ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง
อย่าหลงกระแส ไทยคมยังเป็นของไทย100 %

ศ.เศรษฐพร เตือนสติ อย่าหลงกระแส ไทยคมยังเป็นของไทย 100 %

นับตั้งแต่ผู้ถือหุ้นกลุ่มเดิมตระกูล “ชินวัตร” ขายหุ้นกลุ่ม “ชินคอร์ป” ให้กองทุน “เทมาเส็ก” พายุลูกใหญ่ต่างพุ่งเข้าใส่ธุรกิจในเครือถ้วนหน้า เริ่มจาก “เอไอเอส” มาถึง “ไอทีวี” ล่าสุด “ชินแซทเทลไลท์” สถานการณ์ของ “ชินแซท” ดูจะหนักเอาการกับกระแสทวงคืนสมบัติชาติ ที่สืบเนื่องจากคำประกาศขอทวงดาวเทียมไทยคมคืนจากสิงคโปร์ของ พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช. ) กรณีเทมาเซกซื้อหุ้นชิน คอร์ปอเรชั่น เป็นบริษัทแม่ของชินแซทเทลไลท์ ผู้ให้บริการดาวเทียมไทยคม ซึ่งได้ถูกขนานนามว่าเป็นการขายชาติ ทำให้เกิดการแสดงความคิดเห็นของคนแต่ละกลุ่มอย่างหลากหลายในช่วงที่ผ่านมา บางส่วนเห็นด้วย บางส่วนไม่เห็นด้วย

กระแสการการทวงคืนไทยคม มีแนวคิดที่ทำได้หลายวิธีคือ การใช้อำนาจรัฐเข้าไปยึดสถานีควบคุมซึ่งจะก่อให้เกิดแรงต่อต้านจากนานาประเทศที่เสียผลประโยชน์ การใช้ข้อตกลงทางธุรกิจโดยการซื้อหุ้นคืนมา แต่ข้อเสียก็คือ ประเทศก็จะต้องเสียงบประมาณไปเป็นจำนวนหลายหมื่นล้านบาท การใช้การบังคับคดีทางกฎหมาย ซึ่งก็จะสามารถยึดคืนมาได้โดยไม่ต้องเสียงบประมาณใด รวมทั้งอาจจะได้ค่าปรับ เป็นรายได้เข้าประเทศเพิ่มเติมอีกด้วย กระทรวงไอซีที กับ กทช. ตกเป็นองค์กรหลักที่ถูกตั้งคำถามและจับตามมองในบทบาทหน้าที่ในการทวงคืนดาวเทียมไทยคมที่ทุกคนพุ่งเป้ามา จนเกิดความคลางแคลงสงสัยว่าแท้ที่จริงแล้ว ความรับผิดชอบต่อภารกิจในครั้งนี้จะเป็นของใครกันแน่ ?

สืบเนื่องจากไทยคมไม่ใช่ผู้รับใบอนุญาตจาก กทช. แต่เป็นผู้รับสัมปทานจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) การเพิกถอนนี้จึงต้องเป็นตามมาตรา 80

ถ้าไทยคม เป็นกิจการที่ได้รับสัมปทาน ก่อนวันที่พระราชบัญญัติฉบับนี้มีผลบังคับใช้ (17 พฤศจิกายน 2544) กทช. ก็น่าจะมีอำนาจสั่งเพิกถอนสัมปทานได้

ถ้าได้รับสัมปทานหลังวันที่ 17 พฤศจิกายน 2544 ก็อาจจะต้องมีการตีความว่า กทช. มีอำนาจในการเพิกหรือไม่อย่างไร โดยในกรณีนี้ คำถามที่จะตามมาคือ กระทรวงไอซีทีมีอำนาจในการให้สัมปทานกับไทยคมหรือเปล่า?

