I'm not a Chef...but I sure am a Good Cook!
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2558
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
14 พฤศจิกายน 2558
 
All Blogs
 
◕‿◕ Banana เริงร่า กล้วยปิ้ง(ทับ)มะพร้าวอ่อน◕‿◕✿





สวัสดีมิตรรักแฟนรายการและแฟนคลับ(ช้อยช่างชิม) สวัสดีแฟนคลับแม่ครัวบี๊(บ่งบ๊ง)ด้วยนะคะ
พบกันเป็นประจำทุกเดือนกับเมนูสุดพิเศษที่แม่ครัวบี๊รังสรรค์ความอร่อยมาฝากเพื่อน ๆ ให้ไปลองทำ
จะคัดเลือกอาหาร/ขนมที่ตัวเองชอบและถูกใจสมาชิกในครอบครัว เรียกว่าเมนูประจำซ้ำซากก็ว่าได้
ครั้งก่อนอาหารคาวที่ทำเสร็จไม่ต้องไปร้องเรียกเร่หาผู้คนมาชิม พ่อหลานชายตัวแสบจัดการสิ้นซาก

ครั้งนี้ทำของกินเล่นที่มีความเป็นไทยแท้แต่ดั้งเดิม เป็นของหากินง่าย มีขายตามข้างทางมากมาย
แล้วยังพากันติดยี่ห้อแล้วพากันขึ้นไปขายบนห้าง ขายแพงเพราะต้องบวกค่าเช่าสถานที่เข้าไปด้วย
มายุคสมัยนี้มีตัวช่วยอำนวยความสะดวกสารพัน เตาอบไร้น้ำมัน ฝาอบลมร้อน เตาติ๊ง(อบ)ปิ้งย่าง
เครื่องทุนแรงต่าง ๆ ช่วยให้ทุกอย่างรวดเร็ว สะดวก และง่ายขึ้น ทำให้เกิดความขี้เกียจในเรื่องยุ่งยาก
เรียกว่ารวดเร็วทันใจไปทุกสิ่งจนทำให้เด็กรุ่นใหม่ลืมภาพและวิธีการทำของกินที่ยุ่งยากในอดีตกันไปแล้ว

ถ้าถามว่าขนมไทยอะไรที่แม่ครัวบี๊ชอบกิน อย่างแรก บรรดาขนมแกงบวดต่าง ๆ ที่ใส่กะทิเข้มข้น
ชอบแกงบวดฟักทอง บวดมันสัมปะหลัง บวดเผือก และชอบสุดมากที่สุด ขนมบัวลอย(ไม่ใส่ไข่)
รองลงมาขนมทำจากกล้วย ขนมกล้วย กล้วยเชื่อม กล้วยฉาบ ที่ชอบมากคือกล้วยห่าม ๆ ปิ้งย่าง
หนึ่งในนั้นคือกล้วยปิ้งที่นำมาทับให้แบน ๆ ราดน้ำน้ำตาลเชื่อมที่มีหัวกะทิหอมหวานผสมใส่ไปด้วย

วันนี้ขอนำสูตรกล้วยปิ้งและน้ำกะทิราดกล้วยสูตรที่ชอบส่วนตัว หากใครสนใจจะลองไปทำทานก็ได้
ช่วงนี้ทำบ่อยแทบทุกวัน เพราะบ้านเรามีกล้วยน้ำว้าติดบ้านตลอดและสมาชิกทุกคนก็ชอบทานด้วยคะ




















นอกจากความหอมของหัวกะทิที่ผสมในน้ำเชื่อมแล้ว
ยังได้ความอร่อยกรุบกรอบจากเนื้อมะพร้าวน้ำหอม








