ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง

ทิศทางประเทศไทย

ทิศทางประเทศไทย...โดย อ.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์
ภารกิจของขบวนการประชาธิปไตยหลังการเลือกตั้ง 23 ธันวาคม 2550

พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์

ชัยชนะของพรรคพลังประชาชนที่มีนายสมัคร สุนทรเวชเป็นหัวหน้าพรรคในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 เป็นชัยชนะทางยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญของขบวนการประชาธิปไตยนับแต่รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เป็นการพิสูจน์ให้เห็นอย่างปราศจากข้อสงสัยว่า ประชาชนชั้นล่างทั้งในเมืองและชนบททั่วประเทศคือทัพหลวงของประชาธิปไตยที่ขบวนการประชาธิปไตยพึ่งพาวางใจได้ในการต่อสู้อันยากลำบากและยาวนาน



ระบอบรัฐธรรมนูญ 2550 ที่กำกับโดยพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยเนื้อแท้แล้ว เป็นระบอบอำมาตยาธิปไตยที่แกนในอำนาจรัฐยังคงกุมอยู่ในมือของกลุ่มจารีตนิยมที่มีกลไกราชการ-กองทัพเป็นเครื่องมือ ร่วมเป็นพันธมิตรกับกลุ่มทุนเก่า ปัญญาชนขวาจัด ปัญญาชนอีแอบตีสองหน้า และปัญญาชนเดือนตุลาฯที่ทรยศต่อประชาธิปไตย แกนในนี้มีเปลือกหุ้มเป็นระบอบรัฐสภาที่มีผู้แทนราษฎรและรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ถูกกำกับอย่างแน่นหนาจากวุฒิสภาแต่งตั้งและบทบัญญัติต่าง ๆ ในรัฐธรรมนูญที่แยกสลายพรรคการเมืองและจำกัดอำนาจการบริหารของรัฐบาล



ขบวนการประชาธิปไตยในปัจจุบันจึงก่อรูปขึ้นเป็นสองแนวรบใหญ่คือ ด้านหนึ่งเป็นแนวรบในกรอบรัฐธรรมนูญ 2550 อันประกอบด้วยการเลือกตั้ง เวทีรัฐสภาและการจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำ เพื่อเข้ากุมการบริหารงานแผ่นดินในระดับหนึ่ง ในอีกด้านหนึ่ง ก็คือแนวรบนอกสภาอันประกอบด้วยกลุ่มพลังมวลชนประชาธิปไตยใหม่อันหลากหลายที่ก่อกำเนิดขึ้นหลังรัฐประหาร 19 กันยายน พัฒนาขยายตัว ผ่านการต่อสู้บนท้องถนนมาอย่างทรหดอดทนและอันตรายยิ่ง หล่อหลอมขึ้นเป็นกองทัพหน้าอันกล้าหาญเด็ดเดี่ยวของขบวนการประชาธิปไตย



ภารกิจประชาธิปไตยในขั้นตอนปัจจุบันยังคงเป็นการต่อสู้เพื่อนำมาซึ่งระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง แต่รัฐธรรมนูญ 2550 เป็นผลิตผลของรัฐประหาร 19 กันยายน เป็นเครื่องมือของระบอบอำมาตยาธิปไตย เต็มไปด้วยบทบัญญัติที่เป็นเผด็จการและละเมิดอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย และไม่สามารถที่จะใช้เป็นพื้นฐานเพื่อการปฏิรูปรัฐธรรมนูญได้ ฉะนั้น ภารกิจยุทธศาสตร์ในขั้นปัจจุบันของขบวนการประชาธิปไตยจึงเป็นการนำเอารัฐธรรมนูญ 2540 และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทั้งหมดกลับคืนมา ทำการแก้ไขตามความเห็นของมหาชน แล้วให้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไข จากนั้น ให้ยุบสภาและมีการเลือกตั้งใหม่โดยทันที



ขบวนการประชาธิปไตยที่มีพรรคพลังประชาชนเป็นตัวแทนอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรและประกอบเป็นแกนนำรัฐบาลในปัจจุบันจะเผชิญกับการล้อมตีอย่างหนักจากฝ่ายอำมาตยาธิปไตย ซึ่งปัจจุบัน ได้จัดตั้งป้อมค่ายขึ้นเตรียมบั่นทอนและทำลายรัฐบาลพรรคพลังประชาชน



ป้อมปราการสำคัญที่สุดของฝ่ายอำมาตยาธิปไตยในรัฐสภาคือ สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้ง ซึ่งเมื่อร่วมกับสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งอีกจำนวนหนึ่ง (เป็นสามในห้าของวุฒิสภา) ก็มีอำนาจถอดถอนนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ตามการไต่สวนและมติของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และจากการร้องขอกล่าวโทษโดยหนึ่งในห้าของสภาผู้แทนราษฎรหรือหนึ่งในสี่ของวุฒิสภา



ในส่วนของบรรดา “องค์กรอิสระ” ซึ่งแปลงร่างมาจากองค์กรต่าง ๆ ที่คณะรัฐประหารได้แต่งตั้งขึ้นนั้น ปัจจุบัน ก็มี “กรณี” รออยู่จำนวนหนึ่งที่พร้อมทจะประสานกับวุฒิสภาและพรรคฝ่ายค้านเพื่อใช้เล่นงานทั้งตัวบุคคลและพรรคการเมืองที่ร่วมอยู่ในรัฐบาลพรรคพลังประชาชน



ส่วนภายนอกสภา ฝ่ายอำมาตยาธิปไตยก็ได้ตระเตรียมแนวร่วมขวาจัดของสื่อมวลชนนักวิชาการ-คอลัมนิสต์ ราษฎรอาวุโส นักเคลื่อนไหวองค์กรพัฒนาเอกชน และองค์กรรัฐตามพรบ.ความมั่นคง รอโอกาสประสานกันเพื่อปั่นกระแส สร้างมติ ก่อความปั่นป่วนเพื่อค่อย ๆ ก่อเป็นความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรงที่จะนำไปสู่การโค่นล้มรัฐบาลพรรคพลังประชาชนทั้งด้วยวิธีการในรัฐธรรมนูญและนอกรัฐธรรมนูญ ก้าวยุทธศาสตร์ที่บ่งชัดถึงการก่อตัวของของแนวร่วมขวาจัดนอกสภาดังกล่าวก็คือ การทำลายสถานีโทรทัศน์ไอทีวีอันเป็นดอกผลของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยพฤษภาคม 2535 แปรเปลี่ยนให้เป็นป้อมปราการของฝ่ายเผด็จการอำมาตยาธิปไตยในแนวรบสื่อสารมวลชน เพื่อร่วมประสานกับส่วนอื่น ๆ ก่อตัวเป็นกำแพงสื่อมวลชนขวาจัดที่มุ่งปิดล้อมและบั่นทอนรัฐบาลพรรคพลังประชาชนอย่างเบ็ดเสร็จเช่นเดียวกับที่กระทำต่อรัฐบาลพรรคไทยรักไทยในอดีต



ในสถานการณ์ที่ขบวนการประชาธิปไตยยังคงเป็นฝ่ายรุก ส่วนแนวร่วมเผด็จการอำมาตยาธิปไตยเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำและกำลังตระเตรียมป้อมค่ายพลรบเพื่อตีโต้ทางยุทธศาตร์อีกครั้งนี้ ขบวนการประชาธิปไตยยังคงมีภารกิจต่อสู้อันยากลำบากอยู่เบื้องหน้า จักต้องชูธงชาติไทยสามผืนให้สูงเด่น ประกอบด้วยธงโลกาภิวัฒน์ ปฏิรูปเศรษฐกิจสังคมไทยให้เจริญก้าวหน้า ทันสมัย และได้ประโยชน์จากการพัฒนาระบบทุนนิยมเสรี ชูธงประชาธิปไตย นำเอารัฐธรรมนูญ 2540 มาปฏิรูปไปบรรลุอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย และธงความเป็นธรรมทางสังคม กระจายดอกผลแห่งสิทธิ เสรีภาพ ประชาธิปไตย และความเจริญทางเศรษฐกิจไปสู่ประชาชนทุกหมู่เหล่า



ในสถานการณ์ปัจจุบัน ส่วนต่าง ๆ ของขบวนการประชาธิปไตยมีภาระหน้าที่ที่ต่างกัน ต่อสู้ประสานสอดคล้องกันเพื่อตีโต้การล้อมปราบของฝ่ายเผด็จการและผลักดันภารกิจประชาธิปไตยให้ลุล่วง



