space
space
space
<<
กรกฏาคม 2563
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
space
space
8 กรกฏาคม 2563
space
space
space

บวช ตอน วัดถ้ำผาผึ้ง กิ่งอำเภอไชยปราการ
      ครั้งแรกที่มาจังหวัดเชียงใหม่คือมากับท่านพระอาจารย์อี๊ด ซึ่งเป็นญาติกันนี่ละ พากันนั่งรถทัวร์ นครชัยแอร์ จากอุบลราชธานี ยิงยาวมาเชียงใหม่เลย (เคยเล่าบรรยากาศมาแล้ว) นับเป็นการมาเชียงใหม่ครั้งแรกเลยก็ว่าได้ ตอนนั้นเป้าหมายของเราคือ วัดถ้ำผาผึ้ง กิ่งอำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ (ของหลวงปู่พระอาจารย์บุญจันทร์) เราก็ตามครูบาอาจารย์ท่านก่อนๆมานั้นละ   
        วัดถ้ำผาผึ้งเป็นวัดสายวัดป่า ธรรมยุติ ที่ไปสร้างริมหน้าผา ริมเชิงเขา หน้าผาที่เป็นที่มาเพราะว่ามีผึ้งป่า ผึ้งหลวงไปทำรังกันเป็นจำนวนมากบนหน้าผา จึงเป็นที่มาของ ผาผึ้ง นั้นเอง ซึ่งก็นับว่าเป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นหน้าผาวัดนั้นเอง เดิมไม่เคยได้เห็นแบบนี้หรอกนะ
       เมื่อมาถึงก็ไปที่วัดสันติธรรมแถวๆ ประตูช้างเผือกหรือ บขส. ช้างเผือกนี้ละ เพราะต้องพักก่อน เป็นวัดสายธรรมยุติในตัวเมืองเชียงใหม่ที่พระป่าเราจะมาแวะพักก่อนไปที่อื่นๆ พอสอบถามหรือซักถามรายละเอียดการเดินทางไปวัดถ้ำผาผึ้งแล้ว ก็ได้นั่งรถไปที่ปากทางเข้าวัดถ้ำผาผึ้ง นับว่าเป็นการเข้าป่าเข้าเขาครั้งแรกทีเดียวที่ได้นั่งรถพร้อมกับดูวิวเทือกเขาทางภาคเหนือของเรา ตื่นเต้นสิ (วัดป่าสันติธรรมนั้น รอบๆเป็นชุมชนสันติธรรม มีคนอยู่มากมาย แต่ตอนนั้นยังไม่รู้เรื่องราวอะไรหรอก จนสึกออกมาแล้วได้มาทำงานที่จังหวัดเชียงใหม่ครั้งแรก เลยได้ไปทำงานในชุมชนเหล่านี้ ได้เห็นบรรยากาศและเรื่องราวของชาวเขาที่มาอยู่แถวๆนี้ จนเป็นภาพจำมาจนถึงทุกวันนี้)
          เมื่อไปถึงแล้วเข้าไปกราบพระที่ทำหน้าที่ต้อนรับอาคันตุกะ และจัดแจงที่พักให้แล้วจะไปกราบหลวงปู่ตอนเย็นที่ไปสรงน้ำท่าน ด้วยความที่เราเป็นเณรและตื่นตาตื่นใจกับสิ่งที่เห็นที่เป็น กุฏิที่ได้จำวัดนั้นอยู่บนั้นเชิงเขา ติดกับเขากระจายไปหมด พอวางกรดวางบาตรก็ลงเดินขึ้นไปบนเขาเลยทีเดียว ตามร่องน้ำที่มันไหลรินมาตามไปเรื่อยๆจนสุดไม่มีน้ำไหล เลยงงว่าเอน้ำนี้มาจากไหน จากภูเขาเลยหรือ มันหายไปเฉยๆ นับเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นต้นน้ำ แหล่งกำเนิดน้ำนะ  มีป่า มีน้ำ มีเขามีน้ำ นั้นละ จนได้มาเรียนสิ่งแวดล้อมนี่ละเลยจำภาพนั้นมาใช้ในการเรียนเลย
        พอเดินไปเดินมาก็เอา "บักยาง" หรือ ลูกยางป่า สีเหลืองๆที่เราเอามาจากวัดป่าของเราตั้งใจจะเอามาปลูกทางภาคเหนือนี่ละ แบบว่าพกติดตัวมาด้วยงัย เมื่อหาที่เหมาะแล้วก็เอาฝังดินเอาไว้ หลายหลุมทีเดียว ซึ่งไม่รู้ว่ามันงอกหรือขยายพันธุ์ขนาดไหนแล้วก็ไม่รู้ ยังไม่มีโอกาสไปอีกเลยจนบัดนี้  สมัยนี้เขาคงบอกว่า เราเอาพืชเอเลี่ยนไปปล่อยทีอื่นๆ 555  เราหวังว่ามันจะโตและมีคนได้กินลุกมันบ้างนะ เพราะมันเปรี้ยว หวาน อร่อยๆดี ทำน้ำปานะก็อร่อยงัยละ  เดินจนเพลินไปเลย เดินป่าเดินเขา พอกลับมากุฏิพระเณรไปที่กุฏิหลวงปู่บุญจันทร์ หมดแล้ว เราก็เลยตามไปทีหลัง 
