ไปกด Link ได้ที่แฟนเพจ https://www.facebook.com/skymantaf หรือ Follow ได้ที่ Twitter https://twitter.com/skymantaf หรือที่ http://www.thaiarmedforce.com นะครับ
Group Blog
 
 
เมษายน 2549
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
29 เมษายน 2549
 
All Blogs
 
ประวัติการรบของทหารไทยในเวียตนาม ภาคแรก

ขอคารวะดวงวิญญาณของเหล่าทหารไทยทุกท่านทั้งที่ได้ผ่านสงครามครั้งนี้และที่ได้สละชีพของท่านอย่างสมเกียรติเพื่อประเทศชาติ และสร้างเกียรติประวิติการรบของทหารไทยให้เลื่องลือสมเกียรติภูมิของทหารไทย

หมายเหตุ:ผมได้ copy เนื้อหาทั้งหมดนี้มาจากคุณ อบ.81 แห่ง wing21 ขอบคุณครับ


การปฏิบัติการของทหารไทยในสงครามเวียตนาม


ภูมิหลังของเวียดนาม
เมื่อประมาณ ๓,๐๐๐ ปีมาแล้ว ชาวเวียดนามเคยอาศัยอยู่ในดินแดนแถบตอนใต้ของประเทศจีน ถูกจีนรุกรานจึงถอยร่นลงมาทางใต้ บางครั้งตกเป็นเมืองขึ้นของจีน เวียดนามจึงรับวัฒมธรรมของจีนไว้มาก
ในปี พ.ศ. ๒๔๑๖ เวียดนามตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ฝรั่งเศสได้แบ่งการปกครองเวียดนามออกเป็น ๓ แคว้น คือ แคว้นตังเกี๋ย อยู่ทางตอนเหนือ แคว้นอันนัม อยู่ทางตอนกลาง และแคว้นโคชินไชนา อยู่ทางตอนใต้ ฝรั่งเศสได้เปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียบประเพณีให้เป็นแบบฝรั่งเศส
ในปี พ.ศ. ๒๔๘๔ ได้เกิดขบวนการเวียดมินห์ขึ้น เพื่อขับไล่ฝรั่งเศส โดยมีผู้ที่มีสมญาว่าโฮจิมินห์เป็นผู้นำ
ในปี พ.ศ. ๒๔๘๕ ขณะเกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา ญี่ปุ่นได้เข้ายึดครองภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เวียดนามจึงได้ประกาศตนเป็นอิสระ แต่คงอยู่ในทางควบคุมของญี่ปุ่น ขบวนการเวียดมินห์ก็ได้ร่วมมือกับสหรัฐฯ และฝ่ายสัมพันธมิตร ทำการต่อต้านญี่ปุ่น เมี่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม โฮจิมินห์จึงจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราวขึ้น เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๘ และหลังจากที่จักรพรรดิ์เบาได๋ ได้สละราชสมบัติในปีเดียวกันนั้น โฮจิมินห์ก็ตั้งรัฐบาลขึ้นบริหาประเทศ ในปีเดียวกัน และเปลี่ยนแปลงการปกครอง เป็นแบบสาธารณรัฐ ฝรั่งเศสได้หาทางกลับไปมีอิทธิพลเหนือเวียดนามอีก โดยมีอังกฤษให้ความช่วยเหลือ ขบวนการเวียดมินห์ได้พยายามต่อสู้ เพื่อขับไล่ฝรั่งเศสอยู่ ๙ ปี แต่ไม่สำเร็จ ฝรั่งเศสยึดเมืองต่าง ๆ ไว้ได้
หลังจากจีนคอมมิวนิสต์ได้ขับไล่จีนคณะชาติไปยังเกาะไต้หวัน แล้วก็ได้เข้ามาช่วยขบวนการเวียดมินห์ เพื่อขับไล่ฝรั่งเศส ต่อมาเมื่อเวียดมินห์ยึดเดียนเปียนฟูได้ ฝรั่งเศสกับเวียดนามก็ได้ทำสัญญาสงบศึกที่กรุงเจนีวา เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๗ เรียกว่า อนุสัญญาเจนีวามีสาระสำคัญคือ ให้แบ่งเวียดนามออกเป็นสองส่วน คือ เวียดนามเหนือและเวียดนามใต้โดยใช้เส้นรุ้งที่ ๑๗ เหนือ ซึ่งผ่านเมืองกวางตรี ตามแนวแม่น้ำเบนไฮ เป็นเส้นแบ่งเขตแดน และให้เวียดนามเหนือ เวียดนามใต้ ลาว และกัมพูชา ซึ่งเคยรวมเป็นอินโดจีนของฝรั่งเศสตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๖๘ แยกออกเป็นรัฐอิสระ พ้นจากการปกครองฝรั่งเศส พื้นที่บริเวณเส้นรุ้ง ๑๗ องศาเหนือ มีเขตแดนปลอดทหารด้านละไม่เกิน ๕ กิโลเมตร ในการนี้สหรัฐอเมริกา และเวียดนามใต้ไม่ได้ร่วมลงนามด้วย
เวียดนามเหนือมีนโยบายที่รวม เวียดนามเข้าด้วยกัน และปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์ โดยมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๓ แต่ไม่มีการเลือกตั้งใด ๆ แต่มีการแต่งตั้งโฮจิมินห์ขึ้นเป็นประธานาธิบดี
ทางด้านเวียดนามใต้ ยังคงตกอยู่ใต้อิทธิพลของฝรั่งเศส โดยฝรั่งเศสได้เชิญจักรพรรดิ์เบาได๋ ขึ้นเป็นประมุขปกครองประเทศ ต่อมากลุ่มผู้รักชาติ เวียดนามใต้ได้ขับไล่ฝรั่งเศสออกจากเวียดนาม จักรพรรดิ์เบาได๋ ได้แต่ตั้งนายโงดินห์เดียม เป็นนายกรัฐมตรี โดยมีระบอบการปกครองแบบสาธารณรัฐ และได้จัดให้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดี หลังจากที่จักรพรรดิ์ เบาได๋ สละราชสมบัติอีกครั้งหนึ่ง ในปี พ.ศ. ๒๔๙๘ หลังจากนั้นก็มีการวุ่นวายแย่งชิงอำนาจกัน ในปี พ.ศ. ๒๕๐๖ ได้มีคณะทหารเข้ายึดอำนาจการปกครอง ได้ประกาศนโยบายที่จะกวาดล้างคอมมิวนิสต์ สหรัฐฯ ให้การรับรอง ต่อมาทางเวียดนามเหนือ ได้เปิดฉากทำสงครามกองโจรกับเวียดนามใต้

เหตุการณ์ในเวียดนามก่อนเกิดสงคราม

ตามอนุสัญญาเจนีวา พ.ศ. ๒๔๙๗ ที่ประชุมใหญ่ระหว่างชาติ มีสหรัฐฯ อังกฤษ สหภาพโซเวียต เวียดนาม ลาว และกัมพูชา มีสาระสำคัญอยู่ ๕ ประการคือ ที่สำคัญประการหนึ่งคือ เนื่องครบกำหนด ๒ ปี นับแต่ทำสัญญาสงบศึก ทั้งสองฝ่ายจะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในเวียดนาม การเลือกตั้งนี้ให้อยู่ในความควบคุมของคณะกรรมาธิการระหว่างประเทศ และประชาชนทั้งสองฝ่ายอย่างมีสิทธิเลือกถิ่นที่อยู่โดยเสรี แต่ปราฏว่าไม่ได้มีการปฏิบัติตามข้อตกลง ไม่มีการเลือกตั้ง เวียดนามจึงแบ่งออกเป็น เวียดนามใต้ และเวียดนามเหนือโดยปริยาย
ในปี พ.ศ. ๒๕๐๑ เวียดนามเหนือ หรือเวียดมินห์ ได้เริ่มทำสงครามกองโจรกับเวียดนามใต้ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือโรงเรียน เวียดมินห์จะเกลี้ยกล่อมเด็กอายุระหว่าง ๑๕ - ๑๖ ปี เข้าสมัครพรรคพวกฝึกอาวุธให้ แล้วเข้าแทรกซึมในหมู่บ้านจนประสบผลสำเร็จ สามารถขยายอิทธิพลออกไปอย่างกว้างขวาง ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๐๒ เวียดมินห์เริ่มทำการรุกรานเวียดนามใต้ด้วยอาวุธ และกำลังทหาร และในปี พ.ศ. ๒๕๐๓ โฮจิมินห์ได้จัดตั้งกองกำลังเวียดกง แนวร่วมรักชาติเพื่อปลดปล่อยเวียดนามใต้ โดยได้ดำเนินการปลูกฝังแนวความคิด โฆษณาชวนเชื่อ ขู่เข็ญ คุกคาม และจูงใจในทุกวิถีทาง โดยผ่านองค์การบังหน้าต่าง ๆ
ในปี พ.ศ. ๒๕๐๔ เวียดนามเหนือได้ทำการรุกรานเวียดนามใต้อย่างรุนแรง จนรัฐบาลเวียดนามใต้ต้องขอความช่วยเหลือจาก มิตรประเทศฝ่ายโลกเสรี ในปี พ.ศ. ๒๕๐๘ เวียดนามเหนือได้ขยายกองกำลังเวียดกงขึ้นไปถึงระดับกองทัพ เริ่มเปิกฉากการรุกหนักหลายด้าน จนสามารถยึดพื้นที่ส่วนหนึ่งของภาคกลางของ เวียดนามใต้ได้เป็นจำนวนมาก และได้เข้าโจมตีเรือรบของสหรัฐฯ ทำให้ประธานาธิบดี จอห์นสัน ของสหรัฐฯ ได้ตัดสินใจทำสงครามแบบขยายขอบเขต (Ecalation) เข้าไปในเวียดนามเหนือ สงครามโดยเปิดเผยระหว่างสหรัฐฯ และเวียดนามเหนือ จึงเริ่มต้นตั้งแต่กุมภาพันธ์ ๒๕๐๘ เป็นต้นมา

