ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง
สาเหตุที่ประเทศไทย ไม่เจริญ

เหตุผลที่ประเทศไทยไม่เจริญ 1

blog นี้ผมจะขอเริ่มต้นด้วยเรื่องที่ผมค้างคาใจอยู่ตอนนี้ คือ เหตุผลที่ผมมองเห็นค่อนข้างชัดเจน ว่าทำไมประเทศไทยถึงไม่เจริญเท่าหลายๆ ประเทศ เริ่มจากเหตุผลพื้นฐานที่สุดที่มองเห็นก่อน

ต้องพูดถึงที่มาของความรู้สึกนี้นิดนึง คือ หลังจากมี web manager แล้วผมก็เข้ามาดูข่าวสารต่างๆ และอ่านความคิดเห็นต่างๆ ผมก็รู้สึกขึ้นมาทันที ว่าทำไมคนไทยด่ากันเก่งจัง ใครที่เด่นดังขึ้นมา มักจะต้องมีคนหาเรื่องไม่ดีของเขามาด่า ถ้าใครดีแล้วล้มก็จะซ้ำเติมทันที .. แล้วมาวันนึงก็เจอข่าวเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับสถิติของเด็กวัยรุ่น เกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์กันในวัยรุ่นที่เป็นปัญหา .. แล้วความคิดเห็นส่วนใหญ่เป็นยังไงรู้ไหมครับ ก็คงพอจะเดากันได้ ความคิดเห็นหลักๆ แบ่งเป็น 2-3 กลุ่ม คือ

1. ปัญหาสังคมเสื่อมลง เป็นเพราะรัฐบาลไม่ใส่ใจดูแล
2. เรียกร้องให้องค์กรภาครัฐมาช่วยเหลือ แก้ไข
3. นี่เป็นผลของการมีนายกนักธุรกิจที่วัตถุนิยมแบบทักษิณ

ผมเห็นอย่างนี้แล้วก็รู้สึกแปลกใจ แต่จริงๆ น่าจะชินแล้วมากกว่า คือผมสงสัยว่าปัญหาแบบนี้ จะให้ใครช่วยยังไง? จะว่าปัญหาเป็นเพราะรัฐบาลไม่ดูแล องค์กรภาครัฐบกพร่องต่อหน้าที่? ผมว่าไม่หรอกครับ ปัญหามันมาจาก สังคมอ่อนแอ สังคมอ่อนแอก็มาจากคนในสังคมอ่อนแอ ... อ่อนแออย่างไร อ่านต่อข้างล่างนี้เลย

ผมอยากจะบอกว่า คนที่มีความเชื่อว่าปัญหาต่างๆ ในชีวิตตัวเองหรือในสังคม ต้องรอให้รัฐบาลมาแก้ ต้องรอให้องค์กรมาแก้ หรือบอกว่าปัญหาต่างๆ ในชีวิตตัวเอง ในประเทศเป็นเพราะรัฐบาลนี้ หรือเพราะรัฐบาลที่แล้ว

ใครที่เชื่อว่าการให้นายกออกจากตำแหน่ง หรือให้ใครเข้ามาเป็นนายกแทน หรือให้ทักษิณได้เป็นนายกต่ออีกหลายๆ ปี จะแก้ปัญหาต่างๆ ให้ประชาชน และประเทศชาติได้ทุกคน

ผมคิดว่าใครที่มีความเชื่อแบบนี้คงต้องผิดหวังไปตลอดชีวิต ใครที่ตั้งความหวังแบบนี้บอกได้เลยว่าจะผิดหวังแน่นอน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

ทางเดียวที่คนจะสามารถทำชีวิตตัวเองและสังคมให้ดีขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อตัวเองยอมรับผิดชอบต่อชีวิตตัวเอง และต่อสังคม (take responsibility) นั่นหมายความว่าปัญหาต่างๆ ในชีวิตถ้ายังโทษคนอื่น สิ่งรอบข้างนอกตัวต่างๆ ก็ไม่มีวันจะแก้อะไรได้หรอก เพราะมันเป็นการ give responsibility ให้คนอื่น *เป็นการลดอำนาจของตัวเอง* และฝากความหวังไว้กับสิ่งนอกกาย

มันเป็นทัศนคติของ "คนขี้แพ้" losers mindset

ตราบใดที่คนจนคิดว่าตัวเองจนเพราะรัฐบาลไม่ช่วยเหลือ ตราบใดที่คนในสังคมโทษว่าที่สังคมต่ำทรามเพราะรัฐบาลไม่ดูแล ตราบใดที่สังคมมีแต่โทษกันไปโทษกันมาแต่ไม่มีใครถือว่าเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของตัวเองที่จะแก้ปัญหาเหล่านั้น สังคมนี้ไม่ไปไหนหรอกครับ ย่ำอยู่กับที่อย่างนี้แหละ แล้วก็โทษกันไปโทษกันมา โทษสื่อบ้าง โทษรัฐบาลบ้าง โทษคนรวยบ้าง โทษนักการเมือง โทษกันอย่างเดียว .. แต่กลับมามองตัวเองกลับไม่ได้ทำอะไรเพื่อช่วยให้เรื่องที่กำลังบ่นๆ นั้นดีขึ้นเลย เพราะโดยพื้นฐานแล้ว ไม่ได้คิดเลยว่าเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของตัวเองเลยเหมือนกัน

ผมอยากจะบอกเลยว่าใครที่อ่านข้อความนี้ ปัญหาในชีวิตคุณและในสังคมของเรา มีแค่คุณเท่านั้นแหละ ที่จะแก้ได้

ปัญหาของสังคม มันต้องอาศัยทุกคน หรือส่วนใหญ่ของสังคม take responsibility ที่จะร่วมกันแก้ ไม่ใช่รอแต่ให้รัฐบาลมาทำให้ .. ถ้าเป็นงั้นต่อให้นายกเก่งขนาดไหนก็ไม่มีทางทำให้ประเทศนี้ดีขึ้นมาหรอก

สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำได้ และสำนึกในชีวิตประจำวันของทุกคนเป็นสิ่งที่จำเป็น โดยเฉพาะการอบรมเลี้ยงดูลูกให้เป็นคนดีและรู้จักรับผิดชอบและคิดตัดสินใจแก้ปัญหาเป็นนั้นสำคัญมาก - ปัญหาพื้นฐานของประเทศไทยจึงไม่ใช่ปัญหาของคนจนที่ถูกคนรวยรังแก หรือปัญหาของผู้นำประเทศที่ไม่ดีพอ หรือปัญหาระบบการศึกษาที่ไม่ได้เรื่อง - ไม่ใช่หรอกครับ มันเป็นปัญหาที่คนส่วนใหญ่ในสังคมไม่มีสำนึกต่อส่วนรวม ไม่มีสำนึกต่อประเทศชาติ และไม่รับผิดชอบในชีวิตตัวเอง เป็นปัญหาของสังคมที่คนที่มีปัญหารอแต่จะให้คนมาช่วย รอแต่จะให้คนมาแก้ปัญหาให้ ส่วนคนที่ไม่มีปัญหาก็ไม่มีสำนึกที่จะช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหา หรือช่วยในการแก้ปัญหา ส่วนคนที่เห็นคนทำผิดต่อส่วนรวมต่อหน้าต่อตาก็เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ไม่มีสำนึกที่จะทำอะไร

ผมเกิดที่ประเทศสหรัฐฯ และใช้ชีวิตที่ US 10 ปี ซึ่งจริงๆ ผมก็ไม่อยากยกต่างประเทศมาเปรียบเทียบ แต่เมื่อผมเปรียบเทียบคนไทยกับคนอเมริกัน มันค่อนข้างชัดเจนว่าคนอเมริกันโดยส่วนใหญ่มีสำนึกต่อส่วนรวมและประเทศชาติมากกว่าคนไทยโดยส่วนใหญ่ และคนอเมริกันโดยส่วนใหญ่จะไม่รอให้รัฐบาลมาแก้ปัญหาให้ หรือยอมรับสภาพที่เป็นอยู่โดยโทษว่าเป็นเพราะทางการไม่ช่วยเหลือ แต่จะรับผิดชอบชีวิตตัวเอง อีกทั้งการเลี้ยงดูลูกของคนอเมริกันจะไม่ใช่การเลี้ยงแบบโอ๋ๆ แบบทำให้ทุกอย่างแบบคนไทย แต่จะฝึกให้รับผิดชอบตัวเองตั้งแต่เด็กๆ และฝึกให้คิดตัดสินใจด้วยตัวเอง - ทั้งหมดนี้มันเลยเป็นเหตุผลที่ผมว่าค่อนข้างชัดเจนว่าทำไม US (และอีกหลายๆ ประเทศ) ถึงเจริญกว่า ขณะที่เมืองไทยนั้นย่ำอยู่กับที่

พอถึงจุดนี้ก็จะมีคนบอกว่า "ก็เจริญแต่ทางวัตถุละว้า" ... ผมว่าไม่จริงหรอก คุณดูหน้าข่าวหนังสือพิมพ์ของไทยทุกเช้า คุณคิดว่าไทยเป็นประเทศที่เจริญทางความคิดและจริยธรรมมากไหม? ทุกที่ก็ย่อมมีคนดีกับคนไม่ดีเหมือนกัน แต่ประเทศที่คนในสังคมส่วนใหญ่ไม่มีสำนึกต่อส่วนรวม คุณคงจะรู้ได้ทันทีว่าประเทศแบบไหนที่คนไม่ดีมีโอกาสได้ดีมากกว่ากัน

ผมเชื่อว่า ถ้าคนในสังคมโดยส่วนใหญ่เข้มแข็ง ต่อให้เอานายกที่ไม่ได้เรื่องที่สุดมาบริหารประเทศ ประเทศนั้นก็ยังเจริญได้


(18 สิงหาคม 2547)


เหตผลที่ประเทศไทยไม่เจริญ 2

เว้นช่วงมาพอสมควร หลังจาก "เหตุผลที่ไทยไม่เจริญ 1" จริงๆ ผมไม่ค่อยกล้าเขียนตอนต่อๆ ไปแล้ว เพราะกลัวจะถูกว่าอีกว่าถ้าไม่ชอบเมืองไทยก็ไม่ต้องมาอยู่ ดังนั้นจะขอสรุปหลายๆ ตอนที่ตั้งใจจะเขียนให้เหลือตอนนี้ตอนเดียวสรุปรวบยอดไปเลย

