HOME PAGE◁◁◁ตั้งหน้าหลักที่นี่...  > >แวะคุยกันฉันเพื่อน  
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2555
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
5 พฤษภาคม 2555
 
All Blogs
 
สถานการณ์3จังหวัดชายแดนใต้ปัญหาที่ (เหลือวิสัย) จะแก้ไข?

สัปดาห์ที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบด้านความมั่นคงได้ไปตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้

ที่ค่ายสิรินธร จังหวัดปัตตานี นายกรัฐมนตรีได้กล่าวกับผู้นำศาสนาและตัวแทนองค์การปกครองท้องถิ่น มีประเด็นสำคัญตอนหนึ่งว่าจะปรับปรุงยุทธศาสตร์การทำงานตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะรับฟังความคิดเห็น จะร่วมกันพัฒนาพื้นที่ให้สงบสุข ทั้งด้านเศรษฐกิจและด้านต่างๆ ให้ประชาชนมีรายได้อยู่ดีกินดี มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยจะให้ทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบร่วมกันลงพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด

ฉพาะในส่วนของความมั่นคง หน่วยงานที่ดูแลภาคใต้ในขณะนี้มีถึง 17 กระทรวง 66 หน่วยงานที่ได้บูรณาการแผนตามยุทธศาสตร์เป็นแนวทางเดียวกัน

โดยมีเสาหลักด้านกำลังเจ้าหน้าที่อยู่ที่ ศอ.บต. และ กอ.รมน. ในการติดตามคดีต่างๆ รวมทั้งดูแลป้องกันด้านความมั่นคง

ผู้นำศาสนาทั้งพุทธและมุสลิมได้ให้ข้อมูลและความเห็นกับนายกรัฐมนตรีว่าในพื้นที่ไม่มีความแตกแยก มีแต่ความหวาดระแวง และจำนวนผู้ก่อความไม่สงบมีไม่มาก หากทำงานแก้ปัญหาด้วยความร่วมมือและเข้าใจกันน่าจะทำให้สถานการณ์ต่างๆดีขึ้น โดยอยากให้นายกรัฐมนตรีเดินทางลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อย่าทอดทิ้งประชาชนจังหวัดชายแดนใต้

ขณะเดียวกัน นายพีรยศ ราฮิมมูลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ให้ความเห็นว่า การลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้นั้นก็เพื่อสะท้อนให้สังคมเห็นว่านายกฯยิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตรีของคนทั้งประเทศ ไม่ใช่เป็นนายกฯเฉพาะพื้นที่ เฉพาะภาค เป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้ข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ได้บ้าง แต่ไม่มีผลอะไรกับประชาชน เพราะไม่ส่งสัญญาณอะไรกับสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ และนายกฯไม่ได้อะไรที่เป็นข้อเท็จจริงของสถานการณ์จากผู้นำศาสนาและแกนนำประชาชน เพราะคน 2 กลุ่มไม่กล้าพูดความจริงต่อหน้าเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคง เนื่องจากสถานการณ์ชายแดนใต้ไม่ใช่เป็นฝีมือของกลุ่มโจรแบ่งแยกดินแดนเพียงกลุ่มเดียวเหมือนในอดีต แต่เป็นฝีมือของกลุ่มแอบแฝงสถานการณ์ เช่น กลุ่มผู้ค้ายาเสพติด น้ำมันเถื่อน และค้าของหนีภาษีที่มีเต็มบ้านเมืองด้วย

จะเห็นได้ว่าตั้งแต่เหตุการณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่มีจุดเริ่มต้นจากการปล้นปืนในค่ายทหารเมื่อต้นปี 2547 เป็นต้นมา เป็นเวลากว่า 8 ปี มีนายกรัฐมนตรีผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมารับผิดชอบบริหารบ้านเมืองรวมแล้ว 6 คน ทั้งที่มาจากพรรคและพวกเดียวกัน (ไทยรักไทย พลังประชาชน เพื่อไทย) จากคณะรัฐประหาร และจากพรรคฝ่ายค้านคือพรรคประชาธิปัตย์

