ไปกด Link ได้ที่แฟนเพจ https://www.facebook.com/skymantaf หรือ Follow ได้ที่ Twitter https://twitter.com/skymantaf หรือที่ http://www.thaiarmedforce.com นะครับ
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2550
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
4 พฤษภาคม 2550
 
All Blogs
 
วีรกรรมของทหารอาชีพไทย..."ยุทธการผาเมืองเผด็จศึก"



บทความนี้เขียนขึ้นโดยพันเอก สมจริง สหเสนี โดยคุณ vasin นำมาโพสเผยแพรที่ thaifighterclub.com ซึ่งเป็นเรื่องราวส่วนหนึ่งของ ยุทธการผาเมืองเผด็จศึก ซึ่งเป็นปฏิบัติการของกองทัพภาคที่สามต่อผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์บริเวณเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ บทความบอกเล่าเรื่องราวความยากลำบากและวีรกรรมของทหารอาชีพในสมัยนั้นที่ต่อสู้เพื่อปกป้องชาติและราชบัลลังค์โดยแท้จริง ในยุคสมัยที่ความแตกแยกของคนไทยลุกลามถึงขั้นต้องจับอาวุธขึ้นมาต่อสู้กัน

พวกเรา.....คนไทยสมัยนี้, เมื่ออ่านบทความนี้จบแล้ว, ร่วมคิดและตรึกตรองถึงผลของการแตกความสามัคคี ซึ่งเกือบนำพาประเทศชาติไปสู่หายนะกันครับ




ยุทธการผาเมืองเผด็จศึก
พันเอก สมจริง สหเสนี


เสียงกึกก้องกัมปนาทของปืนใหญ่บนเขาค้อและปืนใหญ่จากด้านเขาห้วยทรายที่ยิงติดต่อกันไม่ขาดระยะ นาฬิกาเพิ่งบอกเวลา ๐๕.๓๐ น. ของวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ อากาศรอบฐานหนาวเย็นยะเยือก อาศัยแสงดาวที่ระยิบระยับบนท้องฟ้า ทำให้พอสังเกตเห็นว่าที่ลานจอด ฮ. ข้างกองอำนวยการโครงการพัฒนา ลุ่มน้ำเข็ก ขณะนี้คราคร่ำไปด้วยเหล่าทหารจาก กองพันทหารราบเฉพาะกิจที่ ๓๔๔๔ (พัน.ร ๓๔๔๔) ซึ่งเป็นทหารจาก กองพันที่ ๔ กรมทหารราบที่ ๔ และเต็มไปหมด เสียงตะโกนเรียกหากันดังโหวกเหวก ระคนกับเสียงคุยจ้อกแจ้กจอแจ

เมื่อปืนใหญ่เงียบเสียงไปแล้ว สักครู่ก็ปรากฏเสียง ฮท.๑ จำนวนหลายลำดังกระหึ่มมาจากทางด้านหล่มสัก พอใกล้เข้ามาเสียงก็ยิ่งดังจนแสบแก้วหู ไฟสีเขียวสีแดงที่ตัวเครื่องวูบวาบข้ามศีรษะไปเป็นทางเหมือนกับผีกระสือ

อึดใจเดียวก็ได้ยินเสียงปืนกล เอ็ม-๖๐ ดี ขนาด ๗.๖๒ มม. ของ ฮท.๑ (ขนส่ง) ซึ่งติดตั้งอยู่ข้างห้องโดยสารของเครื่องข้างละกระบอก ที่เพิ่งบินผ่านไปเมื่อสักครู่ ดังสนั่นจนได้ยินอย่างชัดเจน เสียงการยิงดังกล่าวเป็นการยิงเพื่อเคลียร์พื้นที่ก่อนที่จะปล่อยทหารระลอกแรกลงในพื้นที่บริเวณหนองแม่นา นอกจากนั้นยังมีเสียงจรวด ๗๐ มม. และปืนมินิกัน ๖ ลำกล้อง ขนาด ๗.๖๒ มม. ของ ฮท.๑ (กันชิพ) ที่บินคุ้มกันดังสนั่นหวั่นไหวสลับกันอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย

ฮ. เหล่านี้บินมาจาก พตท. ๑๖๑๗ อ. หล่มสัก และเป็น ฮ. เที่ยวแรกที่นำทหารจาก พัน. ร. ๓๔๔๔ จำนวน ๑ กองร้อย ไปลงในพื้นที่หนองแม่นา รังใหญ่ของ ผกค. เขตเขาค้อ

วันนี้ (๒๐ ก.พ. ๒๔) เป็นวันที่กองทัพภาคที่ ๓ ประกาศสงครามกับกองกำลังผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งจะต้องจารึกเอาไว้ว่า วันนี้นักรบไทยส่วนหนึ่งในสังกัดของ กองพลทหารราบที่ ๔ ได้ไปสร้างเกียรติประวัติฝากชื่อไว้ในแผ่นดินที่ เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

ก่อนที่จะถึงวันนี้กองกำลังส่วนหนึ่งซึ่งประกอบ ด้วยทหารพรานและอาสาสมัครชาวเขาได้เคลื่อนย้ายเข้าปิดล้อมฐานที่มั่นของ ผกค. และในวันนี้เป็นวันที่กำลังส่วนหน้านั้นจะสมทบกับกำลังที่ส่งทางอากาศเข้าร่วมโจมตีที่หมายต่างๆ พร้อมกัน

๐๖.๐๐ น. ดวงอาทิตย์สีหมายสุกโผล่พ้นทิวเขาขึ้นมา พอจะเห็นอะไรได้ชัดเจนขึ้น บริเวณลานจอด ฮ. ที่กำลังพลุกพล่านไปด้วยทหารจาก พัน. ร. ๓๔๔๔ ทั้งนายทหาร นายสิบ พลทหาร ทุกคนสวมหมวก แบร์เล่ย์สีพราง จำนวนไม่ต่ำกว่า 2 กองร้อย กำลังรอคิวขึ้น ฮ. เที่ยวต่อไป เป้ที่อยู่บนหลังบรรจุแน่นไปด้วยสิ่งของเครื่องใช้ อาวุธ กระสุนทุกชนิดเต็มอัตราศึก ทหารเหล่านี้พอกหน้าด้วยดินหม้อจนดูเหมือนพวก นิโกร ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใสร่าเริง พูดกระเซ้าเย้าแหย่กันด้วยความสนุกสนาน ไม่มีแวววิตกกังวลอยู่บนใบหน้าแม้แต่น้อย ผบ.ร้อย ผบ.หมวด ผบ.หมู่ กำลังจัดระเบียบการขึ้น ฮ. อยู่อย่างสับสน ผบ.หมู่ กำลังตามหาลูกหมู่ของตนอยู่อลหม่าน เสียงตะโกนเรียกหาโหวกเหวกดังอยู่อย่างเอ็ดอึง.... กว่าจะตามหาได้ครบก็เสียงแหบเสียงแห้ง

สักครู่หนึ่ง ฮท.๑ (ขนส่ง) ๓ - ๔ เครื่อง ก็บินกลับลงมาจอดที่ลานจอด โรเตอร์หลักพัดฝุ่นฟุ้งตลบ อบอวลจนเกือบมองไม่เห็นอะไร เดี๋ยวเดียวก็ทยอยกันมาอีก ๖ เครื่อง และกำลังทยอยลงจอดเป็นแถวยาวเยียด มี ฮท.๑ (กันชิพ) ๔ เครื่องเท่านั้นที่บินเลยไปจอดที่ลานอีกแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้กันแต่มีขนาดเล็กกว่า เพื่อโหลดจรวดและกระสุนปืนกลเพิ่ม ขณะที่ทหารกองร้อยแรกของ พัน.ร. ๓๔๔๔ ลงไปตะลุยขับเคี่ยวกับ ผกค. อยู่ในหนองแม่นาแล้ว ซึ่งสามารถได้ยินเสียงปืนแว่วมาจากด้านหลังของเขาค้อ และทหารส่วนที่เหลือนี้กำลังจะตามไปสมทบอีก....

ฮ. ยังคงติดเครื่องกระหึ่ม ใบพัดใหญ่หมุนคว้างฝุ่นปลิวว่อน นักบินและช่างเครื่องกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่ที่ท้องเครื่องเพื่อหารอยกระสุน เพราะเมื่อสักครู่นี้ขณะที่ร่อนลงปล่อยทหาร ถูก ผกค. ซัดเข้าไปหลายรู อาจจะเป็นเพราะเราจู่โจมลงไปโดยที่มันไม่รู้ตัวก็ได้มันเลยตั้งหลักไม่ทัน จึงเพียงแต่เฉี่ยวๆ ไม่ถูกที่สำคัญ เหล่าทหารที่กำลังรอขึ้นเครื่องอยู่ ก็เริ่มทยอยขึ้นเครื่อง ๆ ละ ๖ - ๗ นาย ซึ่งปรกติแล้วถ้ามีแต่ตัวเปล่าๆจะนั่งได้อย่างสบาย แต่เมื่อทุกคนบรรทุกของใส่เป้มาเต็มที่ น้ำหนักไม่ต่ำกว่าคนละ ๓๐ กก. แล้วไหนจะอาวุธและกระสุนอีกก็เลยทำให้ภายในเครื่องเกือบไม่มีที่ว่างแม้แต่นิดเดียว พอทหารขึ้นนั่งประจำที่ครบทุกเครื่องแล้ว

“เคลียร์”

พอสิ้นเสียง นักบิน ฮท.๑ (ขนส่ง) เครื่องหมายเลข ๑ ซึ่งจอดอยู่หัวแถว ก็เร่งเครื่องจนใบพัดใหญ่หมุนติ้ว เครื่องยกตัวขึ้น พอสกีพ้นพื้นก็พุ่งปราดไปข้างหน้า บินนำไปก่อนเป็นเครื่องแรก แล้วเครื่องที่ ๒-๓-๔-๕ จนถึงเครื่องที่ ๑๐ ก็บินตามกันไปเป็นหาง มุ่งหน้าสู่หนองแม่นาซึ่งกำลังมีการปะทะกันอยู่ ส่วน ฮท.๑ (กันชิพ) ทั้ง ๔ เครื่องนั้นไปบินวนคุ้มกันอยู่บนอากาศก่อนแล้ว พอขบวน ฮ. บินผ่านฐานปฏิบัติการบนเขาค้อ ก็มองเห็นทหารที่อยู่บนฐานนั้นโบกมือให้กำลังใจกันสลอน



ข้ามเขาค้อไปก็มองเห็นเขาย่าอยู่แค่เอื้อม ตรงนั้นมีที่ราบนิดหน่อย ฮท.๑ หมายเลข ๒๓๔๐๗ ซึ่งเป็นเครื่องนำขบวน เริ่มลดระดับลง ฮ. เครื่องอื่นที่บินเกาะหมู่มาด้วยกันก็แยกย้าย เพื่อเตรียมร่อนลงปล่อยทหารตามตำแหน่งที่กำหนดไว้ แนวไม้ข้างล่างใกล้พื้นที่เป้าหมายมีกลุ่มควันที่เกิดจากการปะทะ ผุดขึ้นตรงโน่นตรงนี้ราวกับดอกเห็ด

นักบินบังคับเครื่องวนอยู่สักอึดใจก็นำเครื่องลดระดับลงต่ำ พลปืนกลทั้งซ้ายขวายิงกราดนำไปก่อน เพื่อเป็นการเคลียร์พื้นที่ ที่หมายเป็นป่าอ้อสูงท่วมหัวปะปนกับไม้รวกหนาทึบมีที่ว่างอยู่นิดหน่อย.....พอถึงที่หมาย นักบินบังคับเครื่องให้ลอยนิ่งอยู่ในระยะ ๑๕ ฟุต เหนือพื้นดิน พลปืนบนเครื่องสอดสายตามองหาเป้าหมายที่เป็น พวกแม้วแดง ที่อาจจะแอบซ่อนอยู่ในดงไม้เพื่อหาโอกาสสอย ฮ. ที่กำลังลอยตัวเพื่อส่งทหารลงที่หมาย ซึ่งเกือบจะเป็นเป้านิ่งเลยทีเดียว

“โดด...”