กลุ่มองค์กรประชาธิปไตยใหม่นอกสภามีลักษณะมวลชนอันเหนียวแน่น เด็ดเดี่ยวอดทน มีการเคลื่อนไหวที่หลากหลาย สร้างสรรค์ ยืดหยุ่นพลิกแพลง ประกอบด้วยกองทัพมวลชนบนท้องถนนและ “นักรบไซเบอร์” สื่อใต้ดินออนไลน์อันหลากหลาย ที่สามารถสร้างผลสะเทือนทางประชาธิปไตย ตีโต้สื่อสารมวลชนเผด็จการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีส่วนสำคัญอย่างขาดเสียมิได้ต่อชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม กลุ่มองค์กรประชาธิปไตยเหล่านี้ยังมีภารกิจสำคัญเฉพาะหน้าคือ



1. รวมตัวจัดตั้ง ศึกษายกระดับทฤษฎี สรุปบทเรียน พัฒนาผู้ปฏิบัติงาน ปรับปรุงองค์กร ให้มีลักษณะกระชับ สามัคคี มีวินัย และเป็นประชาธิปไตย พร้อมทั้งขยายฐานมวลชน ยกระดับมวลชนส่วนที่กระตือรือร้นขึ้นเป็นผู้ปฏิบัติงาน



2. สร้าง พัฒนา และยึดกุมสื่อออนไลน์ไว้ให้มั่น ยกระดับและขยายสื่อออนไลน์ให้แผ่กว้างทั้งกระดานข่าว เว็บบอร์ด ห้องอภิปราย วิทยุโทรทัศน์อินเตอรเน็ต เชื่อมต่อเข้ากับสื่อหลักที่อยู่ฝ่ายประชาธิปไตย เช่น หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วิทยุชุมชน และสถานีโทรทัศน์ทางเลือกที่จะเกิดขึ้นต่อไป เพื่อใช้เป็นแนวรบตีโต้การปิดล้อมของสื่อมวลชนขวาจัด แนวรบนี้ยังรวมถึงการเคลื่อนไหวในประเด็นการเมืองอย่างมีจังหวะ แย่งชิงพื้นที่ข่าวในสื่อกระแสหลักอื่น ๆ ที่มิใช่พวกขวาจัด



3. ใช้สื่อออนไลน์และสื่อแนวร่วมเป็นฐานเผยแพร่ให้ความรู้ทางประชาธิปไตยแก่ประชาชน ชี้ให้เห็นถึงธาตุแท้เนื้อในของระบอบรัฐธรรมนูญ 2550 และพรบ.ความมั่นคงฯ เสนอทางออกแก่สังคมไทยในกระแสโลกาภิวัฒน์ การปฏิรูปประชาธิปไตย และการสร้างความเป็นธรรมทางสังคม

พรรคพลังประชาชนเป็นพรรคที่เกิดจากการบดขยี้ทำลายล้างพรรคไทยรักไทย ผู้นำและสมาชิกพรรคได้ผ่านการกดขี่ทางการเมืองมาอย่างหนัก แต่ในที่สุด ก็ยังสามารถยืนหยัดก่อตัวขึ้นเป็นพรรคพลังประชาชนที่มีนายสมัคร สุนทรเวชเป็นหัวหน้าพรรค กลายเป็นองค์กรการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยที่สำคัญที่สุดในปัจจุบัน พรรคพลังประชาชนจึงต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งในแนวรบการเลือกตั้งและรัฐสภา พรรคพลังประชาชนจักต้องสรุปบทเรียนจากความพ่ายแพ้ของพรรคไทยรักไทย ซึ่งก็คือ การเป็นพรรคการเมืองแบบเลือกตั้งโดยปราศจากการจัดตั้งมวลชนรองรับ ชัยชนะในการเลือกตั้ง 23 ธันวาคมได้สอนบทเรียนสำคัญว่า มวลชนชั้นล่างและชั้นกลางทั้งในเมืองและชนบททั่วประเทศคือผนังทองแดงกำแพงเหล็กของพรรคการเมืองประชาธิปไตย จะต้องเรียนรู้จากประสบการณ์ในประเทศที่เจริญแล้วว่า พรรคการเมืองประชาธิปไตยจะต้องมีการจัดตั้งมวลชนของพรรคอย่างเป็นระบบ ให้เป็นพรรคที่มีฐานมวลชนเหนียวแน่นและกว้างขวาง เพื่อที่จะสามารถดำเนินการต่อสู้กับฝ่ายเผด็จการทั้งในและนอกสภาได้อย่างมีพลัง

ในส่วนรัฐบาลพรรคพลังประชาชน นอกจากภารกิจนำเอารัฐธรรมนูญ 2540 กลับคืนมาแล้ว ภาระเร่งด่วนในทางเศรษฐกิจคือ เร่งฟื้นฟูภาวะเศรษฐกิจที่ชะงักงัน ส่วนในทางการเมือง จะต้องเร่งเปิดเสรีสื่อสารมวลชนโดยเร็วที่สุด ส่งเสริมเครือข่ายวิทยุชุมชนทั่วประเทศภายใต้กรอบของกฎหมายโทรคมนาคมที่เกี่ยวข้อง ให้เปิดเสรีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตความเร็วสูงสู่ครัวเรือนทั่วประเทศในราคาถูกที่สุด และเปิดเสรีสถานีแพร่ภาพโทรทัศน์ทั้งระบบยูเอชเอฟและระบบจานดาวเทียม ส่งเสริมการแพร่กระจายจานดาวเทียมในราคาถูกให้ทั่วถึง เพื่อทะลายการปิดล้อมของสื่อสารมวลชนขวาจัด และให้พลังฝ่ายประชาธิปไตยมีที่ยืนสาธารณะ

ขบวนการประชาธิปไตยในวันนี้กำลังเผชิญกับการท้าทายใหม่ที่จะต้องยึดกุมป้อมปราการรัฐสภาและรัฐบาลไว้ให้มั่น เสริมกำลังให้เข้มแข็ง พัฒนาขยายสื่อสารมวลชนประชาธิปไตยทุกรูปแบบ ตีโต้ฝ่ายเผด็จการอำมาตยาธิปไตย เพื่อรุกไปสู่ขั้นตอนใหม่ของการปฏิรูปรัฐธรมนูญและบรรลุประชาธิปไตยในที่สุด




 

Create Date : 30 มกราคม 2551    
Last Update : 30 มกราคม 2551 19:39:32 น.
Counter : 291 Pageviews.  

อย่าหลงกระแส ไทยคมยังเป็นของไทย100 %

ศ.เศรษฐพร เตือนสติ อย่าหลงกระแส ไทยคมยังเป็นของไทย 100 %

นับตั้งแต่ผู้ถือหุ้นกลุ่มเดิมตระกูล “ชินวัตร” ขายหุ้นกลุ่ม “ชินคอร์ป” ให้กองทุน “เทมาเส็ก” พายุลูกใหญ่ต่างพุ่งเข้าใส่ธุรกิจในเครือถ้วนหน้า เริ่มจาก “เอไอเอส” มาถึง “ไอทีวี” ล่าสุด “ชินแซทเทลไลท์” สถานการณ์ของ “ชินแซท” ดูจะหนักเอาการกับกระแสทวงคืนสมบัติชาติ ที่สืบเนื่องจากคำประกาศขอทวงดาวเทียมไทยคมคืนจากสิงคโปร์ของ พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช. ) กรณีเทมาเซกซื้อหุ้นชิน คอร์ปอเรชั่น เป็นบริษัทแม่ของชินแซทเทลไลท์ ผู้ให้บริการดาวเทียมไทยคม ซึ่งได้ถูกขนานนามว่าเป็นการขายชาติ ทำให้เกิดการแสดงความคิดเห็นของคนแต่ละกลุ่มอย่างหลากหลายในช่วงที่ผ่านมา บางส่วนเห็นด้วย บางส่วนไม่เห็นด้วย

กระแสการการทวงคืนไทยคม มีแนวคิดที่ทำได้หลายวิธีคือ การใช้อำนาจรัฐเข้าไปยึดสถานีควบคุมซึ่งจะก่อให้เกิดแรงต่อต้านจากนานาประเทศที่เสียผลประโยชน์ การใช้ข้อตกลงทางธุรกิจโดยการซื้อหุ้นคืนมา แต่ข้อเสียก็คือ ประเทศก็จะต้องเสียงบประมาณไปเป็นจำนวนหลายหมื่นล้านบาท การใช้การบังคับคดีทางกฎหมาย ซึ่งก็จะสามารถยึดคืนมาได้โดยไม่ต้องเสียงบประมาณใด รวมทั้งอาจจะได้ค่าปรับ เป็นรายได้เข้าประเทศเพิ่มเติมอีกด้วย กระทรวงไอซีที กับ กทช. ตกเป็นองค์กรหลักที่ถูกตั้งคำถามและจับตามมองในบทบาทหน้าที่ในการทวงคืนดาวเทียมไทยคมที่ทุกคนพุ่งเป้ามา จนเกิดความคลางแคลงสงสัยว่าแท้ที่จริงแล้ว ความรับผิดชอบต่อภารกิจในครั้งนี้จะเป็นของใครกันแน่ ?