การช่วยเหลือของฝ่ายโลกเสรี

หลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลงในปี พ.ศ. ๒๔๘๘ โลกได้ถูกแบ่งออกเป็น ๒ ค่าย คือ ค่ายคอมมิวนิสต์ มีสหภาพโซเวียตเป็นผู้นำ และค่ายเสรีประชาธิปไตย มีสหรัฐฯ เป็นผู้นำ ค่ายคอมมิวนิสต์ มีนโยบายรุกราน และต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ของประเทศต่าง ๆ ในโลก ให้เป็นแบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ สหรัฐฯ จึงได้เสนอแผนการมาร์แชล (Marshall Plan) เพื่อบูรณะฟื้นฟูประเทศในยุโรปตะวันตก จากวิกฤตทางเศรษฐกิจ และตั้งองค์การสมชิสัญญาแอดแลนติกเหนือ (NATO) สำหรับช่วยเหลือในทางทหาร
ในเอเซียฝ่ายคอมมิวิสต์ขยายอิทธิพลด้วยการส่งจารชนและผู้ก่อการร้ายเข้าไปบ่อนทำลายบรรดาประเทศในทวีปอาเซีย เช่น อินโดนีเซีย เกาหลี ศรีลังกา พม่า กัมพูชา ลาว และไทย เพื่อเผยแพร่สัทธิคอมมิวนิสต์ และเข้ายึดครองประเทศเหล่านั้น ตามอุดมการณ์ครองโลกของคอมมิวนิสต์
สหรัฐฯ ตระหนักดีว่า หากอินโดจีนแพ้สงคราม และตกเป็นของคอมมิวนิสต์แล้ว จะนำไปสู่การสูญเสียเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด ตามทฤษฎีโดมิโน (Domino Theory) จึงได้ทุ่มเทความช่วยเหลือแก่ เวียดนามใต้ สหรัฐฯ จึงเป็นผู้นำในการต่อต้าน เวียดนามเหนือ นับตั้งแต่ฝรั่งเศสต่อสู้กับเวียดนามเหนือ เมื่อฝรั่งเศสแพ้ สหรัฐฯ จึงเข้าไปช่วยเหลือ เวียดนามใต้
ในปี พ.ศ. ๒๕๐๘ เวียดนามใต้ตกอยู่ในจุดอ่อนแหลมที่สุด สหรัฐฯ จึงตกลงใจส่งกำลังทหารเข้าไปปฏิบัติการในเวียดนามใต้ พร้อมกับกำลังของฝ่ายโลกเสรีอีก ๗ ประเทศ คือ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สเปน ฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) และไทย การจัดรูปแบบของการรบเป็นในแบบสงครามจำกัด มุ่งให้เป็นการรบของ เวียดนามทั้งสองฝ่ายเท่านั้น

การช่วยเหลือของฝ่ายคอมมิวนิสต์

นับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๗ เป็นต้นมา สหภาพโซเวียต และสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาอุตสาหกรรมของ เวียดนามเหนือมาโดยตลอด หลังปี พ.ศ. ๒๕๐๘ เวียดนามเหนือได้ส่งคณะผู้แทนไปติดต่อประเทศฝ่ายคอมมิวนิสต์กว้างขวางยิ่งขึ้น ระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๑๑ - ๒๕๑๓ ได้มีประเทศที่ให้ความช่วยเหลือได้แก่ โปแลนด์ เยอรมนีตะวันออก รูมาเนีย เชคโกสโลวาเกีย บัลกาเรีย แอลบาเนีย แมนจูเรีย มองโกเลีย และเกาหลีเหนือ

การส่งทหารไปร่วมรบในสงคราม เวียดนาม

ในปี พ.ศ. ๒๕๐๗ ประธานาธิบดี ตรันวันมินห์ แห่งเวียดนามใต้ได้ขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลไทย โดยขอให้ฝึกหัดนักบินของกองทัพอากาศเวียดนามใต้ ที่ส่งเข้ามาฝึกในประเทศไทย ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๐๙ รัฐบาลเวียดนามใต้ได้ขอความช่วยเหลือทางทหารจากไทยเพิ่มเติม โดยขอให้จัดส่งเรือไปช่วปฏิบัติการลำเลียง และเฝ้าตรวจบริเวณชายฝั่ง ป้องกันการแทรกซึมทางทะเลให้แก่ เวียดนามใต้ และในปีเดียวกัน ก็ได้ขอกำลังจากกองทัพบกไทย เพื่อช่วยยับยั้งการคุกคามของเวียดนามเหนือ นอกจากรัฐบาลไทยแล้วเวียดนามใต้ก็ได้ขอร้องทำนองเดียวกันไปยังประเทศฝ่ายโลกเสรีอื่น ๆ
รัฐบาลไทยได้พิจารณาเห็นว่า รัฐบาลเวียดนามใต้ ได้รับการยอมรับจากสมัชชา แห่งสหประชาชาติแล้วว่า เป็นรัฐบาลที่ได้จัดตั้งขึ้นอย่างถูกต้อง ประเทศไทยจึงควรให้ความร่วมมือเพื่อป้องกัน และยับยั้งการรุกรานครั้งนี้ เพื่อผดุงและรักษาไว้ซึ่งสันติสุขของประชาชาติผู้รักสงบในภูมิภาคนี้ จึงรับหลักการให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่ เวียดนามใต้ โดยให้กระทรวงกลาโหมรับผิดชอบดำเนินการ กระทรวงกลาโหมได้พิจารณาสนับสนุนตามลำดับดังนี้
ขั้นต้น ให้กองทัพอากาศทำการฝึกนักบินไอพ่นให้กับทหารอากาศ เวียดนามใต้ ซึ่งเข้ามารับการฝึกในประเทศไทย ตั้งแต่กันยายน ๒๕๐๗ - กุมภาพันธ์ ๒๕๐๘ รวม ๗ รุ่น ๆ ละ ๔ คน รวม ๒๘ คน
ขั้นที่สอง ให้กองทัพอากาศส่งหน่วยบิน ประกอบด้วยนักบินเครื่องบินลำเลียง ๑๐ คน ช่างอากาศ ๖ คน ไปสนับสนุนกองทัพอากาศ เวียดนามใต้ ทำการบินลำเลียงด้วยเครื่องบินลำเลียงแบบ C - ๔๗ เมื่อกัยยายน ๒๕๐๗ เรียกนามรหัสหน่วยนี้ว่า หน่วยบินวิคตอรี (Victory Wing Unit)
ขั้นที่สาม จัดตั้งกองบังคับการหน่วย ช่วยเหลือทางทหารในสาธารณรัฐเวียดนามขึ้นในกรุงไซ่ง่อน เมื่อพฤศจิกายน ๒๕๐๘ เพื่อควบคุมการปฏิบัตงานของหน่วยบินวิคตอรี ร่วมกับฝูงบินลำเลียงที่ ๔๑๕ เวียดนามใต้
ในปี พ.ศ. ๒๕๐๙ รัฐบาลเวียดนามใต้ขอร้องรัฐบาลไทย ให้ช่วยเหลือทางกำลังทหารเรือ ฝ่ายไทยจึงได้ส่งเรือจากกองทัพเรือไปช่วย โดยได้ส่งเรือหลวงพงันซึ่งเป็นเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ และเรือ ต.๑๒ ซึ่งเป็นเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งไปร่วมปฏิบัติการใน เวียดนามใต้ โดยขึ้นสมทบกับหน่วยบริการทางทะเล ทางทหารสหรัฐฯ ประจำกรุงไซ่ง่อน และกองเรือเฉพาะกิจที่ ๑๑๕ ตามลำดับ เรียกนามรหัสว่า ซีฮอร์ส (Sea Horse Task Element)
รัฐบาลเวียดนามใต้ได้ขอความช่วยเหลือทางทหารจากไทยเพิ่มเติมอีก ดังนั้นในกุมภาพันธ์ ๒๕๑๐ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้กระทรวงกลาโหม จัดกำลังรบภาคพื้นดินในอัตรากรมทหารอาสาสมัคร ไปปฏิบัติการใน เวียดนามใต้ ภายหลังได้รับนามรหัสว่า จงอางศึก (Queen's Cobra Unit) นับเป็นกองกำลังหน่วยแรกของกองทัพบกที่ปฏิบัติการรบในสงคราม เวียดนามต่อมาเมื่อพฤษภาคม ๒๕๑๐ ก็ได้เพิ่มกำลังจากขนาดกรมเป็นกองพลในชื่อเดิม คือ กองพลทหารอาสาสมัคร จากนั้นก็ได้ปรับปรุงกองบังคับการหน่วยช่วยเหลือทางทหาร ในสาธารณรัฐเวียดนาม เป็นกองบัญชาการกองกำลังทหารไทย ในสาธารณรัฐ เวียดนาม คำย่อว่า บก.กกล. ไทย/วน. เป็นหน่วยขึ้นตรงกองบัญชาการทหารสูงสุด
กองบัญชาการกองกำลังทหารไทยในสาธารณรัฐ เวียดนาม ผลัดที่ ๑
จัดตั้งขึ้นเมื่อ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๑๐ โดยมี พลตรี ยศ เทพหัสดินทร์ ณ อยุธยา เป็นผู้บัญชาการ มีที่ตั้งชั่วคราวอยู่ที่กองบัญชาการทหารสูงสุดส่วนหน้า เชิงสะพานเกษะโกมล ถนนอำนวยสงคราม กรุงเทพ ฯ
กำลังพลในกองบัญชาการกองกำลังทหารไทย ฯ ผลัดที่ ๑ ออกเดินทางตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ถึงเดือนสิงหาคม ๒๕๑๐ จึงเข้าที่ตั้งเสร็จ ได้ปฏิบัตหน้าที่ตามภารกิจได้ครบถ้วนสมบูรณ์ตามที่ได้รับมอบหมายทุกประการ ตามสายการบังคับบัญชาของชาติ ซึ่งประกอบไปด้วย กองบัญชาการกองกำลังทหารไทย กรมทหารอาสาสมัคร หน่วยเรือซีฮอร์ส และหน่วยบินวิคตอรี
เมื่อครบกำหนด ๑ ปี และเมื่อกองบัญชาการกองกำลังทหารไทย ฯ ผลัดที่ ๒ เดินทางไปรับหน้าที่ เมื่อ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๑๑ แล้ว ก็เดินทางกลับประเทศไทย เป็นส่วน ๆ โดยเครื่องบินลำเลียงของสหรัฐฯ ดำเนินกรรมวิธีส่งกำลังพลคืนต้นสังกัด จนแล้วเสร็จเมื่อ ๑๕ กัยยายน ๒๕๑๑