มาดูสูตรกล้วยปิ้งของบ้านเรากันหน่อยนะคะ

กล้วยปิ้ง / กล้วยทับ

ส่วนประกอบ

-  กล้วยน้ำว้าห่าม 10 ลูก

กล้วย - กล้วยน้ำว้าที่ใช้ประจำคือพันธุ์ "มะลิอ่อง" มีสีสันสวยงาม ไส้เหลืองและรสไม่ฝาด
กล้วยพันธุ์นี้เหมาะที่จะนำมาทำขนมต่าง ๆ ที่มีส่วนผสมของกล้วย
โดยเฉพาะกล้วยเชื่อมจะให้สีสันและเส้นใยที่สวยงามมาก












ในส่วนน้ำกะทิ/น้ำเชื่อมราดกล้วย ถ้าเสริชหาจากกูเกิ้ลจะพบมากมายหลายสูตร
ใครชอบสูตรแบบใดก็ว่ากันไป แต่เราและน้องสาวไม่ชอบน้ำเชื่อมที่มีกลิ่นควันเทียน
ตรงนี้คงได้มาจากหม่อมแม่(แม่เล็ก) แม่เราไม่ชอบทานขนมที่มีกลิ่นควันเทียน
ลูก ๆ ทั้งสามคนพลอยไม่ชอบกลิ่นควันเทียนไปด้วย ถือเป็นมรดกการกินที่ตกทอด


น้ำชื่อม/น้ำกะทิราดกล้วย
ส่วนประกอบ

- กะทิอัมพวา 1/2 ถ้วย
- น้ำตาลปีบ(มะพร้าว) 200 กรัม
- น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น หยิบมือ
- แป้งข้าวโพด (เตรียมไว้ก่อน เผื่อน้ำตาลไม่เหนียวก็ใส่ลงไป)
- เนยสด(เค็ม) 1 ช้อนโต๊ะ (ไม่มีเนยไม่ต้องใส่ไป)


เกลือ - เกลือที่ใช้ทำอาหารและขนม(ไทย)ส่วนใหญ่เราจะใช้เกลือสมุทร
ถามว่าเกลือสมุทรเป็แบบใด เกลือซองละ 2 บาท ที่มักมีคนหาบมาขายนั่นเอง


แป้งข้าวโพด - ใส่เพิ่มในกรณีน้ำตาลไม่เหนียว หรือไม่อยากเสียเวลาในการเคี่ยว
แต่เราไม่เคยใส่ไปสักครั้ง เพราะเคี่ยวน้ำตาลเมื่อใด เหนียวข้นสมใจ เพราะมีวิธีการ









เช่นเคยนะคะ แม่ครัวบี๊จะใช้ "กะทิอัมพวา" กะทิชั้นดีจากวัตถุดิบชั้นเยี่ยมใส่น้ำยาปูในครั้งนี้
"กะทิอัมพวา" หัวกะทิ 100% จากมะพร้าวชั้นดี คัดพิเศษจากแหล่งที่ดีที่สุดของเมืองไทย

และแน่นอนที่สุด การเลือกใช้กะทิคุณภาพดี มีส่วนอย่างมากในการปรุงอาหารชนิดต่าง ๆ
เราจึงต้องเลือกซื้อกะทิที่เป็นธรรมชาติ ไม่มีการแต่งกลิ่น แต่งรส ใส่สีและใส่แป้งให้ความข้น
กะทิบางยี่ห้อมีการแต่งกลิ่น แต่งรสชาด เมื่อใส่ในของกินจะให้กลิ่นไม่เป็นธรรมชาติที่ผิดเพี้ยน






มาเริ่มที่ตัวน้ำเชื่อมราดกล้วยกันก่อน เพราะทำแล้วต้องพักให้เย็นเพื่อความเข้มข้น(เหนียว)นั่นเอง
วิธีการทำส่วนใหญ่คือจะนำส่วนผสมทั้งหมดใส่ในหม้อ แล้วเคี่ยวไปเรื่อยจนกว่าจะข้นและมีความเหนียว
แต่วันนี้จะทำให้ชมในแบบของเรา เราติดการทำน้ำตาลคาราเมล คือเคี่ยวน้ำตาลให้เดือดและข้นก่อน
จากนั้นใส่ส่วนผสมอื่น ๆ ลงไป หลายคนบอกวิธีนี้ยุ่งยาก จับใส่รวมกันในหม้อเลยทีเดียว ง่ายกว่า
วิธีการทำในสไตล์ของใคร ชอบแบบใดก็ว่ากันไป ไม่ผิดกฏกติกาใด ๆ ถือเป็นความชอบส่วนตัวนะคะ





