happy memories
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2557
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
24 พฤศจิกายน 2557
 
All Blogs
 
เสพงานศิลป์ ๑๖๖





ภาพจากเวบ deviantart.com





"ฉันได้จากโลกนี้ไปแล้วโดยไม่เสียใจ

เพราะฉันได้อุทิศชีวิตของฉันให้กับ

บางสิ่งที่เป็นประโยชน์

ในฐานะเป็นผู้รับใช้ที่ต่ำต้อย

ในงานศิลปของฉัน

ชีวิตนั้นสั้น....แต่ศิลปะยืนยาว


ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี





Romance - Yuhki Kuramoto










วาดเพลงกล่อมไทยใส่แอนนิเมชัน


บทเพลงกล่อมเด็ก ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ แสดงถึงรากเหง้าของชีวิตความเป็นอยู่ดั้งเดิมของไทยที่สืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน มากมายไปด้วยคุณค่าในการเรียนรู้ทั้งด้านวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต อีกทั้งยังช่วยปูพื้นฐานทางภาษาและวรรณกรรมให้แก่เยาวชนได้อีกด้วย ทว่าเมื่อมาถึงวันนี้เสียงเพลงกล่อมเด็กค่อย ๆ เลือนไป ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาให้ ภาควิชาออกแบบนิเทศศิลป์ คณะมัณฑนศิลป์ และคณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมกับ สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม จัดทำโครงการ "วาดเพลงกล่อมไทย" ในรูปแบบบทเพลงกล่อมเด็กและเพลงเด็กร้องเล่นของไทย ผ่านแอนิเมชั่นประกอบเพลงขึ้น


โดยในงานแถลงข่าวและเปิดนิทรรศการภาพประกอบเพลง ซึ่งมี อ.ชนิศา ชงัดเวช หัวหน้าภาควิชาออกแบบนิเทศศิลป์ คณะมัณฑนศิลป์ ม.ศิลปากร ในฐานะหัวหน้าโครงการ พร้อมด้วย ศิรินชญา กันธิยะ รองผอ.รักษาราชการแทน ผอ.สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ผศ.ชัยชาญ ถาวรเวช อธิการบดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, ผศ.เอกพงษ์ ตรีตรง คณบดี คณะมัณฑนศิลป์ ม.ศิลปากร, อ.วุฒิชัย เลิศสถากิจ รองคณบดี คณะดุริยางคศาสตร์ ม.ศิลปากร และ สุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. ช่วยกันบอกเล่าความเป็นมารวมถึงความคาดหวังของการดำเนินการในครั้งนี้ ที่หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน เมื่อวันก่อน


อ.ชนิศา ชงัดเวช เล่าถึงที่มาของโครงการนี้ว่า เพราะเยาวชนรุ่นใหม่ยังขาดความเข้าใจในเรื่องของประเทศชาติโดยเฉพาะประเด็นเรื่องความรักชาติที่พูด ๆ กันอยู่ทุกวันนี้แต่ขาดความลึกซึ้ง ไม่รู้ว่าเราเป็นใครมีอัตลักษณ์ตัวตนยังไง โดยเฉพาะสื่อที่เยาวชนได้รับทุกวันนี้จะเป็นสื่อต่างประเทศซะเป็นส่วนใหญ่ จนไม่เข้าใจว่าคนไทยมีรากเหง้าอย่างไร ก็เลยเกิดแนวคิดนี้ขึ้นมา เพื่อให้เข้าใจในวัฒนธรรม ประเพณี รวมถึงศิลปะ และเพลงกล่อมเด็กนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งเพราะมีเนื้อหาครอบคลุมหมด ทั้งเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม วิถีชีวิต ความเชื่อ ประวัติศาสตร์ของชาติ และเรื่องของธรรมชาติชีวิตที่จะกล่อมเกลาจิตใจด้วย ขณะเดียวกันภาษาก็ไพเราะเป็นทั้งวรรณกรรมและวรรณศิลป์ จึงนำเอาเนื้อหาเหล่านี้มาสร้างให้เกิดภาพผ่านแอนิเมชั่น


"ความคาดหวังของโครงการนี้ คืออยากสร้างสรรค์ผลงานที่มีการผสมผสานระหว่างอดีตกับปัจจุบันออกมาได้อย่างลงตัว การดีไซน์ที่คงความเป็นเอกลักษณ์ไทยได้อย่างเป็นสากล อีกส่วนหนึ่งเราอยากให้เป็นที่ประทับใจของเยาวชนของครอบครัวให้ได้นำไปใช้อย่างแพร่หลาย เป็นบทเพลงในครอบครัวเป็นเพลงของทุกคนในสังคมใครก็ร้องได้ ฉะนั้นนักร้องที่ร้องจะมีตั้งแต่คุณพี่ คุณแม่ คุณน้า คุณย่า และเด็กเล็ก ๆ สำหรับบทเพลงทั้ง ๒๒ บทเพลงนั้นแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ได้แก่ เพลงกล่อมเด็ก ซึ่งคัดเลือกจากเพลงที่เคยได้ยินสืบทอดมาจากอดีตจนถึงปัจจุบันจำนวนหนึ่ง เพื่อกระตุ้นให้คนฟังสนใจว่าเคยได้ยินและยังรับรู้อยู่ เช่นเพลงนกขมิ้น นกกาเหว่า วัดเอ๋ยวัดโบสถ์ เป็นต้น และอีกส่วนเราเลือกเพลงที่มีคุณค่าและสาบสูญไปแล้วคือไม่มีการสืบต่อไม่มีการร้องแล้วคนรุ่นใหม่ไม่รู้จัก เช่น เพลงเดือนหงาย เพลงลมพัดชายเขา โดยมี รศ.กุลวรา ชูพงศ์ไพโรจน์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านวรรณกรรมสำหรับเด็ก เป็นที่ปรึกษาทางวิชาการ อีกประเภทคือบทเพลงร้องเล่นของเด็กไทยจำนวน ๑o เพลง" เจ้าของโครงการบอกเล่ารายละเอียด


หนึ่งในผู้ประพันธ์ทำนองเพลงร้องเล่นของเด็กไทย อ.กานต์ สุริยาศศิน เล่าว่าอันที่จริงแล้วการพูดในภาษาไทยก็เหมือนการร้องเพลงอยู่กลาย ๆ อยู่แล้ว ดังนั้นในงานประพันธ์ทำนองจึงเริ่มต้นจากศึกษาเนื้อร้อง ความหมายของเดิมว่าเป็นอย่างไร ศึกษาอักขระของตัวคำร้อง เสียงสูงเสียงต่ำของคำร้อง อักษรเสียงสั้นเสียงยาวเพื่อให้ได้ทำนองแนบเนียนที่สุดกับคำร้อง โดยเน้นความเชื่อมโยงระหว่างอดีตกับปัจจุบัน อดีตคือคำร้อง ความหมาย ส่วนของปัจจุบันที่เติมแต่งเข้าไปคือการทำให้คำร้องตรงนั้นแจ่มชัดขึ้นเกิดเป็นทำนองโดยอาศัยตัวอักษรที่อยู่ในเนื้อร้องนั้น ๆ สำหรับในเรื่องของดนตรีที่เป็นเสียงดนตรีไทยก็จะยังคงพยายามรักษาอัตลักษณ์ของเครื่องดนตรีนั้น ๆ เช่น เสียงขลุ่ยไม่เอาการบรรเลงให้เหมือนเล่นฟลุต จะไม่เอาระนาดมาตีเหมือนเล่นไซโลโฟน เป็นต้น


ทั้งนี้ ศิรินชญา กันธิยะ กล่าวว่า สำนักงานงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย เล็งเห็นถึงความสำคัญในการอนุรักษ์และเผยแพร่เพลงกล่อมเด็กที่มีคุณค่านี้ จึงให้การสนับสนุนจัดทำโครงการ "วาดเพลงกล่อมไทย" ขึ้น โดยคณะผู้จัดทำรวบรวมบทกล่อมเด็กและบทร้องเล่นสำหรับเด็ก จำนวน ๒๒ บทเพลงมาสร้างสรรค์เป็นแอนิเมชั่นประกอบเพลง และจัดทำเป็นแอพลิเคชั่นเสริมเกร็ดความรู้ให้เป็นสื่อการเรียนรู้ทางวัฒนธรรมที่ร่วมสมัยแก่เยาวชนและสังคมสืบต่อไป สำหรับผู้ที่สนใจเพลงกล่อมเด็ก และ เพลงเด็กเล่นของไทย สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นได้ฟรีที่ Wadpleng klom thai#wadplengklomthai ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป







ภาพและข้อมูลจากเวบ
komchadluek.net














ขุมทรัพย์แห่งประวัติศาสตร์! พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน “ลุงจ่าทวี”


สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) ร่วมกับ จังหวัดพิษณุโลก, เทศบาลนครพิษณุโลก, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานพิษณุโลก จัดพิธีลงนามความร่วมมือและแถลงข่าวการเปิดตัวพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี จ.พิษณุโลก ในรูปแบบ Discovery Museum พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ต้นแบบแห่งแรกในจังหวัดพิษณุโลก ที่พร้อมเปิดให้ประชาชนและเยาวชนได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ของการชมพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้รูปแบบใหม่ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป


“ความเป็นคนไทยต่อไปจะไม่มีอะไรเหลือ หากเรายังไม่รู้จักรากเหง้าและธาตุแท้ของตนเอง” ลุงจ่าทวี - จ่าสิบเอก ดร. ทวี-พิมพ์ บูรณเขตต์ กล่าวประโยคนี้มาตลอดทั้งชีวิตกว่า ๘o ปี กับแรงปรารถนาอันแรงกล้า ก่อตั้ง “พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี” แห่งนี้ขึ้น เพื่อเก็บอดีตให้อนุชนรุ่นหลังได้เห็น และศึกษาต่อไป






ลุงจ่าทวีจึงได้ทำหน้าที่รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ที่แสดงวิถีพื้นบ้านของชาวเมืองพิษณุโลก และภาคเหนือตอนล่าง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักรสาน กระต่ายขูดมะพร้าว เครื่องมือจับปลา เครื่องดักสัตว์ ตะเกียง เครื่องปั้นดินเผานับหมื่นๆ ชิ้น มาจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวีแห่งนี้ หรืออีกนัยหนึ่ง อาจกล่าวได้ว่า “พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี” แห่งนี้ คือขุมทรัพย์ทางประวัติศาสตร์ และภูมิปัญญาไทย ที่เก็บรวบรวมวิถีชาวบ้านที่นับวันจะหาดูได้ยากในปัจจุบันมากที่สุดอีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทย






ผลงานสำคัญหลายชิ้น ได้แก่ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ กองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จังหวัดพิษณุโลก พระพุทธชินราชจำลอง วัดพุทธบูชา กรุงเทพฯ ปี ๒๕๒๖ ได้รับยกย่องเป็นบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม สาขาการช่างฝีมือ แขนงช่างหล่อ จากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ และได้รับพระราชทานปริญญาศิลปศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยศิลปากร






รวมทั้งการประกาศเกียรติคุณเป็นคนดีศรีพิษณุโลก และสืบเนื่องจากด้วยความรักในศิลปะ และเห็นคุณค่าในของเก่า ในปีเดียวกันนี้เองงานสะสมของเก่าทั้งหมดกว่า ๓o ปีที่ลุงจ่าซื้อหาและรวบรวมของใช้พื้นบ้านที่คนทั่วไปมองว่าเป็นของรกของทิ้ง ไม่มีราคาเช่น สุ่ม ไห ไซ โอ่ง ในเขตภาคเหนือตอนล่าง ได้แก่ นครสวรรค์ พิจิตร กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากพิษณุโลก ของบางอย่างลุงจ่าต้องดั้นด้นเข้าไปหาเองในป่า ไม่มีราคาค่างวด แต่มีคุณค่า ซึ่งผู้ชมจะได้เรียนรู้ชีวิต ความเชื่อ ความคิดของคนในอดีตจากข้าวของเครื่องใช้เหล่านี้ จึงถูกนำมาถ่ายทอด กลายสภาพจากงานอดิเรกเป็นงานแห่งชีวิตจนถึงปัจจุบัน คือ การเปิดพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน ที่ชื่อว่า พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี (จ่าสิบเอก ดร.ทวี-พิมพ์ บูรณเขตต์) จังหวัด พิษณุโลก นั่นเอง ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยประเภทหน่วยงานส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว เมื่อปี ๒๕๔๑






และในปีนี้ สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) หน่วยงานเฉพาะด้านภายใต้สำนักงานบริหาร และพัฒนาองค์ความรู้องค์การมหาชน มีมติเห็นชอบให้สนับสนุนพัฒนาพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ทรงคุณค่าด้านการเก็บรวบรวมของใช้พื้นบ้านที่สื่อให้เห็นถึงวิถีชีวิตพื้นบ้านของชนชาวไทยได้เป็นอย่างดี แต่อีกหลายคนยังไม่รู้จักพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เลย ให้เป็นที่รู้จักและเป็นตัวอย่างในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ อย่างเป็นระบบและมีมาตรฐานการจัดการในระดับสากล และเพื่อการคงอยู่อย่างยั่งยืนของแหล่งเรียนรู้ ภายใต้คอนเซ็ปต์งานในครั้งนี้ว่า “ความจริง ความฝัน พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านในอนาคต”






นายราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ กล่าวว่า ภารกิจสำคัญของ สพร. คือ การขยายผลการจัดองค์ความรู้ในรูปแบบ Discovery Museum ที่ได้จัดทำต้นแบบแห่งแรกที่มิวเซียมสยาม ไปยังพิพิธภัณฑ์และแหล่งการเรียนรู้อื่น ๆ เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี และ หน่วยงานในจังหวัดพิษณุโลก ให้นำวิธีคิด และ การจัดพิพิธภัณฑ์แบบ Discovery Museum มาพัฒนาโดยยังคงตระหนักถึงความสำคัญของเนื้อหาและวัตถุจัดแสดงอันทรงคุณค่าเดิมไว้ทั้งหมด ผ่าน 4 วิธีการหลัก ดังนี้


ด้านกายภาพ สพร. ใช้หลักการของ universal design เช่น การออกแบบให้คนพิการสามารถเข้าถึงพิพิธภัณฑ์ได้ การออกแบบลำดับประสบการณ์การชมโดยเพิ่มพื้นที่ orientation หรือการแสดงแนวคิดหลักของพิพิธภัณฑ์เพื่อสร้างความเข้าใจกับผู้ชมก่อนเข้าชมนิทรรศการ






ด้านนิทรรศการ ปรับรูปแบบการเรียนรู้ให้เป็นแบบ discovery museum เน้นการเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นหลัก ผ่านเทคนิคการเล่าเรื่องแบบ story telling ผ่านเทคโนโลยี และ การมีส่วนร่วมของผู้ชมในการเข้าถึงข้อมูลด้วยตนเอง เช่น เกม หรือ อุปกรณ์ต่างๆที่ต้องดึง ผลัก ชักโยกด้วยตนเอง


ด้านการประชาสัมพันธ์ เน้นการสร้างให้พิพิธภัณฑ์จ่าทวีมีความโดดเด่นสะดุดตา และง่ายต่อการเข้าถึง เพื่อเป็นการเชิญชวนให้มีผู้สนใจเข้าชมพิพิธภัณฑ์มากขึ้น


ด้านความยั่งยืน ของการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ โดยการสนับสนุนให้เกิดการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐ และ คนในพื้นที่ เพราะพิพิธภัณฑ์ที่ดีจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน และขับเคลื่อนโดยคนในชุมชนเอง


นอกจากนี้ สพร. ได้นำการจัดองค์ความรู้ในรูปแบบ Discovery Museum มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทย และได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ พิพิธภัณฑ์สวนสัตว์แมลงสยาม จังหวัดเชียงใหม่, พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว จังหวัดภูเก็ต, พิพิธภัณฑ์เมืองโบราณซับจำปา จังหวัดลพบุรี และล่าสุดพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี จังหวัดพิษณุโลก






ในวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ณ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี จังหวัดพิษณุโลก จึงจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการร่วมสนับสนุนโครงการพัฒนาพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ในภูมิภาค พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี เพื่อการบริหารจัดการองค์ความรู้อย่างยั่งยืน ในรูปของพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ (Discovery Museum) ระหว่าง ๕ หน่วยงาน ประกอบด้วย สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) , จังหวัดพิษณุโลก, เทศบาลนครพิษณุโลก, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดพิษณุโลก และพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี ภายใต้หัวข้อ “ความจริง ความฝัน พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านในอนาคต”






