ไปกด Link ได้ที่แฟนเพจ https://www.facebook.com/skymantaf หรือ Follow ได้ที่ Twitter https://twitter.com/skymantaf หรือที่ http://www.thaiarmedforce.com นะครับ
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2549
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
21 ธันวาคม 2549
 
All Blogs
 
เหตุการณ์ กระเหรี่ยงก็อดอาร์มี่ จับตัวประกันที่โรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี

บทความนี้ได้มาจากหนังสือพิพม์มติชนครับ ไม่ทราบวันที่พิมพ์เพราะลืมเซฟเอาไว้ครับ

ลักษณะการถูกยิงของกะเหรี่ยงทั้งหมดคือ "การถูกยิงที่หัว" หรือ "Head Shot" ซึ่งเป็นลักษณะการยิงที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษทั่วโลกนิยมใช้ และถึงแม้จะมีข่าวว่ามีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 7 นาย แต่การช่วยเหลือครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จสูงมากครับ เพราะตัวประกันไม่ได้รับรอยขีดข่วนแม้แต่น้อยครับ เป็นการแสดงถึงความสามารถของหน่วยเราได้เป็นอย่างดี

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เผย นาที..เด็ดหัว"ก๊อดส์อาร์มี่"


คอลัมน์ ความทรงจำในวันวาน

โดย ประชา หริรักษาพิทักษ์

เช้าตรู่ 24 มกราคม 2543 ชาวเมืองราชบุรี ตื่นขึ้นมาพร้อมๆ กับแสงอาทิตย์อ่อนๆ ในห้วง "ฤดูหนาว"

ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น..ไม่มีคาดคิดว่าในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า "ความร้อนระอุ" จะแผ่อานุภาพปกคลุมไปทั่วเมืองราชบุรี

ความร้อนระอุที่ว่าคือ กองกำลังไม่ทราบฝ่ายติดอาวุธสงครามครบมือ บุกเข้าไปยึดโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี อ.เมืองราชบุรี พร้อมจับแพทย์ พยาบาล และคนไข้ เกือบ 600 ชีวิต เป็น "ตัวประกัน"

ความสับสนอลหม่าน..เกิดขึ้นภายในโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี นานกว่า 2 ชั่วโมง

ในที่สุดก็ทราบว่า กองกำลังที่บุกเข้ายึดโรงพยาบาลคือ "กลุ่มก๊อดส์อาร์มี่" จำนวน 10 คน ซึ่งเป็นกองกำลังส่วนหนึ่งของ "กะเหรี่ยงดีเคบีเอ" ที่มีฐานที่มั่นอยู่ตามตะเข็บแนวชายแดน จ.ราชบุรี

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี อดีตผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.)สมัยนั้น ถูกมอบหมายจากรัฐบาล "ชวน หลีกภัย"(เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 ตั้งแต่ 9 พฤศจิกายน 2540-9 กุมภาพันธ์ 2544) ให้เป็น "ผู้บัญชาการแก้ไขวิกฤต"

จากวันนั้น..จนวันนี้ ผ่านไปแล้ว 5 ปี..

"ผมยังจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นได้ค่อนข้างชัดเจน เพราะใกล้ช่วงปีใหม่คือ เช้าวันที่ 24 มกราคม ถัดจากนั้น 1 วัน ก็เป็นวันกองทัพไทยพอดี เบื้องต้นเราทราบจากข่าวทีวีว่า มีกองกำลังติดอาวุธเข้ามายึดโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี โดยควบคุมหมอ พยาบาล และผู้ป่วยไว้หลายร้อยคน"

พล.อ.สุรยุทธ์ เล่าวินาทีรับรู้ข่าวสะเทือนขวัญ..!!

อึดใจเดียว…หน่วยทหารในพื้นที่ ยืนยันข้อมูลว่ากองกำลังที่ก่อเหตุคือ "กะเหรี่ยงก๊อดส์อาร์มี่"

เป็นชุดเดิมกับที่เคยบุกยึด "สถานทูตพม่า" ในกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2542

09.00 น. หลังรับทราบสถานการณ์ "ชวน หลีกภัย" นายกฯที่นั่งควบ รมว.กลาโหมขณะนั้น เรียกประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)นัดพิเศษ โดยมี พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ ผบ.สส. พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ผบ.ทบ. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผบ.ตร. ขจัดภัย บุรุษพัฒน์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ภุมรัตน์ ทักษาดิพงศ์ ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ที่ปรึกษานายกฯด้านความมั่นคง ร่วมประชุมเพื่อระดมสรรพกำลังทางสมอง "วางแผน" แก้ปัญหา

โดยมี "ผู้บริสุทธิ์" หลายร้อยชีวิตเป็นเดิมพัน

เข็มนาฬิกาเดินไปกว่า 1 ชั่วโมง..

ที่ประชุมมีมติตั้ง พล.อ.สุรยุทธ์ เป็นผู้บัญชาการแก้ไขวิกฤตจับตัวประกัน..



