ไปกด Link ได้ที่แฟนเพจ https://www.facebook.com/skymantaf หรือ Follow ได้ที่ Twitter https://twitter.com/skymantaf หรือที่ http://www.thaiarmedforce.com นะครับ
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2549
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
14 ธันวาคม 2549
 
All Blogs
 
การรบที่บ้านร่มเกล้า

บทความนี้ ได้มาจากเว็บไซต์ //isan.mfu.ac.th/romkao.htm ครับ เป็นบทความที่น่าอ่านเหมือนกัน

การรบครั้งนี้จะว่าเราแพ้ก็คงแพ้ล่ะครับ เพราะที่เรารบอยู่นั้นไม่ใช่รบกับลาวจริง ๆ หากแต่รบกับมหาอำนาจอย่างโซเวียต ส่วนตัวคิดว่าเรารอดมาได้ขนาดนี้ก็ยอดเยี่ยมแล้วครับ

การรบที่ร่มเกล้า




การรบระหว่าง ไทย-ลาว ที่บ้านร่มเกล้า
๑. มูลเหตุของการรบ
ยุทธการบ้านร่มเกล้า เกิดขึ้นในกรณีพิพาทระหว่าง ไทย-ลาว ณ บ้านร่มเกล้า อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก อันเนื่องมาจากปัญหาเส้นเขตแดน ซึ่งไทยและลาวอ้างสนธิสัญญาคนละฉบับ โดยลาวได้ส่งกำลังทหารเข้ามายึดพื้นที่ส่วนที่เป็นปัญหา ไทยจึงได้ส่งกำลังทหารเข้าผลักดัน และเกิดการปะทะกันด้วยกำลังทหารของทั้งสองฝ่ายอย่างหนักหน่วง ในช่วงเดือนธันวาคม ๒๕๓๐ - กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ และมีการหยุดยิง ของทั้งสองฝ่ายเมื่อ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑
๒. ปัญหาเส้นเขตแดน จุดก่อของสงคราม
ตามสนธิสัญญาระหว่างไทยกับฝรั่งเศส ปี พ.ศ. ๒๔๕๐ กำหนดให้น้ำเหืองเป็นเขตแดนสยาม-ฝรั่งเศส แต่ปีถัดมาพนักงานสำรวจทำแผนที่พบว่ามีน้ำเหืองสองสาย ฝรั่งเศสตัดสินเอาเอง (เข้าใจว่าไม่ได้แจ้งให้กรุงเทพฯ ทราบ) ว่าเลือกสายน้ำที่ทำให้ฝรั่งเศสได้ดินแดนมากขึ้นหน่อย เขตแดนตรงนั้นไม่มีปัญหาอะไร จนกระทั่งปี ๒๕๓๐ ทางลาวอ้างว่าบริเวณบ้านร่มเกล้าเป็นของลาว เนื่องจากแผนที่คนละฉบับกับไทย ซึ่งอาจจะเกิดจากความผิดพลาดในการสำรวจครั้งนั้น ภายหลังพบว่าลำน้ำเหืองมี ๒ สาย ซึ่งไม่ตรงกับแนวลำน้ำในปัจจุบัน ซึ่งปรากฏในแผนที่สหรัฐทำให้รัฐบาลไทยช่วงสงครามเวียดนาม อีกทั้งลำน้ำในปัจจุบันเรียกว่าเหืองป่าหมัน ซึ่งไม่ใช่ชื่อที่เคยปรากฏในเอกสารใด ๆ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๐-๒๔๕๑

๒.๑ จุดที่น่าสังเกตของเหตุการณ์ครั้งนี้
๒.๑.๒ ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวคือปี ๒๕๒๘-๒๕๓๐ ทหารเวียดนาม-เฮงสัมริน ได้ส่งกองกำลังจำนวนมากเข้ากวาดล้างกองกำลังเขมรฝ่ายต่อต้าน ตามแนวชายแดนไทยที่จังหวัดอุบลราชธานี จนเกิดกรณีการรบกันอย่างหนักกับไทยที่ช่องบก ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.น้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เป็นพื้นที่ชายแดนซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกัน ๓ ประเทศ คือ ไทย ลาว และกัมพูชา มีทิวเขาพนมดงรัก กั้นเป็นแนวเขตแดน เนื่องจากพื้นที่ทางฝั่งเขมรเป็นที่ราบต่ำ ทหารเวียดนามจึงได้รุกล้ำเข้ามาตั้งฐานที่มั่นลึกเข้ามาในเขตไทยประมาณ ๕ กม. มีการปรับปรุงดัดแปลงที่ตั้งเพื่อรับการโจมตีจากทางไทยเป็นอย่างดี ซึ่งจะเป็นการตัดการติดต่อระหว่างไทยกับกองกำลังกลุ่มต่อต้านในการสนับสนุนยุทธปัจจัยการรบที่ช่องบก ที่ช่องบกนั้นมีการปะทะกันอย่างหนักระหว่างไทยและเวียดนาม (ไทยใช้กำลังส่วนต่าง ๆ จากกองทัพภาคที่ ๒ ประกอบด้วย ๕ กองพันทหารราบ, ๑ ร้อยลาดตระเวนระยะไกล, ๒๗ กองร้อยทหารพราน, ๑ ร้อยรถถัง สนับสนุนด้วยปืนใหญ่ และกำลังทางอากาศ โดยเครื่องบิน เอ ๓๗ และเอฟ ๕) การรบมีความรุนแรงไม่น้อยไปกว่าที่บ้านร่มเกล้า การปฏิบัติการกวาดล้างกองกำลังทหารเวียดนามที่ช่องบก ตั้งแต่ ม.ค.๒๕๒๘-ธ.ค.๒๕๓๐ ทหารไทยสูญเสีย กำลังพล ๑๐๙ นาย บาดเจ็บ ๖๔๔ นาย ยึดอาวุธจากฝ่ายเวียดนามได้จำนวนมาก (ตัวเลขที่เปิดเผยจากทางการไทย) ทหารเวียดนามเสียชีวิตประมาณ ๕๐,๐๐๐ คน จากการรบในเขมรและชายแดนไทยตั้งแต่บุกเข้ามาจนถอนออกไป บางส่วนถูกจับเป็นเชลยและหนีทัพมอบตัวกับไทยประมาณ ๕๐๐ คน
จุดที่น่าสังเกตเรื่องหนึ่งก็คือการรบครั้งนี้มีการเตรียมการอย่างดี ทหารเวียดนามมีอาวุธและระบบการติดต่อสื่อสารที่ทันสมัยมาก คาดว่าได้รับมาการสนับสนุนจากรัสเซีย ( ปี ๒๕๒๒ เวียดนามตีเขมรแดงแตกและถอยไปตั้งฐานที่ชายแดนไทย แถบเทือกเขาพนมมาลัย และเกิดการรบเรื่อยมาในเขมร โดยฝ่ายเขมรต่อต้านคือ เขมรแดง ได้จีนสนับสนุน กลุ่มซอนซาน และเจ้าสีหนุ (มีไทย สหรัฐ ฝรั่งเศสให้การสนับสนุน) กับทหารเวียดนาม ผสมกับเขมรกลุ่มเฮงสัมริน มีนายฮุนเซน เป็นผู้นำซึ่งแต่ก่อนเคยเป็นเขมรแดงมาก่อน แต่แตกคอกันและไปเข้ากับเวียดนาม นำทหารเวียดนามมาขับไล่เขมรแดงออกไป)
นอกจากนี้ยังมีรายงานจากบางหน่วยของกองทัพบกว่าทหารเวียดนามมีการใช้อาวุธเคมีในบริเวณดังกล่าวด้วย ซึ่งมีการยืนยันจากทหารเขมรในการปะทะหลายครั้งว่ามีการโปรยหรือทิ้งสารบางอย่างลงมา ซึ่งมีผลต่อผิวหนังและระบบหายใจ นอกจากนั้นแหล่งน้ำในบริเวณดังกล่าวยังเต็มไปด้วยสารพิษ จากการปะทะและกวาดล้างทหารเวียดนามในเนิน ๕๖๕,๔๐๘,๕๐๐,๓๘๒ พบหน้ากากและชุดสำหรับป้องกันอาวุธเคมี ด้วย
๒.๑.๓ หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่ากรณีพิพาทระหว่างไทยกับลาวครั้งนี้เป็นแรงผลักดันที่ลาวได้รับจากเวียดนามและโซเวียต ซึ่งพยายามขัดขวางการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับลาวมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๐ และเป็นหนึ่งในแผนตัดขาดและยึดภาคอีสานของไทยตามยุทธการตัว L (L Operation) และรวมภาคอีสานของไทย ลาว เขมร เวียดนาม เป็นสหพันธ์อินโดจีน โดยมีเวียดนามเป็นผู้นำ
ลักษณะภูมิประเทศรูปตัวแอลใหญ่คือพื้นที่ป่าภูเขาบริเวณรอยต่อจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดเลย ทอดตัวยาวลงมาทางใต้ตามแนวเทือกเขาเพชรบูรณ์ มาบรรจบกันบริเวณเขาใหญ่ บริเวณรอยต่อ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดนครนายก และจังหวัดสระบุรี ซึ่งทอดตัวยาวมาจากทิศตะวันตก ตั้งแต่จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์ ตามแนวเทือกเขาพนมดงรัก เขาบรรทัด เขากำแพง และบรรจบกันที่ เขาใหญ่ อ.ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
๒.๑.๔ ในช่วงดังกล่าวบางรายงานแจ้งว่ามีทหารเวียดนามในลาวประมาณ ๖๐,๐๐๐ คน และในเขมรประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ คน ซึ่งอาจจะต้องการเปิดศึก ๒ ด้าน ให้ไทยพะว้าพะวงทั้งการรุกที่บ้านร่มเกล้าตีเจาะมาทางเหนือ และตีรุกเข้ามาที่ช่องบกทางใต้ เพื่อตัดและยึดภาคอีสาน เลยหากรณีมาอ้าง เพื่อทำการรบ
๒.๑.๕ จากการปะทะกันระหว่างทหารไทยและลาวนั้น มีรายงานจากบางหน่วยแจ้งว่าฝ่ายลาวมีทหารต่างชาติบัญชาการรบ อาจเป็นคนรัสเซีย และถูกทหารไทยยิงตายไปหลายคน (กองทัพไทยไม่ได้ให้ข้อมูลกับเรื่องนี้มากนัก) จากการปะทะหลายครั้งบางหน่วยรายงานว่า ทหารที่เข้าใจว่าเป็นทหารลาว บางคนพูดร้องสั่งการเป็นภาษาเวียดนาม คาดว่าเป็นกองกำลังผสมระหว่างเวียดนามและลาวที่รบกับไทย ในการรบที่บ้านร่มเกล้านี้จึงไม่ใช่กรณีพิพาทระหว่างไทยกับลาวธรรมดา
๒.๑.๖ ระบบอาวุธและการติดต่อสื่อสารในการรบที่ทางฝ่ายลาวใช้นั้น ทันสมัยมาก สามารถรู้พิกัดที่ตั้งปืนใหญ่ของไทย และยิงตอบกลับอย่างรวดเร็ว อีกทั้งมีการรบกวนระบบการสื่อสารของทหารไทย ซึ่งกองทัพประชาชนลาวคงไม่มีระบบที่ทันสมัยอย่างนี้
๒.๑.๗ ที่ตั้งบนเนิน ๑๔๒๘ มีการดัดแปลงการตั้งรับอย่างดี บังเกอร์เป็นคอนกรีต เสริมเหล็ก ลักษณะเป็นเนินเขาบีบแคบ ในการเข้าตีต้องเข้าตีจากด้านหน้าอย่างเดียว ทำให้ฝ่ายไทยเสียเปรียบในการรบ หากจะต้องทำการรบในกรอบปกติ
๒.๑.๘ ข้อกล่าวหาของลาวต่อไทยอีกอย่างหนึ่งคือ ลาวกล่าวหาว่ามีบริษัทคนไทยบุกรุกเข้าไปตัดไม้และชักลากไม้ของลาวเข้ามาในอาณาเขตไทย ทหารลาวต้องการเงินค่าไม้ เมื่อไม่ได้รับจึงดำเนินการในลักษณะรุกรานดังกล่าว แต่บางรายงานก็กล่าวว่ามีคนไทยบางคนสมคบกับทหารลาวในพื้นที่ทำธุรกิจไม้เถื่อนจากลาวเข้ามาในไทย มีการติดต่อค้าขายกันมานาน ก่อนเกิดเหตุมีการคดโกงกันขึ้น คือผู้ประกอบธุรกิจฝ่ายไทยไม่ยอมจ่ายค่าไม้เถื่อนให้กับทหารลาวในวงเงินประมาณ ๕ ล้านบาท ทหารลาวจึงทำการเผารถแทรกเตอร์ รถบรรทุก และรถจี๊บเป็นการตอบแทน ซึ่งมีหลายฝ่ายของไทยกล่าวว่า การตั้งข้อกล่าวหาดังกล่าว เพื่อเป็นการเสริมเรื่องไทยรุกล้ำแดนลาว และยังเข้าไปตัดไม้ด้วย เพื่อหาเหตุผลในการรุกราน