สืบเนื่องจากไทยคมไม่ใช่ผู้รับใบอนุญาตจาก กทช. แต่เป็นผู้รับสัมปทานจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) การเพิกถอนนี้จึงต้องเป็นตามมาตรา 80

ถ้าไทยคม เป็นกิจการที่ได้รับสัมปทาน ก่อนวันที่พระราชบัญญัติฉบับนี้มีผลบังคับใช้ (17 พฤศจิกายน 2544) กทช. ก็น่าจะมีอำนาจสั่งเพิกถอนสัมปทานได้

ถ้าได้รับสัมปทานหลังวันที่ 17 พฤศจิกายน 2544 ก็อาจจะต้องมีการตีความว่า กทช. มีอำนาจในการเพิกหรือไม่อย่างไร โดยในกรณีนี้ คำถามที่จะตามมาคือ กระทรวงไอซีทีมีอำนาจในการให้สัมปทานกับไทยคมหรือเปล่า?

เทเลคอม เจอนัล ได้เจาะลึกถึงข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว จาก ศาสตราจารย์ เศรษฐพร คูศรีพิทักษ์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ซึ่งได้แจกแจงถึงประเด็นดังกล่าวไว้อย่างละเอียด

ศาสตราจารย์ เศรษฐพร กล่าวย้ำชัดเจนว่า การทวงคืนสัมปทานดาวเทียมไทยคมเป็นอำนาจของรัฐบาลและกระทรวงไอซีทีตามสัญญาสัมปทาน ด้าน กทช. มีอำนาจหน้าที่ในการจัดสรรคลื่นความถี่กิจการสื่อสารดาวเทียม และกำกับดูแลการแข่งขันกันประกอบกิจการสื่อสารดาวเทียมระหว่างไทยคมกับดาวเทียมอื่นๆ

ในการดำเนินการของกระทรวงไอซีทีนั้น ดำเนินการตามสัญญาสัมปทานโครงการดาวเทียมไทยคม ทาง กทช. ไม่มีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบใดๆที่จะเข้าไปเกี่ยวกับการดำเนินการตามสัญญาสัมปทานระหว่างกระทรวงไอซีทีและชินแซทเทลไลท์

ทั้งนี้ เพราะอำนาจหน้าที่ของ กทช. จะอยู่ที่การดูแลเรื่องของการแข่งขันประกอบกอบการสื่อสารดาวเทียมระหว่างดาวเทียมไทยคมกับดาวเทียมอื่นๆ โดยเฉพาะการดูแลเรื่องของความถี่สำหรับดาวเทียมในประเทศไทย จริงอยู่ที่ กทช.. รับผิดชอบกิจการสื่อสารผ่านดาวเทียม แต่รับผิดชอบคนละกรอบกับกระทรวงไอซีที

คำตอบนี้ ทำให้ตามมาด้วยคำถามที่คลางแคลงใจว่า แล้วกรอบของ กทช. คืออะไร? เพราะคน ก็ยังเข้าใจถึงแม้ว่าชินแซทเทไลท์จะเป็นเอกชน แต่ว่าขายสัมปทานซึ่งมันจะต้องเป็นของคนไทยและให้กับคนไทย จึงรู้สึกว่า กทช. ก็ต้องกำกับดูแลให้เป็นไปตามนั้น จะปล่อยให้ขายให้สิงคโปร์ได้อย่างไร?


ศาสตราจารย์ เศรษฐพร อธิบายต่อว่า กิจการสื่อสารดาวเทียมมีเป็น 2 ส่วนคือ หนึ่งคือกิจการสื่อสารดาวเทียมโดยทั่วไป กับสองกิจการสื่อสารดาวตามสัญญาสัมปทานดาวเทียมไทยคม ที่พูดกันอยู่นี้เป็นเรื่องสัญญาสัมปทานดาวเทียมไทยคมซึ่งเป็นสัญญาสัมปทานระหว่างรัฐบาลกับเอกชน ระหว่างกระทรวงไอซี กับชินแซทเทลไลท์ สัญญา 2 ฝ่ายนี้เป็นเรื่องของคู่สัญญา ดังนั้น กทช.จะไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับเขาไม่ได้ สัญญาระหว่างกระทรวงฯกับเอกชน เป็นเรื่องของคู่สัญญา ต้องไปดูว่าสัญญาเขียนว่าอย่างไร

“ฉะนั้น จะยึดคืนทำไม ก็ในเมื่อตอนนี้ดาวเทียมไทยคมก็ยังเป็นของไทยอยู่ 100% คือเรื่องดาวเทียม จะมีหน้าที่รับผิดชอบที่แยกกันและรวมกันอยู่ ต้องอธิบายก่อนว่า ระบบดาวเทียมจะมี “ตัวดาวเทียม” ตัวดาวเทียมที่ลอยอยู่บนอากาศจะมีที่ที่ลอยอยู่ซึ่งเรียกว่า “ตำแหน่งดาวเทียม” หรือ “วงโคจรดาวเทียม” และดาวเทียมที่ยิงขึ้นไปก็ต้องมี “คลื่นความถี่” ที่ใช้กับดาวเทียมนั้น

เพราะฉะนั้น ในภาคอวกาศก็จะมี 3 เรื่องด้วยกัน เรื่องตำแหน่งวงโคจรดาวเทียม ที่ดาวเทียมจะไปอยู่ เรื่องตัวดาวเทียมว่าตัวดาวเทียมจะมีคุณลักษณะขนาดไหน ขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ทำงานเพื่อกิจการโทรคมนาคมอย่างเดียวหรือทางด้านกระจายเสียงโทรทัศน์ด้วย หรือทางด้านอินเตอร์เน็ตอะไรเหล่านี้ ทำเพื่อสื่อสารทหารโดยตรง ทำเพื่อจารกรรม ทำเพื่อตรวจสอบอากาศ ทำเพื่อสำรวจระยะไกล หรือว่าทำภารกิจทหาร ตำแหน่งวงโคจรดาวเทียมเป็นตำแหน่งของประเทศไทย ฟังให้ดีนะ ไม่ว่าใครจะซื้อก็ยังคงเป็นของไทยอยู่ 100%”

นอกจากนี้ ศาตราจารย์ เศรษฐพร เล่าย้อนความว่า “กรมไปรษณีย์โทรเลขเดิม โดยผมเป็นคนไปจองตำแหน่งวงโคจรนี้ จองในนามรัฐบาลไทย จองเอาไว้ตั้ง 14 ตำแหน่งเมื่อก่อนนี้นะ ฉะนั้นเรื่องนี้ผมรู้เรื่องดีที่สุด เพราะตำแหน่งนี้รัฐบาลรับผิดชอบว่าเป็นเจ้าของวงโคจรดาวเทียม และการที่จะให้มีการใช้ตำแหน่งนี้ได้ก็รัฐบาลจะต้องเป็นคนอนุญาตว่าใครจะเป็นคนเอาไปใช้ เช่น ดาวเทียมไทยคม 1 ดาวเทียมไทยคม 2 ดาวเทียมไทยคม 3 ต้องใช้ตำแหน่งวงโคจรอันเดียวกันหรืออันใหม่ ก็คือต้องขออนุญาตจากกระทรวงไอซีทีหรือกระทรวงคมนาคมเดิมในฐานะส่วนแบ่งของรัฐบาล

เพราะฉะนั้นตำแหน่งวงโคจรใครอยากใช้ก็ต้องขอที่รัฐบาล เช่น ถ้ายิงดาวเทียมไทยคมดวงใหม่ ตำแหน่งใหม่ก็ต้องขอรัฐบาล หรือถ้ารัฐบาลอยากจะให้มีดาวเทียมระบบใหม่ที่นอกเหนือจากดาวเทียมไทยคม ก็มาขอที่รัฐบาล ฉะนั้นเรื่องของตำแหน่งวงโคจรเป็นเรื่องของรัฐบาล ตำแหน่งนี้เดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นของรัฐบาล เพียงแต่ว่าพอหมดอายุดาวเทียมนั้นแล้วถ้าเราไม่ให้ใช้ต่อก็จบ ก็กลับมาเป็นของรัฐบาล 100% เหมือนเดิม และฟังให้ดี ว่าตัวดาวเทียม ดาวเทียมดวงที่หนึ่ง ดวงที่สอง ดวงที่สาม ที่เป็นดาวเทียมไทยคม ก็คือรัฐบาลเป็นคนอนุญาตให้ยิงขึ้นไป จะมีกี่ดวงรัฐบาลก็เป็นคนตัดสินใจ ตอนนี้ยิงไป 5 ดวงแล้ว ถ้ายิงดวงที่ 6 ก็ต้องไปขอรัฐบาล จะขอใช้ตำแหน่งไหนนั่นเป็นเรื่องของกระทรวงฯ เป็นเรื่องของรัฐบาล

