ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง
จดหมายเปิดผนึกถึงนักสันติวิธี : โปรดนับศพ ‘ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์’ ด้วย

จดหมายเปิดผนึกถึงนักสันติวิธี : โปรดนับศพ ‘ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์’ ด้วย

ภัควดี วีระภาสพงษ์

16 เมษายน 2552

วันก่อนผู้เขียนได้ดูรายการ ‘ที่นี่ทีวีไทย’ ที่มีการสัมภาษณ์กลุ่มนักสันติวิธีที่ประกอบด้วย อ.นฤมล อ.ยุกติ คุณนารี คุณเจษฎา และ อ.ศรีประภา หลังจากฟังจนจบแล้ว ผู้เขียนรู้สึก ‘จึก’ ในอก อาการ ‘จึก’ นี้ยังคงอยู่แม้จะผ่านมาวันสองวันแล้ว ยิ่งเมื่อคืนนี้ได้ฟังการสัมภาษณ์นักข่าวสายทหารและอาจารย์ชื่ออะไรที่ผู้เขียนขี้เกียจจะจำ ความ ‘จึก’ นี้ยิ่งฝังลึกถึงขั้นทำเอาเมื่อคืนนอนไม่หลับทีเดียว

แม้ว่าผู้เขียนจะเป็นลูกศิษย์ อ.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ คนหนึ่ง แต่เปรียบไปก็เป็นแค่ ‘นักเรียนหลังห้อง’ ไม่ค่อยตั้งใจฟังเวลาอาจารย์สอน แถมตอนอยู่มหา’ลัย ก็มัวแต่เมาเสียเป็นส่วนใหญ่ (นี่เป็นอุทาหรณ์สอนใจสำหรับนักศึกษารุ่นหลัง โปรดตั้งใจเรียนให้มากกว่านี้) ดังนั้น ผู้เขียนจึงรับความรู้มาแต่งูๆ ปลาๆ และโดยเฉพาะเรื่องสันติวิธีนั้น เป็นเรื่องที่ผู้เขียนรับมาจากอาจารย์น้อยถึงน้อยที่สุด

ผู้เขียนไม่ใช่นักคัดคำพูดของใครมาทีละท่อน และตอนนั้นก็ไม่ได้ตั้งใจจำด้วยว่าคนไหนพูดว่าอะไร แต่ค่อนข้างแน่ใจว่า อ.นฤมลและคุณนารีพูดในทำนองว่า การปราบปรามของกองทัพต่อผู้ชุมนุมโดยไม่มีใครตายนั้น ถือว่ากองทัพและรัฐบาลทำได้ดี อดทน และเป็นที่น่าพอใจ (ถ้าผู้เขียนฟังผิดไป ก็ขออภัยทั้ง 2 ท่าน ขอให้ถือว่าผู้เขียนหูเฝื่อนและงี่เง่าไปเองก็แล้วกัน)

ในสายตาของผู้ไม่ใช่นักสันติวิธีอย่างผู้เขียน ผู้เขียนขอตั้งข้อสงสัยว่า การที่ทหารลากปืนออกมายิงขึ้นฟ้าและเล็งใส่ผู้ชุมนุมนั้น ถือว่าเป็นวิธีการควบคุมม็อบที่ “ดี อดทน และน่าพอใจ” จริงๆ หรือ

สมมติก่อนว่า สิ่งที่รัฐบาลแถลงนั้นเป็นความจริงทุกอย่าง 1) ไม่มีใครตาย 2) ทหารใช้ลูกกระสุนจริงยิงขึ้นฟ้าและใช้ลูกกระสุนหัวกระดาษเล็งใส่ผู้ชุมนุม ซึ่งมีแต่เสียงข่มขวัญ 3) ทหารเหล่านี้ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี ด้วยความแม่นยำประดุจโรโบค็อบ ไม่มีทหารคนไหนสับสนระหว่างปืนที่มีลูกกระสุนจริงกับปืนที่มีลูกกระสุนหัวกระดาษเลย ลูกกระสุนจริงทุกลูกที่ยิงออกไป ยิงขึ้นฟ้าหมดทั้งสิ้น และทุกลูกที่เล็งใส่ผู้ชุมนุมเป็นลูกหัวกระดาษหมดทั้งสิ้น

สมมติไว้ก่อนว่า ทั้ง 3 ประการข้างต้นนี้จริงทั้งหมด

ผู้เขียนขอสมมติว่า ถ้าตัวเองเป็นนักสันติวิธี ในสายตาของนักสันติวิธีจะคิดอย่างไร? ผู้เขียนขอตั้งคำถามแบบนักสันติวิธีชั่วคราวดังนี้คือ :

