ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง
สังคมไทยคงจะเจริญกว่านี้ ถ้าเราเลิกพร่ำเพ้อถึงชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์กันได้ซะที

ที่มา บอร์ดฟ้าเดียวกัน

เมื่อช่วงต้นปีผมได้รับหนังสือเล่มหนึ่งเป็นของขวัญปีใหม่ นั่นคือวารสารศิลปศาสตร์ ปีที่ ๕ ฉบับที่ ๑ ในนั้นมีบทความเรื่อง "ความล่มสลายของการศึกษาไทย: จากรากหญ้าสู่รากฝอย" ของ วรินทร วูวงศ์ อาจารย์ภาคญี่ปุ่น คณะศิลปฯ ธรรมศาสตร์ เป็นบทความที่วิจารณ์ระบบการศึกษาไทยอย่างไม่ปรานีปราศรัย มีข้อความอยู่ตอนหนึ่งที่อ่านแล้วกระทบใจจนเป็นที่มาของบทความนี้ ดังว่า

"เมื่อดูสิ่งที่ติดในห้องเรียนจะพบว่าโรงเรียนตะวันตกหล่อ หลอมเด็กด้วยสิทธิและหน้าที่ โรงเรียนญี่ปุ่นหล่อหลอมเด็กด้วยเป้าหมาย ทั้งสองโรงเรียนมีจุดร่วมกันคือ การหล่อหลอมเด็กอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้รู้จักการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นใน สังคม ในขณะที่โรงเรียนไทยหล่อหลอมเด็กด้วยรูปชาติ รูปศาสนา รูปพระมหากษัตริย์..."

ไม่เพียงข้อเท็จจริงนี้จะกระทบใจอย่างรุนแรงเท่านั้น หากเมื่อได้อ่านทบทวนดีๆ และคิดย้อนต้นไปพิจารณาความเป็นจริงของสังคมไทยแล้ว ก็จะพบความน่าสลดสังเวชน่าสิ้นหวังของสังคม ซึ่งทำให้ผมทั้งอึ้ง จุก โกรธแค้น "ความเป็นไป" ของสังคมนี้อย่างยิ่ง

ผมอยากจะเรียกสภาพที่จะพูดถึงต่อไปนี้ว่าเป็น "ความว่างเปล่าใต้ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์" สามสิ่งนี้เป็นรูปลักษณ์ของวาทกรรม/อุดมการณ์บางอย่างที่ฝังตัวอยู่ในสังคม ไทย ซึ่งมันผูกมัดวิธีคิดวิถีปฏิบัติของคนไทยไว้อย่างไร้แก่นสารยิ่ง เราจะพบว่าสังคม (โดยเฉพาะในโรงเรียน) พยายามที่จะปลูกฝังสำนึกแห่งการเชิดชูเจ้าสามสิ่งนี้อย่างเข้มข้น ราวกับว่ามันคือจุดหมายสูงสุดของสังคม เป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง ขาดไม่ได้ในสังคมไทย แต่เมื่อกระชากหน้ากากที่ปิดบังความว่างเปล่านั้นออก เราก็จะพบว่ามันกลวงโบ๋ ไม่เชื่อมโยงอะไรกับชีวิตทางสังคม และยิ่งไม่ให้อะไรเลยกับการพัฒนาประเทศ

เพราะอะไรเล่าประเทศที่เชิดชูชาติและสถาบันของชาติอย่างเกร่อล้นกลับไม่ พัฒนาไปไหนสักที ก็เพราะเราพูดถึงชาติ ความรักชาติ ในบริบทของความล้าหลัง เมื่อพูดถึงชาติจะพบชุดปริจเฉท (Discourse) ที่ซ้ำซากคาดเดาได้ เช่น ตายเพื่อชาติ ไปเป็นทหาร บรรพบุรุษของเราแต่โบราณ และภาพลักษณ์ที่นึกถึงก็คือพระนเรศวร พระเจ้าตาก สุริโยไท พม่า ขี่ช้างไปรบ บลาๆ นี่คืออุดมการณ์ที่สร้างให้ชาติเป็น Imagined Community อันแสนศักดิ์สิทธิ์ แต่ช่างเลื่อนลอย กลวงโบ๋ ไม่เชื่อมโยงอะไรกับสังคมและการกระทำในสังคมได้เลย เราพร่ำพูดเรื่องชาติ แต่สังคมที่ดีงามกลับไม่มีตัวตน เราพูดเรื่องตายเพื่อชาติ แต่ไม่พูดถึงการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ การเคารพสิทธิกันและกัน การรู้จักหน้าที่พลเมือง ตายเพื่อชาติได้ แต่ทิ้งขยะลงถังไม่ได้ เคารพกฎหมายไม่เป็น เราพูดถึงชาติเพื่อสร้างความเป็นหนึ่งเดียว แต่ความเป็นหนึ่งเดียวจะเกิดไม่ได้ถ้าไม่มีพม่า มีสิงคโปร์ มีเวียดนาม มีฝรั่งมาเป็นคู่แย้ง พออยู่ร่วมกันในสังคมก็แบ่งแยก กดขี่ เอาเปรียบกันในทุกชนชั้น เคารพกันที่อำนาจ มองอำนาจเป็น Absolute Right ถ้ามีอำนาจสูงกว่าจะทำเลวทรามต่อคนที่ด้อยกว่าอย่างไรก็ได้โดยไม่ผิด