✿  วิธีทำน้ำเชื่อม ✿ 

นำน้ำตาลปีบใส่หม้อ ใส่เกลือแล้วยกขึ้นตั้งไฟกลาง ๆ รอให้เดือดแล้วหรี่ไฟลงอ่อน ๆ เคี้ยวจนข้น









ขณะที่น้ำตาลกำลังเดือดจัด ๆ และมีความข้นได้ที่แล้ว
ดับไฟเตาแล้วใส่น้ำเปล่า เทน้ำกะทิอัมพวาที่เตรียมไว้ลงไป 

!! ขั้นตอนนี้ต้องระวังอย่างมาก น้ำตาลกำลังเดือด ๆ แล้วใส่น้ำ นม หรือครีมลงไป
จะกระเด็นขึ้นมาลวกมือได้ ฉะนั้นต้องค่อย ๆ ใส่ลงไปที่ละน้อย อย่าเททีเดียว








วิธีการเคี่ยวน้ำเชื่อมให้ข้นโดยเร็วและไม่เปลืองแก๊ส
คือให้เร่งไฟแรงเพื่อให้น้ำตาลเดือดขึ้นมา แล้วหรี่ไฟลงอ่อนๆ ให้น้ำตาลยุบตัวลง
ทำสลับไปมาแบบนี้เรื่อย ๆ ไม่นานน้ำตาลก็จะข้นและไม่เปลืองแก๊สด้วย







ใช้ช้อนหรือทัพพีตักน้ำเชื่อมขึ้นมาดู เมื่อเห็นว่าเหนียว/ข้นได้ที่ตามชอบแล้ว
ใส่เนยสด(เค็ม)ลงไป แล้วคนผสมเร็ว ๆ ให้เข้ากันดี พักส่วนนี้ไว้ให้เย็นตัว







แบ่งใส่ถ้วย จัดเตรียมความพร้อม(กิน)






จากนี้เราก็จะมาต่อกันในส่วนของกล้วย(ปิ้ง)

ตัดส่วนหัวท้ายออกเล็กน้อยแล้วหั่นกล้วยเป็นแว่น หนาประมาณ 1.5 ซม.






นำชิ้นกล้วยวางบนตะแกรงปิ้ง/ย่าง






ใครมีเตาปิ้งแบบใดก็ว่ากันไป เรามีตัวช่วยอำนวยความสะดวกก็นำมาใช้งาน
เรียงชิ้นกล้วยบนตะแกรงในเตาอบไร้น้ำมัน แล้วต้ังอุณหภูมิการอบไว้ที่ 160 องศาเซลเซียส
ตั้งเวลาในการอบไว้ประมาณ 25 นาที (สำหรับกล้วยห่าม ๆ) แต่ถ้ากล้วยสุกมากกว่านี้
ก็ต้องตั้งเวลาในการอบให้สั้นลง ประมาณ 15-20 นาที ส่วนนี้ขึ้นอยู่กับเตาที่ใช้งานนะคะ






ต้ังอุณหภูมิการอบไว้ที่ 160 องศาเซลเซียส













กล้วยสุกแล้วนำออกจากเตาอบ แล้วแซะชิ้นกล้วยออกจากตะแกรงแบบเบามือ
เพราะผิวกล้วยที่มียางจะติดบนตะแกรง ถ้าดึงแรง ๆ ผิวจะถลอกหลุดลอกได้






