ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง
สังคมไทยกับวาทกรรมที่น่าเบื่อ

คอลัมน์ : ประชาทรรศน์วิชาการ

บทนำ
ในรอบ 3-4 ปีมานี้ นักวิชาการและพันธมิตรฯ มักจะนำเสนอ “วาทกรรม” หรือ “ถ้อยคำ”แปลกๆ ใหม่ๆ ที่ฟังผิวเผินแล้วดูดี ขลัง น่าสนใจ ชวนติดตาม ฯลฯ ต่อสังคมไทย ตัวอย่างของวาทกรรมหรือถ้อยคำเหล่านี้ ได้แก่ “ตุลาการภิวัตน์” “อารยะขัดขืน” “ขาดความชอบธรรม” “การใช้สิทธิชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ” “ห้ามใช้ความรุนแรง” “การเมืองภาคประชาชน” และล่าสุด “การเมืองใหม่” การเสนอวาทกรรมหรือถ้อยคำที่ฟังดูดีนั้นถูกนำเสนอและผลิตซ้ำไปมาบ่อยๆ

ซึ่งหากพิจารณาตั้งคำถามลงไปในรายละเอียดจริงๆ แล้ว ผู้พูดก็ไม่แน่ใจหรือไม่ทราบว่าความหมายที่แท้จริงของคำดังกล่าวคืออะไร แต่ดูเหมือนหลายครั้ง ผู้พูดพูดเพราะกระแส หรือดูเท่ และเมื่อมีการผลิตซ้ำกันบ่อย ๆ หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่า “กรอกหู” ทุกวี่ทุกวันเเล้ว ก็ส่งผลให้ประชาชนกลุ่มหนึ่งนำไปอ้างต่อๆ กันไปแบบเฮโลสาละพาจนกลายเป็นกระแสขึ้นมา สังคมไทยเป็นสังคมโหนกระแสอยู่แล้ว จึงไม่แปลกที่มักจะมีการนำไปอ้างอย่างพร่ำเพรื่อ แม้ว่าคนอ้างจะไม่รู้ความหมายที่แท้จริงของคำนั้นก็ตาม

การที่ผมได้ยินถ้อยคำที่กล่าวมาข้างต้นทุกวี่ทุกวันตามสื่อต่างๆ จนผมรู้สึกว่า วาทกรรมหรือถ้อยคำประเภท “ตุลาการภิวัตน์” “อารยะขัดขืน” “การใช้สิทธิชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ” “การเมืองภาคประชาชน” และ “การเมืองใหม่” นั้น มิได้เป็นอะไรมากกว่า “ถ้อยคำที่พูดติดปากจนน่าเบื่อ” (clich?) ไปอย่างนั้นเอง เเต่ผลร้ายที่ตามมาซึ่งผู้พูดจะตระหนักหรือไม่ก็สุดแท้ คือวาทกรรมหรือถ้อยคำเหล่านี้ ได้มีส่วนทำลายความสงบเรียบร้อยและบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตยรวมทั้งกระบวน การยุติธรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม

ผมขอยกตัวอย่างการใช้วาทกรรมที่น่าเบื่อเหล่านี้ ดังนี้
1. การห้ามใช้ความรุนเเรง (Non-violence)
ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดและเข้ากับสถานการณ์บ้านเมืองในเวลานี้คือ การใช้วาทกรรมเรื่อง ห้ามใช้ความรุนแรง (Non violence) ในการสลายการชุมนุม โดยหลังจากเกิดเหตุการณ์การสลายผู้ชุมนุม บรรดาองค์กรทั้งหลายต่างพากันประณามและการใช้วาทกรรมห้ามใช้ความรุนแรงอย่าง ถี่ยิบ โดยที่ผู้ประณามเองมองข้ามการกระทำของกลุ่มพันธมิตรฯ ว่ามีส่วนในการทำให้เกิดความรุนแรงดังกล่าวด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการปลุกระดม การยั่วยุ การพาผู้ชุมนุมไปยึดทำเนียบ และไปปิดล้อมรัฐสภาอีก ไม่มีประเทศใดในโลกที่ยอมให้ผู้ชุมนุมปิดล้อมสถานที่สำคัญของราชการอย่าง ทำเนียบรัฐบาล หรือรัฐสภา กฎหมายการชุมนุมของหลายประเทศกำหนดว่า ผู้ชุมนุมต้องชุมนุมห่างจากสถานที่ราชการเป็นระยะห่างไม่น้อยกว่า 150 เมตร หรือ 300 เมตรบ้าง หรือกฎหมายการชุมนุมของเนเธอร์แลนด์บัญญัติว่า หากมีการชุมนุมในลักษณะเป็นการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษาศาลโลก ก็ดี เจ้าหน้าที่ของสถานทูตและกงสุลก็ดี เจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศก็ดี เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสลายการชุมนุมได้ทันที เป็นต้น ที่ผ่านมา รัฐบาลได้อะลุ่มอล่วยแก่กลุ่มพันธมิตรฯ มากแล้ว ถึงกับยอมให้กลุ่มพันธมิตรฯ ยึดทำเนียบรัฐบาลเป็นเวลานานร่วม 4 เดือน เเต่คราวนี้กลุ่มพันธมิตรฯ ปิดล้อมรัฐสภาอีก

การที่กลุ่มองค์กรต่างๆ มากมายได้ประณามการใช้แก๊สน้ำตา เพื่อสลายผู้ชุมนุมโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น มีข้อสงสัยว่า ทำไมไม่มีใครประณามผู้ชุมนุมที่ใช้ความรุนแรง โดยการทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำไมไม่มีใครตั้งคำถามหรือสงสัยว่า ทำไมผู้ชุมนุมต้องไปชุมนุมหน้ารัฐสภาเพื่อขัดขวางมิให้คณะรัฐมนตรีแถลง นโยบายต่อสภาได้ทั้งๆ ที่ การแถลงนโยบายเป็นภารกิจที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ประเด็นมีว่า มาตรการการใช้แก๊สน้ำตานั้น เป็นมาตรการที่สมควรแก่เหตุหรือไม่ การพิจารณาว่ามาตรการใดสมควรแก่เหตุหรือไม่นั้น ให้พิจารณาว่ามีมาตรการอื่นๆ ที่ยังเปิดช่องให้ทำได้หรือไม่ โดยมาตรการเช่นว่านั้น หากใช้แล้วก็จะบรรลุวัตถุประสงค์ ซึ่งในที่นี้คือการเปิดทางเข้าสู่รัฐสภา

แต่หากพบว่าไม่มีมาตรการอื่นใดที่ยังหลงเหลืออยู่พอที่จะให้บรรลุเป้าหมาย การใช้มาตรการดังกล่าวก็ไม่ถือว่าเกินสมควรแก่เหตุ หมายความว่า หากเจ้าหน้าที่พูดจาหว่านล้อมให้กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงยอมให้เปิดทางเข้าสู่ สภาแล้ว แต่มาตรการเจรจาไม่ได้ผล อีกทั้งไม่มีมาตรการอื่นใดที่เปิดช่องให้ทำได้ ยกเว้นการใช้แก๊สน้ำตา มิฉะนั้น เป้าหมายคือการเปิดทางเข้าสู่สภาไม่อาจทำได้ การใช้แก๊สน้ำตาถือว่าเป็นมาตรการที่สมควรแก่เหตุ ในประเทศฝรั่งเศส ตำรวจสามารถเลือกใช้มาตรการต่างๆ เพื่อควบคุมความเป็นระเบียบเรียบร้อยของการชุมนุม

