-:- Just alright, My life is Great -:-
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2564
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
31 พฤษภาคม 2564
 
All Blogs
 
ปฏิรูปการศึกษา IV : กิจกรรม และความสัมพันธ์

มาถึงตอนที่สี่แล้ว คราวนี้ว่าด้วยเรื่อง กิจกรรม และความสัมพันธ์ในสถานศึกษา โดยขอเน้นไปในส่วนของระดับ ประถม และมัธยมเป็นหลักเช่นเดียวกับคราวก่อนๆ แน่นอนว่าการเรียนรู้ด้วยการลงมือทำ หรือการร่วมกิจกรรมก็ถือเป็นช่องทางการเรียนรู้อีกรูปแบบหนึ่งที่จะทำให้เด็กได้เรียนรู้ แต่สิ่งที่น่าเบื่อคือ รูปแบบกิจกรรมที่บังคับ และไม่ตรงกับความสนใจของผู้ร่วม


กิจกรรมบังคับเรียน
เป็นวิชาที่ต้องเข้าเรียน แม้จะไม่มีเกรดแต่มีผลต่อการเลื่อนชั้น ดังนั้นหากไม่สามารถเลือกกิจกรรมที่ตนเองสนใจได้จะถือว่าซวย เพราะอาจจะถูกบังคับ หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกจับยัดใส่กิจกรรมที่คนร่วมน้อย และไม่มีความสนใจ เนื่องจากนักเรียนก็คาดการณ์ว่ามันอาจจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น หลายคนจึงพยายามเลือกกิจกรรมโดยดูจากอาจารย์ที่ปรึกษากิจกรรมเป็นหลัก เพราะหากเป็นกิจกรรมที่น่าเบื่อ แต่ถ้าอาจารย์ไม่น่าเบื่อ มันก็ช่วยลดความน่าเบื่อไปได้

หากใครติดตามข่าวทางโซเชียลจะพบว่า มีโรงเรียนหนึ่งมีกิจกรรม ROV (มันก็คือเล่นเกม) สิ่งที่น่าสนใจคือ เขาบอกว่ามันเป็นการฝึกทำงานเป็นทีม ถามว่ามันเป็นไปตามนั้นจริงหรือไม่ มันก็เป็นไปตามนั้นนะ ไม่เถียงเลยถ้าทีมกาก โอกาสแพ้ก็สูง ไม่รู้ว่าเป็นแค่มุกหรือมีจริง ถ้าหากมีจริงต้องถือว่าเป็นความคิดที่ก้าวหน้ามากในการเปิดให้มีกิจกรรมลักษณะดังกล่าว

ผมลองเปรียบเทียบตอนเป็นนักศึกษาต่างชาติที่จีนกับประสบการณ์ที่เคยสัมผัสในไทย ที่จีนกิจกรรมแม้ว่าจะคนน้อย แต่ทุกคนอยากร่วม ครูก็เต็มที่กับกิจกรรม แบบนั้นมันดีกว่าเอาพวกไม่มีคุณภาพที่ถูกบังคับมาร่วม อะไรก็ตามถ้าถูกบังคับ ถูกเกณฑ์ไปทำมันไปได้ไม่ไกลหรอก มันจะจบลงที่รีบทำให้มันจบๆ จะได้รีบกลับเพราะมันไม่สนุก

มันจะมีเคสวิชาลูกเสือเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เด็กจมน้ำเสียชีวิตโดยที่ครูก็พยายามปัดความรับผิดชอบ จะว่าไปวิชาลูกเสือก็อยู่ในหมวดนี้เช่นกัน บังคับเรียนไม่อยากเรียนก็ต้องเรียน เครื่องแบบราคาสูง มีโอกาสจะเขียนเกี่ยวกับวิชานี้อีกครั้ง ซึ่งนับวัน เนื้อหาของวิชานี้จะไม่ทันโลก


กิจกรรมพิธีกรรม
อันนี้ถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนเป็นอย่างมาก เช่น กิจกรรมวันพ่อ วันแม่ ซึ่งทางโรงเรียนมีการเชิญคุณพ่อคุณแม่ของนักเรียนบางคนมาที่โรงเรียนเพื่อนร่วมงาน ความจริงมันมองได้สองแง่ มันก็ดีในแง่ที่โรงเรียนมีกิจกรรมที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างทางโรงเรียนและผู้ปกครอง แน่นอนเมื่อมีด้านดีก็ต้องมีด้านที่แย่ แล้วกรณีที่นักเรียนคุณพ่อคุณแม่เสียชีวิตไปแล้วล่ะ มันจะเป็นกิจกรรมที่ตอกย้ำความเศร้า และความแตกต่างที่จะต้องเจอทุกปี

"ไม่มีพ่อ" "ไม่มีแม่" ครูบังคับเด็ก หรือตามกวดขันเด็กไม่ให้ล้อเพื่อนไม่ได้หรอก ซ้ำร้ายครูนี่แหละที่จะล้อเสียเอง และต้องยอมรับว่าพวกเด็กเรื้อนๆ ที่ผู้ปกครองไม่มีเวลาสั่งสอน หรือความจำสั้น ไม่จำสิ่งที่ผู้ปกครองสอน มีอยู่ในสังคม ทำให้เกิดปัญหากระทบกระทั่งกันได้ จะดีกว่าหรือไม่ถ้าเราจะคิดหาทางหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าว หรือทำให้เกิดน้อยลง


ผู้ปกครองต้องเข้าร่วม
ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ผู้ปกครองจะได้มาดูชีวิตความเป็นอยู่ของลูกในโรงเรียน แต่ต้องไม่ลืมว่าประเทศเราไม่ค่อยเอื้ออำนวยในจุดนี้ บางครั้งการที่ผู้ปกครองมาโรงเรียนอาจหมายถึง การขาดรายได้ หากสถานประกอบการที่เจ้าของมีความเห็นอกเห็นใจ อาจจะยอมให้ลากิจโดยไม่คิดมากเรื่องเงิน แต่ใช่ว่าเจ้าของสถานประกอบการจะดีทุกแห่ง บางแห่งอาจบังคับให้ใช้วันลาพักร้อน หรือแม้แต่อนุญาตให้ลาแต่หักเงิน ในจุดนี้เป็นประเด็นที่น่านำไปคิดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง นี่ยังไม่รวมกรณีที่เป็นเจ้าของกิจการ หรือพนักงานรายวัน กรณีเลวร้ายสุดๆ อาจจะเป็นไม่สามารถลามาร่วมงานของลูก

จะแปลกอะไรถ้าเราจะเห็นผู้ปกครองบางส่วนไม่ค่อยให้ความร่วมมือกับทางโรงเรียน มันมีปัญหาเรื่องรายได้ซึ่งต้องยอมรับว่า การที่เงินหายไปเดือนละหลายร้อย อาจส่งผลกระทบที่ยิ่งใหญ่กว่าที่หลายคนคิด คนส่วนใหญ่ไม่ได้มีรายได้แบบพวกผู้มีอำนาจ แค่เข้าประชุมก็มีเบี้ยประชุมเป็นหมื่น โดดงาน 300 กว่าวันยังมีรายได้เป็นแสน เป็นล้าน หรือรับเงินหลายทาง ทั้งที่การประชุมมันก็เป็นหน้าที่ของพวกเขา แต่ที่มันเลวร้ายยิ่งกว่า คือทางโรงเรียนบังคับให้ผู้ปกครองต้องเข้าร่วม หากไม่เข้าร่วมจะมีผลกระทบต่อการผ่านวิชากิจกรรมเด็ก