สิ้นเสียงผู้บังคับหมู่สั่ง.... ทหารทั้งหมดต่างโดดออกจากประตูเครื่องทั้งสองข้าง เสียงอีลุ่บตุ้บตั้บ บางคนลงในป่าอ้อ บางคนลงไปในกอไม้รวกเสียงสวบสาบ พอทหารกระโดดลงหมดแล้ว ฮ. ยกตัวขึ้น ไอ้แม้วไม่รู้ว่าซ่อนอยู่ตรงไหน ซัดด้วยอาร์ก้าหรือ เซกาเซ่ก็ไม่ทราบ......

“เปรี้ยง...เปรี้ยง...เปรี้ยง...เปรี้ยง.........”

มายังกับห่าฝน กระทบตัวเครื่องทั้งซ้ายขวาดังโป๊กเป็ก มือไวทันคิด พลปืนเอ็ม-๖๐ ทั้งสองข้างซัดตอบโต้ลงไปเสียงสนั่นหวั่นไหว นักบินดึงเครื่องพุ่งปราดไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ฮท.๑ (กันชิพ) เครื่องหนึ่งจิกหัวตรงรี่ลงมาเกือบเรี่ยติดดิน หวดซ้ำด้วยปืน มินิกันเป็นแนวยาวไปตลอด กระสุนส่องวิถีแดงวูบวาบลงไปในแนวป่า

ฮท.๑ (ขนส่ง) ทุกเครื่องกลับมาอย่างปลอดภัยไม่มีเครื่องใดได้รับอันตรายจนถึงกับโหม่งโลก แต่ก็ได้แผลกลับกันมาเครื่องละแผลสองแผล บางเครื่องก็ห้าหกแผล พอลงจอดบนลานช่างเครื่องก็กระโดดลงมาเพื่อตรวจรอยกระสุนที่ไอ้แม้วมันฝากมาเป็นที่ระลึก เครื่องที่โดนช่างเครื่องก็จะเอาตะไบขูดแต่งเสียงโกรกกราก ถ้าโดนตรงหัวเครื่องก็ยากหน่อยเพราะหารูออกไม่เจอต้องเอาไขควงมาถอดสกรูออกเป็นช่องเพื่อควานหาหัวกระสุน ถ้าปล่อยเอาไว้อาจจะเป็นอันตราย ถ้าบินขึ้นไปอีกครั้งไอ้หัวกระสุนที่ปล่อยทิ้งไว้มันอาจจะทำพิษภายหลัง บินไปดีๆ คันบังคับแข็งขึ้นมาดื้อๆ จะลำบาก

เสียงโจษจันของนักบินกับช่างเครื่องยังดังอยู่อื้ออึงแข่งกับเสียงเครื่องยนต์

“เฮ้ย...ของอั๊ว ๓ รู ว่ะ...”

“สู้ของข้าไม่ได้ ๕ รู ว่ะ...”

“ไอ้บ้า...เอ็งเล่นเอารูเก่ามานับด้วยนี่หว่า...”

ถูกยิงมาแทนที่จะอกสั่นขวัญหาย แต่ไม่เห็นมีใครวิตกกลับเห็นเป็นของธรรมดาเห็นเป็นของสนุก ต่างประกวดประขันกันเสียอีกว่าของใครจะถูกมากกว่ากัน พอพบเข้ารูหนึ่งก็ “เฮ” ขึ้นมาครั้งหนึ่ง...

นักบินและช่างเครื่อง เหล่านี้ผ่านมาเกือบทุกสมรภูมิในภาคเหนือ มีอยู่เครื่องหนึ่ง ช่างเครื่องซึ่งกำลังตรวจหารอยกระสุน ได้ถอดฝาครอบท่อนหางดูทุกคนร้อง “โอ้โฮ...” เกือบจะพร้อมกัน ภาพที่เห็นก็คือ โซ่ที่บังคับเทลโรเตอร์ (ใบพัดหาง) นั้นขาดตกลงมาห้อยร่องแร่ง ปลายโซ่ที่เหลืออีกข้างหนึ่งเกาะอยู่บนเฟืองเพียงซี่เดียวจะหลุดมิหลุดแหล่ ถ้าโซ่เส้นนี้หลุดจากเฟืองขณะที่ยังอยู่ในอากาศละก็มีหวังหมุนคว้างโหม่งโลกอย่างไม่มีปัญหา ก็ไม่รู้ว่ามีหลวงพ่อองค์ไหนช่วยเอาไว้ จึงได้ลงจอดอย่างนิ่มนวลจนเกือบจะไม่มีใครรู้สึกเลยว่าอะไรผิดปรกติ



การลำเลียงทหารของ พัน.ร. ๓๔๔๔ เข้าไปส่งในพื้นที่เป้าหมายในหนองแม่นา ของ ฮท.๑ (ขนส่ง) ทั้ง ๑๐ เครื่อง ยังดำเนินต่อไปอีก ๓ เที่ยวบิน จนกระทั่งในเที่ยวที่ ๖ ซึ่งจะนำ ทหารที่เหลืออีก ๑ หมวด เข้าสู่พื้นที่หนองแม่นาเป็นเที่ยวสุดท้าย

เมื่อ ฮ. ทั้งหมดลอยอยู่เหนือที่หมาย ตรงนั้นเป็นทุ่งนาที่ ผกค. ใช้ปลูกข้าวกว้างสุดลูกหูลูกตา ผิดกับในแผนที่อย่างลิบลับเพราะดูในแผ่นที่มีอยู่นิดเดียว มองเห็นลำน้ำเข็กไหลคดเคี้ยวไปไกลพอเครื่องลดระดับลงก็ได้ยินเสียงปืนเล็กปืนกลและเสียงระเบิดจากการปะทะดังกึกก้องไปหมด ซึ่งขณะนั้นมีการปะทะกันอย่างหนักที่ริมลำน้ำเข็ก พื้นที่ตรงนั้นเป็นที่ตั้งของบ้านหลักชัย

บ้านหลักชัยมีชื่อเดิมว่า “บ้านเขาย่า” แต่ถ้าจะไปหาชื่อบ้านหลักชัยในแผนที่จะไม่มีทางหาพบ เพราะชื่อนี้เป็นชื่อจัดตั้ง บ้านหลักชัยตั้งอยู่บนฝั่งซ้ายของลำน้ำเข็กตรงข้ามกับเขาค้อแต่ห่างกันหลายกิโลเมตร มีอยู่ด้วยกัน 50 หลังคาเรือน ประธานบ้านชื่อ เล่าแกน แซ่โล่ว มีทหารบ้านประจำอยู่หลายสิบคน รอบๆ หมู่บ้านจะขุดเป็นคูยิงไว้โดยรอบ นอกจากนี้ยังมีอุโมงค์ หลุมหรือบังเกอร์สำหรับเก็บซ่อนอาวุธ หรือใช้หลบภัยไว้ทุกบ้าน เพราะฉะนั้นหมู่บ้านแห่งนี้จึงเป็นฐานที่มั่นแห่งหนึ่งที่ต้องทำลายให้หมดสิ้น

ฮ. ร่อนต่ำลงไปทุกที ยังไม่ทันที่สกีจะแตะพื้น ทุกคนกระโจนพรวดออกจากเครื่อง ทันทีที่ส่งกำลังพลทั้งหมดลงสู่ที่หมาย ฮ. ทั้งหมดก็บินออกจากพื้นที่ไป ผู้บังคับกองพันก็กางแผนที่เช็คพิกัดหาที่หมายอยู่จ้าระหวั่น มันไม่ใช่ของง่ายในการที่จะรู้ได้ทันทีว่าขณะนี้หน่วยของเราลงมาอยู่ที่ไหน เพราะไมมีอะไรเป็นที่สังเกตุโดยเฉพาะที่นี่เป็นทุ่งกว้างสุดลูกหูลูกตา จะใช้ภูเขาเป็นจุดอ้างหรือก็ยาก เพราะภูเขามันก็เหมือนกันทุกลูก จะใช้แม่น้ำรึเราก็มองเห็นเฉพาะเมื่อยังอยู่บนอากาศ พอลงมาแล้วกลับหาไม่เจอ ไอ้หมู่บ้านหรือที่หมายต่างๆ มันก็ซุกซ่อนอยู่ในป่าที่มีต้นไม้ปกคลุมหนาทึบ ไม่ใช่ว่ามันจะตั้งเรียงรายเห็นหลังคาสีขาวโพลนเหมือนกับบ้านในเมือง เพราะฉะนั้นมันจึงผิดกับที่เราดูในแผนที่อย่างลิบลับ กว่าจะรู้ว่าขณะนี้เราอยู่ที่ไหนก็ต้องใช้เวลานานพอสมควร

ในการเคลื่อนย้ายทางอากาศในครั้งนี้ มีหลายครั้งที่เรากระโดดลงจาก ฮ. แล้วผ่าลงไปบนหลังคาบ้าน ผกค. ยังไม่ทันตั้งตัวก็ต้องออกแรงซัดกับเจ้าของบ้านเอาเหงื่อกันเสียก่อน ดูๆ มันก็เป็นเรื่องตลก แต่ตอนนั้นมันกลับตลกไม่ออก เพราะการเล่นจ๊ะเอ๋กันแบบนี้ต่างคนก็ต่างมีปืน มือใครไวเหนี่ยวไกก่อนคนนั้นก็ได้เปรียบ ถ้ารอดแล้วค่อยกลับมาเล่าสู่กันฟัง......

ภายหลังจากที่กำลังพลของ พัน.ร. ๓๔๔๔ ทั้ง ๓ กองร้อย เคลื่อนย้ายเข้าสู่ที่หมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พันโทหาญ เพไท ผู้บังคับกองพัน พัน.ร. ๓๔๔๔ ได้นำทหาร ร้อย.ร. ๔๔๒ และ ร้อย.ร. ๔๔๓ ลัดเลาข้ามทุ่งนาที่เว้งว้างไปทางทิศตะวันออก มุ่งสู่ชายป่าที่เห็นลิบๆ อยู่ข้างหน้า

ส่วน ร้อย.ร. ๔๔๑ ได้เข้าสนธิกำลังกับกองร้อยทหารพราน จาก พตท. ๑๖๑๗ ภายใต้การนำของ ร.ท. ไพบูลย์ บุญรอด เข้าล้อมปิดล้อมบ้านหลักชัย ในขั้นต้นได้ให้ นาย เล่าพลุ แซ่ลี ผกค. กลับใจซึ่งเป็น ผู้นำทางใช้โทรโข่งตะโกนภาษาม้งให้คนที่อยู่ใน หมู่บ้านทั้งหมดวางอาวุธแล้วออกมามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ และจะไม่ทำอันตรายใดๆ ทั้งสิ้น แต่คำตอบที่ได้รับก็คือ กระสุนปืนที่ระดมยิงออกมาอย่างหูดับตับไหม้ ผู้ที่โดนกระสุนของ ผกค. เป็นคนแรกก็คือ อส.ทพ. วันชัย ศรีลัยรัตน์ ถูกยิงเข้าที่หน้าอกทะลุหลัง อาการสาหัส หมวดไพบูลย์สั่งให้หมอสนามรีบเข้าช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ แล้วสั่งให้ทหารพรานทั้งหมดกระชับวงล้อมเข้าไปอีก แต่ยังไม่อนุญาตให้เปิดฉากยิงอย่างเด็ดขาด เพราะได้รับคำสั่งว่าอย่าใช้อาวุธ ให้ปฏิบัติอย่างนุ่มนวลจนถึงที่สุด หมวดไพบูลย์ให้นายเล่าพลุตะโกนกรอกใส่โทรโข่งต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เวลาผ่านไปไม่นานก็มี ผกค. รวม ๑๓ ชีวิต วิ่งกระเซอะกระเซิงหอบหม้อข้าวพะรุงพะรังออกมาจากชายป่าด้านหนึ่ง หมวดไพบูลย์ได้สั่งให้ทหารพรานรีบนำออกไปพักที่โค่นต้นไม้ห่างออกไป ๔๐๐ เมตร

