ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง
ซับพรามคืออะไรกันแน่

ซับพราม คืออะไรกันแน่

เมื่ออาทิตย์ Wall Street เกือบจะล้มทั้งยืน แล้วลากเศรษฐกิจ โลก ลงเหวไปด้วย มันก็แน่นนอนแล้วว่า ลงอะไรก็ตาม สามารถ ลาดโลกทั้งใบ “ลงเหว” มันเป็นปัญหาที่ใหญ่กว่าตัวมันเองไปแล้ว คือซับพราม ถ้าว่ากันจริงๆมันก็คือหนี้ อสังหาที่เสีย ก็แบบไทยตอนล้มไปสิบปีที่แล้ว แต่นี่มันจะเอาโลกล้มลงไปด้วย มันก็ต้องไม่ใช่เรื่อง หนี้อสังหาเสียแน่นอนแล้ว แล้วมันเรื่องอะไรกันหล่ะ



เท่าที่ผมฟังผู้หลักผู้ใหญ่ ของไทยคุยกัน มันไม่ได้เรื่องเลย ในการตอบโจทย์ใหญ่ คือพวกพอเพียงนิยม ก็บอกว่าเพราะคนสหรัฐใช้ชีวิตฟุ่มเฟือยเกินไป เอาแต่วัตถุนิยมและทุนนิยมสุดขั้ว จนสร้างความเสี่ยงขึ้นมามาก นั่นก็เป็นหนึ่งมุมมอง อีกมุมก็ออกมาจากฝ่าย Marxist แบบพี่ใจ อึ้งพากร ที่บอกว่า ทุนนิยมมาถึงจุดสุดท้ายแล้ว ว่ากันว่าซับพรามมันคือการเอาคืนของ Politariates หรือชนชั้นแรงงานของโลกและในสหรัฐเอง ที่จะทำให้โลกหันมามอง สังคมนิยม อย่างจริงจังอีกที นั่นก็อีกมุมมอง แล้วมันก็มีพวกนักเล่นหุ้นในไทย ที่ทุนนิยมสุดกู่ ที่บอกกันว่าปัญหามันคือ Greenspan ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐคนก่อน พูดมากไปหน่อยเรื่อง Excuberence หรือคนอเมริกันมองโลกในแง่ดีเกินไป แต่ลงเอย ไม่ทำอะไรให้เกิดความสมดุล จริงๆ กลับปล่อยการเงินให้ Relax เกินไป คือ Greenspan พูดมากเรื่องฟองสบู่ในเมกา แต่ไม่ทำอะไรเพื่อหยุดมัน แล้วก็มีมุมมองออกมาจากค่ายวิจัยแบบ TDRI และ จุฬา และ ธรรมศาสตร์ ที่บอกกันว่า Greenspan ออกมา “เบรก” ตลาดไม่รู้จะกี่รอบต่อกี่รอบ แต่ Wall Street เองต่างหาก ที่กู่ไม่กลับ พูดอะไรไม่ฟังกันเลย



ท่านผู้อ่าน อ่านมาแค่นี้ ก็คงจะเลือกมุมมองกันไปบ้างแล้วนะครับ แต่จริงๆ แล้ว บางท่านอาจจะบอกว่า วิเคราะห์แค่นั้นมัน “ตื้นไป” เพราะจริงๆแล้ว เรื่องนี้ มัน “ลึก” กว่านั่นมาก เขาบอกว่าเศรษฐกิจไทยนั้นมีเครื่องยนต์อยู่สี่ตัว ก็คือส่งออก ท่องเที่ยว เกษตร และ การบริโภค ถ้าจะเริ่มวิเคราะห์ ปัญหา ซับพรามของสหรัฐกัน มันก็ต้องเริ่มกันแถวๆนี้หล่ะครับ คือสหรัฐนั้น กลายเป็น เศรษฐกิจ Service ไปแล้ว แทบจะ 100% แน่นอนยังมีอุตสาหกรรม ที่ใหญ่มาก แต่ถ้าดูสัดส่วน Service แล้ว ก็อย่างว่า Microsoft บวก Google ก็แทบจะใหญ่คับสหรัฐอยู่แล้ว



