ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง
ทิศทางอนาคตความมั่นคงของพรรคขนาดกลางและเล็กที่มีอยู่ในสภาตอนนี้

จากผลการเลือกตั้งที่ออกมานั้นก็ชัดเจนแล้วว่าคะแนนในระบบบัญชีรายชื่อตอนนี้ได้ถูกเทคะแนนส่วนใหญ่ไปให้กับ2พรรคใหญ่อันได้แก่
พรรคเพื่อไทย 15,744,190 คะแนน
และ พรรคประชาธิปัตย์ 11,433,762 ล้าน
เป็นระบบการเมืองแบบ2พรรคใหญ่ตามระบบของพรรคการเมืองของสากลทั่วไป

ส่วนพรรคที่เหลืออยู่ก็คือ
พรรคภูมิใจไทย 1,281,577 คะแนน
พรรครักประเทศไทย 998,603 คะแนน
พรรคชาติไทยพัฒนา 906,656 คะแนน
พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน 494,894 คะแนน
พรรคมาตุภูมิ 251,702 คะแนน
พรรครักษ์สันติ 284,132 คะแนน
พรรคพลังชล 178,110 คะแนน
พรรคมหาชน 133,772 คะแนน
พรรคประชาธิปไตยใหม่ 125,784 คะแนน

โดยพรรคที่มีแนวโน้มว่าอนาคตข้างหน้าอาจจะหายไปจากสภาเลยเนื่องจากคะแนนบัญชีรายชื่อไม่เพียงพอที่จะมีสส.ในสภาได้ แถมยังไม่มีฐานของสส.เขตในตัวพรรคเองก็มี พรรคประชาธิปไตยใหม่ และ พรรคมหาชน

มาที่พรรคพลังชล แม้ว่าที่ผ่านมาจะค่อยโล่งอกไปหน่อยที่ยังสามารถส่งสส.เขตในจังหวัดชลบุรี เข้าสภาเบียดกระแส2พรรคใหญ่มาได้6คน จากทั้งหมด8คน โดยตัวพรรคเองก็ตั้งใจมาแต่แรกแล้วว่าจะเป็นเพียงแค่พรรคท้องถิ่นนิยมเท่านั้น แต่ทว่าการที่จะทำผลงานสร้างนโยบายเพื่อจะคืนกลับไปให้กับท้องถิ่นของตัวเองนั้นกลับทำได้ไม่สะดวกนัก เพราะการที่เป็นพรรคเล็กซึ่งแน่นอนว่ามีอำนาจต่อรองในสิ่งที่ตัวเองต้องการน้อยมากอยู่ ซึ่งล่าสุดแม้ว่า สส.ในพรรคอย่าง นางสุกุมล คุณปลื้ม จะได้เก้าอี้ รมต.กระทรวงวัฒนธรรม ไปแต่ผลงานที่ทำได้จากเก้าอี้ตัวนี้คงไม่สามารถสร้างผลงานอะไรให้คนในท้องถิ่นชลบุรีนั้นได้จดจำอะไรไปได้มากนัก เพราะสิ่งที่ชาวชลบุรีน่าจะต้องการจริงๆจากพรรคพลังชล ก็คือ การทำผลงานในเรื่องของการท่องเที่ยว ,กีฬา ,สังคม ,เศรษฐกิจ ,อุตสาหกรรม ,พาณิชย์ มากกว่างานทางด้านของวัฒนธรรม ดังนั้นนี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นในความตกต่ำของพรรคนี้ที่ตั้งใจจะเป็นพรรคท้องถิ่นนิยมมาตั้งแต่แรกนั้นเอง เนื่องจากประชาชนที่เลือกสส.ก็ต้องการให้แก้ไขปัญหา,สร้างผลงานที่โดนใจประชาชน แต่ทว่าคนที่จะสามารถสร้างผลงานตรงนี้กลับคืนมาให้กับชาวชลบุรีนั้นจะกลับกลายเป็นคนจากพรรคที่ตนไม่ได้เลือกเข้าไปนั้นเอง
อย่าลืมว่าครอบครัวตระกูลคุณปลื้มเอง ก็สร้างความไม่พอใจให้กับลูกน้องเก่าๆทั้ง นายสง่า ธนสงวนวงศ์ อดีตคนสนิทของกำนันเป๊าะ ผู้นำตระกูลคุณปลื้ม และ นายภิญโญ ตั้นวิเศษ อดีตนายกอบจ.2สมัย จนต้องแยกทางกันเดิน และนอกจากนี้ก็ยังมีอดีตสส.และอดีตสอบจ.ของกลุ่มบางคน มองว่าตนเองควรจะปลดแอกออกจากระบอบอุปถัมป์ของครอบครัวตระกูลคุณปลื้ม เพื่ออนาคตที่ก้าวหน้าของตนแม้ว่าช่วงแรกอาจจะต้องสอบตกผิดหวังอยู่บ้างเพื่อแลกกับอนาคตหลังจากนั้นที่ดูจะสดใสมากกว่า โดยการตัดสินใจมาร่วมงานทางการเมืองกับพรรคเพื่อไทยนั้นเอง
และนอกจากนี้ฐานคะแนนบัญชีรายชื่อของพรรคพลังชลในจังหวัดชลบุรีเองก็ยังไม่สามารถเอาชนะกระแสของ2พรรคใหญ่ลงไปได้เลย โดยสามารภทำคะแนนได้เพียงแค่เกือบ130000กว่าคะแนนเท่านั้น ดังนั้นอนาคตข้างหน้าของพรรคพลังชลดูจะริบหรี่เต็มที่ในสนามการเมืองกับภารกิจรักษาฐานที่มั่นสส.ทั้งระบบเขต และบัญชีรายชื่อให้คงอยู่ต่อไปได้อย่างยากเย็นเต็มที แทบไม่ต้องคิดถึงเรื่องการเติบโตของพรรคไปเลย ท่ามกลางการกระชับพื้นที่ฐานเสียงของทั้ง2พรรคใหญ่ และไม่ต้องคิดถึงเรื่องการยุบพรรคเพื่อไปร่วมงานกับพรรคใหญ่โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพรรคเพื่อไทย เพราะมีอดีตคนของกลุ่มตัวเองจองคิวเอาไว้ล่วงหน้าแล้วมาตั้งแต่สมัยการเลือกตั้งที่ผ่านพ้นไป แน่นอนว่าพรรคเพื่อไทยย่อมต้องเปิดโอกาสให้กับคนที่อยู่ในพรรคได้สิทธิ์เป็นอันดับแรกๆก่อน