ลำดับเหตุการณ์ที่สำคัญของสงครามบ้านร่มเกล้า
..................ช่วงปี พ.ศ. ๒๕๑๐-๒๕๒๐ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย(พคท.)เคลื่อนไหวรุนแรงที่จะยึดอำนาจรัฐ พื้นที่ติดต่อเขตลาวในเขตนี้ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชาวเผ่าม้ง ใช้เป็นพื้นที่หลบซ่อนและปฏิบัติการ เพราะสามารถข้ามลำน้ำเหืองเข้ามาในเขตไทยได้ง่าย และบริเวณพื้นที่นี้กลายเป็นยุทธบริเวณอันสำคัญระหว่างทหารกับ พคท. ชาวม้งซึ่งเป็นแนวร่วมกับ พคท.ถูกปราบปรามอย่างหนัก หนีข้ามลำน้ำเหืองเข้าไปในเขตลาว
ช่วงปี พ.ศ. ๒๕๒๕ สถานการณ์ในอินโดจีนเปลี่ยนแปลง ประกอบกับนโยบาย ๖๖/๒๕๒๓ ของรัฐบาลไทยคือใช้ยุทธวิธี “กวนป่า ล้อมบ้าน” ใช้ยุทธศาสตร์ “การเมืองนำทหาร” ทำให้ชาวม้งตัดสินใจกลับเข้ามาตามโครงการเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย กองทัพภาคที่ ๓ ได้ตัดถนนสายยุทธศาสตร์และแนวชายแดนจาก อ.นาแห้ว จ.เลย ขึ้นไปสิ้นสุดที่บ้านร่มเกล้า กลายเป็นเขตสัมปทานป่าไม้ มีการจัดตั้งชุดทหารพรานคุ้มครองที่ ๓๔๐๕ ขึ้น
..................๓๑ พฤษภาคม ๒๕๓๐ ทหารลาวยกกำลังเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งไทยอ้างว่าอยู่ในเขต อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ทำลายรถแทรกเตอร์ของบริษัทป่าไม้เอกชนเสียหาย ๓ คัน มีผู้เสียชีวิต ๑ คน หายสาบสูญ ๑ คน ทหารพรานชุด ๓๔๐๕ เข้าปะทะกับทหารลาว
..................๑ มิถุนายน ๒๕๓๐ ทหารลาวเข้าโจมตีม้งที่บ้านร่มเกล้า โดยอ้างว่าเป็นการกวาดล้างม้งที่เคลื่อนไหวต่อต้านทางการลาว (กลุ่มกองกำลังต่อต้านลาว ซึ่งมีการจัดตั้งในสมัยสงครามเวียดนาม ผู้นำคือนายพลวังเปา เพื่อใช้ต่อต้านการรุกรานของคอมมิวนิสต์เวียดนามเหนือและลาวแดง ปัจจุบันมีการเคลื่อนไหวในภาคเหนือของลาว บางพื้นที่ทหารลาวยังไม่สามารถควบคุมได้ ปัจจุบันนี้ก็ยังมีการปะทะระหว่างทหารลาวและลาวฝ่ายต่อต้านหลายครั้ง เช่น ที่ด่านวังเต่าติดชายแดนไทยเมื่อไม่นานมานี้ และลาวกล่าวหาไทยว่าให้การสนับสนุน บางรายงานแจ้งว่าม้งกลุ่มนี้ได้รับการสนับสนุนด้านการเงินจากม้งที่อพยพไปอยู่ต่างประเทศ) และมีทหารลาวอีกชุดหนึ่งยกกำลังข้ามพรมแดนเข้ามาที่เขตบ้านนาผักก้าม และบ้านนากอก อ.นาแห้ว จ.เลย ยิงราษฎรไทยตาย ๑ คน จับกุมตัวไป ๖ คน หนีรอดมา ๑ คน โดยกล่าวหาว่าราษฎรเหล่านั้นลักลอบเข้าไปตัดไม้ในลาว
..................๗ สิงหาคม ๒๕๓๐ ทหารลาวประมาณ ๒๐๐ นาย เข้าโจมตีฐานปฏิบัติการของทหารพรานชุดคุ้มครองที่ ๓๔๐๕ ที่บ้านร่มเกล้า (บางรายงานแจ้งว่าทหารลาวประมาณ ๑ กองพัน ซึ่งมีประมาณ ๘๐๐ คน เข้าโจมตี โดยการระดมยิงด้วยเครื่องยิงลูกระเบิดจรวดอาร์พีจี และปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลังอย่างหนัก ก่อนจะโหมกำลังเข้าตี ตามกลยุทธ์ของคอมมิวนิสต์ ที่จะบุกเข้าตีข้าศึกด้วยกำลังมากกว่า ๑๐ เท่า และกองทัพภาคที่ ๓ ได้รายงานด่วนไปยังกองทัพบกถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น)
..................๑๗ สิงหาคม ๒๕๓๐ สถานีวิทยุลาวเสนอบทสัมภาษณ์ประธานคณะปกครองเมืองบ่อแตน แขวงไทรบุรี กล่าวหาบริษัททำไม้เอกชนของไทยกับฝ่ายทหารไทยว่าได้ร่วมกันสร้างเส้นทางเข้าไปตัดไม้ในลาว และได้เรียกร้องให้ไทยยุติการกะทำดังกล่าว รวมทั้งกล่าวหาฝ่ายไทยว่าใช้กำลังทหารเข้ารุกรานเบียดบังเอาดินแดนของลาวไป
..................ช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม ๒๕๓๐ ทหารไทยเคลื่อนกำลังเข้าประจำการในพื้นที่ที่เกิดปัญหาทั้งจากทหารราบ ทหารม้า ทหารพราน และหน่วยปืนใหญ่ เช่นเดียวกับทางลาวก็มีการเคลื่อนย้ายทหารและอาวุธจำนวนมาก ทหารไทยเข้าตีและทำลายเนินต่าง ๆ ที่อยู่รอบ ๆ ที่ทหารลาวมาตั้งฐานอยู่ เพื่อยึดจุดยุทธศาสตร์
..................๓ พฤศจิกายน ๒๕๓๐ กองทัพภาคที่ ๓ เปิดยุทธการภูสอยดาว โหมการรบอย่างรุนแรงทั้งทางภาคพื้นดินและทางอากาศ โดยส่งเครื่องบินขับไล่เอฟ ๕ อี ไปทิ้งระบิดในยุทธภูมิอย่างหนัก การสู้รบยังคงต่อเนื่องและรุนแรงยังคงดำเนินอยู่ ตัวเลขของความเสียหายของทั้งสองฝ่ายไม่เป็นที่เด่นชัด บางรายงานแจ้งว่าทางลาวเสียหายอย่างหนักที่โรงพยาบาลเมืองไทรบุรีของลาวเต็มไปด้วยทหารที่บาดเจ็บ จนล้นโรงพยาบาล
..................๑๑ ธันวาคม ๒๕๓๐ กระทรวงการต่างประเทศแจ้งว่าลาวมีความประสงค์ที่จะให้มีการเจรจาเพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศขึ้นเป็นครั้งที่ ๓ หลังจากการเจรจาสองครั้งที่ผ่านมาคือครั้งแรก ๑๘ สิงหาคม ๒๕๓๐ ครั้งที่สอง ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๓๐ ประสพความล้มเหลว (หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าทุก ๆ ครั้งที่ฝ่ายลาวเกิดการสูญเสียในการรบอย่างหนัก จะยื่นเจรจา เพื่อให้ทางไทยชะลอการรุก และทำการเสริมกำลังของฝ่ายลาว และปรับปรุงการตั้งรับ)
..................๑๓ ธันวาคม ๒๕๓๐ กองทัพภาคที่ ๓ ออกปฏิบัติการกวาดล้างเข้าโจมตีฐานทหารลาวเกิดการปะทะกันอย่างหนักของทั้งสองฝ่าย อย่างหนักหน่วง
..................๑๖ ธันวาคม ๒๕๓๐ กระทรวงการต่างประเทศลาวเชิญอุปทูตไทยเข้ารับบันทึกช่วยจำ มีเนื้อความว่า เครื่องบินไทยละเมิดน่านฟ้าลาว และทำการทิ้งระเบิดพื้นที่แขวงไทรบุรีของลาว รวมทั้งมีการยิงปืนใหญ่ใส่บริเวณต่างๆของลาวอีกด้วย
สำหรับในกรณีนี้นั้นจากการวิเคราะห์ของหลายฝ่ายกล่าวว่า เนื่องจากเนิน ๑๔๒๘ เป็นที่ตั้งที่ดี การเข้าตีต้องเข้าตีจากด้านหน้า ทางลาวตั้งฐานปืนใหญ่ด้านหลัง ซึ่งเป็นแนวเขาซับซ้อน ยากต่อการค้นหา และยิงตอบกลับ ในช่วงนั้นมีข่าวว่า กองทัพไทยประกาศว่าหากจะทำการบุกข้ามแม่น้ำโขงเข้าไปก็ต้องทำหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ซึ่งมีผู้ใหญ่หลายฝ่ายออกมามาปรามในเรื่องนี้ เพราะไม่อยากให้สถานการณ์รุนแรงจนกลายเป็นสงครามเต็มขั้นระหว่างไทยกับลาว และจากการรบในช่วงแรกที่ทางไทยเข้าตีตามกรอบคือเข้าทางด้านหน้าได้รับการต้านทานอย่างหนัก และยากต่อการเคลื่อนกำลัง จึงมีการใช้เครื่องบินรบ เอฟ ๕ เข้าไปทิ้งระเบิดบนเนิน ๑๔๒๘ และที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ในเขตลาว จนเสียหายยับเยิน เช่น สนามบินบ้านน้ำทาของลาว จากภาพถ่ายทางอากาศเนิน ๑๔๒๘ ราบเป็นหน้ากลองไม่มีต้นไม่เหลืออยู่เลย เพราะถูกระดมยิงจากปืนใหญ่ และการทิ้งระเบิดจากเอฟ ๕ แต่ทางลาวมีที่ตั้งแข็งแรง และเตรียมการตั้งรับอย่างดี บางรายงานกล่าวว่าเมื่อไม่สามารถเข้าไปตรง ๆ ได้ กองทัพไทย ได้ส่งหน่วยสงครามพิเศษ แทรกซึมเข้าไปในพื้นที่ของลาว เพื่อทำการโจมตีระบบส่งกำลังบำรุง และค้นหาที่ตั้งปืนใหญ่ ทำให้การปฏิบัติการของลาวถูกกดดันมากยิ่งขึ้น (ซึ่งทางการไทยได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบในการรบใหม่เนื่องจากมีการสูญเสียกำลังพล และไม่สามารถรุกคืบหน้าได้)
..................๑๗ ธันวาคม ๒๕๓๐ กองทัพบกออกแถลงการณ์ว่าขณะนี้กองทัพปลดปล่อยประชาชนลาวได้เคลื่อนย้ายกำลังพลและอาวุธอย่างต่อเนื่องเข้ามาในพื้นที่เมืองบ่อแตน แขวงไทรบุรี และได้เข้ามาในพื้นที่ อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก เพื่อลาดตระเวนวางกับระเบิดและทุ่นระเบิด พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ บินด่วนเพื่อตรวจสถานการณ์ และหาหนทางคลี่คลายสถานการณ์
..................๑๗ ธันวาคม ๒๕๓๐ นายกิทอง วงสาย เอกอัครราชทูตลาวประจำองค์การสหประชาชาติ ยื่นหนังสือประท้วงไทยต่อเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ โดยมีใจความว่า ไทยใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดแขวงไทรบุรี และมีการระดมยิงปืนใหญ่เข้าไปในพื้นที่อย่างรุนแรง ในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๐ ที่ผ่านมา
..................๒๐ ธันวาคม ๒๕๓๐ สำนักข่าวเอพี รายงานว่าการรบระหว่างไทย-ลาว ในวันที่ ๑๕ ธันวาคมที่ผ่านมา นับเป็นการต่อสู้ที่รุนแรงที่สุดของทั้งสองฝ่าย (มีรายงานจากบางหน่วยที่เข้ายึดฐานทหารลาวได้แจ้งว่าพบชุดป้องกันอาวุธเคมี แบบเดียวกันกับที่ยึดได้จากทหารเวียดนามในช่องบก บางรายงานแจ้งว่าทางการลาวมีแผนจะใช้อาวุธเคมีด้วย และในช่วงนั้นหนึ่งกรมทหารราบของลาว จะมี ๑ กองร้อยอาวุธเคมีประจำการอยู่)
..................๒๙ ธันวาคม ๒๕๓๐ พลอากาศเอกสิทธิ เศวตศิลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ประกาศยืนยันว่าพื้นที่บ้านร่มเกล้าเป็นของไทย โดยหลักฐานมีแน่ชัด และได้กล่าวถึงเรื่องการเจรจาปรับความสัมพันธ์นั้น ทางไทยตั้งเงื่อนไขให้ลาวเปลี่ยนตัวหัวหน้าผู้แทนการเจรจา เพราะผู้แทนลาวมักไม่มีความจริงใจในการเจรจา เอาการเจรจาเป็นเครื่องมือในการโฆษณาชวนเชื่อทำลายไทย
..................๓๐ ธันวาคม ๒๕๓๐ รายงานข่าวจากกระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยว่า ไทยได้เสนอผ่านประเทศที่สาม ให้ลาวแต่งตั้งเอกอัครราชทูตประจำประเทศลาวคนใหม่แทนท้าวคำพัน สิมาลาวงศ์ ซึ่งมีพฤติกรรมชัดแจ้งหลายอย่างที่จะก่อให้เกิดความแตกแยกในหมู่ผู้นำไทย และไม่สร้างบรรยากาศการแก้ไขปัญหาพิพาทให้ดีขึ้น
..................๕ มกราคม ๒๕๓๑ นักศึกษาลาวและพระภิกษุจำนวนหลายร้อยคนเดินขบวนประท้วงไทย ผ่านหน้าสถานทูตไทยประจำเวียงจันทน์ เรียกร้องให้ไทยยุติการโจมตี และให้ไทยถอนกำลังออกจากบ้านร่มเกล้าโดยเร็ว
..................๒๐ มกราคม ๒๕๓๑ ใกล้บริเวณเนิน ๑๔๒๘ ทหารลาวซุ่มโจมตีรถบรรทุกทหารช่างและทหารพรานเกิดความเสียหายครั้งสำคัญยิ่งของไทย
..................๒๑ มกราคม ๒๕๓๑ มีการปรับยุทธวิธีการสู้รบครั้งใหญ่ต่อยุทธการภูสอยดาว เพราะไทยเริ่มมีการสูญเสียมากขึ้น และเพื่อลดความสูญเสียดังกล่าว จึงมีการปรับปรุงยุทธการรบให้เหมาะสมยิ่งขึ้นต่อยุทธภูมิที่เป็นอยู่ (ทางไทยเริ่มมีการใช้การรบนอกแบบ และได้ผล สร้างความกดดันต่อการปฏิบัติการของฝ่ายลาวเป็นอย่างมาก)