ทีนี้บังเอิญว่าดาวเทียมต้องใช้คลื่นวิทยุ จะใช้คลื่นวิทยุย่านไหน ตรงนั้นแหละกฎหมายเขียนไว้ว่าเรื่องคลื่นความถี่จะต้องมาขอที่ กทช. โดย กทช. จะเป็นคนจัดการคลื่นให้สำหรับดาวเทียมนั้น เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าภาคอวกาศก็รับผิดชอบ 2 หน่วยแล้ว ทีนี้นอกจากนี้ยังมีภาคพื้นดิน ภาคพื้นดินก็คือสถานีภาคพื้นดินที่เป็นตัวสถานีควบคุมดาวเทียม นอกจากนี้ยังมาสถานีรับสัญญาณที่จะถ่ายทอดต่อ เช่น พวกสถานีโทรทัศน์ต่างจังหวัด ดังนั้น ภาคพื้นดินก็ต้องมาขอที่ กทช. ทีนี้ การที่จะเอาดาวเทียมมาใช้งาน ก็คือเมื่อยิงดาวเทียมขึ้นไปแล้วจะมีช่องสัญญา คือขายช่องสัญญาณสำหรับมาใช้ในการถ่ายทอดโทรทัศน์บ้าง ใช้ในการส่งโทรศัพท์มือถือ ใช้ในการติดต่ออินเตอร์เน็ต ฉะนั้นการประยุกต์ใช้ตรงนั้นต้องมาขอที่ กทช.

ดาวเทียมไทยคม ใช้สำหรับประเทศไทย เป็นของคนไทยและเอาไปใช้ในต่างประเทศด้วย แต่ในขณะเดียวกันยังมีดาวเทียมที่ตอนนี้รัศมีครอบคลุมประเทศไทย ที่พร้อมจะมาแข่งกับดาวเทียมไทยคมอยู่มากถึง 41 ดวงเท่าที่ตรวจสอบ เขาพร้อมจะมาแข่งกับดาวเทียมไทยคมแต่เรายังไม่เปิดให้แข่ง ซึ่งการจะเปิดให้แข่งเป็นหน้าที่ของ กทช. นอกจากหน้าที่ที่แยกกันอยู่อย่างนี้ ก็ยังมีหน้าที่ที่ต้องทำร่วมกันระหว่างกระทรวงไอซีทีกับ กทช. ด้วยก็คือเรื่องตอนที่จะส่งดาวเทียมขึ้นไปจะต้องมีการประสานงานด้านคลื่นวิทยุ เพื่อไม่ให้คลื่นวิทยุของดาวเทียมรบกวนกัน เรียกว่า “การประสานงานความถี่ดาวเทียม” อันนี้เดิม กรมไปรษณีย์ โทรเลขต้องทำ ซึ่งปัจจุบัน กทช. ต้องทำร่วมกับกระทรวงไอซีที เจ้าหน้าที่ต้องไปประชุมร่วมกันกับต่างประเทศ นี่คือการทำงานร่วมกัน ฉะนั้น ใครจะมาบอกว่า กทช. ไม่รับผิดชอบไม่ได้ แต่การรับผิดชอบคือการรับผิดชอบคนละส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องสัญญาสัมปทาน เป็นเรื่องที่คู่สัญญาต้องจัดการกันเอง จะไปบอกให้คนอื่นมาจัดการอย่างไร กทช. ต้องทำงานตามขอบเขตหน้าทีที่กฎหมายเขียนไว้ให้ มันไม่ใช่หน้าที่ของ กทช. แล้วถามว่ากรณีทวงคืนดาวเทียมไทยคมจากเทมาเส็ก จะทวงคืนทำไม ในเมื่อดาวเทียมก็เป็นของไทยอยู่ 100% สัญญาสัมปทานมีไว้ว่าเมื่อผลิตดาวเทียมยิง ส่งดาวเทียมขึ้นมาแล้ว เมื่อส่งเข้าวงโคจร ต้องโอนมาเป็นของรัฐบาลทุกดวง”

กับคำถามที่ว่า ถ้าเป็นเช่นนี้แล้ว “เทมาเส็ก”มาจ่ายเงินซื้อทำไม ? ถ้า “ ไทยคม” ก็ยังคง เป็นของไทยทั้งดาวเทียมและตำแหน่งวงโคจร?

ศาสตราจารย์ เศรษฐพร ได้อธิบายถึงความแตกต่างระหว่าง “ทวงคืนสิทธิ์” กับ “ทวงคืนดาวเทียม” ไว้อย่างระเอียด และย้ำว่าเป็นประเด็นที่ต้องแยกแยะให้ถูกต้อง
“การที่เทมาเส็กมาจ่ายเงินคือก็เหมือนกับชินแซทเทไลท์ได้สิทธิเพื่อเอาดาวเทียมไปขายช่องสัญญาณที่ว่าเอาไปทำกำไร ได้กำไรก็ไปแบ่งให้รัฐอีกทีหนึ่ง ดังนั้น สิ่งที่หายไปคือ “สิทธิในการนำดาวเทียมไปค้าขายหาผลประโยชน์” ซึ่งในส่วนนี้จะมีคณะทำงานประสานงานของกระทรวงไอซีทีกับของบริษัทมาทำงานร่วมกันอยู่ ซึ่งเป็นคนละส่วนกัน กทช. ไม่ได้มีหน้าที่ไปยุ่งกับเขา ถามว่าจะไปทวงทำไม ก็มันเป็นของเราอยู่แล้ว คำว่าทวงคืนคืออะไร ทวงคืนคือไปทวงสิทธิที่ว่าเอาไปค้าขาย การอ้างว่าเขาเอาไปดักรับสัญญาณไปหมดแล้วอะไรต่อมิอะไร เหมือนเด็กขายของ เพราะว่าสัญญาณที่ส่งผ่านกิจการโทรคมนาคม ดาวเทียมนี้เป็นดาวเทียมเพื่อการพาณิชย์ คนไทยใช้อยู่ประมาณไม่ถึง 10% นอกนั้นต่างชาติใช้ แล้วจะกลัวต่างชาติจะมาเอาดาวเทียมไปทำให้เกิดอันตรายต่อความมั่นคง ผมก็อยากจะไปต้านกระแส มันผิดประเด็น ตัวดาวเทียมก็เป็นของไทยอยู่แล้ว การทวงก็คือทวงสิทธิ แล้วสิทธิตามสัญญาที่เขาซื้อขายกัน ก็เขามาซื้อไปโดยถูกต้องตามระเบียบอยากได้คืนก็ต้องซื้อคืน ทีนี้มาบอกว่าผิดกฎหมายผิดสัญญาจะยึดคืน ผมว่าการปกครองระบอบไหนจะไปยึดทรัพย์สินภาคเอกชน แล้วไปยึดเขาแล้วจะไปเราจะคุยกับโครงการระหว่างประเทศอย่างไร พันธกรณีระหว่างประเทศ แล้วดูหรือยังว่าเรามีสัญญาการตกลงทางการค้ากับประเทศสิงคโปร์เขาหรือเปล่า เพราะเหตุใด แล้วมันง่ายหรือที่จะยึด” ศาสตราจารย์เศรษฐพร ทิ้งท้ายด้วยคำถามที่ชวนให้หาคำตอบ


ข่าว : Telecom Journal

//www.tj.co.th/telecomjournal/modules/news/article.php?storyid=499




 

Create Date : 18 ตุลาคม 2550    
Last Update : 18 ตุลาคม 2550 19:52:10 น.
Counter : 296 Pageviews.  