กองบัญชาการกองกำลังทหารไทยฯ ผลัดที่ ๒ - ๕

ผลัดที่ ๒ พลโท ฉลาด หิรัญศิริ เป็นผู้บัญชาการ แบ่งการเดินทางโดยเครื่องบินลำเลียงของกองทัพอากาศสหรัฐฯ เสร็จสิ้นเมื่อ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๑๑
นอกจากปฏิบัติการตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายแล้ว ยังได้ทำการช่วยเหลือประชาชน โดยจัดชุดแพทย์ ทันตแพทย์ และเจ้าหน้าที่ผลัดกันออกไปปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลเวียดนามใต้ ณ สถานพยาบาลตูดึ๊ก จังหวัดยาดินห์เป็นประจำทุกวัน เพื่อให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชน อีกด้วย
เมื่อปฏิบัติหน้าที่ครบ ๑ ปี และผลัดที่ ๓ มารับหน้าที่แล้ว จึงเดินทางกลับโดยแบ่งออกเป็น ๔ ส่วน คือส่วนที่ ๑ จำนวน ๘๙ คน ส่วนที่ ๒ จำนวน ๖๐ คน ส่วนที่ ๓ จำนวน ๖๐ คน ส่วนที่ ๔ จำนวน ๑๘ คน เดินทางโดยเครื่องบินกลับถึงประเทศไทยเสร็จสิ้นเมื่อ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๑๒
ผลัดที่ ๓ พลโท เชวง ยังเจริญ เป็นผู้บัญชาการ การเดินทางไปแบ่งออกเป็น ๔ ส่วน เดินทางโดยเครื่องบินเสร็จสิ้นเมื่อ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๑๓ การปฏิบัติการตามภารกิจที่ได้รับมอบคงเป็นเช่นเดียวกับผลัดที่ ๒ เมื่อปฏิบัติการครบกำหนด ๑ ปี และผลัดที่ ๔ ไปรับหน้าที่แล้วจึงเดินทางกลับ โดยแบ่งออกเป็น ๓ ส่วน เดินทางโดยเครื่องบิน เสร็จสิ้นเมื่อ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๑๓
ผลัดที่ ๔ พลโท เสริม ณ นคร เป็นผู้บัญชาการ การเดินทางไปแบ่งเป็น ๔ ส่วน เดินทางโดยเครื่องบิน เสร็จสิ้นเมื่อ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๑๓ การปฏิบัติการตามภารกิจที่ได้รับมอบคงเป็นเช่นเดียวกับผลัดที่ ๓ เมื่อปฏิบัติการครบ ๑ ปี และผลัดที่ ๕ มารับหน้าที่แล้วจึงเดินทางกลับ โดยแบ่งเป็น ๔ ส่วน เดินทางโดยเครื่องบินเสร็จสิ้นเมื่อ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๑๔
ผลัดที่ ๕ พลตรี ทวิช บุญญาวัฒน์ เป็นผู้บัญชาการ การเดินทางไปแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน เดินทางโดยเครื่องบินเสร็จสิ้นเมื่อ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๑๔
ในปลายปี พ.ศ. ๒๕๑๓ รัฐบาลไทยเริ่มดำริที่จะถอนกำลังทหารไทย ในเวียดนามใต้กลับประเทศไทย ได้มีการปรึกษาหารือ กับ กองบัญชาการทหารสูงสุด เวียดนามใต้ และรัฐบาลเวียดนามใต้ จนได้ข้อยุติในการถอนกำลังกลับ โดยแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน ส่วนแรกเริ่มถอนในเดือนกรกฎาคม ๒๕๑๔ ส่วนที่เหลือในเดือนกัยยายน ๒๕๑๕ สำหรับหน่วยเรือซีฮอร์ส เรือ ต.๑๒ จะกลับในเดือนพฤษภาคม ๒๕๑๔ เรือหลวงพงันจะกลับในเดือนเมษายน ๒๕๑๕ ส่วนหน่วยบินวิคตอรี จะถอนกำลังกลับหมดในเดือนธันวาคม ๒๕๑๔ กองบัญชาการทหารไทยฯ ผลัดที่ ๕ จะไปปฏิบัติการเพื่อควบคุมการถอนกำลังทหารไทยกลับ อยู่จนถึงเดือนเมษายน ๒๕๑๕ หลังจากนั้นรัฐบาลไทย จะส่งหน่วยขนาดเล็กที่จะเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือกับฝ่ายโลกเสรี ประจำในเวียดนามใต้ต่อไป
การถอนกำลังกลับประเทศไทย ส่วนใหญ่เดินทางโดยเครื่องบินลำเลียงแบบ C -๑๓๐ ของสหรัฐฯ ส่วนสิ่งของส่งไปกับเรือหลวงพงัน โดยแบ่งการเดินทางเป็น ๓ ส่วน เสร็จสิ้นเมื่อ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๑๕
สำนักงานผู้แทนทหารไทยในสาธารณรัฐเวียดนาม
เมื่อกองบัญชาการกองกำลังทหารไทย ฯ และกองกำลังทหารไทยทั้งหมด ต้องถอนกำลังกลับประเทศไทยในกลางเดือนพฤษภาคม ๒๕๑๕ กองบัญชาการทหารสูงสุดส่วนหน้า จึงได้ตั้งสำนักงานผู้แทนทหารไทยในสาธารณรัฐเวียดนาม (สน.ผทท.ไทย วน.) ขึ้น มีกำลังพล ๓๘ คน มีพันเอก ชูวิทย์ ช.สรพงษ์ เป็นหัวหน้าสำนักงาน เดินทางไปปฏิบัติงานเมื่อ ๑ พฤษภาคม ๒๕๑๕ และรับมอบหน้าที่ในการติดต่อประสานงานกับกองกำลังฝ่ายโลกเสรี ที่ยังคงอยู่ในเวียดนามใต้ เมื่อปฏิบัติได้เกือบครบ ๑ ปี
สถานการณ์ในเวียดนามใต้ เข้าสู่สภาพคับขันยิ่งขึ้น กองบัญชาการทหารสูงสุด จึงได้มีคำสั่งให้ปิดสำนักงานนี้ แล้วส่งมอบงานการติดต่อประสานงานต่าง ๆ ให้กับสำนักงานผู้ช่วยทูตทหารไทย ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงไซ่ง่อน และให้กำลังพลเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อ ๒ มีนาคม ๒๕๑๖ เป็นการยุติการปฏิบัติการรบของทหารไทยในเวียดนามได้ตั้งแต่นั้นมา

กรมทหารอาสาสมัคร (กรม อ.ส.ส.)