ต่อไปก็เป็นพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ซึ่งผลคะแนนบัญชีรายชื่อที่ออกมานั้นชนะคะแนนของ2พรรคใหญ่แค่เพียงเขตตัวเมืองโคราช(เขต1-3)เท่านั้นเอง และชนะไม่ห่างซะด้วย นอกนั้นก็ถือว่าต่ำเตี๊ยติดดินหมด รวมแล้วเฉพาะในโคราชได้คะแนนบัญชีรายชื่อเพียง150000กว่าๆเท่านั้น ส่วนสส.เขตก็เหลือเำพียงแค่5เขตเท่านั้นคือนครราชสีมา เขต1-3,9 และ นครสวรรค์ เขต6 อนาคตก็คงไม่ต่างจากพรรคพลังชลนั้นก็คือจะถูกทางพรรคเพื่อไทยซึ่งมีฐานเสียงที่แน่นหนากว่าเข้ามากระชับพื้นที่กลืนกินไปในที่สุด
แม้ว่าสส.เขตของพรรคจะตัดสินใจย้ายสังกัดมาอยู่กับพรรคเพื่อไทย แต่เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยภายใต้การสนับสนุนของนายใหญ่ คงจะทำใจยอมรับการกลับเข้ามาร่วมงานอีกครั้งของนักการเมืองกลุ่มนี้ที่เคยทิ้งพรรคไปในสมัยไทยรักไทยไม่ได้แน่ๆ อีกทั้งตัวผู้สมัครสส.ที่จะลงสู้ในเขตเมืองโคราชนั้นก็ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลเชิดชัย เจ้าของธุรกิจรถทัวร์ขนส่งมวลชนรายใหญ่ และยังมีคนในตระกูลอยู่ในสนามการเมืองท้องถิ่นในเขตเทศบาลเมืองอีกต่างหาก นั้นจึงกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้พรรคนี้ไม่มีทางที่จะเจริญเติบโตได้อีกต่อไป มีแต่จะต้องสู้จนตัวตายไปเท่านั้นเอง