ถ้าดูดีๆ คุณจะเห็นว่าทุกข้อมันก็เชื่อมโยงถึงกันหมด

นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าไม่ดี:
- การไม่มีสำนึกและรับผิดชอบต่อส่วนรวม สังคม ประเทศชาติ: เวลาตัวเองไม่มีปัญหาแล้วไม่นึกถึงคนอื่น, ถ้าไม่ใช่ปัญหาตัวเองก็ไม่เดือดร้อน
- การไม่รับผิดชอบในชีวิตตัวเอง: พอตัวเองมีปัญหา จะคอยโทษคนอื่น เรียกร้องแต่ให้ส่วนรวมมาช่วย)
- ชอบโทษกันไปโทษกันมา: คนดีชอบแก้ไข คน...ชอบแก้ตัว (กับโทษคนอื่น) มัวแต่โทษกันอย่างเดียวแต่ไม่ร่วมกันแก้ปัญหา
- คิดไม่เป็น เนื่องจากระบบการศึกษา และการเลี้ยงลูกแบบ "ลูกต้องเชื่อพ่อแม่ครูบาอาจารย์" อย่างเดียว (เด็กเลยไม่ได้คิดอะไรเลย) (การศึกษาไทยเป็นการปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ของเด็กสุดๆ แล้ว ผมเรียน อนุบาล - ป.4 กลับมาเรียน ป.5 เมืองไทย แล้วตกใจมากๆ เด็กไม่มีส่วนร่วมเลย นั่งฟังอาจารย์อย่างเดียว)
- พอคิดไม่เป็น จึงไม่คิดเอง เชื่อคนอื่นง่าย เห็นใครที่ดูเหมือนจะมีวุฒิการศึกษา มีเงินมากๆ หรือเป็นนักข่าว ก็เชื่อง่าย (ประมาณว่า คิดว่าตัวเองมีการศึกษาไม่สูง คงคิดได้ไม่ดีเท่าเขาหรอก ในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกัน)
- ไม่ค่อยมีความคิดของตัวเองที่จะแยกแยะอะไรดีอะไรไม่ดี จึงชอบตามกระแสง่าย เช่นเรื่องวัยรุ่นกับปัญหาด้านเพศสัมพันธ์ และกระแสอื่นๆ ที่ไม่ดี ที่ถ้าคนที่เป็นกระแสคิดเองได้ดีกว่านี้ มันก็จะไม่เป็นกระแส
- เชื่อคนง่าย ทำให้ถูกปลุกระดมง่าย หรือชี้นำหลอกลวงง่าย เนื่องด้วยเหตุผลแบบเดียวกับ 2-3 ข้อก่อนหน้านี้
- เห็นเงินเป็นพระเจ้า แทนที่จะมองคนที่คุณธรรมความดีงาม หรือผลงาน เห็นใครรวยก็กราบไหว้บูชา ประกอบกับเรื่องเชื่อคนง่าย ทำให้คนที่มีเงินมากๆ ในไทยมีอิทธิพลสูงกว่าที่ควรจะเป็น
- นิสัยกลัวคนอื่นเด่นดังกว่าตัวเอง เห็นใครดี เด่น ดัง ก็จะต้องหาข้อเสีย ข้อไม่ดี มาพูด มาแฉ ประมาณว่าจะทำให้ตัวเองไม่รู้สึกด้อยเกินไปรึเปล่าไม่รู้
- กลัวคนไทยคนอื่นเด่นดังกว่าตัวเอง ถ้าเป็นคนไทยด้วยกัน ต้องขัดแข้งขัดขาหาทุกวิถีทาง ถึงแม้ว่าหลายๆ ครั้งจะไม่ได้มีผลกระทบกับชีวิตตัวเองด้วยซ้ำไป ประมาณว่าเห็นเขาได้ดีมากๆ แล้วรู้สึกชีวิตตัวเองต้อยต่ำเกินไปรึเปล่าไม่รู้
- ถึงแม้กับคนไทยด้วยกันจะแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น แต่ว่ากลับก้มหัวให้ฝรั่ง เชิดชูฝรั่ง เพราะความเข้าใจว่าฝรั่งมีเงินมาก (รวมกับประเด็นเห็นเงินเป็นพระเจ้า) แทนที่จะช่วยกันสนับสนุนคนไทยด้วยกัน และร่วมมือกันไปแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับฝรั่ง กับต่างประเทศ นี่ไม่เลย ให้เขามาเอาเปรียบเราเต็มๆ แล้วมาเอาเปรียบคนไทยด้วยกันอีก ผมเห็นประเทศอื่นที่เจริญแล้วมีแต่เขาจะช่วยกันปกป้องผลประโยชน์ของคนประเทศเดียวกัน รวมกับประเด็นไม่มีสำนึกต่อประเทศชาติ ประเทศไทยจึงมีพวกขายชาติ เยอะ
- ความที่ว่าเห็นฝรั่งดี จึงมักจะ import วัฒนธรรมของต่างชาติมา แต่ไม่ยอมแยกแยะระหว่างดีกับไม่ดี เป็นการเร่งความเร็วในการเสื่อมลงของสังคม
- ขาดความสามัคคี เนื่องจากนิสัยชอบแก่งแย่งกัน กับการขาดสำนึกต่อประเทศชาติ กับชอบโทษกันไปโทษกันมา กับอีกหลายข้อ แทนที่จะร่วมมือกัน กลับมองหาแต่ทางทำลายกัน
- สื่อ + ไม่สำนึกต่อส่วนรวม = สังคมถดถอย ... สื่อในปัจจุบันเป็นตัวช่วยทำลายสังคมอย่างมาก เพราะความไม่มีสำนึกต่อส่วนรวม ต้องการแค่เงิน ต้องการขายข่าว จึงต้องเขียนข่าวให้เกิดข่าว อะไรเล็กน้อยก็ต้องเอามาทำเป็นเรื่องใหญ่ คนจะได้สนใจ ต้องพาดหัวข่าวให้เกิดการกระทบกระทั่งระหว่างทั้งสองฝ่าย จะได้เกิดข่าวต่อเนื่อง... สื่อในปัจจุบันเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนมากของหลายๆ ประเด็นที่ผมเขียนมา เพราะในเนื้อหาการพาดหัวข่าวและการเขียนข่าวของเขา จะแสดงซึ่งนิสัยเหล่านี้ออกมา ... แต่จริงๆ สื่อที่ไม่มีสำนึกต่อส่วนรวม มันก็เป็นเพียงสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นมาจากสังคมที่ไม่มีสำนึกต่อส่วนรวม
- เมื่อรวมเรื่อง "เชื่อคนง่าย" กับสื่อที่ไม่สำนึกต่อส่วนรวม ทำให้ข่าวที่สื่อมั่วขึ้นมา หรือไม่มีแก่นสารอะไร คนก็กลับเชื่อว่าเป็นเรื่องใหญ่โต แทนที่สื่อจะให้ความสำคัญกับเรื่องสร้างสรรค์ ก็มักจะให้ความสำคัญกับเรื่องที่ไม่เกิดประโยชน์ สรุปว่าคนเลยชื่อว่าเรื่องไม่เกิดประโยชน์พวกนี้สำคัญกว่าเรื่องที่สร้างสรรค์
- พ่อแม่ไม่ใส่ใจดูแลให้เวลากับลูก และไม่เลี้ยงลูกให้รู้จักคิดเอง สถาบันครอบครัวอ่อนแอ เมื่อสถาบันขนาดเล็กสุดยังอ่อนแอ จึงทำให้เกิดปัญหาในสังคมต่างๆ นาๆ ซึ่งความรับผิดชอบนั้นต้องตกอยู่ที่ผู้ใหญ่รุ่นที่เป็นพ่อแม่ในปัจจุบัน ถ้ามองว่า คนรุ่นหลัง โตขึ้นมาภายในสังคมที่คนรุ่นก่อนสร้างขึ้น ดังนั้นคนรุ่นก่อนจึงต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่คนรุ่นหลังเป็นด้วย ไม่ใช่ไปโทษเด็ก ... เด็กไทยในปัจจุบันจึงเป็นคนที่น่าสงสาร เพราะถูกผู้ใหญ่กระทำ และเอาเปรียบ มองเด็กเป็นเพียง "ตลาดใหม่" ที่จะดูดเอาผลประโยชน์มาได้เท่านั้น (ประกอบกับประเด็นไม่สำนึกต่อส่วนรวม...)
- ปัจจุบันการแก้ปัญหาสังคมมักพุ่งเป้าไปที่ปลายเหตุ แต่จริงๆ จุดเริ่มต้นนั้นอยู่ที่การพัฒนาคนแต่ละคนในสังคมให้ถูกทาง ซึ่งคนแต่ละคนก็เริ่มจากการเป็นเด็ก ดังนั้นการพัฒนาสังคมเพื่ออนาคตที่ดี จึงน่าจะพุ่งตรงไปที่การพัฒนาเด็กรุ่นหลังให้ฉลาด คิดเองเป็น ซึ่งต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ทั้งระบบการศึกษา และมุมมองโดยรวมของสังคม ต่อเด็ก ว่าเป็น "อนาคตของชาติ" จริงๆ อย่างไร .. ทุกวันนี้เหมือนประเด็นนี้จะถูกลืมไป แต่จริงๆ แล้ว ....