พร้อมกับกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้าน อาทิ เดินกะลา, ตีกงล้อ, ตะแล๊ปแก๊ป และการแสดงมังคละ ฟังเพลงและเรื่องเล่าการเดินทาง จาก คุณศุ บุญเลี้ยง ปิดท้ายงานด้วยเวทีเสวนาในหัวข้อ “ความจริง ความฝัน พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านในอนาคต” โดย จ่าสิบเอก ดร.ทวี บูรณเขตต์, คุณมณีรัตน์ แก้วศรี ตัวแทนพิพิธภัณฑ์จันเสน, คุณปรามินทร์ เครือทอง นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์และที่ปรึกษาสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ ดำเนินรายการเสวนาโดย คุณจิระนันท์ พิตรปรีชา กวีซีไรต์และที่ปรึกษาสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ






นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี จังหวัดพิษณุโลก ได้เปิดให้ประชาชนชาวไทยเข้าชมฟรี ในโอกาสการเปิดตัวพิพิธภัณฑ์ในรูปแบบ Discovery Museum โดยสามารถเข้าชมฟรีได้ทุกวันจันทร์ และวันอังคาร ตั้งแต่วันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ถึง วันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๘


ทั้งนี้ ภายใน พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี จังหวัดพิษณุโลก แบ่งการจัดแสดงเป็น ๕ อาคาร ได้แก่










อาคารที่ ๑ สำนักงานและร้านขายของที่ระลึก และปลาท้องถิ่นที่หาดูได้ยาก จากแม่น้ำน่าน แม่น้ำแควน้อย แม่น้ำยมและแม่น้ำวังทอง






อาคารที่ ๒ บ้านไม้ที่สร้างสมัยปี พศ. ๒๔๙๘ ภายในจัดแสดงภาพที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของเมืองพิษณุโลก รูปเหตุการณ์ก่อนและหลังไฟไหม้เมืองพิษณุโลกครั้งใหญ่ ปี ๒๕oo






อาคารที่ ๓ จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้พื้นบ้าน อาทิ ผ้าไหม กระต่ายขูดมะพร้าว หม้อ ไห จาน ชาม ที่ดักจับปลา ที่ดักนก ซึ่งเป็นเครื่องมือทำมาหากินของชาวบ้านในอดีต ตั้งแต่ชิ้นเล็ก ๆ จนถึงชิ้นใหญ่ และวิถีชีวิตประชาชนในเขตภาคเหนือตอนล่าง จำลองบ้านเรือน ส่วนต่าง ๆ ในสมัยอดีต อาทิ ครัวไฟ (ห้องครัว) พาไล (พื้นที่ใช้สอยสารพัด) เรือนอยู่ไฟหลังคลอดบุตร พีธีกรรมทางศาสนาในสมัยอดีต เป็นต้น


อาคารที่ ๔ แสดงนิทรรศการด้วยรูปภาพ และสิ่งของคนลาวโซ่ง (ไทยทรงดำ) ที่ถูกกวาดต้อนมาที่อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ตังแต่สมัยพระเจ้าตากสินมหาราช


อาคารที่ ๕ จัดแสดงเกียรติประวัติ ของจ่าสิบเอก ดร.ทวี-พิมพ์ บูรณเขตต์ และห้องเทิดพระเกียรติราชวงศ์ พร้อมทั้งเป็นพื้นที่การแนะนำสถานที่


*พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา ๘.๓o -๑๖.๓o น. โทร o๕๕-๒๑๒-๗๓๙โดยเก็บค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ ๕o บาท เด็ก ๒o บาท











































ภาพและข้อมูลจากเวบ
manager.co.th














SIWILAI Presents Le Cabinet de Curiosites of Thomas Erber 2014


เซ็นทรัล กรุ๊ป ประกาศผนึกกำลัง 4 บริษัทในเครือเป็นครั้งแรก ทุ่มงบกว่า ๑,ooo ล้านบาท เปิดตัวแคมเปญใหญ่ส่งท้ายปี “Central Celebration in Bangkok” ดึงศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ห้างสรรพสินค้าเซน, ห้างเซ็นทรัลชิดลม และศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี สร้างอารมณ์การจับจ่ายในประเทศ ชี้คนมีมู้ดช็อปปิ้ง ดีมานด์พุ่ง-ตลาดรีเทลคึกคัก






ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แคมเปญใหญ่ “Central Celebration in Bangkok” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๕ พ.ย.-๓๑ ธ.ค.นี้ นับว่าเป็นความร่วมมือของ ๔ บริษัทระดับแถวหน้าในเซ็นทรัล กรุ๊ปเป็นครั้งแรก ประกอบด้วยศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ห้างสรรพสินค้าเซน, ห้างเซ็นทรัลชิดลม และศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เพื่อตอบรับกำลังซื้อผู้บริโภคที่มีแนวโน้มดีขึ้น







โดยในส่วนของซีพีเอ็นเองได้ทุ่มทุนกว่า ๒๕o ล้านบาท เนรมิตตกแต่งศูนย์ฯ และลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์อย่างยิ่งใหญ่ ในฐานะ “แลนด์มาร์คแห่งเทศกาลคริสต์มาสและงานเคาท์ดาวน์ปีใหม่ของประเทศ” ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์อีเวนท์ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ซึ่งปีนี้มาในธีม “UNIVERSE OF HAPPINESS” ร่วมด้วยความสนุกสนานจากกิจกรรมคอนเสิร์ตจากศิลปินนักร้องชื่อดัง ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้วยพาเหรดกิจกรรม อาทิ Gift Festival งานรวบรวมของขวัญจากหลากหลายแบรนด์ ครั้งแรกของการรวมตัวกันของแบรนด์แฟชั่นระดับโลก ลดทุกชั้น ทุกแผนก กว่า ๗o% ปิดท้ายด้วยไฮไลท์แคมเปญทั่วประเทศ “UNIVERSE OF HAPPINESS” จักรวาลแห่งความสุข ช็อปสนุกสุดขอบโลก ระหว่าง ๑๔ พ.ย. ๕๗-๑๒ ม.ค. ๕๘ แตกต่างด้วยบอลลูนสนูปปี้ยักษ์ สูงกว่าตึก ๓ ชั้น, กองทัพสนูปปี้กว่า ๒,ooo ตัวตกแต่งทั่วประเทศ และนิทรรศการอวกาศจากองค์การนาซาอย่างเต็มรูปแบบ







“ซีพีเอ็นเชื่อว่าจะทำให้ช่วงปลายปีนี้คึกคักและสามารถเพิ่มยอดทราฟฟิกคนเข้าศูนย์ได้ไม่ต่ำกว่า ๑๕-๒o% และกระตุ้นยอดขายของร้านค้าให้เติบโตจากช่วงปกติได้กว่า ๒o-๓o% ทั้งยังเป็นการช่วยเสริมสร้างตัวเลขและอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส ๔ อีกด้วย”






น.ส.ณัฐธีรา บุญศรี กรรมการผู้จัดการ ห้างสรรพสินค้าเซน กล่าวว่า ห้างสรรพสินค้าเซน ลงทุนกว่า ๒o ล้านบาท มอบส่วนลดและสิทธิมากมาย และในโอกาสครบรอบ ๒๓ ปีของห้างฯ เซน มอบสิทธิพิเศษ เช่น รับฟรี Cash coupon + ซื้อตั๋วเครื่องบินจากสายการบินเอมิเรตส์ ในราคาสุดพิเศษและรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย






น.ส.ปิยวรรณ ลีละสมภพ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า ได้จัดสรรงบประมาณเป็น ๒ ส่วน โดยสำหรับห้างเซ็นทรัลทั้ง ๑๗ สาขาทั่วประเทศ ทุ่มงบประมาณ ๖๕o ล้านบาท และห้างเซ็นทรัลชิดลม ทุ่มงบประมาณ ๒๕o ล้านบาท สำหรับจัดแคมเปญ “Central Celebration in Bangkok” ให้ลูกค้าได้ช็อปในช่วงเทศกาลแห่งความสุข โดยบริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายสำหรับโค้งสุดท้ายปลายปีไว้ที่ ๑๒,ooo ล้านบาท