เมื่อพูดถึงศาสนาอันเป็นหนึ่งในตรีเอกานุภาพแห่งความว่างเปล่านี้ เราจะพบว่ามันถูกทำให้เป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์ เน้นพิธีการ และมีลักษณะที่เชิดชูพุทธศาสนาในเชิงการสร้างเอกลักษณ์ แต่ศักยภาพของศาสนาที่เป็นเครื่องมือในการประสานสังคมให้อยู่ร่วมกันอย่าง สงบสุขกลับถูกปลูกฝังอย่างแกนๆ ศาสนากลับเป็นเรื่องของรูปพระพุทธรูป พระพุทธเจ้าเดินได้ ๗ ก้าวตอนเกิด มาฆบูชา วิสาขบูชา อาสาฬหบูชา สังคมไทยภูมิใจในศาสนาพุทธมาก แต่เราก็แกล้งขยิบตาให้กันเสมอๆ เมื่อต้องการทำเรื่องผิดศีลธรรม มโนธรรม ศาสนากลายเป็นเครื่องมือในการเอาตัวรอดของปัจเจกในระบบทุน เช่น ไปวัดขอพรให้รวย ทำบุญเพื่อจะได้ไม่ตกยาก ฯลฯ ผมนึกประหลาดใจอยู่เหมือนกัน ว่าทำไมสถาบันศาสนาที่ปลูกฝังกันตั้งแต่โรงเรียน แต่กลับมีอิทธิพลในเชิงวิถีชีวิตน้อยมาก ศีลธรรมกลายเป็นเครื่องมือของพวกผู้ปกครองและศักดินา เกิดความลักลั่นในเชิงคุณค่าเต็มไปหมด และในสังคมที่อวดอ้างการเป็น "พุทธประเทศ" ใยจึงไม่ปรากฏการผูกโยงและจัดโครงสร้างทางสังคมที่ดีจริงด้วยศาสนาเลย หรือว่าสถาบันศาสนาของไทย เมื่อก้าวไปสู่การธำรงสังคมแล้ว มันก็ล้มเหลวไม่ต่างจากสถาบัน/อุดมการณ์เรื่องชาติเลยแม้แต่น้อย

สุดท้ายคือพระมหากษัตริย์ ในปัจจุบันเป็นวาทกรรม/อุดมการณ์ที่ถูกผลิตซ้ำอย่างมโหฬาร เข้มข้น ท่วมล้นไปทุกอณูของสังคม และก็อีกเช่นกัน สถาบันการศึกษาก็เป็นตัวจักรสำคัญในการปลูกฝังอุดมการณ์อันแสนจะจำเป็นต่อ การเป็นคนไทยนี้อย่างเข้มแข็งและแข็งขัน แต่หากเราพิจารณาให้ลึกซึ้งด้วยเป้าหมายและแก่นสารแล้วก็จะพบความว่างเปล่า ของอุดมการณ์นี้ สังคมไทยกำหนดให้สถานบันกษัตริย์เป็นเป้าหมายของสังคมโดยที่ไม่พินิจเลยว่า เป้าหมายนั้นไม่ได้ตอบสนองต่อการดำรงอยู่ของบุคคลในสังคมเลย ทำไมไม่ลองถามว่าเรา "บ้าคลั่ง" กับการเทิดทูนบูชาไปเพื่ออะไร มันสัมพันธ์กับความสงบสุข ความก้าวหน้าของสังคมอย่างไร ถ้าไม่มีความจงรักภักดีเราจะมีชีวิตอยู่ไม่ได้หรือ อุดมการณ์นี้ก็เช่นเดียวกับชาติ คือเป็นสิ่งที่ว่างเปล่า แต่ถูกทำให้เป็นเป้าหมายอันสูงสุด หากคุณเกิดมาแล้วได้เทิดทูนสถาบันกษัตริย์คุณก็ไม่เสียชาติเกิดและได้ทำ หน้าที่ที่ดีที่สุดแล้ว แต่ไม่มีใครถามว่าเมื่อเราบรรลุเป้าหมายนั้นแล้วจะเป็นอย่างไร ประเทศเราจะพัฒนาไปอย่างไร พวกเราทุกคนในฐานะของมนุษย์ ของประชาชนจะดำรงชีวิตอย่างไร จะอยู่ในสังคมเช่นไร ไม่มีใครถาม เพราะผลจากการปลูกฝัง-ชวนเชื่อ-ล้างสมองอย่างเข้มข้น จนมองไม่ออกถึงความเปล่ากลวงที่ซ่อนอยู่ภายใน ดังนั้นจงไปตายเพื่อพ่อเถิดแล้วสังคมจะเป็นสุข ประเทศจะเจริญก้าวหน้า