โดยขึ้นอยู่กับระดับของความรุนแรง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจใช้ไม้กระบอง (Batons) การฉีดน้ำที่เรียกว่า water cannon และแก๊สน้ำตา (Tear gas) ส่วนกระสุนยาง (Rubber bullets) นั้น เป็นที่ยอมรับในระดับหนึ่ง แต่ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากเป็นอันตรายหากมีการยิงด้วยระยะใกล้1

คำถามมีว่า ทำไมผู้ประณามการใช้แก๊สน้ำตาเพื่อสลายการชุมนุมนี้ ไม่เคยเห็นตำรวจใช้แก๊สน้ำตา หรือบางครั้งใช้กระบอง หรือกระสุนยาง หรือน้ำฉีดในต่างประเทศอีกหลายประเทศดอกหรืออย่างที่ตำรวจต่างประเทศสลายการ ชุมนุมหรือประท้วงของพวกฮูลิแกน ในประเทศอังกฤษ และอิตาลี หรือการสลายผู้ชุมนุมของพวกต่อต้านโลกาภิวัตน์ในประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้น หรือผู้ประณามกำลังจะบอกว่า ต่างประเทศมีมาตรฐานในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนต่ำกว่าประเทศสารขัน หรือมาตรการในการสลายผู้ชุมนุมของต่างประเทศไม่ได้มาตรฐานสากลกระนั้นหรือ หรือไม่ว่าผู้ชุมนุมจะประท้วงชุมนุมอย่างไรก็ได้ ที่ไหนก็ได้ ยาวนานเท่าไหร่ก็ได้ สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นได้ โดยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยไม่สามารถสลายผู้ชุมนุมได้เลยกระนั้นหรือ

ประเด็นหนึ่งที่ผู้ประณามหยิบมาเป็นประเด็นโจมตีการทำหน้าที่ของตำรวจ และใช้เป็นข้ออ้างในการทำลายความชอบธรรมของรัฐบาลก็คือ การสลายผู้ชุมนุมครั้งนี้ยังผลให้มีคนตายสองคน บาดเจ็บอีกกว่าหลายร้อยคน แต่ภาพและข่าวที่ปรากฏรวมทั้งคำชี้แจงของ รอง.บช.น พบว่า การยิงแก๊สหรือขว้างแก๊สน้ำตานั้น ไม่มีอานุภาพเพียงพอที่จะทำให้อวัยวะส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายฉีกขาด การฉีกขาดของขาผู้ชุมนุมน่าจะเกิดจากการนำระเบิดปิงปองติดตัวไปเอง หรือกรณีคาร์บอมบ์ที่หน้าพรรคชาติไทยนั้น มีการพิสูจน์ได้ว่าเป็นหนึ่งในแกนนำของกลุ่มพันธมิตรฯ เอง หรือกรณีที่มีการขับรถชนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ข้อเท็จจริงเหล่านี้ สื่อ และบรรดาองค์กรต่างๆ ต่างพากันนิ่งเงียบไม่หยิบมากล่าวถึงเลย

อย่างไรก็ดี เพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ผมเห็นว่าประเด็นนี้รัฐบาลควรตั้งคณะกรรมาธิการค้นหาข้อเท็จจริงที่เรียกว่า Fact Finding Committee ขึ้นมาเพื่อค้นหาข้อเท็จจริงให้เป็นที่ยุติว่าใครเป็นผู้ก่อความรุนเเรงขึ้น มา

2. การชุมนุมโดยสงบเเละปราศจากอาวุธ
ผู้ชุมนุมมักจะอ้างอยู่บ่อยๆ ว่าการชุมนุมของตนได้เข้าเงื่อนไขการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญคือเป็นไปโดยความ สงบเเละปราศจากอาวุธ ประเด็นก็คือคำว่า “โดยสงบ” (Peaceful) นั้น มีความหมายว่าอย่างไร ผู้ชุมนุมเเละประชาชนกลุ่มหนึ่งอาจคิดเอาเองว่า คำว่า “โดยสงบ” นั้น หมายถึง การชุมนุมอยู่ ณ สถานที่แห่งใดแห่งหนึ่ง หรือการเดินขบวนเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเป็นแนวแถว