1) การลากอาวุธสงครามออกมาก็ถือเป็นความรุนแรงในตัวเองแล้วมิใช่หรือ? ดังที่ อ.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ เขียนไว้ในบทความหลังรัฐประหาร 2549 (ผู้เขียนไม่ใช่นักวิชาการ ขี้เกียจค้นชื่อบทความมาอ้างอิง มันคือบทความในหนังสือที่ ‘ฟ้าเดียวกัน’ พิมพ์รวมเป็นเล่มนั่นแหละ ท่านผู้อ่านโปรดไปค้นดูเอง) อ.ชัยวัฒน์บอกว่า ถึงแม้ดูเหมือนการรัฐประหารครั้งนั้นจะไม่มีความรุนแรงทางกายภาพเกิดขึ้น แต่มันก็ยังเป็นความรุนแรงที่ยอมรับไม่ได้ (นี่คือข้อสรุปของผู้เขียนที่อ่านบทความจนจบ ไม่ใช่แค่อ่านประโยคสองประโยคแล้วด่วนสรุป จะสรุปผิดหรือไม่ ผู้เขียนรับผิดชอบเอง ไม่ต้องไปยุ่งกับ อ.ชัยวัฒน์ โปรดเข้าใจตามนี้)

ถ้ามีคนเอาอาวุธปืนมาเล็งใส่คุณ ปืนจะมีลูกหรือไม่มีลูก คุณจะถือว่ามันเป็นการใช้ความรุนแรงหรือไม่? ยิ่งอย่าว่าแต่ทหารทั้งกองวิ่งดาหน้าเข้าใส่คุณตอนตีสี่ เสียงปืนดังสนั่นปานสงครามกลางเมือง ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคุณแน่ๆ คือความตื่นตระหนก ภาพของเหตุการณ์ ‘พฤษภาเลือด’ และ ‘ทหารฆ่าประชาชน’ ในสภาพการณ์แบบนั้น คุณจะมีเวลาแยกแยะหรือว่าลูกกระสุนนั้นทำจากอะไร? มีใครตายจริงหรือไม่? ถ้าคุณเห็นเลือด คุณก็ต้องคิดว่ามีคนตายแน่นอน

2) ทำไมนักสันติวิธีทั้ง 2 ท่านไม่ตั้งคำถามกับรัฐบาลว่า เหตุใดไม่สั่งให้กองทัพใช้ลูกกระสุนหัวกระดาษทั้งหมด ทั้งที่ยิงขึ้นฟ้าและเล็งใส่ผู้ชุมนุม ถ้าเจตนาแค่ข่มขวัญ ทำไมต้องแยกเป็น 2 ประเภท? แล้วลูกกระสุนจริงที่ยิงขึ้นฟ้า มันไม่มีโอกาสตกลงมาใส่กบาลใครตายบ้างหรือ?

เมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา ผู้เขียนกลับไปฉลองวันปีใหม่ที่บ้านสามีที่ภาคใต้ คืนวันเคาท์ดาวน์นั้น ข้างบ้านที่ติดกันฉลองด้วยการเอาปืนพกมายิงขึ้นฟ้าไปหนึ่งนัด กระสุนนัดนั้นพุ่งขึ้นฟ้า แล้วตกลงมาทะลุหลังคากระเบื้องของบ้านแม่สามี ตกปุลงบนหมอนที่หัวเตียงห้องนอนห้องหนึ่งพอดิบพอดี โชคดีที่ทุกคนออกมาเคาท์ดาวน์กันหมด ไม่มีใครนอนอยู่บนเตียง

ผู้เขียนไม่ทราบว่า ถ้าลูกกระสุนจากปืนพกที่ยิงขึ้นฟ้าสามารถทะลุกระเบื้องหลังคาลงมาได้ ลูกกระสุนเอ็ม-16 ที่ยิงขึ้นฟ้าจะสามารถตกลงมาทะลุกะโหลกศีรษะหรือทะลุอกใครได้บ้างหรือไม่? หวังว่าจะมีนักฟิสิกส์สักคนสละเวลาช่วยคำนวณให้

นักสันติวิธีคิดว่านี่คือวิธีควบคุมม็อบที่ดี อดทนและน่าพอใจ อีกทั้งไม่ใช่การใช้ความรุนแรงตามหลักการสันติวิธีแล้วหรือ?