ร้ายยิ่งกว่านั้นอุดมการณ์เรื่องสถาบันกษัตริย์ยังได้สร้างสำนึกทางสังคมที่ สุดแสนจะอุบาทว์ขึ้น คือสำนึกที่ทำให้คนเรายอมลดคุณค่า การนับถือตัวเองลงอย่างน่าประหลาดใจ เรายอมจะเป็นก้อนดิน ถ้าไม่มี "พ่อ" เราไม่มีค่าอะไรเลย เรายอมจะเป็นฝุ่นใต้ฝ่าตีน เรายอมให้คนกลุ่มหนึ่งเอาเท้าเหยียบหัวเรา เอาเปรียบเราได้โดยเห็นเป็นปกติ วาทกรรม "เมืองไทยโชคดีที่มีพ่อ" ถูกผลิตซ้ำแล้วซ้ำเล่า สร้างสำนึกร่วมของพวกขี้แพ้ ทำให้ไม่มีใครกล้าลุกขึ้นบอกว่า "เพราะมีพวกเราทุกคนต่างหากจึงโชคดี" เราเป็นสังคมที่อยากเป็นเด็กทารกให้พ่ออุ้มเสมอ ไม่ยอมเป็นสังคมที่เจริญวุฒิภาวะ และแทนที่การศึกษา-สำนึกสาธารณะจะหล่อหลอมให้คนมีคุณค่า มีความเชื่อมั่น มีเป้าหมาย มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างตัวเองให้ดี จรรโลงสังคมให้เจริญ กลับตอกย้ำว่าทุกคนไร้ค่า เป็นดิน เป็นฝุ่นใต้ตีน เราโชคดีแล้ว พอดีแล้ว ไม่ต้องไขว่คว้าอะไรอีกแล้ว เพราะเรามีพ่อแล้ว นี่เป็นสำนึกที่น่าอดสูใจที่สุด ผมรู้สึกโกรธแค้นทั้งผู้ที่ผลิตวาทกรรมนี้ขึ้นมา และโกรธแค้นสังคม-คนในสังคมบัดซบนี้ที่กล้ายอมรับอย่างหน้าชื่นว่าตัวเอง เป็นขยะ สำนึกนี้หล่อหลอมให้สังคมเราเป็นสังคมที่ล้มเหลว ง่อยเปลี้ย สังคมที่พร่ำสอนปลูกฝังให้คนไม่เห็นค่าของตน ไม่นับถือตัวเองจะมีพลังที่ไหนมาขับเคลื่อนสังคม ถ้าเทียบกับประเทศอื่นที่ไม่พร่ำเพ้อแบบสังคมไทย เน้นศักยภาพและความเท่าเทียม เราจะไปแข่งขันกับเขาได้อย่างไรเล่า

อย่างไรก็ตามหากจะพูดอย่างตีขลุมว่าวาทกรรมสามสิ่งนี้มันทำให้ประเทศไม่ เจริญเลยก็คงไม่ยุติธรรมนัก คนไทยก็ยังอยู่กันได้ เด็กที่ผ่านการหล่อหลอมของการศึกษาในสังคมก็ยังเติบโตเอาตัวรอดได้ เป็นเทคโนแครตได้ เป็นนายทุนได้ แต่ประเด็นอยู่ที่วาทกรรมนี้มันได้สร้าง Mentality (ซึ่งผมขอแปลว่าจิตสำนึกทางสังคม) ที่ไม่ก่อประโยชน์ และอาจจะขัดขวางการพัฒนาด้วยซ้ำ เพราะมันไปเบียดบังจิตสำนึกทางสังคมแบบอื่นที่จำเป็นกว่าในสังคมสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นหลักประชาธิปไตยที่จะใช้ในการอยู่ร่วมกัน ความเท่าเทียม การรู้จักสิทธิและหน้าที่ มนุษยธรรม การมุ่งผลเลิศในเป้าหมาย ฯลฯ ทั้งหมดล้วนถูกทำให้อ่อนแอ ไม่มีที่ยืนในจิตใจของคนไทย เนื่องจากการเน้นย้ำพร่ำสอนเพ้อพกอยู่กับเรื่องของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์อย่างล้นเกินได้สถาปนาตนอย่างยิ่งใหญ่จนไม่เหลือที่แก่สำนึก อื่นแล้วนั่นเอง ผลลัพธ์ที่ได้จากสำนึกทางสังคมแบบนี้เห็นตัวอย่างได้ชัดเจน เช่น การไล่ล่า "พวกไม่จงรักภักดี" การจ้องจับผิดหาคน "หมิ่น" ไม่ต่างอะไรจากพวกหมกมุ่น และจะยิ่งตลกร้ายถ้าได้รู้ว่ารัฐบาลไทยจ่ายเงินไปกับเรื่องหมกมุ่นเหล่านี้ มากแค่ไหน