มาที่พรรคมาตุภูมิ ซึ่งพรรคนี้ตั้งเป้าเอาไว้ชัดแจ้งว่าจะเป็นพรรคที่มีนโยบายทางการเมืองเพื่อคนมุสลิมโดยเฉพาะใน3จังหวัดภาคใต้ แม้ว่าพรรคนี้จะไม่ประสบกับชัยชนะในสส.เขตเลยแม้แต่เขตเดียว แต่คะแนนบัญชีรายชื่อโดยเฉพาะ3จังหวัดใต้ต้องถือว่าทำได้ดีมาก โดยเฉพาะปัตตานีกับนราธิวาส 2จังหวัดนี้ได้คะแนนในระบบบัญชีรายชื่อชนะพรรคเพื่อไทยขึ้นมาเป็นอันดับ2 โดยทำได้46000กับ49000กว่าคะแนนตามลำดับ แม้ว่าตามหลังพรรคประชาธิปัตย์อยู่มากก็ตามที และตามหลังพรรคเพื่อไทยไม่กี่หมื่นคะแนนในจ.ยะลาโดยทำได้เกือบ18000กว่าคะแนน
ซึ่งที่ผ่านมานั้นพรรคประชาธิปัตย์แม้จะได้เป็นรัฐบาลมา2ปีครึ่งก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาความไม่สงบใน3จังหวัดใต้ได้อย่างเป็นรูปธรรม แม้ว่าจะสามารถกวาดที่นั่งสส.ใน3จังหวัดได้เกือบหมดเสียไปแค่1เขต แต่ถ้าเอาคะแนนของผู้สมัครจากพรรคมาตุภูมิมารวมเข้ากับคะแนนของผู้สมัครจากพรรคอื่นรวมกัน ปรากฏว่าพรรคประชาธิปัตย์ชนะคะแนนในสส.เขตจริงๆเพียงแค่2เขตเท่านั้น นั้นก็คือเขต1ยะลา และ เขต2ปัตตานี
ทั้งนี้ก็เป็นเพราะว่าผู้สมัครที่มีฐานเสียงแน่นๆและตั้งตัวเป็นฝ่ายตรงข้ามกับพรรคประชาธิปัตย์เรื่อยมาตั้งแต่2530กว่าๆ ภายใต้ชื่อกลุ่มวาดะห์(ภาษามลายูที่มีความหมายเป็นหนึ่งเดียว,เอกภาพ) เกิดการแตกแยกกันเองทำให้ต้องมาแข่งขันตัดฐานคะแนนกันเองจนแพ้ไปในที่สุด โดยพรรคขั้วตรงข้ามกับพรรคประชาธิปัตย์ที่พอจะสู้ได้ถ้าไม่นับพรรคเพื่อไทยก็มีพรรคมาตุภูมินี่ละที่พอจะสู้ได้ เนื่องจากฐานคะแนนของพรรคเพื่อไทยในภาคใต้ถือว่าอ่อนแอเกินกว่าจะสู้กับพรรคประชาธิปัตย์ในภาคใต้ได้ แม้ว่าจะเป็นพรรคใหญ่อันดับ1ก็ตามที
โดยสมาชิกพรรคมาตุภูมิในปัตตานีนั้นมีแกนนำก็คือ เด่น โต๊ะมีนา,มุข สุไลมาน,สนิท นาแว,มูฮัมหมัด อาลีฟินจะปากากียา และ อนุมัติ ซูสารอ ต้องมาแข่งตัดฐานเสียงกับพรรคภูมิใจไทยที่มีแกนนำอย่าง นิมุคตาร์ วาบา และ ตระกูลเบ็ญจลักษณ์
ส่วนสมาชิกพรรคมาตุภูมิในนราธิวาสนั้นมีแกนนำก็คือ อารีเพ็ญ อุตรสินธ์,นัดมุดดีน อูมา,ไพศาล ตอยิบ,สมรรถ วาหลง และ กมลศักดิ์ สีวาเมาะ ต้องมาแข่งตัดฐานเสียงกับพรรคชาติไทยพัฒนาที่มีกลุ่มการเมืองอบจ.ท้องถิ่นอย่างตระกูลยาวอหะซัน ให้การสนับสนุน รวมไปถึง ฮัมดัน อาแซ จากพรรคภูมิใจไทยด้วย
ทางด้านของยะลา ผู้สมัครสส.ของพรรคภายใต้การนำของไพศาล ยิ่งสมาน ก็ดันไปแข่งตัดฐานคะแนนกับซูการ์โน มะทา และ บูราฮานูดิน อูเซ็ง ที่ยังคงปักหลักอยู่กับพรรคเพื่อไทยต่อไปและมีฐานเสียงที่แน่นกว่า ส่งผลให้ผู้สมัครทั้ง2ต้องพ่ายแพ้พรรคประชาธิปัตย์ไปอย่างน่าเสียดาย
เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงมีการคิดกันว่ากลุ่มการเมืองต่างๆเหล่านี้คงจะต้องหันมาจับมือรวมกันเป็นหนึ่งเดียว โดยใช้พรรคมาตุภูมิเป็นฐานที่มั่นหลักสำคัญเพื่อที่ตัวเองจะได้อยู่รอดในสนามการเมืองต่อไป โดยเฉพาะในจังหวัดปัตตานีและนราธิวาส ส่วนยะลานั้นยังไม่แน่ชัดว่ากลุ่มของซูการ์โน มะทา จะย้ายมาสังกัดพรรคมาตุภูมิหรือไม่ เพราะฐานคะแนนของพรรคมาตุภูมิในยะลานั้นยังไม่เข้มแข็งพอ อีกทั้งการมีหัวหน้าพรรคคนปัจจุบันอย่าง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ยังถือว่าขัดต่อเจตนารมย์ของคนรักประชาธิปไตยอยู่มากเนื่องจากเป็นหัวหน้าผู้ก่อการทำรัฐประหาร ที่ทำให้บ้านเมืองต้องถอยหลังลงไปนั้นเอง ว่ากันว่าถ้าการเจรจาระหว่างกลุ่มใน3จังหวัดใต้นั้นสามารถที่จะตกลงฮั้วกันได้อย่างลงตัวแล้วละก็ คงสามารถแย่งที่นั่งสส.เขตใน3จังหวัดใต้คืนมาจากพรรคประชาธิปัตย์ได้หลายที่นั่งแน่นอน และคงจะเป็นพรรคท้องถิ่นนิยมใน3จังหวัดภาคใต้ที่สามารถเอาตัวรอดในสนามการเมืองไปได้อย่างยาวนานตราบใดที่ฐานเสียงของพรรคเพื่อไทยในภาคใต้ยังคงอ่อนแอไปไม่ถึงไหนอยู่อย่างนี้