นายบรม พิจารณ์จิตร Managing Director, Central Embassy กล่าวว่า “เซ็นทรัล เอ็มบาสซี” ทุ่มงบ ๒๕o ล้านบาท รุกตลาดลักชัวรี่รีเทลโค้งสุดท้ายปลายปี จัดงาน “Siwilai presents Le Cabinet De Curiosites of Thomas Erber 2014 at Central Embassy” กิจกรรมการตลาดระดับเวิลด์คลาสที่ผสานความเป็นไทย ในรูปแบบไลฟ์สไตล์เฟสติวัลครั้งแรกแห่งเอเชีย เดินหน้ายกระดับประเทศไทยสู่ Destination of Luxury Experience ระดับโลก มั่นใจว่ากิจกรรมในครั้งนี้จะได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าชาวไทย และสามารถช่วยเพิ่มสัดส่วนลูกค้าชาวต่างชาติอย่างน้อยอีก ๒o%



























ภาพและข้อมูลจากเวบ
banmuang.co.th
iamwatch.net
hisoparty.com














บันทึกบางกอก (Sketching Bangkok)


พบกับงาน "บันทึกบางกอก โดยกลุ่มบางกอกเสก็ตช์เชอร์" อันเป็นนิทรรศการแสดงผลงานครั้งที่สองของกลุ่ม หลังนิทรรศการแรก " FIRST BANG!" เมือปี ๒๕๕๓ นับเป็นเวลา ๔ ปีมาแล้ว พิธีเปิดงานในวันเสาร์ที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ เวลา ๑๘.oo น. ที่ Cassia Gallery เลขที่ ๒o ซอยสุขุมวิท ๓๑ โดยมี ท่านผู้หญิงวิลาวัณย์ วีรานุวัตติ์ กรุณาให้เกียรติเป็นประธานในพิธี


นิทรรศการครั้งนี้ เป็นการจัดแสดงผลงานการวาดภาพกรุงเทพมหานครในแง่มุมอันหลากหลายจากเหล่าสมาชิกเสก็ตเชอร์ เรียกได้ว่าเป็นการรวบรวมผลงานของผู้ชื่นชอบในการบันทึกเรื่องราวด้วยการเขียนภาพไว้ถึงประมาณ ๙o ชิ้น ล้วนเป็นงานบันทึกผ่านสายตา สู่ความนึกคิดใตร่ตรองด้วยจิตใจ ถ่ายทอดสู่มือด้วยเครื่องเขียนและสีชนิดต่าง ๆ ลงบนกระดาษ กลายเป็นภาพบันทึกความทรงจำอันเปี่ยมไปด้วยคุณค่า เป็นผลงานจากการสร้างสรรค์โดยสมาชิกของกลุ่มซึ่งมีอายุตั้งแต่ ๗ ถึง ๗o ปี กล่าวอีกนัยหนึ่ง มันเป็นการรวมบันทึกประสบการณ์และความประทับใจกว่า ๘oo ปีแห่งชีวิต ผ่านลายเส้นเสก็ตช์ และสมุดเสก็ตช์ ของเหล่าสมาชิกของเรานั่่นเอง


ขอเชิญท่านชักชวนเพื่อนฝูงพี่น้องผู้สนใจ มาร่วมกันซีมซับความประทับใจเรื่องราวต่าง ๆ ในรูปแบบของศิลปะแบบง่าย ๆ ด้วยการเสก็ตช์ และพบปะพวกเราเหล่าเสก็ตช์เชอร์ มาแลกเปลี่ยนพูดคุยกันในหลากหลายเรื่องราวอันซ่อนอยู่ภายใต้ภาพเหล่านั้น และท้ายที่สุด อย่าลืมติดสมุดเสก็ตช์ของท่านมาด้วย พวกเรามีดินสอ และปากกาให้ท่านพร้อมที่จะเริ่มบันทีกเรื่องราวของท่านเอง



ภาพและข้อมูลจากเวบ
portfolios.net














ประเพณี ศิลป์อีสาน



นิทรรศการ ประเพณีศิลป์อีสาน
โดย ทรงฤทธิ์ เหมือยพรม
๕ - ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๗
People's Gallery P1-P2 ชั้น ๒


การสร้างสรรค์ผลงานนิทรรศการศิลปะในชุด “ประเพณี ศิลป์อีสาน”เกิดจากความประทับใจในต่างประเทศ ที่ได้ไปทัศนศึกษา ชมผลงานศิลป์ศิลปินที่มีชื่อเสียงยิ่งใหญ่ระดับโลก นํามาสร้างสรรค์เรื่องราว รูปแบบ แนวความคิดเชิงกรณีศึกษา และนํามาพัฒนา ผสมผสานกับประเพณีศิลปะอีสานซึ่งเป็นรากเหง้าแห่งวัฒนธรรมอันดีงามของข้าพเจ้า สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ผลงานแสดงนิทรรศการศิลปะในครั้งนี้ จึงเป็นศิลปะที่แสดงออกถึงความรู้สึก ความสุข ความสนุกสนาน การทําบุญและแฝงด้วยหลักธรรมวิถีพุทธ ประเพณีอันดีงามของคนพื้นถิ่นอีสาน



ภาพและข้อมูลจากเวบ
เฟซบุคหอศิลป์กทม.















อ่อนนุช / ON - NUCH art exhibition


ต้อนรับฤดูกาลใหม่ กับ นิทรรศการส่งท้ายที่สุดแห่งปี โดย หอศิลป์ตาดูไทยยานยนตร์ นิทรรศการศิลปะ "อ่อนนุช / ON - NUCH art exhibition"


นิทรรศการ "อ่อนนุช" เกิดจากการรวมตัวกันของ ผู้ที่ไม่มีวันชราในการสร้างสรรค์ ทุกผลงานเต็มไปด้วยกำลังสดใหม่ ดั่งวัยดรุณที่เวลามิได้พรากความสดใส และจะคงอยู่ไปอย่างไม่ล้าหลัง
สุวิทย์ มาประจวบ (ราฮวม) ศิลปินหนุ่มผู้มุ่งมั่นเดินทางในเส้นทางศิลปะ เคยได้รับรางวัลระดับประเทศอย่างมากมาย แสดงผลงานเดี่ยวและกลุ่มนับครั้งไม่ถ้วน ผลงานประติมากรรมและจิตรกรรมของเขานั้นเป็นดั่งหน่วยทะลวงฟันเพื่อเปิดยุคใหม่ของวงการศิลปะ ผลงานอันเต็มเปี่ยมไปด้วยแง่คิดและความสดใสพร้อมที่จะดึงดูดทุกสายตาให้จับจ้อง


ประกฤต แหลมหลวง (ชิงหลิว) ศิลปินกราฟฟิตี้ระดับแนวหน้า เคยได้รับรางวัล Siam Center Design Forward Presents ISUZU Wall Lords Thailand Graffiti 2012 ฯลฯ มีผลงานปรากฎตามที่ต่าง ๆ ไม่แน่ว่าสิ่งที่เราเห็นคุ้นตาตามข้างทางนั้นอาจจะเป็นหนึ่งในผลงานอันมากมายของเขาก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใดเขาสามารถสร้างผลงานได้อย่างเหลือเชื่อ


วีรพงษ์ ศรีตระกูลกิจการ (อายิโน๊ะ) ผู้เด็ดเดี่ยวในเส้นทางที่เดิน เคยแสดงผลงานทั้งในและต่างประเทศหลายครั้ง ผลงานภาพพิมพ์นอกขนบ และงานจิตรกรรมต่าง ๆ หลั่งไหลออกมาอย่างแทบไม่มีวันหยุด เรื่องราวที่ปรากฎในจิตใจถูกถ่ายทอดออกมาอย่างตรงไปตรงมา


อุษาวดี ศรีทอง นักเขียนจากนิตยสารศิลปะที่เข้มแข็งที่สุดในประเทศ “ไฟน์อาร์ต” มีผลงานบทความต่าง ๆ และเฝ้าติดตามวงการศิลปะอย่างต่อเนื่อง เคยร่วมกลุ่ม เดอวาฟ ในการจัดนิทรรศการ "คิดได้ไง !? – The Sketch" อันมีแนวคิดในการนำเสนอนืทรรศการที่แหวกแนว ในครั้งนี้ อุษาวดี มาในฐานะภัณฑรักษ์ นิทรรศการ "อ่อนนุช"