แล้วเราควรจะทำยังไง ผมว่าสังคมไทย ณ ตอนนี้ก้าวมาใกล้ถึงจุดเปลี่ยนแล้ว เป็นการเปลี่ยนด้วยสภาพบังคับซึ่งก็ไม่ทราบว่าจะทำให้สังคมนี้ซวดเซไปขนาด ไหน และจะใช้เวลาเท่าใดเราจึงจะก้าวข้าม "ความว่างเปล่า" เหล่านี้ไปได้ ในฐานะปัจเจกบุคคล (ที่เชื่อมั่นในคุณค่าของตัวเอง) เราต้องผลิต/ผลิตซ้ำวาทกรรม/อุดมการณ์ที่มีแก่นสารอันพึงปรารถนาแก่สังคม ร่วมสมัยให้มากๆ ขึ้นไป สร้างคุณค่าให้กับตนเอง มองสังคมอย่างสัมพันธ์กับความเป็นจริง เน้นความสำคัญของสิทธิ หน้าที่ การเคารพกันอย่างเสมอภาค ประชาธิปไตย การยอมรับความแตกต่าง ความมุ่งมั่นในเป้าหมาย เหล่านี้เป็นสำนึกของสังคมที่สังคมไทยควรจะฟูมฟักและปลูกฝังแก่สมาชิกให้ มากๆ เพื่อรองรับสังคมร่วมสมัย ถึงเวลาแล้วที่จะเอาสังคมมาแทนชาติซึ่งเป็นชุมชนอันไร้ตัวตน ปรับเปลี่ยนบทบาทของศาสนาจากเจว็ดบูชาให้กลายเป็นวิถีชีวิตอันเหมาะสม และสร้างสำนึกความมีคุณค่าเท่าเทียมของคนขึ้นแทนการเทิดทูนบูชาพระมหา กษัตริย์อย่างบ้าคลั่ง

สังคมไทยไม่อาจหยุดอยู่ในโลกยูโทเปียโบราณของพวกศักดินาได้ตลอดไปหรอก

โดยคุณ มาใหม่ แห่งบอร์ดฟ้าเดียวกัน


Create Date : 24 มกราคม 2553
Last Update : 24 มกราคม 2553 16:18:27 น. 14 comments
Counter : 1564 Pageviews.

 
ไทยช่วยไทย ไทยเข้มแข็ง
รบกวนช่วยตอบแบบสอบถาม เพื่อการศึกษา ของนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หน่อยค่ะ

ตาม links

//spreadsheets.google.com/viewform?formkey=dFBZSVJOeks5QUJxeHVGNy1ISlplMnc6MA

หรือ เข้าไป blog gang

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=thaiherbservey&month=12-01-2010&group=1&gblog=1

ปล. ถ้าเคยตอบแล้ว รบกวนตอบอีกครั้ง
ขอบคุณค่ะ


โดย: kaewnumsai วันที่: 24 มกราคม 2553 เวลา:17:05:44 น.  

 
เป็นประเทศเดียวในโลกละมังครับ ที่สามารถอ้างได้ทั้งสามอย่าง ที่นำเอามาอ้างมาพูดบ่อยๆเหมือนเด็กไม่รู้จักโต บอกตามตรงว่าเลี่ยนจริงๆ


โดย: ยูจิโร่ IP: 119.31.107.31 วันที่: 24 มกราคม 2553 เวลา:17:30:19 น.  

 

"สังคมไทยคงจะเจริญกว่านี้ ถ้าเราเลิกพร่ำเพ้อถึงชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์กันได้ซะที"
......แล้วก่อนหน้านี้ย้อนขึ้นไปตั้งหลายร้อยปี ประเทศไทยเจริญเป็นลำดับมา และรอดจากวิกฤติจากมหาอำนาจหนังหมูแทนที่จะเสียทั้งหมด เหมือนประเทศเพื่อบ้าน นี่เพราะใครหรือครับ ถ้าไม่ใช่สิ่งที่กล่าวถึงข้างต้น หรือเราจะสอนให้เด็กๆอนาคตของชาติเป็นคนเนรคุณคน หรือเนรคุณต่อแผ่นดินที่ให้กำเนิดมา หรือจะสอนให้คนถือเงินเป็นใหญ่หรือไง
.......คนที่เขียนก็เหมือนกันให้ระวังไว้ เวลาเจอกับตัวเอง อย่างบ่นก็แล้วกัน


โดย: ปากกาสีน้ำ......เงิน IP: 125.26.192.93 วันที่: 25 มกราคม 2553 เวลา:15:31:03 น.  