จริงๆ แล้ว ประเด็นทั้งหมดนี้ ไม่ใช่ไม่มีใครรู้ ตรงกันข้าม หลายคนรู้ โดยเฉพาะกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ .. ใครๆ ก็รู้ หลายๆ ข้อ แต่ไม่มีใครคิดจะเปลี่ยน ... จริงๆ แล้วกลุ่มผลประโยชน์ไม่อยากเปลี่ยนแปลงประเด็นเหล่านี้หรอก คนไทยเป็นอย่างนี้แหละดีที่สุดแล้วสำหรับพวกเขา เพราะเมื่อเป็นอย่างนี้ เขาก็สบาย .. จะทำให้คนไทยมีความคิดของตัวเองไปทำไม จะทำให้คนไทยมีสำนึกต่อสังคมส่วนรวมประเทศชาติทำไม จะเปลี่ยนแปลงค่านิยมทางวัตถุไปทำไม จะให้คนไทยสนับสนุนกันทำไม ช่วยกันขัดขากันก็ดีแล้ว (กูจะได้ไม่ต้องไปขัดขาเอง) ... เห็นได้ชัดว่าทำไมสภาพของประเทศมันเอื้อต่อการให้คนพวกนี้อยู่อย่างสุขสบาย และคนในประเทศก็ไม่ค่อยสนใจด้วย เพราะบรรทัดแรกนั่นแหละ (ไม่สำนึกต่อส่วนรวม) ...