ปัญหาของ เศรษฐกิจที่มันออกไปทาง Service มากๆ คือมันไม่ต้องทำงานหนัก แต่ต้องใช้ “สมอง” มากหน่อย ก็แบบที่สิงค์โปร์พยายามทำอยู่นะครับ ยกประเทศขึ้นมาเป็นคลังสมองของภูมิภาคเรา แล้วเวลาไปเที่ยวสิงค์โปร์จะเห็นอะไรครับ ก็คนจบตรีก็มีงานเงินเดือน ห้า หก หมื่นทำกันทั่วไปหมด แต่เพราะสิงค์โปร์เป็นเกาะ ที่ดินเลยแพง คนก็ลงเอยอยู่คอนโดกันทั้งประเทศ แต่ในสหรัฐนั้น ที่ดินมันมากเหลือเกิน นอกจากในเมืองใหญ่ๆแบบ New York แล้ว คนเรียนจบตรี ในสหรัฐ ทำงานสักปี สองปี ก็ซื้อบ้านกันได้แล้ว ถ้ายิ่งไปกระตุ้น ปัจจัยพื้นฐานแบบนั้น กับการที่เศรษฐกิจสหรัฐนั้น “ดี” มานาน สมัย Clinton ที่ทำให้ราคาบ้านในสหรัฐ ราคาขยับขึ้น การซื้อบ้าน ก็เลยกลายเป็นการลงทุนไปนอกจากการซื้อไว้ใช้เป็นที่อยู่



ประเด็นที่ผมกำลังเขียน ก็ไม่มีอะไรมากนัก พยายามชี้ให้ท่านผู้อ่านเห็นเท่านั้น ว่า จริงๆแล้ว ซับพราม มันก็มีพื้นฐานมาจาก สังคมและวัฒนธรรม ของสหรัฐ ถ้าจะให้ตอกย้ำกัน ก็ต้องบอกว่าคนสหรัฐนั้น พอลูกจบมหาวิทยาลัย เขาถือว่าเป็นผู้ใหญ่แล้ว ที่ต้องออกจากบ้านไป และไปสร้างตัวเอง สมทบเข้าไปกับการเป็นสังคมสมัยใหม่หรือ Nucleus Family ที่ต่างคนต่างอยู่และต่างคนต่างพึ่งตัวเอง แต่มันเป็น Nucleus Family ที่ชอบโอ้อวดกัน คือคนสหรัฐเขาแข่งกันมีบ้านที่ดีกว่าคนอื่น และอื่นๆในแนวแข่งกัน นั้นจริงๆ มันก็พอมองออกนะครับ ว่า ในสังคมสหรัฐนั้น การมีบ้านสวยๆสักหลัง มันสำคัญขนาดไหน เรียกว่า คนไทยอยู่ห้องแถว แต่นิยมขับรถเบนส์กัน แต่ฝรั่งนั้นไปอีกมุมเลย คือชอบบ้านสุดหรู รถขับอะไรก็ได้



มาถึงตรงนี้ ท่านคงบอกว่า ลงมันซื้อง่ายแล้วสังคมวัฒนธรรมมันเป็นแบบนั้น ฟองสบู่อสังหาแตกมันก็แน่นอน และนาแปลกใจที่มันไม่เกิดขึ้นบ่อยกว่านี่ ก็ใช้ครับ ในแง่ดีแล้ว คนสหรัฐทั่วไป ไม่ได้กลัวฟองสบู่อสังหาแตกหลอกครับ แล้วเพราะประชากรในสหรัฐนั้นแก่ตัวลงมากแล้ว คนหนุ่มสาวก็ไม่กลัวตกงานกันมากนักครับ สรุปคือ ซับพรามมันไม่โหดร้ายในตัวมันเองมากนักครับ คือลงจบออกมาแล้วเงินเดือนมัน ห้าหมื่นดอลต่อปี แล้ววิ่งไปซื้อบ้าน สามแสนดอลมา มันเหมือนคนไทยที่ต้องเก็บเงินกันทั้งชีวิต หรือไม่ก็เป็นปีๆ กว่าจะซื้อบ้านได้ คือมันเหมือนไทยเมื่อไหร่กันหละครับ ฉะนั้นแล้ว ปัญหาของ ซับพราม มันอยู่ที่ไหนกันแน่



