ปรับปรุงจุดตัดทางรถไฟ เพิ่มระบบอัตโนมัติ ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน หรือจัดระเบียบการเดินรถ กลับเลือกใช้วิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับคนมีอำนาจ คือ เลิกรถไฟเข้าชั้นในไปเลย
นี่ไม่ใช่การแก้ปัญหา นี่คือการผลักภาระให้ประชาชน
คนที่เสนอแนวคิดนี้อาจมีรถส่วนตัว มีคนขับ มีทางเลือกในการเดินทาง จะพูดว่าให้ประชาชนต่อรถอีกสองสามต่อก็อาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่สำหรับคนที่ต้องตื่นตีสี่ เดินทางสองชั่วโมงเพื่อมาทำงาน ค่าเดินทางเพิ่มวันละ 50-100 บาท มันคือค่ากับข้าวทั้งครอบครัวในหนึ่งวัน
รัฐอาจมองว่าการเปลี่ยนให้ประชาชนไปใช้รถไฟฟ้าเป็น ความทันสมัย แต่คำถามคือ ค่าโดยสารรถไฟฟ้าทุกวันนี้สอดคล้องกับรายได้ประชาชนจริงหรือ?
รถไฟธรรมดาหลายสาย ค่าโดยสารไม่ถึง 20 บาท แต่ถ้าต้องเปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้า ต่อรถเมล์ ต่อวินมอเตอร์ไซค์ ค่าใช้จ่ายอาจพุ่งเป็นหลักร้อยต่อวันทันที แล้วใครจะรับผิดชอบ?
ที่น่าขันยิ่งกว่านั้น คือแนวคิดการ ชดเชย ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ราวกับว่าประชาชนทุกคนในประเทศถือบัตรใบนี้ทั้งหมด
แล้วคนอีกจำนวนมหาศาลที่ไม่ได้อยู่ในระบบบัตรสวัสดิการ แต่ก็ไม่ได้ร่ำรวยล่ะ?
มนุษย์เงินเดือนรายได้น้อย คนทำงานอิสระ พ่อค้าแม่ค้า คนต่างจังหวัดที่ต้องเข้ากรุงเทพทุกวัน พวกเขาจะต้องแบกค่าใช้จ่ายเพิ่มเองใช่หรือไม่?
สุดท้ายแล้ว เงินชดเชยเหล่านั้นก็มาจากงบประมาณแผ่นดินอยู่ดี เท่ากับรัฐกำลังใช้ภาษีประชาชนมาอุดผลกระทบจากนโยบายที่ตัวเองสร้างขึ้น แทนที่จะลงทุนแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
ประชาชนไม่ได้ปฏิเสธเรื่องความปลอดภัย ไม่มีใครอยากเห็นอุบัติเหตุซ้ำอีก แต่สิ่งที่สังคมกำลังถามคือ ทำไมทุกครั้งที่เกิดปัญหา คนที่ต้อง เสียสละ กลับเป็นประชาชนเสมอ
รถไฟล่าช้า ประชาชนต้องทน ค่าโดยสารแพง ประชาชนต้องจ่าย ระบบขนส่งล้มเหลว ประชาชนต้องปรับตัว แต่คนออกนโยบายกลับไม่เคยต้องใช้ชีวิตแบบเดียวกันเลย
การพูดเรื่องให้คน ต่อรถ อาจง่ายมาก หากคุณไม่เคยต้องยืนเบียดบนรถเมล์ตอนหกโมงเช้า ไม่เคยต้องคำนวณว่าเงินในกระเป๋าจะพอถึงสิ้นเดือนหรือไม่ และไม่เคยต้องเลือกระหว่างค่าเดินทางกับค่าอาหาร
ปัญหาของประเทศนี้จึงอาจไม่ใช่แค่ระบบรางที่ล้าหลัง แต่คือวิธีคิดของผู้มีอำนาจ ที่มองประชาชนเป็นตัวเลขในรายงาน มากกว่าเป็นมนุษย์ที่ต้องใช้ชีวิตจริงทุกวัน
หากรัฐบาลต้องการพัฒนาระบบคมนาคม สิ่งที่ควรทำคือทำให้ประชาชนเดินทางได้ ปลอดภัยขึ้น ถูกลง และสะดวกขึ้น ไม่ใช่ผลักคนออกจากระบบเดิม โดยที่ระบบใหม่ยังแพงกว่า ไกลกว่า และไม่มีมาตรการรองรับที่ชัดเจน
เพราะสุดท้ายแล้ว เมืองที่ดีไม่ใช่เมืองที่รถไฟหายไปจากสายตาคนมีอำนาจ แต่คือเมืองที่คนธรรมดายังเดินทางเข้าเมืองได้ โดยไม่ต้องหมดเงินครึ่งหนึ่งของรายได้ไปกับค่าเดินทางในแต่ละวัน
 ถ้ามันจะตายก็สมควรแล้ว คนพวกนี้ไม่เข็ดจริงๆ
ที่มาภาพ นี่แหละคนไทย ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ป.ล. จริงๆ เรากะว่าจะหลุดเขียนบล็อกแล้วเนื่องจากร่างกายไม่ค่อยอำนวยเท่าไหร่ แต่อดไม่ได้จริงๆ ไม่เช็ดจริงๆ
To voter
บล็อกนี้เป็นบล็อก Political Blog โปรดเลือก Political Blog เพื่อเป้าหมาย Skyfall Political Blog
| Create Date : 23 พฤษภาคม 2569 |
|
9 comments |
| Last Update : 23 พฤษภาคม 2569 17:29:10 น. |
| Counter : 251 Pageviews. |
 |
|
|
| | |
โดย: multiple 23 พฤษภาคม 2569 19:06:12 น. |
|
|
|
| | |
โดย: หอมกร 23 พฤษภาคม 2569 19:44:53 น. |
|
|
|
| | |
โดย: กะว่าก๋า 23 พฤษภาคม 2569 21:09:17 น. |
|
|
|
| | |
โดย: กะว่าก๋า 24 พฤษภาคม 2569 5:44:15 น. |
|
|
|
| | |
โดย: tanjira 24 พฤษภาคม 2569 11:33:29 น. |
|
|
|
| | |
โดย: คุณต่อ (toor36 ) 24 พฤษภาคม 2569 11:51:40 น. |
|
|
|
| |
สมัย อาจารย์เต๊ะ เป็น นศ ปี1 ต้องไปเรียนลาดกระบัง
จะไปรถเมล์ก็4-5 ต่อ อ้อมด้วย รถไฟนี่แหละ ถูกสุด
ค่าโดยสาร ตอนนั้น 6-7 บาทเองมั้ง
นั่งรถเมล์มาจากดอนเมือง 2 ต่อ แล้วก็ขึ้นรถไฟ ไปลง สถานี หัวตะเข้ ยังจำได้ว่า แถวนั้น รถติดมากมาย ขึ้นรถเมล์มา ถ้าได้ยินเสียงหวูดรถไฟมา ต้องรีบลงรถเมล์ วิ่งตามรถไฟไปจอดที่สถานีนะครับ 555
เพราะถ้าพลาด รออีกนาน ไปเรียนไม่ทันแน่ๆ
ส่วนเรื่องการแก้ปัญหา คนใช้รถ ก็มีส่วน การใช้ถนนก็ต้องมีวินัย
ใครก็รีบกันทุกคนนะครับ
ส่วนการแก้ปัญหา คนไม่ได้ใช้ชีวิตเดินถนน ก็คิดได้แค่นั้นแหละนะครับ