กัญจนา ทายาทปลาไหลที่ยังคงเป็นปลาไหลยังไงยังงั้น

ว้าว...ดูดีมีอุดมการณ์เหลือรับประทานจริงๆ สำหรับแม่หญิงกัญจนา ศิลปอาชา หรือ ลูกนา ของเตี่ยบรรลัย เอ๊ย เตี่ยบรรหาร แจ่มใส ศิลปอาชา

ปณิธานที่ผ่านจากเรียวปากงามของ พี่หญิงใหญ่แห่งตระกูลศิลปอาชา ที่ว่าพรรคชาติ ไทย จะไม่ร่วมงาน ไม่สมานฉันท์กับพรรคการเมืองและนักการเมืองที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญ วินิจ ฉัย ว่าทำผิดกฎหมาย จนกระทั่งถูกยุบพรรค

คำโอดครวญด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวหัวใจ ของลูกปลาไหล ที่ว่า ไม่ชอบให้ใครเรียกพรรคชาติไทย เป็นพรรคชาติปลาไหล เพราะพรรคชาติไทยยุคนี้ ไม่มีพฤติกรรมลื่นไหล เหมือนแต่ก่อน ฟังแล้วช่างสงสารและเห็นใจเสียเหลือเกิน แต่บังเอิญว่าเกิดทันรู้ ดูทันเห็นว่า ที่นักข่าวเขาตั้งฉายาพรรคชาติปลาไหล ให้แก่ พรรคชาติไทย นั้น ก็เป็นเพราะลีลาการเมืองของเตี่ยบรรหาร นั่นล่ะ หาใช่ใครอื่นที่ออกไปพ้นพรรคไม่

หากไม่อยากถูกเรียกเป็นพรรคชาติปลาไหล ก็ต้องปล่อยเตี่ยบรรหาร ลงแม่น้ำสุพรรณบุรี ไป เพื่อสะเดาะเคราะห์ให้พรรคการเมืองพรรคนี้ จะได้ไม่ถูกใครเรียกพรรคชาติปลาไหล อีกต่อไป

เคยได้ยินไหมครับ ที่เขาบอกกันว่า “ชื่ออาจจะตั้งผิดได้ แต่ฉายาไม่เคยผิด”

ชื่อพรรคชาติไทย อาจจะถูกเมื่ออยู่ในมือนักการเมืองซอยราชครู ผู้ก่อตั้ง แต่อาจจะผิดและไม่เหมาะ เมื่อมีตระกูลศิลปอาชา เป็นเจ้าของ

ทว่า ฉายา พรรคชาติปลาไหล นั้น ใช่เลย ทั้งในยุคที่อยู่ในซอยราชครู และเมื่อมาตกอยู่ในมือหลงจู๊บรรหาร เพราะว่า คนสันดานปลาไหล ยังเป็นใหญ่อยู่ในพรรคทั้งยุคสมัยราชครู และหลงจู๊สมัย นั่นเอง

พี่หญิงใหญ่ พูดไปไม่ระวังปาก จะถูกสวน ก็เลยอยากจะเตือนไว้สักเล็กน้อย ว่าถ้อยวาจาที่ว่ากล่าวออกไปนั้น มันแสดงออกถึงการสืบทอดนิสัยและสืบสันดานของนักการเมืองพรรคชาติไทย มาทางสายเลือดจริงๆ

ที่บอกว่าสมานฉันท์กับพรรคการเมืองและนักการเมืองที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าทำผิด กระทั่งถูกยุบพรรค ไม่ได้นั้น ลองกลับไปตรองดูเถิดว่า มีใครเขาชวนพรรคชาติไทยไปสมานฉันท์ด้วยหรือไม่

คนที่พูดว่าพรรคชาติไทยสมานฉันท์ได้ทุกพรรค ก็คือ สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ใช่ใครที่ไหน ก็คนของพรรคชาติไทย เอง แล้วจู่ๆ พี่หญิงใหญ่กัญจนา ก็มากรี๊ดจนแสบแก้วหูว่า พรรคชาติไทย ไม่สมานฉันท์กับพรรคการเมืองที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งให้ยุบพรรค

โถ.... แม่คุณ แหกตาดูบ้างซี ว่าที่มีคำสั่งให้ยุบพรรคน่ะ มันใช่ศาลรัฐธรรมนูญเสียที่ไหน มันก็แค่คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาตามคำสั่งของพวกเผด็จการ ที่มาล้มล้างระบอบประชาธิปไตย ตะหากเล่า แล้วที่มันมีคำสั่งให้ยุบพรรคไทยรักไทย ก็ใช่ว่าเป็นคำสั่งศาล ใช่ว่าเป็นคำพิพากษาในพระปรมาภิไธย แต่เป็นคำสั่งของเผด็จการทหารที่ให้เขียนกันไว้ตามโผตั้งแต่วันรัฐประหาร

คำสั่งยุบพรรคไทยรักไทย และตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค 111 คนนั้น มันน่าจะเป็นความเจ็บปวด และเป็นบาดแผลที่ต้องบันทึกไว้ในหัวใจของนักการเมืองผู้ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ทุกคน มากกว่าที่จะนำมากรีดย้ำซ้ำเติมกัน เพราะมันเป็นการกระทำของเผด็จการทหาร ที่ใช้กำลังและอาวุธล้มล้างระบอบประชาธิปไตย และพังทลายเวทีการเมืองของนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย

แต่กลับกลายเป็นว่า พี่หญิงใหญ่แห่งตระกูลศิลปอาชา หรือ ลูกนาของเตี่ยบรรหาร กลับเอาคำสั่งของเผด็จการทหารมาเป็นมาตรฐานในการเลือกคู่ผสมพันธุ์ทางการเมือง

อาการเยี่ยงนี้ อาจจะเป็นเพราะเธอถูกเตี่ยบรรหาร ส่งไปเป็นตัวประกัน หรือ บรรณาการ ให้แก่เผด็จการทหาร ตกอยู่ในฐานะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ไปคบค้ารับใช้พวกเผด็จการ อยู่นานเกือบปีนั่นเอง

ก็ขอให้มันจริงเถิดว่าเธอรังเกียจนักการเมืองที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญ (ในความคิดของเธอ) ตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี และพรรคชาติไทยจะไม่อ้าขาให้มาสมานฉันท์ด้วย

พรรคมัชฌิมา ที่รอท่าให้ทุกพรรคเสียบตูดอย่างดูดดื่ม ก็อยู่ใต้การชี้นำและบงการของสมศักดิ์ เทพสุทิน บุคคลต้องห้ามทางการเมือง

พรรครวมใจไทย ที่เสียบได้กับทุกคนทุกพรรค ก็มีสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ พลเมืองชั้นสองทางการเมืองไทย เป็นกุนซือใหญ่ ให้นโยบายและแนวทางการเสียบ

พรรคสมานฉันท์ ที่ผันแปรได้ทุกวัน ก็ใช่ใครที่ไหน มีทั้ง สุวัจน์ ลิปตพัลลภ พินิจ จารุสมบัติ ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี เป็นหัวเรือใหญ่

ถ้าพรรคชาติไทย ใช้มาตรฐานของพี่หญิงใหญ่ ไม่ผสมพันธุ์กับทุกพรรค ทุกคน ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญ ลงโทษยุบพรรคและตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี อย่างเคร่งครัด ก็ตัด 3 พรรคนี้ไปได้เลย

อนาคตหลังการเลือกตั้งของพรรคชาติไทย ก็มีแต่ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคมหาชน พรรคประชาราช พรรครักชาติ และพรรคทหาร ที่จะตั้งขึ้นใหม่ เท่านั้น ที่อยู่ในสเปกเป็นคู่ร่วมผสมพันธุ์ทางการเมือง

ก็ต้องคอยดูกันต่อไป ว่ามาตรฐานการเลือกคู่ของพี่หญิงใหญ่แห่งตระกูลศิลปอาชา จะมั่นคงแน่วแน่แค่ไหน ที่ว่าพรรคชาติไทย จะไม่ร่วมรัก เอ๊ย ร่วมงาน สมานฉันท์กับพรรคการเมือง นักการเมือง ที่ถูกตัดสิทธิ

ถ้าออกแนวนี้เมื่อไหร่ พรรคชาติไทย ไปผสมพันธุ์กับพรรคการเมือง นักการเมือง ที่ถูกตัดสิทธิ 5 ปี ก็ขอเชิญชาวประชาทั้งหลาย เอาป้าย “อีปลาไหล” ไปติดหน้าผากกัญจนา ศิลปอาชา

แหมๆๆๆๆ.... อุดมการณ์สูงส่งเหลือเกิน ร่วมสมานฉันท์กับพรรคการเมืองพวกนั้นไม่ได้ ร่วมงานกับนักการเมืองพวกนี้ไม่ได้ แต่ไปร่วมรักสมัครสมานสามัคคีกับ พรรคประชาธิ ปัตย์ ได้

ยังจำได้ไหมที่ร้องไห้เป็นเผาเต่าในสภาฯ น่ะ เพราะใครทำ? และทำใคร?