มาถึงขั้นตอนที่เร้าใจ 555 งานนี้มีลุ้นๆๆๆๆๆ เรามีอุปกรณ์ตัวช่วย นั่นคือ "ไม้ทับกล้วย" นั่นเอง
น้องสาวเรามีโรงงานทำเฟอนิเจอร์และโรงงานสเตนเลส เราก็ไหว้วานให้ช่วยทำไม้ทับกล้วยให้ด้วย
โดยเสริชหาตัวอย่างไม้ทับกล้วยจาก Google เมื่อเจอภาพแล้วก็พิมพ์แล้วให้น้องสาวนำไปให้ช่าง
ป๊าดดดดด วันรุ่งขึ้นช่าง (นายเขียว) โทรมาแจ้งว่า ไม้ทับกล้วยที่ขุ่นพรี่สั่งทำ ได้แล้วนะขอรับ
แว๊กกกก อะไรจะรวดเร็วปานนั้น ผมทำให้สองแบบเลยหล่ะ รูปร่างแบบดั้งเดิมและแบบที่ผมชอบ
ก๊ากกกก มีแบบที่นายเขียวชอบและเห็นดีเห็นงามว่ามันดูดีมีสกุล (คุณนายบี๊)ดันถูกใจ ชอบมาก 






นำกล้วยที่สุกแล้ววางบนไม้ทับกล้วยที่รองด้วยใบตองเพื่อเพิ่มความหนา
เนื่องด้วยไม้ทับมีความหนาไม่เท่ากัน ส่วนบนที่มีบานพับทำให้เกิดช่องว่าง
ตอนแรกลืมเพิ่มความหนา วางกล้วยไปแล้ว เมื่อกดไม้แล้วกล้วยไม่แบน
ใช้สมอง(ฝ่อๆ) คิดอยู่แปบนุง เริ่มเก๊ตเห็นทางสว่างปลายอุโมงทันใด
หยิบใบตองมาพับให้มีความหนาแล้ววาง ทีนี้เริ่มใหม่ โอ้ววว มันใช่เลย

555 666 ต้องทำรูปทรงฮิตติดอันดับไปตามยุคสมัย ทับแล้วต้องเสียบไม้ด้วย
แม่ค้าเขาเสียบไม้ก่อนแล้วค่อยนำไปปิ้ง แต่เราใช้เตาปิ้งสมัยใหม่แบบนี้
ก็ต้องปิ้งกล้วยก่อนแล้วค่อยเอามาทับให้แบน ๆ แล้วจึงเสียบไม้ได้แบบนี้เจ้าคะ













ถึงเวลาชิมสีมือตัวเองแล้วคะ มีไม้เสียบก็จัดไป ตักน้ำเชื่อมใส่ในถ้วย เรียงกล้วยปิ้ง(ทับ)ลงในจาน







ตอนทำเสร็จแลัวเอาวางไว้บนโต๊ะอาหาร พ่อหลานชาย(แน๊ต) มาเห็น
มันว่านึกว่าป้าจัดขนมในไลน์บัฟเฟ่อย่างในโรงแรม อิอิ ปากดีน๊ะแก!!







ภาพทั้งหมดไม่มีการตกแต่งสี(เหลือง) เป็นสีธรรมชาติของกล้วยพันธุ์"มะลิอ่อง"
บางภาพสีสันไม่เหลืองจัด ๆ เป็นเพราะแสงแดด เนื่องจากบางมุมค่อนข้างมืดทึบ
น้ำตาลปีบ(มะพร้าว)ก็มีส่วน ถ้าน้ำตาลไม่ฟอกสี ได้สีเหลืองสวยแน่นอนคะ  






ขนมบราวนี่จะต้องมีภาพทรงนิยม คือวางซ้อน ๆ แล้วเก็บภาพ
งั้นเราขอนำพิมนิยมของบราวนี่มาลองใช้กับกล้วยทับแบน ๆ
โดยเรียงซ้อนๆๆ แล้วปักด้วยไม้ไผ่เหลาที่กำลังได้รับความนิยม