ปัญหาใต้พรม
เวลามีเรื่องราวที่ไม่ค่อยดีเกี่ยวข้องกับสถานศึกษา เช่น การทำร้ายร่างกาย นักเรียนโดนครูข่มขืน หลังจากที่นักเรียนถูกผู้ปกครองคาดคั้นจนยอมบอกความจริงแล้วนั้น คนเป็นผู้ปกครองย่อมต้องการเอาเรื่องครูที่ก่อปัญหา แต่สิ่งที่เรามักจะเห็นจากกรณีเหล่านี้คือ นักเรียนที่เป็นผู้เสียหายคนดังกล่าวไม่สามารถอยู่ในโรงเรียนนั้นได้อีกต่อไป มันเกิดอะไรขึ้นล่ะ เรามาดูกรณีที่เกิดขึ้นนี้ว่าผลมันเป็นอย่างไร ก่อนที่จะตัดสินว่าใครถูกหรือผิด

- โรงเรียนเสียชื่อเสียงจากการกระทำของครู
- เด็ก คือผู้เสียหาย
- ครู ได้ละเมิดทางเพศเด็ก แต่ได้รับการปกป้องเต็มที่ โดยยอมรับผิดชอบ และชดใช้ค่าเสียหายด้วยเงิน!? ดีชิบหายได้เปิดซิงเด็ก โอกาสติดโรคก็ต่ำ แถมโดนจับได้ก็จ่ายเงินนิดหน่อย ดีกว่าไปตีกระหรี่เยอะ

ปัญหาลักษณะนี้โรงเรียนจะพยายามปิดข่าว เนื่องจากกลัวจะทำให้โรงเรียนเสียชื่อเสียง ทั้งที่คนที่ทำเสียชื่อเสียงจากกรณีดังกล่าวคือ ครู แต่ถามว่าเรื่องนี้ในประเทศอื่นมีหรือไม่? "มี" แม้แต่ประเทศพัฒนาแล้วอย่างประเทศญี่ปุ่นที่มีปัญหาการกลั่นแกล้งในโรงเรียน ทางโรงเรียนก็พยายามปกปิดซ่อนปัญหาไว้ใต้พรม ทั้งที่แค่จับคนผิดมาลงโทษเรื่องก็จบ แต่พวกเขากลับทำตรงข้ามด้วยการปกป้องคนร้าย เนื่องจากกลัวจะส่งผลกระทบต่อเก้าอี้ของตัวเอง


ความสัมพันธ์ครู-ศิษย์
ครู - ศิษย์นั้นครูควรเป็นผู้ที่ช่วยเหลือแนะนำศิษย์ ไม่ใช่พยายามทุกวิถีทางเพื่อหาผลประโยชน์จากศิษย์ มีเคสน่าสนใจคือ นักเรียนดินสอกุด เขียนไม่ได้แล้ว ครูคิดเงินเด็กค่าเหลาดินสอ ทั้งที่ในเมื่อครูมีกบเหลาดินสอ ควรให้นักเรียนใช้ แต่เขากลับเก็บเงินซึ่งก็เรียกรับไม่ใช่น้อยๆ แบบนี้ควรจะถือได้ว่าหาประโยชน์ในทางมิชอบได้หรือไม่?

นี่ยังไม่รวมไปถึงการแก้ปัญหาที่ไร้จิตวิทยา นักเรียนบางคนไม่ได้นำสีไม้มา แล้วไม่สามารถยืมเพื่อนใช้ได้ ครูเห็นนักเรียนคนหนึ่งมีสีไม้กล่องใหญ่ แต่นักเรียนคนนั้นให้เพื่อนยืมแค่ไม่กี่คน ครูก็ดันไปพูดจาแดกดันแกมบังคับให้เด็กคนนั้นให้เพื่อนยืมสีไม้ ซึ่งในจุดนี้ครูไม่ควรแก้ปัญหาแบบนี้ ในเมื่อเพื่อนคนนี้ไม่ให้ยืมก็ควรจะให้ไปยืมคนอื่น ถ้าคนอื่นไม่ยอมให้ยืมกันหมดก็แสดงว่าเด็กคนนี้มีปัญหาบางอย่างแล้ว มันเป็นหน้าที่ครูแล้วที่จะต้องรายงานปัญหาที่พบให้ผู้ปกครองทราบ

จะดีกว่าหรือไม่ถ้าครูท่านนี้มีจิตวิทยาสักนิด เขาจะสามารถสืบทราบได้ว่าปัญหามันเกิดจากอะไร แค่ถามเด็กที่ไม่ให้ยืมว่า "เพราะอะไรถึงไม่ให้เพื่อนยืม?" แค่นี้ก็จะพอทราบคำตอบคร่าวๆ แล้ว แต่มักง่ายไง แค่หาทางบังคับเด็กสักคนให้เด็กคนนั้นให้เพื่อนที่ไม่มีสียืม แค่นี้ก็ผ่อนแรงไปได้เยอะแล้ว

ผมไม่ได้ต่อต้านหรือต้องการประณามครู เพียงแต่ครูควรมีจิตวิทยา และความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ไขปัญหาให้สมกับที่ชาวบ้านให้ความเคารพว่าเป็น พ่อพิมพ์แม่พิมพ์ของชาติ



ผมอ่านหนังสือของ ซาลมาน คาน ที่พูดเรื่องการศึกษา เรื่องพวกนี้ที่ผมกล่าวมันอาจดูเล็กน้อย เหมือนเบี้ยหัวแตก แต่มันก็มีผลนะ จากแนวคิดของเขามันทำให้ได้เปิดมุมมองด้านการศึกษาขึ้นเยอะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย หรือการเปลี่ยนรูปแบบการศึกษา มีโอกาสจะมาพูดกันอีกครั้ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นปัญหาหลายๆ อย่างมันสามารถแก้ได้ที่บุคลากรทางการศึกษา ปัญหามันก็อยู่ตรงนี้แหละว่าเราจะแก้ที่บุคลากรทางการศึกษาอย่างไรในสภาพสังคมปัจจุบัน เด็กคนหนึ่งเป็นอัจฉริยะหรือหมดอนาคตก็ขึ้นอยู่ครู นี่เป็นสิ่งที่ครูทุกคนควรตระหนักถึงมิใช่หรือ?


Create Date : 31 พฤษภาคม 2564
Last Update : 31 พฤษภาคม 2564 14:43:22 น. 42 comments
Counter : 695 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณnonnoiGiwGiw, คุณhaiku, คุณcomicclubs, คุณThe Kop Civil, คุณเนินน้ำ, คุณซองขาวเบอร์ 9, คุณกะว่าก๋า, คุณmcayenne94, คุณmariabamboo, คุณSweet_pills, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณหอมกร, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณInsignia_Museum, คุณPooh Station TH, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณkae+aoe, คุณทุเรียนกวน ป่วนรัก, คุณสองแผ่นดิน, คุณคนผ่านทางมาเจอ, คุณทนายอ้วน, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณ**mp5**, คุณzungzaa, คุณtuk-tuk@korat, คุณชีริว, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณnewyorknurse


 
คำชี้แจง

บล็อกนี้อยู่ในหมวด
Education Blog ยินดีเปิดรับทุกความคิดเห็นของเพื่อนๆ ที่มีล็อคอิน เพื่อพูดคุยอย่างสร้างสรรค์

แม้ท่านจะใช้ตรรกะวิบัติมาพูดคุย แต่เราจะไม่ใช้ตรรกะวิบัติกับท่านแน่นอน



โดย: คุณต่อขอชี้แจง (toor36 ) วันที่: 31 พฤษภาคม 2564 เวลา:14:33:55 น.  