พูดถึงพรรคชาติไทยพัฒนากันบ้าง นับตั้งแต่ปี2548เป็นต้นมาซึ่งพรรคร่างทรงเดิมอย่างพรรคชาติไทยเคยทำคะแนนในระบบบัญชีรายชื่อได้สูงสุดถึง2ล้านคะแนนเป็นพรรคขนาดกลางอันดับ3ในตอนนั้น หลังจากนั้นคะแนนในระบบัญชีรายชื่อก็ตกต่ำลงไปเรื่อยๆโดยในปี2550ได้คะแนนบัญชีรายชื่อเพียงแค่1.2ล้านคะแนนเท่านั้นหล่นไปอยู่อันดับ4 แพ้ให้กับพรรคเพื่อแผ่นดินที่ได้1.5ล้านคะแนนด้วยกัน และการเลือกตั้งล่าสุดคะแนนหล่นไปอยู่ที่9แสนกว่าคะแนน

โดยฐานคะแนนบัญชีรายชื่อของพรรคชาติไทยพัฒนา เขตที่ยังชนะพรรคใหญ่อยู่ก็คือ สุพรรณบุรี เขต1-3เท่านั้นเอง นอกนั้นก็แพ้ให้กับพรรคใหญ่ทั้งหมด โดยเขตจังหวัดที่แพ้ให้กับพรรคใหญ่แต่ยังพอมีคะแนนมากในระดับที่มีนัยสำคัญประมาณหลักหมื่นกว่าๆก็คือ อ่างทอง ,สิงห์บุรี ,พิจิตร ,อุทัยธานี ,นครสวรรค์ ,เพชรบูรณ์ ,พระนครศรีอยุธยา ,ราชบุรี ,เพชรบุรี ,นครปฐม ,อุบลราชธานี ,ศรีสะเกษ ,สุรินทร์ ,ขอนแก่น,ชัยภูมิ ตามลำดับสัดส่วนความหนาแน่นของฐานเสียงของผู้สมัครสส.เขตที่มีฐานแน่นแต่แพ้ให้กับ2พรรคใหญ่
ซึ่งจากการวิเคราะห์ฐานคะแนนตรงนี้มีแนวโน้มว่าพรรคชาติไทยพัฒนาจะลดขนาดของตัวเอง จนกลายเป็นเพียงพรรคท้องถิ่นนิยมเพียงไม่กี่จังหวัดเท่านั้น โดยมีสุพรรณบุรีเป็นเมืองหลวงหลัก และนับวันก็จะถูก2พรรคใหญ่ กับ1พรรคเล็กทางเลือกใหม่อนาคตไกลอย่างพรรครักประเทศไทย ค่อยๆแย่งฐานคะแนนบัญชีรายชื่อไปแทนที่มากขึ้นๆ