3) เท่าที่ความรู้งูๆ ปลาๆ ของผู้เขียนจะมีอยู่ เกิดมาจนบัดนี้ ผู้เขียนไม่เคยอ่านเจอที่ไหนมาก่อนเลยว่า วิธีการควบคุมและปราบม็อบของนานาอารยะประเทศ (ย้ำ อารยะประเทศ ไม่ใช่อนารยะประเทศ) ใช้วิธีให้กองทหารถือปืนเอ็ม-16 จะลูกกระสุนซ้อมหรือลูกกระสุนจริงก็ตามแต่ วิ่งไล่ยิงขู่ขวัญประชาชนแบบนั้น ทำไมในรายการวันนั้น นักสันติวิธีจึงไม่ตั้งคำถามกับรัฐบาลว่า เหตุใดรัฐบาลจึงไม่เริ่มต้นการปราบม็อบด้วยแก๊สน้ำตา สเปรย์พริกไทย รถฉีดน้ำแรงดันสูง (ซึ่งรัฐบาลสมชายเคยพยายามยืมจาก กทม. แต่ถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลแปลกๆ ว่า กลัวน้ำไม่สะอาด) หน่วยปราบจลาจลพร้อมโล่ กระบอง ดันม็อบ แยกม็อบเป็นกลุ่มย่อยๆ ใช้กระบองฟาดหัวร้างข้างแตกบ้าง จับใส่กุญแจมือ ยัดขึ้นรถ (อย่าทำแบบตากใบก็แล้วกัน) ฯลฯ ในสหรัฐอเมริกามีการใช้กระสุนยางยิงใส่ผู้ชุมนุม โดยที่ผู้ชุมนุมรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าจะถูกยิงด้วยกระสุนยาง โดยทั้งหมดนี้ทำในตอนกลางวันแสกๆ สว่างๆ การที่อยู่ดีๆ ตอนตีสี่ รัฐบาลก็เอากองทหารถือปืนเอ็ม-16 ไล่ยิงประชาชนนั้น นี่หรือคือมาตรการปราบม็อบจากวิธีละมุนละม่อมแล้วค่อยเพิ่มดีกรีความแข็งกร้าวขึ้นเรื่อยๆ ?

ถ้าผู้เขียนเป็นนักสันติวิธี ผู้เขียนจะแนะนำรัฐบาลว่า นับจากนี้ ไม่ว่ารัฐบาลชุดไหน ควรมีการฝึกหน่วยปราบจลาจลอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะทำให้มีการสูญเสียน้อยที่สุดจริงๆ ถ้าตำรวจทำไม่ได้ ยกให้กองทัพทำก็ได้ งบประมาณกองทัพมีเยอะแยะ เผื่อกองทัพคิดไม่ออกว่าจะเอางบไปทำอะไร ก็ควรเอางบที่ได้มากมายมหาศาลทุกปีไปใช้ซื้อแก๊สน้ำตา (อย่าลืมว่าของดีไม่มีถูก) สเปรย์พริกไทย รถฉีดน้ำ กระสุนยาง ฯลฯ ถ้าขนาดสามารถฝึกทหารให้ไม่สับสนระหว่างปืนที่มีลูกจริงลูกซ้อมได้อย่างไม่ผิดพลาดแล้ว จะฝึกควบคุมม็อบคงเป็นแค่เรื่องขี้หมูขี้หมา ไหนๆ กองทัพก็ถนัดในการปราบม็อบอยู่แล้ว ก็ควรทำให้เป็นเรื่องเป็นราวกันไปเลย แถมยังช่วยให้มีรายการจัดซื้อพัสดุภัณฑ์เพิ่มขึ้นด้วย วิน-วินกันทุกฝ่าย