กองทัพบกรับผิดชอบดำเนินการจัดกำลังทางบก ได้ทำการเรียกพลจากผู้ที่มาสมัคร และรับสมัครทหารกองหนุน และทหารกองเกิน และทหารกองหนุนโดยให้มณฑลทหารบก จังหวัดทหารบก รวมทั้งกรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์ เป็นหน่วยรับสมัคร มีผู้มาสมัครเป็นจำนวนมาก
กองทัพบกได้มีคำสั่งแต่งตั้ง พันเอก สนั่น ยุทธสารประสิทธิ์ เป็นผู้บังคับการกรมทหารอาสาสมัคร และใช้อาคารกองพันทหารปืนใหญ่ ที่ ๒๑ รักษาพระองค์ เป็นที่ตั้งกองบังคับการกรมทหารอาสาสมัคร มีกำลังทั้งสิ้น ๒,๒๐๗ คน และกำลังทดแทนร้อยละ ๕ เมื่อได้ทำการฝึกเสร็จในเดือน กรกฎาคม ๒๕๑๐ แล้วก็ได้เริ่มออกเดินทางเป็นส่วน ๆ ส่วนล่วงหน้าเดินทางเมื่อ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๑๐ และส่วนสุดท้ายเดินทางเมื่อ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๑๐ กำลังส่วนใหญ่เดินทางโดยเรือ
กรมอาสาสมัครได้รับคำสั่งให้เป็นหน่วยขึ้นตรงกองพลทหารราบที่ ๙ สหรัฐฯ ตั้งอยู่ที่ค่ายแบร์แคต อำเภอลองถั่น จังหวัดเบียนหว่า อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ของกรุงไซ่ง่อน ห่างออกไปประมาณ ๔๐ กิโลเมตร ได้รับมอบภารกิจในการตั้งรับ แบบยึดพื้นที่ด้านตะวันออก และด้านใต้ของอำเภอโนนทรัค เพื่อเสริมที่มั่นให้แก่พื้นที่ส่วนหนึ่งของพื้นที่สนใจทางยุทธวิธี (Tactical Arca of Interest) ของกองพลทหารราบที่ ๙ สหรัฐฯ ด้วยการปฏิบัติการลาดตระเวนพื้นที่และเส้นทางอย่างกว้างขวาง การซุ่มโจมตี การทำลายเป้าหมายอย่างฉับพลัน และการยุทธส่งทางอากาศเพื่อทำลายกำลัง และที่ตั้งของพวกเวียดกง ช่วยเหลือหน่วยทหารเวียดนามใต้ในการระวังป้องกัน พื้นที่ตั้งและเส้นทางคมนาคม ตลอดจนสนับสนุนโครงการพัฒนาพื้นที่ ในเขตรับผิดชอบ ปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชน และปฏิบัติการจิตวิทยา
พื้นที่ปฏิบัติการ (Area of Operation - AO)
กรมทหารอาสาสมัครได้รับมอบพื้นที่ปฏิบัติการ (Area of oPeration - Ao) ในบริเวณอำเภอโนนทรัค และอำเภอลองถั่น จังหวัดเบียนหว่า บนฝั่งขวาของแม่น้ำดองไน ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นป่าละเมาะและสวนยาง พื้นที่เป็นที่ราบลุ่ม มีลำน้ำเล็ก ๆ หลายสายไหลลงสู่แม่น้ำดองไน ผ่านเข้าไปในพื้นที่ปฏิบัติการ พื้นที่บริเวณนี้ฝ่ายเวียดกงได้ใช้เป็นเส้นทางลำเลียงอาวุธยุทธภัณฑ์ และเสบียงอาหารจากชายฝั่งทะเลไปยังพื้นที่ปฏิบัติการ ทางสหรัฐฯ เคยส่งกองพันทหารราบเข้ายึดพื้นที่บริเวณนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง ทหารในกองพันถูกเวียดกงสังหารเสียชีวิตหมดทั้งกองพัน จนไม่มีทหารฝ่ายโลกเสรีชาติใดกล้าเข้าไปตั้งอยู่ในพื้นที่แห่งนี้

แผนการยุทธ และการปฏิบัติการ

กรมทหารอาสาสมัครได้เริ่มแผนการยุทธขึ้นใช้ชื่อว่า แผนยุทธการนเรศวร และได้แบ่งออกเป็นแผนย่อยอีก ๑๘ แผน ให้ชื่อต่าง ๆ ไว้ทุกแผน ได้วางกำลังตามอัตราการจัดส่วนใหญ่ไว้ที่บังคับการกรมในค่ายแบร์แคต เมื่อมีเหตุการณ์รบเกิดขึ้น จึงจัดกำลังใหม่ให้เหมาะสมกับการตอบโต้กับข้าศึกในแต่ละครั้ง แล้วเคลื่อนกำลังไปวางยังจุดที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น
ระหว่าง ๕ กันยายน - ๙ ตุลาคม ๒๕๑๐ กรมทหารอาสาสมัคร ได้รับมอบภารกิจให้ป้องกันค่ายแบร์แคตจากการถูกเวียดกงโจมตี จึงได้ส่งหน่วยลาดตระเวนออกค้นหา และทำลายเวียดกงในพื้นที่ทางตอนเหนือของค่าย ซึ่งเป็นสวนยาง อันเวียง กรมอาสาสมัครใช้แผนยุทธการบางแสน โดยตั้งฐานกองร้อยแล้วส่งกำลังขนาดหมวดออกลาดตระเวน และซุ่มโจมตีข้าศึก สามารถค้นหา และทำลายที่กำบังปิด (Bunker) และทุ่นระเบิด ได้เป็นจำนวนมาก
๑๐ - ๑๕ ตุลาคม ๒๕๑๐ กรมทหารอาสาสมัคร ได้รับมอบภารกิจในการลาดตระเวนค้นหา และกวาดล้างข้าศึกในพื้นที่ บริเวณหมู่บ้านอันเวียง ซึ่งเป็นที่ลุ่มมีลำน้ำหลายสายไหลผ่าน เต็มไปด้วยป่าละเมาะรกทึบ พื้นที่บริเวณนี้ทหารไทยเราเรียกกันว่า ทุ่งทอง กรมทหารอาสาได้กำหนดแผนยุทธการลาดหญ้า สำหรับการเคลื่อนย้ายกำลังทางอากาศเพื่อสนับสนุนกำลังทางพื้นดิน เนื่องจากพื้นที่นั้นอยู่ไกลเกินระยะยิงของปืนใหญ่เบากระสุนวิถีโค้ง ขนาด ๑๐๕ มิลลิเมตร ของกองร้อยปืนใหญ่สนาม ผลการปฏิบัติทำให้เวียดกงต้องถอนตัวออกไปจากทุ่งทอง
๒๐ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๑๐ กรมทหารอาสาสมัคร ได้รับมอบภารกิจให้เสริมสร้างความมั่นคงในเขต อำเภอโนนทรัค ซึ่งมีเวียดกงปฏิบัติการกระจายอยู่ทั่วไป จึงกำหนดแผนยุทธการนเรศวรขึ้น จึงวางกำลังกระจายเต็มพื้นที่ ซึ่งอยู่ในอิทธิพลของเวียดกง ปฏิบัติการจิตวิทยาพร้อมไปกับการกวาดล้างเวียดกง ได้มีการปะทะกับเวียดกงหลายแห่ง และหลายครั้ง ยึดอาวุธกระสุน และทำลายที่กำบังปิดได้หลายแห่ง
พฤศจิกายน ๒๕๑๐ กรมทหารอาสาสมัคร ได้รับมอบภารกิจให้ขยายพื้นที่ปฏิบัติการออกไปอย่างกว้างขวาง การรบทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ฝ่ายเราสามารถทำลายที่ตั้งฐานปฏิบัติการ ที่ซ่อนอาวุธ และเสบียงอาหารของเวียดกงได้เป็นจำนวนมาก
ธันวาคม ๒๕๑๐ การปฏิบัติการคงเป็นไปตามแผนนเรศวร ผลการปฏิบัติปรากฏว่าฝ่ายเวียดกงต้องตกเป็นฝ่ายตั้งรับตลอดเวลา และสูญเสียอิทธิพลที่เคยมีอยู่เหนือประชาชนในพื้นที่
ฐานปฏิบัติการที่กำลังทหารไทยตั้งอยู่ มีสภาพแวดล้อมที่เกื้อxxxล และทั้งไม่เกื้อxxxลในบางประการ แก่ทั้งสองฝ่าย ฝ่ายเวียดกงจะส่งหน่วยทหารช่างสังหาร (Sapper) ขนาดหมวด เข้าไปก่อวินาศกรรมฐานที่ตั้งของไทยโดยอาศัยความรกทึบของป่า เป็นที่หลบซ่อนกำบังตัว กรมทหารอาสาสมัครจึงเตรียมการป้องกันโดยถากถางป่ารอบ ๆ ฐานที่ตั้งทุกแห่งไม่ให้เวียดกงใช้ประโยชน์ได้ และเป็นประโยชน์ต่อการตรวจการณ์ และพื้นที่การยิงของฝ่ายเรา เป็นการปฏิบัติตามแผนสมเกียรติ ได้มีการปิดล้อม และตรวจค้น หมู่บ้าน ฟุกโถ ๑ ครั้ง หมู่บ้านบาบอง ๑ ครั้ง เพื่อค้นหา และทำลายกำลังกองโจร และกำลังหลักของเวียดกง โดยมีกำลังตำรวจเวียดนามใต้ เข้าร่วมปฏิบัติการด้วย

การปฏิบัติการรบที่ฟุกโถ (๒๐ - ๒๑ ธันวาคม ๒๕๑๐)