10.30 น. เฮลิคอปเตอร์(ฮ.)ฝึกรุ่นแมลงปอ นำ พล.อ.สุรยุทธ์ พร้อม พ.อ.นินนาท เบี้ยวไข่มุข ฝ่าย เสธ.คู่ใจ ทะยานขึ้นจากดาดฟ้าชั้น 7 กองบัญชาการกองทัพบก

ใช้เวลาไม่นานในอากาศ ฮ.ก็ลงจอด ภายในสนามกีฬากลางจังหวัดราชบุรี ซึ่งถูกเนรมิตเป็นกองบัญชาการสลายวิกฤต

โดยมี พล.ต.อ.ประชา พล.ท.ทวีป สุวรรณสิงห์ แม่ทัพภาคที่ 1 พล.ท.อาภรณ์ กุลพงษ์ เจ้ากรมการทหารช่าง และผู้ว่าฯราชบุรี มารอรับพร้อมรายงานสถานการณ์อย่างละเอียด

"ไปถึงที่นั่นก่อนเที่ยง ก็ประชุมกับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย การแก้ไขปัญหาเบื้องต้นคือ ส่งเจ้าหน้าที่จาก สมช. เข้าไปเกลี้ยกล่อมเพื่อให้คนร้ายปล่อยตัวประกัน แรกๆ เราขอส่งอาหารและน้ำดื่ม ซึ่งจำเป็นสำหรับคนไข้และทุกคน ขณะเดียวกัน ก็จะพยายามหาข่าวไปด้วยว่าคนร้ายมากี่คน มีอาวุธมากน้อยแค่ไหน จากจุดนี้เราได้ข้อมูลที่ชัดเจนว่าคนร้ายมีทั้งหมดกี่คน"


12.00 น. ความพยายามในการ "เจรจา" กับกลุ่มก่อการร้ายให้ยอมมอบตัว ก็เริ่มต้นขึ้น

จากชั่วโมงหนึ่ง...ต่อไปอีกชั่วโมงหนึ่ง เข็มนาฬิกาไม่หยุดเดิน เช่นเดียวกับการเจรจาที่ไม่หยุดนิ่ง

แต่ "คำตอบ" ที่ได้รับยังล้มเหลว..กระนั้นเจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ละความพยายาม..

ล่วงเลยถึงพลบค่ำ ดูท่าจะไร้วี่แววว่า "ตัวประกัน" จะได้รับอิสรภาพ จึงเริ่มคิดปรับเปลี่ยน "แผนใหม่"

มีการเรียกหน่วยจู่โจมชั้นยอดของประเทศ ทั้งชุดปฏิบัติการพิเศษพลร่มป่าหวาย จากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จ.ลพบุรี หน่วยนเรศวร 261 จากหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน หน่วยอรินทราช 26 จากกองบัญชาการตำรวจนครบาล หน่วยคอมมานโดจากกองปราบฯ มา "สแตนบายด์"

เพื่อเตรียมปฏิบัติการขั้นเด็ดขาด..!!

"ก๊อดสอาร์มี่ พยายามตั้งเงื่อนไขในการเจรจาหลายๆ อย่าง ซึ่งพิจารณาแล้วไม่สามารถทำตามได้ อย่างการขอ ฮ.พร้อมแพทย์ 10 คน เพื่อนำไปรักษานักรบก๊อดสอาร์มี่ ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกับทหารพม่า ขอไม่ให้ไทยและพม่าวางกำลังปิดล้อมชายแดน เพื่อให้เขาสามารถเคลื่อนไหวในบริเวณนี้ได้สะดวก ที่ร้ายไปกว่านั้นก็คือ การขอให้ไทยปล่อยนักรบก๊อดส์อาร์มี่ที่ถูกจับคืนถิ่น ซึ่งข้อเสนอทั้งหมด ยากที่จะยอมได้"

ห้วงนั้น พล.อ.สุรยุทธ์ ก็ได้รับรายงานว่า ภายในเริ่มมีการเคลื่อนไหว...

คนร้าย 7 คนร้าย ต้อนตัวประกันกว่า 200 คน หลบขึ้นไปบนชั้น 2 ภายในตึกอำนวยการ

ขณะที่อีก 2- 3 คน ลงมาดูความเรียบร้อยบริเวณชั้นล่าง พร้อมจัดการวางระเบิดตามประตูทางเข้าออก และจุดต่างๆ หลายแห่ง



22.00 น.เศษ "ชวน หลีกภัย" บินด่วนจากกรุงเทพฯ พร้อมด้วย พล.ต.สนั่น และ พล.อ.มงคลมายังค่ายภาณุรังษี ภายในกรมการทหารช่าง เพื่อหารือถึงข้อเสนอซึ่งเป็น "ทางออกสุดท้าย" ให้กับกลุ่มนักรบก๊อดส์อาร์มี่

"หลังการประชุม ทางออกก็คือ การขอให้ก๊อดส์อาร์มี่วางอาวุธและยอมมอบตัว ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ไทยจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวแต่จะส่งเรื่องให้ ศาลโลก เป็นคนตัดสินเพื่อความเป็นธรรม"

นั่นคือข้อเสนอ ซึ่ง พล.อ.สุรยุทธ์ก็ไม่มั่นใจนักว่าจะ "ได้ผล"

จริงอย่างที่คิด..ไม่มีคำตอบใดๆ จากฝ่าย "ก๊อดส์อาร์มี่" หลังได้รับข้อเสนอ..?