 
อย่างแรกเราว่าเราต้องหาคนที่อยากเป็นครูให้ได้จริง ๆ เสียก่อน เราไม่รู้ว่าปัจจุบันคนเลือกเรียนคณะครุศาสตร์ หรือ ศึกษาศาสตร์กันเพราะอะไร ไม่รู้ว่าจะเรียนอะไร เลยเลือกคณะนี้หรือเปล่า ถ้าเป็นอย่างนั้น พอจบมาเป็นครูก็อาจจะไม่มีความสุขในการทำงาน ยิ่งเจอเด็กที่ดื้อ ๆ ไม่ค่อยเชื่อฟังด้วยแล้ว ยิ่งหมดแรง

ถ้าคนที่อยากเป็นครูจริง ๆ เรียนจบมาได้เป็นครูก็คงมีความสุข แต่... มันก็มีหลายเรื่องที่ครูต้องจัดการ ทั้งเตรียมการสอนวิชาที่ตนเองสอน ต้องร่วมกิจกรรมวิชาอื่น เช่น ลูกเสือเนตรนารี ทั้งประชุม ทั้งทำรายงานการประเมินตนเอง ทั้งกิจกรรมพิธีการ ทั้งเข้าค่ายสารพัดสารเพ ทั้งต้องไปเยี่ยมบ้านนักเรียน และอาจจะมีหน้าที่อื่น ๆ อีก เราว่าคนเป็นครูก็น่าจะเหนื่อยมาก ๆ เลยล่ะ

ถ้าเป็นครูต่างประเทศก็ไม่น่าจะมีอะไรเยอะมากมายเท่านี้ ยังไม่เคยเห็นครูในซีรีส์ญี่ปุ่นสอนวิชาลูกเสือเลย มีแต่อบรมและสอนหนังสือนักเรียนในห้อง เอาจริง ๆ แค่อบรมก็เหนื่อยมากแล้วล่ะ ในซีรีส์นักเรียนแต่ละคนก็จะมีปัญหาต่าง ๆ กัน แต่ครูก็มีเวลาที่จะไล่แก้ปัญหานักเรียนไปแต่ละคน แต่ถ้าเป็นครูไทยคงไม่มีเวลามากขนาดนั้น ทำได้เพียงบ่น และบ่นยาวเวลานักเรียนมีปัญหากัน ก็กินเวลาในการเรียนการสอนไปอีก แค่เดินเรียนกว่าจะมาถึงห้องก็ช้าแล้ว นั่งฟังครูบ่นไปอีก เหลือเวลาที่ได้เรียนจริง ๆ อาจแค่ครึ่งชั่วโมง และครูส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยอยากสอนห้องที่เด็กไม่ตั้งใจ เราหาครูที่อยากสอน และเป็นอย่างในซีรีส์ญี่ปุ่นได้ยากเหลือเกิน

เงินเดือนครูไทยก็ไม่ได้มากมาย ไม่รู้ว่าถ้าได้เงินเดือนมาก เราจะมีครูที่ดีที่มากขึ้นหรือเปล่า

เรื่องกิจกรรมที่ผู้ปกครองต้องเข้าร่วม ที่มีแน่ ๆ ก็คือ วันรับสมุดพก ถ้าเป็นระดับอนุบาล ประถม ครูอาจได้เจอพูดคุยกับผู้ปกครองตัวจริง แต่ระดับมัธยม ครูแน่ใจได้ยังไงว่าจะได้พบผู้ปกครองตัวจริง เพราะเพื่อนเราก็มีบางคนที่เอาวินมอเตอร์ไซค์มาเป็นพ่อ บางคนก็ยืมพ่อเพื่อนมา ครูก็ไม่ได้พบกับผู้ปกครองตัวจริง เอาจริง ๆ นะ เรื่องนี้ต้องคุยกันยาว และนึกถึงเรื่องที่พี่ก๋าเขียนในวันนี้เลย เรื่องการศึกษาไทยที่เน้นให้ความสำคัญด้านวิชาการ ถ้าเราไม่ยึดติดกับเกรด เด็กก็ไม่ต้องกดดัน แต่เราจะเปลี่ยนแปลงความคิดตรงนี้อย่างไรได้

เห็นด้วยกับกิจกรรมพิธีกรรม งานวันพ่อ วันแม่ จริง ๆ ไม่ต้องมีก็ได้

กิจกรรมบังคับเรียน เห็นใจพวกผู้ชายนะที่ต้องเป็นแต่ลูกเสือ บางโรงเรียนอาจมีลูกเสือสมุทร แต่ผู้หญิงมีให้เลือกเยอะ บางโรงเรียนก็มียุวกาชาด บำเพ็ญประโยชน์ ซึ่งพวกนี้เราว่าน่าจะโหดน้อยกว่าเนตรนารี (เราเรียนเนตรนารี มีกิจกรรมผจญภัยตอนกลางวัน ตอนกลางคืนก็มีอีก) แล้วหัวหน้าหมู่ ช่วยเลือกคนที่อยากเป็นมาเป็นนะ อย่าเลือกเอาจากความสูง เพราะเราสูง เราถึงต้องเป็น แล้วรองหัวหน้าหมู่ก็เช่นกัน ให้เลือกคนที่อยากเป็น ไม่ใช่คนที่ตัวเล็กสุดต้องเป็น


โดย: comicclubs วันที่: 31 พฤษภาคม 2564 เวลา:17:06:13 น.  

 
อ่านแล้วอยากให้คุณต่อไปเป็น รมว.ศึกษาเลยครับ โดนใจจริง ๆ ที่สนามแบดในกรมฯ ที่ผมไปตีแบด มีน้องเพิ่งกลับจากไปเรียนที่สิงคโปร์มา จบไฮสคูลที่สิงค์โปร์แล้ว จะมาต่อมหาฯลัยที่เมืองไทย เล่าให้ฟังว่าเงินเดือนครูที่สิงคโปร์สูงมาก ๆ แตกต่างจากบ้านเรา อย่างฟ้ากับเหว ส่วนเรื่องอื่น ๆ การศึกษาบ้านเราตามนั้นเลยครับ 555


โดย: The Kop Civil วันที่: 31 พฤษภาคม 2564 เวลา:17:13:38 น.  

 
ครูมีจิตวิญญาณของการเป็นครูลดน้อยลงกว่าก่อนมากค่ะ ระบบการศึกษาสอนให้ท่องจำแต่คิดไม่เป็น เอาไปใช้ไม่ได้


โดย: เนินน้ำ วันที่: 31 พฤษภาคม 2564 เวลา:18:00:43 น.  

 
ต่างประเทศเงินเดือนครูแพงมาก
แต่เมืองไทยคืออาชีพที่คนหางานทำยังไม่ได้ก็มาเป็นครูสอนเด็กก่อน
เพราะงั้นเด็กเราคุณภาพไม่คับแก้ว
เงินเดือนครูน้อยไม่เห็นความสำคัญของครูค่ะ


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 31 พฤษภาคม 2564 เวลา:18:30:37 น.  