4) การที่รัฐบาลและกองทัพใช้มาตรการปราบม็อบด้วยวิธีการแปลกประหลาดที่สุดในโลก นั่นคือ ทำให้ม็อบตกใจกลัวสุดขีด ทำให้ม็อบเข้าใจผิดคิดว่ามีคนตายแน่นอน (ม็อบที่ไหนจะมีเวลาไปนั่งดูข่าวว่าไม่มีใครตาย) ทำให้เกิดข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วม็อบและคนเสมอนอกว่า ‘ทหารฆ่าประชาชน’ อีกแล้ว เหตุนี้มิใช่หรือที่ทำให้เกิดสภาพ ‘นรกแตก’ ในวันรุ่งขึ้น เมื่อคนที่เข้าตาจน คนที่จนตรอก ตื่นตระหนกเสียขวัญ เลือดเข้าตา (เพราะเห็นเลือดเพื่อนตำตา โดยไม่รู้ว่าเพื่อนเป็นตายร้ายดีอย่างไร หมดสัญญาณชีพแล้วหมอไทยยังชุบชีวิตขึ้นมาได้) ลองจินตนาการว่าตัวเองอยู่ในสภาพนั้นบ้าง คนที่คิดว่าตัวเองต้องพยายามเอาชีวิตรอด พวกเขาย่อมไม่คำนึงแล้วถึงวิธีการที่จะนำมาใช้ ไม่ต้องให้ใครวิดีโอลิงก์เข้ามาปลุกระดมหรอก วิธีปราบม็อบที่ดินแดงตอนตีสี่นั่นแหละ คือการปลุกปั่นม็อบให้ก่อวินาศกรรมได้ดีที่สุดในโลก !

ตอนนี้คนเสื้อแดงไม่ได้พ่ายแพ้ทางการเมืองเพียงอย่างเดียว ตอนนี้พวกเขายังถูกเกลียดชัง ถูกไล่ต้อนเหมือนหมูเหมือนหมา ถูกดูถูกเหยียดหยามว่าค่าจ้างแค่ 300 บาทก็ซื้อชีวิตได้ (คนกรุงนี่แปลก ตอนทักษิณด่าผู้ก่อความไม่สงบภาคใต้ว่า ‘โจรกระจอก’ ก็ด่าว่าทักษิณปากเสีย ตอนนี้ตัวเองก็ทำอย่างที่ทักษิณทำ ไม่ใช่แค่เรื่องนี้ แต่แทบทุกเรื่อง) รัฐบาลที่กลัวไม่มีอะไรจะทำและสื่อที่กลัวไม่มีข่าวจะขาย ก็ช่วยกันปลุกปั่นขยายความว่า นปช.จะลง ‘ใต้ดิน’ สรุปว่ากลัวกระรอกไม่เห็นโพรง ก็เลยช่วยชี้โพรงให้กระรอก เผื่อกระรอกไม่ทันคิด เลยช่วยบอกทางให้เสียเลย สรุปว่าคนกรุงและชนชั้นสูงในเมืองหลวงเห็นว่าประเทศไทยมีแค่ 3 จังหวัดภาคใต้ยังไม่พอ เลยอยากให้ภาคเหนือและอีสานมี ‘กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ’ เพิ่มขึ้นเสียเลย?

ในช่วงหลายปีมานี้ ผู้เขียนศึกษาเรียนรู้เรื่องหนึ่ง ซึ่งไม่รู้จะนิยามชื่อวิชาว่าอะไรดี แต่โดยเนื้อหาก็คือ การฝึกมองโลกจากสายตาของผู้อยู่เบื้องล่าง สิ่งแรกที่ผู้เขียนค้นพบด้วยความประหลาดใจอย่างยิ่งยวดก็คือ คนจนและคนชายขอบไม่ว่าที่ไหนในโลก นอกจากการเอาชีวิตรอดที่เป็นสัญชาตญาณของมนุษย์แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เขามี สิ่งที่เขาหวงแหน บางครั้งให้คุณค่ายิ่งกว่าชีวิต ก็คือ ‘ศักดิ์ศรี’ เรื่องนี้ใครๆ อาจจะรู้อยู่แล้วก็ได้ แต่ผู้เขียนโง่ ไม่เคยรู้มาก่อน ผู้เขียนนึกว่าสิ่งที่จะค้นพบคือเรื่องการเรียกร้องเรื่องความเป็นธรรม เรื่องปากท้อง ฯลฯ ผู้เขียนไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่า สิ่งที่คนจนไขว่คว้ามากที่สุดก็คือ ‘ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์’

ผู้เขียนไม่ได้โรแมนติกและไม่ได้อ่านนิยายมากไป

คนจนต้องการศักดิ์ศรี คนชั้นกลางและคนรวยต้องการอภิสิทธิ์ ศักดิ์ศรี vs. อภิสิทธิ์ สองอย่างนี้แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว โฆษกรัฐบาลที่ชื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงเป็นบุคลาธิษฐานของสิ่งที่คนชั้นกลางและคนชั้นสูงปรารถนาอย่างสมบูรณ์แบบ สมบูรณ์แบบจนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ในโลกความเป็นจริง