23.15 น. สถานการณ์มาถึง "ทางตัน" ไม่พบ "ทางสว่าง" ในการแก้ไขปัญหา

"ชวน หลีกภัย" จึงหันไปขอความเห็นจาก พล.อ.สุรยุทธ์ ในฐานะผู้บัญชาการฯ

ใช้เวลาประเมินสถานการณ์ในใจอย่างถี่ถ้วนพอสมควร ..

ที่สุดก็เผย "การตัดสินใจ" ครั้งสำคัญให้ที่ประชุมรับทราบ

"ตอนนั้นได้ชี้แจงว่า เราพยายามเจรจาทุกวิถีทางอย่างดีที่สุดแล้ว หากแก้ไขไม่ได้ ก็จำเป็นต้องใช้กำลังเข้าชิงตัวประกัน เพราะขืนปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปถึง 24 ชั่วโมง ตัวประกันจะมีปัญหาเพราะว่าเป็นคนป่วยทั้งหมด ขณะที่หมอ พยาบาลก็จะไม่ไหว ผู้ป่วยอีก 400 คน ที่เหลือ ซึ่งกระจายอยู่ตามตึกต่างๆ ก็จะลำบาก เพราะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ หากไม่ดำเนินอะไร ทุกอย่างก็จะเลวร้ายหนัก"


ทุกคนในที่ประชุม..นิ่งเงียบ มองหน้ากันไปมา เพราะรู้อยู่แล้วว่า ปฏิบัติการขั้น "แตกหัก" จะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า

หลังไร้ทางเลือก ความจำเป็นที่จะต้องใช้ "วิธีรุนแรง" เข้าแก้ปัญหา จึงเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้..!

แต่ก่อนจะ "ไฟเขียว" ให้ปฏิบัติการขั้นเด็ดขาด "ชวน หลีกภัย" แสดงความวิตกกังวล เพราะเกรงว่าจะเกิดความ "ผิดพลาด" จนกลายเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่

"โจทย์สำคัญที่ท่านชวนย้ำก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ คือปฏิบัติการครั้งนี้จะต้องไม่มีตัวประกันบาดเจ็บล้มตายเป็นอันขาด"

เขาได้สร้างความมั่นใจให้กับนายกรัฐมนตรีขณะนั้น ว่าจะสามารถฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปได้..ทั้งที่ภายในใจรู้ดีว่า ภารกิจที่รออยู่เบื้องหน้า หนักหนาสาหัสยิ่งนัก..!!

ก่อนการเดินทางกลับของ "ชวน หลีกภัย" และคณะ..แผนปฏิบัติการก็ได้เริ่มต้นขึ้น

"ตอนนั้น มีการเตรียมให้ พล.ต.สนั่น(ขจรประศาสน์ รมว.มหาดไทย ขณะะนั้น) สัมภาษณ์สื่อ ก่อนเดินทางกลับว่า รัฐบาลไทยจะเปิดเจรจาใหม่ในเช้าวันพรุ่งนี้(25 มกราคม) แต่หารู้ไม่ว่านั่นคือกุศโลบายล่อหลอกให้ก๊อดส์อาร์มี่ตายใจ"

นั่นคือหนึ่งในแผนปฏิบัติการ..จากนั้นไม่กี่อึดใจ ปฏิบัติการ "ชิงตัวประกัน..เด็ดหัวก๊อดส์อาร์มี่" ก็เริ่มต้นขึ้น....



23.45 น. พล.อ.สุรยุทธ์ เรียกพลร่มป่าหวาย ตชด.ค่ายนเรศวร หน่วยอรินราช 26 จาก 191 รวมทั้งคอมมานโดจากกองปราบฯ มาเคลียร์แผนก่อนลงมือ

"ผมเน้นทุกคนต้องทำตามแผน ต้องละเอียด รอบคอบ และรัดกุม กำชับหน่วยกล้าตายทุกนายให้ใช้แค่อาวุธปืนพก หรือปืนสั้นเท่านั้น หากไม่จำเป็นจริงๆ ห้ามหยิบ เอ็ม-16 หรือเอชเค ออกมาใช้เด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดลูกหลง แฉลบไปถูกตัวประกันบาดเจ็บล้มตายได้ ที่สำคัญปฏิบัติการนี้ห้ามเกิดข้อผิดพลาดอย่างเด็ดขาด"

พล.อ.สุรยุทธ์บอกขั้นของแผนอย่างละเอียดหลายต่อหลายรอบ เพื่อความแม่นยำ

03.00 น. ของวันที่ 25 ธันวาคม คือ "เวลานัดหมาย" ของการเริ่มต้นปฏิบัติการ

"ช่วงเวลาตี 1 เราเริ่มจากการออกอุบายทำทีให้ พล.ท.ทวีปเปิดแถลงข่าวความคืบหน้าเหตุการณ์ให้สื่อทราบ ภายในโรงยิมเนเซียมเพื่อกันสื่อ ไม่ให้เข้าไปวุ่นวายและถ่ายภาพการเคลื่อนกำลังที่อาจทำให้คนร้ายรู้ตัว แผนการทั้งหมดอาจจะล้มเหลว"

พลันที่ทุกอย่างอยู่ในความควบคุม กำลังทั้งหมดรุกคืบเข้าไปประจำตามจุด..!!