เวลาผ่านไปเกือบ ๔๕ นาที เสียงปืนของ ผกค. กลับหนาแน่นยิ่งขึ้นแสดงว่า ผกค. ต้องการจะสู้ตายโดยไม่สนใจต่อคำพูดของ เล่าพลุ แต่อย่างใด ทั้งๆ ที่ฝ่ายเรายังไม่ได้ยิงแม้แต่นัดเดียว ได้แต่ใช้โทรโข่งพูดเกลี้ยกล่อมอยู่ตลอดเวลา

จ.ส.อ. ทองแดง บุญญานุสนธ์ ผบ.ร้อย อส.ทพ. ที่ ๒ อดรนทนไม่ได้ลุกพรวดสั่งทหารพรานบุกเข้าโจมตีทันที คราวนี้แหละเสียงปืนของทั้งสองฝ่ายจึงดังขึ้นอย่างหูดับตับไหม้ บ้านหลังหนึ่งไฟลุกพรึ่บขึ้นด้วยอำนาจการยิงของปืนเอ็ม-๗๙ จากนั้นอีกไม่นานบ้านหลังอื่นๆ ก็ตกอยู่ในทะเลเพลิงลักษณะเดียวกัน

ขณะที่กำลังทั้งหมดได้เข้าไปลุยกับ ผกค. อยู่ที่บริเวณลานบ้าน มีการดวลกันในระยะประชิดชนิดใครดีใครอยู่ ลูกระเบิดมือลูกแล้วลูกเล่าเหวี่ยงเข้าไปในคูยิงและอุโมงค์ที่อยู่ในบริเวณบ้าน เสียงตูมๆ ไม่ขาดระยะ ควันกระจายสูงท่วมหัว ผกค. หลายคนเผ่นออกมาจากบังเกอร์ถูกหวดซ้ำเข้าไปอีกด้วย เอ็ม-๑๖ ผงะหงายกลิ้งไม่เป็นท่า เสียงของจ่าทองแดงตะโกนสั่งเข้าตรวจค้นบ้านให้หมดทุกหลัง บ้านไหนที่ยังยิงสู้ก็ให้ถล่มเข้าไปให้แหลก แสดงเพลิงแดงฉานจับท้องฟ้าคละคลุ้งด้วยควันจน ตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ

แต่ขณะที่จ่าทองแดงวิ่งนำหน้าทหารบุกเข้าไปที่บ้านหลังหนึ่งที่ยังมีการยิงต่อสู้กันอยู่ ยังไม่ทันจะถึงชายคาบ้าน เสียงอาร์ก้าดังรัวขึ้นถี่ยิบ....

“เปรี้ยง...เปรี้ยง...เปรี้ยง...เปรี้ยง...................”

ร่างของจ่าทองแดงผงะหงาย อส.ทพ. ทอง ปราดเข้าพยุงแล้วเหนี่ยวไกออกไปพรืดหนึ่ง ผกค. สวนกลับมาด้วยอาร์ก้า อส.ทพ. ทอง ล้มกลิ้งลงไปอีกคนหนึ่ง เท่านั้นแหละ ทหารพราน ๓ - ๔ นาย ที่ตามจ่าทองแดงมาข้างหลังก็กระหน่ำออกไปอย่างไม่นับ ไอ้แม้วคนยิงที่แอบซุ่มอยู่ในคูเหรดพรุนเละไปทั้งตัวไม่ร้องสักแอะ และอีก ๓ คนที่เผ่นขึ้นมาจากคูเหรดล้มลุกคลุกคลานก็ถูกซัดเข้าไปอีก ๑ ชุด งอก่องอขิงลงนรกไปไม่เป็นท่า

แสงเพลิงแผ่ออกไปเป็นวงกว้างทุกที ควันดำลอยคลุ้งขึ้นสูงลิบ เสียงเศษไม้ไหม้ดังเปรี้ยะๆ บัดนี้ หมู่บ้านสู้รบแห่งหนึ่งในเขตฐานที่มั่นของ ผกค. เขต ๑๕ ที่มีชื่อว่า “หลักชัย” ได้ถูกทหารพรานของหมวดไพบูลย์ และ ทหารจาก ร้อย.ร. ๔๔๑ ทำลายเสียจนราบเรียบ ที่เก็บเสบียงอาหารจำพวก ข้าวเปลือก ข้าวสาร หลุมเก็บอาวุธและวัตถุระเบิดทั้ง ๕ หลุมถูกถล่มจนไม่มีอะไรเหลือ ศพของ ผ.ก.ค. จำนวน ๑๐ ศพ นอนตายเกลื่อนกลาดไปทั่วบริเวณ ส่วนที่เหลือก็แตกกระเจิดกระเจิงไปทางป่าหลังหมู่บ้านพร้อมกับกวาดต้อนคนให้หมู่บ้านไปด้วย

หลังจากบ้านหลักชัยถูกไฟเผาผลาญจนหมดแล้ว หมวดไพบูลย์ สั่งให้ทหารทั้งหมดถอนตัวไปทางทิศตะวันตก พร้อมกับแบกร่างของจ่าทองแดงกับ อส.ทพ.ทอง แก้วทา ออกมาเพื่อรอ ฮ. นำกลับส่วนหลัง แต่ยังไม่ทันที่กำลังทั้งหมดจะถอนตัวออกมาห่างจากหมู่บ้านได้เท่าใดนัก ไอ้พวกแม้วแดงที่แอบย้อนกลับมาซุ่มอยู่ข้างทางก็เปิดฉากถล่มทันที

“เปรี้ยง...เปรี้ยง...เปรี้ยง...เปรี้ยง...................”

“ตูม....ตูม...ตูม..........”

ทั้ง อาร์พีจี แ ละปืนเล็ก ดังสนั่น กระสุนปลิวว่อนทุกคนกระโจนพรวดหมอบติดดินทันที ไม่มีใครยิงตอบโต้เพราะยังไม่รู้ทิศทางที่มันยิงมา

“เปรี้ยง...เปรี้ยง...เปรี้ยง...เปรี้ยง...................”

“ตูม....ตูม...ตูม..........”

พอสิ้นเสียงปืนชุดที่ ๒ ของไอ้แม้ว จึงได้รู้ว่ามันยิงมาจากทางด้านซ้าย เท่านั้นแหละฉากการตะลุมบอนด้วยปืนและลูกระเบิดมือก็เกิดขึ้น

“วี้ดดดดด....กรั้มมมมมม”

อาร์พีจี ของทหารพรานถูกยิงล่วงหน้าสกัดไปก่อนเป็นการเปิดฉาก แล้วตามติดด้วยปืนเล็กปืนกลดังสนั่นจนจับไม่ได้ว่าเป็นปืนของฝ่ายไหน ศพถูกวางทิ้งไว้ก่อนเพราะคนหามกำลังซัดกับพวกลอบกัดอยู่

“เปรี้ยง..เปรี้ยง..” เสียงปืน เอ็ม ๑๖ รัวกระหน่ำ

“บึม...บึม...บึม...” ระเบิดมือถูกขว้างออกไป

“วี้ดดดดด....กรั้มมมมมม” อาร์พีจี หวดตาม

เวลาผ่านไป ๒ ชั่วโมงครึ่ง แนวรบด้านนี้ยังระงมไปด้วยเสียงปืนนานาชนิด ที่ฝ่าย ผกค. ระดมยิงมาที่ทหารอย่างหนาแน่น การรบไม่มีทีท่าจะยุติลงได้ง่าย ๆ ต่างฝ่ายต่างตรึงกันอยู่อย่างนั้น ขยับตัวก็ไม่ได้ พอขยับก็เปรี้ยงทุกที เพราะ ผกค. อยู่ในภูมิประเทศที่ดีกว่ายึดเอาต้นไม้ใหญ่เป็นที่กำลัง ส่วนฝ่ายทหารอยู่กลางทางเดินที่มีหญ้าคากับป่าสาบเสือเท่านั้น



ฝ่ายทหารพยายามที่จะรบหน่วงเวลาเพื่อให้กำลังส่วนหนึ่งถอนตัวออกจากพื้นที่ และต้องการจะหลอกล่อให้ ผกค. ติดตามออกสู่ที่โล่งเพื่อจะได้ซัดกันให้ถนัดมือ เพราะบนฟ้ามี ฮท.๑ (กันชิพ) บินวนคอยทีอยู่แล้ว แต่ที่ยังไม่ลงมือเพราะอยู่ในระหว่างลูกติดพัน

จ.ส.อ. ทวีป ดีรักษา ผบ.ร้อย. อส. ทพ. ที่ ๑ กับ จ.ส.อ. ธีระวัฒน์ รอง ผบ.ร้อย. อส. ทพ. ที่ ๑ รับอาสานำทหารพรานชุดหนึ่งทำหน้าที่ยิงสกัดระวังหลังโดยจะยิงกดเอาไว้ให้ จ่าทวีปจึงนำทหารพรานลุยอย่างไม่กลัวตาย และในขณะที่กำลังนำทหารพรานเข้าตะลุมบอนอยู่นั้น

“เปรี้ยง...เปรี้ยง...เปรี้ยง...เปรี้ยง...................”

พอสิ้นเสียงปืนชุดนี้ กระสุนนัดหนึ่งก็เจาะเข้าที่ลำคอ อีกนัดหนึ่งเจาะเข้าอย่างจังที่หน้าอก จ่าทวีปผงะหงายล้มกลิ้งเสียชีวิตทันที ส่วนจ่าธีระวัฒน์ซึ่งควบคุมทหารพรานลุยกับ ผกค. อยู่อีกด้านหนึ่งก็ถูกกระสุนที่โคนแขนขวาอาการสาหัส... แต่ไม่เป็นไรกำลังที่เหลือคงลุยต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง จนกระทั่งเวลาบ่ายแก่ๆกำลังส่วนใหญ่ของหมวดไพบูลย์ พร้อมกับศพของจ่าทองแดง กับ อส.ทพ. ทอง แก้วทา จึงได้หลุดออกสู่ ทุ่งโล่งโดยปลอดภัย แต่การปะทะกับ ผกค. ยังไม่มีวี่แววจะยุติ ศพของจ่าทวีป และจ่าธีระวัฒน์ ที่ได้รับบาดเจ็บยังเอาออกมาไม่ได้ เพราะการรบยังติดพันอยู่ หมวดไพบูลย์ จึงสั่งให้กำลังทั้งหมดกลับเข้าไปช่วยอีกครั้งหนึ่ง

พอกลับเข้าไปถึงจุดที่ปะทะ ก็เข้าสมทบกับทหารที่อยู่ระวังหลัง เฮโลเข้าตะลุมบอนดะ ปรับเป็นแถวหน้ากระดานเข้าไปเลย มันจะอยู่ตรงไหนก็ช่าง มองเห็นหรือไม่เห็นไม่รู้ ทุกคนไล่ยิงด้วยความบ้าเลือดชนิดตายเป็นตาย เอ็งแน่ก็ยิงเข้ามา เสียงอาร์พีจี,ปืนเอ็ม-๗๙, เอ็ม-๑๖ และ เอ็ม-๖๐ ดังก้องป่าไปหมด

พอเจอความบ้าเลือดแบบนี้เข้า ไอ้แม้วถอยกรูดๆ ลากคอเพื่อนที่ม่องเท่งแล้วถูลู่ถูกังเลือดสาดกระจายหนีไปทางริมตลิ่ง ทหารยังตามกระหน่ำซ้ำด้วยอาร์พีจีและเอ็ม-๗๙ จนกระทั่งเสียงปืนของมันค่อยๆ ห่างออกไปทุกทีแล้วเงียบหายไปในที่สุด

