ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง
ศาสตราจารย์เชี่ยวชาญด้านชาวนา:กระเทาะเปลือกมายาภาพแห่งวาทกรรม"ขายที่ขายชาติ"

สัมภาษณ์โดย อรรคพล สาตุ้ม และทีมงาน
4 กันยายน 2552

สัมภาษณ์ “อานันท์ กาญจนพันธุ์”: ชาวนาขายที่ดิน…ขายชาติถึงวันข้าวและชาวนาแห่งชาติของรัฐบาลอภิสิทธิ์

ขณะที่ประเด็นร้อน กรณีขายที่ดิน กลายเป็นขายชาติ โดยเจ้าหน้าที่พยายามสืบสวนผู้เข้ามากว้านซื้อที่ดินของชาวนาไทย เชื่อมโยงกับประเด็นกระแสข่าวว่า ชาวต่างชาติจำนวนมากให้ความสนใจเข้ามาลงทุนธุรกิจด้านการเกษตรในประเทศไทย เป็นจำนวนมาก เพราะอาชีพชาวนาเป็นอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทย และบทกฎหมายป้องกัน กรณีเรื่องการตั้งบริษัทนอมินีของชาวต่างชาติอย่างเข้มงวด ซึ่งผลของกระแสข่าวการเข้าลงทุนจากกระแสข่าวดังกล่าว

ทำให้ทีมงาน ประชาไท เปิดประเด็นชาวนาสำหรับสัมภาษณ์ ศ.ดร.อานันท์ กาญจนพันธุ์ ผู้ทำการศึกษาเกี่ยวกับชาวนา และที่ดินมาเป็นเวลาอย่างยาวนานมาก นับตั้งแต่ผลงานวิทยานิพนธ์ของอาจารย์อานันท์ จนถึงการมองปรากฏการณ์ของกระแสของการเมืองในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ซึ่งมีที่มาของการเรียกร้องไม่ให้ชาวนาขายที่ดิน คือ ขายชาติถึงกรณีวันข้าวและชาวนาแห่งชาติในปัจจุบัน


จากหลังทักษิณ กับกรณีขายที่ดินเป็นขายชาติ ถึงรัฐบาลของอภิสิทธิ์

กรณีขายที่ดินทั้งหมด คือ ยุคเสรีนิยมใหม่ นี่แหละ ซึ่งมันมีความคิดที่อยู่เบื้องหลังว่า มันพยายามที่จะสร้างภาพว่า ตลาดทำงานได้อย่างเสรี และถ้าเปิดเสรีการตลาด แปลว่า ตลาดทำงานดี ซึ่งทุกอย่างจะเป็นประโยชน์ของทุกคน

ดังนั้น สิ่งที่ทักษิณทำเกี่ยวกับแปลงสินทรัพย์เป็นทุน ก็คือ การดำเนินงานตามเสรีนิยมใหม่ ซึ่งการกล่าวหาในยุคปัจจุบันถึงบางคนเป็นนอมินีของทักษิณ แต่เมื่อก่อนทักษิณ ก็เป็นนอมินีของเสรีนิยมใหม่เช่นเดียวกัน นโยบายประชานิยมต่างๆ ยกเว้นแต่นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคเป็นรัฐสวัสดิการ แต่ว่านโยบายอันอื่นๆ ซึ่งทักษิณทำ 2 แบบ คือ มันมีแบบเศรษฐกิจชุมชน และเสรีนิยมใหม่(neoliberalism) ด้วย ดังนั้น ทักษิณใช้สองแนวทาง ก็คือ ทักษิณไม่ใช่เสรีนิยมใหม่อย่างเดียว

ซึ่งทักษิณก็ทำให้คนเห็นว่า เขาทำชุมชนให้ไปรับใช้เสรีนิยมใหม่ และปัญหาที่แฝงอยู่คนก็มองไม่เห็นปัญหากัน ที่มีรัฐเข้าไปช่วยเหลือทำให้ตลาดทำงานได้ เพราะการทำงานของตลาดอาศัยรัฐช่วยทำงานทั้งนั้น เช่น ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจของอเมริกา ซึ่งมันต้องให้รัฐเข้ามาช่วยตลาดอย่างเห็นได้ชัด แต่ที่ตลาดทำงานมาก่อนหน้า มันไม่แสดงออกมาชัดเจน แต่มันแฝงปัญหาเอาไว้ คือ มันมองไม่เห็นปัญหากัน

