space
space
space
 
มีนาคม 2563
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
space
space
13 มีนาคม 2563
space
space
space

เถียง 2528 ทางดินเหนียว ทางดินแดง ทางหิน ทางเข้าเถียง

วันนี้พาลัดเลาะถนนเข้าไร่ดูว่ามันเป็นอย่างไรในสมัยนั้น จะมาเล่าถึงสภาพถนนหนทางภายในไร่หรือระหว่างไร่ เริ่มจากถนนสายหลักก่อนก็แล้วกัน การสัญจรระหว่างไร่ระหว่างเถียงจะเป็นทางเล็กๆพอรถวิ่งได้คันเดียว ส่วนมากจะเป็นดินเหนียวสีแดงเข้มมีสภาพเป็นหลุมเป็นบ่อเป็นร่องเข้าใจว่าเป็นทางเดินหรือทางเกวียนที่เว้นไว้เป็นทาง จากนั้นก็โกยหรือชนเอาดินข้างๆทางมาโป๊ะมาปะไปเรื่อยๆจนเกิดเป็นสภาพถนนหนทางขึ้นมา ซึ่งส่วนมากก็เป็นทางที่เป็นขอบเขตหรือชายขอบของไร่ต่างๆนั้นเอง หน้าไร่เราจะเป็นดินเหนียวแดงอย่างเดียวไม่มีหินแห่หรือหินลูกรังหรือกรวด เวลาหน้าแล้งจะแข็งมาก รอยรถวิ่งหรือรอยเดินจะเป็นเลื่อมสะท้อนแสงเลยละ ส่วนหน้าฝนนี่ละสำคัญมันส์มาก555  ตรงกลางถนนยังมีหญ้าขึ้นให้เห็น มันคล้ายๆกับทางเกวียนหรือทางม้าสมัยเก่า แสดงให้เห็นว่า ทางนี้ไม่ได้เกรดได้ไถแบบสมัยใหม่ รถตีนตะขายหรือไม่มี มีแต่รถไถไร่นี่ละกับรถกะบะ รถสิบล้อ รถห้อล้อ รถอีแต๋น รถคูโบต้าพ่วง รถจักรยานยนต์ ทำให้ยังมีหญ้าเกิดเป็นแถวๆในกลางถนน หากเทียบกับถนนในเมืองก็คล้ายหญ้าหรือดอกไม้สวยๆในเกาะกลางถนนนั้นละ 555 ช่วงที่เป็นเนินไม่มีปัญหา แต่หากเป็นช่วงทางลงเนิน ถนนจะกลายเป็นร่องน้ำเซาะน้ำกัดคล้ายกับทางระบายเลย เพราะเวลาน้ำฝนไหลมาทำให้ถนนเป็นร่องลึกบ้างตื้นบ้างใหญ่บ้างเล็กบ้าง เวลาขับจักรยานหรือมอไซค์นี่จะหลบซ้ายที ขวาที ตกที เลื่อนที หากเป็นตรงที่ลุ่มหรือในหุบน้ำก็จะขังกลายเป็นบ่อเต็มถนน เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง ขาดทั้งถนนบ้าง ใช้รถแต่ละทีไม่ต้องคาดหวังว่าจะใช้ความเร็วได้ หลบหลุมหลบบ่อหลบน้ำหลบร่องให้พ้น อย่าให้รถตกหรือล่มก็ไปเป็นแล้ว หากเป็นรถใหญ่ก็จะโครงเครงไปมา
          ความมันส์ยังบังเกิดในช่วงหน้าฝนที่ถนนจะลื่นมากล้มได้ง่ายๆ แฉลบเป็นว่าเล่น ยังยังไม่พอดินเหนียวแดงที่เป็นพื้นถนนนี้ละมันติดล้อรถ ติดบังโคน ติดรองเท้า ติดท้าย เคยขับไปขับมารถหยุดเฉยไม่ได้ติดหล่มร้อกแต่ดินติดเต็มล้อเต็มบังโคนล้อเลยไม่หมุน ต้องลงรถมาแกะมาเซาะมาแซะกันให้หมดแล้วค่อยๆไปต่อ บางครั้งไปเจอถนนที่เป็นหินก้อนที่เอามาถมบ่อกลางถนน อันนี้ต้องระวังเพิ่มเพราะมีเล้กๆและกลางๆตามขนาดบ่อ นี่ละความมันส์ในการเดินทางในช่วงหน้าฝน