จำได้ไหม ที่ ชำนิ ศักดิเศรษฐ์ เอาเอกสารเท็จมาอภิปรายเตี่ยบรรหาร ลากไส้ไปถึงอากง โยงไปถึงอาม่า ที่นอนตาหลับอยู่ในฮวงซุ้ย เสียจนศพกระจุย ต้องนอนตาเหลือกแทนตาหลับ น่ะ เป็นคนมีคุณธรรม เป็นพรรคมีอุดมการณ์ทางการเมือง ใช่ไหม

จำได้ไหม ที่ สุรินทร์ พิศสุวรรณ อภิปรายเตี่ยบรรหาร ลอกวิทยานิพนธ์ปริญญาโท ทุกตัวอักษร ทุกบรรทัด คัดมาแบบคำต่อคำ ทำให้มหาวิทยาลัยรามคำแหง ต้องอับอายที่มีมหาบัณฑิตชื่อบรรหาร ศิลปอาชา น่ะ เป็นนักการเมืองคุณภาพ ใช่ไหม

จำได้ไหม ที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อภิปรายว่าเตี่ยบรรหาร เป็นมนุษย์ประหลาด มีวันเกิดสองวัน เป็นคนเดียวในโลก ที่เกิดสองครั้ง แม้แต่วันเกิดยังแจ้งเท็จ 19 กรกฎาคม เกิดแล้วครั้งหนึ่ง 19 สิงหาคม ก็เกิดใหม่อีกครั้ง น่ะ นักการเมืองอนาคตที่พรรคชาติไทย จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย

จำได้ไหม ที่สุเทพ เทือกสุบรรณ อภิปรายว่าเตี่ยบรรหาร ซิกแซ็กกินเงินกู้สร้างสนามบินในพม่า งัดหลักฐานทั้งจริงทั้งเท็จมาเปิดอ้าซ่ากันกลางสภาฯ นี่ก็นักการเมืองมีอุดมการณ์ปกป้องผลประโยชน์ของแผ่นดิน ใช่หรือไม่

จำได้ไหม ที่ พิเชษฐ์ พันธุ์วิชาติกุล กระชากหน้ากากเตี่ยบรรหาร คือเจ้าของบริษัทสี่แสงการโยธา ตัวจริง เป็นปลิงดูดเลือดกรมโยธาธิการ และกรมทางหลวง จนกลวงโบ๋ ดูดงบประมาณทั้งแผ่นดิน ไปกินกันที่สุพรรณบุรีจังหวัดเดียว ซื้อเสาไฟส่องสว่างข้างถนนสเปกเดียวกับเสาไฟส่องสว่างสนามกีฬา ที่มีราคาสูงกว่าหลายสิบเท่า เอาเงินแผ่นดินไปผลาญจนแหลกลาญย่อยยับ นี่ก็นับเป็นนักการเมืองน้ำดีใช่หรือไม่

จำได้ไหม ที่ องอาจ คล้ามไพบูลย์ ปล่อยข่าวใหญ่ พรรคชาติไทยงาบสินเรือดำน้ำ คอคคูมส์ ของสวีเดน จนเตี่ยบรรหาร เต้นไม่เป็นองค์ เพราะงงเป็นไก่ตาแตก แดกเงินสินบนไปเมื่อไร แต่จนแล้วจนรอด ถึงวันนี้ ไม่มีใครยืนยันได้พรรคชาติไทยกินสินบนคอคคูมส์ จริงหรือไม่ ก็เป็นลีลาการเมืองของโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ นักการเมืองคุณภาพชนิดหาตัวจับยากอีกคนหนึ่ง

จำได้ไหม ที่ สุนัย จุลพงศธร อภิปรายลูกสาวนายกฯบรรหาร ใช้อิทธิพลของเตี่ย ขายที่ดินให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้กำไรมาหลายสิบล้านบาท แต่ไม่ยอมจ่ายภาษี นั่นก็เป็นนักการเมืองคุณภาพอีกคนใช่ไหม ลูกสาวคนโตของนายกฯบรรหาร ที่ไม่จ่ายภาษี ก็เป็นนักการเมืองมีอุดมการณ์ใช่ไหม

ต่อมาก็มีการพิสูจน์ที่สุนัย จุลพงศธร อภิปรายนั้น ไม่ใช่ข้อกล่าวหา หากแต่เป็นข้อเท็จจริง เพราะลูกสาวนายกฯบรรหาร หนีภาษีจริงๆ แต่หนีไม่พ้น ต้องกลั้นใจไปจ่ายภาษี ด้วยหัวใจที่ชี้ช้ำยิ่งนัก หลังจากเตี่ยหมดวาสนา ถูกจี้ให้ประกาศลาออกต่อหน้าพรรคร่วมรัฐบาล

นักการเมืองพวกนี้ล่ะ เป็นนักการเมืองมีคุณภาพ อยู่ในพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์ คือ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคการเมืองที่ได้รับการยกย่องจากพรรคชาติไทย ว่าเป็นพรรคการเมืองน้ำดี พรรคการเมืองที่เป็นเพื่อนตาย เป็นสหายร่วมรบของพรรคชาติ ไทย เป็นพรรคการเมืองที่ไปไหนไปกันแบบเลือดสุพรรณ

เอาเถอะครับ ลองถ้าพรรคชาติไทย กับ พรรคประชาธิปัตย์ รักกันจริง ก็ขอให้คบกันยืด อยู่กินกันยาว ขออวยพรให้อยู่กันจนชั่วลูกชั่วหลานก็แล้วกัน จับคู่ผสมพันธุ์กันทุกชาติไป นี่ยังไม่นับ นักการเมืองในพรรคชาติไทย ที่ดูยังไงก็ทั้งขัดทั้งแย้ง แต่ก็มาร่วมหอลงโรงกันได้ ราวกับผีเน่ากับโลงผุ

ลองหลับตานึกดูเถอะ แม่พระรักเด็ก อย่าง กัญจนา ศิลปอาชา กับ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ราชาอาบอบนวด ค้าหญิงและขายเด็ก ทำงานกันได้อย่างเข้าขา

ลองหลับตาจินตนาการดูเถิด นางฟ้าประเวณี ปวีณา หงสกุล ต่อต้านการค้าหญิงและเด็ก ก็มาอยู่หอร่วมห้องกับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ด้วยอีกคน ทั้งสนุกทั้งพิลึกขนาดไหน

แต่ที่ดูกันไม่จืด เล่ากันจนยาวยืดถึงทุกวันนี้ก็คือ น้องแบม จณิสตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ กับ เตี่ยบรรหาร และ คุณหญิงแม่ ที่ตกเป็นขี้ปากให้ชาวบ้านชาวช่องนินทาว่าร้าย มาหลายปี ก็ไม่มีท่าว่าจะเคลียร์ข้อหาให้ชาวบ้านเชื่อได้สนิทใจว่าไม่มีในกอไผ่

นี่ยังไม่ได้พูดถึงนักการเมืองอาวุโสคนหนึ่งของพรรคชาติไทย นะ นักการเมืองคนนี้ ว่ากันว่า จบการศึกษาชั้นปริญญาตรี โดยที่ไม่ได้เรียนชั้นมัธยม จนต้องเว้นวรรคตัวเองไปหนึ่งสมัย เพราะถูกจับได้ไล่ทันว่า ขาดคุณสมบัติสมัครผู้แทนที่สุพรรณบุรี

ลองไล่เรียงกันดู ก็พอเห็นกันแล้วว่า นักการเมืองสายพันธุ์ไหน พรรคการเมืองชาติพันธุ์ใด ที่มีอุดมการณ์ และตรงสเปกของพี่หญิงใหญ่ กัญจนา ศิลปอาชา ที่จะเลือกมาเป็นคู่ขา คู่รัก และพ่อพันธุ์ของพรรคชาติไทย

นักการเมืองคนใด พรรคการเมืองพรรคใด ที่รู้ตัวดีว่ามีคุณสมบัติห่างไกลจากคนจำพวกนี้ ก็อย่าได้เฉียดเข้าใกล้เธอเชียว ประเดี๋ยวจะเสียวไม่หยุด

เสียวถูกเธอชี้หน้าด่าไล่ ในฐานะที่ยังเลวไม่พอ จึงไม่คู่ควรกับพรรคชาติไทย น่ะครับ

คิดเสียอย่างนี้ จะได้ไม่ถือโทษโกรธเคืองกัน

คิดเสียว่าฟังแม่ชีเทศน์ ก็แล้วกัน

โดยประดาบแห่งhi-Thaksin.net




 

Create Date : 08 กันยายน 2550    
Last Update : 8 กันยายน 2550 18:06:53 น.
Counter : 389 Pageviews.  