พื้นที่บริเวณบ้านฟุกโถ ส่วนใหญ่เป็นที่ลุ่มน้ำท่วมขัง เมื่อน้ำลดจะกลายเป็นโคลน สภาพทั่วไปเป็นทุ่งนา ป่า สวน แม่น้ำ ลำคลอง มีหญ้าคาขึ้นสูงท่ามศีรษะ ป่าส่วนมากเป็นป่าละเมาะ ป่าไผ่ ป่าชายเลน สวนยาง และสวนมะม่วงหิมพานต์ ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นคนชรา สตรีมีครรภ์ และเด็ก ซึ่งเป็นฝ่ายเวียดนามใต้ แต่ชายฉกรรจ์ทุกคน ถูกเวียดกงบีบบังคับให้เป็นผู้ส่งเสบียงให้เวียดกง ซึ่งจำใจต้องทำเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว ต้องไปหลบซ่อนตัวอยู่ตามป่าตามเขา ไม่ปรากฏตัวออกมาให้เห็น เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวกองร้อยอาวุธเบาของไทยที่อยู่ในพื้นที่ต้องส่งกำลัง ๑ หมู่ออกไปช่วยเก็บเกี่ยว และให้ความคุ้มครองชาวบ้านเหล่านี้
ฐานที่ตั้งกองร้อยอาวุธเบาที่ ๑ คร่อมทับอยู่บนถนนสาย ๓๑๙ ทางทิศใต้ของหมู่บ้านฟุกโถ วางแนวที่มั่นตั้งรับเป็นวงกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๓๐๐ เมตร มีคูติดต่อถึงกัน รั้วใช้ลวดหนามxxxบเพลงเป็นเครื่องกีดขวางตลอดแนวที่มั่น ฝ่ายเราได้ดำรงการเกาะเวียดกงตลอดเวลาทั้งการตรวจการณ์ และการลาดตระเวน ด้วยการออกไปลาดตระเวนและซุ่มโจมตี หมูนเวียนกันทั้งกลางวัน และกลางคืน ผลัดกลางวันเรียกว่า ชุดซุ่มโจมตี (Ambush) ผลัดกลางคืนเรียกว่า ชุดเฝ้าตรวจ (Watching)
ในคืนวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๑๐ เวลา ๒๒ .๑๐ น. เวียดกงได้เริ่มระดมยิงฐานกองร้อยด้วยเครื่องยิงลูกระเบิด ขนาด ๘๒ มิลลิเมตร อย่างรุนแรง เวียดกงได้ใช้กำลังขนาดใหญ่บุกเข้าโจมตีกองร้อยอาวุธเบาที่ ๑ ถึงสามด้านพร้อมกัน เวียดกงได้ระดมกันเข้าทำลายรั้วลวดหนามxxxบเพลง และสามารถตีเจาะเข้าไปในหมวดปืนเล็กที่ ๑ ได้เป็นส่วนใหญ่ แต่ถูกยิงตายเป็นจำนวนมาก เวียดกงไม่สามารถเจาะเข้าไปถึงที่บังคับการกองร้อยได้ ด้านหมวดปืนเล็กที่ ๒ เวียดกงได้ส่งกำลังบุกเข้าโจมตีเต็มกว้างด้านหน้าเป็นหลายระลอก ระลอกแรกใช้ระเบิดขว้างทำลายลวดหนาม แต่เจาะแนวเข้ามาไม่ได้ มีกำลังบางส่วนบุกเข้าตรงรอยต่อ ระหว่างหมวดแล้วใช้ทุ่นระเบิดวงเดือนทำลายรั้วลวดหนาม สามารถเจาะผ่านแนวรั้วลวดหนาม และผ่านคูติดต่อเข้าไป จึงเกิดการรบขั้นตะลุมบอน แนวรั้วลวดหนามบางแห่งเวียดกงใช้ไม้กระดานพาดแล้วปีนข้ามไป แต่เนื่องจากพวกเวียดกงไม่คุ้นกับสภาพของฐานที่มั่นของไทย จึงเหยียบถูกลูกระเบิด และสะดุดกับพลุส่องแสงที่วางไว้รอบฐาน ระหว่างนั้นเครื่องบินสปุ๊คกี้ (Spooky) ก็ได้ไปทิ้งพลุส่องสว่าง ปืนใหญ่ของกรมทหารอาสาสมัครได้ช่วยยิงกระสุนส่องแสง ทำให้บริเวณฐานที่ตั้งสว่างไสวไปทั่ว ฝ่ายเราจึงมองเห็นฝ่ายเวียดกงได้ชัดเจนจึงเป็นฝ่ายได้เปรียบ สามารถสังหารเวียดกงได้เป็นจำนวนมาก ข้าศึกส่วนใหญ่ติดอยู่ที่คูติดต่อไม่สามารถเจาะผ่านเข้าไปได้ ด้านหมวดปืนเล็ก ที่ ๓ การต่อสู้เป็นไปอย่างรุนแรง จนเที่ยงคืน ข้าศึกจึงถอยกลับไปแล้วก็กลับรวมกำลังเข้าโจมตีอีก แต่ไม่สามารถผ่านแนวต้านทานเข้าไปได้
การต่อสู้ดำเนินไปเป็นเวลาเกือบ ๕ ชั่วโมง เมื่อถึงเวลา ๐๓.๐๐ น. ข้าศึกจึงเริ่มถอนตัวออกจากแนวต้านทานของหมวดปืนเล็กต่าง ๆ ของไทย ต่อมาเมื่อเวลา ๐๔.๐๐ น. เมื่อการยิงของพวกเวียดกงเบาบางลงผู้บัวคับกองร้อยจึงส่งกองหนุนบรรทุกรถสายพานลำเลียลงพล ๒ คัน ออกปฎิบัติทางด้านเข้าตีหลักของเวียดกง และขอให้ปืนใหญ่เลื่อนฉากการยิงออกไป เพื่อทำลายกำลังและสะกัดกั้นการถอนตัวของเวียดกง การรบยุติลงเมื่อเวลา ๐๕๓๐ น.
ผลการรบฝ่ายเราเสียชีวิต ๖ คน บาดเจ็บสาหัส ๙ คน ฝ่ายเวียดกงเสียชีวิตนับศพได้ ๙๕ ศพ เสียชีวิตแต่นำศพกลับไปได้ ๙๐ ศพ (ตามคำให้การของเชลยศึก) บาดเจ็บ ๘๐ คน ถกจับเป็นเชลย ๒ คน ยึดอาวุธฝ่ายเวียดกงได้เป็นจำนวนมาก
การรบที่ฟุกโถ นับเป็นการรบที่กรมทหารอาสาสมัครของไทยประสบชัยชนะอย่างเด็ดขาด ถือได้ว่าเป็นวันแห่งชัยชนะของไทย ในสมรภูมิต่างแดน และยังผลในการสร้างขวัญกำลังใจแก่ทหารเวียดนามใต้เป็นอันมาก
กรมทหารอาสาสมัครของไทยได้รับคำชมเชยจากพลเอก เวสท์มอร์แลนด์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการช่วยเหลือทางทหารสหรัฐฯ ประจำเวียดนามใต้ และพลเอกเถาวันเวียน ประธานคณะเสนาธิการผสมกองทัพเวียดนามใต้
คำชมเชยที่ได้รับของกรมทหารอาสาสมัคร
การปฏิบัติการของกรมทหารอาสาสมัคร ที่รู้จักกันดีในฉายาจงอางศึก ตลอดระยะเวลา ๑ ปี ในสมรภูมิเวียดนาม เป็นที่ชื่นชมและได้รับคำยกย่องสรรเสริญจากหน่วยเหนือและบรรดากองกำลังชาติพันธมิตรฝ่ายโลกเสรีเป็นอันมาก นอกจากนี้กองทัพบกสหรัฐฯ ยังได้มอบเกียรติบัตรชมเชยการปฏิบัติการเป็นหน่วย (Award of the Meritorious Unit Commendation) แก่กรมทหารอาสาสมัครเมื่อ วันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๑๑

กองพลทหารอาสาสมัคร (พล.อสส.)