แม้จะตัดอุปสรรคเรื่องสื่อออกไปได้ แต่ระหว่างผ่องถ่ายกำลังเข้ายึดที่หมาย ประจำตามจุดต่างๆ

เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น..?

"จู่ๆ มีเสียงสุนัขเห่าขึ้นมา แผนเกือบแตก ผมสั่งให้กำลังทุกนายถอยออกมาตั้งหลักกันใหม่ ทำให้แผนการเข้ายึดต้องเลื่อนออกไปอีกเกือบ 2 ชั่วโมง"

05.00 น. คือกำหนดเวลาจู่โจมครั้งใหม่

ทุกอย่างเดินตามแผนเดิม เจ้าหน้าที่ทุกคนสามารถคืบคลานเข้าสู่ที่หมายอย่างไร้อุปสรรค

05.15 น. เมื่อทุกหน่วยพร้อม ปฏิบัติจึงเริ่มขึ้น

"เราเริ่มจากการจุดถังน้ำมันให้ระเบิดบริเวณสนามกีฬาหน้าโรงพยาบาล เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของคนร้าย จังหวะเดียวกันเจ้าหน้าที่ก็เปิดฉากลุยด้วยการขว้าง สตั๊นบอร์ม(ระเบิดสีและแสงนำทาง) โดยมีเจ้าหน้าที่หน่วยกล้าตายที่รุกคืบเข้าไปฝังตัวอยู่ตามชายคา กันสาด ในระยะทำการของปืนพก รวมทั้งที่ซุ่มโป่งอยู่ข้างล่าง อยู่ก่อนแล้ว ก็ฉวยโอกาสกรู เข้าจู่โจมใส่คนร้ายแบบสายฟ้าแลบ"

เป็นปฏิบัติการสายฟ้าแลบที่ พล.อ.สุรยุทธ์ย้ำว่า ขนาดนักรบก๊อดส์อาร์มี่ที่เก่งๆ เพราะผ่านการฝึกมาอย่างช่ำชอง ยังหมดสิทธิชักอาวุธตอบโต้ เพราะกว่าจะรู้ตัวทั้งหมดก็กลายเป็นร่าง "ไร้วิญญาณ" ไปเสียแล้ว

ใช้เวลาปฏิบัติการไม่ถึง 15 นาที ทุกอย่างก็บยุติ ..โดยไม่มี "ตัวประกัน" ได้รับบาดเจ็บแม้แต่คนเดียว

"หลังจุดระเบิดทุกจุดที่ประจำการอยู่ก็เข้าพร้อมกันหมด เสียงปืน เสียงของการยิงต่อสู้ก็ดังไม่มาก ไม่ถึงระงม เพราะส่วนใหญ่ใช้ปืนพก จะมีก็บริเวณชั้นล่างที่เจ้าหน้าที่ต้องใช้ปืนกล เนื่องจากคนร้าย คนหนึ่งได้วิ่งหนีเข้าไปอยู่ในห้องน้ำของอีกตึก และมีการขว้างระเบิดออกมา เจ้าหน้าที่จึงใช้ปืนกลกราดยิงเข้าไป แต่ตรงนั้นไม่มีตัวประกันอยู่"

05.40 น. สิ้นเสียงปืน ทหาร ตำรวจรีบรุดเข้าเคลียร์พื้นที่ ปรากฏร่างนักรบก๊อดส์อาร์มี่ 9 คน นอนเรียงรายจมกองเลือดในบริเวณไม่ห่างกัน ส่วนรายที่ 10 เสียชีวิตคาห้องน้ำหลังหลบหนีออกมาจากการปะทะเดือด

จากการชันสูตรพลิกศพ ทั้งหมดมีบาดแผลถูกยิงที่ศรีษะในลักษณะ "เผาขน" และเสียชีวิตทันที

พล.อ.สุรยุทธ์ให้เหตุผลที่ต้องเด็ดชีพทหารพระเจ้า อย่างน่าฟัง..

