ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง
หายนะของประเทศชาติ อันเนื่องจากนโยบายบริจาคหนังสือเสรี

โดย Makut Onrudee ณ วันที่ 3 พฤศจิกายน 2010 เวลา 16:41 น.

(ร่าง)หายนะของประเทศชาติอันเนื่องจากนโยบายบริจาคหนังสือเสรี
มูฮมัด บิน มูดอ / มกุฏ อรฤดี บรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อ และ ครูสอนวิชาบรรณาธิการศึกษา


ในประเทศที่เจริญแล้ว การคัดเลือกหนังสือเข้าห้องสมุดโรงเรียน ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ดำเนินงานด้านนี้ต้องศึกษา อย่างต่ำสุดก็ระดับปริญญาตรี และเห็นสำคัญจนมีหลักสูตรปริญญาเอก จนสูงกว่าปริญญาเอกด้วยซ้ำ มีแต่ประเทศป่าเถื่อนเท่านั้นที่เปิดโอกาสให้ใครก็ได้ส่งหนังสืออะไรก็ได้ไปบริจาคตามโรงเรียน โดยไม่มีระเบียบหรือระบบวิธีคัดเลือก กลั่นกรองอย่างถี่ถ้วน และขณะนี้ รัฐบาลของไทยพยายามให้ประเทศของตนติดอยู่ในรายการชาติป่าเถื่อนอันดับหนึ่ง
---------------------------------------------------------------

รัฐบาล โดยคณะรัฐมนตรี หลงเชื่อไปว่า การเปิดโอกาสให้คนในชาติบริจาคหนังสืออย่างเสรีโดยวิธีหักภาษีเงินได้ประจำปีเป็นสิ่งล่อนั้น จะก่อให้เกิดประโยชน์ คือ
“เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายที่จะส่งเสริมให้ประชาชนรักการอ่าน เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต สามารถสร้างพลังขับเคลื่อนให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการอ่าน ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต โดยจูงใจให้เอกชนมีส่วนร่วมในการซื้อหนังสือบริจาคให้แก่สถาบันการศึกษาของราชการและเอกชนเพื่อส่งเสริมการอ่านอย่างทั่วถึง มาตรการดังกล่าวมีส่วนช่วยประหยัดงบประมาณในการจัดหาหนังสือเข้าสู่หอสมุด ห้องสมุดหรือแหล่งหนังสืออื่น”
ช่างเป็นความหวังที่น่าอับอายขายหน้าประชาชาวโลกทั้งหลายเสียเหลือเกิน
เพราะเมื่อเป็นรัฐบาล และมีนโยบายจะให้คนของตนอ่านหนังสือ รัฐบาลต้องรับเป็นภาระและจำต้องหาหนังสือมาให้จงได้ ไม่ใช่ปัดความรับผิดชอบให้ประชาชนด้วยวิธีมักง่าย คือขอรับบริจาค เช่นเดียวกับการบริจาคอื่นๆ จนสังคมไทยกลายเป็นสังคมแห่งการบริจาค และมีผู้ปรารถนาดีทำมาหากินจากการบริจาคจนเต็มบ้านเต็มเมือง
กรณีนี้รัฐบาลก็กำลังหากินกับวัฒนธรรมการบริจาคอย่างมักง่ายจนลืมไปว่า “ระบบหนังสือและการอ่าน” เป็นเรื่องสำคัญชนิดคอขาดบาดตายที่ไม่มีรัฐบาลประเทศไหนในโลกปล่อยให้ตกอยู่ในมือของ “ใครก็ไม่รู้” เพียงสักแต่ว่ามีเงินก็บริจาคหนังสือให้โรงเรียนทั่วประเทศได้ จะยัดไส้อะไรอย่างไรหรือเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองหรือการค้าในรูปแบบเลวทรามอันจะส่งผลเสียต่อเด็กและเยาวชนของชาติเพียงไหนก็ไม่สนใจ