..................๒๒ มกราคม ๒๕๓๑ พลเอกเปรม ติณสูรานนท์ นายกรัฐมนตรี พลอากาศเอกพะเนียง กานตรัตน์ รมว.กระทรวงกลาโหม พลเอกประจวบ สุนทรางกูร รมว.กระทรวงมหาดไทย พลอากาศเอกสิทธิ เศวตศิลา รมว.กระทรวงการต่างประเทศ และพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ พร้อมทหารระดับสูงอีกหลายนาย เดินทางไปดูสถานการณ์การรบในพื้นที่ และเน้นให้ทหารผลักดันกองกำลังทหารลาวไปให้เร็วที่สุด แต่ก็ให้ทหารทำการรบในขอบเขตจำกัดที่สุด
..................๒๖-๒๗ มกราคม ๒๕๓๑ ได้มีการเคลื่อนไหวของประชาชนนับแสนคน ในประมาณ ๒๐ จังหวัดทั่วประเทศ ทำการเคลื่อนไหวประท้วงลาวอย่างต่อเนื่อง เช่นที่ เลย หนองคาย มุกดาหาร สงขลา ระนอง และลำปาง เป็นต้น
๒๗ มกราคม ๒๕๓๑ กระทรวงการต่างประเทศนำทูตประจำประเทศไทยจาก ๒๒ ประเทศพร้อมทั้งสื่อมวลชนจำนวนหนึ่ง ไปดูสถานการณ์ในพื้นที่บ้านร่มเกล้าท่ามกลางการต่อสู้อย่างหนักของกองกำลังทั้งสองฝ่าย
๒๙-๓๐ มกราคม ๒๕๓๑ สถานการณ์ตึงเครียดรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณเนินยุทธศาสตร์ ๑๔๒๘นายชีวิน สุทธิสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ได้มีคำสั่งปิดพรมแดนด้านอำเภอปากชม เชียงคาน ภูเรือ ด่านซ้าย และนาแห้ว เพื่อป้องกันมิให้ฝ่ายลาวลักลอบเข้ามาซื้อสินค้ายุทธปัจจัยอันจะเป็นประโยชน์ในการรบของลาวต่อไป (ฐานทหารลาวที่ถูกไทยตีแตกพบว่าอาหารมีการซื้อมาจากฝั่งไทย ด้านจังหวัดเลย)
..................๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ การปฏิบัติการทางอากาศของเครื่องบิน เอฟ-๕ อี อย่างหนัก และรุนแรงในวันๆ หนึ่งมีเที่ยวบินไม่ต่ำกว่า ๓๐ เที่ยวบินรบ
..................๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ เครื่องบินขับไล่ เอฟ-๕ อี ของไทยลำหนึ่งถูกยิงตกขณะบินปฏิบัติการเหนือยุทธภูมิร่มเกล้า โดยจรวดแซม ๗ ทำจากโซเวียต แต่นักบินปลอดภัย นับเป็นความสูญเสียที่สำคัญอีกครั้งของฝ่ายไทย เครื่องบินถูกยิงที่บริเวณส่วนหางและเครื่องยนต์ด้านขวา ทำให้เครื่องยนต์ระเบิดกลางอากาศ ได้รับความเสียหายอย่างหนักไม่สามารถบังคับเครื่องบินต่อไปได้ จำเป็นต้องสละเครื่องบินเหนือพื้นที่ที่ฝ่ายตรงข้ามครอบครองอยู่และได้ถูกควบคุมตัวโดยกำลังฝ่ายตรงข้าม จนกระทั่งในวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ) ได้รับนักบินทั้งสองนายกลับประเทศไทย รายงานบางกระแสแจ้งว่าทหารเวียดนามเป็นคนยิง โดยยิงพร้อมกันทีละ ๗ กระบอก การรบครั้งนี้ไทยยังเสียเครื่อง โอวี๑๐ ไปอีก ๑ เครื่องด้วย และมีเครื่องเอฟ ๕ อีกเครื่องหนึ่งโดนจรวดแซมยิงเข้าที่เครื่องยนต์ท้าย ในการเข้าโจมตีของเครื่องเอฟ ๕ จำนวน ๔ เครื่อง ที่เป้าหมายในการเข้าโจมตีทิ้งระเบิดต่อเป้าหมายครั้งหนึ่ง แต่นักบินสามารถนำเครื่องกลับมาลงที่สนามบินได้อย่างปลอดภัย และกองทัพอากาศทำการแก้ไข ซ่อมแซมนำกลับมาบินได้อีกครั้ง
..................๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ หลังการสูญเสียเครื่องบิน เอฟ - ๕ อี พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ประกาศกร้าวที่จะปกป้องอธิปไตยของชาติ อีกทั้งย้ำว่าทุกครั้งที่ทหารไทยที่เสียชีวิต ๑ คน ทหารลาวต้องเสียชีวิตอย่างน้อย ๓ คน และกล่าวถึงว่าถ้าหากจำเป็นจะเปิดศึกข้ามโขงก็ต้องทำ นายฮาเวียร์ เปเรซ เดอ เชอลาร์) (Javier Perez de Cuella ) เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ได้มีสาส์นถึง พลอากาศเอกสิทธิ เศวตศิลา ขอให้ฝ่ายไทยและลาวใช้ความอดกลั้นให้ถึงที่สุดเพื่อป้องกันมิให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก และขอให้หาทางยุติปัญหาโดยสันติโดยเร็วที่สุดและพร้อมที่จะช่วยเหลือในการเจรจายุติปัญหาดังกล่าว
..................๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ มีการเปิดเผยโดยอ้างแหล่งข่าวระดับสูงของกองทัพบกว่า ลาวและกลุ่มประเทศอินโดจีน มีแผนตั้งสหพันธ์อินโดจีน และจะมีการส่งกำลังรบจากลาวบุก ๑๖ จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย แล้วตัดส่วนที่อยู่เหนือบริเวณ ๓ จังหวัด คือ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก และเลย เป็นรูปตัว L เพื่อเป็นฐานที่มั่นของขบวนการดาวเขียวที่เวียดนามหนุนอยู่
..................๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ มีการประชุม และปรับยุทธการการรบของฝ่ายไทยอย่างเต็มที่ หลังจากมีการสูญเสียมากขึ้นโดยเน้นการประสานงานระหว่างหน่วยต่างๆ ในพื้นที่การรบ และที่สำคัญคือกำลังจากไทยเสียเครื่องบินรบไปในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
..................๙-๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ คณะผู้แทนฝ่ายไทย นำโดย พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปลาว ซึ่งหลายฝ่ายให้ความเห็นว่าเป็นการเดินทางไปทำงาน ให้รัฐบาลไทยในการหาทางหาข้อยุติในปัญหาพิพาทด้วยการเจรจา
..................๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ นายไกรสอน พรมวิหาร นายกรัฐมนตรีลาวได้ส่งสาสน์ถึงพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีของไทย เสนอให้ทหารทั้งสองฝ่ายพบแก้ไขปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้โดยเร็ว ลาวพร้อมที่จะส่งคณะผู้แทนทหารมากรุงเทพมหานคร และยินดีที่จะต้อนรับคณะผู้แทนทหารของประเทศไทย ที่จะเดินทางไปนครเวียงจันทน์เพื่อปรึกษาหารือ ดังนี้
๑. ให้ทั้งสองฝ่าย หยุดยิงและแยกกำลังทหารออกไกลจากกันโดยทันทีแล้วตั้งคณะกรรมการทหารผสมของทั้ง ๒ ฝ่ายขึ้น เพื่อตรวจตราการหยุดยิง และแยกกำลังทหารทั้งสองฝ่ายออกไกลจากกันโดยเด็ดขาด
๒. ให้ทั้งสองฝ่ายแต่งตั้งคณะกรรมการวิชาการไปพิสูจน์ข้อเท็จจริงและหาวิธีการแก้ไขปัญหาชายแดนในบริเวณดังกล่าวนี้ เพื่อเสนอต่อรัฐบาลทั้งสองฝ่ายต่อไป
๓. ให้ทั้งสองฝ่ายเสนอข้อร้องเรียนไปยังเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ เพื่อขอความอุปถัมภ์ให้แก่การปฏิบัติตามข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีของไทย ได้ตอบตกลงตามข้อเสนอของฝ่ายลาว และได้กำหนดวันพบปะหารือระหว่างทหารทั้งสองฝ่ายขึ้น ในวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑
..................๑๖-๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ คณะผู้แทนลาวนำโดย พล.อ.สีสะหวาด แก้วบุญพัน พร้อมคณะเดินทางถึงไทยเพื่อเจรจาปัญหากับคณะผู้แทนฝ่ายไทย โดยมีพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ เป็นหัวหน้าคณะ หลังการเจรจาตกลงได้มี แถลงการณ์ร่วมไทยลาวดังนี้
๑. ทั้งสองฝ่ายจะเริ่มหยุดยิงในวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑
๒. ทั้งสองฝ่ายจะแยกทหารออกจากกันฝ่ายละ ๓ กิโลเมตร ภายใน ๔๘ ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลาหยุดยิง
๓.ให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการประสานงานทางทหารเพื่อพิสูจน์ตรวจตราและประสานการปฏิบัติตาม ข้อตกลง ข้อ ๑ และ ข้อ ๒ อย่างเคร่งครัด
๔. ให้ทั้งสองฝ่าย สั่งทหารของตนให้หลีกเลี่ยงการปะทะด้วยอย่างเคร่งครัด เน้นการประสานความเข้าใจ
..................๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ เริ่มวันแรกของการหยุดยิง และแยกทหารออกจากกัน มีการประชุมฝ่ายปฏิบัติการหยุดยิงทั้งสองฝ่ายที่บ้านร่มเกล้า
..................๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ การแยก และถอนทหารของทั้งสองฝ่ายออกจากพื้นที่การสู้รบ ๓ กิโลเมตร เริ่มขึ้น
..................๒๓-๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ และคณะเดินทางไปลาว เพื่อเป็นการตอบแทนที่ผู้แทนลาวมาไทย และเป็นการไปปรึกษาหารือเพื่อหาหนทางแก้ไขให้เพิ่มระดับสันติภาพยิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากจะพบกับผู้บริหารประเทศแล้ว พลเอกชวลิต ยังได้เข้าพบเสด็จเจ้าสุภานุวงศ์ ประธานสมัชชาซึ่งมีสายสัมพันธ์กับตัวท่านเองในฐานะ อา-หลาน และตกลงที่จะเจรจาครั้งที่ ๒ ในวันที่ ๓-๔ มีนาคม ๒๕๓๑ ที่เวียงจันทน์
..................๓-๔ มีนาคม ๒๕๓๑ คณะผู้แทนไทยนำโดย ม.ร.ว.เกษมสโมสร เกษมศรี ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางไปเจรจากับลาวที่เวียงจันทน์โดยฝ่ายลาวมี พลเอกทองไหล กมมะสิด รองหัวหน้ากรมใหญ่การเมืองกองทัพประชาชนเป็นหัวหน้า แต่ยังตกลงกันไม่ได้ในประเด็นของแผนที่ที่จะนำเอามาอ้างชี้เขตแดน และประเด็นเรื่องการจัดตั้งคณะกรรมการปักปันพรมแดน
..................๖-๑๒ มีนาคม ๒๕๓๑ มีการออกเผยแพร่ใบปลิวลงท้ายว่า “ทหารม้า” โจมตีการปฏิบัติการที่ล้มเหลว และการสร้างความสูญเสียของกองทัพอากาศต่อฝ่ายไทยด้วยกันเอง โดยแจ้งว่าครึ่งหนึ่งของความสูญเสียมาจากการโจมตีผิดเป้าหมายของกองทัพอากาศไทยเอง (สำหรับการสูญเสียของทหารม้า จากตัวเลขที่เปิดเผยของกองพันทหารม้าที่ ๘ ที่จัดกำลัง กองพันทหารม้าผสม ปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศชายแดนไทย - ลาว กรณีบ้านร่มเกล้า อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลกนั้น กำลังพลของหน่วยได้สละชีวิตในการป้องกันอธิปไตยของชาติไทยไว้ จำนวนทั้งสิ้น ๒๔ นาย และมีผู้ได้รับพระราชทานเหรียญกล้าหาญ จำนวน ๓ นาย ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่ายอดสูญเสียสูงมาก แค่หน่วยเดียวถึง ๒๕% ของยอดสูญเสียที่ช่องบก ถึงแม้จะมีรายงานว่าจำนวนทหารลาวที่เสียชีวิตจากการรบครั้งนี้มีจำนวนหลายเท่าของทหารไทย กระแสข่าวการสูญเสียดังกล่าวยังคงสร้างความสงสัยให้กับหลายคน)