"เป็นการยิงระยะประมาณ 4-5 เมตร หลักของการชิงตัวประกันเจ้าหน้าที่ทุกคนก็จะรู้อยู่แล้วว่า การชิงตัวประกันที่จะไม่ทำให้บาดเจ็บคือ ต้องยิงทีเดียว ยิงทีศีรษะทั้งหมด ผู้ก่อการร้ายต้องเสียชีวิตทันที นั้นคือวิธีที่ดีที่สุด ถ้ายิงแล้วเขาไม่เสียชีวิต เขาก็อาจจะไปทำอะไรอย่างอื่น ที่อาจทำให้ตัวประกันอาจไม่ปลอดภัย อาจจะกดระเบิด หรือโยนระเบิดออกมา จุดนั้นอาจทำให้ตัวประกันบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้"

ถือเป็นยุทธวิธีสากล ที่ใช้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก

"เราทำเพื่อช่วยชีวิตคนของเรา แม้จะทำให้คนร้ายเสียชีวิต ในเหตุการณ์ที่คนของเราตกเป็นตัวประกันอยู่ 200-300 คน ผมก็คิดว่ามันเป็นเรื่องที่เราต้องทำ คงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ในฐานะที่เป็นทหาร เวลารบถ้าเขาไม่ตาย เราที่ต้องตายเป็นธรรมดา"

บทสรุปของ "ชายชาตินักรบ"

ที่แม้เหตุการณ์จะผ่านไปได้ด้วยดี แต่เขายอมรับว่าในใจลึกๆ "กังวลใจ" อยู่ไม่น้อย

เพราะผลของการปฏิบัติการครั้งนี้..ไม่รู้สังคมจะพิพากษาการตัดสินใจของเขาเป็น "บวก" หรือ "ลบ"

แต่นั้นไม่สำคัญ เท่ากับการเซฟชีวิตหลายร้อยตัวประกันให้อยู่รอด ..โดยมิเสียเลือดแม้แต่หยดเดียว..!!



ส่วนด้านล่างนี้เป็นความเห็นของคุณ heck ในกระทู้
//www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X4979824/X4979824.html ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
เอาที่พอจำได้คร่าวๆ นะครับ ถ้าไม่ตรงบ้าง ก็ขออภัยเพราะนานมาแล้ว

กลุ่มก๊อดอาร์มี่ ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธ ที่ต่อสู้กับทหารพม่า (ถ้าจำไม่ผิด น่าจะเป็นกะเหรี่ยงคริสต์) โดยมีเด็กแฝดลิ้นดำ จอนนี่กับลูเธอร์ เป็นผู้นำสูงสุด ซึ่งพวกเค้าเชื่อกันว่า เป็นคนรับบัญชาจากสวรรค์ ได้เข้ายึด รพ.ศูนย์ราชบุรีตอนเช้า

ก่อนหน้าที่ก๊อดอาร์มี่ จะยึด รพ.ศูนย์ราชบุรี กลุ่มนี้เคยดังลง นสพ. มาก่อนตอนที่เข้ายึดสถานทูตพม่า ตอนนั้นมาในคราบนักศึกษาที่เรียกร้องประชาธิปไตย มีหัวโจกใหญ่นำขบวนอยู่คนสองคน ซึ่งต่อมาหลังจากนั้น หัวโจกนั่นก็โดนกองกำลังผสมพิเศษทหารตำรวจจัดการเป่าขมอง ที่รพ. ศูนย์ราชบุรี (ถ้าจำไม่ผิดนะ)

ในตอนยึดสถานฑูตนั้น ทางการเราใช้ไม้นวม โดยใช้การเจรจาต่อรอง เพราะเห็นว่ากะเหรี่ยงกลุ่มนี้ ทำไปเพราะต้องการประกาศให้โลกรู้ หรือการเรียกร้องทางการเมืองของพวกเค้า ซึ่งไม่มีเจตนาจะทำร้ายผู้บริสุทธิ์ หรือฆ่าคนแบบการก่อการร้าย

ตอนนั้นการเจรจาจบลงด้วยการที่ รมต. ต่างประเทศ (สมัยนั้น) ยอมลงทุนนั่ง ฮ. พาพวกนี้ไปส่งถึงชายแดน เล่นเอาเรากลายเป็นพ่อพระ ซึ่งทางรัฐบาลทหารพม่าถึงกับเคืองอย่างมาก ที่เราปฏิบัติต่อเสี้ยนหนามของพวกเค้าอ่อนโยนเกินไป

ในคราวต่อมา ราวกับพวกนี้ได้ใจ เห็นว่าเรียกร้องในครั้งนั้น ประสบความสำเร็จ จึงวางแผนยึดรพ. ศูนย์ราชบุรี เพื่อจับตัวประกันและให้เราส่งยา เวชภัณฑ์ หมอ ไปรักษาพวกที่บาดเจ็บ

แต่ในการยึด รพ. คราวนั้น มันเกินไปมาก ไม่เหมือนสถานทูต เพราะการเข้ายึดโรงพยาบาล จับหมอคนไข้เป็นตัวประกัน เป็นสิ่งที่รับไม่ได้ตามหลักสากล เพราะแม้ในขณะสงคราม โรงพยาบาลหรือหน่วยกาชาดสากล เป็นสิ่งต้องห้ามทุกฝ่ายต้องหลีกเลี่ยง ครั้งนั้นจึงทำให้ทางการไทยตัดสินใจง่ายขึ้น ในการจัดการขั้นเด็ดขาดกับก๊อดอาร์มี่ เมื่อการเจรจาขั้นต้นตลอดช่วงกลางวันไม่เป็นผล