หลังจากที่ ผกค. แตกหนีออกไปแล้ว ทหารก็ได้นำผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตมารอ ฮ. อยู่ที่โค่นต้นไม้ ซึ่งที่นั่นมีมวลชน ผกค. จำนวน ๑๓ คน รวมอยู่ด้วย ไม่นาน ฮ. ติดเครื่องหมายกากะบาดสีแดงเขียนข้างลำตัวว่า “ไทยช่วยไทย” ร่อนลงมารับเอาร่างผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บ กลับไป
ด้านของ ผู้พันหาญ ผบ.พัน.ร. ๓๔๔๔ หลังจากนำ ร้อย.ร. ๔๔๒ และ ๔๔๓ แยกทางกับ ร้อย.ร. ๔๔๑ เพื่อเข้าสู่ที่หมายซึ่งอยู่ห่างออกไป ๒ ก.ม. อันเป็นที่ตั้งของโรงเรียนการเมืองการทหาร ซึ่งเปรียบเสมือน หัวใจของ ผกค. เขต ข.๓๓ ตัวสหายวิสุทธิ์ (เล่าย่า)จอมวายร้ายกรรมการรวมเขต 3 จังหวัด (พิษณุโลก - เพชรบูรณ์ - เลย) รวมทั้ง ผกค. ชั้นหัวกะทิทั้งหมดก็อยู่ที่นี่ด้วย ส่วนสาเหตุที่ไม่เลือกพื้นที่ส่งกำลังลงใกล้กับที่หมายก็เพราะว่า รร.การเมืองการทหาร, สำนักอำนาจรัฐ, สำนักนาเคลื่อนที่ และสำนักทหารช่าง ที่หมายเหล่านี้แต่ละแห่งก็อยู่ห่างกันไม่เท่าไร ถ้าหากถูก จู่โจมเมื่อใด ผกค. ประมาณ ๒๐๐ คนจะต้องเฮโลเข้ามาช่วยกัน ซึ่งจะทำให้ฝ่ายเราต้องสูญเสียมากขึ้นด้วย

กำลังทั้ง ๒ กองร้อย เดินข้ามทุ่งโล่งอย่างไม่สู้รีบร้อนนัก ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เหน็ดเหนื่อยเสียก่อน เมื่อกำลังทั้งหมดมาถึงห้วยร่อนแก่นซึ่งเป็นลำห้วยเล็กๆ ซึ่งแยกมาจากลำน้ำเข็ก และน้ำก็ไม่ลึกจนเกินไปพอที่จะลุยข้ามได้ ผู้พันหาญจัดกำลังเป็นส่วนระวังหลังไว้จำนวนหนึ่ง นอกนั้นได้ทยอยกันลุยข้ามลำห้วยไป แล้วกระจายกำลังลัดเลาะไปทางป่าตีนเขาหลังโนนสน

ใกล้เข้าไป....ทุกอย่างเงียบสงบแม้แต่ลมก็ไม่กระดิก มันเงียบจนเกือบจะไม่แน่ใจว่ามาถูกทางหรือเปล่า มันน่าจะมีวี่แววอะไรสักอย่างปรากฏให้เห็นแต่มันก็ไม่มี แต่เมื่อเคลื่อนที่เข้าไปใกล้อีกหน่อย ก็มองเห็นทุ่งนานาวเหยียดมีความ ๒ - ๓ ตัว เล็มหญ้าอยู่ ทางด้านซ้ายเป็นลำน้ำเข็ก ด้านขาวเป็นป่าที่มีต้นยางสูงเสียดฟ้าแออัดยัดเยียดกันจนเกือบจะไม่มีช่องว่าง แต่ละต้นล้วนใหญ่โตมโหฬารทั้งสิ้น เมื่อสังเกตุให้ดีอีกครั้งหนึ่งก็เห็นว่าที่ริมลำน้ำเข็กนั้นมีกระต๊อบเล็ก ๆ เตี้ย ๆ เรียงรายอยู่ ๖ - ๗ หลัง แต่มองไม่เห็นใครเลยแม้แต่คนเดียว ผู้พันหาญกางแผนที่เช็กพิกัดให้แน่นอนอีกครั้งหนึ่ง ก็ปรากฏว่าได้นำกำลังมาถูกที่แล้ว เพราะฉะนั้นที่หมายที่จะเข้าโจมตีจะต้องอยู่ในป่าแห่งนั้นอย่างแน่นอน ผู้พันหาญสั่งการให้ ผบ.ร้อยทั้งสองเตรียมเข้าถล่มทันที ชุดยิง ค.๖๐ ของทั้งสองกองร้อย ตั้งขาหยั่งอย่างรีบด่วน เมื่อทุกอย่างพร้อม พลกระสุนก็ปล่อยลูก ค. นัดแรกเข้าไปโดยไม่ต้องเล็ง

“บึมส์....” ค. นัดแรกหยอดข้ามทุ่งนาไปแล้วเป็นการหยั่งเชิง ระเบิดดินฟุ้งขึ้นพ้นยอดยาง เงียบ....

“บึมส์....” นัดที่สองหยอดซ้ำลงไปอีก ควันโขมง...

“วี้ดดดดด....กรั้มมมมมม......”

เจ้าของบ้านตอบมาแล้ว คราวนี้พวกเราหมอบติดคันนาเลยทีเดียว เพราะอาร์พีจี ๒ - ๓ นัด ของ ผกค. ปลิวมาตกอยู่ตามคันนาฝุ่นฟุ้ง วัวควายวิ่งกันกระเจิง ทหารทั้งสองกองร้อยชาร์ทเข้าหาที่หมายทันที โดยทางด้านซ้าย ร้อย.ร. ๔๔๒ ตีโอบเข้าไป ร้อย.ร. ๔๔๓ โอบทางด้านขวาเข้าหาชายป่าที่อยู่ตรงหน้า ผกค. ระดมยิง ค. และ อาร์พีจี ใส่อย่างไม่ยั้งพยายามจะสกัดไม่ให้ฝ่ายเราบุกเข้าไปถึงที่หมาย ทหารทั้งหมดบุกเข้าไปอย่างไม่กลัวตาย ค.๖๐ ฝ่ายเราที่อยู่ด้านหลังก็ยังคงระดมยิงเข้าไปเพื่อเปิดทางให้ฝ่ายเราบุกเข้าไปเป็นระลอกๆ

บนท้องฟ้า ฮท.๑ (กันชิพ) ๒ เครื่อง เพื่อนร่วมสมรภูมิปรากฏตัวขึ้นแล้ว มาถึงก็ไม่ฟังเสียงจิกหัวตรงรี่ลงมาเลย

“แซ๊ดส์....บึมส์....แซ๊ดส์....บึมส์....”

จรวด ๗๐ มม. ๒ ลูกซ้อน พุ่งปร๊าดออกจากท่อยิงทั้งสองข้างตรงไปยังกลุ่ม ผกค. ที่กำลังยิงต่อสู้กับฝ่ายเราอยู่ จรวดทั้งสองลูกกระทบที่หมาย ควันโขมง ดินจากแรงระเบิดสูงพ้นยอดไม้ ฮ. กันชิพ เครื่องแรกถล่มด้วยจรวดเสร็จแล้วก็ยกตัวขึ้นสูงเพื่อเปิดทางให้ ฮ. กันชิพอีกเครื่องจิกหัวลงซ้ำด้วยปืนกลอากาศ...

“พรู่ด....พรู่ด...พรู่ด....พรู่ด.........” เสียงดังราว กับช้างร้อง แล้วก็เอียงลำตัวให้ปืนอีกข้างหนึ่งหวดซ้ำลงไปอีก

“พรู่ด....พรู่ด...พรู่ด....พรู่ด.........”

แสงไฟจากปากลำกล้องสีแดงสลับเขียวพุ่งเป็นฝอยราวกับไฟพะเนียง พอเครื่องที่สองไต่ระดับขึ้นสูง เครื่องแรกก็จิกหัวตรงรี่ลงมาอีก กระหน่ำด้วยจรวดอีก ๒ นัด ตามด้วยปืนกลอีก ๓ - ๔ ชุด ฮท.๑ (กันชิพ) ทั้งสองเครื่องผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันแผลงฤทธิ์อย่างสนุกสนาน ลูกจรวดตกลงบนหลังคาค่ายพักไฟลุกพึ่บแล้วลามไปยังหลังอื่นๆ อย่างรวดเร็ว



ทางด้านภาคพื้นดิน ทหารทั้ง ๒ กองร้อยเคลื่อนที่พ้นทุ่งนาเข้าไปแล้ว ระเบิดควันสีเขียวสีม่วงสีเหลืองถูกเหวี่ยงออกไปเป็นสัญญาณบอกแนวให้นักบินรู้ว่ากำลังของเราอยู่ที่ไหน กันชิพทั้งสองเครื่องต่างผลัดเปลี่ยนกันกระหน่ำเสียจน ผกค. โงหัวไม่ขึ้น พอกระสุนปืนและจรวดหมดก็บินกลับไปโหลดให้ โดยเปลี่ยนให้ บ.จล. ๒ “สปุ๊กกี้” ของกองทัพอากาศซึ่งบินวนคอยทีอยู่แล้วลงกระหน่ำด้วยปืน“มินิกัน” ที่มีอัตราการยิงมากกว่า ๖,๐๐๐ นัดต่อนาที เท่านั้นยัง ไม่หนำใจพอ “สปุ๊กกี้” จากไป ปืนใหญ่จากฐานยิงบนเขาค้อเริ่มบรรเลงซ้ำลงยังที่หมายเดิมเป็นวงกว้าง เสียงระเบิดตูมตาม ต้นหมากรากไม้ล้มระเนระนาดทั้งหินทั้งดินฟุ้งกระจายสะเกิดปลิวว่อนจนเราต้องหลบกันจ้าละหวั่น เพราะเป็นการยิงในระยะใกล้แนวของทหารภาคพื้นดิน ผู้ตรวจการณ์หน้า (ผตน.) ต้องตะโกนกรอกวิทยุเสียงลั่นให้ยิงห่างแนวออกไปหน่อย ภารกิจยิงของปืนใหญ่ครั้งนี้รู้สึกสะใจจริงๆ เพราะเป็นการยิงติดต่อกันยาวนานนับชั่วโมง

พอปืนใหญ่เงียบเสียงไป คราวนี้ ร้อย ร.๔๔๒ กับ ร้อย ร. ๔๔๓ ก็ชาร์ทเข้าไปโดยอัตโนมัติ กำลังทั้งสองกองร้าอยเข้าไปลุยอยู่ในบริเวณสำนักทหารช่างก่อนแล้วเลยเข้าไปที่ รร.การเมืองการทหาร เผาให้มันวายวอดไปเลย หมูเห็ดเป็ดไก่วิ่งกันกระเจิงเสียง กระโต๊กกระต๊ากดังลั่นป่าไปหมด ผกค.หนีกันเตลิดเปิดเปิงเห็นหัวสลอนวิ่งเข้าป่าไปปักหลักสู้อยู่ตามคูยิงและบังเกอร์ที่มีอยู่อย่างมากมายในบริเวณนั้น ทิ้งศพเพื่อนนอนตายไว้ตามสุมทุมพุ่มไม้นับได้เกือบ ๒๐ ศพ โดยมีทหารไล่ตามขยี้อย่างดุเดือด เสียงปืนดังกึกก้อง ไฟลุกข้ามจากหลังโน่นไปหลังนี้ติดต่อกันไปเป็นบริเวณกว้างหลายไร่ ทหารที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตถูกนำออกจากป่าอย่างทุลักทุเลแล้วนำไปคอย ฮ. อยู่ที่บริเวณทุ่งนาเพื่อรอส่งกลับส่วนหลังต่อไป

หลังจากศึกถล่มศูนย์ประสาท ผกค. เขต ข.๓๓ ผ่านไป ผู้พันหาญสั่งให้ตรวจค้นทันที สิ่งของ อาวุธยุทโธปกรณ์ เครื่องมือช่าง เอกสารสำคัญต่างๆ ถูก ผกค. นำไปซุกซ่อนไว้ตามอุโมงค์ โดยเฉพาะที่ริม ลำน้ำเข็ก พวก ผกค. ได้ขุดอุโมงค์ไว้ เรียงกันเป็นตับเต็มตลิ่งไปหมด และใช่ว่าจะขุดกันตื้นๆ เสียด้วย แต่ละแห่งจุคนได้ไม่น้องกว่า ๕ คนขึ้นไป

ในวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๒๔ ผู้พันหาญได้สั่งให้กำลังเข้าโจมตีสำนักนาเคลื่อนที่ ซึ่งอยู่ห่างจากสำนักทหารช่างและ ร.ร. การเมืองการทหารไปประมาณ 2 กม. แต่การต่อสู้กับ ผกค. ที่นี่ไม่หนักหนาเท่าไรนัก เพราะ ผกค. ได้นำกำลังจากที่หมายนี้ไปช่วยสู้รบที่สำนักทหารช่างและ ร.ร. การเมืองการทหารหมด จึงเหลือกำลังอยู่ไม่กี่คน การรบจึงไม่รุนแรง


ตามแผนที่กำหนดไว้นั้น จะใช้ ฮ. เคลื่อนย้ายกำลังทางอากาศลงสู่ฐานที่มั่นของ ผกค. ในบริเวณหนองแม่นาพร้อมกัน ๒ กองพัน คือ พัน. ร. ๓๔๔๔ และ พัน. ร. ๓๔๔๗ แต่ด้วยเหตุผลบางประการ ใน วันที่ ๒๐ ก.พ. ๒๕๒๔ จึงได้ส่ง พัน. ร. ๓๔๔๔ ลงไปก่อนเพียงกองพันเดียว ตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ส่วน พัน. ร. ๓๔๔๗ นั้นได้เคลื่อนย้ายกำลังเข้าที่หมายในวันที่ ๒๑ ก.พ. ๒๕๒๔

พัน. ร. ๓๔๔๗ เป็นกองพันผสมระหว่างทหารจากกรมทหารราบที่ ๔ กับกรมทหารราบที่ ๗ กองพันนี้อยู่ในบังคับบัญชาของ พ.ต. ประสม สอนปาน ภารกิจที่ได้รับมอบหมายคือ การกวาดล้าง ผกค. และทำลายโรงพยาบาลเขต สำนักพลาธิการเขต ๑๕ พลาธิการกองร้อย ซึ่งที่หมายทั้งหมดนี้อยู่ที่บริเวณตีนเขาย่า ใกล้กับหมู่บ้านทุ่งแดงชิงชัยใหม่ มีทหารบ้านติดอาวุธจำนวนหนึ่งเฝ้ารักษาไว้อย่างแข็งแรง

นักบิน ฮ. และช่างเครื่องต้องทำงานหนักกันอีกครั้งหนึ่ง เพราะ ฮ. ที่นำมาใช้ในการเคลื่อนย้ายครั้งนี้ก็คือ ฮ. ชุดเดียวกับเมื่อวันที่ ๒๐ ก.พ. ๒๕๒๔ ฮ. ทุกเครื่องได้ถูกนำไปรวมไว้ ณ ที่แห่งหนึ่งในเพชรบูรณ์ตั้งแต่เมื่อพลบค่ำแล้ว การเตรียมการเป็นไปอย่างคึกคัก พล.ต. ระลอง รัตนสิงห์ พ.อ. พิจิตร กุลละ-วนิชย์ พ.อ. สุรเชษฐ์ เดชาติวงศ์ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายอื่นๆ วิ่งวุ่นกันตั้งแต่เช้า เพราะขณะนี้หน่วยต่างๆ ที่กำลังปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่หนองแม่นาได้รายงานเข้ามาเป็นระยะ ๆ บางหน่วยยึดที่หมายได้กำลังรอรับคำสั่งปฏิบัติต่อไป บางหน่วยร้องขอ ฮ. เพื่อไปรับผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต บางหน่วยร้องขอกระสุนและเสบียงเพิ่มเติม

ครั้นได้เวลาประมาณ ๐๕.๐๐ น. ขณะนี้ ฮ. ทุกเครื่องติดเครื่องรอพร้อมอยู่แล้ว พอทหารจาก พัน.ร. ๓๔๔๗ กองร้อยแรกขึ้นประจำที่เรียบร้อยแล้ว ฮ. ลำเลียงทั้ง ๑๐ เครื่อง ได้ทยอยกันขึ้นตามลำดับมุ่งไปทางบ้านเล่าลือ โดยมี ฮ. กันชิพ ๔ เครื่องบินคุ้มกันไปตลอดทาง เมื่อถึงพื้นที่เหนือเป้าที่ได้กำหนดให้เป็นที่ร่อนลงจอดของ ฮ. แต่ละเครื่อง จึงได้ลดระดับเพื่อเตรียมปล่อยทหารลง....

ไอ้พวกแม้วแดงซึ่งคอยทีอยู่แล้วก็เริ่มแผลงฤทธิ์ยิงถล่มไปที่ ฮ. ทันที ซึ่งมันคงหวังอย่างยิ่งว่าวันนี้ต้องซัด ฮ. ให้ระเบิดกลางอากาศให้ได้อย่างน้อยหนึ่งเครื่อง เพราะเมื่อวานนี้พวกมันเสียท่าถูกจู่โจมโดยไม่รู้ตัว มันระดมยิงอย่างไม่ลืมหูลืมตา กระสุนมีเท่าไรมันซัดเข้ามาเป็นห่าฝน แต่ฝ่ายเราก็รู้ตัวมาก่อนแล้วว่าวันนี้มันต้องเล่นหนักแน่ เพราะฉะนั้นแทนที่จะปล่อยให้มันเล่นเอาฝ่ายเดียว ปืนทุกกระบอกทั้ง เอ็ม-๖๐ บน ฮ. และอาวุธประจำกายของทหารแต่ละคนที่อยู่บน ฮ. จึงซัดสวนลงไปเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เท่านั้นยังไม่พอ ฮท. ๑ (กันชิพ) ซึ่งบินวนคอยทีอยู่ก่อนแล้วยังช่วยถล่มลงไปอีกจนในเงยหัวไม่ขึ้น

แต่ถึงแม้ว่าจะยิงถูกต่อต้านจากภาคพื้นดินหนาแน่นเพียงไร นักบินผู้กล้าจากศูนย์การบินทหารบกก็สามารถส่งทหารทั้งหมดลงสู่ที่หมายได้ตามแผน พอตั้งตัวได้ก็เคลื่อนเข้าหาโรงพยาบาลเขตทันที เพราะมองจากพื้นที่ส่งลงก็สามารถเห็นหลังคาของโรงพยาบาลเขตอยู่ในชายป่าข้างหน้าแล้ว และพอขยับเข้าไปใกล้ ผกค. อีกกลุ่มหนึ่งซึ่งคอยต้อนรับอยู่แล้วก็ส่งไอ้หัวปลีมรณะออกมาทักทายทันที

“กรั้ม...ๆ...ๆ...ๆ...ๆ...ๆ” ติดตามด้วยเสียง “เปรี้ยง...ๆ...ๆ...ๆ...ๆ...ๆ...” ซึ่งเป็นเสียงปืนอาร์ก้าและเซกาเซ่อย่างถี่ยิบ

ไม่เป็นไร เอ็งยิงได้ยิงไป ข้าก็มีสิทธิยิงได้เหมือนกัน ทหารทุกนายบุกเข้าไปเป็นแถวหน้ากระดาน รุกคืบหน้าใกล้เข้าไปตามลำดับ และพอใกล้เข้าไป กับระเบิดที่ ผกค. วางไว้อย่างหนาแน่นก็ระเบิดตูมๆ นักรบของเราพลีชีพไป ๒ นาย ร.ท. พรธเณศร์ สุนทรเกส ผบ. ร้อย ก็สั่งให้เคลื่อนที่ช้าลง

ในช่วงที่ฝ่ายทหารชะลอการบุกนั่นเอง ที่ฝ่าย ผกค. ได้ฉวยโอกาสถล่มด้วยอาวุธนานาชนิดอีกครั้งหนึ่ง แล้วดาหน้าเฮโลออกมาจากชายป่าหวังจะอัดให้ละลายไปในพริบตา ร.ท. พรธิเณศร์ สั่งทหารทุกนายสู้ตายทันที เสียงปืนและลูกระเบิดมือดังสนั่นหวั่นไหว การรบเป็นไปอย่างดุเดือด ทุกคนยิงอย่างไม่ยั้งมือ บางคนยิงจนกระบอกปืนกลายเป็นสีแดงเพราะความร้อน การปะทะเป็นไปอย่างหนักกินเวลาเกือบ 3 ชั่วโมง ผกค. แตกกระเซอะกระเซิงหลบหนีเข้าป่าไปแล้ว ร.ท. พรธเณศร์ สั่งไม่ใช้ติดตามหรือเข้าตรวจค้นใดๆ ทั้งสิ้น เพราะกลัวว่าอาจจะถูกกลลวงให้เราเข้าสู่พื้นที่สังหารก็ได้

ห่างจากพื้นที่ปะทะบริเวณโรงพยาบาลเขตไปเล็กน้อย ฮ. เที่ยวที่สองได้นำทหารจาก พัน.ร. ๓๔๔๗ อีกกองร้อยหนึ่งลงสู่ที่หมายแล้ว ทหารกองร้อยนี้มีหน้าที่เข้าทำลายสำนักพลาเขตซึ่งอยู่ใกล้เคียงกัน และเช่นเดียวกับทุกครั้ง ผกค. ที่แอบซ่อนอยู่ตามหุบเขาก็ยิงต้อนรับอีกเช่นเคย แต่คราวนี้ความหวังของมันที่จะระเบิด ฮ. ก็เกือบจะเป็นผลสำเร็จ เพราะ ฮ. เครื่องหนึ่งที่บรรทุกทหารมาถูกยิงเข้าที่สุดสำคัญจนเครื่องดับ เซถลาลงมากับพื้นดินและทำท่าจะพลิกหงายท้อง จ.ส.อ. พรศักดิ์ แก้วประสิทธิ์ ช่างเครื่องรีบกระโดดลงมาจาก ฮ. ผลักทหาร ๔-๕ นาย ให้ออกไปพ้นรัศมี มิฉะนั้นอาจจะถูก ฮ. ทับแบน... แต่เดชะบุญ ฮ. ที่ทำท่าจะพลิกตะแคงจนฐานสกีข้างหนึ่งชี้ฟ้านั้นเกิดพลิกตัวกลับได้อย่างปาฏิหาริย์ และเครื่องก็เกิดติดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง นักบินจึงรีบนำเครื่องโผขึ้นสู่อากาศทันที โดยหารู้ไม่ว่าขณะนี้ จ.ส.อ. พรศักดิ์ ยังวิ่งหลบกระสุนของ ผกค. อยู่ข้างล่าง ต่อมาเมื่อนำเครื่องกลับมาถึงลานจอดแล้วจึงนึกขึ้นได้ว่าช่างเครื่องของตนหายไปคนหนึ่ง จึงตามตัวกันจ้าละหวั่นตามหาเท่าไรก็ไม่พบเลยวิทยุไปที่หน่วยซึ่งปล่อยลงเมื่อสักครู่ จึงได้รู้ว่า จ.ส.อ. พรศักดิ์ ตกค้างอยู่ที่นั่น แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถไปรับได้เพราะหน่วยกำลังปะทะหนัก จ.ส.อ. พรศักดิ์ ก็เลยต้องจับปืนช่วยเขารบไปพลางๆ ก่อน วันรุ่งขึ้นหลังจากที่เหตุการณ์เบาบางลงจึงได้นำ ฮ. ไปรับกลับมารับขวัญเป็นการใหญ่ เรื่องนี้ก็เลยกลายเป็นเรื่องฮาไม่สิ้นสุดจนทุกวันนี้.....

