space
space
space
<<
พฤษภาคม 2563
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
space
space
24 พฤษภาคม 2563
space
space
space

บ ว ช ตอน น้ำปานะพระป่า

      "น้ำปานะ" (ความหมายให้ดูตามลิ้งข้างล่างของพระป่านะ) ของวัดป่าจะมีไม่กี่อย่างที่ฉันได้หลังจากเที่ยงวันไปแล้ว (พระป่าฉัน 1 มื้อ) ซึ่งไม่ถือว่าเป็นอาหาร ดังนั้นคนที่จะไปถวายน้ำปานะวัดป่าก็ต้องศึกษาและทำความเข้าใจเสียก่อนว่าน้ำปานะนั้นเป็นอย่างไรบ้าง
     วันนี้เลยจะมาเล่าเรื่องน้ำปานะของวัดป่าของเราว่าเราถือกันแบบไหน  แบบพื้นฐานทั่วไปก่อน ก็น้ำอัดลม (ซึ่งก็หายากนะไม่ค่อยได้ฉันเหมือนกัน เพราะยังไม่เจริญนั้นเอง เมื่อ 30 ปี ที่ผ่านมา) มีกาแฟผงไม่ผสมอะไรเลยและไม่รู้ว่ามีแบบทูอินวัน ทรีอินวันหรือเปล่าเพราะไม่เคยเห็นหรือรู้จัก (เนสกาแฟ น่าจะมียี่ห้อเดียวในตอนนั้น อันอื่นๆก็ไม่เคยเห็น หรืออาจจะปีก็ไม่รู้ได้) ชาจีน (ชาอ่อน ชาอู่หลง ไม่มีไม่เคยเห็น 555) ครีมเทียม (ไม่มีนมผสม เพราะฉันนมไม่ได้) น้ำตาล น้ำอ้อย เกลือ มะตูมแห้ง ยาสมุนไพรต่างๆ ที่ทำเองหรือโยมมาถวาย เครื่องดื่มชูกำลัง  ส่วนพวกนมจืดนมหวานวัดเราฉันไม่ได้ น้ำผลไม้กล่องยังไม่เคยเห็นหรือมีหรือยังก็ไม่รู้ก็ฉันไม่ได้
     แม้จะฉันได้หลายๆอย่างที่กล่าวมาแต่ก็ไม่ได้มีแบบอุดมสมบูรณ์นะ กาแฟผงมีไว้ ชาจีนมีไว้ น้ำตาลทราย เกลือมีประจำ น้ำอัดลมนี่นานๆที  น้ำอ้อยเป็นก้อนๆนานๆทีจะได้ฉัน เพราะหายากหรือไม่มีเงินซื้อหรือโยมไม่ได้เอามาถวาย หากวัดที่มีศรัทธาญาติโยมมากๆ พวกน้ำปานะก็มีมากมายกว่า เป็นธรรมดา
       การฉันน้ำปานะจะเป็นเวลาที่แน่นอน ประมาณ บ่ายสาม บ่ายสี่โมง อันนี้แล้วแต่วัดกำหนด ไม่เร็วไป ไม่ช้าไป ซึ่งจะไม่มาฉันน้ำปานะนอกเวลานะ ต้องพร้อมกัน  ..คือตอนบ่ายๆก่อนสรงน้ำหรือก่อนค่ำ หลังจากที่พระเณรตีตาดหรือปัดกวาดพื้น สถานที่ต่างๆจนสะอาด ตักน้ำใส่ภาบชนต่างๆ ล้างห้องน้ำต่างๆ เรียบร้อย ก็จะไปก่อไฟต้มน้ำร้อนกัน เพื่อเตรียมน้ำปานะ ตอนนั้นจะเป็นเตาถ่านเตาฟืนนะยังไม่มีกระติกน้ำร้อน ความจริงมีขายแล้วแต่ไม่มีโญมนำมาถวาย มันคงจะแพงเหมือนกันนะ จะเอาเงินวัดไปซื้อมาก็ยังไม่จำเป็น ใช้ถ่าน ใช้ฟืนก็พอได้อยู่แล้ว   จากนั้นก็เอาน้ำร้อนและเตรียมปานะต่างๆมาไว้ที่ศาลาโรงฉันน้ำร้อนหรือโรงฉันก็แล้วแต่ เป็นจุดรวมกัน แยกกออกเป็นของ พระ และ ของเณร หรือจะชงถวายพระก็ได้ตามที่ท่านจะบอกว่าจะฉันอะไร ในช่วงนี้ก็จะมีพ่ออก มาช่วยต้มน้ำร้อนก็มี มาเตรียมปานะก็มี หรือมาช่วยทำความสะอาดก็มี แล้วแต่บางวันที่พ่ออกสะดวกกัน    การฉันปานะร่วมกันนี้จะเป็นโอกาสได้พูดคุย แลกเปลี่ยนกันระหว่าคนในวัดเกี่ยวกับทุกๆเรื่อง ทั้งการภาวนา ประสบการณ์ต่างๆ ก็จะเล่าสู่กันฟัง