 
พี่ก๋ากับหมิงเห็นตรงกันเรื่องนึง
คือวิชาลูกเสือควรจะยุบทิ้งไปเลยครับ
เปลี่ยนเนื้อหาวิชาเป็นการเอาตัวรอดในสถานการณ์ฉุกเฉิน
จะเกิดประโยชน์กว่าเยอะเลย

งานวันพ่อวันแม่
โชคดีที่ รร.หมิงทั้งสองโรงเรียนไม่มีการจัดงานครับ
ถึงวันมาก็มีการพูดถึงตลอด
เด็กไม่มีพ่อไม่มีแม่มาร่วมงาน
โคตรจะเศร้าเลยนะครับ

ทุกเรื่องที่น้องต่อเขียนมา
เป็นปัญหาที่มีมานานและจะยังมีต่อไป
ตราบใดที่เรายังไม่มีการปฏิรูปการศึกษา
หรือจะเอาให้ตรงกว่านั้น คือ ต้องมีการปฏิรูปการเมืองครับ
เพราะนโยบายด้านการศึกษาก็มาจากนโยบายทางการเมืองนั่นเอง
รัฐบาลห่วย การศึกษาก็ห่วย

ชุดนักเรียนนี่แพงมากนะครับเมือ่เทียบกับคุณภาพ
จ่ายราคานี้พี่ก๋าว่าจ้างยูนิโคล่ทำยังได้เลยนะ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 31 พฤษภาคม 2564 เวลา:18:41:39 น.  

 
โอ้ว วันนี้คุณต่อมาอย่างยาว ไม่มีสาวสวยมาประกอบฉากด้วย เรื่องราวอย่างเยอะ สแกนคร่าวๆว่าเรื่องแนวเครียดเยย ปวดหัวมาตะหงิดๆละ ขออภัยไม่ได้ลงรายละเอียด ออกจากแวดวงเรียนหนังสือ นานนนนนนมาก ตอนท้ายๆเรื่องคุณครู คนไม่ดีมีทุกแวดวง แต่อ่านข่าวเด็กถูกคุณครูนั่นนี่ แล้วปรี๊ดทุกที ตอนเย็นเป็นเด็กๆคุณแม่เป็นคุณครู ลูกข้าใครอย่าแตะ เพราะเป็นเด็กดีหัวอ่อน ว่านอนสอนง่าย วันไหนครูทำโทษรุ่งขึ้นแม่กะพ่อไปโผล่ที่ห้องครูใหญ่แล้วค่ะ


โดย: mcayenne94 วันที่: 31 พฤษภาคม 2564 เวลา:19:23:41 น.  

 
จากบล็อก
พอเลี้ยงแล้วมันรอดนี่เห็นแล้วชื่นใจเลยครับ ตอนแรกคิดว่าคงไม่รอดแน่ ๆ 555
มาอ่านบล็อกคุณต่ออีกรอบ ตอนนั้นโชคดีมากเลยครับที่วันแม่ โรงเรียนผมไม่มีการเชิญพ่อแม่มา แต่เป็นการประกวดร้องเพลงค่าน้ำนมแทน
ส่วนกิจกรรม ก็จะมีซุ้ม ชุมนุมให้เลือก ซึ่งจะเยอะมาก ๆ ผมเลือกชุมนุมสะสมแสตมป์ บาสเก็ตบอล อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ แล้วแต่ความชอบเราเลยครับ ซึ่งตอนนั้นสนุกมาก ๆ ครับ
สมัยนั้นไม่ได้บังคับแบบปัจจุบันนะ
สมัยปัจจุบัน น่าจับยัดให้นักเรียน จนไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมาเลย


โดย: The Kop Civil วันที่: 31 พฤษภาคม 2564 เวลา:21:40:09 น.  

 
คนทำผิดได้รับการปกป้อง
ผู้ถูกกระทำไม่ได้รับความคุ้มครอง ไม่ได้รับความเป็นธรรม
ได้แต่หวังว่าข่าวที่อ่านแนวนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย
แต่ความหวังไม่เคยเป็นจริงค่ะคุณต่อ

ขอบคุณกำลังใจนะคะ




โดย: Sweet_pills วันที่: 31 พฤษภาคม 2564 เวลา:23:38:01 น.  

 
@comicclubs
ผมอ่านแล้ว พยักหน้าตามนะ โดยหลักง่ายๆ จากที่ผมเคยคุยกับครู คือ "ให้ครูทำหน้าที่ครู" หน้าที่ครูคือ สอนหนังสือ นี่คือหน้าที่หลักซึ่งควรมีอย่างน้อย 80% แต่ปัจจุบัน มีแต่ทำรายงานวิชาการ ทำสิ่งที่ไม่ใช่หน้าที่ จะว่าไปประเทศไทยที่มันวุ่นวายทุกวันนี้ก็เพราะคนเรามันไม่ปฏิบัติตามหน้าที่

ครูไทยเงินเดือนน้อย หนี้มาก หน้าใหญ่ แต่งหน้าจัด ถ้ายึดตรรกะแบบเดียวกับที่ใช้กับนักเรียน ครูควรใส่ชุดข้าราชการทุกวัน (โรงเรียนเอกชนใส่ยูนิฟอร์ม) และให้ออกเงินค่าชุดเอง ตัดผมทรงเดียวกันทั้งหมด เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ประหยัดเงิน และจะได้ใส่ใจการสอนไม่ไปจดจ่อกับเรื่องฟชั่น จะได้ไม่ไปเป็นหนี้ด้วย ไม่มีปัญญารับผิดชอบตัวเองเลย ชิชะจะมาสอนคนอื่น ผมก็พูดไปงั้นล่ะนะ

วันรับสมุดพก เจอเหมือนกันครับ จ้างคนแถวนั้น จ้างมอเตอร์ไซด์รับจ้างมา ยืมพ่อแม่เพื่อน พวกกิจกรรมหลายๆ อย่าง เช่นลูกเสือ ควรเป็นกิจกรรมทางเลือกครับ ให้เด็กเลือกเองเลยว่าอยากเรียนมั้ย? ผมเคยรับชมเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมลูกเสือของต่างประเทศ เห็นแล้วทำให้รู้สึกว่าของเราล้าหลังมาก อยากเขียนเอนทรี่เจาะเรื่องนี้เหมือนกัน แต่ผลกระทบกับหลายภาคส่วนมีค่อนข้างมาก แถมเนื้อหาหนักด้วย ขอพิจารณาอีกครั้งก่อน


@The Kop Civil
ต่อให้ได้เป็นแต่ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจแก้ไข ก็เปล่าประโยชน์ หลายๆ เรื่องที่หลายคนมองว่าเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไข หากเข้าไปแตะ มันกระทบกับหลายภาคส่วนในประเทศนี้


@กะว่าก๋า
แนวคิดพี่ก๋ากับหมิงนี่มันใช่เลย ความจริงลูกเสือมันก็มีเนื้อหาบางส่วนที่คาบเกี่ยวกันนะครับ แต่เราจะเห็นได้ว่า ไม่ว่าผ่านมานานเท่าไหร่ มันก็เมหือนเดิม แทบไม่ได้มีการอัปเดตอะไรเลย


@Sweet_pills
มันน่าเศร้านะครับสำหรับผู้ถูกกระทำไม่ได้รับความคุ้มครอง ข่าวก็มีให้เห็นประจำ จนเป็นเรื่องปกติที่ไม่ปกติไปแล้ว


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 1 มิถุนายน 2564 เวลา:0:44:36 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับน้องต่อ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 1 มิถุนายน 2564 เวลา:6:45:44 น.  

 
ขอบคุณจ้าคุณต่อ
ท่าจะสนใจวงการศึกษามากเลยนะ





โดย: หอมกร วันที่: 1 มิถุนายน 2564 เวลา:7:17:29 น.  

 
การศึกษาทั้งจีน/ไทยคงมีปัญหาอยู่บ้าง แต่
ไทยน่าจะมากกว่านะ 555
...