ในกรณีการทิ้งระเบิดใส่ฝ่ายเดียวกันเองนี้ เป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันมาก มีรายงานหลายกระแส เช่น
๑. เกิดจากความผิดพลาดในการประสานงานระหว่างกองกำลังภาคพื้น และเครื่องบินที่จะเข้าทิ้งระเบิด เช่น ทางภาคพื้นมีการแจ้งยกเลิกการโจมตี แต่กองทัพอากาศไม่ได้รับแจ้ง เมื่อมีการแจ้งยืนยันการทิ้งระเบิดที่เป้าหมาย มีการแจ้งกลับว่าให้ทำการโจมตีได้
๒. เกิดการรบติดพันรุนแรง และประชิด ไม่สามารถระบุเป้าหมายที่แน่นอนได้ (ในสงครามเวียดนามหรือกรณีอิรักครั้งล่าสุดยอดทหารสหรัฐที่เสียชีวิตจากการยิงหรือทิ้งระเบิดฝ่ายเดียวกันมีจำนวนมาก)
๓. ทหารไทยยึดฐานทหารลาวได้ก่อนกำหนดการณ์ และมีการเคลื่อนกำลังปะทะติดพัน ไม่สามารถแยกแนวรบที่ชัดเจนได้ ตอนที่นักบินทิ้งระเบิดลงไปโจมตี
๔. ทางลาวทำการรบกวนระบบการสื่อสารของไทย มีการดักฟัง ทำการถอดรหัส และรวมทั้งมีการเลียนเสียงการสั่งการ ซึ่งได้รับอุปกรณ์ที่ทันสมัยจากรัสเซีย
๕. เกิดการขัดแย้งกันในกองทัพ และสายทางการเมือง ที่ต้องการแย่งอำนาจการเมืองจากทางทหาร เลยทำการสร้างความแตกแยกในกองทัพ และมีการให้ข้อมูลแก่ฝ่ายตรงข้ามเกี่ยวกับแผนการรบ ๆลๆ เนื่องจากในช่วงนั้น ส.ส. หลายคน อดีตเคยเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยมาก่อนและมีความสัมพันธ์กับทหารบางกลุ่ม บางคนเคยเป็นสมาชิกของเขมรแดง หลังจากนโยบาย ๖๖/๒๓ จึงเข้ามาต่อสู้ทางการเมือง อีกทั้งฝ่ายทหารยังแตกแยกเรื่องการบังคับบัญชา
๖. การวางแผนการรบที่ผิดพลาด ขาดความยืดหยุ่นในการรบและการตั้งรับ และเรื่องยุทโธปกรณ์ที่ไม่พร้อม รวมทั้งการประเมินกำลังและขีดความสามารถของฝ่ายตรงข้ามต่ำไป