ผมพูดง่ายๆ ก็คือว่ารัฐเข้ามาช่วยจัดการให้ทุนนิยมเสรีนิยมใหม่ทำงานได้ โดยมันเข้ามาสำคัญที่สุด คือ การจัดการทรัพยากรทางธรรมชาติ

ฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงของการทำทรัพย์สินให้เป็นทุน โดยเอกสารสิทธิ สปก. และเรื่องทุกอย่างก็ไม่ใช่ทักษิณทุกเรื่อง ซึ่งสิ่งที่มีมาดังกล่าว จากการเปิดเสรีการค้า ก็คือ ทำมาตั้งแต่สมัยพรรคประชาธิปัตย์พอๆกัน และการทำสัญญาเปิดเสรีการค้าต่างๆ ตั้งแต่ ADB และเปิด FTA ต่างๆ ซึ่งการทำงานของรัฐ หมายความว่า ทุกอย่างรัฐมาช่วยปลดระวาง และขณะเดียวกัน ก็เอาทรัพยากรป้อนตลาดทุกอย่าง มันก็เปิดช่องให้ตลาดเข้ามาใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสะดวก

เมื่อกรณีตอนนี้ข่าวเรื่องขายที่ดิน แล้วมาอ้างว่า อย่าไปขายชาติ…ทั้งที่ตัวเองเปิดเสรีการค้าตลอดมา ซึ่งมันเปิดช่องขายทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งที่แต่ก่อนรัฐบาลในอดีตประกาศให้ที่ดิน กับป่าเป็นป่าสงวน และประกาศเขตอุทยานต่างๆ แต่ว่ากรณีปลูกยางพารา เพื่อผลประโยชน์กับรัฐ ก็ไม่ถูกจับในเขตป่าสงวน

แต่ว่าพวกชาวเขาทำไร่หมุนเวียนในเขตป่า สงวน กลับถูกจับจากรัฐ โดยการขยายตัวปลูกยางพาราขนาดใหญ่ ซึ่งมันเปลี่ยนทรัพยากรที่ดินให้เป็นสินค้า กลายเป็นที่ดินมีมูลค่าเพิ่มขึ้น และรัฐขยายอำนาจรัฐเหนือพื้นที่(Territorialization) มาสู่การถอนอำนาจรัฐออกจากพื้นที่ (De-Territorialization) โดยให้ตลาดเป็นตัวขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ

ซึ่งส่งเสริมให้มีการปลูก ยางพารา และการขยายอาณาเขตเข้าไปในพื้นที่ป่าสงวน นี่แหละ มันแสดงว่า รัฐทำเป็นไขสือ โดยปล่อยให้ตลาดทำงาน แล้วย้อนมาใช้พื้นที่ของป่า(Re-Territorialization) และรัฐก็ปั่นไฟฟ้าจากน้ำทำเขื่อน เช่น เขื่อนปากมูล โดยทั้งหมดรัฐให้ประโยชน์แก่ตลาดทางเศรษฐกิจ

ดังนั้นเมื่อใครบอกว่า ตลาดทำงานได้เองนั้น มันไม่เป็นความจริงว่าตลาดทำงานได้เอง ซึ่งรัฐเปลี่ยนทรัพยากรให้เป็นทุนตลอดมา ทั้งหมดมันเพื่อลดต้นทุนให้ตลาด มันมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการตลาดน้อยลง เช่น ถ้าคุณปลูกยูคาลิปตัส ซึ่งคุณปลูกยูคาลิปตัสในป่าสงวนได้ โดยไม่เสียต้นทุนสำหรับตลาด สบายเลย เพราะว่า รัฐทำไขสือ ซึ่งรัฐไม่ใช้อำนาจกับคุณ ถ้าคุณได้ประโยชน์จากปลูกยูคาลิปตัสในป่าสงวนได้ คือ พูดง่ายๆ อำนาจรัฐจากลดหรือขยายอำนาจเพื่อเอื้ออำนวยประโยชน์ให้ทุน แต่ว่ารัฐไม่ได้ให้กับชาวบ้านเลย