จำแนกกลุ่มความคิดภายใต้การเมืองอนาธิปไตย

ภายใต้ จุดเปลี่ยน (Shift) ของประเทศไทย อย่างปัจจุบัน ที่อยู่ท่ามกลางกระแสความกดดัน หลากหลาย ของ


1. กระแสทุนนิยม จากโลกภายนอก

โดยเฉพาะแนวคิด เสรีนิยมใหม่ ที่พุ่งสู่ทั่วโลกแบบเต็มตัว ที่แม้กระทั่งจีน และ เวียตนาม ยังต้องเปิดรับ
ในช่วงแรก คนใมนรัฐบาลทักษิณ ได้ประโยชน์ จากกระแสนี้ไปแบบเต็มตัว

การบริหารงานภายใต้ แนวคิดทุนนิยม ย่อมสร้างรายได้ แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีรายจ่ายสูง
และ
แนวคิดอย่างนี้ ชนชั้นกลาง (ที่มักคิดว่า ตนเองทำงานหนักกว่าใครเพื่อน และ มีการศึกษาดีที่สุด) มักจะไม่เห็นด้วย อาจจะมาจากการไม่เห็นด้วยจริง หรือ การอิจฉาตาร้อน (ที่รวยไม่ได้อย่างเขา) แต่คนพวกนั้น ก็จะศรัทธาใน ลีวายส์ 501 (แน่นอน ริมแดง) และ มักวิจารณ์ภาพยนตร์ Hollywood อย่างผู้รู้และภาคภูมิใจ

นอกจากกลุ่มชนชั้นกลาง ดังกล่าว
ที่สำคัญยิ่งคือ คนกลุ่มทุนเก่า ที่ "ก้าวไม่ทันโลก" หรือ ทำธุรกิจแบบครอบครัวโบราณ ที่เสียประโยชน์ จากเสรีนิยมใหม่

คนกลุ่มนี้แหละ ที่เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลัง การโค่นล้มทักษิณอย่างจริงจังมานานแล้ว
ไม่ว่าจะเป็น ตระกูลเก่าแก่ที่ขายเบียร์ นายธนาคารเก่า หรือ ฯลฯ

การที่โลกเปลี่ยนไปเร็ว และ ทักษิณเข้ามารับบทบาท
ส่งผลให้กิจการเขาเสียหาย และ สั่นคลอนถึงความมั่นคงของธุรกิจในระยะยาว

การพยายามสู้ในระบบธุรกิจ ได้ถูกลองแล้ว
แต่ก็พบว่า สู้ไม่ได้ ตามไม่ทัน

ทางทีเหลือ ก็คือต้องช่วยกันล้มกระดาน หรือ ขวางกลุ่มทุนใหม่นี้
เพื่อที่ อำนาจเก่าของตนเอง และ ธุรกิจตน
จะสูญเสียไปน้อยที่สุด..

ตรงนี้น่ากลัวมาก

2. กระแสอนุรักษ์นิยม จากภายในประเทศ
กลุ่มเหล่านี้ มักเป็นชนชั้นกลาง ที่มีรายได้ไม่สูงนัก
ที่ได้รับการศึกษาตามระบบของสังคม

กลุ่มพวกนี้ มักจะนิยมอุดมคติ โดยหยาบ
หวงแหนธรรมชาติเป็นที่ยิ่ง
รักที่จะ ใช้ไฟฟ้าราคาถูก นั่งทำงานในห้องแอร์
และ อนุรักษ์ธรรมชาติ
แต่จะโวยวาย หากมีการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น หรือ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ (ที่มีต้นทุนผลิตไฟฟ้าต่ำสุด)

คนพวกนี้ เป็นอีกกลุ่มที่ "แม้จะไม่มีอำนาจในมือ หรือ ทุนในมือ"
แต่ เกลียดพ่อค้า และพร้อมที่จะออกมาเดินเท้าก่อมีอบ เพื่อต่อต้านเป็นครั้งคราว (อาทิตย์ละครั้ง...)

3. กลุ่มที่คลั่งศาสนา

ยังดีครับ ที่เรานับถือพุทธเป็นหลัก
กระแสศรัทธาศาสนาแบบสุดขั้ว แบบที่โลกตะวันออกกลาง และ แอฟริกาบางประเทศ เป็นอยุ่ในปัจจุบัน จึงยังไม่เกิดขึ้นในประเทศเรา

หกแต่ ผลของการยึดถือศาสนาแบบที่ไม่สนใจสังคม จะทำให้คนเหล่านั้น ไม่พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก

พลตรีจำลอง ก็เป็น 1 ในนั้น และ กลุมที่ศรัทธาศาสนาในปัจจุบัน อย่างโพธิรักษ์ ก็ยาตราทัพ เดินออกมาจากรัง เพื่อร่วมขับไล่นายก ในนามของทุนนิยม ให้ออกไปอีกด้วย

ผมเห็นด้วย กับคุณ ประชาชน(ไทย) ที่บอกว่า
หากจำลองไปเกิดที่ ตอ.กลาง
เขาอาจจะเป็น 1 ในแกนนำของ อัล กออีดะห์ ได้

พวกนี้ อันตรายไหม
ตอบตรงๆๆว่า ไม่อันตราย
แต่ จะรำคาญมากกว่า ในแง่ของ อาการ "ดื้อตาใส" ของพวกนี้ และ จะส่งให้ คนที่ไม่เห็นด้งวยเกิดความรำคาญ

และ อาจนำมาซึ่ง การทะเลาะกันในแบบการลงไม้ ลงมือได้ในอนาคต

จริงๆ กลุ่มต่างๆ ยังมีที่ซับซ้อนกว่านี้
เช่นกลุ่มศักดินาเก่า หรือ กลุ่มข้าราชการ (ที่เสียประโยชน์จากการเข้ามาของทักษิณ)

แต่ เอาเถอะ
สิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้คือ ประเทศไทย ยึดถือ ทุนนิยมในหลักเศรษฐกิจ และ กำลังพยายามนำกระแส เศรษฐกิจพอเพียง เข้ามาผสมผสาน

ผมคิดว่า
การขัดแย้งกันในหลักการหลัก ระหว่างแนวคิด 2 แบบนี้
ส่งผลให้ระบบความคิดของคนในชาติ ที่ยังไม่เข้าใจในหลักการเศรษฐกิจทั้ง 2 แบบ
รู้สึก สับสนพอควร

นายกทักษิณ "ซึ่งเป็นทุนนิยมเต็มตัว"
อาจโชคร้ายที่เข้ามาตรงจุดนี้ เวลานี้พอดี

ในเวลาที่กระแสโลกเปลี่ยน

มีการประท้วง WTO บ่อยๆ ต่อต้านทุนนิยม เข้าหู ชนชั้นกลาง (ในขณะที่ นายกสนับสนุนการค้าข้ามชาติและ FTA)

มีเรือรบของ Greenpeace เข้ามาในน่านน้ำไทย เพื่อประท้วงโรงไฟฟ้าถ่านหิน (ในขณะที่ นายก (และผมด้วย)สนับสนุนการสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้น)

มีความพยายามจากราษฎรอาวุโส 3 ท่าน (หมอประเวศ ศ.เสน่ห์ และ ศ.ระพี) ให้ปกครองประเทศย้อนไปยุคพระศรีอารีย์ (แต่นายก ก็ปกครองตามแบบทุนนิยม และ บวกประชานิยมให้แก่คนรายได้น้อย)

------------

สำหรับผม
จุดเปลี่ยน และ จุดสับสนที่ประเทศไทย และ สังคมไทยกำลังเจออยู่
ถือเป็นจุดที่หลายประเทศ ได้ผ่านมาแล้ว และผ่านไปได้ (เกาหลีใต้ ไต้หวัน)

นากยทักษิณ เป็นเพียง Nominee ที่เข้ามาตรงจุดเปลี่ยนตรงนี้พอดี..
และ บังเอิญอย่างยิ่งว่า
Nominee แห่งทุนนิยมคนนี้ เป็นคนที่ Aggressive อย่างมาก (ทั้งทาง การกระทำ ความคิด และ ปาก)
เพระถือว่ามีประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุน ซึ่งเป็นเรื่องจริง

สิ่งเหล่านี้ สร้างความรำคาญสายตา ให้กับผู้ใหญ่ และ ทุนนิยมเก่าในบ้านเมือง
รวมถึง ศักดินาเก่า
ที่ต่างไม่มั่นใจในอนาคตของตัวเอง ในอีก 10 ปีข้างหน้า

การขยับตัวออกมาอีกครั้ง
จึงเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับพวกเขา

และ ผ่านออกไปยังเบี้ยทั้งหลาย ที่ถูกนำมาใช้
ไม่ว่าจะเป็น คุณสนธิ (เบี้ยพ่อค้า)
พลตรีจำลอง (เบี้ยบริสุทธิ์)
เอกยุทธ์ และ อดีต จปร.7 (เบี้ยด้านกำลัง)
สนนท. (เบี้ยที่ถูกสังคมผลักดันให้ออกมา ทั้งที่ พวกทุนนิยมเก่า ไม่ได้สนใจนักในช่วงแรก)

ภาวะ Anarchism หรือ อนาธิปไตย ของไทย จึงได้ถือกำเนิดขึ้น ตั้งแต่กลางปี 2548 จนถึงปัจจุบัน

จะเชื่อ ไม่เชื่อก็ตามสะดวกนะครับ

โดยคุณขนมต้ม แห่งโต๊ะราชดำเนิน




 

Create Date : 28 สิงหาคม 2550    
Last Update : 28 สิงหาคม 2550 16:54:14 น.
Counter : 370 Pageviews.  