ในมุมมองการเมืองนิดนึง .. "กลุ่มผลประโยชน์" ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเฉพาะนักการเมือง และไม่ได้เจาะจงหมายถึงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะตอนนี้นักการเมืองทุกกลุ่มมันก็เป็น "กลุ่มผลประโยชน์" ทั้งนั้น

ประเด็นคือในระยะสั้น เราไม่สามารถทำอะไรกับ "กลุ่มผลประโยชน์" พวกนี้ได้หรอก ทำได้แค่เลือกมาซักกลุ่มนึง แต่ในระยะยาว เราอาจสามารถลด "อิทธิพล" ของกลุ่มผลประโยชน์พวกนี้ และต้องช่วยกันเปลี่ยนแปลงตัวเอง เปลี่ยนแปลงสังคมของเรา เลี้ยงลูกให้เป็นคนดี มีความคิดที่ดี และเปลี่ยนสิ่งไม่ดีเหล่านี้

แต่ถ้าประเทศไทยยังอยู่ในสภาพนี้ ผมว่าไม่เจริญแน่นอน .. จะเจริญก็เพียงวัตถุ [edit: ด้านวัตถุเจริญก็เฉพาะทางด้านการบริโภค แต่ด้านการสร้างสรรค์เทคโนโลยีของตัวเองก็ยังยากอยู่] แต่ด้านจิตใจจะถดถอย แล้วคุณอยากให้ลูกหลานต้องเจอกับสภาพแบบนี้เหรอ? ต้องช่วยกันครับ ช่วยกันเปลี่ยนแปลง

เห็นด้วยไม่เห็นด้วยอย่างไร? คุณคิดว่าผมประสาท หรือคุณคิดว่าประเทศไทยตอนนี้มันก็ดีอยู่แล้วไม่ได้เป็นอย่างที่ผมบอกซักหน่อย ก็บอกมาได้เลยครับ ...

(10 กันยายน 2547)

ทั้งหมดจากBlogของคุณชานนท์ในexteen.comครับ
//chanon.exteen.com/


Create Date : 16 กรกฎาคม 2549
Last Update : 27 กรกฎาคม 2549 21:35:22 น. 11 comments
Counter : 333 Pageviews.

 
ดิฉันเห็นด้วยกับคุณทุกอย่าง และขอขอบคุณที่คุณวิเคราะห์ปัญหาให้เห็นอย่างละเอียดลึกซึ้ง คุณจะทำได้หรือทำไม่ได้ก็แล้วแต่ ถือว่าคุณมีความรับผิดชอบต่อสังึคมแล้ว (บางคนพูดว่าพูดไปทำไปก็เท่านั้น.....อยู่เฉย ๆ ดีกว่า) ในฐานะที่ดิฉันเป็นครูตอนนี้ที่รัฐบาลเปลี่ยนหลักสูตรใหม่ก็เห็นด้วย แต่คิดว่าสังคมยังตามไม่ทัน เยาวชนเรายังไม่พร้อม แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่เปลี่ยนนะคะ ต้องเปลี่ยนแน่แต่จะให้ทันใจคงไม่ได้ ต้องแก้ที่ครอบครัวก่อนเหมือนคุณว่านั่นแหละเด็กต้องหล่อหลอมมาจากครอบครัวก่อน ส่วนหนึ่งทำได้เพราะครอบครัวพร้อม เด็กคิดเป็น มีเหตุผล มีมารยาท แต่เด็กส่วนหนึ่งไม่รับผิดชอบ ไม่คิด คอยแต่เป็นผู้บริโภค (ความรู้) อย่างเดียว สร้างเองไม่เป็น หรือไม่หากให้คิดเองก็ออกมาทางข้าง ๆ คู ๆ ไม่มีมารยาท ออกนอกเรื่อง เล่นมากกว่าจริง ครูเลยเป็นภาระมากมายในสมัยนี้ ไม่ใช่ว่าจะปฏิเสธภาระ แต่คุณลองคิดดูแล้วกันว่าครูนอกจากจะสอนหนังสือเป็นรายชั่วโมงแล้ว (โดยเฉลี่ยประมาณ 4 ชั่วโมงต่อวัน) ครูยังต้องทำเอกสารเท่ากับ office หนึ่งเลยทีเดียว คนปกติทำงานวันละ ประมาณ 8 ชั่วโมง ครูสอนหนังสือซะ 4 ชั่วโมง อีก 4 ที่เหลือ ไหนจะต้องตรวจงาน เตรียมการสอน ยืนเวร ทำงานกิจกรรมพิเศษ ตรวจการบ้านตรวจแบบฝึกหัด กรอกรายการลงในสมุดรายงาน ต่าง ๆ อีกมากมาย คุณคิดดูก็แล้วกันว่าครูทำงานวันละกี่ชั่วโมง เอ.............นี่กลายเป็นว่าเอาเรื่องส่วนตัวมาพูดหรือเปล่า..ถ้าคุณคิดอย่างนั้นก็ขอโทษด้วยค่ะ
ทีนี้จะมาพูดเรื่องปัญหาพื้นฐานที่อยู่ในครอบครัวจของเด็กนี่ ........ โอ........เยอะมาก .........
สังคมเราเป็นสังคมเหมือนที่คุณว่าทุกประการ แต่ที่สำคัญเรามักจะบอกว่านักการเมืองนี่ต้องเข้ามารับใช้ .......นี่ดิฉันคิดว่าเราผิดตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว ทำอย่างไรเราจึงจะปลูกฝังว่านักการเมืองเป็นผู้นำเราเป็นผู้ที่เดินไปด้วยกันไปพร้อม ๆ กัน แต่เขานำหน้าก็เท่านั้น ถ้าเรายังเปลี่ยนเรื่องนี้ไม่สำเร็จ มันก็จะเป็นอยู่อย่างที่คุณว่า ไม่มีทางสำเร็จ คุณคิดดูว่ารัฐบาลทุกรัฐบาลลงอย่างเจ็บปวดทั้งนั้น ก็....ขอแค่นี้นะคะ ขอบคุณสำหรับอาหารสมองที่คิดให้บริโภคในวันนี้ด้วย ขอบคุณค่ะ