ปัญหาชาวต่างชาติ และชาวนา ถึงขายที่ดิน….ขายชาติ

มันเป็นการพูดว่า นโยบายของรัฐโดยส่งเสริมนโยบายหนึ่งว่า มันต้องควบคุมที่ดิน และจัดการตลาด แต่รัฐทำงานครึ่งเดียวในระบบทุนนิยม และรัฐไทย ไม่ทำการสร้างกลไกมาควบคุม(Regulate)ไม่ให้ตลาดเอาเปรียบเกินไป เช่น นโยบายภาษีก้าวหน้า โฉนดชุมชน และกลไกเสริมความก้าวหน้า ถ้ามีกลไกเหล่านี้ รัฐก็ไม่ต้องพูดว่า คนต่างชาติมาซื้อที่ดินน่ะครับ

ที่ผ่านมาชาว ต่างชาติไม่ได้มาซื้อที่ดิน แต่เขามาเอาประโยชน์ของที่ดินน่ะครับ เช่นว่า ปลูกมันฝรั่ง และปลูกข้าวโพดพันธุ์อ่อน ซึ่งบริษัท ก็ใช้วิธีเกษตรพันธสัญญากันทั้งนั้น

กรณีโรงงานไต้หวัน เขาเข้ามาซื้อที่ดินของคุณทำเป็นโรงงาน และคุณเป็นแรงงานของเขาเลย ซึ่งประเด็นไม่ใช่แค่ที่ดิน และสิ่งที่มากกว่าที่ดินนั้น มันไม่ได้สร้างกลไกควบคุมตลาด แต่มันไม่ได้หมายความว่า ชาวต่างชาติซื้อที่ดินไม่ได้ น่ะครับ เพราะประเทศไทยเป็นภาวะไร้พรมแดนอยู่แล้ว แต่ว่าทุนของต่างชาติ จะถูกกำกับไว้ได้ โดยไม่ให้ภาษีของไทย มันราคาถูกสำหรับชาวต่างชาติมาซื้อที่ดินง่าย

ซึ่งรัฐเอากระแสชาติ นิยมมาเป็นกรณีชาวนาขายที่ดินเป็นขายชาติ มันแบบว่าปากว่าตาขยิบเท่านั้น แต่จริงๆ มันเป็นไทยไร้พรมแดน แต่ว่าเราไม่มาสร้างกลไกของการจัดการที่ดิน เช่นว่า ชาวต่างชาติซื้อที่ดินนี้ เขาต้องเอาแบบเกษตรอินทรีย์ (Organic farming) และเราต้องตั้งกลไก เช่น อบต. และสถาบันท้องถิ่น โดยพวกชาวต่างชาติขึ้นอยู่กับอำนาจของท้องถิ่นในการกำกับควบคุมตลาด แต่มันไม่ได้ หมายถึงแทรกแซงทางตลาด แต่ว่าเราควบคุมตลาด ไม่ให้คนของเรา ถูกกีดกันจากทรัพยากรธรรมชาติ เพราะว่ามันไม่ใช่ชาตินิยม ซึ่งมันเป็นการเพิ่มอำนาจให้ท้องถิ่น คือ ท้องถิ่นเป็นผู้ผลิตที่แท้จริง และไม่เกี่ยวกับชาตินิยม ที่มีความเป็นคนไทย

ดังนั้น คุณเป็นใครก็ได้ แต่ว่าการผลิตทางการเกษตรตามกลไกของเรา ที่มีการควบคุมเกี่ยวกับการตลาดขึ้นมา ซึ่งเราไม่แคร์ว่า ใครมาเป็นเจ้าของที่ดิน แต่ว่า ประเด็นที่สำคัญ คือ สร้างกลไกต่อรองกับตลาด ไม่ให้คนกลายเป็นแรงงาน และค่าจ้าง แล้วเกิดภาวะแปลกแยกแบบ Marx พูดไว้

ทำให้คนถูกกีดกันจากทรัพยากร ธรรมชาติ ซึ่งรัฐช่วยเหลือตลาด ทำให้ลดอำนาจของคนในการต่อรองของชาวบ้าน โดยทำให้การตลาดเสรีต้องมีประโยชน์แก่รัฐ เพราะว่า มันมาหาค่าเช่า ซึ่งเมื่อรัฐเข้ามาทำงานกับตลาด แล้วการแฝงค่าเช่าและส่วนเกินไว้สูงมาก(High Rent) จากการที่ชาวบ้านถูกกีดกันเข้าถึงทรัพยากร และไร้กลไกสำหรับควบคุมตลาด ซึ่งปรากฏการณ์การครอบงำอุดมการณ์ และความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของรัฐ จนเกิดความเสี่ยงในการดำรงชีวิต( High Risk)