ชีวิตเป็นสิ่งที่ดำเนินไปร่วมกับเวลา เราสามารถเห็นการเคลื่อนของเวลานั้นได้จากการเปลี่ยนแปลง ในทางศิลปะนั้นเวลาเป็นสิ่งประกอบที่สำคัญ ผลงานนั้นเปรียบเหมือนคราบของเวลาที่ทิ้งร่องรอยความคิดความทรงจำในช่วงขณะที่สร้างผลงานนั้น พร้อมทั้งเปิดเผยความคิด จิตใจ ชีวิตของผู้คนร่วมสมัย ในการดำเนินชีวิตนั้น ทุกคนนั้นจะมีสิ่งที่เป็นเหมือนจุดหมายหรือสิ่งที่มุ่งมั่นเพื่อพัฒนาตนเองไปสู่ความหวัง เช่นเดียวกับการทำงานศิลปะที่ต้องอาศัยความพากเพียรและเด็ดเดี่ยวยืนยันในความเชื่อ เพื่อค้นหาคุณค่าที่แท้จริงซึ่งอาจจะยังไม่ได้มาพร้อมกับมูลค่า การเคี่ยวกรำที่ต้องผ่านเส้นทางของกาลเวลาอันยาวนานนั้นได้ลดทอนกำลังของผู้คน ทำให้หลายคนเดินออกจากเส้นทางนี้ หรือหมดไฟดั่งความชราภาพเข้าครอบงำ


นิทรรศการ : อ่อนนุช / ON - NUCH art exhibition
ภัณฑรักษ์ : อุษาวดี ศรีทอง
ศิลปิน : สุวิทย์ มาประจวบ (ราฮวม) / ประกฤต แหลมหลวง (ชิงหลิว) / วีรพงษ์ ศรีตระกูลกิจการ(อายิโน๊ะ)
วันที่ : ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๗ - ๒๖ มกราคม ๒๕๕๘
สถานที่ : หอศิลป์ตาดูไทยยานยนตร์
รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ : วีรพงษ์ ศรีตระกูลกิจการ (อายิโน๊ะ) o๘๑-๔๑๒-๙๔o๒



















ภาพและข้อมูลจากเวบ
เฟซบุค artbangkok














เทศกาลศิลปะการแสดง ครั้งที่ ๓


หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครร่วมกับกลุ่มศิลปินสาขาศิลปะการแสดงร่วมกันจัดงานเทศกาลศิลปะการแสดงครั้งยิ่งใหญ่ เทศกาลศิลปะการแสดง ครั้งที่ ๓ หรือ P.A.F. : Performative Art Festival # 3 ระหว่างเดือนกรกฎาคม - ธันวาคม ๒๕๕๗ ที่ห้องสตูดิโอ ห้องอเนกประสงค์ และห้องออดิทอเรียม หอศิลปกรุงเทพฯ สี่แยกปทุมวัน


โดยในปี ๒๕๕๗ นี้นับเป็นปีที่สามที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครร่วมมือกับเครือข่ายทางด้านศิลปะการแสดงในการร่วมกันจัดเทศกาลศิลปะการแสดงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นอีกพื้นที่ในการเผยแพร่งานศิลปะการแสดง และเป็นสื่อกลางระหว่างศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานและประชาชน ให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และแนวคิด เพื่อให้สังคมเกิดพลวัตรอย่างสร้างสรรค์


ซึ่งภายใต้เทศกาลฯ ในครั้งนี้การแสดงจะมีความหลากหลายจากศิลปินชาวไทยและต่างชาติ และนอกเหนือจากการแสดงทั้งละครเวที ละครร้อง ศิลปะการแสดงสด และศิลปะการเต้นแล้วนั้น ยังประกอบด้วยการเสวนาโดยศิลปิน และการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านศิลปะการแสดงสด ศิลปะการเต้น และบูโตอีกด้วย โดยตลอดเทศกาลฯ ผู้ชมจะได้รับชมการแสดงจากคณะศิลปินหลายกลุ่มที่มีรูปแบบการแสดงที่แตกต่างกันอย่างหลากหลาย ทั้งนี้เทศกาลฯ จะประกอบไปด้วย


๑. โครงการ “Connecting ASEAN Plus” 2014 วันที่ ๑๘ – ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๗
๒. เงา – ร่าง (Shade Borders) วันที่ ๑๕-๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๗
๓. ละครร้อง ศรีบูรพา บันทึกแห่งอิสรา วันที่ ๒๘ – ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๗
๔. สนทนาและฝึกปฏิบัติการศิลปะแสดงสดกับแรนดี้ เกรดฮิลล์ วันที่ ๓ – ๖ กันยายน ๒๕๕๗
๕. ละครเวที เพลงรัก ๒๔๗๕ วันที่ ๑๘ กันยายน - ๕ ตุลาคม ๒๕๕๗
๖. Hipster the King วันที่ ๑o – ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๗
๗. เทศกาลศิลปะแสดงสดนานาชาติเอเชียโทเปีย ครั้งที่ ๑๖ / ๒o๑๔ วันที่ ๒๘ ตุลาคม -๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๗
๘. เทศกาลละครกรุงเทพ ๒๕๕๗ วันที่ ๑-๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๗
๙. มหกรรมการเต้นนานาชาติ ๒o๑๔ วันที่ ๒๑ พฤศจิกายน – ๓ ธันวาคม ๒๕๕๗
๑o. THE 9th INTERNATIONAL BUTOH FESTIVAL THAILAND 2014 วันที่ ๔-๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๗


เทศกาลศิลปะการแสดง ครั้งที่ 3 นี้ได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายด้านการแสดง อาทิ มูลนิธิเพื่อนศิลปะ พระจันทร์เสี้ยวการละคร นิตยสารไรท์เตอร์ กลุ่มศิลปินเอเชียโทเปีย เดโมเครซี่สตูดิโอ เครือข่ายละครกรุงเทพ กลุ่มละคร B-Floor และกลุ่ม Butoh Co-Op ประเทศไทย ที่จะมาร่วมสร้างสรรค์พื้นที่ทางศิลปะการแสดงให้สมบูรณ์ขึ้นที่หอศิลปกรุงเทพฯ เพื่อเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์และถ่ายทอดความรู้จากศิลปินมาสู่ผู้ชม


ผู้ที่สนใจเข้าชมการแสดงสามารถติดตามรายละเอียดต่าง ๆ อาทิตารางการแสดง (วันที่และเวลา) รวมทั้งราคาบัตรได้ที่ //www.bacc.or.th และ Facebook: //www.facebook.com/baccpage


สอบถามเพิ่มเติม
ฝ่ายกิจกรรม หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
โทรศัพท์ o๒-๒๑๔-๖๖๓o-๘ ต่อฝ่ายกิจกรรม ๕๓o โทรสาร o๒-๒๑๔-๖๖๓๙
อีเมล activity@bacc.or.th
เว็บไซต์ //www.bacc.or.th / Facebook: //www.facebook.com/baccpage



ภาพและข้อมูลจากเวบ
bacc.or.th














On the Way


On the way นิทรรศการเดี่ยวโดยสมบูรณ์ หอมเทียนทอง ศิลปินมากด้วยฝีมือและประสบการณ์กลับมาสร้างผลงานชุดใหม่ให้แก่วงการศิลปะส่งท้ายปีนี้อีกครั้งหลังจากที่ได้มีนิทรรศการ ราช เลอสรวง และเด็กชายสมบูรณ์ หอมเทียนทองเมื่อกลางปี ๒๕๕๖ ที่ผ่านมา ผลงานชุดนี้มีเรื่องราวเนื้อหาเกี่ยวกับสถานที่ต่างๆที่ศิลปินเดินทางไปกับมอเตอร์ไซต์คู่ใจตลอดระยะเวลาสองปี เพื่อเก็บบันทึกเป็นภาพความประทับใจ สถานที่และเส้นทางแต่ละแห่งถูกบันทึกเรื่องราวและถ่ายทอดผ่านลายเส้นที่แสดงความสมจริงราวกับเข้าไปยืนอยู่ในสถานที่แห่งนั้นด้วยตนเอง ประกอบกับการตีความเชิงสัญญะของศิลปินต่อสถานที่แห่งนั้น แล้วลดทอนรูปทรงจนกลายเป็นภาพนามธรรมและนำมาจัดวางประชันกับภาพเหมือนจริง


พิธีเปิดนิทรรศการ วันเสาร์ที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๘.oo น. เป็นต้นไป ณ นำทอง แกลเลอรี อารีย์ (Numthong Gallery at Aree (BTS : สถานี อารีย์ – ทางออกหมายเลข ๓))


นิทรรศการ : On the Way
ศิลปิน : สมบูรณ์ หอมเทียนทอง
วันที่ : ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๗ – ๓๑ มกราคม ๒๕๕๘
สถานที่ : นำทอง แกลเลอรี อารีย์
รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ : 02-617-2794
Facebook : https://www.facebook.com/NumthongGalleryAtAree



ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com














ผันแปรตามกาล


ศาสนาพุทธกล่าวไว้ว่า ไม่มีสิ่งใดเที่ยงแท้แน่นอนหรือจีรังยั่งยืน และการเปลี่ยนแปลงนั้นก็เกิดขึ้นทุกๆ ขณะ หากแต่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับวัฒนธรรมและสังคมไทยจวบจนปัจจุบันนั้น ไม่ใช่สิ่งที่นิทรรศการของ แดง บัวแสน อยากชี้นำว่าดีหรือแย่ ตรงกันข้ามศิลปินอยากเชื้อเชิญคุณให้เข้ามาในงานศิลปะของเขา เสพอย่างช้าๆ เปิดมุมมองและหัวใจให้กว้าง…แล้วช่วยบอกเล่าศิลปินด้วยว่า หัวใจคุณคิดเห็นอย่างไร


เย็นวันอังคารที่ ๒๕ พฤศจิกายนนี้ ศิลปินหนุ่มฝีมือจัด แดง บัวแสน จะพาคุณย้อนกลับสู่รากเหง้าวัฒนธรรมไทยอีกครั้ง ทว่าเป็นการสะท้อนผ่านมุมมองสมัยใหม่ในสังคมยุคปัจจุบัน กับนิทรรศการชิ้นงาม “ผันแปรตามกาล” ที่เจ้าตัวนึกอยากให้ผู้ชมได้ลองสัมผัสและตีความตามเสียงหัวใจของตัวเอง


แดง บัวแสน เป็นเด็กต่างจังหวัดที่หลงใหลในงานพุทธศิลป์มาตั้งแต่ยังเล็ก และมีพุทธปรัชญาเป็นแรงบันดาลใจสำคัญ เขาเริ่มต้นอาชีพศิลปินด้วยงานศิลปะสื่อผสม แต่ปัจจุบัน แดง บัวแสน หันมาจับงานจิตรกรรมที่ใช้สีน้ำมันหรือสีอะคริลิกแต่เพียงอย่างเดียว …ลองมาพินิจความงามด้วยหัวใจ กับเรื่องราวและกาลเวลาที่ไม่เคยหยุดผันแปร…


ขอเชิญทุกท่านร่วมพิธีเปิดนิทรรศการ “ผันแปรตามกาล” วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน 2557 เวลา 18.00 น. ณ Modern Gallery ศูนย์การค้า O.P. Garden


นิทรรศการ : “ผันแปรตามกาล”
ศิลปิน : แดง บัวแสน
วันที่ : ๓๑ ตุลาคม – ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๗
สถานที่ : Modern Gallery ศูนย์การค้า O.P. Garden
รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ : o๒-๒๓๘-๖๔๔๙, o๘๖-๙๙๙-๖๕๙๑
อีเมล : nawintanan@gmail.com























ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com














Hanami รื่นรมย์ชมดอกไม้


หอศิลป์เซเว่นรังสรรค์ และกลุ่มอาร์ตกิฟท์ ขอเชิญร่วมชมนิทรรศการแสดงผลงานจิตรกรรม และแนะนำหนังสือ Hanami รื่นรมย์ชมดอกไม้ จะมีพิธีเปิดนิทรรศการโดย คุณวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. บัวหลวงให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด วันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๘.๓o น. ณ หอศิลป์เซเว่นรังสรรค์ ถนนสาทร ซ. ๕


นิทรรศการ : Hanami รื่นรมย์ชมดอกไม้

ศิลปิน : กาญจนา สายสิริพร, ก้านแก้ว บุญยรัตพันธุ์, จรูญ เขียวดอกน้อย, นันท์นภัสร์อร ชาญเชาว์กุล, เปรมมิกา พฤฒินารากร, พวงเพ็ญ จันทร์จรุงจิต, พนิดา นิยมทรัพย์ ปทุมารักษ์, รวิวรรณ ประกอบผล, วัลย์นภัส จิรสิทธิธำรง, ศิรินันท์ แสงสุเรนทร์, สันติภาพ สุขเอมโอษฐ์, อรนุช พงศ์สิรินทร์, อัจฉรา พันธ์รัตนมงคล

จัดแสดงวันที่ : ๑๒-๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๗

สถานที่ : หอศิลป์เซเว่นรังสรรค์

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ : o๒-๖๓๘-๒๓๑๕























































ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com














ครั้งแรกในไทย!! ศิลปินระดับไอคอนโลก M/M Paris


เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการสนับสนุนศิลปินระดับโลก และศิลปินไทยที่มีความสามารถ ให้ได้นำเสนอสุดยอดผลงานศิลปะและดีไซน์ทุกแขนง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้หลงใหลงานศิลปะ ล่าสุด สยามเซ็นเตอร์ มอบของขวัญส่งท้ายปีให้คนไทย ด้วยการนำผลงานอาร์ตและดีไซน์ชิ้นมาสเตอร์พีซของศิลปินชื่อดังชาวฝรั่งเศส M/M (Paris) มาจัดแสดงให้ตื่นตาตื่นใจในรูปแบบของนิทรรศการ “Siam Center Idea Avenue presents M/M (Paris)” ระหว่างวันที่ ๒๑ พ.ย. ๒๕๕๗ ถึง ๒๘ ก.พ. ๒๕๕๘










สำหรับคออาร์ตเมืองไทยคงจะรู้จักกันดีว่า M/M (Paris) เกิดจากการรวมตัวของสองศิลปินคู่ซี้นักออกแบบชื่อดังชาวฝรั่งเศสคือ “มาธิอาส โอกุสตินิอัค” กับ “มิกาเอล อัมซาลัก” ได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินทรงอิทธิพลที่สุดแห่งยุค ทั้งวงการแฟชั่น, ศิลปะ และดนตรี สร้างสรรค์ผลงานไว้มากมายนับไม่ถ้วน ทั้งแฟชั่นดีไซน์, กราฟฟิกดีไซน์, อาร์ต ไดเรคชั่น และงานสร้างสรรค์อาร์ต ออพเจ็ค ด้วยความสามารถโดดเด่น ทำให้ได้รับเชิญไปร่วมงานกับแบรนด์ดังระดับโลกนับไม่ถ้วน ไล่ตั้งแต่บาลองเซียก้า, โยจิ ยามาโมโต้, จีวองชี่, จิล แซนเดอร์, คาลวิน ไคลน์ และสเตลล่า แมคคาร์ทนีย์ รวมไปถึงศิลปินชื่อก้อง เช่น มาดอนน่า, คานเย่ เวสต์ และบียอร์ก










ครั้งแรกกับการเดินทางมาเมืองไทย ศิลปินคู่หูดูโอได้เตรียมผลงานชิ้นเด็ดๆมาอวดสายตาเพียบ โดยไฮไลต์แบ่งเป็น ๒ ส่วนคือ ส่วนนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะของ M/M (Paris) ภายใต้คอนเซปต์ “SiaM/M (Paris) Center” บริเวณ Idea Avenue ชั้น ๑ เอเทรี่ยม ๑ รวบรวมผลงานสร้างชื่อของ M/M (Paris) ที่ร่วมงานกับแบรนด์ดังระดับโลกตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นผลงานออกแบบโปสเตอร์ให้แบรนด์บาลองเซียก้า, ผลงานดีไซน์แฟชั่นเซตให้ “โยจิ ยามาโมโต้”, ผลงานดีไซน์โปสเตอร์ให้ศิลปินร่วมสมัย “ซาร่า มอร์ริส” และผลงานกราฟฟิกดีไซน์ที่ออกแบบให้ V Magazine










ส่วนที่สองเป็นพื้นที่จัดแสดงผลงานประติมากรรมชิ้นพิเศษ ขนาดความสูง ๖ เมตร กว้าง ๓.๗๕ เมตร ที่สยามเซ็นเตอร์ และ M/M (Paris) ร่วมกันสร้างสรรค์ขึ้นเฉพาะ ภายใต้แนวคิด “A Cheerful Spring of “Froses” in The Flock of Golden Birds” ได้แรงบันดาลใจจากมุมมองที่ M/M (Paris) มีต่อประเทศไทย และตีความออกมาเป็นงานออกแบบสุดพิเศษ นับเป็นงานอินสตอลเลชั่น อาร์ต ที่น่ากล่าวขวัญถึงที่สุดของปี โดยโครงสร้างทั้งหมดทำจากโลหะตกแต่งสี พื้นผิวภายนอกเป็นวัสดุสะท้อนเงา ตกแต่งด้วยโคมไฟโปร่งแสงสีขาวให้ความอบอุ่น, นกสีทอง และลูกบอลสกรีนลายซิกเนเจอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ.