เทเลคอม เจอนัล ได้เจาะลึกถึงข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว จาก ศาสตราจารย์ เศรษฐพร คูศรีพิทักษ์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ซึ่งได้แจกแจงถึงประเด็นดังกล่าวไว้อย่างละเอียด

ศาสตราจารย์ เศรษฐพร กล่าวย้ำชัดเจนว่า การทวงคืนสัมปทานดาวเทียมไทยคมเป็นอำนาจของรัฐบาลและกระทรวงไอซีทีตามสัญญาสัมปทาน ด้าน กทช. มีอำนาจหน้าที่ในการจัดสรรคลื่นความถี่กิจการสื่อสารดาวเทียม และกำกับดูแลการแข่งขันกันประกอบกิจการสื่อสารดาวเทียมระหว่างไทยคมกับดาวเทียมอื่นๆ

ในการดำเนินการของกระทรวงไอซีทีนั้น ดำเนินการตามสัญญาสัมปทานโครงการดาวเทียมไทยคม ทาง กทช. ไม่มีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบใดๆที่จะเข้าไปเกี่ยวกับการดำเนินการตามสัญญาสัมปทานระหว่างกระทรวงไอซีทีและชินแซทเทลไลท์

ทั้งนี้ เพราะอำนาจหน้าที่ของ กทช. จะอยู่ที่การดูแลเรื่องของการแข่งขันประกอบกอบการสื่อสารดาวเทียมระหว่างดาวเทียมไทยคมกับดาวเทียมอื่นๆ โดยเฉพาะการดูแลเรื่องของความถี่สำหรับดาวเทียมในประเทศไทย จริงอยู่ที่ กทช.. รับผิดชอบกิจการสื่อสารผ่านดาวเทียม แต่รับผิดชอบคนละกรอบกับกระทรวงไอซีที

คำตอบนี้ ทำให้ตามมาด้วยคำถามที่คลางแคลงใจว่า แล้วกรอบของ กทช. คืออะไร? เพราะคน ก็ยังเข้าใจถึงแม้ว่าชินแซทเทไลท์จะเป็นเอกชน แต่ว่าขายสัมปทานซึ่งมันจะต้องเป็นของคนไทยและให้กับคนไทย จึงรู้สึกว่า กทช. ก็ต้องกำกับดูแลให้เป็นไปตามนั้น จะปล่อยให้ขายให้สิงคโปร์ได้อย่างไร?


ศาสตราจารย์ เศรษฐพร อธิบายต่อว่า กิจการสื่อสารดาวเทียมมีเป็น 2 ส่วนคือ หนึ่งคือกิจการสื่อสารดาวเทียมโดยทั่วไป กับสองกิจการสื่อสารดาวตามสัญญาสัมปทานดาวเทียมไทยคม ที่พูดกันอยู่นี้เป็นเรื่องสัญญาสัมปทานดาวเทียมไทยคมซึ่งเป็นสัญญาสัมปทานระหว่างรัฐบาลกับเอกชน ระหว่างกระทรวงไอซี กับชินแซทเทลไลท์ สัญญา 2 ฝ่ายนี้เป็นเรื่องของคู่สัญญา ดังนั้น กทช.จะไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับเขาไม่ได้ สัญญาระหว่างกระทรวงฯกับเอกชน เป็นเรื่องของคู่สัญญา ต้องไปดูว่าสัญญาเขียนว่าอย่างไร

“ฉะนั้น จะยึดคืนทำไม ก็ในเมื่อตอนนี้ดาวเทียมไทยคมก็ยังเป็นของไทยอยู่ 100% คือเรื่องดาวเทียม จะมีหน้าที่รับผิดชอบที่แยกกันและรวมกันอยู่ ต้องอธิบายก่อนว่า ระบบดาวเทียมจะมี “ตัวดาวเทียม” ตัวดาวเทียมที่ลอยอยู่บนอากาศจะมีที่ที่ลอยอยู่ซึ่งเรียกว่า “ตำแหน่งดาวเทียม” หรือ “วงโคจรดาวเทียม” และดาวเทียมที่ยิงขึ้นไปก็ต้องมี “คลื่นความถี่” ที่ใช้กับดาวเทียมนั้น