       น่าจะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้กินกาแฟ แต่ก็กินแบบใส่กาแฟให้เป็นสีชาๆเท่านั้นกับแก้วใหญ่หรือโจ้กเลยละ พอให้มีรสชาดกาแฟแค่นั้น ใส่น้ำร้อนเยอะๆ น้ำตาลหน่อยหนึ่งก็ใช้ได้แล้ว เติมเกลือไปนิด รับรองฉันได้รสชาดดีทีเดียว  เวลาจะผสมกาแฟก็เอาน้ำเยาะใส่หน่อยแล้วเอาไม้ฟายที่ทำจากไม้ไผ่คนๆให้ละลายและคนไปเรื่อยๆให้อากาศมันเข้าไปผสมจะได้รสชาดที่นุ่มกลมกล่อมขึ้นไปอีก น่าจะเป็นหลักการเดียวกับชาชักในปัจจุบันที่เอาอากาศเข้าไปผสมจะได้อร่อยขึ้น แต่อันนี้ทำมาตอน 30 ปีที่แล้ว ยอมรับจริงว่าตอนนั้นมันอร่อยมานะการได้กินกาแฟอ่อนๆ
       ชาจีน แบบธรรมดาๆ เป็นการกินชาครั้งแรกในชีวิตเช่นเดียวกัน แต่ตอนนั้นยังไม่อร่อยหรือน่ากินเพราะมันขม จนกระทั่งได้ไปธุดงค์กับชางไทยใหญ่แห่งถ้ำเมืองนะชายแดนพม่า เขาสอนให้เอาเหลือเม็ดผสมลงไปให้มันตัดขมรสชาดจะได้อร่อยขึ้น ซึ่งจริงตามที่ชาวบ้านแนะนำและพากิน อยากรู้ก็ลองดูนะมันจะอร่อยทันตาเห็นเลยละ  ชาจีนนี้หาง่าย เพราะญาติโยมจะเอามาถวายเป็นปกติตามสังฆทานนั้นเองมีมากมาย
       มะตูมตากแห้งก็มีคนมาถวายเอาไว้เป็นประจำ ผมจะเอามากาต้มเลยแบบนั้นละใส่ไปเยอะหน่อย เพื่อให้กลิ่นหอมๆสีน่าฉันน่ากิน การฉันมะตูมนี่จะเป็นยาที่ดีอย่างหนึ่งช่วยลดความฟุ้งซ่านความกำหนัดยินดีได้ทีเดียวละ พระเณรเลยฉันกันเป็นประจำทำให้ภาวนาดีว่าอย่างนั้น 
       สมุนไพร เป็นอีกน้ำปานะที่ชอบทำฉันกัน ซึ่งวัดป่าอย่างเราจะมีการเรียนรู้เรื่องสมุนไพรแบบบอกต่อกันมาว่าต้นอะไรเป็นยา ผสมกับอร่อยเป็นยาแก้โรคบ้าง ก็จะเอามาต้นฉันกัน หรือบางองค์ป่วยก็จะมียาสมุนไพรนี่ละช่วยได้ แถมเวลาญาติโยมป่วยไข้ก็ได้นำยานี้ไปให้กินกันช่วยสงเคราะห์เขาไปในตัว
         เครื่องดื่มชูกำลังจะไม่ค่อยได้ฉันเท่าไหร่ นอกจากวันไหนที่มีการก่อสร้างร่วมกันก็จะมีคนมาถวายหรือให้พ่อออกไปซื้อมาถวายพระเณรได้หายเหนื่อยกัน หรือก็ตอนที่ไปสวดมนต์ในบ้านเขาก็จะมักเตรียมเอาไว้ด้วย พร้อมกับน้ำอัดลมขวดเล็กๆ พร้อมลูกอมฮอลล์ 