บรรยายหน้าฝนถนนในไร่จะสวยงามมาก เพราะว่าสองข้างทางจะเป็นป่าข้าวโพด ป่ามันสำปะหลัง ป่ากล้วย ที่ใบจะล้ำมาตามถนน ขอบถนนบางครั้งจะมีหญ้าคอมมูนิสต์ หรือดอกงอนไก่ขึ้นเต็มไปหมด รวมทั้งในเกาะกลางด้วย ตรงกลางจะเป็นแนวหญ้าเกาะกลางขึ้นสูงเห็นได้ชัด ส่วนทางล้อรถสองข้างจะเป็นแนวแดงๆยาวไปเรื่อยๆ หากสมัยนี้มีคนถ่ายภาพทางอากาศบินโดรนขึ้นไปจะสวยงามมาก หญ้าตรงกลางถนนก็จะขึ้นสองเพราะได้น้ำฝน เวลารถสวนกันหากเป็นรถใหญ่ต้องมีการถอยหรือหลบตามข้างทางที่ดินแน่น หรือตามแยกหรือตามทางเข้าเถียงจึงจะพ้น
          หากเป็นหน้าแล้งหรือปลายแล้งต้นฝน ถนนจะแข็งมองเห็นสภาพได้ชัดเจนสามารถหลบได้สบายๆแต่ความนิ่มนวลไม่มี สองข้างทางจะเป็นไปด้วยสภาพของไฟป่าหรือไฟไร่ที่ไหม้เหลือแต่ตอดำๆเป้นไปสุดลูกตา พร้อมกับเปลวแดดที่ขึ้นมาเป็นระยาง หากมีฝนตกมาใหม่ๆ จะได้กลิ่นดิน กลิ่นเผาไหม้ หอมมาก กลิ่นอายดินและไฟไหม้ เราชอบมาก เวลาเดินผ่านหรือขับรถผ่าน กลิ่นจะโชยมา ซึ่งกลิ่นนี่จะเหมือนกันทุกที่ เราเคยลองไปตามจังหวัดต่างๆก็กลิ่นแบบเดียวกัน  ส่วนกลางที่นาข้าวจะเป็นกลิ่นอีกแบบหนึ่ง หากใครเดินไปตามไร่ช่วงนี้ตามรองเท้าหรือขากางเกงนอกจากเปื้อนดินแดงแล้ว ยังเปื้อนขี้เถ้าจากเศษไฟไหม้อีก
          ส่วนทางอีกแบบคือทางไปตามไร่หรือซอย ในสมัยนี้ละ มันจะตั้งอยู่เขตไร่ของสองเจ้าเว้นไว้เป็นทางสัญจรชั่วคราว หญ้าก็จะขึ้นรกมากหน่อยเพราะไม่ค่อยได้ใช้ยกเว้นเจ้าของไร่สองฝั่งกับไร่คนข้างในสุด ส่วนมากจะมีแต่รถเล็กๆไม่มีรถใหญ่ผ่าน  หน้าฝนจะลำบากที่สุดเพราะทั้งเครือเถาวัลย์ทั้งหญ้าคอมมูนีสต์ทั้งดอกงอนไก่ขึ้นเต็มไปหมด สูงด้วย บางครั้งมีก้อนหินโพล่มาเป็นระยะตามสภาพพื้นที่ข้างๆว่าเป็นอย่างไร การถมหรือการดันดิน ไม่มี เป็นดินลักษณะเดิมๆมาก จำได้ว่ามีครั้งหนึ่งซ้อนจักรยานยนต์น้าชายจะไปเที่ยวเถียงญาติกัน น้าพาไปทางซอยไม่ไปทางหลัก ลงเนินไปในหุบเขาพอดี ขาเกี่ยวกับเถาวัลย์ข้างทางพอดี ผลคือร่วงและโดนลากเลยละ ได้แผลและเจ็บอยู่นานกว่าจะหาย หากหน้าฝนบางครั้งมองไปอาจไม่เห็นซอยนี้เพราะมีข้าวโพด มัน หรือหญ้าปิดไปตลอดเพราะมันแคบรถสี่ล้อสวนกันไม่ได้และไม่มีที่หลบด้วย นั้นละซอยตามไร่ตามเนินเขาตามหุบเขา มันลำบากมากกว่าถนนหลักของเรามาก หากเป็นหน้าแล้งที่ไฟไหม้หญ้าหมด จะเห็นเป็นแนวๆตามขอบไร่ต่างๆหรือเป็นแนวเนินยาวๆมีทางล้อสองแนวขนาดกันไปลึกไปตามไร่ต่างๆ