ถ้าจำไม่ผิด ตามข่าว หน่วยที่บุกเข้าไปเป็นหน่วยผสมทหารตำรวจ ที่คัดเอาระดับหัวกะทิของแต่ละหน่วยมา การจู่โจมแตกหักจะทำในตอนค่ำ แต่ก่อนหน้านั้น ทางหน่วยได้ส่งทีมแฝงตัวเข้าไปก่อนแล้วโดยปลอมตัวเป็น หมอ เจ้าหน้าที่ คนไข้ โดยพกแค่ปืนพกซ่อนเอาไว้ และได้กระจายตัวแฝงปนกับคนไข้ และผู้คนในโรงพยาบาล มาร์คตัวเพื่อรอการให้สัญญาณจู่โจม

ในตอนค่ำ เมื่อได้เวลาที่จะจู่โจม ทาง จนท. ได้ตัดไฟ และจุดระเบิดเสียงดังหลายลูก เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ มีการขับรถตำรวจเปิดหวอขับเข้าไปอย่างรวดเร็ว จนท. ก็ถือปืนวิ่งตามเข้าไปหลายคน จากทั้งทางด้านหน้าและด้านอื่นๆ ที่เตรียมไว้ เสียงระเบิดและรถหวอ เป็นการเบี่ยงเบนความสนใจกลุ่มก๊อดอาร์มี่ที่จับตัวประกันอยู่ แต่หน่วยที่จัดการจริงๆ คือ จนท. ที่แฝงตัวอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งเหล่านี้เป็นระดับพระกาฬ ยิงปืนสั้นแม่นมากๆ พวกเค้าฝึกมาให้ยิงหัว ไม่ได้ยิงตัว จึงไม่แปลกที่ศพก๊อดอาร์มีจะโดนยิงหัวทุกคน ตอนนั้นคาดว่ามีบางส่วนหนีไปได้ และ จนท. เราบาดเจ็บบางนาย กลุ่มที่บุกเข้าไปทีหลังก็เพื่อเคลียร์พื้นที่

ผมยังจำได้ว่า นสพ. ฝรั่งลงข่าวการบุกชิงตัวประกันว่า เป็นปฏิบัติการที่เสี่ยงและบ้าบิ่นอย่างมาก แต่ไม่รู้ว่าพวกเค้ารู้หรือเปล่า ว่าที่จุดระเบิด แล้วมีตำรวจเปิดรถหวอ มีทหารตำรวจวิ่งตามเข้าไปเข้าไป เป็นการเบี่ยงเบนความสนใจ ส่วนข้างในเค้าเริ่มยิงหัวกันตั้งแต่ระเบิดลูกแรกดังแล้ว

นอกจากนี้ ในตอนนั้น สื่อถูกห้ามการถ่ายทอดหรือรายงานข่าว เพราะการรายงานข่าวเป็นเหมือนการบอกให้พวกนั้นรู้การเคลื่อนไหวของทางการ ตอนนั้นมีนายทหารเรียกนักข่าวเข้าไปในห้องบอกว่าจะแจ้งข่าว แล้วขังล็อคพวกสื่ออยู่ในนั้น เพราะเกรงนักข่าวจะรายงานจนเสียแผน แต่สักพักก็ต้องยอมปล่อยออกมาวิ่งทำข่าวกันต่อ

หลังจากเคลียร์พื้นที่เสร็จ ก็มีนักข่าวหลุดเข้าไปถ่ายภาพไว้ได้อีก ภาพที่เห็นคือศพก๊อดอาร์มี่ นอนใส่กางเกงในตัวเดียว มือโดนมัดไพล่หลัง หัวโดนยิงกระจุยทุกศพ ทำให้ภาพบางด้านกลายเป็นว่า โดนจ่อยิงหัวเมื่อยอมจำนนแล้วหรือเปล่า ทำไมเสื้อผ้าไม่มี ทำไมโดนมัดมือเท้า ซึ่งอันนี้ก็ไม่อาจทราบได้ แต่แค่รู้ว่า ระดับมือพระกาฬของหน่วยรบพิเศษไทย ยิงปืนทั้งแม่นทั้งเร็ว ระยะ 5 เมตรไม่มีทางพลาดได้ พวกนี้ไม่ยิงตัวครับ เค้าฝึกมาให้ยิงหัวล้วนๆ

สำหรับผู้เสียชีวิตฝ่ายพลเรือน เป็นคุณลุงอายุมากแล้ว คาดว่าหัวใจวายเพราะการบุกเข้าจู่โจม ตอนเคลียร์พื้นที่เสร็จ ในข่าวออกทีวี มีตำรวจสวมเครื่องแบบเดินตบเท้าออกมา ประชาชนปรบมือ ส่วนพวกหน่วยจริงก็ออกจากพื้นที่ไปหมดแล้ว