สุดท้ายก็พรรคภูมิใจไทย เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าอนาคตของพรรคนี้อาจจะถึงกาลอวสานในไม่ช้าถ้าเกิดบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รองหัวหน้าพรรคถูกศาลฎีกาแผนกการเมืองพิพากษาให้ใบแดงยืนตามกกต.นั้นจะเป็นเหตุให้พรรคภูมิใจไทยถูกยื่นให้ยุบพรรคตามไปด้วยและตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค5ปีตามที่เคยมีบันทึกวิเคราะห์ไปแล้ว ซึ่งจะมีสส.ของพรรคบางคนต้องย้ายออกจากพรรคไปอยู่พรรคอื่นต่อไป
พรรคนี้ในอนาคตก็คล้ายๆกับพรรคชาติไทยพัฒนานั้นก็คือจะค่อยๆลดขนาดเล็กลงจนกลายเป็นเพียงพรรคท้องถิ่นนิยมเพียงไม่กี่จังหวัดเท่านั้น โดยมีบุรีรัมย์เป็นเมืองหลวงหลัก และนับวันก็จะถูก2พรรคใหญ่ กับ1พรรคเล็กทางเลือกใหม่อนาคตไกลอย่างพรรครักประเทศไทยค่อยๆแย่งฐานคะแนนบัญชีรายชื่อไปแทนที่มากขึ้นๆเช่นกัน แม้ว่าพรรคนี้จะรอดจากการถูกยุบก็ตามที

โดยคะแนนในบัญชีรายชื่อนั้น บุรีรัมย์ซึ่งเป็นเมืองหลวงหลักได้คะแนนไป200000กว่าคะแนน รองลงมา นครราชสีมาทำได้เกือบ95000คะแนน สุรินทร์ทำได้76000กว่าคะแนน มหาสารคามทำได้30000กว่าคะแนน ส่วน เลย,กาฬสินธ์,นครพนม,สกลนครทำได้20000-30000คะแนน และ หนองคาย,ขอนแก่น,ชัยภูมิ,ยโสธร,ศรีสะเกษ,อุดรธานี ทำได้10000-20000คะแนน รวมแล้วภาคอีสานทำได้620000กว่าคะแนน
ส่วนภาคกลางกับภาคเหนือ พรรคภูมิใจไทยทำคะแนนได้อย่างมีนัยสำคัญถึงหลักหมื่นในเขตจังหวัดที่ผู้สมัครสส.เขตของพรรคมีฐานคะแนนแน่นๆ เช่น ลพบุรีทำได้เกือบ60000กว่าคะแนน,ราชบุรีทำได้44000กว่าคะแนน,สระบุรีทำได้33000กว่าคะแนน,ปทุมธานีทำได้27000กว่าคะแนน,สมุทรปราการทำได้20000กว่าคะแนน,ชัยนาททำได้เกือบ20000คะแนน,เชียงรายทำได้26000กว่าคะแนน,สุโขทัยทำได้30000กว่าคะแนน,นครสวรรค์ทำได้18000กว่าคะแนน เป็นต้น