ข้อมูลเก่าแก่ว่าด้วยเรื่องการปราบยาบ้ากับสัมพันธ์ไทย-พม่า-สิงคโปร

เขียนจากการที่ผมมีเพื่อนเป็นชาวไทยใหญ่ ที่ยังมีชีวิตอยู่ขณะนี้

กรณีปราบยาบ้า

ข้อเท็จจริง 1. รัฐบาลทักษิณปราบยาบ้า ชนิดล้างโคตร แถมยึดทรัพย์ด้วย ใครเสียผลประโยชน์
ความจริง 2. กลุ่มว้าแดง ได้รับผลประโยชน์จากรัฐบาลทหารพม่า โดยการยืมมือว้าแดงปราบปรามชนกลุ่มน้อย นั่นก็คือ ไทยใหญ่ และกะเหรี่ยง
ความจริง 3. ว้าแดง เป็นแหล่งผลิตยาบ้ารายใหญ่
ความจริง 4. เครือข่ายยาบ้า มีคนไทยหลายคน เป็น พ่อค้ายาบ้า ซื้อยาบ้าจากผู้ผลิต (ว้าแดง) มาขายทำกำไรในไทย
ความจริง 5. ยุคบูมของยาบ้า เริ่มมาตั้งแต่ 2539-43

ธุรกิจค้าอาวุธและไม้เถื่อน ให้กับชนกลุ่มน้อยตามแนวตะเข็บชายแดน

ความจริง 1. กะเหรี่ยงก็อดอาร์มี่ ยกพวกมายึดโรงพยาบาลราชบุรี กลางเมือง กลางวันแสก ในยุครัฐบาลชวน โดยที่ไม่มีหน่วยงานใดตรวจสอบได้เลยว่ามาได้อย่างไร ซึ่งยุคนั้น รมต. มหาดไทยชื่อ พล.ต. สนั่น ขจรประสาท
ความจริง 2. พล.ต.สนั่น ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้เว้นวรรคทางการเมือง 5 ปี กรณี ไม่สามารถชี้แจงเงินจำนวน 45 ล้านบาทได้ว่ามาจากไหน
ความจริง 3.

ผมไปเจอบทความนี้เข้าครับ ลองอ่านดู จาก นสพ.โลกวันนี้ พุธ 11 - ศุกร์ 13 พฤษภาคม 2548 ซึ่งถูกเขียนหลังจากเกิดเหตุการณ์ระเบิดในงานแสดงสินค้าไทยที่กรุงย่างกุ้ง ผมขอตัดมาบางส่วนเพราะยาวเกินไป

ไทย-สิงคโปร์
ต้องหยิบประเด็นเรื่องการแข่งขันทางธุรกิจที่มีไทยกับสิงคโปร์มากล่าวก่อน เพื่อชี้ให้เห็นว่ากลุ่มอำนาจในพม่านั้นต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างทำ และประเด็นความขัดแย้งธุรกิจข้ามชาตินั้นก็อาจเป็นไปได้ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการแตกหักแย่งชิงผลประโยชน์และนำไปสู่การแย่งชิงอำนาจกันในที่สุด
ไทยและนักธุรกิจไทยในพม่าเข้าจับแกนอำนาจใหญ่ ซึ่งนักธุรกิจไทยตามประกบ พล.อ.ขิ่น ยุ้นต์ ผู้บัญชาการหน่วยข่าวกรองและเลขาธิการคนที่ 1 ของสภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ (เอสพีดีซี) เป็นที่พึ่งพาพักพิงตั้งแต่ยังไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีด้วยซ้ำ
ส่วนสิงคโปร์ที่เข้าไปทำธุรกิจและลงทุนในพม่ามีมูลค่าไม่น้อยไปกว่าไทย ถือเป็นคู่แข่งทางธุรกิจในพม่าได้เข้าสู่ชายคาของ พล.อ.หม่อง เอ ผู้บัญชาการทหารบกมานานแล้วเช่นกัน เพราะถือว่าผู้บัญชาการทหารบกเป็นผู้คุมอำนาจทางทหารที่น่าจะมีความแข็งแกร่งยาวนานกว่า พล.อ.ขิ่น ยุ้นต์ ที่คุมงานข่าวกรองซึ่งมีอำนาจในทางลับอย่างมหาศาลก็จริง แต่เป็นอำนาจที่ปราศจากอาวุธ
ความสัมพันธ์ของ 2 สาย คือ “ไทย-ขิ่น ยุ้นต์” และ “สิงคโปร์-หม่องเอ” ได้ดำเนินไปอย่างคู่ขนาน และมีการรักษาระดับความสัมพันธ์นี้มาเป็นเวลายาวนานมาก จนกระทั่งเมื่อเกิดจุดแตกหักทางอำนาจ ซึ่งไทยและสิงคโปร์ก็คงไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยกับการหักโค่นอำนาจหรือรัฐประหารเงียบ แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นก็ทำให้ทางไทยต้องสะดุ้งตกใจ ในขณะที่สิงคโปร์น่าจะร่าเริงและเบิกบาน
ไทยหกคะเมน
การที่ พล.อ.หม่อง เอ เข้ามาเป็นผู้กุมอำนาจ โดยให้ พล.ท.โซ วิน ที่เป็นมือรองขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี และ พล.ท.เต็ง เส็ง เป็นเลขาธิการ คนที่ 1 ของเอสพีดีซี นับเป็นการพลิกอำนาจพลิกแผ่นดินครั้งใหญ่โดยไม่ต้องมีการประกาศคณะปฏิวัติ เพราะถือว่าไม่ใช่การปฏิวัติหรือโค่นล้ม แต่เป็นการจัดตำแหน่งหน้าที่ใหม่เป็นการภายในเพื่อความเหมาะสมของสถานการณ์
ที่สำคัญแผนการอนุมัติการลงทุนของสิงคโปร์ที่ค้างอยู่สมัย พล.อ.ขิ่น ยุ้นต์ ได้รับการหยิบยกขึ้นมาพิจารณาก่อนและลงท้ายด้วยการอนุมัติ ในขณะที่ของไทยอยู่ในสภาพตรงกันข้าม อีกทั้งธุรกิจบางอย่างที่มีการลงทุนร่วมกับกลุ่มของ พล.อ.ขิ่น ยุ้นต์ ก็ถูกยึดไปด้วย จากคำสั่งยึดทรัพย์และกิจการของ พล.อ.ขิ่น ยุ้นต์ กับครอบครัวผู้ใกล้ชิด
จนเป็นที่รู้กันว่าธุรกิจการสื่อสารโทรคมนาคมของผู้ลงทุนรายใหญ่จากไทยรายหนึ่งที่มีการลงทุนร่วมกับบุตรชายของ พล.อ.ขิ่น ยุ้นต์ ที่ลงทุน ไปแล้วประมาณ 4,000 ล้านบาท ก็ถูกกวาดรวบไปด้วย และธุรกิจการสื่อสารโทรคมนาคมรายนี้ก็ชะงักอยู่แค่นั้น พร้อมกับการสูญเสียเงินไปก้อนใหญ่
แต่ธุรกิจประเภทเดียวกันที่ลงทุนโดยนักธุรกิจสิงคโปร์ที่เป็นคู่แข่งสำคัญกลับก้าวหน้าไปอย่างก้าวกระโดด เรียกว่าจะเป็นผู้เข้าคุมกิจการสื่อสารโทรคมนาคมในพม่าแต่เพียงผู้เดียวหากบรรลุไปถึงระดับการ “ยิงดาวเทียม” เพื่อการสื่อสารโทรคมนาคมให้กับพม่าได้"

ผมสนใจตรงที่มีข่าวว่า คุณชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกทางการพม่าปฏิเสธไม่ให้วีซ่าเข้าประเทศครับ ทำไม?

น่าสนใจอีกประการหนึ่งก็คือ ผู้ที่ตามไล่ล่าพ่อค้ายาเสพติดชนิดกัดไม่ปล่อย มีชื่อว่า

พล.ต.อ. เพรียวพันธ์ ดามาพงษ์ พี่ชายคุณหญิงพจมาน ภริยานายก ฯ ทักษิณนั่นเอง

ช่วงนั้น โหดแค่ไหน...ผมตอบได้เลยว่า ขนาด ท่านเพรียวพันธ์ต้องเปลี่ยนป้ายชื่อหน้าบ้านพักเลยทีเดียวครับ

โดยคุณขนมต้มแห่งโต๊ะราชดำเนิน




 

Create Date : 28 สิงหาคม 2550    
Last Update : 28 สิงหาคม 2550 16:41:25 น.
Counter : 292 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.