มะพร้าว ที่บ้านเราก็ไม่เคยขาดมะพร้าวในตู้เย็น น้องสาวและน้องเขยต้องทานน้ำมะพร้าวกันทุกวัน
เขาว่ากินน้ำมะพร้าววันละลูกเพื่อสุขภาพ แต่ห้ามเกินกว่านี้เพราะมีข้อดีก็มีข้อเสียด้วยเช่นกัน ปวดเข่า
ทานน้ำแต่ไม่ทานเนื้อ เนื้อมะพร้าวมีทุกวัน จำต้องทิ้งไปแบบสุดเสียดาย เดี๋ยวนี้มะพร้าวก็แพงนะ
เราก็ต้องหาเมนูต่าง ๆ ทำเพื่อได้ใช้เนื้อมะพร้าวอ่อนนำมาประกอบในเมนูต่าง ๆ ใส่ในต้มยำ / ต้มข่า
แล้วก็ซอยเป็นเส้น ๆ แบบนี้ โรยใส่ในกล้วยปิ้ง(ทับ) ราดน้ำเชื่อมหวานหอม โอย ฟินอย่าบอกใคร






สีสันของน้ำเชื่อมราดกล้วย ขึ้นอยู่กับชนิดของน้ำตาลปีบที่ใช้นะคะ
เราใช้น้ำตาลมะพร้าวของบ้านแพร้ว/ดำเนินสะดวก ที่ออกสีเหลืองเข้ม
เคี่ยวออกมาแล้วให้สีไปทางเหลืองโดยไม่ต้องใส่สีผสมอาหารลงไป






น้ำเชิ่มถ้าเคี่ยวในอุณหภูมิสูง เคี่ยวจนเดือดสุด ๆ ก็เก็บไว้ได้นานนับเดือน
โดยใส่ในตู้เย็น ถ้าจะให้ดีก็ต้องเก็บไว้ใต้ช่องแช่แข็งเพื่อรักษาคุณภาพ






กล้วยปิ้ง(ทับ)มะพร้าวอ่อน อ๊อน อ่อนนนน






ของว่างไทย ๆ ที่ไม่เคยตกยุคสมัยอย่างกล้วยปิ้ง ยังจัดว่าเป็นของหากินง่าย
ตราบใดที่คนไทยยังรับประทานกล้วยน้ำว้า เพราะเชื่อมั่นว่ากินแล้วมีประโยชน์
กล้วยปิ้ง(กล้วยทับราดน้ำเชื่อม/น้ำกะทิ) แบบนี้รับรองว่าไม่มีทางสูญหายไป
ทำกินเองก็ง่ายมาก ๆ เลือกชนิดของกล้วยและสภาพของกล้วยได้ถูกใจเราด้วย
ลองทำรับประทานกันนะคะ ทำเองแล้วกินขณะที่ยังร้อน ๆ ฟินมาก ได้อรรถรส






เพื่อน ๆ สนใจผลิตภัณฑ์กะทิอัมพวา กะทิคุณภาพดีจากแหล่งที่ดีที่สุดในเมืองไทย
รวมถึงสาระน่ารู้และเมนูต่าง ๆ คลิกชมได้ที่แฟนเพจอัมพวาตามลิงค์ด้านล่างนี้นะคะ

อัมพวา - Ampawa


คิดถึงกันก็แวะเยี่ยมชมแฟนเพจแม่ครัวบี๊(บ่งบ๊ง) ช้อยชวนชิมได้ที่นี่นะคะ

BeebihSociety











Create Date : 14 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2558 19:47:44 น. 7 comments
Counter : 48672 Pageviews.

 
น่ากินมาก ๆ ค่ะ


โดย: นีโม่ตัวแสบ IP: 1.47.197.193 วันที่: 14 พฤศจิกายน 2558 เวลา:21:15:09 น.  