 
แล้วบรรดาพลไพร่ที่คอยเป็นทหารรองตีนช่วยทำสงครามนั้นละ
อย่ามาอ้างบุญคุณกันเลย กษัตริย์ไม่มีวันนี้ได้หรอกถ้าไม่ได้พลไพร่คอยเป็นตัวหมากให้ใช้งานอยู่ร่ำไป ประเทศที่มีแต่กษัตริย์ประเภทข้าเก่งคนเดียวแต่กลับกดข้าไพร่ให้เป็นขี้ฝุ่นใต้ตีน ไม่มีวันเจริญก้าวหน้าต่อไปได้เลย
เชิญคุณคลั่งของคุณต่อไปละกัน


โดย: ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร (spiralhead ) วันที่: 25 มกราคม 2553 เวลา:17:51:39 น.  

 
คุณน่าจะเปลี่ยนชื่อเป็นวรรษใหน พูดอะไรก็ไม่รู้ไม่เข้าท่า คุณพูดถึงกษัตริย์ประเทศใหน เขมรหรือเปล่า ผมก็ว่าอย่างนั้นนะ หรือพระเจ้ามูลเมือง แต่ไม่ใช่กษัตริย์ของประเทศไทยนะครับผมเถียงหัวขาด
.....อย่างที่คุณ วัดใหน พูดน่ะหลักฐานมีใหมหรือพูดส่งๆไป อย่านะครับ อย่าพูดซี๊ซั๊ว
......ผมถามคุณหน่อยเถอะ ถ้าวันใดวันหนึ่งคุณต้องรู้สึกตัวเองว่า โดนนักการเมืองลวงโลกหลอกเข้าเต็มๆ ถ้าคุณ วัดใหนทำเพราะเงิน ก็ไม่เป็นไร ต่างคนต่างได้ แต่ถ้าทำเพราะโดนหลอกเข้าเต็มๆ คุณจะทำอย่างรายยยยยยยยย

.......รู้เขาหลอกแต่เต็มใจให้หลอก
ผมลืมแล้วเนื้อเพลง ต่อให้หน่อยนะครับ


โดย: ปากกาสีน้ำ......เงิน IP: 113.53.162.34 วันที่: 25 มกราคม 2553 เวลา:19:08:18 น.  

 
กษัตริย์ไม่ว่าประเทศไหน ก็ต้องพึ่งพาพลไพร่เป็นตัวหมากไว้รองมือรองตีนกันทั้งนั้นละฟ่ะ แสดงว่าคุณเชื่อสนิทใจว่ากษัตริย์ไทยคือเทวดา100%สินะ ทั้งที่จริงแล้วเทวดาในสรวงสวรรค์ก็ไม่ได้ตัดขาดจากกิเลสแม้แต่นิดเดียว
หลักฐานนะมีแน่ บางชิ้นเป็นเอกสารในหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ให้ก็โง่นะสิ เพราะงานเขียน ความจริงย่อมลอยเหนือน้ำ ที่ตีแผ่อีกด้านของเจ้านี่มีการอ้างอิงเอกสารหลักฐานมากมายหลายชิ้น และฝ่ายศักดินาคลั่งเจ้ามีการตามล่าตามล้างไขปริศนาคนเขียนถึงขนาดไปค้นหารายชื่อคนที่ไปใช้บริการค้นเอกสารในหอจดหมายแห่งชาติ คิดดูละกัน
หลักฐานนอกจากนี้ก็หาอ่านได้ในบอร์ดฟ้าเดียวกัน ผมเชื่อว่าคุณก็คงไม่คิดจะไปอ่านอยู่ดีนั้นแหละ

คนที่โกหกตอแหลไม่มีแค่นักการเมืองเท่านั้น
อำมาตย์ศักดินาล้าหลัง NGOกับสื่อเน่าๆ พวกนี้ล้วนแต่ทำอะไรมีผลประโยชน์ทับซ้อนด้วยกันทั้งสิ้น คนพวกนี้ก็ชอบตอแหลว่านักการเมืองมันมันเลวทั้งๆที่จริงแล้วมันก็เลวไม่แพ้กันแถมยังตรวจสอบไม่ได้เหมือนนักการเมืองซะอีก คนที่ตรวจสอบไม่ได้ผมว่ามันเลวยิ่งกว่าคนที่ตรวจสอบจับต้องได้เยอะเลย

คุณก็ด้วยแหละที่เต็มใจให้ฝ่ายศักดินาคลั่งเจ้ามันหลอกให้เป็นขี้ฝุ่นใต้ตีน


โดย: ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร (spiralhead ) วันที่: 26 มกราคม 2553 เวลา:0:38:23 น.  