ผู้เขียนไม่รู้ว่า อ.นฤมลและคุณนารีหมายความอย่างที่พูดจริงๆ หรือเปล่าว่า ครั้งนี้รัฐบาลและกองทัพจัดการได้ดี เพราะไม่มีใครตาย แต่ศักดิ์ศรีของคนเสื้อแดงจนๆ ที่ถูกทำลายไปอย่างย่อยยับเล่า มันไม่มีคุณค่าให้คำนึงถึงเลยหรือ? นักสันติวิธีรู้จักแค่วิธีนับศพ แต่ไม่รู้จักนับหัวใจที่ตายแล้วในร่างที่ยังมีลมหายใจอยู่หรือ?

เมื่อคนเสื้อแดงเป็นได้แค่หมาจนตรอก เสียงพูดที่เป็นภาษาไทยแท้ๆ ของเขาจึงไม่มีใครได้ยิน ไม่มีใครฟัง มันกลายเป็นแค่เสียงหนวกหูเหมือนเสียงเห่าของหมาข้างถนน แน่นอน พวกเขาย่อมต้องลุกขึ้นต่อสู้อีกครั้งและอีกครั้ง เพื่อไขว่คว้าศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์กลับคืนมา เพื่อให้เสียงอึกทึกของเขากลายเป็นภาษาที่ฟังรู้เรื่อง เพื่อให้สังคมของอภิสิทธิ์ชนรับรู้การดำรงอยู่ของพวกเขา

แต่ด้วยวิธีการแบบใดเล่า?

ความจนตรอกและความสิ้นหวังไม่ใช่หรือคือบ่อเกิดของการใช้ความรุนแรง?

ผู้เขียนมีข้อเสนอต่อนักสันติวิธีในสังคมไทยดังนี้คือ:

1) เราพูดกันมามากแล้วถึงความรุนแรงเชิงโครงสร้าง ข้อต่อที่เปราะบางที่สุดในสังคมที่ไม่เท่าเทียมก็คือคนจนที่สิ้นหวัง ความอัดอั้นคับข้องของพวกเขา หากไม่มีการระบายและแก้ไขอย่างถูกต้อง ย่อมปะทุระเบิดออกมาเป็นความรุนแรงได้เสมอ เราควรยอมรับกันได้แล้วว่า การประท้วงและการเมืองบนท้องถนนย่อมเกิดขึ้นต่อไปอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นกลุ่มคนเสื้อแดงเท่านั้น แต่รวมถึงกลุ่มคนที่ถูกกีดกันอื่นๆ ในสังคมด้วย

2) ผู้เขียนทึกทักว่า นักสันติวิธีคงต้องการให้สันติวิธีและการไม่ใช้ความรุนแรงลงหลักปักรากฐานในสังคมไทย และเนื่องจากนักสันติวิธีมักเป็นผู้มีศรัทธาในศาสนาด้วย การเผยแผ่แนวคิดสันติวิธีจึงไม่น่าแตกต่างมากนักกับการเผยแผ่ศาสนา และสามารถทำควบคู่กันได้

3) ดังนั้น ผู้เขียนจึงเห็นว่า หากเป้าหมายของนักสันติวิธีเป็นไปตามข้างต้นจริงๆ ป่วยการเปล่าที่นักสันติวิธีจะเสียเวลาไปกับกิจกรรมอย่างเช่น ธรรมยาตรา ซึ่งต้องไปทะเลาะกับพวกฮิปปี้ฝรั่งที่มาร่วมขบวน หรือเอาดอกไม้ขาวไปโปรยถนน ซึ่งทำให้คนกวาดถนนต้องมาคอยเก็บกวาด เผลอๆ จะถูกคนกรุงเทพฯ โกรธอีกเปล่าๆ ว่าไปทำให้เขารถติด

ตอนนี้ข้อต่อที่เปราะบางที่สุดในสังคมก็คือคนจน ซึ่งบางส่วนก็คือคนเสื้อแดงนี่เอง ถ้าเช่นนั้น ไฉนเล่า นักสันติวิธีไม่ดำเนินการเชิงรุก เดินเข้าไปหาพวกเขา เหมือนอย่างที่นักบวชสำนักเทววิทยาเพื่อการปลดปล่อยเดินฝ่าป่าดงเข้าไปหาคนจนพื้นเมืองในละตินอเมริกา แล้วอบรมพวกเขาเรื่องการประท้วงด้วยสันติวิธี (ขอทุนจาก สสส. บ้างก็ได้) นักสันติวิธีไม่จำเป็นต้องจำกัดกลุ่มคนเฉพาะพวกเสื้อแดง คนอีกกลุ่มที่ต้องการการอบรมเรื่องนี้อย่างขนาดหนักก็คือ กลุ่มคนเสื้อเหลือง ทหาร รัฐบาลและตำรวจ ถ้าหากพวกเขาต้องการสันติวิธีจริงๆ และไม่ต้องการอภิสิทธิ์มากเกินไป