บทเรียนและการเปลี่ยนแปลงที่ได้จากสงครามครั้งนี้
๑. หลังจากที่พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี มีการประกาศนโยบาย เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า มีการไปเยี่ยมเยียนกันของผู้นำทางทหารของไทย ที่ลาว และเวียดนาม เพื่อกระชับความสัมพันธ์ รวมทั้งลดความตึงเครียดทางการทหารระหว่างกัน ปัจจุบันไทยกับลาวมีการร่วมมือกันมากขึ้นในด้านต่าง ๆ และลาวยึดไทยเป็นแบบอย่างในการพัฒนาเศรษฐกิจ แทนการเดินตามเวียดนาม แต่ลาวก็ดำเนินนโยบายกับไทยอย่างระมัดระวัง เพราะกลัวไทยครอบงำและเข้าแทรกแซงทางสังคม และวัฒนธรรม เนื่องจากขนบธรรมเนียมและประเพณีที่ใกล้เคียงกัน
๒. กองทัพบกได้ทำการปรับปรุงกำลังรบให้มีความคล่องตัวในการเคลื่อนที่เข้าหาพื้นที่ที่เกิดปัญหา ปรับลดกำลังคนลงตามภัยคุกคามที่เปลี่ยนไป และเพิ่มระบบอาวุธให้มีความทันสมัยและคล่องตัวมากขึ้น ตามนโยบาย "จิ๋วแต่แจ๋ว" รวมทั้งมีการจัดตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็ว
๓. แนวทางในการป้องกันประเทศเปลี่ยนไป มีการดำเนินการของฝ่ายทหารและการเมืองเป็นระบบมากขึ้น ประสานการทำงานกัน โดยฝ่ายทหารทำการรบและสร้างความได้เปรียบและอำนาจการต่อรอง ส่วนฝ่ายการเมืองคือกระทรวงการต่างประเทศจะทำการเจรจา เมื่อมีกรณีปัญหาตามแนวชายแดนกองทัพจะส่งทหารเข้าไปในพื้นที่อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นหน่วยที่มีความคล่องแคล่ว และมีอำนาจในการยิงสูง ตรวจหาและตอบโต้กลับทันที เข้าตีและยึดพื้นที่ชิงความได้เปรียบในยุทธศาสตร์ก่อน อย่างในกรณีกระเหรี่ยงก็อดอาร์มีที่โดนทางการไทยโจมตีและกดดันจนต้องสลายกลุ่มและยอมมอบตัว หรือการปะทะกันระหว่างทหารไทยและทหารพม่าผสมว้า กรณีบ้านปางหนุน อ. แม่ฟ้าหลวง และพื้นที่ปัญหากู่เต็งนาโยง อ.แม่สาย จังหวัดเชียงราย ที่มีการประสานงานระหว่างกองทัพบกและกองทัพอากาศเป็นอย่างดี จากเหตุการณ์นี้มีการใช้เครื่องบินรบแบบ เอฟ ๑๖ เข้าปฏิบัติการด้วย ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน
๔. การจัดหาอาวุธและระบบป้องกันประเทศ เช่น
๔.๑ RTAD เฟส ๑ เฟส ๒
๔.๒ ระบบตรวจจับการยิงปืนใหญ่ ระบบปืนใหญ่แบบอัตตาจร
๔.๓ การพัฒนาและผลิตอาวุธขึ้นมาใช้เอง การพัฒนาระบบสื่อสารระหว่างหน่วยใหม่ที่เป็นความลับมากขึ้น
๔.๔ การจัดตั้งคลังอาวุธร่วมไทย-สหรัฐ ที่สามารถนำอาวุธมาใช้ได้กรณีฉุกเฉิน
๔.๕ การจัดหาเครื่องบินรบเอฟ ๑๖ รถถังหลัก รถสายพานลำเลียงพลจากสหรัฐและจีน เข้าประจำการจำนวนมาก การจัดหาระบบต่อสู้อากาศยานและต่อสู้รถถังที่ทันสมัยเข้าประจำการ
๔.๖ การจัดตั้งหน่วยนาวิกโยธิน
๔.๗ การฝึกร่วมกับกองทัพสหรัฐและต่างประเทศ เพื่อเรียนรู้ระบบการรบและพัฒนากองทัพอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการรบและการรักษาสันติภาพ
..................๔.๘ การซ้อมรบของหน่วยกำลังรบผสมของกองทัพไทย เพื่อสร้างความคุ้นเคยและเพิ่มประสิทธิภาพในการรบ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับสถานการณ์รุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น (ครั้งล่าสุดมีการเคลื่อนย้ายกำลังพลหลายหมื่นคนและยุทโธปกรณ์จำนวนมากไปฝึกในพื้นที่จริง จนประเทศเพื่อนบ้านขนลุกต้องปิดชายแดนไปก็มี)