เพราะฉะนั้น ในภาคอวกาศก็จะมี 3 เรื่องด้วยกัน เรื่องตำแหน่งวงโคจรดาวเทียม ที่ดาวเทียมจะไปอยู่ เรื่องตัวดาวเทียมว่าตัวดาวเทียมจะมีคุณลักษณะขนาดไหน ขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ทำงานเพื่อกิจการโทรคมนาคมอย่างเดียวหรือทางด้านกระจายเสียงโทรทัศน์ด้วย หรือทางด้านอินเตอร์เน็ตอะไรเหล่านี้ ทำเพื่อสื่อสารทหารโดยตรง ทำเพื่อจารกรรม ทำเพื่อตรวจสอบอากาศ ทำเพื่อสำรวจระยะไกล หรือว่าทำภารกิจทหาร ตำแหน่งวงโคจรดาวเทียมเป็นตำแหน่งของประเทศไทย ฟังให้ดีนะ ไม่ว่าใครจะซื้อก็ยังคงเป็นของไทยอยู่ 100%”

นอกจากนี้ ศาตราจารย์ เศรษฐพร เล่าย้อนความว่า “กรมไปรษณีย์โทรเลขเดิม โดยผมเป็นคนไปจองตำแหน่งวงโคจรนี้ จองในนามรัฐบาลไทย จองเอาไว้ตั้ง 14 ตำแหน่งเมื่อก่อนนี้นะ ฉะนั้นเรื่องนี้ผมรู้เรื่องดีที่สุด เพราะตำแหน่งนี้รัฐบาลรับผิดชอบว่าเป็นเจ้าของวงโคจรดาวเทียม และการที่จะให้มีการใช้ตำแหน่งนี้ได้ก็รัฐบาลจะต้องเป็นคนอนุญาตว่าใครจะเป็นคนเอาไปใช้ เช่น ดาวเทียมไทยคม 1 ดาวเทียมไทยคม 2 ดาวเทียมไทยคม 3 ต้องใช้ตำแหน่งวงโคจรอันเดียวกันหรืออันใหม่ ก็คือต้องขออนุญาตจากกระทรวงไอซีทีหรือกระทรวงคมนาคมเดิมในฐานะส่วนแบ่งของรัฐบาล

เพราะฉะนั้นตำแหน่งวงโคจรใครอยากใช้ก็ต้องขอที่รัฐบาล เช่น ถ้ายิงดาวเทียมไทยคมดวงใหม่ ตำแหน่งใหม่ก็ต้องขอรัฐบาล หรือถ้ารัฐบาลอยากจะให้มีดาวเทียมระบบใหม่ที่นอกเหนือจากดาวเทียมไทยคม ก็มาขอที่รัฐบาล ฉะนั้นเรื่องของตำแหน่งวงโคจรเป็นเรื่องของรัฐบาล ตำแหน่งนี้เดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นของรัฐบาล เพียงแต่ว่าพอหมดอายุดาวเทียมนั้นแล้วถ้าเราไม่ให้ใช้ต่อก็จบ ก็กลับมาเป็นของรัฐบาล 100% เหมือนเดิม และฟังให้ดี ว่าตัวดาวเทียม ดาวเทียมดวงที่หนึ่ง ดวงที่สอง ดวงที่สาม ที่เป็นดาวเทียมไทยคม ก็คือรัฐบาลเป็นคนอนุญาตให้ยิงขึ้นไป จะมีกี่ดวงรัฐบาลก็เป็นคนตัดสินใจ ตอนนี้ยิงไป 5 ดวงแล้ว ถ้ายิงดวงที่ 6 ก็ต้องไปขอรัฐบาล จะขอใช้ตำแหน่งไหนนั่นเป็นเรื่องของกระทรวงฯ เป็นเรื่องของรัฐบาล