โดยไม่มีการโห่ร้องอะไรทำนองนี้ แต่ผมคิดว่า คำว่า “โดยสงบ” นั้น มิได้จำกัดเพียงแค่กิริยาท่าทางภายนอก แม้การชุมนุมหรือเดินขบวนจะเป็นไปด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อยไม่แตกแถว เพราะเชื่อฟังคำสั่งของแกน นำอย่างเคร่งครัด แต่การพิจารณาว่าการชุมนุมหรือการเดินขบวนนั้น มีลักษณะโดยสงบหรือไม่ต้องคำนึงถึงเงื่อนไขอย่างอื่นประกอบด้วย เช่น เงื่อนไขด้านสถานที่ เงื่อนไขด้านเวลาที่กำลังมีการชุมนุม เเละองค์ประกอบอย่างอื่น โดยในแง่ของเงื่อนไขด้านสถานที่ หากมีการชุมนุมหรือเดินขบวนไปยังสถานที่บางแห่ง เช่น สถานที่สำคัญของการบริหารราชการแผ่นดิน ศาล โรงพยาบาล รวมทั้งสถานที่เป็นอันตรายโดยสภาพ เช่น สถานีโรงกลั่นน้ำมัน คลังสรรพาวุธ เป็นต้น

หรือในเเง่เงื่อนไขของเวลาก็ต้องมีการพิจารณาว่าเวลาขณะที่มีการชุมนุมนั้น มีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใด เช่น มีการชุมนุมในยามวิกาล (กฎหมายการชุมนุมของบางประเทศกำหนดว่าห้ามมีการชุมนุมหลังเวลา 5 ทุ่ม หรือ 3 ทุ่ม) หรือไม่ นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณาองค์ประกอบอื่นๆ ประกอบกันด้วย เช่น กฎหมายว่าด้วยความสงบเรียบร้อยของอังกฤษห้ามมิให้ผู้ชุมนุมแสดงกิริยาอาการ หรือแสดงสัญลักษณ์ทางการเมือง ศาลอังกฤษเคยตัดสินว่า ผู้ชุมนุมแสดงกิริยาเคารพแบบฮิตเลอร์นั้น เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ดังนั้น การที่กลุ่มผู้ชุมนุมใช้รถติดภาพนำจับของอดีตนายกฯ เเละภริยาในลักษณะเชิงประจานนั้นจะเข้าข่ายเป็นการยั่วยุอีกฝ่ายหนึ่งหรือ ไม่ เป็นประเด็นที่น่าคิด

ด้วยเหตุนี้ การพิจารณาเงื่อนไขด้านสถานที่ เวลา และองค์ประกอบอื่นประกอบกัน น่าจะเป็นเกณฑ์ในการประเมินได้ว่า การชุมนุมหรือการเดินขบวนของผู้ชุมนุมนั้นเป็นไปโดยสงบหรือไม่ แต่เนื่องจากประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายการชุมนุมโดยตรง จึงปล่อยให้ผู้ชุมนุมต่างอ้างสิทธิชุมนุมกันอย่างไร้ขอบเขต โดยอ้างแต่คำว่า “โดยสงบและปราศจากอาวุธ” เป็นสรณะ โดยคิดเอาเองว่า หากตนเองชุมนุมโดยสงบและไม่มีอาวุธแล้ว จะชุมนุมหรือปิดล้อมที่ใดก็ได้ทุกแห่งในประเทศไทย การใช้ตรรกแบบนี้เป็นการใช้ตรรกะที่ผิด หากสังคมไทยยอมรับให้มีการอ้างสิทธิการชุมนุมเช่นนี้ได้ กลุ่มอื่น เช่น นปก. ก็ย่อมใช้ตรรกแบบเดียวกัน ทำอย่างที่พันธมิตรฯ ทำบ้าง ยกตัวอย่าง เช่น นปก. ชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธโดยยึดหรือปิดล้อมที่ทำการของศาลรัฐธรรมนูญ

หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคพลังประชาชน โดย นปก. อ้างว่าศาลรัฐธรรมนูญหมดความชอบธรรม เพราะมีตุลาการบางท่านเป็น “ลูกจ้าง” ทำให้ขาดคุณสมบัติ หรือ นปก. อาจปิดล้อมที่ทำการของ ป.ป.ช. โดยอ้างว่า ป.ป.ช. ขาดความชอบธรรมเพราะไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ หรือ นปก. อาจปิดล้อมที่ทำการของพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากขาดความชอบธรรมในฐานะที่เป็นพรรคการเมือง เพราะไม่ยอมปฏิบัติหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้านหรือไม่ยอมรักษาระบอบประชาธิปไตย แบบรัฐสภา หรือข้ออ้างอีกสารพัดที่ นปก. จะอ้างในอนาคต

คำถามมีว่าสังคมไทยพร้อมที่จะเจอกับวิธีการแบบนี้หรือไม่ การประณามรัฐบาลเพียงอย่างเดียวโดยละเว้นที่จะไม่กล่าวถึงพันธมิตรฯ (ไม่ต้องพูดถึงเรื่องประณามกลุ่มพันธมิตรฯ เพราะสื่อและบรรดานักวิชาการต่างสนับสนุนอยู่แล้ว) อาจดูเหมือนว่า สังคมไทยรักสันติ เกลียดชังความรุนแรง ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา

แต่หากพิจารณาในเบื้องลึกลงไปแล้ว สังคมไทยโดยเฉพาะพวกชนชั้นกลาง และกลุ่มนักวิชาการกลุ่มหนึ่งเป็นพวก “มือถือสากปากถือศีล” (Hypocrite) ที่เห็นความรุนแรงเฉพาะภาครัฐ แต่แสร้งทำเป็นมองไม่เห็น กรณีที่พันธมิตรฯ ใช้ความรุนแรง การแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นของคนกลุ่มนี้ย่อมส่งผลให้สังคมไทยได้บั่น ทอนกระบวนการยุติธรรม กำลังทำลายหลักกฎหมายอื่นๆ อีกมากมาย กำลังส่งเสริมให้ใช้ “กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย” และในที่สุด สังคมไทยจะเข้าสู่ยุค “อนาธิปไตย” (Anarchy) ที่ไร้ขื่อเเปอย่างเลี่ยงไม่ได้

ในระยะสั้น สังคมไทยอาจยอมรับกับใช้วาทกรรมเรื่องการไม่ใช้ความรุนเเรงเเละการใช้สิทธิ ชุมนุมว่าเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ เเต่ในระยะยาว สังคมไทยมีปัญหาเเน่นอน เพราะหากสังคมไทยยอมรับหรือรับได้กับการการะทำของกลุ่มพันธมิตรฯ ในการยึดทำเนียบรัฐบาล บุกสถานีเอ็นบีที และปิดล้อมรัฐสภา เท่ากับเป็นการสร้างบรรทัดฐานให้กับกลุ่มอื่นๆ ว่าสามารถกระทำในลักษณะคล้ายกันได้เพียงหาข้ออ้างขึ้นมา นั่นเท่ากับว่าในอนาคตหากกลุ่ม นปก. ทำในลักษณะทำนองเดียวกันบ้าง สังคมไทยย่อมไม่อาจประณามการกระทำของ นปก. ได้ เพราะจะเป็นการเลือกปฏิบัติหรือมีการใช้กฎหมายแบบสองมาตรฐาน