ในวันที่ ๒๒ ก.พ. ๒๕๒๔ ร.ท. พรธเณศร์ ผบ.ร้อย ได้สั่งทหารให้บุกเข้าโจมตีโรงพยาบาลเขตอีกครั้งหนึ่ง เพราะเจ็บใจที่เมื่อวานนี้ถล่มไม่สำเร็จ แถมเมื่อคืนนี้มันยังตามมากวนตลอดคืนอีกด้วย วันนี้ต้องเอาให้แหลกให้ได้ โดยให้ปืนใหญ่ยิงเข้าถล่มเข้าไปก่อนตั้งแต่เช้าตรู่ จากนั้นก็ให้ ฮ. กันชิพ เข้ายิงถล่มซ้ำอีกครั้งหนึ่ง

หลังจากที่ ฮ. กันชิพ บินผละออกไปจากที่หมายไปแล้ว ร.ท. พรธเณศร์ ก็สั่งให้ทหารชุดแรกเคลื่อนที่เป็นหัวหอกเจาะนำเข้าไป และให้ทหารอีกสองส่วนแยกเข้าตีปีกซ้ายปีกขวา

นาทีระทึกใจใกล้เข้ามา....ทหารทั้งหมดค่อยๆ เคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆ เพราเกรงใจกับระเบิดที่เจ้าของบ้านวางดักเอาไว้ พอเข้าใกล้เข้าไปห่างจากที่หมายประมาณ ๑๐๐ เมตร ปืนทุกกระบอกทุกชนิดก็เปิดฉากยิงถล่มขึ้นเกือบจะพร้อมๆ กัน เสียงปืนฝ่าย ผกค. ก็ตอบโต้มาทันใจเหมือนกัน

“เปรี้ยง...ๆ...ๆ...ๆ...ๆ...ๆ...”

“กรั้ม...ๆ...ๆ...ๆ...ๆ...ๆ” ไฟจากท้ายกระบอก อาร์พีจีของมันพุ่งไปข้างหลังขณะยิงเสียงดัง “ฟั่บ...ๆ...”

“กรั้ม...ๆ...ๆ...ๆ” จรวดอาร์พีจี ตกใกลักับทหารฝ่ายเราสะเก็ดปลิวว่อน ทหารที่ถูกสะเก็ดร้องโอยๆ ไป ๒-๓ นาย

คราวนี้ไม่ต้องเลี้ยงต่อไปแล้ว อาวุธมีเท่าไรถล่มเข้าไปไม่นับ เสียงสนั่นหวั่นไหว บางคนลุกวิ่งพรวดเข้าไปขว้างลูกระเบิดมือดัง หวือ....ตูม ดินกระจาย สะเก็ดปลิวว่อน

ร.ท. พรธเณศร์ สั่งทหารบุกเข้าไปอย่างไม่กลัวตาย ตัวเองวิ่งกราดปืนนำหน้าไปก่อน จนพลวิทยุตามเกือบไม่ทัน.... แต่แล้วพอเกือบถึงที่หมายอยู่รอมร่อก็มีเสืยงดัง....

“บึ้มส์.....”

ร่างของ ร.ท. พรธเณศร์ ถลากระเด็นลอยคว้างเพราะไปเหยียบกับระเบิดเข้า ทหาร ๒ นายโผเข้าประคองลากถอยออกมา ไม่เป็นไรครับ... เพียงแค่ขาซ้ายเละ ข้อเท้าขวาหมุนได้รอบ เลือดไหลไกรกยังกับน้ำประปา แต่ถึงกระนั้นผู้หมวดใจเด็ดก็ยังป้องปากตะโกนลั่น

“เอาเข้าไป...เหยียบมันให้แหลกคาตีน...ทางนี้ไม่ต้องห่วง...”

เท่านั้นเองทหารไม่ต้องคืบต้องคลานกันอีกแล้ว ทุกคนวิ่งพรวดเข้าชาร์ทไปทันที ไอ้แม้วเห็นท่าไม่ดีเพราะยิงสกัดเท่าไรก็ไม่อยู่ ยิ่งยิงทหารยิ่งบุก มันหวดด้วยอาวุธทุกชนิดเป็นครั้งการสั่งลาแล้วโกยแน่บเข้าไป ทิ้งเพื่อนฝูงหลายคนเละเป็นปลากระป๋องอยู่ทางนี้เลือกสาดแดงฉานไปหมด ป่านนี้ได้พวกหมอกับพยาบาลซึ่งมีอยู่ประมาณ ๓๐ คน คงจะเปิดแน่บไปนานแล้ว ทิ้งให้พวกทหารบ้านซึ่งน่าจะมีอยู่ประมาณ ๓๐ คน สู้อยู่กับทหาร พอทุกคนย่างเหยียบเข้าไปถึงที่หมายก็ไม่ฟังเสียง จ่อไฟแช๊กเข้าที่ชายคาบ้านซึ่งมุงด้วยแฝกไฟก็ลุกพึ่บพั่บควันโขมง ไม่กี่อึดใจโรงพยาบาลเขตของพวกมันก็ตกอยู่ในกองเพลิงซึ่งกำลังลุกไหม้อย่างรวดเร็วด้วยแรงลม

และในขณะเดียวกับที่กองร้อยที่ ๑ ของพัน ร. ๓๔๔๗ เข้าโจมตีโรงพยาบาลแห่งนี้ กำลังอีกกองร้อยก็กำลังถล่มสำนักพลาเขตของ ผกค. อยู่อย่างเมามัน โดยสังเกตได้จากเสียงปืนทุกชนิดที่ดังอื้ออึงไปหมด บนท้องฟ้า ฮ. กันชิพหลายเครื่องบินว่อนเหมือนฝูงเหยี่ยว จิกหัวลงยิงซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เช่นเดียวกับที่โรงพยาบาลเขต ที่การเข้าตีที่หมายมีความดุเดือดไม่แพ้กัน เพราะสำนักพลาเขตมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าที่หมายแห่งอื่นๆ เพราะเป็นคลังมหึมาที่เก็บอาวุธยุทโธปกรณ์ เครื่องเวชภัณฑ์ และอุปกรณ์สายพลาฯ รวมทั้งอาวุธกระสุนที่สะสมไว้เพื่อรอลำเลียงไปสนับสนุน ผกค. ที่จังหวัดตากด้วย คลังต่างๆ ที่มีอยู่กว่า ๑๐ หลังล้วนแล้วมีแต่ขนาดใหญ่โตทั้งสิ้น ซึ่งแน่ละที่เจ้าของต้องหวงเป็นธรรมดา เพราะถ้าคลังแห่งนี้ถูกทำลายได้เมื่อใดก็หมายความว่าอาวุธกระสุนที่รวบรวมไว้จำนวนมหาศาลจะต้องวอดวายไปด้วย แล้ว ผกค. เหล่านี้จะสู้อยู่ได้อย่างไร เพราะมีปืนก็เหมือนมีสากกะเบืออันหนึ่งเท่านั้นเอง......



Create Date : 04 พฤษภาคม 2550
Last Update : 4 พฤษภาคม 2550 10:22:17 น. 59 comments
Counter : 13233 Pageviews.

 
หมดแล้วเหรอครับ กำลังลุ้นสุดตัวเลย


โดย: berningblood IP: 58.9.92.87 วันที่: 4 พฤษภาคม 2550 เวลา:20:23:13 น.  

 
เรื่องที่ให้ความรู้แบบนี้ อย่าลืมเอามาให้อ่านอีกนะครับ ผมเป็นแฟนพันธ์แท้ของคุณเลยแหละ อ่านแล้วรู้สึกอยากจะไปรบที่ใต้จริงๆ


โดย: berningblood IP: 58.9.92.87 วันที่: 4 พฤษภาคม 2550 เวลา:20:27:20 น.  

 
เห็นภาพเลยละ


โดย: ben IP: 124.120.197.47 วันที่: 21 พฤษภาคม 2550 เวลา:0:58:06 น.  

 


โดย: kai IP: 124.120.34.185 วันที่: 13 มิถุนายน 2550 เวลา:18:29:29 น.  

 
โอย เหมือนไปรบเองเลย


โดย: คนรักชาติ IP: 125.25.211.43 วันที่: 16 กรกฎาคม 2550 เวลา:23:06:47 น.  

 
กรุณาลงต่ออีกนะครับ จะติดตามอ่านทุก ๆ ตอน ประทับใจมากและขอคารวะนักรบผู้กล้าหาญทุก ๆ ท่าน


โดย: เลือดไทยใจเต็มร้อย IP: 125.26.183.89 วันที่: 2 กันยายน 2550 เวลา:15:32:56 น.  

 
ผมบาดเจ็บตั้งแต่วันแรก เสียดายต้องถูกส่งกลับก่อน เสียเพื่อนไปหลายคน โดยเฉพาะนักรบประชาชน(ชุดดำ) แต่ก็เร้าใจน่าดู เป็นยุทธการที่ใหญ่มาก และมีโอกาสได้ร่วมอีกหลายยุทธการ ที่สำคัญคือยุทธการสุริยะพงษ์ บริเวณภูพยัฆค์ บ่อเกลือเหนือ จ.น่าน เพื่อนๆที่ยังหลงเหลืออยู่ใครเรียงความเก่งก็เล่าสู่กันฟังด้วย เราเขียนไม่เก่ง แต่จำได้เท่านนั้นเอง ได้แต่เล่าให้ลูกๆฟังเท่านั้น โดยเฉพาะทีมล่าสังหารของ พล.ม.สน.น่าน ที่เคยอยู่ด้วยกัน คิดถึงมากๆ หรือบอกให้ลูกๆช่วยเรียงความให้แล้วบอกเล่ากันต่อๆไป


โดย: นักรบนิรนาม(ส่วนหนึ่งของยุทธการ) IP: 125.26.146.158 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2550 เวลา:14:56:24 น.  

 
อ่านแล้ว นึกภาพออกเลย


โดย: Kwang IP: 124.121.175.20 วันที่: 8 ธันวาคม 2550 เวลา:12:34:03 น.  

 
รักทหารไทยมากๆ


โดย: ต้น IP: 210.213.3.130 วันที่: 13 ธันวาคม 2550 เวลา:12:43:27 น.  

 
สุดยอดมันส์โครต


โดย: butterfly IP: 124.120.120.154 วันที่: 19 ธันวาคม 2550 เวลา:21:34:40 น.  

 
ภูมิใจในตัวคุณพ่อและทหารไทยมากๆค่ะ
ขอให้ทหารไทยเป็นนักรบใจกล้า รักชาติแบบนี้ตลอดไปนะค่ะ


โดย: seren IP: 58.8.166.29 วันที่: 27 มีนาคม 2551 เวลา:1:33:52 น.  

 
ผมชอบมาก ช่วยเอามาลงให้อ่านอีกหลายๆสมรภูมินะ ขอบคุณครับ


โดย: แห้ว IP: 118.172.202.223 วันที่: 23 เมษายน 2551 เวลา:22:03:20 น.  

 
ขอให้ดวงวิญญาณทหารกล้าทุกคนได้ไปสู่สรวงสวรรค์


โดย: แห้ว IP: 118.172.202.223 วันที่: 23 เมษายน 2551 เวลา:22:07:14 น.  