ครั้งที่ผมเรียนด้านทฤษฏี ก็ยัง งง.. ทำไมเราต้องเรียนดีที่อาจารย์บอกว่า เป็นพื้นฐานที่ เราต้องรู้
จะได้ต่อยอด.. เรียน ประมวลแพ่งฯ กับภาษีอากร อาจารย์ก็บอกว่า ที่เรียนนี่อย่าใช้ท่องจำ
ที่ดีทื่สุด คือการทำความเข้าใจ+ ความรอบคอบ

..
พวกคุณต้องรอบคอบ หาทางออกให้ลูกค้านะ
เพราะราชการเขา ตีวงปิดประตูเพื่อตีแมว 555
กฏอยู่อย่างมีทางออก อยู่ที่นักศีกษาจะหาเจอ
หรือไม่..
แต่ยังไม่พอ ที่ให้คุณเรียนนี้เป็นเพียง หลักใหญ่

เขายังมีกฏกระทรวง ระเบียบปฏิบัติของหน่วยงานวางกับดักไว้อีก ต้องดูประกาศต่าง ๆ ด้วยนะไม่งั้น เสียเงินเยอะ 555
...

แต่คนไทย ระยะนี้เขาเลี้ยงคนกลม แบบ
ลูกบิลเลียดเยอะ ได้ดีกันหลายคน อยู่ห่างๆ
พวกนี้ไว้ เขาเห็นแก่ตัวเห็นแก่พรรพ(พวก)
และเห็นแก่ "นาย"


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 1 มิถุนายน 2564 เวลา:8:20:13 น.  

 
เซียนกระบี่ลุ่มแม่น้ำวัง 
สวัสดีครับ



โดย: เซียน_กีตาร์ วันที่: 1 มิถุนายน 2564 เวลา:14:06:50 น.  

 
คิดเหมือนน้องหนอน
เลยจ้า
ลอก....


โดย: อุ้มสี วันที่: 1 มิถุนายน 2564 เวลา:15:19:25 น.  

 
ระบบการศึกษาไทยคือบ้าเกรดครับ ไม่ดิ ต้องบอกว่าสังคมไทยบ้าเกรด
และยังบูชาเฉพาะบางอาชีพ ไม่ได้มองว่าประเทศขับเคลื่อนด้วยทุกอาชีพประกอบๆ กัน
GDP ก็ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยบางอาชีพ หรือคนที่จบจากคณะที่ป้าข้างบ้านของมาอวดลูก
แต่อาจจะขับเคลื่อนด้วยคนที่เคยจบแค่ ม.6 แต่มีหัวการค้าก็ได้
ดังนั้นก่อนอื่นต้องเลิกดูถูก หรือบูชาบางคณะบางอาชีพครับ
เพราะแบบเนี้ย เลยทำให้เด็กหลายคนต้องเข้าไปเรียนมีสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัดหรือไม่ชอบ
ประเทศไทยไม่ได้เน้นกิจกรรมเลย เพราะมองว่าไร้สาระ มองว่าเด็กมันจะเล่น มันไม่ได้ท่องตำราเป็นนกแก้วนกขุนทองเหมือนที่ผู้ใหญ่ชอบ การเรียนมันต้องแบบนั้น ไม่ใช่การทำกิจกรรม
เนี้ยตอนนี้ผมมาอินเรียน มอสเตสเซอรี่ เพราะมีหลานเนี้ยครับ เหมือนเป็นการเรียนรู้ผ่านการเล่น ก็กิจกรรมนั่นแหละ แต่เราสอดแทรกการเรียนรู้ให้เค้าไป
ที่พูดนี่เพราะถ้าโควิดไม่ซา ยายได้ทำ Home School แน่นอน หวงหลานมาก....พิมถูกครับ ไม่ได้ห่วง แต่หวงมาก 55555

อ่ะกลับมาที่เรื่องการศึกษา ดังนั้นในไทยเราเลยบ้าบอกับวิชาการ นั่งโต๊ะลอกอะไรที่อาจารย์เขียนบนกระดานลงสมุด เอาจริง ผมก็จำไม่ได้หรอกว่าเขียนไรลงไป
ROV นี่ไม่ต้องพูดต้อง ผู้ใหญ่ไทยมองเกมส์เป็นผู้ร้าย เมิงคือฆาตกร คือตัวบ่มเพาะความรุนแรง ไม่ได้มีทางมองการทำงานเป็นทีมได้เลย ซึ่งมันขึ้นกับความสนใจที่ผู้ปกครองมีต่อเด็กด้วยครับ ว่าอะไรคือเกมส์อะไรคือโลกแห่งความจริง
ผมเล่น Call of duty ไม่เห็นจะอยากออกไปยิงใคร มันอยู่ที่การเลี้ยงดูที่บ้านมากกว่าตัวเกมส์

วันพ่อวันแม่ผมไม่อินมานานแล้วครับ ทำไมต้องมาทำเป็นรักกันต่อหน้าคนอื่น กลับบ้านไปก็ทำเลาะกันอยู่ดี
เด็กที่ไม่มีพ่อหรือแม่ก็เสียใจ มีปม เนี้ย....ปมมันอยู่ตรงที่เราหยิบยื่นให้เค้าไม่ใช่เกมส์ที่เค้าเล่น

ปัญหาใต้พรมนี่....แนนโน๊ะจะช่วยทุกคนครับ คนที่ดูแล้วคะจะไม่มีใครเถียงว่าปัญหาที่ตัวซีรีย์แสดงออกไม่เคยเกิด มันคือเรื่องจริงทั้งนั้นแหละครับ แต่เราต่างหากที่เราเฉยๆ เหมือนอายที่ยอมรับว่า โรงเรียนมันไม่ใช่สถานที่ที่ปลอดภัยอย่างที่เราคิด และปัญหาพวกนี้มันเกิดขึ้นจริง เหมือนตอนที่หนังอาปัติจะถูกแบน บอกว่าทำให้พุทธศาสนาเสื่อมเสีย เฮ้ยยยย ตรรกะป่วยชิเป๋ง.....แล้วคนที่แต่งเลียนแบบพระ ตั้งสำนักบ้าบอ เกิดพระศรีอริยเมตไตยอะไรไม่รู้มา 3-4 คน โสสิๆ นี่ไม่ทำให้พุทธศาสนาเสื่อมเสียบ้างหรอ สำนักสีรุ้งไม่ยิ่งกว่าหรอ ตัวหนังไม่มีอะไรเลย มันก็เรื่องจริงที่มีทั้งนั้น

นักจิตฯเด็กสำคัญมากครับ จริงๆ สำคัญตั้งแต่ในครอบครัว แต่ประเทศไทยกลับอายที่จะบอกว่า ลูก หรือตัวเองต้องพบนักจิตฯ กลัวเค้าหาว่าบ้า
ผมว่า ไอ่คนที่คิดงั้นแหละบ้า ไม่เข้าใจอะไรเลย

โอ้ยเหนื่อย......โสสิครับ 5555555555555


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 1 มิถุนายน 2564 เวลา:16:34:05 น.  

 
อยากพิมพ์อะไรหลายอย่าง แต่เวลามีน้อย แวะมาทักทายอ่านข้อคิดดีๆ ค่ะ

เพิ่งเข้า ม.1 กำลังตื่นเต้นกับคาบกิจกรรมชุมนุม ตอนนี้เล็งไว้ 2 อย่าง กันพลาดว่าถ้าอันไหนเต็มจะได้รีบไปสมัครอีกอันอย่างไว แต่อันที่ซีเล็งไว้ น่าจะเป็นที่หมายปองของหลายคน 1.ชมรมอนิเมะ 2.ชมรมเกมเมอร์ โห...สุดยอดชมรมจริงๆ


โดย: kae+aoe วันที่: 1 มิถุนายน 2564 เวลา:17:01:27 น.  