เพราะสันติวิธีนั้นไม่ใช่สำเร็จได้ง่ายๆ ด้วยปากพูดหรือเขียนใส่ป้ายเดินชูให้คนเห็น เท่าที่ความรู้อันน้อยนิดของผู้เขียนมีอยู่ การใช้สันติวิธีในกระบวนการเรียกร้องทางการเมืองในต่างประเทศนั้น ต้องอาศัยการอบรมและการฝึกกันเป็นสัปดาห์ บางทีเป็นเดือน และต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญมาช่วยอบรม ตัวอย่างก็มีเช่น องค์กรกรีนพีซ องค์กร Ruckus เป็นต้น

ผู้เขียนหวังว่า ในอนาคตจะได้เห็นค่ายอบรมสันติวิธีที่เปิดกว้างและเข้าถึงสำหรับคนทุกกลุ่มทุกชนชั้น เพื่อให้สันติวิธีได้หยั่งรากในสังคมไทยอย่างแท้จริง

และคราวหน้าโปรดอย่านับแค่ศพคนตาย แต่กรุณานับหัวใจของคนที่ตายทั้งเป็นด้วย!

ด้วยความนับถือ

ภัควดี วีระภาสพงษ์

ที่มา : ประชาไท


Create Date : 17 เมษายน 2552
Last Update : 17 เมษายน 2552 20:30:35 น. 4 comments
Counter : 327 Pageviews.

 
ปกติเจี๊ยบไม่ค่อยสนใจข่าวเรื่องการเมืองเลย
ตั้งแต่ เกิด เหลือง แดง ขาว น้ำเงิน
ทำให้สนใจ ข่าวสาร มากขึ้นๆ
และคิดว่า ยังมีอีกหลายๆ คน ที่เป็นแบบเจี๊ยบ
และไม่เคยเห็น ทหารถือปืนมาไล่ยิงประชาชน
มันเป็นภาพที่บาดตา บาดหัวใจ มาก

---------------------------

หลังชนฝา


แรงกดดันต่อ คนเสื้อแดงจะเป็นชนวนการเมืองที่อันตรายกับระบอบประชาธิปไตยอย่างยิ่ง การยัดเยียดผู้ก่อจลาจลถูกรัฐบาลตราหน้าว่าเป็น ศัตรูของประเทศและไม่ว่าผลความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับประเทศในวันข้างหน้าไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม การเมือง คนเสื้อแดงกำลังตกเป็นแพะ

กำลังตกเป็นผู้ร้ายของสังคม

การผลักดันให้ คนเสื้อแดงตกที่นั่งลำบาก ไม่ใช่เรื่องที่ดีนักเพราะจะ จะแบ่งแยกประชาชน อย่างชัดเจน สถานการณ์ที่ผ่านมาสร้างความกดดันให้กับคนเสื้อแดง ทั้งกาย และใจ อย่างมาก พฤติกรรมที่เห็นชัดเจนก็คือ คนเสื้อแดงไม่กลัวตาย ไม่กลัวปืน ไม่กลัวรถถัง

ด้วยสมมติฐานของคนเสื้อแดงที่ว่า เคยเป็นเจ้าของอำนาจที่ชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตย แต่มาถูกปล้นอำนาจเอาไปต่อหน้าต่อตา จึงออกมาเรียกร้องอำนาจคืน แต่ผลของการเรียกร้องอำนาจดังกล่าว กลับไม่ได้รับความเป็นธรรมไม่ได้รับการเหลียวแล

ซ้ำร้ายยังถูกตอบ โต้อย่างรุนแรงจากรัฐบาลยัดเยียดข้อหาให้เป็นผู้ร้าย เป็นศัตรู พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากเจ้าของอำนาจกลายเป็นคนจะมาปล้นอำนาจ ในขณะเดียวกัน มองว่ากฏหมายก็พึ่งไม่ได้