นักวิเคราะห์ไทยบางคนก็สรุปออกมาว่า เมกานั้น “ซวย” หนัก ซับพราม มันเหมือน “ฟางเส้นสุดท้าย” ก็เท่านั้นเอง สาเหตุเพราะสงคราม อิรัก “ดูดเงิน” ไปมากเหลือเกิน งบดุลของรัฐบาล เลยดูน่าเกลียดแบบสุดๆ สองน้ำมันแพง ทำเอาประเทศสำคัญต่อการส่งออกของสหรัฐ ก็คือโลกนั่นเอง โตช้าลง จนซื้อสินค้าสหรัฐน้อยลง อีกอย่างที่นักวิเคราะห์ไทยชอบ “ยำ” เข้าไปด้วย คือจีน ที่สร้างของถูกๆ ไม่มียี่ห้อ ออกมาแข่งกับ Brand Name ของสหรัฐ ที่ก็ทราบกันอยู่แล้ว ว่าสหรัฐนั้น มีอยู่แต่ Brand Name แล้วมันก็ของถูกที่ทำให้มันมี Price Deflation หรือการขยับราคาสินค้าขึ้นไม่ได้ แต่นักวิเคราะห์ไทยก็ยังมองไม่ถูกนักนะครับ ถึงจะแน่นอนว่า สหรัฐนั้นมีปัญหามาก สาเหตุก็เพราะ “คนระดับกลาง” กำลังเกิดขึ้นมากมายทั่วโลกที่กำลังพัฒนา แล้วนี่มันก็คือตลาดใหญ่ของสหรัฐทีเดียว ตัวอย่างก็คือสหรัฐนั้นเป็นประเทศส่งออก สินค้าจาก “อุตสาหกรรมวัฒนธรรม” ที่ใหญ่ที่สุดบนโลกเลย



ฉะนั้นแล้ว ถ้าจะสรุปสักหน่อย คนเมกันนั้น มีจุดอ่อนในตัวคือ “บ้า” อสังหา แล้วมันก็เริ่มมีปัญหา จะเพราะ หรือเป็นผลมาจาก หรือจะเป็นคู่ขนานของ “ถาวะเศรษฐกิจไม่ค่อยดีในสหรัฐ” ก็ว่าได้ แต่ ซับพราม จริงๆแล้วมันคืออะไรกันแน่ ก็มีฝรั่งบางคนบอกว่า มันไม่ใช่ปัญหา ของ “ซับพรามเลย” ปัญหานี้มันมาจากพวก “ปั่นซับพราม” คือพวกปั่นหุ้นนั่นเอง ที่เอาอสังหา มา “ปั่นจนเละ” ถ้าจริง มันก็คือ “พวกนักการเงิน” หล่ะครับ ที่เป็นต้นตอของภาวะในสหรัฐตอนนี้ ไม่ใช่พวกคนเมกัน ที่ “บ้า” อสังหา มากไปหน่อย