ส่วนพรรครักษ์สันตินั้น คงต้องขึ้นอยู่กับการทำหน้าที่ในสภาของ ร.ต.อ.ดร.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ เท่านั้นแล้วว่าจะทำหน้าที่ได้ดีอย่างสร้างสรรค์แค่ไหน แต่คาดว่าคงจะสู้ผลงานของ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทยไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะมักจะมีผลงานและวีระกรรมที่ทำให้สามารถแย่งชิงพื้นที่สื่อกระแสหลักได้มากกว่าเยอะ แม้ว่าทั้ง2พรรคจะไม่มีสส.เขตเลย แต่พรรครักประเทศไทยดูจะมีอนาคตทางการเมืองที่สดใสมากกว่า โดยมีจุดยืนชัดเจนก็คือการทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภาอย่างสร้างสรรค์แข่งกับพรรคประชาธิปัตย์ ที่ดูจะเป็นนักหาเรื่องประท้วง และดีแต่พูดมากกว่า
ในอนาคตมีความเป็นไปได้สูงที่กลุ่มอดีตผู้สมัคร สส.กทม.ของพรรครักษ์สันติจะย้ายสังกัดมาลงสมัครสส.เขตร่วมกับพรรครักประเทศไทยที่ดูจะมีอนาคตทางการเมืองมากกว่า รวมไปถึงอนาคตทางการเมืองของปุระชัยเองว่าจะยังสู้อยู่กับพรรครักษ์สันติไปจนกว่าจะหายไปจากสภาในการเลือกตั้งครั้งต่อไปหรือไม่ แต่โอกาสที่ปุระชัยจะมาร่วมงานในพรรคเดียวกับชูวิทย์นั้นคงเป็นไปได้ยากมากแน่นอน เนื่องจากลักษณะนิสัยของทั้ง2คนที่ต้องบอกว่าแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว ไปกันคนละทางจริงๆ
ฐานคะแนนบัญชีรายชื่อของพรรครักษ์สันติส่วนใหญ่มาจากกทม.ซึ่งทำได้100000กว่าคะแนน ถือว่าเป็นอันดับ4รองจากพรรครักประเทศไทย

โดยอนาคตข้างหน้าของพรรครักประเทศไทย น่าจะเป็นพรรคฝ่ายค้านทางเลือกใหม่ติดอันดับในใจของประชาชนแทนที่พรรคประชาธิปัตย์ โดยอาจจะกลายเป็นพรรคขนาดกลางอันดับ3ของสนามการเมือง เนื่องจากพรรคขนาดกลางอันดับ3เมื่อครั้งอดีตที่ผ่านมา เดิมทีเป็นเพียงพรรคที่ไหลตามน้ำตามกระแสหวังเข้าร่วมรัฐบาลเพื่อมุ่งจะสร้างผลงานให้เฉพาะกับท้องถิ่นเฉพาะของตนที่มีฐานเสียงประจำอยู่เท่านั้น ไม่ได้มุ่งหวังจะสร้างผลงานให้กับทุกๆท้องถิ่นแม้แต่นิด นั้นจึงทำให้คะแนนในระบบบัญชีรายชื่อของพรรคเหล่านี้ค่อยๆตกต่ำลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตจังหวัดที่ฐานเสียงเฉพาะของผู้สมัครสส.เขตที่อ่อนยวบยาบมากๆ จนอาจจะสูญพันธ์ไปในที่สุด

โดยสรุปที่มาของคะแนนบัญชีรายชื่อของพรรครักประเทศไทยนั้นมีฐานที่มั่นหลักก็คือกรุงเทพมหานครทำได้340000กว่าคะแนน รองลงมาคือภาคกลางทำได้เกือบ340000กว่าคะแนน(เฉพาะภาคกลางต้องถือว่าทำได้สูสีกับพรรคชาติไทยพัฒนาที่ทำได้340000กว่าคะแนนห่างกันไม่กี่พันคะแนน ในขณะที่พรรคภูมิใจไทยทำได้280000กว่าคะแนน) ภาคอีสานทำได้130000กว่าคะแนน ภาคเหนือทำได้110000กว่าคะแนน และ ภาคใต้ทำได้80000กว่าคะแนน

แต่พรรครักประเทศไทยนั้นมีจุดอ่อนสำคัญก็คือถ้าเกิดตัวของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ ถูกอำนาจมืดสั่งตายขึ้นมาละก็นั้นก็อาจจะเป็นจุดจบของพรรคนี้ได้เช่นกันที่มุ่งเน้นขายความสามารถของตัวบุคคลเป็นหลัก โดยที่สส.ในบัญชีรายชื่อลำดับถัดๆมาของพรรคล้วนแล้วแต่คนหน้าใหม่ไร้ชื่อชั้นที่รอการพิสูจน์ผลงานและการทำงานในแบบฉบับที่เทียบเคียงกับชูวิทย์ได้