สื่อมวลชนก็ถูกปิดกั้น หรือตั้งใจจะปิดกั้นภาพ ของการสลายการชุมนุมคนเสื้อเหลืองที่หน้าสภาเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ม๊อบถูกตำรวจทำร้ายจนผู้ที่ออกคำสั่งและเข้าสลายการชุมนุมตกเป็นผู้ต้องหา

แต่การการสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง กลับมีแต่ภาพความก้าวร้าวของคนเสื้อแดง และความชอบธรรมของผู้ที่เข้าสลายการชุมนุม ต่างกันราวฟ้ากับเหว ตรงกันข้าม พฤติกรรมเถื่อนของคนเสื้อสีน้ำเงิน คนเสื้อเหลืองและมือที่สาม กลับไม่มีการพูดถึง วิธีการเสี้ยมให้คนเสื้อแดงเป็นศัตรูกับชาวบ้าน การที่เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ออกมาเป็นเครื่องมือของรัฐบาล การดำเนินคดีอย่างเฉียบพลัน

ตอกย้ำความไม่เป็นธรรมและสองมาตราฐาน

เงื่อนไข การเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และไม่เอาระบบอำมาตยาธิปไตยของคนเสื้อแดง เป็นการท้าทายทางการเมือง อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เดิมพันสูง และเมื่อรัฐบาล เมื่อกองทัพ ถูกมองว่าอยู่ในอำนาจของระบบอำมาตยาธิปไตย คำว่า ศัตรูของประเทศ จึงมีความหมายกับสำหรับ คนเสื้อแดงอย่างมาก

เสียงปืนแตก ต่อไปนี้คนใส่เสื้อแดงแม้จะใส่เสื้อแดงไม่ได้ ไม่มีทางให้เดิน ไม่มีที่ให้ยืน ได้แต่พกความแค้นเอาไว้เต็มอก เมื่อเล่นบนดินไม่ได้ ก็ต้องไปเล่นใต้ดิน เมื่อเล่นในกรอบไม่ได้ ก็ต้องไปเล่นนอกกรอบ

ผมไม่อยากระบุถึงขนาดที่ว่า คนเสื้อแดงกำลังถูกยัดเยียดข้อหา เป็นภัยคุกคามประเทศ เพราะจะทำให้ปัญหาบานปลายเป็นสงครามกลางเมืองในที่สุด

น้ำตา ของคนเสื้อแดงที่ไหลออกมาในวันสลายการชุมนุม ลูกโป่งที่สูบลมเข้าไปเต็มที่ ไม่วันใดก็ต้องวันหนึ่ง ก็ต้องระเบิด ผมฝากให้ผู้มีอำนาจในบ้านเมือง ช่วยกันไตร่ตรองเพราะไม่อยากเห็นประเทศไทย เป็นสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

เจี๊ยบเอามาจากหนังสือไทยรัฐ คาบลูกคาบดอก โดยหมัดเหล็ก


โดย: ่Jeab (rayasuree2526 ) วันที่: 18 เมษายน 2552 เวลา:9:43:18 น.  

 
ขอคุณที่แสดงความเห็นที่แสดงความรู้สึกของผู้ถูกใส่ร้าย
และประนามโดยไม่มีโอกาสหรือพื้นที่ให้ชี้แจง...ขอบคุณครับ
คุณเจี๊ยบ


โดย: red heart IP: 125.24.172.13 วันที่: 18 เมษายน 2552 เวลา:11:25:27 น.  

 
ป้าหัวสองสีเกิดมาเพิ่งจะเคยเห็น 14 ตุลา ก็เคยผ่านมาแล้ว เมื่อกี้ป้าฟังวิทยุทหาร แถวบ้านป้าพูดว่าแม้จะยิงปืนขึ้นฟ้าก็ไม่ควรทำ ส่วนท่านั่งยิงแบบนั้นเขาบอกเป็นท่ายิงคน ป้าฟังแล้วไม่สบายใจเลย หลานๆๆรักกันนะ ประเทศนี้เมืองนี้เป็นของพวกเรา


โดย: เหนื่อยจัง (ครูจิมมี่ ) วันที่: 18 เมษายน 2552 เวลา:20:52:59 น.  

 
ดิฉันเป็นสาวเสื้อแดงค่ะ ไปร่วมชุมนุมเพราะ เหตุผล 2 ข้อใหญ่ ๆ คือ...