คือนักวิเคราะห์พวกนี้ เขาบอกว่า นักการเงินนั้น เอาอสังหา มาปั่น จนกลายเป็น “แชร์ลูกโซ่” ที่พอหาคนใหม่เข้ามาเล่นไม่ได้ “พอ” ฐานมันก็พับลงไป เพราะเงินต่อยอดให้ขึ้นไปเรื่อยๆ มันหมด ชื่อ ของ ซับพราม ก็บอกอยู่แล้วว่าหนี้คุณภาพต่ำ ก็อาจจะแบบคนที่จบตรีออกมามีงานทำแทนที่จะรอสามปีเพื่อซื้อบ้าน ก็เอาเลย จบออกมาปีเดียวยองกู้เสียดอกเบี้ยแพง หรือ วาง Down สูงๆ เพื่อซื้อบ้านแล้ว ปัญหาคือ Wall Street รวยรวมเอาหนี้พวกนี้ มาเข้าเป็นกลุ่มเป็นก้อน แล้วสับออกเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อขายกัน ถ้ามันหยุดอยู่ตรงนั้นคงไม่มีปัญหามากนัก แต่ Wall Street ดันไปคุยกับบริษัท Credit Rating แล้วบอกว่า ถ้าส่วนหนึ่งของหนี้ ไม่ค่อยดีนั้น มีการจัดระเบียบ ให้บางส่วน มีสิทธิได้รับดอกเบี้ย ก่อนส่วนอื่น ของหนี้ไม่ดีนั้น ไอ้เจ้าส่วนที่จะได้รับดอกเบี้ยก่อน ส่วนตรงนี่นะ จะให้ Credit Rating “ดี” ได้ไหม ตกลง เออเองออเองตกลงกันเอง จนไปๆมาๆ หนี้ไม่ค่อยจะดี ได้เรติ้ง AAA ไปเลย



แล้วพอเรติ้งมันดีขนาดนั้น แถมยังได้ดอกสูงๆ ใครมันจะไม่ไปลงทุนกันหล่ะครับท่านผู้อ่าน ตกลงไปๆมาๆ ทุกสถาบันการเงินในสหรัฐ แข่งกันปล่อยกู้อสังหา แข่งกันจนมาตอนนี้ ยังไม่จบตรี ก็ซื้อบ้านได้แล้ว มันก็คือกลายเป็นว่า Wall Street ไปกระตุ้นการปล่อยกู้ให้หนี้อสังหา แล้วพอหนี้ไม่ค่อยดีของอสังหา มัน “สวย” กว่าหนี้อสังหาดีๆ แล้วยังไงหล่ะครับ กฌไม่มีอะไร นอกจากเร่งปล่อยกู้ให้ไปหา “ที่ที่ไม่ค่อยดีนัก” ในที่สุด มันก็เหมือน แชร์ลูกโซ่ คือไอ้เงินกำไรตรงนี้ วิ่งไปเลี้ยงยอดของ Wall Street ปัญหามันคือ ฐานมันชักจะอ่อนลงเรื่อยๆ ตลอดเวลา เพราะมันขยับเข้าไปในส่วนที่มีความเสี่ยงมากขึ้นเรื่อยๆ พอมาถึงจุดหนึ่ง ความเสี่ยงทั้งหมด มันก็เริ่มพัดกลับมาหาฐานของมัน เหมือนคลื่นหระทบทราย ยังไงยังงั้น แล้วมันก็เริ่ม “ลาม” ขึ้นบน จากแถวเสี่ยงสุดๆ มาแถวเสี่ยงปานกลาง มาแถวที่เรติ้งให้ไว้กัน ที่ AAA สุดท้าย นักลงทุน “แทกระจาดขายทิ้งหมดในอัตราส่วนที่ “ราคาของดีในกระจาด” แทบไม่มีเหลือ จนเกิดอะไรขึ้น ก็คือแบบ Bear Sterns คือมีแต่หนี้ที่ไม่มีใครอยากจะเอา นอกจากพวกชอบซื้อของถูกและมั่นคงพอที่จะเก็บของไม่ค่อยดี ที่ราคา ตกลงไป “มากกว่าความเป็นจริง” พูดง่ายๆ เขาใจเย็นเพราะเงินเขาเย็นและเขาใหญ่พอที่จะมองเย็นๆแบบนานๆ ได้ ก็คือ บริษัทที่ไปซื้อหนี้ Bear Stern คล้ายๆกับ Lehman ที่มาซื้อ หนี้เสียไทยไปหลายๆกองในราคาถูกสุดๆจนคนงงกัน