อนาคตของพรรครักประเทศไทยกับสนามการเมืองภาคกทม.ในอนาคต

ถ้าพรรครักประเทศไทยสร้างผลงานในสภาดีๆได้อย่างเสมอต้นเสมอปลายละก็ ไม่แน่เหมือนกันอาจจะมีการขยับขยายรับคนเพื่อมาลงสมัครเลือกตั้งสก.ในอีก3ปีข้างหน้านี่ก็เป็นได้ ถ้าเกิดว่ามีสก.ของพรรคประชาธิปัตย์บางคนไม่พอใจในการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทการทำงานของผู้ว่ากทม.คนปัจจุบันอย่าง มรว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์

โดยในการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ในช่วงต้นปี2556 มรว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งจะต้องแข่งกับผู้สมัครอิสระ(ซึ่งถึงตอนนี้ก็แทบจะไม่มีตัวเลือกเด่นๆเลย) หรือจะเป็นผู้สมัครในสังกัดของพรรคเพื่อไทย(ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ซึ่งอยู่ในสนามการเมืองของภาคกทม.มาอย่างยาวนานจะได้รับสิทธิ์ทางการเมืองหลังถูกแบน5ปีไปพร้อมกับพรรคไทยรักไทยที่ถูกยุบไปในช่วงกลางปี2555 จะตัดสินใจเสนอตัวเองลงสมัครผู้ว่ากทม.ในสังกัดของพรรคเพื่อไทย) เกิดประสบกับความพ่ายแพ้ขึ้นมา ก็อาจจะมีการย้ายพรรคของบรรดาสก.เกิดขึ้นมาก็เป็นได้ เนื่องจากที่ผ่านมาฐานคะแนนของสก.นั้นแตกต่างจากสส.ตรงที่มักจะอิงกับตัวบุคคลมากกว่าพรรคที่สังกัด นั้นจึงทำให้การย้ายเข้าออกจากพรรคนั้นมีความเป็นไปได้อยู่บ้าง
อย่าลืมว่าในการเลือกตั้งสก.เมื่อปีที่แล้ว พรรคการเมืองใหม่ซึ่งเป็นร่างทรงของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(ม็อบเสื้อเหลือง) เคยทำคะแนนในหลายๆเขตที่ลงสมัครอยู่ในหลัก4000-5000อันถือว่าส่งผลต่อนัยสำคัญในสมดุลคะแนนการเลือกตั้งสก.ทั้งสิ้น นั้นแสดงให้เห็นว่าฐานคะแนนท้องถิ่นของคนที่ไม่ต้องการคนจากทั้ง2พรรคใหญ่ก็มีอยู่ไม่ใช่น้อยเหมือนกัน แต่คาดว่าน่าจะสะเทือนต่อฐานคะแนนของพรรคประชาธิปัตย์ที่คนกทม.หลายคนต้องการเลือกคน เพื่อจะเป็นฝ่ายตรวจสอบการทำงานของผู้ว่ากทม. แบบที่พรรครักประเทศไทยก็ชูนโยบายนี้ในการหาเสียงที่ผ่านไปและได้รับการตอบรับจากคนทั้งประเทศอย่างไม่น่าเชื่อ

ในส่วนของพรรคการเมืองใหม่นั้น การเลือกตั้งที่ผ่านมามีความขัดแย้งในกลุ่มม็อบเสื้อเหลืองระหว่างแกนนำสายสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจที่ต้องการให้พรรคส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง กับแกนนำสายหลักทั้งสันติอโศกและสื่อASTVผู้จัดการที่จะให้พรรคมีมติไม่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง พร้อมกับรณรงค์โหวตไม่ลงคะแนน และผลคะแนนที่ออกมาก็คือทั้ง2ฟากแทบจะไม่มีนัยสำคัญอะไรเลย เป็นไปได้ว่าฐานคะแนนเกือบทั้งหมดที่พรรคการเมืองใหม่เคยทำได้อย่างมีนัยสำคัญในการเลือกตั้งสก.ได้ถูกเทไปให้พรรครักษ์สันติกับพรรครักประเทศไทยเรียบร้อยแล้วก็เป็นได้


Create Date : 26 สิงหาคม 2554
Last Update : 8 กันยายน 2554 2:07:26 น. 0 comments
Counter : 450 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.