กองทัพบกได้ออกคำสั่งจัดตั้งกองพลทหารอาสาสมัคร เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๑๑ จำนวนกำลังพลทั้งสิ้น ๑๑,๓๐๐ คน ที่ตั้งปกติอยู่ที่ค่ายกาญจนบุรี ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง ฯ จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีศูนย์ดำเนินกรรมวิธีทหารไปรบต่างประเทศ (ศกน.) กรมยุทธศึกษทหารบก เป็นหน่วยให้กาสรสนับสนุนในด้านธุรการและส่งกำลังบำรุง กับมีเจ้าหน้าที่ประสานงานของสหรัฐฯ (Detachment Ix) เป็นที่ปรึกษา โดยบรรจุมอบเป็นหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก แต่ฝากการบังคับบัญชาไว้กับกรมยุทธศึกษาทหารบก กำลังของกองพลทหารอาสาสมัครแบ่งเป็นผลัด ๆ ละ ๑ ปี
กองพลทหารอาสาสมัคร ผลัดที่ ๑
จัดตั้งเมื่อ ๒๒ มกราคม ๒๕๑๑ มีพลตรี ทวี ดำรงหัด เป็นผู้บัญชาการกองพล แบ่งออกเป็น ๒ ผลัด เคลื่อนย้ายเข้าที่ตั้งปกติ ในค่ายกาญจนบุรีใน ๑๖ เมษายน ๒๕๑๑
การฝึก แบ่งออกเป็น ๓ ตอน ใช้เวลา ๒๕ สัปดาห์ เมื่อฝึกเสร็จแล้วทุกฐานกำเนิดส่งกำลังพลเข้า เข้ารวมพลที่ค่ายกาญจนบุรี เพื่อรับการฝึกหลักขั้นการฝึกเป็นกองร้อยต่อไป
การเดินทาง แบ่งออกเป็น ๔ ส่วนคือ ส่วนเตรียมการ ส่วนล่วงหน้า ส่วนใหญ่ และส่วนหลัง การเดินทางไปเสร็จสิ้นเมื่อ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๑๑ และเข้าที่ตั้งที่ค่ายมาตินค๊อกซ์ (Camp Matincox) ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่าค่ายแบร์แคต (Camp Bear Cat) ในเขตอำเภอลองถั่น จังหวัดเบียนหว่า ค่ายนี้มีพื้นที่ประมาณ ๙ ตารางกิโลเมตร กองพลทหารอาสาสมัคร ผลัดที่ ๑ ขึ้นอยู่ในบังคับบัญชาของกองกำลังทหารไทย ในสาธารณรัฐเวียดนาม และขึ้นในความควบคถุมทางยุทธการของกองทัพสนามที่ ๒ สหรัฐฯ (US II Field Force Vietnam) ซึ่งรับผิดชอบร่วมกับกองทัพน้อยที่ ๓ เวียดนามใต้ ในการป้องกันเขตรับผิดชอบทางยุทธวิธีของกองทัพน้อยที่ ๓ (III Corps Tactical Zone)
ภารกิจ
กองทัพสนามที่ ๒ สหรัฐฯ ได้มอบกิจเฉพาะให้กองพลทหารอาสาสมัคร ผลัดที่ ๑ เฉพาะที่สำคัญดังนี้
๑. ปฏิบัติการทางยุทธวิธีเพื่อค้นหา ทำลายกำลัง และยุทโธปกรร์ของเวียดกง กองทัพประจำการของเวียดนามเหนือ และกำลังกองโจรประจำถิ่น ในพื้นที่รับผิดชอบทางยุทธวิธี ด้วยการลาดตระเวนระยะไกล และการลาดตระเวนด้วยกำลังมาก ในพื้นที่รับผิดชอบ การปิดล้อมและตรวจค้นหมู่บ้านย การซุ่มโจมตีเป็นตำบลและพื้นที่กับการรบร่วมกับกองกำลังชาติพันธมิตร
๒. ปฏิบัติการจิตวิทยาเพื่อการสนับสนุนและการปฏิบัติการทาวยุทธวิธี โครงการพัฒนาชนบท และโครงการต้อนรับผู้กลับใจ ปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชน การให้การรักษาพยาบาล
๓. ป้องกันและรักษาเส้นทางคมนาคม สะพาน และที่ตั้งสำคัญ ๆ ในพื้นที่รับผิดชอบ
๔. สนับสนุนหน่วยทหารและตำรวจแห่งชาติเวียดนามใต้ในการป้องกัน และควบคุมประชาชนตลอดจนทรัพยากร
๕. ป้องกันฐานยิงสนับสนุนในพื้นที่รับผิดชอบ ป้องกันอำเภอลองถิ่น และการปฏิบัติการซุ่มโจมตี รวมทั้งการรักษาความปลอดภัยค่ายแบร์แคต
การสนับสนุน
กองพลทหารอาสาสมัคร ได้รับการสนับสนุนทางการส่งกำลังบำรุงจากสหรัฐฯ ตามข้อตกลงโดยกองทัพสหรัฐฯ ได้จัดหน่วยแยกทางการส่งกำลังบำรุง จากหน่วยสนับสนุนทางการส่งกำลังบำรุงที่ ๒๙ สหรัฐฯ ไปตั้งประจำอยู่ที่ค่ายแบร์แคต สนับสนุนอุปกรณ์ทุกประเภท เว้นสิ่งอุปกรณ์สายแพทย์ ซึ่งหน่วยจะเบิกตรงจากหมวดส่วนหน้าของคลังแพทย์ที่ ๓๒ ซึ่งตั้งอยู่ที่ลองบินห์ สิ่งอุปกรณ์ปประเภท ๕ เบิกตรงกับคลังกระสุนของกองพันสรรพาวุธที่ ๓ สหรัฐฯ ที่ลองบินห์ การเบิกชิ้นส่วนซ่อม และการซ่อมเครื่องบิน หรือเฮลิคอปเตอร์ ประสานงานโดยตรงกับกองร้อยขนส่ง (สนับสนุนโดยตรง) ที่ ๕๖ สหรัฐฯ การเบิกแผนที่ แผนผัง และวัสดุอื่น ๆ เกี่ยวกับแผนที่ เบิกตรงกับหมวดช่างที่ ๕๔๗ สหรัฐฯ ที่ลองบินห์ สาธารณูปโภคในค่ายแบร์แคต ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยช่างก่อสร้างภาคพื้นปาซิฟิก
กองทัพเวียดนามใต้ ให้การสนับสนุนข้าวและเกลือ ส่วนอาหารแห้งและเสบียงพิเศษ กองบัญชาการทหารสสูงสุดส่วนหน้า สนับสนุนให้
การปฏิบัติการ
ได้เข้าปฏิบัติการแทนที่กองพลทหารราบที่ ๙ สหรัฐฯ โดยได้รับมอบพื้นที่รับผิดชอบทางยุทธวิธีเฉพาะอำเภอลองถั่น ส่วนพื้นที่สนใจทางยุทธวิธี ได้รับมอบพื้นที่บางส่วนของจังหวัดเบียนหว่า และจังหวัดลองคานห์ ซึ่งติดกับพื้นที่รับผิดชอบทางยุทธวิธีของกองพล
ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไป ของพื้นที่รับผิดชอบเป็นทุ่งนา หนองน้ำ ป่าไม้โกงกาง ป่าละเมาะ สวนยาง ป่าทึบ ไปจนถึงเนินเขา มีลำน้ำหลายสายไหลผ่าน เกือบครึ่งหนึ่งของพื้นที่เป็นทุ่งนาซึ่งอยู่ตอนกลาง
การปฏิบัติการนับว่ามีความยากลำบากมาก เนื่องจากไม่สามารถแบ่งแยกฝ่ายข้าศึกได้ชัดเจน การปฏิบัติการหลักประการหนรึ่งคือ การปฏิบัติการตามโครงการสันติสุข ซึ่งมีการปฏิบัติการทํ้งทางยุทธวิธี และทางจิตวิทยาควบคคู่กันไป ได้จัดตั้งฐานยิงสนับสนุนขึ้น ให้สามารถใช้อำนาจการยิงครอบคลุมเต็มพื้นที่รับผิดชอบทางยุทธวิธี

การรบที่บินห์สัน (Binh Son)

ครั้งที่ ๑
ในวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๑๑ เวลาประมาณ ๐๓.๑๕ น. เวียดกงประมาณ ๑ กองพัน ได้เข้าโจมตีที่ตั้งกองร้อยที่ ๒ และ ๓ ของกองพันทหารราบที่ ๓ ของไทย โดยเข้าตี ๕ ทิศทางเป็น ๒ ระลอก โดยใช้การยิงนำด้วยเครื่องยิงลูกระเบิด แล้วโจมตีด้วยจรวดอาร์พีจี ฝ่ายเราขอกำลังสนับสนุนจากปืนใหญ่กองพล จากฐานยิงสนับสนุน และชุดเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธ ปืนใหญ่สามารถยิงขัดขวางฝ่ายเวียดกง แนวหน้าที่มั่นฝ่ายเราเพียง ๑๘๐ - ๒๐๐ หลา สามารถยังยั้งและสังหารข้าศึกได้เป็นจำนวนมาก จนต้องถอยกลับไป
ผลการรบฝ่ายไทยเสียชีวิต ๕ คน บาดเจ็บสาหัส ๑๑ คน บาดเจ็บไม่สาหัส ๑๕ คน ฝ่ายเวียดกงเสียชีวิตนับได้ ๖๕ ศพ คาดว่านำศพกลับไปประมาณ ๓๐ ศพ ยึดอาวุธได้เป็นจำนวนมาก
ครั้งที่ ๒
ในวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๑๒ เวลาประมาณ ๐๑.๓๕ น. เวียดกงประมาณ ๑ กองพัน ได้เข้าตีที่ตั้งกองร้อยที่ ๓ กองพันทหารราบที่ ๓ ของไทย เป็น ๒ ทิศทาง ฝ่ายไทยเตรียมวางกำลังต่อสู้ในทางลึก เพื่อให้สามารถทำลายข้าศึกได้ตั้งแต่ระยะไกล ได้ใช้ปืนใหญ่กองพลยิงสนับสนุน ขัดขวางการรุกของข้าศึกสมทบ ด้วยการยิงของเครื่องบินสปุ๊กกี้พร้อมกับทิ้งพลุส่องสว่าง ทำให้เวียดกงประสบกับความสูญเสียเป็นจำนวนมาก และยุติการรบลงในเวลาอันสั้น เมื่อเวลา ๐๓.๐๐ น. ผลปรากฎว่าฝ่ายเราเสียชีวิตต ๑ คน บาดเจ็บสาหัส ๑ คน บาดเจ็บไม่สาหัส ๔ คน ฝ่ายเวียดกงเสียชีวิตนับได้ ๔๑ ศพ ยึดอาวุธได้เป็นจำนวนมาก
ครั้งที่ ๓
ในคืนวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๑๒ เวลาประมาณ ๐๐.๒๕ น. เวียดกงได้เข้าโจมตีกองร้อยที่ ๓ กองพันทหารราบที่ ๓ โดยแบ่งกำลังเข้าตีพร้อมกัน ๓ ทิศทาง
กรมทหารราบที่ ๓๑ ได้ใช้ปืนใหญ่กองพลและเครื่องบินสปุ๊กกี้สนับสนุนอย่างได้ผล ฝ่ายเวียดกงได้รับความเสียหายหนัก จนรุ่งเช้าจึงได้ร่ยถอยกลับไป
ผลการรบ ฝ่ายไทยทุกคนปลอดภัย ฝ่ายเวียดกงเสียชีวิตนับศพได้ ๘๗ ศพ ยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ได้เป็นจำนวนมาก

การรบที่ล็อดอัน ( Loc An)