 
คุณวัดใหนนี่ กว่าบัวใต้น้ำจริงๆ คุณคิดหรือไม่ว่า ก่อนหน้านี้คุณเคยได้วิพากวิจารณ์สถาบันของไทยมาตั้งแต่ต้นหรือเปล่า ก็เปล่าแต่เพิ่งมาเกิดที่คุณหลงไปกับเสื้อแดงจอมโกหกที่โกหกแล้วโกหกเล่าจนตัวเองหลงเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง
......คุณว่ากษัตริย์ไม่่ว่าประเทศใหนก็ต้องพึ่งพาไพร่พลจริงเรื่องนี้ผมไม่เถียง แต่คุณวัดใหนคิดหรือไม่ว่าถ้าเสร็จศึกฝ่ายแพ้ใครต้องรับผลของสงครามมากที่สุด ก็กษัตริย์ไม่ใช่หรือ ผมว่าแทบจะสูญสิ้นราชสกุล แต่ไพร่พลน้อยมาก นั่นคือคนที่ต้องรับผิดชอบมากก็หนีไม่พ้นกษัตริย์
.....ผมไม่เคยคิดว่ากษัตริย์เป็นเทวดา เป็นคนธรรมดานี่แหละแต่คนธรรมดาที่มีศีลมีธรรมของกษัตริย์ คือทศพิธราชธรรมเป็นที่ตั้ง ย่อมเหนือกว่าคนธรรมดาเพราะผลการมีศีลมีธรรม หรือคุณวัดใหนคิดว่าเงินสำคัญที่สุด ใครไม่ใช่พวกก็คือศัตรูอย่างเช่นนักการเมืองลวงโลก สุดท้ายเป็นอย่างไร "ทรัพย์ที่ที่โกงมาต้องหมดไป แผ่นดินไม่มีที่อาศัย แม้แต่ชีวิตยังรักษาไม่ได้"
.....คุณวัดใหนเอง สมองคงมีมาตั้งแต่เกิดแน่เลย พยายามใช้ให้มากหน่อย อย่าใช้อารมณ์หรือให้มาก เดี๋ยวจะกลายเป็นรากหญ้าไปเสีย


โดย: ปากกาสีน้ำ......เงิน IP: 125.26.146.156 วันที่: 26 มกราคม 2553 เวลา:16:21:33 น.  