โดย: ทวีวรรณ IP: 124.121.110.48 วันที่: 16 กรกฎาคม 2549 เวลา:10:10:47 น.  

 
ผมเข้ามาเพราะคุณตั้งหัวเรื่องได้ดึงดูดใจ ตั้งใจเข้ามาหาความรู้ครับ ขอบคุณสำหรับความรู้ที่ได้ มีเหตุมีผล แจกแจงได้ดีครับ เรื่องการไม่ค่อยกล้าแสดงความเห็นของคนไทย ผมคิดว่าส่วนหนึ่งเกิดขึ้นตอนเป็นเด็ก ครูและสังคมไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของเด็ก ถามครูๆบางคนก็โกรธ ครูถามตอบผิดก็ถูกตี เด็กจึงไม่ค่อยกล้าออกความคิดเห็น ออกความคิดเห็นมากก็ผิดมากโอกาสถูกลงโทษก็มาก การเรียนสมัยก่อนเน้นการท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทองทำให้เด็กคิดไม่เป็น


โดย: วัช IP: 124.120.164.247 วันที่: 16 กรกฎาคม 2549 เวลา:17:47:01 น.  

 
Like once J F Kennedy said "don't ask what the country do for you but what you can do for the country" I don't remember exactly the words but in the same meaning.


โดย: SPFC IP: 124.120.129.54 วันที่: 16 กรกฎาคม 2549 เวลา:20:12:36 น.  