 
ผมอาจเป็นคนที่โชคดีมั้ง ^^
โตมาแบบไม่เจอปัญหาที่คุณต่อร่ายมาเลยครับ
(หรืออาจจะมี แต่จำไม่ได้แล้ว 55)
แต่ก็นั่นแหละครับ...
ถึงไม่เจอเองก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีอยู่ในสังคม
ก็ช่วย ๆ กันสอดส่องให้ปัญหาพวกนั้นหมดไปซะที ^^"


โดย: ทุเรียนกวน ป่วนรัก วันที่: 1 มิถุนายน 2564 เวลา:20:31:51 น.  

 
เห็นด้วยกับเม้นท์น้องปริ๊นซ์เลยครับ

วันนี้เห็นการใช้งบประมาณของรัฐบาล
บอกได้คำเดียวว่า "มึน" ครับ 555



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 1 มิถุนายน 2564 เวลา:23:00:17 น.  

 
@ไวน์กับสายน้ำ
ทฤษฏีกับปฏิบัติหลายๆ เรื่องสมัยประถม รวมไปถึงมัธยมที่เคยเรียนขัดแย้งกับความเป็นจริงในชีวิตมาก ผมเลยว่ามันตามโลกไม่ทัน


@จันทราน็อคเทิร์น
เกี่ยวกับเกม ผมแยกตัวละครในสามก๊กได้ว่าตัวไหนอยู่ก๊กใด จากการเล่นเกม เด็กบางคนเล่นเกมแนว FPS มันจำชื่อปืน ลักษณะเด่นของปืนได้ บ้านเรามองเกมในแง่ลบอยู่แล้ว เด็กทำผิดพอโดนชี้นำก็เลยตามเลยซะเลย (เพื่อจะได้โดนคดีเบาลงมั้ง)

ผมคิดไม่ถึงในประเด็นนี้จริงๆ ครับ "ทำไมต้องมาทำเป็นรักกันต่อหน้าคนอื่น กลับบ้านไปก็ทำเลาะกันอยู่ดี" มันเป็นเรื่องจริงของบางบ้านนะ เรื่องการศึกษามันมีให้พูดคุยเยอะ ถ้าเจอวงสัมมนาเกี่ยวกัยเรื่องนี้ แค่เข้าไปฟังก็สนุกแล้ว เพราะมันมีประเด็นแลกเปลี่ยนได้เยอะ


@kae+aoe
ขอให้ชุมนุมที่น้องซีเล็งไว้ เป็นชุมนุมที่ถูกใจนะครับ จริงๆ วัตถุประสงค์ของพวกกิจกรรมพวกนี้ มันก็แค่ฝึกการทำงานเป็นทีมเท่านั้นแหละ ดังนั้นจะเป็นกิจกรรมอะไรก็ทำไปเถอะ ถ้ามันไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน และไม่ผิดกฎหมาย


@ทุเรียนกวน ป่วนรัก
ถือว่าโชคดีมากที่ไม่เจอเรื่องแย่ๆ ในระบบการศึกษานี้ หลายๆ เคสที่ผมกล่าวถึง ผมก็ไม่ได้เจอด้วยตัวเองหรอก แต่ก็อยู่ในเหตุการณ์นั้น มันก็เป็นเรื่องที่น่าเศร้านะครับ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 1 มิถุนายน 2564 เวลา:23:06:43 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับน้องต่อ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 2 มิถุนายน 2564 เวลา:6:34:26 น.  

 
เซียนกระบี่ลุ่มแม่น้ำวัง 
สวัสดีครับ

ปัญหาเรื่องระบบการศึกษาไทย มันเยอะมากครับ

ครูเก่ง ๆ เน้นสอนพิเศษ มากกว่าสอนในชั่วโมงฯลฯ
ครูบางคนมุ่งมั่นเอาตำแหน่ง มากกว่าให้การศึกษาเด็ก
ครูเรียนเก่ง มักสอนไม่เก่ง ครูสอนเก่งมักเรียนไม่เก่ง พอปัจจุบันที่การสอบบรรจุครูมีการแข่งขันสูง เราจึงได้แต่ครูที่เรียนเก่ง


โดย: เซียน_กีตาร์ วันที่: 2 มิถุนายน 2564 เวลา:7:49:20 น.  

 
สวัสดีค่ะ..

ขอบคุณที่แวะมาทักทายกันนะคะ

ให้กำลังใจกันคะ..รอฉีดวัคซีน..อิอิ




โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 2 มิถุนายน 2564 เวลา:10:36:44 น.  

 
จากบล๊อก
เกมส์ FPS ทำให้ผมรู้จักปืนเหมือนกันครับ ดีจะตาย คงเหมือนกับ 3 ก๊กของคุณต่อ เพราะเนี้ย....ผมก็จำอะไรไม่ได้เลยเหมือนกัน 3 ก๊กเนี้ย 555555

แต่....งบการศึกษาถูกตัดลงไปอีก 2.4หมื่นล้าน ส่วนงบกลาโหมเพิ่ม เท่โคดๆ


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 2 มิถุนายน 2564 เวลา:14:40:24 น.  

 
ขอบคุณสำหรับกำลังใจให้บล็อก 3F - ข้าวผัดกุนเชียง ด้วยนะครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 2 มิถุนายน 2564 เวลา:14:46:30 น.  

 
พี่ก๋าเริ่มมองถึงการเปลี่ยนแปลงที่ใกล้จะเกิดขึ้นแล้วล่ะครับ
เด็กรุ่นใหม่ไม่ทนหรอก
เขาโตขึ้นมาในโลกคนละแบบกับเรา
เราแก่ เราไม่ทันโลก
เราก็ต้องยอมรับ ปรับตัว
ถึงจะอยู่กันได้
แต่ถ้าเลือกบังคับ กำหนดกฏเกณฑ์
เอาอำนาจกดข่ม
ยังไงก็กดไว้ไม่ไหวหรอกครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 2 มิถุนายน 2564 เวลา:18:03:09 น.  

 
พี่ก๋ามานั่งดูหนังช่วงกลางเดือนครับ
มาดามซือ้ netflix แบบดูได้ทั้งคอมและทีวี
เมื่อก่อนเธอดูแบบมือถืออย่างเดียว
พี่ก๋าเลยนั่งดูวันละเรื่องสองเรื่อง
เยอะสุดก็วันละ 4 เรื่อง
ดูเยอะเพราะช่วงนั้นเชียงใหม่โควิดระบาดหนัก
ไม่ได้ออกไปไหนเลย



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 2 มิถุนายน 2564 เวลา:18:06:31 น.  

 
สวัสดี น้องต่อ

ที่จริงครูเขียนเม้นท์ไว้เสร็จแล้ว แต่ไม่ได้จบ
ทีเดียว พ่อค้ามาขายผลไม้ออกไปซื้อผลไม้พัก
ใหญ่ แล้วมาเขียนเม้นท์ต่อ อนิจจา มันขึ้นเลข
อะไรไม่รู้ ข้อความที่เม้นท์ไว้ กดส่งไปแล้ว หาย
สาบสูญไปหมดเลย เม้นท์ชะยาว เฮ้อ !เลยต้อง
มาเม้นท์ใหม่ จะได้เท่าเก่าหรือเปล่าก็ไม่รู้นะเนี่ย