ทีนี้บังเอิญว่าดาวเทียมต้องใช้คลื่นวิทยุ จะใช้คลื่นวิทยุย่านไหน ตรงนั้นแหละกฎหมายเขียนไว้ว่าเรื่องคลื่นความถี่จะต้องมาขอที่ กทช. โดย กทช. จะเป็นคนจัดการคลื่นให้สำหรับดาวเทียมนั้น เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าภาคอวกาศก็รับผิดชอบ 2 หน่วยแล้ว ทีนี้นอกจากนี้ยังมีภาคพื้นดิน ภาคพื้นดินก็คือสถานีภาคพื้นดินที่เป็นตัวสถานีควบคุมดาวเทียม นอกจากนี้ยังมาสถานีรับสัญญาณที่จะถ่ายทอดต่อ เช่น พวกสถานีโทรทัศน์ต่างจังหวัด ดังนั้น ภาคพื้นดินก็ต้องมาขอที่ กทช. ทีนี้ การที่จะเอาดาวเทียมมาใช้งาน ก็คือเมื่อยิงดาวเทียมขึ้นไปแล้วจะมีช่องสัญญา คือขายช่องสัญญาณสำหรับมาใช้ในการถ่ายทอดโทรทัศน์บ้าง ใช้ในการส่งโทรศัพท์มือถือ ใช้ในการติดต่ออินเตอร์เน็ต ฉะนั้นการประยุกต์ใช้ตรงนั้นต้องมาขอที่ กทช.

ดาวเทียมไทยคม ใช้สำหรับประเทศไทย เป็นของคนไทยและเอาไปใช้ในต่างประเทศด้วย แต่ในขณะเดียวกันยังมีดาวเทียมที่ตอนนี้รัศมีครอบคลุมประเทศไทย ที่พร้อมจะมาแข่งกับดาวเทียมไทยคมอยู่มากถึง 41 ดวงเท่าที่ตรวจสอบ เขาพร้อมจะมาแข่งกับดาวเทียมไทยคมแต่เรายังไม่เปิดให้แข่ง ซึ่งการจะเปิดให้แข่งเป็นหน้าที่ของ กทช. นอกจากหน้าที่ที่แยกกันอยู่อย่างนี้ ก็ยังมีหน้าที่ที่ต้องทำร่วมกันระหว่างกระทรวงไอซีทีกับ กทช. ด้วยก็คือเรื่องตอนที่จะส่งดาวเทียมขึ้นไปจะต้องมีการประสานงานด้านคลื่นวิทยุ เพื่อไม่ให้คลื่นวิทยุของดาวเทียมรบกวนกัน เรียกว่า “การประสานงานความถี่ดาวเทียม” อันนี้เดิม กรมไปรษณีย์ โทรเลขต้องทำ ซึ่งปัจจุบัน กทช. ต้องทำร่วมกับกระทรวงไอซีที เจ้าหน้าที่ต้องไปประชุมร่วมกันกับต่างประเทศ นี่คือการทำงานร่วมกัน ฉะนั้น ใครจะมาบอกว่า กทช. ไม่รับผิดชอบไม่ได้ แต่การรับผิดชอบคือการรับผิดชอบคนละส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องสัญญาสัมปทาน เป็นเรื่องที่คู่สัญญาต้องจัดการกันเอง จะไปบอกให้คนอื่นมาจัดการอย่างไร กทช. ต้องทำงานตามขอบเขตหน้าทีที่กฎหมายเขียนไว้ให้ มันไม่ใช่หน้าที่ของ กทช. แล้วถามว่ากรณีทวงคืนดาวเทียมไทยคมจากเทมาเส็ก จะทวงคืนทำไม ในเมื่อดาวเทียมก็เป็นของไทยอยู่ 100% สัญญาสัมปทานมีไว้ว่าเมื่อผลิตดาวเทียมยิง ส่งดาวเทียมขึ้นมาแล้ว เมื่อส่งเข้าวงโคจร ต้องโอนมาเป็นของรัฐบาลทุกดวง”

กับคำถามที่ว่า ถ้าเป็นเช่นนี้แล้ว “เทมาเส็ก”มาจ่ายเงินซื้อทำไม ? ถ้า “ ไทยคม” ก็ยังคง เป็นของไทยทั้งดาวเทียมและตำแหน่งวงโคจร?