เพราะว่า ชาวนา คนงานที่มีชีวิตมีความเสี่ยงมากขึ้น และชาวนา คนงานได้ค่าตอบแทนน้อย คือ นายทุนไม่ได้รับภาระแบบผลิตให้เป็นธรรม และการสูญเสียสูง(High Lost) เพราะว่า คุณกลายเป็นทรัพยากรแรงงาน แล้วคุณเปลี่ยนจากคนเป็นเครื่องจักร เมื่อคนงานกลายเป็นมนุษย์ล่องหน และผู้ผลิตมองไม่เห็นคนงาน

คือ คนทั่วไปมองไม่เห็นคนงานไร้ตัวตน เช่น บริษัทเลย์ ซึ่งปลูกมันฝรั่งทำเป็นเลย์ แล้วมันฝรั่งมาจากไหน มันไม่เคยถามกันเลย ทั้งที่มันฝรั่งก็มาจากชาวนา แต่ว่าชาวนากลายเป็นมนุษย์ล่องหน และไร้อำนาจในการควบคุมชีวิตตนเอง และไร้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แล้วนโยบายออกมารัฐบาลก็ไม่คืนกำไรให้คุณ เพราะเขามองไม่เห็นคุณ ซึ่งการแบ่งปันมันบิดเบี้ยวจากวาทกรรมของเสรีนิยมใหม่ ทำให้เกิดช่องว่าง(Gap)มหาศาล จึงต้องมีการสร้างกลไกแบ่งให้ความเป็นธรรมและเสมอภาค เพราะว่า คุณตกอยู่ภายใต้วาทกรรมของความหมายของเสรีนิยมใหม่

ตอนนี้ทางสังคม วิทยา ซึ่งการวิเคราะห์การผลิต+บริโภคความหมาย คือ เราไปเชื่อในอุดมการณ์แบบเสรีนิยม จนเป็นทาสของมันเลย แทนที่เราจะบริโภคมัน แล้วเราใช้ความคิดนี้ เสริมอำนาจแก่ผู้ผลิต ซึ่งเสรีนิยมจริงๆ ทำให้ทุกคนต้องเสรีเท่าๆกันทั้งหมด ไม่ใช่แค่พ่อค้าเท่านั้น

ซึ่งกรณีเกษตรทางพันธสัญญา ทั้งโครงการหลวง ใช้ที่ดิน คือ ค่าเช่าสูง(High Rent) ฉะนั้น กรณีดังกล่าวเพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ และอาศัยพลังสังคม (Social Force) และต้นทุน ทำให้เกิดรีดทุนจำนวนส่วนเกิน(Surplus)สูงขึ้น และรัฐไม่ได้เปิดให้คนเกิดอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจโดยเกษตรพันธสัญญา ยังเชื่อมโยงกับระบบพ่อเลี้ยงอุปถัมภ์บางพื้นที่ของท้องถิ่น ซึ่งในปัจจุบันทั้งกรณีปัญหาทางเศรษฐกิจ การเมือง และอุดมการณ์ไปด้วยกันหมด โดย ณ เวลานี้ มันหลอมรวมทั้ง เศรษฐกิจ การเมือง และอุดมการณ์ซ้อนกันอยู่อย่างมองไม่เห็นปัญหาง่ายๆ

ดังนั้น ทุกคนต่างๆ ก็ทำงานวิชาการของตัวเอง แต่ว่าการทำงานวิชาการวิเคราะห์ทางการเมือง มันแยกส่วนออกมาเป็นประเด็นการเมืองอย่างเดียว ซึ่งมันวิเคราะห์แยกส่วนเศรษฐกิจออกไป ซึ่งทำให้มองไม่เห็นปัญหาชัดเจน

ฉะนั้น ในฐานะที่เราเป็นนักวิจัย ซึ่งต้องวิเคราะห์ทั้ง การเมือง เศรษฐกิจ และอุดมการณ์บวกกันทั้งหมด จึงต้องทำหน้าที่วิเคราะห์เพื่อเปิดโปงปัญหาที่มองไม่เห็นต่อสังคม ทำให้มองเห็นถึงผู้ผลิตที่แท้จริงกับปัญหาการจ่ายค่าเช่าที่ดิน ต่างๆ ซึ่งควรสร้างสังคมสวัสดิการสำหรับชาวนา เพราะ มันไม่มีการเก็บภาษีก้าวหน้า โดยการเก็บภาษีดังกล่าว ทำให้เกิดฐานภาษีเพื่อช่วยสังคมแท้จริง