แต่ประชาชนคนไทยก็ได้เห็นภาพยนตร์เรื่องเดิม เปลี่ยนแต่ตัวผู้แสดงนำและตัวประกอบบางตัว แต่บทเจรจาในเนื้อเรื่อง ทั้งเนื้อหา สาระ โต้ตอบไปมาระหว่างผู้แสดง แทบจะมิได้มีอะไรแตกต่างกันเลย

ยกเว้นคราวนี้ที่คำวิจารณ์ของนายพีรยศกลับเปิดประเด็นแตกต่างไปจากของเดิม โดยให้เหตุผลว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมีมากกว่าเรื่องแบ่งแยกดินแดน

เมื่อนายพีรยศรู้แล้วมาแถลงกับสื่อ มีคำถามว่าผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดในสถานการณ์รู้เช่นเดียวกับนายพีรยศหรือไม่ (งานด้านข่าวกรองของทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ฯลฯ ที่นายกรัฐมนตรีว่าต้องบูรณาการให้หมดทั้ง 17 กระทรวง 66 หน่วยงาน หูหนวก ตาบอด ไม่ได้ยินได้เห็นอย่างนายพีรยศหรือไม่)

รับรองว่าคำตอบที่ได้คือรู้ แต่สิ่งที่รู้แล้วจะนำมาแก้ไขปรับปรุงหาแนวทางที่จะให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปรกติเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก โดยมีข้ออ้างว่าเป็นเรื่องซับซ้อน สั่งสมมายาวนาน ต้องใช้เวลา และที่สำคัญทุกเรื่องมีผลประโยชน์แอบแฝงทับซ้อนเหลื่อมกันอีนุงตุงนังไปหมด ทั้งฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบด้วยกันเอง ฝ่ายเจ้าหน้าที่กับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ และฝ่ายเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งหน่วยเดียวกันและต่างหน่วยขบเหลี่ยมกันอยู่

สรุปก็คือปัญหาสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีผลประโยชน์เป็นตัวตั้ง และเหตุรุนแรงต่างๆเป็นตัวแปรตาม

ในมุมมองของตำรวจ 8 ปีที่ผ่านมาเป็นระยะเวลายาวนานพอสมควรที่จะศึกษา รวบรวมข้อมูลว่าปัญหาที่เกิดขึ้น อะไรเป็นสาเหตุแห่งปัญหา ถ้าจะแก้ไขปัญหาควรต้องดับที่เหตุ

เปรียบเทียบได้กับการแก้ไขปัญหาสงครามแย่งชิงประชาชนระหว่างรัฐกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ที่ใช้เวลาฟักตัว 20 ปี (2486-2506) รัฐบาลต้องใช้เวลาปราบปราม 20 ปี (2506-2526) จึงคลำเป้าเจอยุทธวิธีการเมืองนำการทหาร และสามารถยุติการสู้รบกลับมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยได้

ต่างไปจากสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ขณะนี้ ความขัดแย้งระหว่างรัฐไทย (รัฐสยาม) ในอดีตกับรัฐปัตตานีสั่งสมมาเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 100 ปี การจะแก้ไขปัญหาเพื่อดับเหตุจึงเป็นเรื่องยากและยุ่ง เนื่องเพราะความแตกต่างทั้งภาษา ศาสนา ขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรม การจะเข้าถึง เข้าใจ คลำเป้าให้ถูกจุดจึงต้องอาศัยเวลาและความอดทนมากกว่าการระงับดับเหตุการณ์ของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยในอดีตหลายเท่าพันทวี