บล็อกวันนี้ ของต่อยาวมากเป็นพิเศษ เป็น
เรื่องเกี่ยวกับการวิเคราะห์วิจารณ์เรื่องการศึกษา
ของไทย ในเรื่องหลักสูตร เรื่องการจัดการบริหาร
การศึกษา มีหลายเรื่องครูก็เห็นจริงตามนั้นนะ
ในฐานะอาชีพครู สอนมาเกือบ 40 ปี (รวม
ที่สอนตั้งแต่จบ ม.ศ.3 จนมารับราชการครู )
ในยุคครู คนเรียนครู รัฐเขาคัดคนและให้
เป็นกลุ่มนิสิตที่รัฐส่งเสริมมาก สอบเข้าไปเรียน
ได้แล้ว แทบไม่ต้องเสียเงินทองอะไรมากนัก
ค่าหน่วยกิต ก็ไม่เสีย ค่าหอพัก ปี 1และ3 เสีย
ปีละ 400 บาท ค่าอาหาร 3 มื้อ เทอมแรก700
บาท เทอม 2-3 เสีย 650 บาท การเรียนการสอนของครูอาจารย์ ก็ไม่ใช่สอนเพื่อให้ความรู้เพียงอย่างเดียว ยังมีการอบรมสั่งสอน ศีลธรรม
จรรยา ความเป็นคนที่ให้รู้จักหิริฮอตัปปะ คือ
ความละอายต่อสิ่งไม่ดีทั้งหลาย วิชาที่สอน
ก็หลากหลาย จิตวิทยาทั้งการใช้สอน ใช้
อบรมเด็ก ทุกอย่างสามารถนำไปใช้สอนได้
ใช้เป็นอาชีพ ทั้งการดำเนินชีวิต

มาดูปัจจุบัน (ซึ่งครูผ่านมาแล้วน่าจะมาก
กว่า 50 ปี รวมที่ครูเกษียณมาแล้ว 13 ปี)อะไร
ต่าง ๆ ก็พัฒนาเปลี่ยนแปลงไปมากมาย ทั้ง
เทคโนโลยี่ ทั้งประชากรที่เพิ่มมากขึ้น ค่า
ครองชีพที่เพิ่มมากขึ้น พ่อแม่ไม่มีเวลาให้ลูก
มีแต่เงินให้ลูก ชีวิตลูกส่วนใหญ่ก็อยู่กับคนใช้
สิ่งต่าง ๆ ทำให้สังคมเปลี่ยนแปลงไปมากมาย
ตวามกระด้าง ความกตัญญูเชื่อฟังลดน้อยไป
เรื่อย ๆ ความคิดของตนเป็นใหญ่ อาชีพครู
ก็เปลี่ยนแปลงไปตามยุค ความตระหนักถึง
หน้าที่ จรรยาบรรณก็ลดน้อยไปตามสภาพของ
สังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ศีลธรรม ความละอาย
ต่อสิ่งไม่ดีลดลง จึงเกิดปัญหาอย่างที่ ต่อ เขียน
ครูข่มขืนเด็ก โรงเรียนปกปิด เพราะกลัวเสียชื่อ
และอีกหลาย ๆ เรื่องที่ปรากฏตามสื่อต่าง ๆ
นั้นเอง เฮ้อ! คิดแล้วก็น่ากลุ้มเนาะ เราประชาชนเล็ก ๆ จะแก้ไขอะไรได้ นอกจาก
ช่วยกันสอนลูก (ถ้ามี แล้วเขาจะเชื่อหรือไม่
ล่ะ สื่อต่าง ๆ มันแย่นะปัจจุบัน )

ขอเขียนเท่านี้แหละนะ

โหวดหมวด งานเขียนไปแล้ว เพิ่งเห็น
ให้โหวดหมวดการศึกษา เขาไม่ให้แก้เสีย
ด้วยนะ )


โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 2 มิถุนายน 2564 เวลา:19:00:09 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับน้องต่อ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 3 มิถุนายน 2564 เวลา:5:36:12 น.  

 
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ


โดย: **mp5** วันที่: 3 มิถุนายน 2564 เวลา:9:18:47 น.  

 
เพราะครูไม่ชอบให้เด็กถาม
เด็กก็เลยไม่กล้าถาม
นี่เป็นหนึ่งในวิธีการเรียนรู้ที่สร้างคนล้มเหลวได้ง่ายจริงๆครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 3 มิถุนายน 2564 เวลา:9:24:18 น.  

 
จากที่บล็อก



ที่ร้านโล่งๆเพราะว่าไปวันธรรมดาคราบ


ขอบคุณสำหรับกำลังใจในบล็อก - Toplofty เขาใหญ่ด้วยนะครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 3 มิถุนายน 2564 เวลา:16:57:39 น.  

 
ช่วงนี้ลุ้นทั้งตลาดซื้อขายนักเตะ และผู้จัดการทีมเลยครับ


โดย: The Kop Civil วันที่: 3 มิถุนายน 2564 เวลา:17:07:10 น.  

 
ขอบคุณจ้าคุณต่อ



โดย: หอมกร วันที่: 3 มิถุนายน 2564 เวลา:20:04:29 น.  

 
สมัยเรียนไม่เคยคิดเลยนะว่ามีเรื่องไม่เข้าท่าในโรงเรียนเยอะมาก สักแต่ทำตามที่เขาบอกๆกัน
วิชาอย่างลูกเสือ กระบี่กระบอง ดนตรีนาฏศิลป์ สมควรสูญหายไปจากโลกครับ หรือถ้าใครอยากเรียนก็ให้มันเป็นกิจกรรมชมรมหรือวิชาเลือกไป ไม่ต้องมาบังคับ
ดีที่ครูหลายๆแห่งก็เริ่มปรับเข้าหาเด็กแล้ว กิจกรรม ROV ก็ดี ครูแต่งคอสเพลย์วันรับสมัครก็ดี
วันพ่อวันแม่ดีที่ รร. ไม่เคยบังคับให้พ่อแม่ต้องมา แค่เลือกตัวแทนห้องพาพ่อแม่มาไหว แล้วผมก็ถูกเลือกเป็นตัวแทนตลอดอยู่ดี (อ้าว)
ปัญหาในโรงเรียนก็เยอะมั่กๆ วันนี้เราก็ได้แค่ดูแนนโน๊ะลงโทษคนเลวในจอ แต่นอกจอพวกมันล้วนลอยนวล อย่างน้อยเด็กยุคนี้ก็กล้ามีปากมีเสียงเพื่อสิ่งที่ตัวเองเชื่อมากขึ้น และสื่อแข็งแรงขึ้น ผู้ใหญ่ไม่ได้ผูกขาดความชอบธรรมไว้แบบสมัยก่อน

ครูเก็บค่าเหลาดินสอนี่เพิ่งเคยได้ยิน ขี้งกอะ

การหาคนมีคุณภาพมาเป็นครูสำคัญจริงๆลเยครับ ไม่อยากให้คนเข้าคณะไหนไม่ได้ก็มาเรียนครู
อย่างเวียดนามให้เงินเดือนอาชีพครูสูงมากๆ
ไทยงบกระทรวงศึกษาเยอะสุด เป็นงบบุคลากรเยอะก็จริง แต่เงินเดือนครูไม่ได้เยอะ จำนวนครูต่อนักเรียนก็ไม่เยอะ มันเพราะอะไรหว่า?


โดย: ชีริว วันที่: 3 มิถุนายน 2564 เวลา:22:48:57 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับน้องต่อ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 4 มิถุนายน 2564 เวลา:6:19:12 น.  

 
พี่ก๋าชอบประโยคนึงในหนังสือสิทธารถะ
ที่พระเอกของเรื่องบอกว่า
เขามีคุณสมับติที่ดีมากๆข้อนึง
นั่นคือ อดทนและรอได้

การเมืองในวันนี้
ต้องใช้คำนี้เลยครับ
อดทนและรอให้ได้

กาลเวลาจะทำลายทุกอย่างเอง
และสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมาแทนที่เสมอ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 4 มิถุนายน 2564 เวลา:16:19:01 น.  