วันข้าว และชาวนาแห่งชาติ รวมทั้งปัญหาในปัจจุบัน อาจารย์คิดเห็นอย่างไร

ผม คิดว่า คือ ยาหอม ๆ และพวกนี้ ไม่ได้ทำอะไรจริงๆ ซึ่งเรื่องยาหอมๆ เช่น สร้างสภาเกษตรกรฯ…วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ คือ เขาจะตายอยู่แล้ว แล้วคุณดันให้เขาดมยาหอม แต่คุณไม่ให้ข้าวไม่ให้น้ำ กับเขา ซึ่งเขากำลังจะตายแล้ว แต่ว่ารัฐบาลไม่ทำแบบนั้น

ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ มันต้องเป็นกลไกเชิงสถาบันต้องเอาเข้ากำกับควบคุมตลาดแล้ว ซึ่งไม่ให้ชาวนาถูกเอาไปล่อนจ้อนหมดตัว เพราะไม่มีใครไปกำกับควบคุมตลาด และทุกคนต้องการลดค่าใช้จ่าย ซึ่งพวกนี้ คิดว่าจะต่อสู้ทุนนิยมโลกไร้พรมแดนด้วยชาตินิยมไม่ได้แล้ว ซึ่งเมื่อก่อนในอดีตโลกเป็นโลกรัฐชาติ แต่ตอนนี้ มันเป็นโลกไร้พรมแดน และมันคนละบริบทประวัติศาสตร์ ซึ่งคุณทำแนวทางชาตินิยมอย่างเดียวสู้ไม่ได้ เพราะมันอยู่ผิดโลกแล้ว ซึ่งคุณดันจะเอาชาตินิยม ไปสู้กับโลกไร้พรมแดน และมันเป็นไปไม่ได้

ซึ่งมันก็สะท้อนจากชาวนา และเขาพูดอย่างชัดเจนว่า เขาเสียค่าเช่าในรูปแบบต่างๆ ที่มีผลตอบแทนต่างๆ ว่าหนี้สินของชาวนานั้น มันมีจำนวนมากขึ้น ซึ่งผมพูดกว้างๆว่า ที่ดินค่าเช่าสูง(High Rent)

ถ้ามันไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุลต่างๆ เช่นว่า โฉนดที่ดิน ซึ่งมันก็มีโฉนดชุมชน สำหรับปกป้องคนอ่อนแอ แล้วเมื่อไหร่ไม่มีคนปกป้องคนจน ถึงจะได้ลืมตาอ้าปาก ในสังคมเสรีนิยมได้อย่างไร ซึ่งเราต้องมีตัวช่วยหลายมาตรา และมาตราสำหรับจัดการอำนาจทรัพยากร ดังนั้น สิ่งเหล่านี้เป็นหัวใจของการควบคุม(Regulate) คือ การตรวจสอบถ่วงดุลตลาด ที่ไร้ความรับผิดชอบ รวมทั้งข้าราชการ เอ็นจีโอ และทุกคน ก็ต้องมีการตรวจสอบเป็นสังคมประชาธิปไตย ซึ่งการตรวจสอบเพื่อทำให้ตลาดทำงานดีขึ้น แล้วทุกคนก็จะเป็นสุข(Happy) โดยคนที่อ่อนแอ จะมีอำนาจเพิ่มมากขึ้น

ทำให้เป็นประโยชน์แก่คนทั้งประเทศชาติด้วย


ข้อมูลเพิ่มเติม: วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2552 การเกษตรของประเทศไทยโดยเฉพาะประเด็นเรื่องพื้นที่การปลูกข้าว เป็นปัญหาหนึ่งที่ถูกหยิบยกและพูดถึงโดยเฉพาะในการประชุมคณะรัฐมนตรี เนื่องจาก นายสุรศักดิ์ เจือสุคนธ์ทิพย์ รองอธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้ทำหนังสือถึง นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เพื่อสอบถามกรณี กลุ่มประเทศคณะรัฐมนตรีความมั่นคงรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) 6 ประเทศ ได้แก่ กาตาร์ โอมาน สหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ บาห์เรน คูเวต และซาอุดิอาระเบีย แสดงความสนใจเข้ามาทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์และทำนาปลูกข้าวในไทย

ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากในช่วงเดือน พฤษภาคม 2551 สมัยที่นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ชักชวนนักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบีย เข้ามาลงทุนทำนา หรือเช่าที่ดินทำนาและส่งข้าวออกขายต่างประเทศ พร้อมทั้งได้จัดตั้ง “บริษัทรวมใจชาวนา” ขึ้นเพื่อรองรับการลงทุนของนักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย แต่ถูกกระแสต่อต้านทั้งจากพรรคการเมือง องค์กรภาคประชาชนกลุ่มเกษตรกร

กรณีที่เกิดขึ้น ต่างมีเสียงตอบรับในหลายทางทั้งการคัดค้าน และการรอดูท่าทีของต่างประเทศ โดย นายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย กล่าวว่า หากรัฐบาลสนับสนุนให้ชาวต่างชาติลงทุนทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์และปลูกข้าวในไทย เท่ากับว่าขายชาติและทำร้ายเกษตรกรและวิถีชีวิตบรรพบุรุษไทยโดยจะทำให้คน ส่วนใหญ่ในชาติกว่า 40 ล้านคน ที่ทำนา ทำไร่ ปลูกผักผลไม้ เลี้ยงสัตว์ เดือนร้อน… ด้านบรรดาผู้ส่งออกข้าวระบุว่ารัฐไม่ควรอนุญาตให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน เพราะไทยมีเทคโนโลยีการผลิตสูงอยู่แล้วและยังสามารถส่งออกเครื่องสีข้าวไป ต่างประเทศได้ ส่วนเรื่องการร่วมทุนก็ไม่จำเป็น เพราะผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพแต่เป็นห่วงว่า ขณะนี้มีนายทุนต่างชาติพยายามใช้สิทธินอมินีเข้ามาซื้อที่ดินทำเกษตรกรรมมาก ขึ้น รัฐจะต้องดูแลอย่างใกล้ชิด

ประเด็นดังกล่าวทำให้การประชุมคณะ รัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา มีการหยิบยกกรณีดังกล่าวขึ้นมาพูดคุยกัน โดยคณะรัฐมนตรีได้พูดคุยกันถึงจุดยืนของประเทศไทยที่ว่า หากมีการลงทุนในอุตสาหกรรมการเกษตร การแปรรูป รับซื้อสินค้าเกษตร หรือร่วมโครงการสำรองอาหารและความมั่นคงทางอาหารในกรอบของอาเซียนนั้น ประเทศไทยไม่ได้ขัดข้อง แต่การจะเข้ามาทำนา ซึ่งกฎหมายประเทศไทยสงวนอาชีพนี้ไว้ก็คงจะไม่ได้

ด้านนายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ การเข้ามาลงทุนทำธุรกิจด้านการเกษตรของชาวต่างชาติต้องดูด้วยว่ามีรูปแบบ อย่างไร หากเป็นรูปแบบการร่วมมือทางการค้า แบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ในการรับซื้อสินค้าจากประเทศไทย โดยเฉพาะอาหารฮาลาล ก็มีความเป็นไปได้ เพราะไทยสามารถอาศัยความร่วมมือดังกล่าว ในการให้กลุ่มประเทศอาหรับเหล่านี้เป็นศูนย์กลางในการขยายตลาดสินค้าฮาลา ลได้ แต่ถ้าการลงทุนเป็นลักษณะการเข้ามาตั้งบริษัท เช่าที่ดิน และจ้างเกษตรกรเป็นพนักงาน ก็คงเป็นไปไม่ได้ โดยได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตรวจสอบรายละเอียดการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเอกชนไทยด้านธุรกิจการเกษตรที่ ชาวต่างชาติเข้ามาถือหุ้นในสัดส่วนตั้งแต่ 40-49.99% ว่ามีปัญหาเรื่องนอมินีเกิดขึ้นหรือไม่ ภายหลังเกิดกระแสข่าวว่ามีชาวต่างชาติจำนวนมากให้ความสนใจเข้ามาลงทุนธุรกิจ ด้านการเกษตรในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก เพราะอาชีพชาวนาเป็นอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทย และมีกฎหมายป้องกันเรื่องการตั้งบริษัทนอมินีของชาวต่างชาติอย่างเข้มงวด