Create Date : 14 ธันวาคม 2549
Last Update : 3 ธันวาคม 2552 11:04:35 น. 34 comments
Counter : 7326 Pageviews.

 
ยาวววววววววววววววววววววววมากเลย แต่ได้สาระดีครับ


โดย: เรศ IP: 202.28.35.1 วันที่: 14 ธันวาคม 2549 เวลา:12:41:31 น.  

 
ยาวววววววววววววววววววววววมากเลย แต่ได้สาระดีครับ


โดย: เรศ IP: 202.28.35.1 วันที่: 14 ธันวาคม 2549 เวลา:12:41:44 น.  

 
ข้อมูลเยี่ยม....ค่ะ


โดย: tai (taibangplee ) วันที่: 14 ธันวาคม 2549 เวลา:13:56:55 น.  

 
ขอให้อย่าเกิดสงครามใด ๆ อีกเลย
ขอให้โลกจงสงบสุข


โดย: nakwan6 วันที่: 14 ธันวาคม 2549 เวลา:20:25:11 น.  

 
เนินจุ้ยเจริญ ตั้งชื่อตามนายทหารที่คุมหน่วยนั้นที่โดน บอมจากเครื่องเอฟสิบหก

เขาเป็นเพื่อนร่วมรุ่น จปร. กับพี่ชายผมเอง
ส่วนพี่ชายผม ก็ไป รักษาการบนเนิน ตอนเขาเลิกรบกันแล้ว 555

คำขวัญหนึ่งสำหรับนายทหาร บุกทุกที่ ลุยทุกทาง


โดย: หมาป่าดำ IP: 203.113.41.135 วันที่: 15 ธันวาคม 2549 เวลา:21:29:03 น.  

 
จำนวนทหารผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเท่าไรครับ


โดย: หมาป่าดำ (หมาป่าดำ ) วันที่: 15 ธันวาคม 2549 เวลา:21:32:15 น.  

 
เรียนคุณ หมาป่าดำ
เท่าที่ผมอ่านมายังไม่เจอคำว่า เอฟสิบหก เลยนะครับ
เห้นแต่ F-5 นะ


โดย: tb IP: 61.7.140.177 วันที่: 16 ธันวาคม 2549 เวลา:19:07:47 น.  

 
F-5 ครับ ตามนั้น โทษทีครับ


โดย: หมาป่าดำ IP: 203.113.41.133 วันที่: 17 ธันวาคม 2549 เวลา:19:50:15 น.  

 
แล้วปัจจุบันนี้ พื้นที่ดังกล่าว เป็นของฝ่ายไหนครับ

หรือว่า เป็น โน แมน แลนด์ ครับ


โดย: SU su IP: 125.25.151.100 วันที่: 18 มกราคม 2550 เวลา:16:22:23 น.  

 
ทำไมมีภาพละครับ


โดย: kingdom IP: 125.24.209.189 วันที่: 24 มกราคม 2550 เวลา:11:49:02 น.  

 
4.8 ผบ.ทบ. เลยต้องไปเป็น ผบ.สส. ถูกป่าว


โดย: GI-JoE IP: 124.157.144.167 วันที่: 31 กรกฎาคม 2550 เวลา:1:07:43 น.  

 
เรื่องความจริงในการทิ้งระเบิดลงไปโดนพวกเดียวกันนะครับ อันนี้เป็นเรื่องเล่ามาจากคุณพ่อผมเอง ซึ่งท่านก็เป็นนักบินทิ้งระเบิดมาหลายสมรภูมิ จนสุดท้ายก็มีบิน FAC. เรื่องของเรื่องคือ การทิ้งระเบิดนี่จะบอกแนวการทิ้งอย่างชัดเจนนะครับ แต่....ต้องเข้าใจนิดว่า การรบแบบครองพื้นที่ต้องใช้ทหารราบ ซึ่งเชี่ยวชาญมากกว่าทหารม้าเป็นหลัก แต่พื้นที่บริเวณนั้นเป็นเขตรับผิดชอบของทหารม้า ....พอเดาได้แล้วใช่ไหมว่าเกิดไรขึ้น .... ครับ หน่วยทหารม้า ขอเข้ายึดพื้นที่เอง ..ซึ่งทหารม้านั้นเน้นการตีฉาบฉวยนั้น ไม่ชำนาญการประสานงานกับเครื่องบินโจมตีเหมือนทหารราบ การกำหนดแนวที่บอกไปยังนักบินนั้น ถูกต้อง แต่...ทหารม้าอยู่ใกล้แนวทิ้งระเบิดเกินไป เพราะคิดว่าอยู่ในที่กำบัง คงไม่เป็นอะไร[ทหาราบจะไม่มีการล้ำแนวที่กำหนดไว้ เพราะรู้ว่า ระเบิดจากเครื่องบินมันไม่ธรรมดา ]...ระเบิดไป F-5 หิ้วไปคือ 500 ปอนด์นะครับ ...อำนาจการระเบิดรุนแรงมาก ...ผลก็คือทั้งที่กำบัง ทั้งคนปลิวหายไปกับแรงระเบิด .... นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในสนามรบจริงครับ และไม่ใช่เฉพาะสมรภูมินี้ ...ซ฿งเป้นสิ่งที่เราต้องปรับปรุงแก้ไขกันต่อไปครับ


โดย: ทอ.2007 IP: 202.57.179.9 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2550 เวลา:16:26:20 น.  

 
ไทยรักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด


โดย: 4504 IP: 124.120.115.150 วันที่: 18 พฤศจิกายน 2550 เวลา:1:31:19 น.  

 
เหอๆ ตื่นเต้นดีอะ



แต่ยาวมาก



ดีนะ รบกันไม่นาน





ถ้าไทยข้ามแม่น้ำโขงไป สงสัยจายาว






ปี 30 ผมยังไม่เกิดเลย เหอๆ


โดย: Kwang IP: 124.121.173.203 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2550 เวลา:21:33:51 น.  