3. การอ้างอารยะขัดขืน (Civil disobedience)
ขณะนี้มีนักศึกษากลุ่มหนึ่งประท้วงเหตุการณ์สลายผู้ชุมนุมโดยการอ้างอารยะ ขัดขืน โดยการไม่ยอมสอบ! นอกจากนี้ ยังมีเเพทย์กลุ่มหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ให้การรักษาตำรวจ รวมทั้งการร้องขอมิให้มีการสวมเครื่องแบบหรือการแสดงตนว่าเป็นตำรวจ หากต้องมารักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง รวมถึงกรณีของนักบินการบินไทยท่านหนึ่งได้ปฏิเสธมิให้ผู้โดยสารที่เป็น ส.ส. จากพรรคพลังประชาชนขึ้นเครื่องบิน ผมไม่แน่ใจว่ากรณีของหมอและนักบินนั้นอ้างอารยะขัดขืน (ในใจ) เพื่อเป็นข้ออ้างในการไม่ยอมปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

ในประเด็นนี้ผมมีข้อสังเกตว่า ประการที่หนึ่ง นักศึกษาที่อ้างอารยะขัดขืนนั้น เข้าใจสาระเนื้อหาของอารยะขัดขืนมากน้อยเพียงใด ประการที่สอง นักศึกษากลุ่มนี้ฟังข้อเท็จจริงทั้งหมดเกี่ยวกับการสลายผู้ชุมนุมอย่างรอบ ด้านครบถ้วนหรือไม่ ก่อนที่จะรีบประกาศอ้างอารยะขัดขืนโดยการไม่เข้าสอบ เรื่องที่น่าห่วงของสังคมไทยในอนาคตก็คือ เกรงว่าจะเกิด “ลัทธิเอาอย่าง” ขึ้น เลียนเเบบกรณีนักศึกษา เเพทย์ เเละนักบิน โดยอ้างอารยะขัดขืนเพื่อปฏิเสธการกระทำบางอย่าง อันอาจนำไปสู่ความไร้ระเบียบความวุ่นวายตามมา
บทส่งท้าย

ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องมีกฎหมายเกี่ยวกับการชุมนุม เพื่อวางระเบียบเกี่ยวกับการใช้สิทธิชุมนุมอย่างประเทศอื่นๆ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันมิให้ผู้ชุมนุมอ้างสิทธิชุมนุมอย่างไร้ขอบเขตและใช้สิทธิชุมนุม บังหน้าเพื่อ หวังผลประโยชน์ทางการเมืองจนเป็นการบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตยและสร้างความ เดือดร้อนเสียหายให้แก่ส่วนรวม และขณะเดียวกันก็กำลังสถาปนา “ลัทธิอนาธิปไตย” ขึ้นในสังคมไทยไปด้วยในตัว

ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


Create Date : 14 ตุลาคม 2551
Last Update : 14 ตุลาคม 2551 1:52:37 น. 3 comments
Counter : 260 Pageviews.

 
สวัสดีครับ จนปัญญาครับ ถ้ากฎกติกามันไม่สามารถนำมาใช้ได้บนบรรทัดฐานเดียวกันแล้ว เฮ่อ ผมว่าทางเลือกคงมีไม่มากอย่างที่คิดแน่นอนครับ คิดไม่ออกครับ


โดย: 4444 IP: 58.9.29.191 วันที่: 14 ตุลาคม 2551 เวลา:2:51:12 น.  

 
คิดไม่ออกเหมือนกัน


โดย: patra_vet วันที่: 14 ตุลาคม 2551 เวลา:2:59:06 น.  

 
ทุกอย่างที่กล่าวมาถูกต้อง

แต่ สเกล มันไม่ถูกต้องมันอยู่ที่ว่าใครเป็นคน สเกล

เสียงเค้าว่ากันพรรณนั้นจ๊ะ


โดย: บ้าได้ถ้วย วันที่: 14 ตุลาคม 2551 เวลา:7:38:24 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.