รัฐบาลควรจะต้องรู้และจำเป็นต้องรู้ว่า หนังสือไม่ใช่สิ่งที่จะรับบริจาคกันมั่วๆ ได้
หนังสือไม่ใช่ปลากระป๋อง หรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือ ไข่เค็ม ที่จะบริจาคกันในยามอุทกภัย ซึ่งหากเป็นปลากระป๋องหมดอายุ หรือบะหมี่เสื่อมสภาพ หรือไข่เข็มเน่า ผู้บริโภคก็เพียงท้องเสีย แต่หนังสือเสียๆ เนื้อหาเน่าๆ จะทำร้ายและทำลายเด็กและเยาวชนของชาติได้ตลอดกาล แล้วหากประเทศชาติเต็มไปด้วยเด็กและเยาวชนเน่าๆ เสียๆ เล่า ความฉิบหายจะเกิดขึ้นเพียงไหน
รัฐบาลต้องคิดให้ไกลให้ยาว ไม่ใช่คิดมักง่ายเพียงตื้นๆ เหมือนคนขอทานข้างถนนที่มีนโยบายแบมือขอไปวันๆ หากจะเปลี่ยนนโยบายบ้างก็เพียงเปลี่ยนถิ่นเปลี่ยนที่ เปลี่ยนรูปแบบการขอหรือภาชนะที่ใช้ขอเท่านั้น แต่วิธีคิดก็เหมือนเดิมคือ รับบริจาค

นอกจากความไร้เดียงสาเรื่องการบริหารระบบหนังสือและการเรียนรู้ของชาติแล้ว คณะรัฐมนตรียังแสดงให้เห็นความอ่อนด้อยในการพิจารณาเรื่องสำคัญของชาติด้วยพร้อมๆกัน ดังปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์ว่า
“อย่างไรก็ตาม ครม.เห็นว่าเป็นมาตรการเบื้องต้นที่ไม่มีผลกระทบมากพอที่จะทำให้คนไทยอ่านหนังสือและซื้อหนังสือราคาถูกมากยิ่งขึ้น” รัฐมนตรีว่าการศธ.กล่าวอีกว่า ตนได้เสนอในที่ประชุมครม.ว่า “หากกระทรวงการคลังพิจารณาเรื่องการลดหย่อนภาษีกระดาษและปรับเปลี่ยนฐานภาษี---โดยคิดภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ ๐ จะมีผลโดยตรงที่จะทำให้ราคาหนังสือลดลงได้ ซึ่งจะจูงใจให้ประชาชนอ่านหนังสือมากขึ้น เพราะสามารถซื้อหนังสือราคาถูก ตลอดจนยังทำให้มีการซื้อและบริจาคหนังสือมากขึ้นด้วย”
คำถามแรกคือ เมื่อรู้ว่าไม่ได้ประโยชน์เต็มที่ หรืออาจได้ไม่คุ้มเสีย แล้วจะดึงดันทำไปทำไม
คำถามที่สอง ตรรกะที่ว่า เมื่อหนังสือราคาถูกลงจะมีคนซื้อหนังสือเพิ่มขึ้นนั้น เป็นวิธีคิดที่ได้ข้อมูลจากงานลดราคาหนังสือแห่งชาติและระดับชาติ ที่คนแห่กันไปซื้อหนังสือลดราคา แต่ไม่ได้มองจากข้อเท็จจริงที่ว่า
ระบบหนังสือของชาติไม่ใช่การซื้อหนังสือเป็นหลัก แต่ต้องเน้นการบริการหนังสือสาธารณะ หรือก็คือการที่คนทั้งประเทศมีโอกาสและมีสิทธิ์อ่านหนังสือตามความต้องการได้ทัดเทียมกัน และเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องจัดการ แต่ไม่ใช่เพียงแค่คิดว่าให้หนังสือราคาถูกเพื่อคนจะซื้อกันมากๆ หรือให้คนซื้อหนังสือบริจาคมากๆ นั่นเป็นวิธีคิดของพ่อค้าขายสินค้า ไม่ใช่แนวคิดระบบหนังสือของชาติ
“ระบบหนังสือ” และ “บริการหนังสือสาธารณะ” หรือ “ระบบหนังสือสาธารณะ” คืออะไร รัฐบาลรู้จักหรือไม่

ถ้ารัฐบาลซึ่งประกอบด้วยคณะรัฐมนตรีตั้งหลายสิบคน ออกจะงุนงงและมืดแปดด้านเรื่องระบบหนังสือและการอ่านของชาติ กระทั่งไม่เคยคิดไม่เคยรู้เลยว่า ผลเสียหายที่จะเกิดขึ้นเนื่องจากแนวคิดนี้มีอะไรบ้าง ก็ขอให้ลองพิจารณาสิ่งต่อไปนี้