         ที่เป็นสุดยอดของน้ำปานะ นั้นก็คือน้ำปานะที่ทำเองจากผลไม้ในป่าช้านั้นละมาทำกัน เช่น บักยาง(บักยางป่า บักยางเครือ) บักโมง (ชะมวง) บักหว้า ฯลฯ ที่มีในป่าช้า มักจะมีรชชาดเปรีี้ยวๆส้มๆนะ ก็เอามาทำน้ำปานะนะ แต่การทำนี้พระวินัยกำหนดเอาไว้ชัดเจน ว่าบักอะไรทำได้ไม่ได้และต้องทำอย่างไร เราเป็นเณรก็ต้องคอยมองหาว่าแต่ละวันหรือแต่ละช่วงมีอะไรสุกแล้ว ก็ไปเก็บมาคั้นเอาน้ำ แล้วเอาผ้าขาว 7 ชั้นมากรองให้ใสให้ละเอียดให้บริสุทธิ์ ไม่มีกากหรือเนื้อใดๆผสมเด็ดขาด แบบนั้นจะฉันไม่ได้ ถือเป็นอาหาร กับ น้ำก็ต้องเป็นน้ำเย็น ไม่ใช่น้ำร้อน ก็ถือเป็นอาหารอีก ฉันไม่ได้ เมื่อได้น้ำผลไม้ ที่กรองสะอาดดีแล้วก็เอาน้ำตาลหรือเกลือผสมปรุงรสให้ดีที่สุด เป็นอันเสร็จกระบวนการ นำไปถวายพระเณรได้ฉันกัน ถือว่าเป็นการฉันน้ำปานะที่อร่อยที่สุดสำหรับเราเลย แต่ไม่ได้ทำบ่อยๆนะ ไม่ใช่ว่าผลไม้ไม่มี หรือหายากแต่เพราะน้ำตาลมันหายาก พร้อมกับแพงด้วย เลยต้องประหยัดเงินวัดเอาไว้ทำวัดงัยละ เลยไม่ได้ทำบ่อยๆ นานๆทำทีหนึ่งแบบพิเศษ นี่ละวัดป่าสมัยก่อนขนาดน้ำตาลยังต้องประหยัดเลย
        นี่ละ "น้ำปานะ" ที่ฉันกันในวัดป่าสมัยเมื่อ 30 ปีที่แล้ว พอมายุคสมัยนี้ก็จะเพิ่มน้ำปานะต่างๆเข้าไปหลายอย่าง เช่น ชาเขียว รสดชาดต่างๆ เป็นต้น ตามความเจริญหรือกำลังศรัทธาของญาติโยม  ใครจะถวายน้ำปานะพระเณรก็ต้องคิดและพิจารณาก่อนว่า "ต้องไม่ใช่อาหาร" ...ก็จะบุญเต็มที่..หากถามผมว่าทำอย่างไรละ มีข้อแนะนำว่า หากจะให้ท่านฉันหลังเที่ยงได้ผมจะไม่ถวาย..นมหรือเครื่องดื่มที่มีนมผสมทุกอย่าง น้ำผลไม้สดยิ่งมีเนื้อผลไม้ไม่ถวาย น้ำมะพร้าว กาแฟที่ผสมนม ซุปไก่ สก็อต เป็นต้น  ผมก็จะเอาพวกชาเขียว กาแฟผง น้ำอัดลม น้ำผึ้ง น้ำตาล น้ำอ้อยก้อน เกลือ เป็นต้น..  




 

Create Date : 24 พฤษภาคม 2563
0 comments
Last Update : 24 พฤษภาคม 2563 15:11:57 น.
Counter : 65 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

space

Dr Chang
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




- เป็น เป็นวิทยากร เป็นคนบรรยาย เป็นผู้บริหาร หน่วยงานของรัฐ
- ชอบ ชอบอ่านนวนิยายจีนกำลังภายใน ชอบป่า ชอบน้ำ
- ทำ ทำงานพัฒนา ทำงานท่องเที่ยว ทำสวนเกษตร
- ขาย ขายประกัน ขายของทะเลแห้ง ขายเกลือ ขายคอนโด
- เรียน จบ ป.เอก ม.โพธิศาสตร์ ป.โท นิด้า ป.ตรี ม.ราม

space
space
space
space
[Add Dr Chang's blog to your web]
space
space
space
space
space