ส่วนคนที่ได้เก๊กท่าถ่ายรูปมากสุด คงเป็น จนท. เก็บศพครับ นั่งเรียงโพสท่ารูปหล่อ ด้านหน้ามีศพก๊อดอาร์มี่ในผ้าห่อสีขาวตึงเปรียเรียบร้อยสิบกว่าศพกองอยู่ เหมือนนายพรานถ่ายรูปคู่กับกวางที่ยิงได้เลย ส่วนคนทำงานจริงไม่มีมาออกข่าวเหมือนในหนัง พวกนี้มาเงียบไปเงียบ เป็นความลับสุดยอด ข่าวที่ออกมา เพื่อน ตปท. ที่ติดตามมาตั้งแต่ต้นยังบอกเลยว่า สุดยอดจริงๆ ซึ่งผมก็เห็นด้วยนะ


Create Date : 21 ธันวาคม 2549
Last Update : 21 ธันวาคม 2549 15:23:21 น. 21 comments
Counter : 4886 Pageviews.

 
สุดยอดมากครับ blog นี้มีสาระมากเลยครับ ผมติดตามดูเกือบตลอดเลย


โดย: ปอนด์ IP: 202.28.35.1 วันที่: 21 ธันวาคม 2549 เวลา:21:36:59 น.  

 
น่าชื่นชมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่จัดการได้น่าเด็ดขาดและมีประสิทธิภาพสูงครับ


โดย: กิตติโชค IP: 203.147.0.48 วันที่: 23 ธันวาคม 2549 เวลา:4:45:03 น.  

 
เค้ารวมเล่ม คอลัมน์ ความทรงจำในวันวานของมติชนเป็นหนังสือ ฉะ แฉ ฉาว จ้า ใครอยากอ่านจุใจ ก็ลองไปหาเน้อ


โดย: tistoo วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:1:44:01 น.  

 
ผมได้ข่าวมาว่ามีการใช้หน่วยกบ หรือ หน่วย ซิล ของกองทัพเรือด้วยมะใช่หรอครับ ฉลามขาวคู่


โดย: นามแฝง IP: 58.9.152.101 วันที่: 20 มีนาคม 2550 เวลา:23:34:10 น.  

 


โดย: เจ๋ง IP: 125.24.209.61 วันที่: 13 เมษายน 2550 เวลา:14:43:10 น.  

 


โดย: คนรักชาติ IP: 125.25.177.103 วันที่: 18 กรกฎาคม 2550 เวลา:22:02:59 น.  

 
ได้ยินเหมือนกันครับ หน่วยซีลไทย เป็นคนยิงแต่เครดิตให้ป่าหวาย


โดย: คนรักชาติ IP: 125.25.177.103 วันที่: 18 กรกฎาคม 2550 เวลา:22:04:19 น.  

 
มีหน่วยหนึ่งคับไม่เปงที่เปิดเผยคับ หน่วยนี้มีแต่การรวมของหัวกระทิจากทุกหน่วยงานคับ ทร. ทบ. ทอ. ตร. คับผมสัมผัสมาแล้วคับ ทุกคนเจ๋งมากคับเท่าที่รู้มาทางลับหน่วยนี้เปงคนจัดการคับ


โดย: น่าจะ IP: 203.113.71.135 วันที่: 7 สิงหาคม 2550 เวลา:11:37:09 น.  

 
นิดหนึ่งครับ ซีล หรือนักทำลายใต้น้ำจู่โจมเป็นหลักสูตรครับ เมื่อจบเเล้วก็ไปประจำการที่หน่วย ปฏิบัติ ต่างๆ ซึ่งผุเข้ารับการฝึกก็เป็นข้าราชการของหน่วยนั้นๆ เช่นกัน<


โดย: miner.308 IP: 125.26.174.177 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2550 เวลา:21:37:21 น.  

 
การทำงานไม่ต้องการคำเชิดชู เพื่อแผ่นดินนี้ยอมพลีแม้ชีวิต รวดเร็ว รุนแรง เด็ดขาด ปีศาจเรียกพี่ ถึงวันนี้จะพักผ่อนที่บ้าน แต่ก็เตรียมพร้อม 24 ชม. ภูมิใจกับคำขวัญที่อยู่หน้าหน่วย" วีรบุรุษผู้ไม่ต้องการอนุสาวรีย์"


โดย: นักรบนิรนาม IP: 125.26.140.118 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2550 เวลา:10:29:57 น.  

 
วันนี้ เพิ่งคุยย้อนอดีตกับเพื่อนเรื่องนี้พอดีเลย


โดย: picmee วันที่: 20 พฤศจิกายน 2550 เวลา:6:18:09 น.  

 
ชอบจังเลย ผมรักทหารไทย


โดย: แจ๊บ IP: 203.150.234.231 วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:11:07:17 น.  

 
อันนี้สุดยอดของวีรกรรมทหารไทยเล๊ยยย เขาทำให้เราเดือดร้อน เราก้อต้องจัดการกันไปนะ.. ทำไงได้


โดย: องอาจ IP: 118.173.254.12 วันที่: 9 เมษายน 2551 เวลา:13:21:47 น.  