 
อิอิ ในระหว่างสงครามเราสูญเสียมากมายเพราะ ลาวอยู่ในยุทธภูมิที่เหนือกว่า นั้นคือเนิน 1428 ตามที่ได้กล่าวมา ทัพไทยเราจึงอยู่ในระยะยิง จะยิงปืนใหญ่หรือทิ้งระเบิดทำลายก็ไม่สำเร็จ เพราะไม่มีเป้าหมายที่แน่ชัด ว่ากันว่าเรายิงจนกระสุนปืนใหญ่เกือบหมดเลยทีเดียว แม้จะพยายามใช้ทหารราบตีขึ้นเขาก็ทำได้ยากครับ ตอนนั้นทางไทยเองก็ยืนยันแน่ชัดที่จะไม่ให้ มีการรบบานปลายเข้าไปถึงในแดนลาว ทำให้เราเหมือนเป็นเป้ายิงของปืนใหญ่ทหารลาว ที่มีประสิทธิภาพมาก ก่อนช่วงเจรจาสงบศึกนั้น จิงๆแล้ว ลาวไม่เจรจากับเราก็ได้น่ะครับ เพราะเค้าถือไพ่เหนือกว่า แต่จริงๆแล้วเป็นความลับคือไทยได้เริ่มใช้หน่วยปฏิบัติการพิเศษ 4 ชุด แทรกซึมไปแนวหลัง เข้าไปในลาว และ ระบุตำแหน่งให้ปืนใหญ่และทิ้งระเบิด ตัดเส้นทางการลำเลียง จนทำให้ฝ่ายลาวได้รับความสูญเสียอย่างมาก ทั้งขาดยุปโทปกรณ์ ฯลฯ ครับ


โดย: madball IP: 125.27.19.125 วันที่: 28 ธันวาคม 2550 เวลา:19:48:19 น.  

 
ฝ่ายไทย

- เสียชีวิต ๑๔๗ นาย
- ทุพพลภาพ ๕๕ นาย
- บาดเจ็บสาหัส ๑๖๗ นาย
- บาดเจ็บเล็กน้อย ๕๕๐ นาย

ฝ่าย สปปล.
- ทหาร สปปล. เสียชีวิต ๒๘๖ นาย,บาดเจ็บ ๓๐๑ นาย
- ทหารเวียดนาม เสียชีวิต ๑๕๗ นาย,บาดเจ็บ ๑๑๒ นาย
- ทหารโซเวียต เสียชีวิต ๒ นาย,บาดเจ็บ ๒ นาย
- ทหารคิวบา เสียชีวิต ๒ นาย
- ราษฎร สปปล.เสียชีวิต ๒๒ นาย,บาดเจ็บ ๘ นาย


โดย: madball IP: 125.27.19.125 วันที่: 28 ธันวาคม 2550 เวลา:19:53:44 น.  

 
เป็นการคาดการที่ผิดพลาดของไทยและประเมินลาวต่ำไป และขณะนั้นการเมืองไทยก็วุ่นวายพอสมควรมี นายเปรมเป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น การสั่งการก็ล่าช้ามาก ( รู้จากคนที่ไปรบเป็นทหารรับจ้าง) เป็นบทเรียนอย่างหนักของไทยที่ควรจดจำและพัฒนากองทัพ


โดย: ตาม IP: 125.24.137.22 วันที่: 25 มีนาคม 2551 เวลา:17:57:39 น.  

 
คนไทย 63 ล้านคน เกณฑ์ไปรบซัก2,000,000 คน ทีเหลือทำนา เลี้ยงสัตว์ หาเงินไปซื้ออาวุธ รบกับลาว และบุกยึดเวียดนาม เอาเลือดพวกมันมาล้างเท้า ผมว่าสูญพันธุ์ทั้ง 2 ชาติ กล้วอะไรนักหนาประเทศที่เคยเป็นของเรา เอาคืนมาเป็นเมืองขึ้นอีกครั้งยิ่งซะใจ บุกแม่งมันเลย เอาให้ขี้มันขึ้นสมองเลย อย่ามาคิดมาก เสียมาเยอะแล้วกรุงแตก 2 ครั้งต้องทำให้โลกจดจำนักรบไทยให้ได้


โดย: ช.น. IP: 117.47.128.6 วันที่: 14 เมษายน 2551 เวลา:21:23:16 น.  

 
ทำไมไม่ใช้รบพิเศษไปยิงหัวหน้ามันเลยอะคับ


โดย: A.M IP: 124.121.186.233 วันที่: 26 พฤษภาคม 2551 เวลา:10:12:31 น.  

 
ได้สาระมากๆครับ ทำให้รักชาติยิ่งๆขึ้นไป


โดย: piya IP: 202.29.39.12 วันที่: 31 พฤษภาคม 2551 เวลา:11:58:13 น.  

 
อยากไปเที่ยวลาวครับ เมืองเขาสวยดี ที่ผมว่าลาวกล้าบุกไทยมันมีคนหนุนหลังครับ
......รู้ๆกันอยู่ เอาแค่คนไทยตอนนี้ก็ตีกันไม่รู้จักความสามัคคีเลย
น่าสงสารคนที่ต้องเสียเลือดทาแผ่นดินจริงๆครับ


โดย: หมวดball IP: 125.25.75.16 วันที่: 12 มิถุนายน 2551 เวลา:1:15:43 น.  

 
เห็นด้วยกับคุณหมวดball ค่ะ น่าสงสารทหาร ตำรวจที่เสียเลือดเพื่อรักษาแผ่นดิยไทยเอาไว้ แต่บางคนกลับเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว เห็นแก่ตัวมาก


โดย: ดอกกันเกรา IP: 202.149.25.241 วันที่: 23 มิถุนายน 2551 เวลา:8:16:40 น.  

 
คนไทย 63 ล้านคน เกณฑ์ไปรบซัก2,000,000 คน ทีเหลือทำนา เลี้ยงสัตว์ หาเงินไปซื้ออาวุธ รบกับลาว และบุกยึดเวียดนาม เอาเลือดพวกมันมาล้างเท้า ผมว่าสูญพันธุ์ทั้ง 2 ชาติ กล้วอะไรนักหนาประเทศที่เคยเป็นของเรา เอาคืนมาเป็นเมืองขึ้นอีกครั้งยิ่งซะใจ บุกแม่งมันเลย เอาให้ขี้มันขึ้นสมองเลย อย่ามาคิดมาก เสียมาเยอะแล้วกรุงแตก 2 ครั้งต้องทำให้โลกจดจำนักรบไทยให้ได้
****************************
ເກັ່ງແຕ່ປາກ ຢ່າລືມວ່າ ພົນລະເມືອງ ສະຍາມ(ໄທຍ) เึัึຄິ່ງ1ແມ່ນຄົນລາວ ກໍ່ເຫດນີ້ຫລະ ແມ່ນວ່າລາວ - ໄທຍ ຈະມີພາສາທີ່ໃກ້ຄຽງກັນ ແຕ່ກໍ່ບໍ່ມີວັນ ເຂົ້າກັນໄດ້ ຖ້າຈະຮົບກັບລາວ ຄັ້ງຫນ້າ ເອົາໄອ ຕາຫມູ່ໄປດ້ວຍເນີ ຈະໄດ້ຕາຍພ້ອມກັນ


โดย: ຄົນລາວ IP: 58.9.122.253 วันที่: 25 มิถุนายน 2551 เวลา:2:09:23 น.  

 
ตามที่ ร้อยเอก วัฒนชัย คุ้มครอง ผู้ที่ได้รับเหรียญกล้าหาญจากสมรภูมินี้ ได้พูดถึงเรื่องของการทิ้งระเบิดผิดพลาด เอาไว้อย่างน่าฟังว่า

การทิ้งระเบิดผิดพลาดที่ร่มเกล้านั้นเกิดขึ้นจริง แต่มันไม่ได้ศูนย์เสียมากมายขนาดนั้น และไม่ได้เป็นความผิดของทหารอาการเพื่อนของเรา โดยปรกติหลักของการ Close Air Support หรื่อ การสนับสนุนทางอาการ นั้นจะมีการระบุถึงจุด เซฟตี้ แฟคเตอร์ ไว้อยู่แล้ว หรื่อระยะปลอดภัยนั้นเอง ตามปรกติเท่าที่รู้มาฝ้ายเราจะต้องอยู่หางจากจุดทิ้งระเบิด 1.5 กิโลเมตร ซึ้งเป็นระยะปลอดภัยในแผนที่ทหารราบ แต่ด้วยสมรภูมิร่มเกล้าเป็นภูเขาสูง จึงต่างจากการวัดในทางราบ และที่สำคัญจริง ๆ เลยก็คือ การสู้รบที่เนิน 1428 มันเป็นการสู้รบแบบติดพัน ฝ้ายเราต้องเสี่ยงเกาะติดอยู่ไกล้กับฆ่าศึกตลอดเวลา การที่จะถอยมาอยู่ในระยะปลอดภัยตามระยะนั้นบางครั้งไม่อาจจะกระทำได้ทันตามเวลา ความผิดพลาดจึงเกิดขึ้นซึ้งทุกฝ้ายก็เข้าใจตรงจุดนี้ดี แม้แต่อเมริกาเองก็ยังผิดพลาดอยู่บ่อย ๆ แม้ว่าจะมีเทคโนโลยี้ที่ล่ำสมัยมากแค่ไหนก็ตาม



โดย: hideto IP: 61.91.200.35 วันที่: 9 กรกฎาคม 2551 เวลา:19:56:55 น.  

 
ใครก็ได้แปลความเห็นที่ 23 ที่เป็นความคิดเห็นของชาวลาวให้หน่อยครับ


โดย: .. IP: 202.91.19.205 วันที่: 18 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:45:29 น.  