ที่สำคัญก็คือผู้มีส่วนร่วมรับผิดชอบต้องมาบูรณาการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้จะมีกี่มากน้อยที่ได้ศึกษาหาข้อมูลให้รู้ซึ้งถึงปัญหาที่เป็นมาในอดีตว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร จะกำหนดแนวทางแก้ไขสถานการณ์ในปัจจุบันอย่างไร และจะวางแผนป้องกันอย่างยั่งยืนสำหรับอนาคตอย่างไร

  • คำถามข้างต้นมีตัวอย่างจากข้อเสนอของเจ้าพระยายมราชเมื่อปี 2465 ถึงแนวทางแก้ไขปัญหา โดยถือเอามณฑลปัตตานีเป็นท้องที่พิเศษด้วยภูมิประเทศและบุคคล กล่าวคือ

1.การที่จะเลือกสรรตั้งแต่งข้าราชการออกไปประจำมณฑลเช่นนี้ ต้องเปนผู้มีคุณวิเศษในนิไสยอัธยาศรัยอยู่ในจำพวกที่มีความสุขุมเยือกเย็น รู้จักการได้การเสีย รู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาวโดยรอบคอบ ประกอบด้วยองค์เปนผู้ใหญ่ ไม่ใช่เปนบุคคลชนิดวู่วามหรือหนุ่มแก่ความคิด ข้อสำคัญก็คือ อย่าเอาผู้ที่ไม่เหมาะแก่กิจกรรมชั้นในไปไว้โดยคิดเห็นเปนท้องที่ที่มีการงานน้อยนั้นไม่ได้

2.ข้าราชการซึ่งจะรับราชการให้ได้ผลบริบูรณ์ในที่นั้น จักต้องมีคุณวุฒิอีกอย่างหนึ่งซึ่งจำเปน ต้องรู้ภาษาพูดจาติดต่อกันได้ มิฉะนั้นย่อมเปนการลำบากในทางบังคับบัญชาแลสมาคมกับหมู่ชน ยิ่งกว่านั้นเปนการจำเปนที่จะต้องเอาใจใส่ศึกษาการสาสนาแลลัทธิประเพณีบางอย่างที่ควรจะรู้ จะเข้าใจแต่เพียงว่าแขกไม่รับพระราชทานหมูอย่างเดียวหาพอไม่

อ่านแล้วจะเห็นว่ามีคำตอบชัดเจนว่า 8 ปีที่ผ่านมาไม่มีใครได้ศึกษานำพา “อดีต” มาเป็นบทเรียนในการแก้ไขปัญหาเลย

ที่มา : นิตยสารโลกวันนี้วันสุข ปีที่ 7 ฉบับที่ 358 วันที่ 5-11 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 หน้า 9 คอลัมน์ โลกสีกากี โดย พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช



ที่มา นสพ โลกวันนี้มีสุข





Create Date : 05 พฤษภาคม 2555
Last Update : 5 พฤษภาคม 2555 11:38:10 น. 0 comments
Counter : Pageviews.
Add to Share/Save/BookmarkShare/Save/BookmarkShare/Save/Bookmark

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
ขุนเพชรขุนราม
Location :
Western United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember






Smiley คุยด้วยเรื่อง(นอก)(ใน)โลก...จักรวาลมีดาวทั้งหมด 300,000,000,000,000,000,000,000
Smiley ไม้กลางบ้าน พืชผักอัสจรรย์ มากด้วยคุณค่า โภชนาการ และเป็นสมุนไพร รักษาโรค กว่า 300ชนิด"มะรุม"
Smiley"Robin ฝุงนกเอี้ยง ท้องเหลืองเล่นมาปลุกแต่เช้าตรู่"
Smiley ภาพ หิมะตก เมษายน สัปดาห์ที่2 ณ.เมกา .. ขวดน้ำหวาน...สีแดง
Smiley พูดคุยกับเจ้าของบล็อก"หน้าหลัก"คลิกที่นี่

Friends' blogs
[Add ขุนเพชรขุนราม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.