 
เธชเธ‡เธชเธฒเธฃเธˆเธฑเธ‡ เธญเธขเนˆเธฒเธ‡เน„เธฃเธ—เธฑเน‰เธ‡เธชเธญเธ‡เธเนˆเธฒเธขเธเน‡เน„เธ”เน‰เธ‚เธถเน‰เธ™เธŠเธทเนˆเธญเธงเนˆเธฒเน€เธฅเธทเธญเธ”เน„เธ—เธขเธ—เธฑเน‰เธ‡เธ™เธฑเน‰เธ™ เน„เธกเนˆเธงเนˆเธฒเธˆเธฐเธเนˆเธฒเธขเน„เธซเธ™เธ•เน‰เธญเธ‡เธชเธนเธเน€เธชเธตเธขเธเน‡เน€เธ–เธญเธฐ เธ‚เธญเนƒเธซเน‰ 3 เธˆเธฑเธ‡เธซเธงเธฑเธ”เธ เธฒเธ„เนƒเธ•เน‰เธญเธขเนˆเธฒเธ•เน‰เธญเธ‡เน€เธ›เน‡เธ™เนเธšเธšเธ™เธตเน‰เน€เธฅเธข เธ—เธตเนˆเธชเธณเธ„เธฑเธเธžเธงเธเธกเธตเธญเธณเธ™เธฒเธˆเธ—เธฑเน‰เธ‡เธซเธฅเธฒเธข เธ‚เธญเนƒเธซเน‰เธกเธตเธ„เธธเธ“เธ˜เธฃเธฃเธกเธญเธขเธนเนˆเนƒเธ™เนƒเธˆเธšเน‰เธฒเธ‡เน€เธ–เธญเธฐ เธ–เน‰เธฒเน€เธเธดเธ”เน€เธซเธ•เธธเธเธฒเธฃเธ“เนŒเนเธšเธšเธ™เธตเน‰เธ‚เธถเน‰เธ™เธญเธตเธ เนเธฅเธฐเธ„เธ™เธ—เธตเนˆเธ•เน‰เธญเธ‡เน„เธ›เธฃเธšเธ„เธทเธญเธ„เธ™เนƒเธ™เธ„เธฃเธญเธšเธ„เธฃเธฑเธงเธ„เธธเธ“ เธ–เธถเธ‡เน€เธงเธฅเธฒเธ™เธฑเน‰เธ™เธ„เธธเธ“เธˆเธฐเน„เธ”เน‰เธฃเธนเน‰เธงเนˆเธฒเธซเธฑเธงเธญเธเธ„เธ™เธญเธทเนˆเธ™เน€เธ‚เธฒเน€เธ›เน‡เธ™เธญเธขเนˆเธฒเน„เธฃ เนเธฅเธฐเธ„เธ™เธฃเธธเนˆเธ™เธซเธฅเธฑเธ‡เธญเธขเนˆเธฒเน€เธฃเธฒเธšเธฃเธฃเธžเธšเธธเธฃเธธเธฉเธญเธธเธ•เธชเธฒเธซเนŒเน€เธชเธตเธขเธชเธฅเธฐเธ•เธฑเน‰เธ‡เธกเธฒเธเธกเธฒเธข เน€เธžเธทเนˆเธญเธกเธตเนเธœเนˆเธ™เธ”เธดเธ™เนƒเธซเน‰เน€เธฃเธฒเธญเธขเธนเนˆเนƒเธซเน‰เน€เธฃเธฒเธญเธฒเธจเธฑเธข เธเน‡เธ„เธงเธฃเธˆเธฐเธŠเนˆเธงเธขเธเธฑเธ™เธฃเธฑเธเธฉเธฒเน„เธกเนˆเธงเนˆเธฒเธˆเธฐเธ›เธฃเธฐเน€เธžเธ“เธต เธงเธฑเธ’เธ™เธ˜เธฃเธฃเธก เธซเธฃเธทเธญเนเธกเน‰เนเธ•เนˆเธ„เธงเธฒเธกเธฃเธฑเธ เธ„เธงเธฒเธกเธ เธฑเธเธ”เธดเนŒเธ”เธตเธ•เนˆเธญเธŠเธฒเธ•เธดเน„เธงเน‰เธกเธฑเนˆเธ‡ เน„เธกเนˆเธ‡เธฑเน‰เธ™เนเธญเธฐเธญเนˆเธฐเธญเธฐเน„เธฃเธเน‡เธเธฃเธฑเนˆเธ‡เธˆเธตเนŠเธ” เน€เธเธฒเธซเธฅเธตเธˆเน‹เธฒ เธญเธขเธนเนˆเน„เธ”เน‰ เน€เธซเน‡เธ™เนเธฅเน‰เธงเธชเธ‡เธชเธฒเธฃเธšเธฃเธฃเธžเธšเธธเธฃเธฉเธˆเธฑเธ‡


โดย: .... IP: 125.25.60.115 วันที่: 23 เมษายน 2551 เวลา:23:31:23 น.  

 
เห็นเขาบอกสงครามในตอนนั้นทางพวก ผกค. ได้นำปืน PTRS-41ที่สามารถยิงทะลุเกราะรถถังได้ ของกองทัพแดงมาใช้ ด้วยไม่ใช่หรอครับ กระสุนปืนที่ใช้ 14.5x114 มม. รถ APC เกราะหนา 2นิ้วยังกระจุย ทหารตายทั้งคันมาแย้ว


โดย: -*- IP: 125.25.223.254 วันที่: 15 มิถุนายน 2551 เวลา:15:00:13 น.  

 
รักทหารม้ามากเขาคือผู้เสียสระ


โดย: ฟ้า IP: 222.123.213.96 วันที่: 21 มิถุนายน 2551 เวลา:17:19:28 น.  

 
เธ—เธซเธฒเธฃเธชเธกเธฑเธขเธ™เธตเน‰เน€เธ‚เธฒเน€เธเนˆเธ‡เน€เธ—เนˆเธฒเธชเธกเธฑเธขเธ™เธฑเน‰เธ™เธซเธฃเธทเธญเน€เธ›เธฅเนˆเธฒ
เธซเธฃเธทเธญเน€เธเนˆเธ‡เนเธ•เนˆเธ•เธตเธเธญเธฅเนŒเธŸ เธเธฑเธšเธ„เธธเธกเธงเธดเธ™


โดย: เธชเธฑเธ™เธ•เธดเธกเธฒเธฅเธต IP: 203.154.73.2 วันที่: 22 กรกฎาคม 2551 เวลา:20:57:20 น.  

 
สุดยอดแห่งนักรบนับถือๆ


โดย: นักรบรุ่นหลาน IP: 125.26.144.176 วันที่: 3 สิงหาคม 2551 เวลา:18:18:46 น.  

 
สุดยอดนักลบ


โดย: นักลบไทย IP: 118.173.232.163 วันที่: 14 สิงหาคม 2551 เวลา:0:26:12 น.  

 
สุดยอดเลย


โดย: แมงง่องแง่ง IP: 203.172.184.81 วันที่: 31 ตุลาคม 2551 เวลา:15:37:02 น.  

 
สงครามนำมาซึ่ง ความสงบ..บทเรียนนี้สอนให้รู้ว่า พวกเราคนไทยควรสมัครสามัคคีกัน เพื่อไม่ให้ประวัติซ้ำรอยอีก

ขอให้วิญญาณของพวกท่านทุกๆคนไปสู่ สุขคติด้วยเทอญ


โดย: ลูกหลานผกค. IP: 125.26.2.224 วันที่: 18 ธันวาคม 2551 เวลา:14:14:43 น.  

 
แบบว่ามันส์สะใจมาก ตายซะพวกไม่มีแผ่นดินอยู่
ขอสดุดีแด่ทหารไทยผู้กล้าทุกค่ะ


โดย: หญิงเปิ้ล เพชรบูรณ์ IP: 118.172.228.34 วันที่: 29 มกราคม 2552 เวลา:17:29:56 น.  

 
ร.ท. พรธเณศร์ เสียชีวิตรึเปล่าครับอยากรู้จริงๆ

ว่าแต่อีกเว็บที่แยกมาจากTFCชื่ออะไรนะครับเขียนลิ้งให้หน่อยครับ


โดย: นักเรียนม.ต้นคนหนึ่ง IP: 118.174.86.16 วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:18:44:56 น.  

 
ไทยนี้รัก สงบแต่ถึงรบไม่ขาด

ขอสดุดีแด่ทหารไทยที่เสียชีวิตด้วย


โดย: รักชาติยิ่งชีพ IP: 58.9.231.188 วันที่: 31 มีนาคม 2552 เวลา:22:26:10 น.  

 
ขอสดุดีทหารกล้าทั้งหลายด้วยคนครับ ทุกท่านได้เสียสละเพื่อผืนแผ่นดินไทยของเราจริงๆครับ ไม่มีพวกท่าน ก็ไม่มีไทย


โดย: อดีตลูกนาวีรุ่นหลัง IP: 202.176.135.233 วันที่: 7 เมษายน 2552 เวลา:18:57:28 น.  

 
ผมไปเขาค้อมาเลยได้CDยุทธการผาเมืองเผด็จศึก1และ2
เลยคับหนังสือด้วยใครอยากอ่านไปหาได้
**นักรบเลือดไทย**


โดย: อายุเเค่13เเต่ชอบเรื่องทหาร IP: 125.26.147.64 วันที่: 14 เมษายน 2552 เวลา:11:26:28 น.  

 
หามานานแล้ว


โดย: สันติ IP: 118.172.79.103 วันที่: 1 มิถุนายน 2552 เวลา:12:46:54 น.  

 
ยอดมาก


โดย: ฟฟฟฟ IP: 125.24.232.142 วันที่: 16 มิถุนายน 2552 เวลา:0:04:02 น.  

 
ไม่เห็นรูปสัตว์ต่างส่งสป.เลย


โดย: เสือหมอบ IP: 114.128.210.52 วันที่: 17 กรกฎาคม 2552 เวลา:15:47:49 น.  

 
อนาถจริงหนอ ศักดิ์ศรี และความภาคภูมิใจที่เคยมี กลับถูกเหยีบย่ำทำลายจนป่นปี้ ฤาไม่จำเป็นต้องมีทหารอยู่บนผืนแผ่นดินไทย


โดย: I... HTOW IP: 118.172.1.210 วันที่: 31 กรกฎาคม 2552 เวลา:15:33:43 น.  

 
ผมเห็นว่า พวกเขาคือคนไทยคนหนึ่ง ที่ไม่ควรได้รับการกระทำที่โหดร้ายจากทหารของชาติ ทหารควรใช้ความสามารถในการป้องกันอธิปไตยจากการรุกรานของต่างชาติและค้มครองชีวิตคนไทยทุกคน เรื่องแบบนี้เป็นความเลวร้ายของการกระทำที่ย่ำยี รังแกคนไทยมากกว่าจะมายกย่องเป็นเกียรติประวัติของหน่วยทหารหน่วยนี้ พวกเขาผิดหรือที่คิดไม่เหมือนผู้ปกครองประเทศ ชาวบ้าน ชาวนาผู้ยากไร้ทำไมไม่มีสิทธิที่จะคิด และแสดงอกเพื่อการออกแบบการปกครองตนเอง พวกท่านอ้างระบบ ระบอบการปกครอง ใครคิดไม่เหมือนเขาคือคนเลว สมควรตาย แต่ทีพวกท่านคิดปฏิวัติ โค่นล้มอำนาจการปกครองของรัฐบาลโดยชอบธรรม พวกท่านกลับบอกเป็นความชอบธรรม ได้รับการยกย่อง จารึกชื่อในประวัติผู้นำ น่าสลดใจมาก ๆ เลย อ่านเรื่องนี้แล้ว ถ้าเป็นเรื่องจริง ผมคงเกลียดทหารอีกหลายเท่าความคิด...


โดย: วุฒิ IP: 192.168.1.215, 202.143.144.53 วันที่: 2 พฤศจิกายน 2552 เวลา:9:14:22 น.  

 
พวกเราก็ไทรักชาติเหมือนกัน
ลูกหลานไทควรจดจำ


โดย: สหายนำ IP: 113.53.170.142 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2552 เวลา:20:43:11 น.  

 
เราโตมาในช่วงนั้นพอดี ตื่นเช้าก็ฟังเพลงปลุกใจจากข่าววิทยุที่พ่อเปิด ไปโรงเรียนก็ต้องร้องเพลงปลุกใจทั้งวัน ทุกวันนี้ยังจำได้หลายเพลง อยากให้ฟังกัน เอามาฝากเพราะดี เพลงโปรด แต่สมัยนั้นผู้ชายร้อง ขอให้คนรักกันให้มาก..//www.bannaitub.net/vdo/vdo1/vdo2/


โดย: แล้วจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง IP: 125.27.70.174 วันที่: 2 มกราคม 2553 เวลา:1:56:09 น.  

 
whenever you felt that your heart is going to breakdown
feel it with the love of God ask for his and then you will
find out what is the truth love in Your life as he does for me!

GOD always forgive your mistake
the one that you cant even forget,
he always does it and always being with us
to help and blesss us for us whose heart is full of him


โดย: da IP: 124.120.15.123 วันที่: 19 เมษายน 2553 เวลา:2:10:38 น.  

 
อยากอ่านอีกเยอะๆๆเรยคับ...


โดย: ... IP: 124.121.56.71 วันที่: 3 กรกฎาคม 2553 เวลา:22:46:46 น.  

 
ถ้าตามที่เล่ามาถือว่ารบอย่างมีศักดิ์ศรี


โดย: [blueska] IP: 124.122.172.216 วันที่: 5 สิงหาคม 2553 เวลา:23:48:59 น.  