๑. เด็กจะถูกนักการเมืองครอบงำด้วยหนังสือบริจาคที่ดำเนินการอย่างแยบยลและซับซ้อน โดยเฉพาะนักการเมืองที่ฉกฉวยโอกาสจากช่องโหว่ของกฎหมายนี้ เพื่อหาเสียงผ่านเด็กโดยไม่ต้องเสียเงิน รัฐบาลจะแก้ปัญหาใหญ่โตนี้อย่างไร หรือนักการเมืองในคณะรัฐบาลเองก็ชอบที่จะฉกฉวยโอกาสนี้ ไม่สนใจไยดีว่าภาระหนักจะตกแก่เด็กอย่างไร หรือเด็กจะต้องเผชิญอันตรายจากหนังสือบริจาคที่ไม่ได้มาตรฐาน เป็นพิษเป็นภัยต่อวัยเด็กอย่างไร เพียงเห็นว่าเป็นช่องทางในการหาเสียงก็พอแล้ว
๒. บริษัทธุรกิจจะครอบงำเด็กเพื่อขายหนังสือหรือสินค้าของตน โดยเฉพาะบริษัทใหญ่ที่มีช่องทางหรือเส้นสนกลในอยู่กับคนของนักการเมืองหรือคนของรัฐบาลและข้าราชการบางกลุ่ม
๓. เด็กและเยาวชนจะเติบโตขึ้นมาอย่างบริโภคนิยมและเห็นแก่ได้ ด้วยการตกเป็นทาสของสื่อโฆษณาที่แฝงมาในสมุดบันทึกการอ่าน ทั้งของสำนักพิมพ์ใหญ่ๆ และบริษัทสินค้าที่ใช้กลโกงด้านตลาดแทรกสื่อโฆษณาในหนังสือบริจาค
๔. ปัญหาการบริหารและจัดการหนังสือบริจาคที่อาจจะมีปริมาณมากจนล้นในบางแห่ง กรณีนี้จะต้องใช้กำลังฅนอย่างมหาศาลเพื่อจัดการคัดเลือกหนังสือบริจาคในปลายทางทุกแห่ง เพื่อโยกย้ายไปที่อื่นซึ่งเหมาะสม เพราะผู้บริจาคทั่วไปย่อมไม่รู้ว่าหนังสือประเภทใดเหมาะแก่เด็กวัยใดในท้องถิ่นใด แทนที่จะประหยัดงบประมาณเรื่องหนังสือ กลับต้องเพิ่มงบประมาณจ้างคนคัดหนังสือและเสียค่าขนย้าย
๕. ปัญหาการแยกประเภทหนังสือที่ไม่เหมาะแก่วัยของนักเรียนในโรงเรียนที่ได้รับบริจาค กรณีนี้หากแยกหนังสือไม่เหมาะสมออกจากพื้นที่ของเด็กได้ทันก็ดีไป แต่ถ้าแยกไม่ทันหรือล่าช้าก็เท่ากับส่งยาพิษไปให้เด็กเสพนั่นเอง
๖. ชาติศัตรูของประเทศไทย จะยึดครองประเทศไทยได้ก็เพียงผลิตหนังสือตามความประสงค์ แจกจ่ายไปยังโรงเรียนต่างๆ ภายใน ๑๐ ปี ก็ครอบงำฅนไทยและยึดครองประเทศไทยได้ อย่างน้อยก็ในด้านจิตวิทยา และส่งผลทางการค้าหรือการเมืองตามมา (วิธีนี้รัฐบาลญี่ปุ่นเคยใช้ด้วยการผลิตหนังสือและนิตยสาร JAPAN PICTORIAL เผยแพร่ทั่วโลก ถ้าจำไม่ผิด ๒๗ ภาษา รวมทั้งภาษาไทย ก่อนประกาศสงคราม ๑๐ ปี และได้ผลในการทำให้ฅนเกือบครึ่งค่อนโลกในขณะนั้นชื่นชมยกย่องและชมชอบญี่ปุ่น)
๗. การเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศจีนในสมัยท่านประธานเหมา เจ๋อ ตง ก็ใช้วิธีเผยแพร่ความคิดลัทธิความเชื่อด้วยหนังสืออย่างแพร่หลายจริงจัง ทั้งหนังสือลัทธิโดยตรง และแนวคิดลัทธิโดยแทรกหรือผ่านเนื้อหาหลักในหนังสือประเภทอื่น เช่น นวนิยาย สารคดี กวีนิพนธ์ บทความ และหนังสือประกอบการเรียนการสอนทุกระดับ (ความข้อนี้ไม่ได้ชี้ชัดว่าเป็นผลดีหรือผลเสียต่อประเทศไทย เพียงแต่เล่าให้ฅนของรัฐบาลฟังเล่นๆ---)