กรมทหารราบที่ ๑ ได้จัดกำลังไปตั้งฐานปฏิบัติการบริเวณหมู่บ้านล็อคอัน เพื่อสะกัดกั้นกองกำลังเวียดกง หมู่บ้านล็อคอันเป็นหมู่บ้านร้าง อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอำเภอลองถิ่น รอบพื้นที่เป็นที่ลุ่มป่าชายเลนและสวนยาง มีลำห้วยหลายสายไหลผ่าน
ครั้งที่ ๑
ในวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๑๒ เวลาประมาณ ๐๒.๑๕ น. เวียดกงประมาณ ๑ กองพัน เพิ่มเติมกำลังได้เข้าตีที่ตั้งกองร้อยทหารไทยทั้ง ๒ กองร้อย โดยเริ่มจากการยิงเตรียมด้วยเครื่องยิงลูกระเบิดและอาร์พีจี แล้วใช้กำลังส่วนใหญ่เข้าโจมตีเป็น ๓ ทิศทาง ฝ่ายไทยขอรับการสนับสนุนจากปืนใหญ่กองพล และชุดเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธของกองทัพสนามที่ ๒ สหรัฐฯ กองพลทหารอาสาสมัครก็ได้ส่งกำลังมาเสริมเมื่อเวลา ๐๔.๓๐ น. การรบดำเนินไปอย่างรุนแรงจนใกล้รุ่ง ฝ่ายเวียดกงจึงถอยร่นกลับไป ฝ่ายเราได้ไล่ติดตามไปจนถึงเวลา ๐๗.๐๐ น. จึงเลิกติดตาม
ผลการรบฝ่ายไทยเสียชีวิต ๒ คน บาดเจ็บสาหัส ๑๙ คน บาดเจ็บไม่สาหัส ๘ คน ฝ่ายเวียดกงเสียชีวิตนับศพได้ ๑๑๖ ศพ จับเป็นเชลยได้ ๓ คน ยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ได้เป็นจำนวนมาก
ครั้งที่ ๒
กองร้อยที่ ๑ และกองร้อยที่ ๔ กองพันทหารราบที่ ๒ กรมทหารราบที่ ๑ ได้รับคำสั่งให้ไปตั้งฐานปฏิบัติการที่บริเวณหมู่บ้านล๊อคอัน เมื่อ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๑๒ เวลาประมาณ ๐๐.๔๕ เวียดกง ๑ กรมหย่อนกำลัง ได้เข้าตีฐานปฏิบัติการของทหารไทย เริ่มด้วยการยิงเตรียมด้วยเครื่องยิงลูกระเบิด และอาร์พีจีอย่างหนัก แล้วส่งกำลังเข้าตี ๓ ทิศทาง ฝ่ายเราได้ขอรับการสนับสนุนจากปืนใหญ่กองพล ๖ กองร้อย และเฮลิคอปเต้อร์ติดอาวุธ กับเครื่องบินสปุ๊กกี้จากกองทัพสนามที่ ๒ สหรัฐฯ และการยิงสนับสนุนทางอากาศอย่างใกล้ชิด เวียดกงได้เข้าตีถึง ๓ ครั้ง แต่ไม่สำเร็จ และถอนตัวกลับไปเมื่อเวลาประมาณ ๐๕.๐๐ น. ฝ่ายเราออกติดตามกวาดล้างจนถึงเวลา ๐๘.๐๐ น.
ผลการรบฝ่ายไทยเสียชีวิต ๒ ศพ บาดเจ็บสาหัส ๙ คน บาดเจ็บไม่สาหัส ๒๕ คน ฝ่ายเวียดกงเสียชีวิตนับศพได้ ๒๑๕ ศพ คาดว่าเสียชีวิตแล้วนำศพกลับไป ๔๐ ศพ จับเป็นเชลยได้ ๒ คน ยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ได้เป็นจำนวนมาก
สรุปผลการปฏิบัติการ
การปฏิบัติการระหว่างวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๑๑ ถึงวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๑๒ สรุปผลได้ดังนี้
การปฏิบัติการรบ
ปะทะกับเวียดกง ๓๒๘ ครั้ง สังหารเวียดกงเสียชีวิต ๙๔๔ คน คาดว่าเวียดกงเสีชีวิต ๔๐๒ คน จับเชลยศศึกได้ ๑๗ คน จับผู้ต้องสงสัยได้ ๓๓๕ คน ผู้เข้ามอบตัว ๓ คน
ยึดอาวุธประจำการได้ ๒๔๕ กระบอก อาวุธประจำหน่วย ๑๒ กระบอก กระสุน ๕๗,๐๐๐ นัด ทุนระเบิด๒๐๒ ลูก ทุ่นระเบิดแสวงเครื่อง ๑๘๐ ทุ่น ลูกระเบิดขว้าง ๑,๔๙๒ ลูก เครื่องยิงอาร์พีจี ๕๔ ชุด จรวดอาร์พีจี ๕๔๕ ลูก
ยึดข้าวสารได้ ๑๓,๙๐๐ กิโลกรัม ทำลายที่กำบัง ๑,๙๓๗ แห่ง เรือสำปั้น ๔๒ ลำ อุโมงค์ ๑๖๕ แห่ง และยึดเอกสารต่าง ๆ ได้ ๔,๔๒๔ ฉบับ
การสูญเสียของฝ่ายไทยจากการปฏิบัติการรบ ๕ ครั้ง มีผู้เสียชีวิต ๑๔ คน บาดเจ็บสาหัส ๔๖ คน บาดเจ็บไม่สาหัส ๕๒ คน

การช่วยเหลือประชาชน

ได้ดำเนินการช่วยเหลือประชาชนชาวเวียดนามใต้ในการก่อสร้างสาธารณูปโภค จัดชุดแพทย์และทันตแพทย์เคลื่อนที่ ไปรักษาพยาบาลประชาชน พอประมวลได้รายการที่สำคัญดังนี้
ตัดถนนยาว ๗,๓๐๐ เมตร ถากถางพื้นที่และปรับพื้นที่ ๑๐๖,๗๐๐ เมตร รักษพยาบาลผู้ป่วยเจ็บ ๓๐,๙๖๔ ราย จัดชุดปฏิบัติการจิตวิทยา ๓๑๙ ครั้ง
การผลัดเปลี่ยนและการเดินทางกลับ
กองพลทหารอาสาสมัคร ผลัดที่ ๑ ส่วนที่ ๑ ปฏิบัติการอยู่ในเวียดนามใต้ ได้ ๖ เดือน ผลัดที่ ๑ ส่วนที่ ๒ จึงเดินทางไปสมทบในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๑๒ และปฏิบัติการร่วมกันเป็นเวลา ๖ เดือน จากนั้นผลัดที่ ๒ ส่วนที่ ๑ จึงได้เดินทางไปผลัดกับกำลังของผลัดที่ ๑ ส่วนที่ ๑ เป็นส่วน ๆ ตามลำดับ เสร็จแล้วจึงทะยอยเดินทางกลับโดยเครื่องบินลำเลียงของสหรัฐฯ

คำชมเชยจากต่างประเทศ

รัฐบาลเวียดนามใต้และกองทัพสหรัฐฯ ได้สดุดีเกียรติประวัติของกองพลทหารอาสาสมัคร ผลัดที่ ๑ ส่วนที่ ๑ว่า ได้ปฏิบัติการรบอย่างกล้าหาญยิ่งยวด ทำให้เวียดกงประสบความสูญเสียอย่างหนัก กองกำลังทหารบกไทย ได้คุ้มครองป้องกันประชาชนชาวเวียดนามใต้ในพื้นที่รับผิดชอบ ไม่ให้ฝ่ายเวียดกงทำอันตรายได้ควบคู่ไปกับการปฏิบัติการทางทหาร ได้ช่วยเหลือในด้านการรักษาพยาบาล และช่วยเหลือให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ดีขึ้นและได้ปฏิบัติต่อชาวเวียดนามฉันท์ญาติพี่น้อง
ดังนั้นรัฐบาลเวียดนามใต้ถึงได้มอบแพรแถบเชิดชูเกียรติคุณหน่วยประดับธงชัยเฉลิมพลของกองพลทหารอาสาสมัคร รวม ๒ แถบ และรัฐบาลสหรัฐฯ ได้มอบเกียรติบัตรชมเชยดังนี้
เวียดนามใต้
The Unit Citation Streamer Colkor of Gallantr Cross with Palm
แพรแถบเชิดชูเกียรติคุณหน่วยกางเขนแห่งความกล้าหาญประดับใบปาล์ม
The Unit Citation Streamer Color of the Civic Action Medal with Oakleaf
แพรแถบเชิดชูเกียรติคุณหน่วยเหรียญกิจการพลเรือนประดับใบโอ๊ค
สหรัฐอเมริกา
The US Mertorious Unit Commerdation
เกียรติบัตรชมเชยการปฏิบัติงานดีเด่น



Create Date : 29 เมษายน 2549
Last Update : 29 เมษายน 2549 17:48:48 น. 20 comments
Counter : 11200 Pageviews.

 
ติดตามอยู่เสมอ สุดยอดครับท่าน อยากได้รายละเอียดการรบแบบนี้อีก ขอบคุณล่วงหน้าครับ


โดย: Free as the wind IP: 58.9.128.253 วันที่: 1 พฤษภาคม 2549 เวลา:20:53:52 น.  

 
ติดตามๆ


โดย: คนขายของ IP: 221.128.110.96 วันที่: 2 พฤษภาคม 2549 เวลา:15:51:50 น.  