 
น่ากินมาก ๆ ค่ะ


โดย: นีโม่ตัวแสบ IP: 1.47.197.193 วันที่: 14 พฤศจิกายน 2558 เวลา:21:15:29 น.  

 
น่าทานมาก เลยคะพี่


โดย: Japanese Maple IP: 192.99.14.36 วันที่: 16 พฤศจิกายน 2558 เวลา:5:05:18 น.  

 
น่ากินที่ซู๊ดดด คะพี่หญิง

##แอบไปเปลี่ยนสไบ โจงกระเบนมานั่งพับเจียบกิน


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 16 พฤศจิกายน 2558 เวลา:18:15:06 น.  

 
สวยมากค่ะ ใช้ตอกร้อยประดับ
ไม่ได้ทานนานมาก ๆ ค่ะ กล้วยทับ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 26 พฤศจิกายน 2558 เวลา:14:56:06 น.  

 
ว่าจะมาค้นครัวบ้านนี้หากับข้าวกิน เจอกล้วยปิ้งของโปรดที่สุดเข้า. ละล้ายละลายๆๆ

สวยด้วยน่ากินด้วยมากๆค่ะ


โดย: Secreate IP: 58.10.233.247 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2558 เวลา:9:39:25 น.  

 
น่าทานมาก ๆ ค่ะ


โดย: nuch9981 วันที่: 5 พฤษภาคม 2559 เวลา:18:49:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#17


 
บ่งบ๊ง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1906 คน [?]




ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่บ้านแห่งความสุขค่ะ วันทั้งวันหมกมุ่นแต่เรื่องทำกิน ทั้งวี่ทั้งวันวุ่นวายแต่เรื่องในครัว เรื่องสังสรรค์เฮฮาพอมีประปราย

ยินดีต้อนรับทุกท่านที่แวะมาเยือน นำพามาซึ่งความสุขและสิ่งดีงามมีสาระ มาร่วมแชร์ความคิดเห็น นำเสนอเรื่องราวการทำอาหารและขนม รวมถึงเทคนิคต่าง ๆ แบบไม่ปิดบังซ่อนเล้น มีความสุขกับการเข้าครัวในทุกวัน ซึ่งถือเป็นการคลายเครียดอีกทั้งจรรโลงโลกใบนี้ให้น่าอยู่และงดงามตราบนานเท่านาน ....



เมี่ยงคำกลีบบัว

หมี่กรอบโบราณ

น้ำจิ้มเมี่ยงคำ

เมี่ยงมะม่วง

ยำส้มโอ

ข้าวตังหน้าตั้ง

กระทงทอง

มัสมั่นไก่และเนื้อ

เนื้ออบสูตรประจำตระกูล

ปีกไก่ทอดซีอิ้ว

กล้วยเชื่อมแดง

ไก่อบเกือบจะ S&P

Filipino Chicken Adobo

ซอสเย็นตาโฟในตำนาน

น้ำจิ้มสุกี้ชาบูเลอเลิศ

น้ำพริกสะระแหน่-น้ำจิ้มลุยสวน

น้ำจิ้มชนิดต่างๆ

ซอสเทอริยากิ

ไข่ตุ๋นเนื้อเนียน

Mango Cheese Cake

Strawberry Cheese Cake

Cheese Pie

New York Cheese Cake

เค้กมะตูมสูตรอร่อย

เค้กอินทผลัม Dates Cake

ปลาทูต้มเค็ม

ไข่พะโล้-ต้มเค็มพะโล้-ก๋วยจั๊บ

ข้าวหน้าไก่สูตรเด็ด

บะหมี่หน้าไก่

อุ๊กไก่-ไก่พม่า

ซุปไก่มุสลิม

ผักดอง-Veggies Chutney

ครองแครงกรอบสูตรประจำตระกูล

กุ้งหวานบ้านฉัน

เค้กกล้วยน้ำว้า

หลนกุ้ง

กะปิคั่ว-กะปิหลน

Friends' blogs
[Add บ่งบ๊ง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.