ภาพและข้อมูลจากเวบ
thairath.co.th














"ตำซั่ว" (tàmçois)


นิทรรศการแสดงภาพเขียน tàmçois (ตำซั่ว) Dazed & Confused


งานแสดงเดี่ยวของศิลปิน โลเล - ทวีศักดิ์ ศรีทองดี


เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ ๗ พฤศจิกายน - ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๗


ที่ THE JAM FACTORY GALLERY


เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา ๑๑.oo - ๒o.oo น.











ภาพและข้อมูลจากเวบ
portfolios.net














นิทานคุณหนูและศิลปะประดิษฐ์


กิจกรรม "นิทานคุณหนูและศิลปะประดิษฐ์"
เชิญพบกับนิทานอาเซียนเรื่อง "อาบู นาวัส"
โดยห้องสมุดศิลปะ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
เสาร์ที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ เวลา ๑๔.oo - ๑๕.๓o น.
ห้อง Friends of bacc ชั้น ๖


วันหนึ่ง ณ อาณาจักรของกษัตริย์อารอน "อาบู นาวัส" ชายเจ้าปัญญาได้รับคำเชิญให้ไปรับประทานอาหารพร้อมพระราชาและเหล่าเสนาบดี หลังสวดมนต์ขอบคุณพระเจ้า กษัตริย์ก็เชิญทุกคนรับประทานอาหาร แต่มีข้อแม้คือ ไม่ว่าอาบู นาวัสจะทำอะไรกับไก่ กษัตริย์ก็จะทำเช่นนั้นกับอาบู นาวัสเช่นกัน เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปติดตามนิทานเรื่องนี้ได้ตามวันและเวลาดังกล่าว


ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรม และพบกับโบโซ่ลูกโป่งแฟนซี เวลา ๑๓.๓o น.
ลงทะเบียนกิจกรรมและสอบถามเพิ่มเติม โทร. o๒-๒๑๔-๖๖๓o-๘ ต่อ ๑๒๖, ๑๒๗
อีเมล: library@bacc.or.th



ภาพและข้อมูลจากเวบ
เฟซบุคหอศิลป์กทม.














Mélodies graphiques


นิทรรศการ "Mélodies graphiques" เป็นนิทรรศการภาพวาดและภาพล้อเลียนที่อุทิศให้แก่นักประดิษฐ์เครื่องดนตรีนามว่า อาดอฟ แซก จัดขึ้นภายใต้การสนับสนุนของสถานเอกอัครราชทูตแห่งราชอาณาจักรเบลเยียมประจำประเทศไทยและ Wallonie-Bruxelles International โดยหลังพิธีเปิดนิทรรศการในวันที่ ๒๗ พฤศจิกายนจะมีคอนเสิร์ตแจ๊สกับวงทรีโอ TAB ในวันเดียวกัน
วันแสดงงาน : ระหว่างวันที่ ๒๔-๓o พฤศจิกายน


พิธีเปิดนิทรรศการวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน เวลา ๑๘.๓o น. ตามด้วยคอนเสิร์ตแจ๊สเวลา ๑๙.๓o น.
สถานที่ : แกลเลอรีของสมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ เลขที่ ๑๗๙ ถนนวิทยุ


เข้าร่วมชมนิทรรศการฟรี สำหรับคอนเสิร์ตแจ๊ส บัตรราคา ๓oo บาทสำหรับนักเรียนและสมาชิก และ ๔๕ บาทสำหรับบุคคลทั่วไป (จำหน่ายบัตรที่สมาคมฝรั่งเศส)



ภาพและข้อมูลจากเวบ
wikalenda.com














งานดีไซน์ เครื่องประดับชั้นสูง งานศิลปะ ภาพถ่าย


Le Cabinet de Curiosités of Thomas Erber ที่เป็นรู้ที่จักกันดีทั่วโลก ล่าสุดได้ร่วมมือกับ SIWILAI ในการกลับมาของเอดิชั่นห้า ในปี ๒o๑๔ นี้ และยังเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียอีกด้วย โดยงานนี้จะถูกจัดขึ้นที่ห้างหรูแห่งใหม่ล่าสุด Central Embassy และ SIWILAI ที่เพิ่งเปิดตัวไปในเดือนพฤษภาคม ๒o๑๔ โปรเจคใหญ่ประจำปีของ Thomas Erber นี้ได้เริ่มต้นครั้งแรกในปี ๒o๑o ที่คอนเซปสโตร์ชื่อดัง Colette ในกรุงปารีส ตามมาด้วยปีต่อ ๆ มาที่ลอนดอน เบอร์ลิน และนิวยอร์ค ณ โลเคชั่นชื่อดังสุดเปรี้ยวของแต่ละเมือง พร้อมกับชื่อเสียงและการยอบรับที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละครั้ง


Le Cabinet de Curiosités of Thomas Erber นี้ประกอบไปด้วยงานชั้นเยี่ยม จากหลากแบรนด์ดังอันทรงเกียรติที่คัดสรรมาจากทั่วโลกทั้งในส่วนของแฟชั่น งานดีไซน์ เครื่องประดับชั้นสูง งานศิลปะ ภาพถ่าย และอื่น ๆ อีกมากมาย สำหรับเกสท์ต่าง ๆ ในปี ๒o๑๔ นี้นั้น ได้รวมเอาไว้ซึ่งแบรนด์ต่าง ๆ เช่น Paul Smith, Carpenters Gallery, Visvim หรือ Atelier Ruby ที่ปีนี้จะมาพร้อมกับงานชิ้นพิเศษสุดอันเป็นเอกลักษณ์สำหรับงานนี้เท่านั้น รวมไปถึงเกสท์ประจำที่ร่วมงานกับโปรเจคนี้มาแล้วในครั้งก่อน ๆ ทั้ง Maison Kitsuné, Alexandre de Betak, James Heeley, Harumi Klossowska, Marquis de Montesquiou เป็นต้น ด้วยความร่วมมือกับเหล่าเกสท์ที่ล้วนเป็นแบรนด์ดังหลากสาขา ในการดึงเอาเอกลักษณ์ของแต่ละแบรนด์ และส่งเสริมคุณค่าทางศิลปะของงานแต่ละชิ้น ผลลัพธ์ที่ได้คืองานสุดพิเศษที่มีจำนวนจำกัด หรือบางชิ้นได้ถูกสร้างมาเพียงชิ้นเดียวเพื่อ Cabinet de Curiosités de Thomas Erber เท่านั้น และยังมีศิลปิน Visual Art ทั้งช่างภาพ ฟิล์ม และงานทัศนศิลป์สาขา อื่น ๆ จากหลายประเทศที่จะมาร่วมแสดงงานในเอดิชั่นห้า ณ กรุงเทพแห่งนี้ เช่น François Rotger, Sonia Sieff, Olivier Amsallem, Benoit Peverelli และ Elina Kechicheva


รวมไปถึงเกสท์จากประเทศไทยเองที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในงานครั้งนี้ ตัวอย่างเช่นบริษัทผ้าไหมไทย Jim Thompson ดีไซเนอร์แบรนด์อย่าง Timo, JBB* แบรนด์เครื่องประดับสัญชาติไทยอย่าง Parcthai แบรนด์เครื่องหนังสุดหรู Maison Takuya และแบรนด์กระเป๋าชื่อดัง Container แบรนด์เหล่านี้จะผลิตงานชิ้นพิเศษจำนวนจำกัดสำหรับเอดิชั่นห้าในปี ๒o๑๔ นี้เท่านั้น


ที่สำคัญคืองานดนตรีที่มาสร้างบรรยากาศ ความสนุกสนานให้กับ Le Cabinet de Curiosités of Thomas Erber รวมไปถึงงานเปิดตัวครั้งสำคัญ และอีเวนต์อื่นที่น่าสนใจอีกมากมาย ทั้งดีเจชื่อดัง และศิลปินต่าง ๆ ที่ถูกเลือกให้มาสร้างความบันเทิงให้แขกผู้ร่วมงานได้เพลิดเพลิน และขยับไปตามจังหวะอันเร้าใจ