 
สิ่งที่คุณกล่าวมา มีความจริง 60-70 % ที่กล่าวเช่นนี้ภาพมันชัดได้แค่นั้น แต่ความจริงของสังคม มีสิ่งที่ยังไม่ร้อีกมาก ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาในทางปกครองและมันมีระบบเศรษฐกิจที่ผ้ไปร่ำเรียนมาจากหลาย ๆ สำนักแล้วผลัดกันเชิดชูชื่นชม ในผลงานที่ตนไปเรียน บางคนเกิดเมืองไทยอย่เมืองไทยตั้งแต่เล็กเรียนหนังสือในประเทไทยไม่รอดเอาแต่เกเร พ่อแม่ส่งไปเรียนต่างประเทศ ไปรับเอาอารยธรรมต่าง ๆ ของประเทศนั้น ๆ หรือที่ตนเองพอมีความร้ไม่ว่าจะปริญญาห้องแถวหรือมหาวิทยาลังต่าง ๆ ก็ตาม นำมาใช้ในประเทศไทย ซึ่งมีระบบเกื้อกูลอุปถัมภ์กันไปอุปถัมภ์กันมา จนเกิดระบบหอคอยงาช้าง เหยียบพื้นดินไม่เป็น ติดค้างหนี้บุญคุณชดใช้ไม่หมดสิ้นในชาตินี้หรือชาติหน้าแถมบุญคุณต้องทดแทนไปยังรุ่นลูกรุ่นหลานด้วย จึงเกิดวงจรวัฏจักร ปกป้องผลประโยชน์ส่วนตนและส่วนพวกพ้อง เมื่อมีกำลังที่แข็งแกร่งกว่าผ้อ่อนแอ จึงทำให้เกิดการกดขี่ทางชนชั้น ซึ่งในชนชั้นล่างจะถูกเอารัดเอาเปรียบอย่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะในทางกฎหมายหรือปัจจัยในทางเศรษฐกิจ ตัวอย่างคนมีเงินสามารถซื้อรถยนตร์ยุโรปราคาแพง ๆ กินน้ำมันมาก ๆ มาให้ในถนนกับคนที่มีเงินเหมือนกัน แต่ว่าน้อยซื้อรถยนตร์ญีปุ่นใช้น้ำมันน้อย แน่นอนที่สุดคนที่มีศักยภาพในการใช้น้ำมันมีสิทธ์ใช้ทรัพยากรมากกว่า นี่คือตัวอย่างง่าย ๆ เมื่อทรัพยากรมีน้อยจำกัดไว้เพียงจำนวนหนึ่ง คนใช้รถยุโรป 1 คัน กินน้ำมันเป็น 3-4 เท่าของผ้ใช้รถญี่ปุ่น จึงเป็นข้อแตกต่าง คนปลูกบ้านหลังใหญ่โตใช้ไฟฟ้าวัสดุในการก่อสร้าง กับผ้สร้างบ้านหลังเล็กใช้ไฟฟ้าน้อยกว่าดังนี้เป็นต้น ผมจึงเห็นด้วยกับคุณเกือยทั้งหมดแต่ไม่หมดเพราะมันมีปัจจัยอื่นตามที่ผมกล่าวมาเพียงเล็กน้อย จะโทษใครครับ โทษที่มีเงินกับที่ไม่มีเงินก็ไม่ได้จึงเป็นปัญหาคาอกที่นับวันแต่จะยอกขึ้นทุกวัน ผมจึงขอโทษเรื่องการเอารัดเอาเปรียบไม่มีความพอเพียงหรือความพอดีซึ่งเป็นกิเลสในฝ่ายที่ทยานอยากหรือเป็นอวิชชา ตรายใดที่สังคมยังยกย่องคนมีเงิน มีฐานะบรรดาศักดิ์ แม้จะไม่มีความดีก็ตามหรืออาจจะปิดบังซ่อนเร้นความชั่วเอาไว้และเทิดทูนจนเป็นกลุ่มชนที่ผยองลำพองตัวเองตลอดมาเช่นนี้
จึงไม่อาจแก้ไขสังคมที่ขาดจริยธรรม มโนธรรมในทุก ๆ ด้าน สังคมเราแก่เกินไปหรือเปล่าจึงดัดยาก ?


โดย: ตะแบกริมกรุง IP: 58.9.122.200 วันที่: 17 กรกฎาคม 2549 เวลา:10:45:28 น.  

 
เราว่านี่เป็นสิ่งที่ทุกคนรู้อยู่แล้วและพยายามแก้ไข แต่ไม่มีใครจริงจังกับปัญหาอย่างนี้ ปัญหาเลยสะสมมาเรื่อย ๆ
การเรียนการสอนของต่างประเทศนั้นเป็นแบบ Children Center หรือ บางคนเรียกว่า student center ซึ่งหมายถึงให้นักเรียนเป็นศูนย์กลาง ออกความคิดเห็นให้ครูฟัง โดยที่ไม่จำเป็นต้องเชื่อหนังสือ หรือ สิ่งที่ครูสอนเสมอไป มีหลายโรงเรียนที่พยามยามทำแบบนี้แต่ไม่สำเร็จเนื่องจากตัวอาจารย์เองมักยึดเอาตัวเองเป็นหลัก ประมาณว่าฉันเป็นครู ถึงเธอออกความเห็นอะไรมา ฉันก็จะให้สิ่งที่ฉันสอนถูกอยู่ดี ทำให้มันไม่ประสบความสำเร็จในเมืองไทยเท่าไหร่ อีกอย่างการสอนแนวนี้มักจะใช้กับนักเรียนที่โตแล้วอย่าง ม.ปลาย หรือ มหาวิทยาลัย ทำให้เด็ก ๆ ซึ่งเคยเรียนมาแบบฟังครูอย่างเดียว ไม่มีความกล้าที่จะออกความคิดเห็นของตัวเอง บางคนกลัวออกความเห็นแล้วผิด บางคนอายเพื่อน เห็นเพื่อนไม่ออกความเห็นก็เลยไม่ออก ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องน่าอายซักนิด.. มีอาจารย์ท่านหนึ่งเป็นฝรั่ง ชื่อว่า อาจารย์ Tom เคยสอนเราอยู่ที่ มศว. ประสานมิตร (ตอนนี้ท่านออกเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ต่างประเทศแล้ว) เค้าจะสอนเราแบบให้เราคิดเอง คุณเอาหนังสือไปอ่านเรื่องนึงแล้วมา discuss กัน ซึ่งช่วยได้มากในการเรียน นักเรียน กับ อาจารย์ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันจริง ๆ ซึ่งบางครั้งสิ่งที่นักเรียนมองก็ทำให้อาจารย์ได้มุมมองที่ต่างไป


โดย: sherry_hana IP: 58.136.84.138 วันที่: 18 กรกฎาคม 2549 เวลา:14:02:50 น.  