1.ไม่ชอบกฎหมายสองมาตรฐาน 2.ไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติรัฐประหาร

แต่ตัวดิฉันเอง ไม่ได้ยึดติดกับคุณทักษิณ และ ดิฉันไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง

ไม่ว่าจะการปิดถนน ยึดทำเนียบ ยึดสนามบิน เปิดรถแก๊ส เผารถโดยสาร

และการกระทำต่าง ๆ ที่รุนแรง และ ทำให้มวลชนต้องเดือดร้อน...

ไม่ว่าจะจากฝ่ายเหลือง ฝ่ายแดง หรือ รัฐบาล......ต้องการให้ ไม่ว่าฝ่ายใด

ที่เห็นต่าง ออกมาชุมนุมโดยสันติ ปราศจากอาวุธ และ ความรุนแรง

แล้วเดินทางไปสู่หนทางแห่งประชาธิปไตยที่เราทุกคนต้องการ อย่างแท้จริง

-----------------------------------------------------------------

เชิญชวนสังคมให้ได้ร่วมกันใช้ปัญญา ช่วยกันเผยแพร่รูปแบบวิธีคิดรู้จักใช้เหตุผล ( virus method )ไม่ใช่ โต้ตอบ โจมตี เผยแพร่ความเลวร้ายของอีกฝ่าย อันจะก่อเวรไม่จบและรังแต่จะพากันรุนแรงจนต้องอาจได้ใช้กำลังอีก

เรารู้ว่าทุกฝ่ายสู้เพื่อความดี แต่สำคัญแค่อย่าให้ความคิดชั่วเข้ามาก่อตัวอยู่ในหัวก่อน หากมีเจตนาดีแต่มีวิธีการชั่วเมื่อไหร่ นั่นแหละ บ้านเมืองเสียหายก่อนบรรลุวัตถุประสงค์ความดีทุกที

-----------------------------------------------------------------

ในโลกของความเป็นจริง มุมบางมุม อาจเป็นมุมที่เลวร้ายที่เราไม่ชอบ

มุมบางมุม อาจเป็นมุมที่สวยงามที่เราชอบดู........

ในโลกของความเป็นจริง มันมีได้ทั้งสองมุม

อย่าเลือกมองแค่มุมใดมุมหนึ่ง อย่าเลือกที่จะมองโดยที่มีจิตอคติแต่เริ่มแรก

ไม่ว่าจะเหลือง หรือ แดง เราอาจแตกต่างในความคิดเห็น

แต่ขอร้องให้ทั้งสองฝ่าย มองทั้งด้านดีและด้านเสียของกันและกัน

ด้วยใจที่ไม่เกลียดชัง....บางทีในคอนเสริตพี่เบิร์ด เราอาจยืนข้าง ๆ

ร้องเพลง เต้น หันมายิ้มให้กัน บางทีในงานสงกรานต์ เราอาจจะเดินมาขอ

ประแป้งที่แก้ม พร้อมกับ เอ่ยคำอวยพร และ ยิ้มหวาน ๆ ให้แก่กันก็ได้

คนหมู่มาก ไม่แปลกที่จะคิดแตกต่าง แต่หากความแตกต่างอยู่บนพื้นฐาน

ของการเคารพซึ่งความคิดเห็นของกันและกัน เลิกดูหมิ่น และ เหยียดหยาม

ในความคิดเห็นของแต่ละฝ่าย...........

งดโต้เถียงในประเด็นที่เราเอง ยังไม่มีหลักฐาน และ ไม่ได้รู้จริงในเรื่องนั้น

อย่าไปคิดว่าใคร ๆ จะต้องคิดตรงกันกับเรา เพราะขนาดเราเองบางครั้ง

ก็ยังสับสน...แค่ในครอบครัวเล็ก ๆ เรายังคิดไม่ตรงกันเลย แต่นี่คนทั้งประเทศ

จะให้คิดไปในทิศทางเดียวกัน ย่อมเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน

แต่ยังไง เราก็เป็นเพื่อนกัน เป็นคนไทยด้วยกัน และสุดท้าย

เราคือ.................. คน เหมือนกัน.................................

คิดถึงภาพ เวลาเกิดภัยพิบัติ เราคนไทย คนหนึ่งช่วยแบก คนหนึ่งช่วยหาม

คนที่ไปไม่ได้ก็ร่วมบริจาค.......ภาพของคนไทย ที่มีน้ำใจเป็นหนึ่งเดียวกัน

ยังคงงดงาม อยู่ในใจของผู้หญิงคนนี้..............ตลอดไป...........


โดย: นางฟ้าพญามาร วันที่: 24 เมษายน 2552 เวลา:7:55:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.