 
ทหารไทย ตำรวจไทย ตำรวจตระเวนชายแดน อาสาสมัครรักษาดินแดน มีความกล้าหาญอยู่แล้วสู้ไม่เคยถอย ชาติใดๆ ถึงแม้คนจะน้อยกว่า อาวุธ ยุทธโธปกรณ์ เทคโนโลยี ทางทหารจะด้วยกว่าเขา รู้ทั้งรู้ว่าเราเสียเปรียบเขา แต่ ความกล้าหาร ชาญชัย โดยใจของนักรบโดยแท้จริง ที่สิงอยู่ในตัวของทหารไทย ตำรวจไทย ตำรวจตระเวนชายแดน อาสาสมัครรักษาดินแดน ถึงสู้ไม่ได้ก็ต้องให้เครื่องบินมาบอมเพื่อตายไปกับศัตรู ไม่เคยคิดจะท้อถอยไปไหน จะสู้เพื่อ ชาติ ศาสนา กษัตริ์ เพื่อคนไทยทุกคนไม่ให้เสียอธิปไตรไทย ไม่ให้มีความเดือดร้อน ให้นอนหลับสบาย ให้อยู่กินสบาย ไม่ต้องห่วงเรื่องความมั่นคง จะขอเป็นตัวแทนของคนไทยทั้งชาติขอสดุดี เชิดชูเกียรติยศ ความกล้าหาญ ชาญชัย ความกล้าหาญชาญชัย ที่เสียสละอย่างแท้จริง เพื่อเป็นกำลังใจให้ปฏิบัติงานให้ราชอาณาจักไทยต่อไป และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวญาติพี่น้อง ทหาร ตำรวจ ที่พลีชีพเพื่อชาติไทยของเรา ขอให้ดวงวิญญาณไปสู่สุขติ และทุกๆนายที่พลีชีพไปจะไม่สูญเปล่า แต่จะคงอยู่ในใจของคนไทยทุกคนตลอดไป


โดย: คนที่รักแผ่นดินไทย IP: 117.47.162.82 วันที่: 18 สิงหาคม 2551 เวลา:21:44:10 น.  

 
คนไทยเก่งมาก ตายน้อย บาดเจ็บน้อยไม่เป็นเชลย แต่เวียดกงตายเยอะแท้ - -
นี่คือผลของสงคราม

เวียดนามใต้ ตาย 220,357
อเมริกา ตาย 58,159
เกาหลีใต้ ตาย 4,407
ไทย ตาย 1,351
ออสเตรเลีย ตาย 520
นิวซีแลนด์ ตาย 37
รวม 285,831

ส่วนฝ่ายเวียดกง
เวียดกง ตาย 1,176,000
จีน ตาย 1,446
รวม 1,177,446

ถึงแม้ว่าเวียดกงจะเสียกำลังไปเท่าใดก็ตาม ก็ไม่เคยหวั่น จนในที่สุด สภาคองเกรซของสหรัฐจึงไม่อนุมัติ ให้อเมริกาเพิ่มทหารเข้าไปในเวียดนามได้อีก
เป็นการประกาศชัยชนะต่อชาวตะวันตกโดยสิ้นเชิง

ปล ผมชอบเวียดกงนะ เป็นประเทศเดียวในเอเชียที่ชนะอเมริกาและฝรั่งเศส
ถ้าเด็กไทย ชาวไทย ทหารไทย ตำรวจไทยทุกคนเป็นอย่างเวียดกงละก็(หมายถึงความรักชาติ)ก็ ก็ คงจะดี อิอิ


โดย: ผู้ผ่านศึกเวียดนาม IP: 58.8.109.113 วันที่: 26 กันยายน 2551 เวลา:0:39:50 น.  

 
พ่อเราก็ไปที่นั้น ท่านเป็น จงอางศึก


โดย: น๊อต IP: 124.157.136.117 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2551 เวลา:20:18:17 น.  

 
พ่อเราก็ไปที่นั้น ท่านเป็น จงอางศึก


โดย: น๊อต IP: 124.157.136.117 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2551 เวลา:20:18:20 น.  

 
ทหารไทยสมัยนั้นกล้าหาญมากครับ พ่อผมก็รุ่นเดียวกัน ท่านเป็นทหารสื่อสารยศสิบตรี
เล่าให้ผมฟังว่า ตอนนั้นพอเค้าประกาศเอาทหารอาสาไปรบเวียดนาม
มีแต่คนแย่งสมัครจะไป ไม่มีใครขลาดกลัวพวกญวนแม้แต่น้อย
แล้วยังบอกว่าที่หน่วยทหารสื่อสาร ที่พ่อผมประจำอยู่แย่งกันจนพ่อผมอดไป
บ่นว่าเสียดายอยู่ถึงทุกวันนี้


โดย: NATSKI13 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2551 เวลา:12:09:36 น.  

 
คนไทยใจกล้า


โดย: เอ IP: 125.27.170.97 วันที่: 21 พฤศจิกายน 2551 เวลา:11:02:11 น.  

 
ใครว่ามีแต่เวียดนามที่ชนะฝรั่งเศสอย่างน้อยในกรณีพิพาทไทย-อินโดจีนฝรั่งเศสเราก็ประสบความสำเร็จระดับหนึ่งละครับ


โดย: ... IP: 118.174.147.221 วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:19:07:22 น.  

 
คุณปู่เราก็เป็นหนึ่งในการรบด้วย...สนั่น ยุทธสารประสิทธิ์


โดย: มด IP: 125.25.81.0 วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:20:08:25 น.  

 
ขอสดุดี...นักรบไทยผู้เสียสละ...ขอให้สู่สุขคติในสัมปลายภพ..


โดย: สมิหลา IP: 118.173.182.208 วันที่: 21 ตุลาคม 2552 เวลา:2:37:46 น.  

 
คนไทย ซู้ตาย


โดย: ทหารไญ่ IP: 117.47.245.53 วันที่: 7 สิงหาคม 2553 เวลา:19:11:31 น.  

 
ขอให้ทหารทุกคนจงสู้ต่อไป


โดย: คนดี มีน้ำใจ IP: 117.47.245.53 วันที่: 7 สิงหาคม 2553 เวลา:19:13:30 น.  

 
ในแผนที่ตั้งค่าย ของพิพิธภัณฑ์เวียดนาม ไม่ยักกะเห็นธงไทยติดเลย มีแต่ของเกาหลี ฟิลิปปินส์
ไปถามคนแก่เวียดนามใต้สมัยสงครามก็ไม่เห็นเขาชื่มชมทหารไทย ซ้ำเขายังบอกนะ ว่าทหารไทยนะเหรอวันๆๆ เอาแต่จีบสาวเวียด ขุดดิน ถางหญ้า หลบอยู่ในค่าย
รูปถ่ายส่วนมากก็เป็นทหารอเมริกันรบซะเป็นส่วนใหญ่
ในสมรภูมิที่เกาหลี ก็เหมือนกัน ก็ไม่เห็นเกาหลีใต้จะให้ความสำคัญกับไทยเลย ทั้งที่ไปช่วยรบ เห็นแต่ได้ข่าว ไปได้เมีย มีลูกที่โน่น ที่นี่ วีรกำทหารไทย ไม่เชื่อลองมาเวียดนามดูได้


โดย: ทหารไทย IP: 123.28.84.221 วันที่: 5 มกราคม 2554 เวลา:14:36:43 น.  

 
พ่อเราตายที่นั่นแหละ


โดย: ลูกทหาร IP: 115.31.136.249 วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:14:47:37 น.  

 
ที่ไม่เห็นธงไทยที่เวียดนาม ก็เพราะเวียดกงม้านเกลียดเราเข้าใส้ เพราะรบกับทหารไทยม้านไม่เคยถล่มเราได้สักที เคยได้ยินวลีนี้ไม กูจะเอาเลือดทหารไทยมาล้างตีน จากนายพลคนหนึ่งของเวียดนาม ตอนที่จะยึดชาติไทยในทฤษฎีโดมิโน สุดท้ายม้านก็เจาะเข้าไทยไม่ได้ ม้านยังแค้นอยู่ไม่หายทุกวันนี้เมื่อมีเรื่องกับเขมรม้านยังส่งทหารมาช่วยเขมรรบกับไทยเลยอยากรู้รายละเอียดหาดูคลิปทหารพรานไทยก็ได้ และที่ม้านกลัวที่สุดก็คือทหารจาก ร.3 พัน.2 กองพันย่าโม ไปดูรายละเอียดที่พิพิธภัณฑ์ของหน่วยนี้ได้ ถ้าคุณไม่ชอบทหาร ก็ไม่เป็นไร แต่ที่คุณมาโพสต์ดูถูกทหารได้ทุกวันนี้ ก็ไม่ใช้เพราะพวกเขาเหล่านี้เหรอที่เสียสละชีพเพื่อปกป้องชาติ ให้คุณไม่ต้องเป็นคอมมิวนิสต์ หรือเป็นเมืองขึ้นของเวียดนาม คิดดูดีดีน่ะคุณ คห. ๅภ


โดย: ทหารไทย IP: 118.174.144.90 วันที่: 4 ธันวาคม 2555 เวลา:11:52:47 น.  

 
ยามศึกเรารบยามสงบกัดกันเอง เศร้าวะ ภาคใต้เอย สารพัดสีเอย การเมืองเอย
@


โดย: คนเฝ้าบ่อน้ำแห้ง IP: 118.231.230.64 วันที่: 14 เมษายน 2556 เวลา:23:08:52 น.  

 
ผมก็ลูกจงอางศึกครับ


โดย: ธนชัย IP: 180.183.238.132 วันที่: 7 ตุลาคม 2556 เวลา:21:23:00 น.  

 
เสือดำครับ


โดย: เปียก ส เพลินจิต IP: 192.99.14.34 วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:10:41:21 น.  

 
จงอางศึกครับ ฟุกโถ


โดย: yod IP: 14.207.96.3 วันที่: 13 สิงหาคม 2559 เวลา:22:40:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Analayo
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 56 คน [?]




หากโลกนี้มีความยุติธรรม เราคงไม่ต้องมีศาล ไม่ต้องมีทหาร ไม่ต้องมีตำรวจหรอก/Skyman
@ จ่อยน้องลิง @
@ จ่อยหัวหอม @
X
X



free counters


Friends' blogs
[Add Analayo's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.