          เส้นทางเข้าไร่อีกเส้นหนึ่งต้องโดยสารรถสองแถวโดยสารประจำทางไปออกจากตัวอำเภอน้ำยืน ขึ้นเหนือไปทางเดชอุดมหรือในเมืองอุบลราชธานี ตามทางสายหลักหรือทางหลวงแผ่นดิน ระหว่างอำเภอและเป็นทางยุทธศาสตร์ทางทหารด้วย จุดที่ลงรถเราเรียกกันว่า “นาแตน” แปลว่าอะไรก็ไม่รู้ คนขับรถเขารู้กันทั่วไป เวลาจะลงก็บอกว่าลงนาแตน เขาก็จอดถูก จุดสังเกต คือ มีต้นไม้สูงๆอยู่ต้นหนึ่งริมถนน มีทุ่งนาแผนแรกหลังจากลงเนินมาหรือก่อนขึ้นเนินสูง พอลงรถโดยสารได้ก็ใช้การเดินตามคันนาตัดผ่านทุ่งนาขนาดไม่ใหญ่เข้าไปทางดินเหนียวแดงแล้วเดินไปอีกหลายกิโลเมตรเข้าไร่ของเรา เอ้าไม่มีคนมารับหรือ ก็สมัยนั้นไม่มีโทรศัพท์มันไม่รู้ร้อกว่าใครจะมาจะไป เลยต้องเดินเอา หากโชคดีเจอรถอะไรก็ได้ เขาจะถามว่าไปไหน ไร่ไหน ไปหาใคร แล้วก็ให้ขึ้นรถไปให้ใกล้ที่สุดหรือบางคนใจดีมากก็ไปส่งถึงเถียงเลย สมัยโน้นคนเขาเป็นอย่างนี้อยู่ด้วยกันแบบพี่น้องเอื้ออาทร อารีย์กัน ไม่กลัวว่าจะมีโจรมีอันตราย อีกอย่างการใช้ชีวิตก็อยู่ลำบากต้องพึ่งพาอาศัยกันแบบว่า ทีใครทีมันนั้นเองเลยต้องช่วยกันทุกโอกาส เส้นทางนี้ต่อมาต้นไม้นั้นหายไป และมีการตัดทางลูกรังเข้าไปแทนคันนาเรียบร้อย (หลังจากที่ออกมาจากไร่นานแล้ว มาเรียนมาทำงานข้างนอก ไปอีกทีเป็นถนนเรียบร้อยแล้ว จำเกือบไม่ได้)
          นั้นละถนนหรือทางที่พวกเราใช้สัญจรไปมาสมัยก่อน ถามว่าลำบากมัย ก็เฉยๆ ไม่ได้บ่นอะไร มีแต่เรื่อง ฮาๆมากกว่า แม้จะเป็นอย่างนั้น พวกเราก็ใช้กันจนปัจจุบัน ที่ความเจริญเข้าไปถึง มีไฟฟ้า มีถนนลูกรังที่ดีๆ ไหล่ถนนกว้างขึ้น ไปมาสะดวกสบาย ....

 




 

Create Date : 13 มีนาคม 2563
0 comments
Last Update : 31 มีนาคม 2563 14:37:38 น.
Counter : 100 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

space

Dr Chang
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




- เป็น เป็นวิทยากร เป็นคนบรรยาย เป็นผู้บริหาร หน่วยงานของรัฐ
- ชอบ ชอบอ่านนวนิยายจีนกำลังภายใน ชอบป่า ชอบน้ำ
- ทำ ทำงานพัฒนา ทำงานท่องเที่ยว ทำสวนเกษตร
- ขาย ขายประกัน ขายของทะเลแห้ง ขายเกลือ ขายคอนโด
- เรียน จบ ป.เอก ม.โพธิศาสตร์ ป.โท นิด้า ป.ตรี ม.ราม

space
space
space
space
[Add Dr Chang's blog to your web]
space
space
space
space
space