 
เป็นกระทู้ที่น่าสนใจ แต่การปรับเปลี่ยนระบบการศึกษา ก็คงต้องพัฒนาผู้ที่เป็นต้นแบบด้วย การเรียนแบบตะวันตกและการกล้าคิด กล้าแสดงออกนั้นดี แต่ก็ต้องมีการชี้แนะ อีกทั้งควรเน้นด้านศีลธรรมและจริยธรรมควบคู่กันไปกับสังคมไทยของเรา


โดย: LEELA IP: 203.118.123.217 วันที่: 18 กรกฎาคม 2549 เวลา:20:49:46 น.  

 
ผมเห็นด้วยกับคุณนะโดยเฉพาะในเรื่องระบบการศึกษาไทย มันต้องมีการพํฒนาบ้างทุกวันนี้ผมว่าคนไทยเราเรียนมากไป ( เรียนมากแต่นำไปใช้ไม่ได้จริง )


โดย: เอ็ม IP: 203.118.111.167 วันที่: 19 กรกฎาคม 2549 เวลา:9:33:12 น.  

 
//lantip.com/Webboard/topic.aspx?id=ww1686#1


โดย: อยากให้อ่าน IP: 124.121.89.131 วันที่: 22 กรกฎาคม 2549 เวลา:23:49:10 น.  

 
พระพุทธเจ้าสอนว่า ไม่เชื่อถึงแม้ว่าคนสอนเป็นครูของเรา ให้เราใช้ความคิดของตัวเองพิจารณาว่าสิ่งที่สอนเป็นไปได้หรือไม่ ครูจะอ้างตัวเองว่างานเยอะ ไม่มีเวลาปรับเปลี่ยนหลักสูตร ก็ไม่ถูก งานทุกอย่างทุกอาชีพ จะว่าไปแล้ว ไม่มีใครบอกว่างานน้อย จะเป็นภารโรงก็งานแยะเหมือนกัน แต่ภารโรงก็มีสิทธิที่จะปรับปรุงงานทำความสะอาดได้เหมือนกัน ทำอย่างไรจะทำให้เวลามีประสิทธิภาพมากขึ้น ครูต้องปรับตัวตามสภาพของเวลา จะใช้การสอนแบบเดิมๆ กับเด็กรุ่นใหม่ ไม่ถูกต้อง จะอ้างว่าตัวเองตัองมีการตรวจการบ้าน เตรียมการสอน งานเยอะ ไม่น่าจะเป็นคำพูดออกจากปากครู ครูเป็นด่านแรกที่พบเด็ก เป็นด่านแรกที่เปิดโลกให้เด็ก ถ้าครูใช้เวลาอย่างฉลาด หรืออย่างที่เค้าว่า ทำงานเก่งไม่พอ ต้องทำงานฉลาดด้วย งานตรวจการบ้าน เตรียมการสอน แทบจะไม่ต้องใช้เวลามากเลย

ขอให้ครูทุกคนทำตัวเป็นครูจริงๆ เป็นครูด้วยใจ เป็นครูด้วยจิตวิญญาณ เป็นครูด้วยสำนึก เด็กๆ ตาดำ นั่งรอเรียน นั่งรออาหารสมอง ช่วยสอนพวกเค้าด้วย เพราะว่าวันหนึ่งพวกเค้าจะกลับมาพัฒนาประเทศชาติให้เจริญ พวกเค้าจะมีความคิดเป็นของตัวเอง พวกเค้าจะมีสายตากว้างไกล ไม่ตกเป็นเหยื่อของใครง่ายๆ อย่างกับพวกไปนั่งฟังพันธมิตรให้ความรู้ที่ไม่ถูกต้อง ทำให้ต้องตกเป็นเหยื่อของกลุ่มพันธมิตรอย่างที่เราเห็นในวันนี้


โดย: ไม่ชอบพันธมิตร IP: 70.116.28.36 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2551 เวลา:14:40:13 น.  

 
จากข้อความที่คุณเขียนหนูรู้สึก ขอยำว่ารู้สึก มันยาวมาก ๆ แล้วหนูต้องการข้อมูลเชิงวิจัยจริง ๆว่า มีสาเหตุมาจากอะไร และอยากให้คนทั้งประเทศเข้ามาอ่านข้อความนี้ เพื่อที่จะได้ข้อคิดกลับไปคิดบ้างว่าตนเองมีส่วนหรือไม่ที่ทำให้แผ่นดิน ถิ่นขวานทองผืนนี้กลายเป็นขวานสีเลือดของคนที่อาศัยอยู่ร่วมกันมาช้านาน เป็นพี่ เป็นน้องกันทั้งประเทศ ช่างไม่มีจิตสำนึกจริงๆ จนไม่รู้ว่าตอนนี้ประเทศกำลังจะโดนยึดครองโดยชาวต่างชาติ ขอบคุณที่นั่งอ่านข้อความนี้นะคะ

หนูน้อยหมวกอก้วต้องรีบไปช่วยสังสมไทยก่วนคะ

พบกันใหม่โอกาศหน้า


โดย: หนูน้อยหมวกแก้ว IP: 119.42.78.6 วันที่: 26 กรกฎาคม 2552 เวลา:15:01:28 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆที่ทำให้ได้เรื่องมากขึ้นค่ะ


โดย: เจ็ทซี่ IP: 202.12.97.121 วันที่: 3 สิงหาคม 2552 เวลา:12:33:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.