 
คำทำนายของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ



คำทำนายที่เคยมีช้านานนัก เริ่มประจักษ์ให้เห็นเร้นไม่ได้

หลวงพ่อฤาษีลิงดำเคยทำนาย เมื่อถึงปลายรัชกาลผ่านเข้ามา

ประเทศชาติจะรุ่งเรืองและเฟื่องฟุ้ง น้ำมันผุดขึ้นมาจนเห็นค่า

พวกกาขาวจะบินรี้หนีเข้ามา เป็นประชาจนเต็มพระนคร

ชนทั่วโลกจะยกพระองค์ท่าน ชื่อกระฉ่อนร่อนทั่วทุกสิงขร

ออกพระนามลือชื่อดั่งทินกร องค์อมรเอกบุรุษแห่งแผ่นดิน

ชาวประชาจะปิติยิ้มสดใส แต่อกไหม้หนอนกินข้างในสิ้น

จะมีพวกกาฝากคอยกัดกิน เพื่อให้ได้สิ่งถวิลสมจินตนา

จะมีการต่อตีกันกลางเมือง ขุนนางเขื่องกังฉินกินทั่วหล้า

คอรัปชั่นจะกัดกร่อนทั้งพารา ประดุจปลวกกินฝานั้นปะไร

ข้าราชการตงฉินถูกประนาม สามคนหามสี่คนแห่มาลากไส้

เกิดวิกฤติผิดเพี้ยนโดยทั่วไป โกลาหลหม่นไหม้ไร้ความดี

ประชาชีจะสับสนเรื่องดีชั่ว ถ้วนทุกทั่วจะหมุดขุดรูหนี

ไม่แน่ใจสิ่งที่ทำนำความดี เกรงเป็นผีตายตกไปตามกัน

พุทธศาสน์จะถูกรุกและล้ำ มิตรเคยค้ำเป็นศัตรูมุ่งอาสัญ

เกิดวิกฤติธรรมชาติอุบาทว์ครัน พายุลั่นน้ำถล่มดินทลาย

แผ่นดินแยกแตกเป็นสองปกครองยาก เกิดวิบากทุกข์เข็ญระส่ำระสาย

เกิดการปราบจลาจลชนล้มตาย เลือดเป็นสายน้ำตานองสองแผ่นดิน

ข้าเป็นนายนายเป็นข้าน่าสมเพช ผู้มีบุญมีเดชจะสูญสิ้น

ทั้งพฤฒาอาจารย์ลือระบิล จะร่วงรินดุจใบไม้ต้องสายลม

ความระทมจะถมทับนับเทวศ ดั่งดวงเนตรมืดบอดสุดขื่นขม

คนที่ดีจะก้มหน้าสุดระทม ส่วนคนชั่วหัวร่อร่าทำท่าดัง

จะมีหนึ่งนารีขี่ม้าขาว ควงคฑามุ่งสู่ดาวสร้างความหวัง

ผู้ปกครองจะเป็นหญิงพึงระวัง สายน้ำหลั่งกรากเชี่ยวหวาดเสียวใจ
เรียนคุณวัดใหน ผมเพิ่งไปเจอมาก็เลยเอามาลงเผื่อจะได้อ่านดู

ศิวิไลซ์จะบังเกิดในสยาม หลังฝนคร้ามลั่นครืนจะยืนได้

จะเข้าสู่ยุคมหาชนพาไป เปลี่ยนเมืองใหม่ศักราชแห่งประชา

คนชั่วจะถูกปราบราบคาบสิ้น แผ่นดินเดือดสูญหายไร้ปัญหา

ประเทศชาติผ่านวิกฤติด้วยศรัทธา ยามเมื่อฟ้าศรีทองผ่องอำไพ


โดย: ปากกาสีน้ำ......เงิน IP: 125.26.146.156 วันที่: 26 มกราคม 2553 เวลา:22:35:03 น.  

 
ผิดแล้ว คนที่รับผลของสงครามมากที่สุดก็คือไพร่ขี้ฝุ่นใต้ตีนนั้นต่างหาก ฝ่ายไพร่ก็สูญสิ้นโคตรเง้าศักราชของตัวเองด้วยเช่นกัน เผลอๆจะมากกว่าของกษัตริย์ด้วยซ้ำไปเพราะมีกันหลายโคตรเง้ากว่า จำนวนก็มากกว่าด้วย พูดๆมานี่คุณคงอยากให้ตอแหลแลนด์แห่งนี้ย้อนกลับไปสู่ระบอบสมบูรณาสิทธิราชย์มากเลยสินะ
นักการเมืองตรวจสอบวิพากษ์วิจารณ์ได้ ส่วนกษัตริย์ ก็มีคนพยายามตอแหลว่าตรวจสอบได้ วิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่เอาเข้าจริงๆก็ใช้ตรรกะวิบัติอ้างเจตนาและความเห็นใจกับเอาอำนาจบารมี ความจงรักภักดีมาข่มไว้ก่อน เพื่อจะได้หมกเม็ดข้อมูลและโฆษณาชวนเชื่อด้านเดียวต่อไป
การมาเวียนว่ายตายเกิดเป็นมนุษย์นั้น แสดงว่ายังต้องมีกิเลสตัณหาอยู่จะมาอ้างว่ามีศิลมีธรรมนั้น ใช้อ้างได้ก็กับพระอริยบุคคลซึ่งเขาคงไม่มาเกิดเป็นมนุษย์เดินดินแบบนี้หรอกนะ หรือถ้าจุติมาเกิดเขาไม่มาครองบัลลังก์แบบนี้หรอก เขาไปออกบวชบรรลุธรรมขั้นสูงต่อแทนมากกว่า ไม่มาเกลือกกลั้วกับอำนาจล้นฟ้ามัวเมาในกิเลสตัณหาไม่จบไม่สิ้นอย่างนี้หรอก

ส่วนเรื่องที่ผู้สืบสันตติวงศ์จะเป็นสตรี ผมขอบอกไว้ก่อนเลยว่าตราบใดที่ยังไม่มีการแก้ไขกฏมณเฑียรบาลหรือรธน.ว่าด้วยหมวดกษัตริย์ที่ใช้อยู่ในตอนนี้ละก็ สตรีไม่มีทางครองบัลลังก์ได้อย่างเด็ดขาด และเมื่อแก้ไขแล้วจะต้องมีการทำพิธีสืบทอดอย่างเป็นทางการต่อสาธารณะด้วย
แล้วทำไมจนป่านนี้ถึงยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฉะนั้นคำทำนายนี้จึงไม่สมเหตุสมผลด้วยประการทั้งปวง


โดย: ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร (spiralhead ) วันที่: 27 มกราคม 2553 เวลา:4:21:36 น.  