ศาสตราจารย์ เศรษฐพร ได้อธิบายถึงความแตกต่างระหว่าง “ทวงคืนสิทธิ์” กับ “ทวงคืนดาวเทียม” ไว้อย่างระเอียด และย้ำว่าเป็นประเด็นที่ต้องแยกแยะให้ถูกต้อง
“การที่เทมาเส็กมาจ่ายเงินคือก็เหมือนกับชินแซทเทไลท์ได้สิทธิเพื่อเอาดาวเทียมไปขายช่องสัญญาณที่ว่าเอาไปทำกำไร ได้กำไรก็ไปแบ่งให้รัฐอีกทีหนึ่ง ดังนั้น สิ่งที่หายไปคือ “สิทธิในการนำดาวเทียมไปค้าขายหาผลประโยชน์” ซึ่งในส่วนนี้จะมีคณะทำงานประสานงานของกระทรวงไอซีทีกับของบริษัทมาทำงานร่วมกันอยู่ ซึ่งเป็นคนละส่วนกัน กทช. ไม่ได้มีหน้าที่ไปยุ่งกับเขา ถามว่าจะไปทวงทำไม ก็มันเป็นของเราอยู่แล้ว คำว่าทวงคืนคืออะไร ทวงคืนคือไปทวงสิทธิที่ว่าเอาไปค้าขาย การอ้างว่าเขาเอาไปดักรับสัญญาณไปหมดแล้วอะไรต่อมิอะไร เหมือนเด็กขายของ เพราะว่าสัญญาณที่ส่งผ่านกิจการโทรคมนาคม ดาวเทียมนี้เป็นดาวเทียมเพื่อการพาณิชย์ คนไทยใช้อยู่ประมาณไม่ถึง 10% นอกนั้นต่างชาติใช้ แล้วจะกลัวต่างชาติจะมาเอาดาวเทียมไปทำให้เกิดอันตรายต่อความมั่นคง ผมก็อยากจะไปต้านกระแส มันผิดประเด็น ตัวดาวเทียมก็เป็นของไทยอยู่แล้ว การทวงก็คือทวงสิทธิ แล้วสิทธิตามสัญญาที่เขาซื้อขายกัน ก็เขามาซื้อไปโดยถูกต้องตามระเบียบอยากได้คืนก็ต้องซื้อคืน ทีนี้มาบอกว่าผิดกฎหมายผิดสัญญาจะยึดคืน ผมว่าการปกครองระบอบไหนจะไปยึดทรัพย์สินภาคเอกชน แล้วไปยึดเขาแล้วจะไปเราจะคุยกับโครงการระหว่างประเทศอย่างไร พันธกรณีระหว่างประเทศ แล้วดูหรือยังว่าเรามีสัญญาการตกลงทางการค้ากับประเทศสิงคโปร์เขาหรือเปล่า เพราะเหตุใด แล้วมันง่ายหรือที่จะยึด” ศาสตราจารย์เศรษฐพร ทิ้งท้ายด้วยคำถามที่ชวนให้หาคำตอบ


ข่าว : Telecom Journal

//www.tj.co.th/telecomjournal/modules/news/article.php?storyid=499


Create Date : 18 ตุลาคม 2550
Last Update : 18 ตุลาคม 2550 19:52:10 น. 2 comments
Counter : 324 Pageviews.

 
ที่จริงเรื่องนี้ไม่ต้องลำบากให้ ศาสตราจารย์ เศรษฐพร อธิบายซะยืดยาวเล้ย ถ้าคนไทยหัดคิดทบทวน และมีความรู้พอว่า สัญญาสัมปทานมีขอบเขตแค่ไหน


โดย: bench วันที่: 18 ตุลาคม 2550 เวลา:20:20:55 น.  

 


โดย: Darksingha วันที่: 20 ตุลาคม 2550 เวลา:12:14:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.