 
ลูกๆอยู่ในเหตุการณ์ นั้นด้วย เราตกใจหมดเลย รีบไปรับลูกกลับบ้าน กลัวจะโดนลูกหลง ยิ่งหายากอยู่ด้วย พันธุ์นี้









































โดย: เจ้าหญิงไม้กวาด IP: 125.27.38.37 วันที่: 18 เมษายน 2551 เวลา:21:15:39 น.  

 
อย่าว่าแต่ มีทั้งมนุษกบ มนุษเขียดเลย ที่มาเด็ดหัว
เพราะ จนท.ทุกคนเค้าผ่านการฝึกของหลักสูตรแล้ว
ก่อนเค้าประจำการทุกหน่วยงานที่ต้องการ เช่น หลักสูตร
- DUTหรือ ซิล นักทำรายใต้น้ำจู่โจม(นาวิกโยธิน)
- RECON การรบแขนงการลาดตระเวณสะเทิ้นน้ำ
สะเทิ้นบก จู่โจม (กองทัพเรือ)
-RANGER รบพิเศษจู่โจม(กองทัพบก)
-COUNTER TERRORISTต่อต้านการก่อการร้ายสากล
***ซึ่งเมื่อสำเหร็จหลักสูตรแล้วทุกหน่วยจะรับคัดเลือกเข้าประจำการในหน่วยงานต่อไปนี้
-RTAFหรือCOMMANDO (อากาศโยธิน)
-เนวี่ซีล(นาวิกโยธิน)
-SWAT(กรมตำรวจแห่งชาติ)
-อริทราช(กรมตำรวจแห่งชาติ)
ฯลฯ






โดย: พรานราตรี IP: 125.25.249.8 วันที่: 2 มีนาคม 2552 เวลา:12:13:44 น.  

 
อย่าว่าแต่ มีทั้งมนุษกบ มนุษเขียดเลย ที่มาเด็ดหัว
เพราะ จนท.ทุกคนเค้าผ่านการฝึกของหลักสูตรแล้ว
ก่อนเค้าประจำการทุกหน่วยงานที่ต้องการ เช่น หลักสูตร
- DUTหรือ ซิล นักทำรายใต้น้ำจู่โจม(นาวิกโยธิน)
- RECON การรบแขนงการลาดตระเวณสะเทิ้นน้ำ
สะเทิ้นบก จู่โจม (กองทัพเรือ)
-RANGER รบพิเศษจู่โจม(กองทัพบก)
-COUNTER TERRORISTต่อต้านการก่อการร้ายสากล
***ซึ่งเมื่อสำเหร็จหลักสูตรแล้วทุกหน่วยจะรับคัดเลือกเข้าประจำการในหน่วยงานต่อไปนี้
-RTAFหรือCOMMANDO (อากาศโยธิน)
-เนวี่ซีล(นาวิกโยธิน)
-SWAT(กรมตำรวจแห่งชาติ)
-อริทราช(กรมตำรวจแห่งชาติ)
ฯลฯ






โดย: พรานราตรี IP: 125.25.249.8 วันที่: 2 มีนาคม 2552 เวลา:12:14:01 น.  

 
แต่ยิงสนธิ ไม่ยักกะตาย ลูกกระสุนก็ไม่เกาะกลุ่ม เศร้าใจ


โดย: ฟายท๊ากสิน IP: 125.24.194.117 วันที่: 23 กรกฎาคม 2552 เวลา:21:56:11 น.  

 
ชอบเรื่องแบบนี้ เอามาลงเยอะๆนะคะ


โดย: ผีหลายบทบาท IP: 202.62.99.243 วันที่: 28 สิงหาคม 2552 เวลา:13:32:59 น.  

 
เสียดายที่ผู้ก่อการร้าย น่าจะก่อการดี กราดยิงปากพวกพยาบาลปากหมาใจสกปรกบางคน ไม่น่าเหลือพันธุ์ชั่วมันมาจนทุกวันนี้เลย


โดย: เกลียดอำนวย IP: 202.149.25.235 วันที่: 5 ธันวาคม 2552 เวลา:7:15:15 น.  

 
อยากให้มีภาพข่าวที่เป็นVDOจัง

ถ้ามีผมจะขอขอบคุนอย่างสุดๆเลยคับ

เอาไว้ให้ลูกหลานได้ดู


โดย: คนใฝ่รู้ IP: 203.144.144.165 วันที่: 8 มีนาคม 2553 เวลา:4:11:26 น.  

 
ได้ยินว่าหน่วยอรินทราชตาย 1 ใช่ปะ


โดย: อะไรก็ได้ IP: 125.26.241.68 วันที่: 23 เมษายน 2554 เวลา:10:50:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Analayo
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 56 คน [?]




หากโลกนี้มีความยุติธรรม เราคงไม่ต้องมีศาล ไม่ต้องมีทหาร ไม่ต้องมีตำรวจหรอก/Skyman
@ จ่อยน้องลิง @
@ จ่อยหัวหอม @
X
X



free counters


Friends' blogs
[Add Analayo's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.