 
(แปล)
เก่งแต่ปาก อย่าลืมว่าพลเมืองสยาม(ไทย)ไม่ใช่คนลาว ถึงแม้ว่า ลาว-ไทย จะมีภาษาที่ใกล้ชิดกัน แต่ไม่มีวันเข้ากันได้ ถ้าจะรบกับลาว...(อ่านไม่ออก)...จะได้ตายพร้อมกัน


โดย: aaaa IP: 202.28.24.74 วันที่: 22 กรกฎาคม 2551 เวลา:16:58:36 น.  

 
ทหารมีไว้ออกศึก สงคราม แนวหลังอย่างเราๆๆ ท่านๆๆ อยู่สุขสบาย หรือมีไว้เอารัดเอาเปรียบ กอบโกย แสวงหาผลประโยชน์บนซากศพ กองกระดูก เลือกตั้งทีก็เอาเท้าคู่หน้าแนบชิดทำหัวผงกๆๆ ได้ในสิ่งที่มันต้องการ แล้วก็กัดกันในสภา


โดย: anp IP: 202.149.25.225 วันที่: 3 สิงหาคม 2551 เวลา:13:53:37 น.  

 
พี่ชายผมเป็นทหารพรานค่าย 3406 ออกรบที่ร่มเกล้าตอนนั้นผมเรียนอยู่ ม3ที่โรงเรียนเลยพิท เพื่อนทหารของพี่ชายตายไป 4 คนพี่ชายรอดตายทุกวันนี้พี่ชายกลายเป็นอดีตทหารพราน(ขี้เมา)ไม่ได้รับการเหลียวแลจากทางราชการแม้แต่น้อย ไม่มีแม้บัตรทหารผ่านศึก ต้องทำไร่ทำนาส่งลูกตนเองเรียนตามกำลังของตนเองอยู่อย่างยากลำบากในขณะที่คนที่เป็นต้นเหตุของการรบครอบครัวกลับสุขสบาย (พี่ชายผมชื่อ ทหารพราน ศักด์ชัย ทรงสวัสดิ์วงศ์ หรือที่เขาเรียกว่าพี่สง)


โดย: น้องชาย IP: 222.123.88.35 วันที่: 26 มีนาคม 2552 เวลา:21:31:55 น.  

 
ที่จิงแล้วสงครามไทยลาวทหารไทยตายมากกว่าไปรบที่สงครามเวียดนามที่หมู่บ้านผมอยู่ที่ภาคเหนือเป็นจังหวัดที่ติดชายแดนชาวบ้าน(สมัยพ่อเป็นทหาร)ได้นำข้าวไปขายให้กับลาวอีกอย่างสมัยนั้นที่เกิดสงครามผู้ที่ได้รับฉายานามว่าปิดทองหลังพระก็คือทหารพรานแต่ที่ได้รับคือ......
ตอนนี้ผมได้เป็นทหารพรานอยู่ที่ภาคใต้
ข้อความนี้ผมเขียนขึ้นเพราะว่าอยากให้คนเรารักกันตอนนี้เวลาเที่ยงคืนจะผ่านไปอีกวันละผมจะกลับมาเขียนอีกถ้ามีเวลา นักรบประชาชน(วีระบุลุดชุดดำ) (เขียนไม่ค่อยเป็นแต่ออกมาจากจัยนักรบ)


โดย: ตามลอยพ่อ นักรบประชาชน IP: 202.149.24.129 วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:0:23:28 น.  

 
เมื่อตอนค่ำที่ผ่านมาก้อ ยิงกันเองตายไป 2

อยากให้สีแดง สีเหลือง และคนไทยทุกคนมาอ่าน ในบลอกนี้เยอะๆจัง จะได้เลิกตีกันเองซะที


โดย: Peace IP: 202.91.19.194 วันที่: 14 เมษายน 2552 เวลา:4:24:55 น.  

 
คนกรุงเทพเขายอมรับว่าคนอี่สานเป็นคนไทยไมเขาว่าคนอีสานเป็นคน..........ยามใดเราเราจะตื่น


โดย: ลูกอี่สาน IP: 119.31.78.230 วันที่: 12 สิงหาคม 2552 เวลา:3:46:04 น.  

 
เป็นเรื่องเศร้า ไม่อยากให้เกิดอีก สายเลือดเดียวกันแท้ๆ


โดย: ทพ นย IP: 110.49.149.170 วันที่: 9 กันยายน 2552 เวลา:11:02:19 น.  

 
ได้ความรู้มากครับ
แต่น่าสงสารประเทศไทยในปัจจุบันจัง


โดย: ชลสิทธิ์ IP: 192.168.182.148, 58.8.126.43 วันที่: 24 ตุลาคม 2552 เวลา:0:15:25 น.  

 
เธ–เธถเธ‡...เน€เธžเธทเธญเนˆเธ™เน†เธ„เธฃเธฑเธš เธˆเธฒเธเธงเธฒเธฃเธชเธฒเธฃเน€เธชเธ™เธฒเธ˜เธดเธ›เธฑเธ•เธขเนŒ เธ‚เธญเธ‡เธเธฃเธกเธขเธธเธ—เธ˜เธจเธถเธเธฉเธฒเธ—เธซเธฒเธฃเธšเธ เนƒเธ„เธฃเธชเธ™เนƒเธˆเธ—เธตเนˆเธˆเธฐเน€เธ‚เธตเธขเธ™ เน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡ เน€เธเธตเนˆเธขเธง เธเธฑเธš เธ—เธซเธฒเธฃ เธ„เธงเธฒเธกเธกเธฑเนˆเธ™เธ„เธ‡ เนเธฅเธฐ เธญเธทเนˆเธ™เธ—เธตเนˆเน€เธซเน‡เธ™เธงเนˆเธฒเน€เธ›เน‡เธ™เธ›เธฃเธฐเน‚เธขเธŠเธ™เนŒ เนเธเนˆ เธ‡เธฒเธ™เธ”เน‰เธฒเธ™เธ„เธงเธฒเธกเธกเธฑเนˆเธ™เธ„เธ‡ เน„เธกเนˆเธˆเธณเธเธฑเธ”เธงเนˆเธฒเธ•เน‰เธญเธ‡เน€เธ›เน‡เธ™เธ‚เธญเธ‡เธ›เธฃเธฐเน€เธ—เธจเน„เธ—เธข เธˆเธฐเน€เธ›เน‡เธ™เธ‚เธญเธ‡เธ›เธฃเธฐเน€เธ—เธจเน„เธซเธ™เธเน‡เน„เธ”เน‰เธ–เน‰เธฒเธ„เธดเธ”เธงเนˆเธฒเธกเธตเธ›เธฃเธฐเน‚เธขเธŠเธ™เนŒ เธ‚เธญเน€เธŠเธดเธ เน€เธ‚เธตเธขเธ™เธกเธฒเน„เธ”เน‰เน€เธฅเธขเธ„เธฃเธฑเธš เธกเธตเธ„เนˆเธฒเธ•เธญเธšเนเธ—เธ™เนƒเธซเน‰ เธซเธ™เน‰เธฒเธฅเธฐ เน‘เน–เน เธ•เธฒเธกเธ—เธตเนˆเน„เธ”เน‰เธฃเธฑเธšเธเธฒเธฃเธ•เธตเธžเธดเธกเธžเนŒ เน€เธกเธทเนˆเธญเน„เธ”เน‰เธฃเธฑเธšเธเธฒเธฃเธžเธดเธˆเธฒเธฃเธ“เธฒเธˆเธฒเธเธ„เธ“เธฐเธเธฃเธฃเธกเธเธฒเธฃเนเธฅเน‰เธง (เนเธ•เนˆเน€เธ™เธทเนˆเธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡เธ•เน‰เธญเธ‡เน„เธกเนˆเธกเธตเธเธฒเธฃเธซเธกเธดเนˆเธ™เธ›เธฃเธฐเธกเธฒเธ—เธœเธนเน‰เธญเธทเนˆเธ™เธซเธฃเธทเธญเธเธฃเธฐเธ—เธšเธ•เนˆเธญเธชเธ–เธฒเธšเธฑเธ™เนƒเธ”เธ™เธฐเธ„เธฃเธฑเธš) เธชเธ™เนƒเธˆ เธ•เธดเธ”เธ•เนˆเธญ เธซเธกเธฒเธขเน€เธฅเธ‚ เนเน’-เน’เน”เน‘เน”เนเน“เน™ เนƒเธ™เน€เธงเธฅเธฒเธฃเธฒเธŠเธเธฒเธฃเธ™เธฐเธ„เธฃเธฑเธš...เธšเธญเธเธงเนˆเธฒเธ•เธดเธ”เธ•เนˆเธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡เธšเธ—เธ„เธงเธฒเธกเธฅเธ‡เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญ เน€เธชเธ™เธฒเธ˜เธดเธ›เธฑเธ•เธขเนŒ...เธ‚เธญเธšเธ„เธธเธ“เธกเธฒเธเธ„เธฃเธฑเธš


โดย: AIRBORNEBOY IP: 58.9.188.84 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2552 เวลา:15:09:10 น.  

Analayo
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 56 คน [?]




หากโลกนี้มีความยุติธรรม เราคงไม่ต้องมีศาล ไม่ต้องมีทหาร ไม่ต้องมีตำรวจหรอก/Skyman
@ จ่อยน้องลิง @
@ จ่อยหัวหอม @
X
X



free counters


Friends' blogs
[Add Analayo's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.