สรุปสักหน่อยตรงนี้ ลงมันเป็นแบบนี้ จะด่าใครดีหละ และจะมอง ซับพราม ว่าคืออะไรดีหล่ะ เพราะมันไม่ได้เกิดจากการที่คนเมกัน เกิดกระหายใหญ๋ และ บ้าบอ จนสติแตก แห่ไปในการหาซื้อบ้านกันไม่รู้จบ แบบบังคับตัวเองให้คิดดีๆก่อน ไม่ได้ แต่มันเกิดขึ้น เพราะ Wall Street กระหายกำไร แต่ในที่สุดแล้ว ซับพราม คือ “สัตว์ร้าย” ที่ Wall Street สร้างขึ้นมาเอง “ใช่หรือไม่” มันก็เหมือนๆกับราคาน้ำมันและทอง คือ Wall Street ปั่นมันขึ้นไปสูงๆ ถ้าฟองสบู่แตกขึ้นมา แล้วราคาน้ำมันและทองตกลง พวกกองทุนเก็งกำไร ก็ตายกันหมด ยังไงยังงั้น



คือถ้าจะให้สรุป มันก็คือ คนที่ฉลาดมากๆ ใน Wall Street เห็นแท้แน่นอนว่า คนเมกันนั้น ชอบซื้อและลงทุนบ้าน ก็เลยเข้าไป Exploit เรื่อง ให้มันซื้อกันง่ายเข้าไปอีก แต่ปัญหามันคือ เศรษฐกิจพื้นฐานมันชักจะไม่สวยขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด ฟองสบู่ที่ Wall Street สร้างขึ้นมา มันแตก แล้วถ้าไม่ใช่เพราะ มือฉมัง ของธนาคารกลาง ป่านนี้โลกถูกฉุดลง “เหวลึก” ไปกับเมกาแล้ว ปัญหามันคือ มันยังมีฟองสบู่อีกอันสองอันที่สร้างกันขึ้นมา ถ้าโชคดี ก็จะมีข่าวร้ายออกมาปั่นราคามันขึ้นไปเรื่อยๆ แต่ถ้าข่าวร้ายหมด แล้วปัจจัยพื้นฐานเข้ามาเป็นปัจจัยหลัก ฟองสบู่แตกแน่นอน คราวนี้หล่ะ ต่อให้เก่งยังไง “ก็เอาไม่อยู่” ถ้ามันมาแตกกัน หลายๆฟอง พร้อมกันหรือใกล้ๆกัน

ทวีวุฒิ จุลวัจนะ
//www.thai-journalist-democratic-front.com


Create Date : 26 มีนาคม 2551
Last Update : 26 มีนาคม 2551 2:26:17 น. 5 comments
Counter : 315 Pageviews.

 
เหมือนจะรู้เรื่องขึ้น แต่ก็เหมือนยังไม่รู้อะไรเลย

ลงชื่อคนมาอ่านให้ละกันค่ะ


โดย: เพรางาย วันที่: 26 มีนาคม 2551 เวลา:10:51:04 น.  

 
thank you ka


โดย: Mod IP: 75.109.254.99 วันที่: 15 กรกฎาคม 2551 เวลา:8:02:55 น.  

 
คงต้องอ่านหลาย10รอบครับ สู้เว้ย!!


โดย: หอ. หึหึ IP: 124.120.63.186 วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:17:46:21 น.  

 
อ่านแล้วก็ยังไม่รู้เรื่องขึ้นเท่าไหร่อะ คิดตามไม่ทัน


โดย: Shoney IP: 202.12.118.61 วันที่: 28 สิงหาคม 2551 เวลา:10:57:00 น.  

 
เป็นเรื่องใหม่ใกล้ตัวแต่เข้าใจยากอ่ะต้องอธิบายเพิ่มเติมอีกหน่อยว่าความหมายมันคืออะไรแล้วกระทบยังไง


โดย: ต้องบอกรายละเอียดอีกหน่อยเพราะเป็นเรื่องใหม่ที่ค่อนจะเข้าใจยาก IP: 58.147.41.85 วันที่: 28 มกราคม 2552 เวลา:20:14:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.