นอกจากนี้ยังมีเชฟชื่อดังจากต่างประเทศ อย่าง Bertrand Grébaut และ Ana Roos ที่จะบินตรงเข้ามาสร้างสรรค์จานพิเศษ เพื่อเอาใจแขกผู้มีเกียรติ ตลอดระยะเวลา ๑ เดือนของงานนี้เท่านั้น Le Cabinet de Curiosités of Thomas Erber จะถูกจัดขึ้นในวันที่ ๒o พฤษศจิกายน ๒o๑๔ ไปจนถึงวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒o๑๔ ที่ SIWILAI และ Central Embassy และยังมีอีเวนต์พิเศษ ที่จะถูกจัดขึ้นในสถานที่สุดเซอร์ไพรส์อื่นๆอีกด้วย


Thomas Erber หลังจากประสบความสำเร็จในฐานะนักข่าว นักเขียน ในสาขาวัฒนธรรม เทรนด์ การท่องเที่ยว และประสบการณ์ในวงการมากกว่า ๑๕ ปี Thomas Erber ผู้มีส่วนร่วมในการก่อตั้งนิตยสารดังอย่าง Jalouse และ l’Optimum ได้สร้างโปรเจคที่มีชื่อเสียง และเป็นที่รู้จักในนานาประเทศอย่าง Cabinet de Curiosités โดยได้เริ่มในปารีส และเมืองสำคัญอื่น ๆ ของโลก นอกจากนี้เขายังเป็นที่ปรึกษาให้กับแบรนด์ดังระดับโลกหลายแบรนด์เช่น Richemont, Pernod-Richard และ Kuoni และยังมีคอนเนคชั่นระดับโลกกับแบรนด์ดังอื่นๆ อีกมากมาย


SIWILAI คอนเซปสโตร์สัญชาติไทยแห่งแรก ที่นำเสนอสินค้าแฟชั่นที่เลือกสรรมาแล้วเป็นอย่างดีจากทั่วโลก เพื่อมาตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนไทย ในรูปแบบการนำเสนอที่ผ่านการคิด และกลั่นกรองมาแล้วอย่างเป็นเอกลักษณ์ โดยมุ่งเน้นในการนำเสนอความตื่นเต้น และเทรนด์ต่าง ๆ จากทั่วโลก เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความรวดเร็วในการเปลี่ยนแปลงของกระแส Pop Culture และการเคลื่อนไหวของกระแสทางสังคมในยุคปัจจุบัน


Central Embassy รีเทลโปรเจคหรูสุดอลังการ ที่จะนำเสนอประเทศไทยสู่ Tastemakers และ Opinion Leaders ในโลกสากล ในขณะที่สถาปัตยกรรมอันโดดเด่นของตัวอาคารจะเข้ามาสร้องความตื่นเต้นแลกใหม่ให้กับท้องฟ้ากรุงเทพ ด้วยความผูกพันธ์กับศิลปะ และวัฒนธรรมคนเมือง ที่มีอย่างแนบชิดตลอดการพัฒนาของโครงการ Central Embassy รีเทลโปรเจครูปแบบใหม่ที่เป็นหน้าเป็นตาของประเทศไทย ด้วยแนวความคิดแบบก้าวไปข้างหน้า ที่มุ่งเน้นที่จะสร้างแรงกระตุ้น ให้ความรู้ และความสุขกับผู้คน











ภาพและข้อมูลจากเวบ
wikalenda.com














เปิดใจสู่โลกใหม่


ขอเชิญร่วมชมภาพเขียนจากผู้พิการในงานนิทรรศการภาพเขียนเปิดใจสู่โลกใหม่


-ฝึกงานคนพิการเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าทำงานในสถานประกอบการภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพคนพิการสู่ภาคอุตสาหกรรม ตามมาตรา ๓๕ พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕o จัดขึ้นโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)ระหว่างวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน – ๔ ธันวาคม ๒๕๕๗ ตั้งแต่เวลา ๘.๓o – ๑๖.๓o น. ณ ลานชั้น ๑ อาคารจอดรถ ๑๔ ชั้น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ถนนประชาอุทิศ เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ


โดยจะมีพิธีเปิดนิทรรศการในวันศุกร์ที่ ๒๘ พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ซึ่งผลงานดังกล่าวยังเปิดให้มีการประมูลภาพเขียนเพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้พิการ นอกจากนี้ยังมีการแสดงฝีมือวาดภาพของผู้พิการภายในงาน และเสวนาพิเศษ“การเตรียมความพร้อมโครงการ Universal Design (UD) เมล็ดพันธุ์ใหม่” โดยมีคุณกฤษนะ ละไล ผู้จุดประกาย อารยสถาปัตย์สะดวก ปลอดภัย เป็นธรรม ทั่วถึง และเท่าเทียม มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนภายในงาน ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมชื่นชมผลงานและแสดงความยินดีกับความสำเร็จแก่ผู้พิการได้ตามวันและเวลาดังกล่าว



ภาพและข้อมูลจากเวบ
bangkokbiznews.com














Mélodies graphiques


นิทรรศการ "Mélodies graphiques" เป็นนิทรรศการภาพวาดและภาพล้อเลียนที่อุทิศให้แก่นักประดิษฐ์เครื่องดนตรีนามว่า อาดอฟ แซก จัดขึ้นภายใต้การสนับสนุนของสถานเอกอัครราชทูตแห่งราชอาณาจักรเบลเยียมประจำประเทศไทยและ Wallonie-Bruxelles International โดยหลังพิธีเปิดนิทรรศการในวันที่ ๒๗ พฤศจิกายนจะมีคอนเสิร์ตแจ๊สกับวงทรีโอ TAB ในวันเดียวกัน


วันแสดงงาน : ระหว่างวันที่ ๒๔-๓o พฤศจิกายน ๒๕๕๗
พิธีเปิดนิทรรศการวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน เวลา ๑๘.๓o น. ตามด้วยคอนเสิร์ตแจ๊สเวลา ๑o๙.๓ น.
สถานที่ : แกลเลอรีของสมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ เลขที่ 179 ถนนวิทยุ
เข้าร่วมชมนิทรรศการฟรี สำหรับคอนเสิร์ตแจ๊ส บัตรราคา 300 บาทสำหรับนักเรียนและสมาชิก และ 450 บาทสำหรับบุคคลทั่วไป (จำหน่ายบัตรที่สมาคมฝรั่งเศส)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02 670 42 22 - warittha.kraiwee@afthailande.org



ภาพและข้อมูลจากเวบ
portfolios.net














ฮูปแต้มเลย (Loei Painting)


นิทรรศการ : “ฮูปแต้มเลย” (Loei Painting)
ศิลปิน : อิทธิพล พัฒรชนม์ (ITTIPHON PHATTARACHON)
ลักษณะงาน : จิตรกรรม
ระยะเวลาที่จัดแสดง : ๒๒ พฤศจิกายน-๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๗
พิธีเปิดนิทรรศการ : วันเสาร์ที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ เวลา ๑๘.oo น.
ห้องนิทรรศการ : ห้องนิทรรศการชั้น ๒
ติดต่อศิลปิน : o๘๑-๓๔๕-๔o๒๗


แนวความคิด

นิทรรศการครั้งนี้ข้าพเจ้าได้รับแรงบันดาลใจจากคำสอนในพุทธศาสนา อีกทั้งคำบอกเล่าต่าง ๆจากบรรพบุรุษจากรุ่นสู่รุ่น สืบเนื่องต่อกันมา ซึ่งสะท้อนคุณค่าและแนวทางในการสร้างสรรค์ ผลงานจิตรกรรมบน ศาสนสถาน เพื่อใช้แทนคำสอน ให้เข้าใจได้โดยง่าย ศิลปินมีความสนใจและประทับใจ ในวิถีชีวิตพื้นถิ่น อีสาน ที่ได้สัมผัส จึงได้นำมาถ่ายทอดและสร้างงานจิตรกรรม ที่แสดงความรู้สึกถึงความเป็นศิลปะพื้นถิ่น ตามลักษณะการแสดงออกส่วนตัวของข้าพเจ้า เพื่อให้เห็นถึงคุณค่าของจิตรกรรมที่เชื่อมโยงสัมพันธ์กับวัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่นไทย



ภาพและข้อมูลจากเวบ
chamchuriartgallery.blogspot.com




บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ Hawaii_Havaii

Free TextEditor




Create Date : 24 พฤศจิกายน 2557
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2557 19:00:27 น. 0 comments
Counter : 2937 Pageviews.

haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 156 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.