          ความตื่นเต้นของเราที่วัดนี้ยังมีตอนที่ทำวัดเย็นเสร็จ เณรก็ต้องทบทวนศีล 10 ข้อ ยอมรับเลยว่าเป็นครั้งแรกที่ได้ทบทวน นับจากตอนบวชก็ไม่ได้ท่องอีกเลย มันก็ลืมนะสิ แล้วบังเอิญว่าทั้งวัดมีเณร 2 องค์ คือ เรากับเณรชาวมาเลเชียที่มาบวชเณรที่วัดนี้ก่อนแล้ว ทั้งตกใจ ทั้งลืม ทั้งอายมาครบเลยละ พระต้องพากล่าวนำเลยกว่าจะจบได้ นี่ละบทเรียนอย่างหนึ่งของการเป็นเณรต้องท่องต้องสวดให้ครบ และวัดแต่ละวัดมีวัตรปฏิบัติที่แตกต่างกันจึงต้องพร้อมเสมอในทุกๆด้าน  นี่ก็เหตุผลหนึ่งของการเดินธุดงค์ไปตามวัดต่างๆเพื่อศึกษาวัตรปฏิบัตินี่เอง จะได้รู้และทำเป็นมากขึ้น
      พอทำวัตรเย็นเสร็จก็ให้แต่ละองค์แต่ละรูปทำภาวนาตามถนัด บางชอบนั่ง ชอบเดิน หรือในศาลา หรือในกุฎิก็ได้ เอาตามสะดวกและชอบ เราเองก็นั่งสมาธิ พอเมื่อยขาก็จับเอาหนังสือธรรมะมาอ่าน เพราะชอบอ่านหนังสืออยู่เป็นทุนเดิม อ่านไปอ่านมาหลวงปู่มาเห็นเข้า แต่ท่านก็ไม่ว่าอะไร (มั้ง) เราก็เลยกลับกุฏิของเราไปภาวนาและนอนต่อไป
        อยู่ที่วัดนี้ได้ทำอะไรๆหลายอย่างเป็นครั้งแรก นอกจากไปตามต้นน้ำ ไปดูผาผึ้ง แล้วยังได้ต้มใบเป้าสรงน้ำกัน เพื่อให้ผิวพรรณไม่เสียหรือเรียกว่าเป็นสมุนไพรบำรุงผิวก็ได้ รู้ภายหลังว่าพวกญาติโยมที่ออกลูกใหม่ๆเขาจะเอาใบมาต้มอาบน้ำเหมือนกันทำให้ผิวพรรณดี  กับอีกอย่างที่ได้กินครั้งแรกคือ ลิ้นจี่ เพราะว่าในวัดนั้นมีลิ้นจี่ที่ปลูกเอาไว้มาก เราก็เพิ่งจะเคยเห็นลิ้นจี่นี่ละเพราะบ้านเราไม่มี เลยได้ลองสอยจากต้นลิ้นจี่กินดูว่าเป็นอย่างไร รสชาดเปรี้ยวๆหวานๆ แล้วแต่ลูก แล้วแต่ต้น แล้วแต่พวง ก็นับว่าได้กินของแปลกๆใหม่ จนถึงทุกวันนี้ก็ยังกินลิ้นจี่และปลบูกลิ้นเอาไว้กินก็มีเหมือนกัน พร้อมกับมันแพร้ขยายแพร่หลายออกไปตามจังหวัดต่างๆภาคต่างๆให้ได้กินเป็นการทั่วๆไปแล้ว
      ตอนเย็นวันหนึ่งขณะที่กำลังตีตาด คือเอาไม้กวาดทางมะพร้าวปัดลานวัดต่า่งๆอยู่ ด้วยความเป็นเณรหนุ่มแรงเยอะและอยากให้เสร็จเร็วๆเลยกวาแรงและเร็ว ฝุ่นนี้ฝุ้งเลยนะ จนพระท่านว่า เอ้าเหณรเบาๆหน่อย ไม่ต้องรีบ เจริญสติไปด้วย กวาดไปดูไปนะ อย่าเอาแต่กวาดใบไม้... พระท่านสอนให้มีสติทุกการกระทำนะ สาธุ 
         อยู่วัดนี้ไม่นานก็ได้พบพระองค์หนึ่งที่มาจากอุบลราชธานี บอกว่าจะไปแถวถ้ำเมืองนำ ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว อยู่ติดชายแดนโน้น เราก็เลยไปด้วยไปฝึกภาวนากัน 2 องค์ ซึ่งได้เล่าไปแล้วในช่วงหนึ่งที่ผ่านมา
        จนกระทั่งทุกวันนี้ยังไม่ได้มีโอกาสไปวัดถ้ำผาผึ้งอีกเลย ไปใกล้สุดก็ที่อำเภอเชียงดาว ไม่ได้ไปถึงไชยปราการ ซึ่งเป็นอำเภอแล้วตอนนี้..



Create Date : 08 กรกฎาคม 2563
Last Update : 28 กรกฎาคม 2563 10:10:11 น. 0 comments
Counter : 140 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
space

BlogGang Popular Award#16


 
Dr Chang
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




- เป็น เป็นวิทยากร เป็นคนบรรยาย เป็นผู้บริหาร หน่วยงานของรัฐ
- ชอบ ชอบอ่านนวนิยายจีนกำลังภายใน ชอบป่า ชอบน้ำ
- ทำ ทำงานพัฒนา ทำงานท่องเที่ยว ทำสวนเกษตร
- ขาย ขายประกัน ขายของทะเลแห้ง ขายเกลือ ขายคอนโด
- เรียน จบ ป.เอก ม.โพธิศาสตร์ ป.โท นิด้า ป.ตรี ม.ราม

space
space
space
space
[Add Dr Chang's blog to your web]
space
space
space
space
space