 
ดีจัง ข้อเขียนนี้ดีมาก
พี่อ่านทุกคำไม่ตกหล่นเลย



โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 4 มิถุนายน 2564 เวลา:17:03:50 น.  

 
อ่านกี่รอบก็เม้นท์ไม่ออก
แบบว่าตันอ่ะ ยังไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ - มั้งคะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 4 มิถุนายน 2564 เวลา:22:24:30 น.  

 
@เซียน_กีตาร์
เรียนเก่งใช่จะสอนเก่งมันคนละแบบกัน ประเทศเราครูเก่งอาจจะเยอะ แต่สอนไม่ค่อยจะเก่งตามนี่แหละปัญหาอีกจุด


@อาจารย์สุวิมล
ผมค่อนข้างเกรงใจเพื่อนบล็อกหลายท่านที่เป็นครูบาอาจารย์ ในบทความผมพยายามเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วล่ะ เราอาจโทษสังคมได้ แต่ถ้าระบบดี ต่อให้สังคมแย่มันก็ยังพอจะไปต่อได้ ครูไทยหลายท่านเก่งนะ เข้าใจเด็ก และมีความคิดสร้างสรรค์ แต่ไปอยู่ในระบบที่เลว มันก็ได้แค่นี้แหละ ผมเชื่อว่าถ้าครูเหล่านี้ไปอยู่ในประเทศที่ระบบดีกว่านี้ พวกเขาจะไม่ลำบากเหมือนทุกวันนี้


@ชีริว
ผมมีโอกาสได้เข้าไปฟังการแลกเปลี่ยนใน clubhouse หลายวิชาควรเปลี่ยนไปเป็นกิจกรรมครับ พวกนาฏศิลป์การรำผมจำได้ว่า หลายๆ ส่วนต้องการนำข้อมูลในส่วนนี้ไปใช้ แต่นำไปใช้ไม่ได้ เพราะติดปัญหางี่เง่าบางอย่าง ผมอยากจะเตือนให้ผู้ใหญ่ที่บังเอิญเห็นข้อความนี้นะครับว่า เด็กสมัยนี้ถ้าไม่ให้เขาเข้าไปยุ่ง "เขาก็จะไม่ยุ่ง" อีกเลย แล้วปล่อยให้มันตายหายไปตามกาลเวลา

ครูเก็บค่าเหลาดินสอถ้าเป็นปัจจุบันมีการถ่ายคลิป ผมว่าน่าจะฟ้องได้ เรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ ประเทศไทยงบกระทรวงศึกษาเยอะสุด แต่เงินเดือนครูน้อย จำนวนครูต่อนักเรียนผมว่าน้อย (จำนวนนักเรียนต่อห้องยังสูง) คุณชีริวอาจจะตั้งคำถามผิด ผมเข้าใจว่าอยากจะตั้งคำถามว่า "มันไปเข้ากระเป๋าใครหว่า?" รึเปล่า?


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 5 มิถุนายน 2564 เวลา:0:33:01 น.  

 
ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาถกประเด็นเครียดๆ กันครับ^^


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 5 มิถุนายน 2564 เวลา:0:33:33 น.  

 

มาอ่านเกี่ยวกับการเรียนที่เมืองไทยค่ะ


โดย: newyorknurse วันที่: 7 มิถุนายน 2564 เวลา:1:17:58 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

toor36
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 77 คน [?]




"สิ่งที่ได้มาด้วยวิธีการที่ผิด ย่อมไร้ซึ่งความหมาย"


-:-UPDATE-:-
3 ส.ค. 2564 - ข้าต้องการกำลังใจ
/人◕ ‿‿ ◕人\


บล็อกก่อนบล็อกนี้
- ไดอารี่ได้ศัพท์ Ep.14 วัคซีน
- ถนนสายนี้ ... ... มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 282 "เพลงที่อยากร้องมากที่สุดในตอนนี้"
- ไดอารี่ได้ศัพท์ Ep.13 เฟคนิวส์
- ไดอารี่ได้ศัพท์ Ep.12 อ่านผิด
- ถนนสายนี้ ... ... มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 281 "รังแก"
- ไดอารี่ได้ศัพท์ Ep.11 แซนบล็อก



- เพลง "Take Me Home, Country Roads"
- ถนนสายนี้ ... ... มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 280 "มหาลัยวัยซน"
- การ์ตูนเทียบเคียงความเป็นจริง : ความดี ความชั่ว
- ถนนสายนี้ ... ... มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 279 "แพ้แต่ชนะ"
- ปฏิรูปการศึกษา V : ไม่อยากไปโรงเรียน

- ปฏิรูปการศึกษา IV : กิจกรรม และความสัมพันธ์
- ถนนสายนี้ ... ... มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 278 "ตื่นตระหนก"
- บัตเลอร์ในการ์ตูน
- ถนนสายนี้ ... ... มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 277 "แคคตัสอินเทร็นด์"
- ความเครียดสะสม ย้อนอดีตเรื่องเก่าๆ
- [Nendoroid Story] "ซัมเมอร์นี้ฉันต้องรอด!"

- ถนนสายนี้ ... ... มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 276 "รักที่เปลี่ยนเป็นไม่รัก"
- ปฏิรูปการศึกษา III : อนาคตเด็ก คำพูดครู
- [การ์ตูนสั้น] สาวน้อยเวทมนตร์มาโดกะ Side Story ตอน ถ่ายภาพ
- ถนนสายนี้ ... ... มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 275 "หนอนหนังสือ"
- ถวายสังฆทาน
- ไปวัด "วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร" กับน้องฮานามารุ

- ถนนสายนี้ ... ... มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 274 "ทั้งรักทั้งเกลียด"
- ไดอารี่ได้ศัพท์ Ep.10 ฉีดสเปรย์แอลกอฮอล์
- สถานีโทรทัศน์ ไม่น่าอยู่ ฝนที่แรงไม่หยุด
- ถนนสายนี้ ... ... มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 273 "ให้อภัย"
- [รีวิวสั้น] การ์ตูนที่ได้ดูในช่วงระหว่างปี 2020 ที่ผ่านมา (2)

- ถนนสายนี้ ... ... มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 272 "เลียนแบบ"
- หนังสือเรียนชั้นประถมของจีน
- ไดอารี่ได้ศัพท์ Ep.9 ยุคแห่งความสิ้นหวัง
- ถนนสายนี้ ... ... มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 271 "กำลังใจให้คุณ"
- [รีวิวสั้น] การ์ตูนที่ได้ดูในช่วงระหว่างปี 2020 ที่ผ่านมา (1)

- ถนนสายนี้ ... ... มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 270 "หนึ่งวันมีสามสิบแปดชั่วโมง"
- อาจารย์ในการ์ตูน II
- โลกของ Bloggang XIV - ปริมาณหรือคุณภาพ
- ถนนสายนี้ ... ... มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 269 "หน้ากาก"
- ก้าวต่อไปของบล็อกการ์ตูนแห่งนี้



ธรณีนี่นี้ เป็นพยาน
เราก็ศิษย์มีอาจารย์ หนึ่งบ้าง
เราผิดท่านประหาร เราชอบ
เราบ่ผิดท่านมาล้าง ดาบนี้คืนสนอง


天生我材必有用,千金散尽还复来

เริ่มนับ 08/07/2010
Free counters!



BNCt9S.jpg
AIi3mz.jpgAIitbR.jpg
2Kkg5l.jpgAIi5bv.jpg
AIiD0S.jpgAIiEpE.jpg
AIiHrJ.jpgAIiX0b.jpg



AIxYub.jpg







New Comments
Friends' blogs
[Add toor36's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.