รัฐบาลควรจะเรียนรู้ว่า หนังสือเป็นสื่อที่ควบคุมยากที่สุด เพราะไม่อาจมีเจ้าหน้าที่หรือพนักงานจำนวนมากพอจะมาตรวจสอบหนังสือบริจาคซึ่งจะล้นทะลักจากโกดังต่างๆ และแท่นพิมพ์ใหม่เอี่ยมด้วยวัตถุประสงค์ต่างกัน ไปสู่มือของเด็กและเยาวชนซึ่งยังไม่รู้ผิดชอบชั่วดี ตัดสินใจเองไม่ได้ แต่ต้องตกอยู่ท่ามกลางกระแสหนังสือบริจาคเหมือนคลื่นน้ำป่าท่วมโถมเข้าใส่
คนของรัฐบาลควรจะมีความรู้วิชาหนังสือพื้นฐานด้วยว่า หนังสือที่ปกเหมือนกันจำนวนพันจำนวนหมื่นหรือนับแสนนับล้านเล่มนั้น ข้อความในหนังสือปกเดียวกันอาจจะไม่เหมือนกันเลยก็ได้
ยกตัวอย่างให้ฅนของรัฐบาลขนหัวลุกเล่น เช่น มีบุคคลผู้ปรารถนาดี(แฝง)พิมพ์หนังสือใหม่ชื่อ"เศรษฐกิจพอเพียง" ย่อมไม่มีใครเฉลียวใจตรวจสอบเนื้อหาภายใน เพราะมีหนังสืออื่นที่คิดว่าล่อแหลมคอยให้ตรวจอยู่มาก แต่ปรากฏว่าในหนังสือที่ชื่อเศรษฐกิจพอเพียงนั้นใช้กลวิธีการประพันธ์บิดพลิ้วจากหลักทฤษฎีเดิมไปหมด จนเด็กอ่านกันทั้งประเทศแล้ว ซึมซับเนื้อหาที่เขียนใหม่จนทั่วถึงด้วยความชื่นชมแล้ว รัฐบาลจะทำอย่างไร
ไม่ต้องฆ่าตัวตายครับ เพราะเท่าที่คิดนโยบายบริจาคหนังสือนี้ก็เท่ากับตายไปจากความเชื่อถือศรัทธาและความยกย่องของประชาชนที่เคยมีแล้วตั้งหลายครั้ง



ยังมีข้ออื่นๆ อีกมากมายจนคนธรรมดาๆ อ่านแล้วต้องกระอักเลือด
แต่ แน่นอน รัฐบาลย่อมไม่รู้สึกรู้สา
ไม่เป็นไร เอาไว้ร่างเสร็จ บรรณาธิการกรุณาแก้ แล้วส่งให้หนังสือพิมพ์

---แต่หนังสือพิมพ์อาจจะไม่อยากเผยแพร่บทความนี้ เพราะหนังสือพิมพ์เองก็มีสำนักพิมพ์
ที่พยายามเสนอหนังสือเป็นชุดสำหรับขายห้องสมุดในโครงการหนังสือบริจาคนี้ด้วย
เอวัง ประเทศไทย (หรือเปล่า)

มูฮมัด
๐๔.๔๒ น. อังคาร ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

ที่มา Facebookของมกุฏ อรฤดี

ไฟล์E-Bookเรื่องความผิดพลาดและความไม่เข้าใจระบบหนังสือแห่งชาติของรัฐบาลกรณีผลักดันพระราชกฤษฎีกาบริจาคหนังสือเพื่อแก้ปัญหาการอ่านของชาติ
จากการเสวนาในงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติครั้งที่ผ่านมา ณ ห้องมีตติงรูม ๔ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ วันเสาร์ที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๗.๐๐ น.
//bflybook.com/Article/FallibilityOfNationalBookSystem/Image/FallibilityOfNationalBookSystem.pdf


Create Date : 02 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2553 4:45:59 น. 2 comments
Counter : 419 Pageviews.

 
สวัสดีครับ มีควรมสุขกับการทำงานน่ะครับ อิอิ


โดย: 4444 IP: 58.9.58.51 วันที่: 2 พฤศจิกายน 2553 เวลา:5:42:44 น.  

 
please keep me up to date about the situation. I'm a Thai person living in Sydney but love Thailand with my heart.


โดย: crumaneerat@hotmailcom IP: 115.64.93.187 วันที่: 4 พฤศจิกายน 2553 เวลา:19:17:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.