 
เลือดรักชาติพุ่งเลยครับ


โดย: engineer IP: 182.232.137.9 วันที่: 23 ตุลาคม 2553 เวลา:11:02:03 น.  

 
มันมากครับผมได้ยินแต่เสียงปืนกับระเบิดอยากไปรบด้วยจังผมเคยไปนอนกับพ่อในเบิมที่ฐานทุ่งสมอ เอามาเขียนอีกนะครับผมชอบ


โดย: โจเขาค้อ IP: 180.180.4.40 วันที่: 25 ตุลาคม 2553 เวลา:20:50:01 น.  

 
สดุดี วีรชนครับ..


โดย: BOY 1977 IP: 116.58.231.242 วันที่: 10 มกราคม 2554 เวลา:12:02:31 น.  

 
เม.ย.24 เคยไปนอนในฐานทหารม้าของพ่อที่เขาค้อ ตอนนั้นผมเรียนนักเรียนจ่าอากาศปี1 ช่วงปิดเทอม พ่อผม อยู่ กองร้อย ลว.ที่3 มพัน 9


โดย: อนุชา IP: 223.206.234.73 วันที่: 11 มกราคม 2554 เวลา:21:22:17 น.  

 
พ่อผมเคยไปรบที่เวียดนาม ลาว น่าน (ร.๒๑)ผมจึงรักทหารใครที่เกลียดทหารไทยแม่งก็ไปอยู่นอกประเทศซิ ไม่รู้รึไงถ้าไม่มีทหารสู้รบเพื่อประเทศชาติตั้งแต่บรรพบุรุษเองก็ไม่มีแผ่นดินที่จะอยู่


โดย: ลูกทหารราบและก็เป็นทหารด้วย IP: 1.47.99.34 วันที่: 15 มกราคม 2554 เวลา:21:43:41 น.  

 
อ่านเเล้วอยากเป็นทหารเลยครับ


โดย: เด้กไทย IP: 27.130.164.19 วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:19:53:58 น.  

 
เสียดายครับ ที่รับใช้ชาติช้าไปหน่อย ไม่งั้นจะได้เป็นนักรบอย่างบรรพบุรุษบ้าง ทบ.1929


โดย: ลูกนักรบ พล.ร.4 IP: 125.26.229.50 วันที่: 15 มีนาคม 2554 เวลา:11:24:41 น.  

 
ทหาร อดทนเยี่ยม มีวินัย ใจแข็งแกร่ง เพื่อชาติ เพื่อชาติ เพื่อชาติ............สู้.........


โดย: อดีตหาร IP: 223.204.111.100 วันที่: 26 พฤษภาคม 2554 เวลา:18:33:57 น.  

 
ขอสดุดีดวงวิญญาณวีรบุรุษทหารหาญและเหล่าอาสาสมัครผู้กล้าทุกนายจงสู่สุขคติเถิด


โดย: hs4wiy IP: 223.206.112.185 วันที่: 2 มิถุนายน 2554 เวลา:22:43:42 น.  

 
หากคนไทยทุกคนคิดเหมือนเจ้าของข้อคิดเห็นที่31ประเทศไทยคงไม่ต่างจากประเทศเพื่อนบ้านรอบๆเรา...ผมเชื่อว่าหากท่านเป็นลูกทหารท่านคงไม่มีความคิดแบบนี้


โดย: ลูกชายทหารที่ร่วมสมรภูมิเขาค้อ IP: 223.206.112.185 วันที่: 2 มิถุนายน 2554 เวลา:22:55:45 น.  

 
ไม่ต้องเสียใจครับ เพระว่า ทอทะหารใช้เขียนคำว่าไท.(ชาติไท)จริงๆครับ มุก..ดา หาร.


โดย: ธอ ธง IP: 113.53.152.158 วันที่: 11 มิถุนายน 2554 เวลา:21:45:35 น.  

 
ผมอ่าน ความคิดเห็นที่ 31 แล้วรู้สึกเศร้าใจในความคิดของคนๆนี้เป็นอย่างมากครับทหารหาญทุกคนใช่อยากจะจับปืนมาเข็ญฆ่าประชาชนนะครับ คนไทยทุกคนก็มีสิทธิที่จะคิดต่างแต่ก็จะต้องเคารพในเสียงส่วนใหญ่ของประเทศไม่ใช่จะมาซ่องสุมกำลังแบ่งแยกดินแดนสร้างปัญหาให้กับแผ่นดินเกิด แค่ได้เกิดมาบนแผ่นดินนี้ก็น่าจะนึกถึงคุณของทหารที่สละชืพของตัวเพื่อให้ได้มาซึ่งที่ ที่เราเกิด เราอาศัย เราเติบโต และจนเราตายจากไปแผ่นดินผืนนี้ก็ยังคงอยู่ให้ลูกหลานเราได้อยู่ ขณะที่ทหารหารอยู่สนามรบที่อันตรายรอบด้าน คุณอาจ กำลังกิน เที่ยวเล่นอินเตอร์เน็ตเขียนข้อความของคุณ ทหารทุกคนก็เป็นคนๆหนึ่งซึ่งอาจมีบางคนคิดเหมือนคุณ ( วุฒิ 31) แต่ด้วยหน้าที่่แล้วเขาเหล่านั้นก็ต้องทำ ที่พูดมาทั้งหมดนี้ถ้าคุณไม่เข้าใจการเป็นพลเมื่องที่อยู่ร่วมกันได้ด้วยการยอมรับการใช้ชีวิตในประเทศนี้ที่มีความคิดที่แตกต่าง และมีทหารคอยคุ้มภัย มีกฏหมายบ้านเมื่องให้ทุกคนปฎิบัติตามเพื่อการอยู่ร่วมกันของสังคมอย่างผาสุข การกระทำของ ผกค.บ่อนทำลายความสงบสุขของคนส่วนใหญ่ในประเทศ ทหารหาญทั้งหลายทำถูกต้องแล้ว แต่ถ้าบทความข้างต้นทำให้คุณเกรียดทหารได้ ผมว่า....คุณควรกลับไปเกิดใหม่ในที่ที่คุณคิดว่าดีซิครับ...ไม่ต้องคิดนานเริ่มทำได้เลย...ครับคุณจะได้ไม่รู้สึกเกรียดทหาร...อยู่ไปอายลูกหลานนะความคิดอย่างนี้(เมื่อยมือจัง)


โดย: บอลลูน IP: 182.52.73.17 วันที่: 16 มิถุนายน 2554 เวลา:20:54:14 น.  

 
ความเห็นที่ 31 คิดว่าเขาเป้นประชาชน และทหารทำเกินเหตุหรอ รู้ป่าวว่าเหตุการณ์ก่อนหน้าบทความนี้เป้นไง บทความนี้เขียนเฉพาะเหตุการณ์ที่จวนจะจบสงครามแล้ว รู้ป่าวว่าก่อนหน้านั้นไอ้แม้วพวกนั้นมันทำไงบ้าง วันเสียงปืนแตก ก่อนเหตุการณ์ 10 ปี 2513 ไอ้พวกนั้นมันทำชั่วไง มีคนอย่างคุณทำให้ประเ้ทศตกต่ำ เอาแต่ร้องสิทธิ์ไม่นึกถึงหน้าที่ คนอย่างคุณมันรกโลกชะมัด เลวยิ่งกว่าพวกแม้วแดงซะอีก


โดย: บ IP: 124.120.104.110 วันที่: 19 กรกฎาคม 2554 เวลา:19:41:39 น.  

 
ความเห็นที่ 31 คิดว่าเขาเป้นประชาชน และทหารทำเกินเหตุหรอ รู้ป่าวว่าเหตุการณ์ก่อนหน้าบทความนี้เป้นไง บทความนี้เขียนเฉพาะเหตุการณ์ที่จวนจะจบสงครามแล้ว รู้ป่าวว่าก่อนหน้านั้นไอ้แม้วพวกนั้นมันทำไงบ้าง วันเสียงปืนแตก ก่อนเหตุการณ์นี้ 10 ปี 2513 ไอ้พวกนั้นมันทำชั่วไง มีคนอย่างคุณทำให้ประเ้ทศตกต่ำ เอาแต่ร้องสิทธิ์ไม่นึกถึงหน้าที่ คนอย่างคุณมันรกโลกชะมัด เลวยิ่งกว่าพวกแม้วแดงซะอีก


โดย: บ IP: 124.120.104.110 วันที่: 19 กรกฎาคม 2554 เวลา:19:41:39 น.  

 
ความเห็นที่ 31 คิดว่าเขาเป้นประชาชน และทหารทำเกินเหตุหรอ รู้ป่าวว่าเหตุการณ์ก่อนหน้าบทความนี้เป้นไง บทความนี้เขียนเฉพาะเหตุการณ์ที่จวนจะจบสงครามแล้ว รู้ป่าวว่าก่อนหน้านั้นไอ้แม้วพวกนั้นมันทำไงบ้าง วันเสียงปืนแตก ก่อนเหตุการณ์นี้ 10 ปี 2513 ไอ้พวกนั้นมันทำชั่วไง มีคนอย่างคุณทำให้ประเ้ทศตกต่ำ เอาแต่ร้องสิทธิ์ไม่นึกถึงหน้าที่ คนอย่างคุณมันรกโลกชะมัด เลวยิ่งกว่าพวกแม้วแดงซะอีก


โดย: บ IP: 124.120.104.110 วันที่: 19 กรกฎาคม 2554 เวลา:19:42:10 น.  

 
ความเห็นที่ 31 ผมคิดว่าหากไม่มีทหาร ประเทศไทยคง จะแบ่งเป็นหลายพวกหลายฝ่าย เป็นเมืองขึ้นของต่างชาติ ถูกข่มเหง ขดขี่เชื้อชาติ โจรแบ่งแยกดินมีมากมายหลายกลุ่ม เข่นฆ่าประชาชน เหมือนที่เป็นอยู่ 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ อยู่อย่างหวาดระแวง ฯล....* คุณคงมีความสุขมากสินะ*


โดย: รรรรรร IP: 110.171.180.36 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2554 เวลา:16:35:53 น.  

 
เค้าปกป้องตัวเอง แต่คุณไปลุกกลาม น่าชื่มชมที่ไหน ปัญญา


โดย: ม IP: 101.108.129.29 วันที่: 14 มกราคม 2555 เวลา:17:56:14 น.  

 
เขาเป็นประชาชนคนนึง พูดมั่วๆ ประชาชนที่ไหนถือปืน เหตุการณ์สมัยนั้น คอมมิวนิสนะครับไม่ใช่เสื้อเหลืองเสื้อแดง


โดย: คนพื้นที่ IP: 101.51.41.126 วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:22:24:18 น.  

 
อยากเจอตัวจัง วุฒิ กระทู้31


โดย: โอ๊ตโคราช IP: 101.51.65.129 วันที่: 26 มิถุนายน 2556 เวลา:0:32:57 น.  

 
พี่ผมก็หนึ่งไนทหารกล้า


โดย: บุญเติม บุทลี IP: 101.51.167.223 วันที่: 2 กรกฎาคม 2556 เวลา:19:00:49 น.  

 
คนที่ด่าทหารมันไม่ใช่คนไท


โดย: chaonar2013@gmail.com IP: 49.48.248.30 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2557 เวลา:23:00:42 น.  

 
อ่านแล้วน้ำตาไหลเลยครับ พวกท่านเก่งจริงๆ


โดย: ขนม IP: 116.68.158.90 วันที่: 10 เมษายน 2558 เวลา:15:24:20 น.  

 
น่าเสียดายมีเรื่องเล่าของ กำลังสนับสนุนของกองทัพอากาศ น้อยมาก


โดย: 202SQDN"Have Gun Will Travel" IP: 182.232.110.196 วันที่: 16 พฤศจิกายน 2560 เวลา:11:32:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Analayo
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 56 คน [?]




หากโลกนี้มีความยุติธรรม เราคงไม่ต้องมีศาล ไม่ต้องมีทหาร ไม่ต้องมีตำรวจหรอก/Skyman
@ จ่อยน้องลิง @
@ จ่อยหัวหอม @
X
X



free counters


Friends' blogs
[Add Analayo's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.