 
คุุณไทยวรรษ เปลี่ยนชื่อใหม่เถอะ เอาคำว่าไทยออก
คุณนะบ้าไปแล้ว


โดย: ปากกาสีน้ำ......เงิน IP: 125.26.146.156 วันที่: 27 มกราคม 2553 เวลา:18:35:05 น.  

 
.....เกิดเป็นคนทั้งทีมีความคิด
จะถูกผิดแยกได้เป็นหลายอย่าง
ผิดจะมากถูกจะน้อยค่อยหาทาง
คอยสะสางปัญหาด้วยกล้าทำ
......เขาไม่มีไปหาเอามาใส่
แสนดีใจกล้าเกินหน้าพาราเขา
จมูกร้อยเป็นรูดูเป็นเงา
ขวาเชือกเ้ข้าซ้ายเอาออกค่อยออกจูง




โดย: ปากกาสีน้ำ......เงิน IP: 125.26.146.156 วันที่: 27 มกราคม 2553 เวลา:18:50:59 น.  

 
เข้ามาบอกว่าที่บ้านเมืองยุ่งเหยิงอยู่ทุกวันนี้ ไม่ใช่เพราะไม่ยอมรับความเห็นที่แตกต่างหรือ แทนที่จะมาถกกันด้วยเหตุผล กลายเป็นว่าใครที่เห็นไม่ตรงกันต้องเป็นคนผิดลูกเดียว เคยเอะใจคิดกันบ้างไหมว่าอีกฝ่ายอาจจะมีเหตุผลของเขา และถึงแม้ว่าอาจจะเป็นเหตุผลที่ผิดทั้งหมด ในความเห็นของเรา เขาก็มีสิทธิคิดต่างออกไปไม่ใช่หรือ หรือบ้านเมืองเรามันจะมาถึงยุคล่าแม่มด กันแล้ว เรารังเกียจลัทธิอื่นที่กดขี่ข่มเหงอิสรภาพประชาชนอย่างตาลีบัน หรือคอมมิวนิสต์สมัยก่อนอย่างไร ก็กรุณาอย่าริเริ่มทำตัวอย่างนั้น


โดย: นุชา IP: 209.82.52.82 วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:8:13:29 น.  

 
เรียนคุณ นุชาครับ
คุณลองติดตามดู ขบวนการทั้งหมดของการ ต้องการเงินคืนที่เขาโกงได้ของนักการเมืองลวงโลก และการต้องการอำนาจคืน และความผิดที่่เขาทำมาก่อนต้องไม่รับผิด เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง ไม่ว่าสีเขียวหมดอายุ สามคางคกตาเหลือก นักวิชาเกิน เศษบ้า แดงตามหาประชาธิปไตยโดยการข่มขู่คนอื่น หรือความคิดแปลกตามบล็อกที่คุณเห็น หรืออะไรต่างๆ ทั้งหมด เป็นส่วนประกอบเพื่อการข้างต้นทั้งสิ้น ลองติดตามดูตั้ง แต่ต้นให้ดีๆ คุณจะไม่คิดและถามอย่างนี้หรอกครับ จริงๆนะครับขอบอก ลองดูนะ


โดย: ปากกาสีน้ำ......เงิน IP: 125.26.141.13 วันที่: 28 มกราคม 2553 เวลา:19:09:53 น.  

 
ขอชี้แจง เรื่องคำทำนายหลวงพ่อฤาษี ที่เป็นข่าวอยู่และทางวัดท่าซุงแจ้งว่าไม่จริงนั้น……..
คำทำนายเหล่านี้หลวงพ่อฤาษีไม่ได้เขียนไว้ แต่หลวงพ่อเคยพูดไว้ให้ลูกศิษย์บางคน และมีการนำมาเขียนเท่าที่จำได้ เพื่อส่งให้บุคคลอื่นๆอ่าน
ผมเองเป็นผู้หนึ่งที่ได้ยินคำทำนายของหลวงพ่อจากลุงคนหนึ่ง เมื่อหลายปีมาแล้ว คนที่ได้ฟังก็หลายคน และมีการนำมาเขียนเท่าที่จำได้ เพื่อส่งให้บุคคลอื่นๆอ่าน
ดังนั้นถ้ามีข้อความที่ผิดพลาดอย่างใด พวกกระผมขออภัย (เพราะอาจจะจำมาคลาดเคลื่อนจากที่ได้ยิน)
ขอให้ท่านทั้งหลายส่งข่าวนี้ต่อไปเพื่อรักษาเกียรติคุณของหลวงพ่อ


โดย: รางวัล IP: 124.120.241.103 วันที่: 27 กันยายน 2554 เวลา:23:37:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.