ผลของกระแสข่าวการเข้าลงทุนดังกล่าว อาจกล่าวได้ว่าถือเป็นข่าวดีที่ทำให้ทุกๆ หน่วยงานได้ให้ความสำคัญด้านการทำนาและพื้นที่การเกษตรมากยิ่งขึ้น เนื่องจากในการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมาได้มีมติเห็นชอบให้ วันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปี เป็น “วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ”

การจัดตั้งวันดังกล่าว ถือเป็นการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ข้าวไทย 2550-2554 เนื่องจากวันที่ 5 มิถุนายน 2489 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ทอดพระเนตรการทำนาที่ อ.บางเขน กรุงเทพมหานคร และทอดพระเนตรกิจการมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทั้งทรงหว่านข้าวด้วยพระองค์เองในแปลงนา นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานต่อชาวสยามและข้าวไทย เป็นวาระสำคัญต่อกิจกรรมข้าวไทย

ทำให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติเห็นชอบกำหนดให้วันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ

ที่มาของข้อมูล: //thainews.prd.go.th/view.php?m_newsid=255206270116&tb=N255206


Create Date : 04 กันยายน 2552
Last Update : 4 กันยายน 2552 16:25:06 น. 3 comments
Counter : 259 Pageviews.

 
เฮ้อ..อีกกี่ชาติ กี่ภพ ชาวนาจึงจะลืมตาอ้าปากได้ ไม่ถึงกับต้องเหนือคนอื่นที่เป็นลูกผู้ดีหรอก ขอเพียงเท่าเทียมกันในโอกาส ก็พอแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเท่าเทียมกันในการใช้กฎหมายก็พอแล้ว


โดย: หมีมุ่ยมน (หมีมุ่ยมน ) วันที่: 4 กันยายน 2552 เวลา:19:27:39 น.  

 
เคยเห็นโฆษณาในทีวีใหมครับ ที่ผู้เฒ่าผู้หนึ่งบอกว่า ไม่ต้องไปรอหรอกรัฐบาล ทำเองอยากได้อะไรต้องทำเอง พึ่งตัวเอง
แต่ก่อนชาวนาบ้านเราอยุ่มาอย่างไร แม้ไม่หรูหราไม่ต้องมีรถกระบะ เสื้อสีสวย หรือแม้แต่ธกส. กลับมาใช้ชีวิตที่เหมือนกับบรรพบุรุษของเราทำมาแต่ก่อน ใช้้ชีวิตเหมือนเดิม พึ่งตัวเองให้ได้เสียก่อน ยืนบนขาของเราให้ได้เสียก่อน และอย่าลืมตัวไปกับกระแสการกระตุ้นให้ใช้จ่าย การกู้ แผ่นดินของเราสมบูรณ์มากดีมากปลูกอะไรก็ดี ไม่จำเป็นหรอกครับยาฆ่าแมลง ปุ๋ย ไม่ต้องไปร้องขอความเท่าเทียมหรอกครับ อยู่อย่างพอเพียงต้นทุนชีวิตจะถูก ไม่ต้องไปเดินขบวนกันหรอกครับ


โดย: ปากกาสีน้ำ......เงิน IP: 113.53.165.124 วันที่: 5 กันยายน 2552 เวลา:21:25:14 น.  

 
1.อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย
2.บ้านเมืองปกครองด้วยหลักกฎหมายที่ชาวไทยร่วมกำหนด ไม่ใช่ด้วยกระบวนการฝ่ายอำมาตย์ แอบควบคุมสังคมไทยอยู่
3.ประชาชนต้องมีเสรีภาพ
4.สังคมต้องมุ่งความเสมอภาค และ
5.รัฐบาลและผู้ใช้อำนาจอธิปไตยชาวไทยต้องมาจากการเลือกตั้ง
ตอบเมิง
1. อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย ก็เป็นของปวงชนชาวไทยอยู่แล้ว แต่ถูกพวกเมิงไปหลอกประชาชนที่มีความรู้น้อย (ที่เป็นส่วนมาก) แล้วเอาอธิปไตยเค้ามาใช้
2. บ้านเมืองปกครองด้วยหลักกฎหมายที่ชาวไทยร่วมกำหนดอยู่แล้ว ชาวไทยมีตั้ง 60 ล้านกว่าคนเมิงจะให้ทำอย่างไง ให้คนทั้ง 60 ล้านมาลงมติเลยหรือ แล้วนี่ก็มีการเลือกตัวแทนมาจากประชานแล้วเพื่อมากลั่นกรองกฎหมายแต่พวกเชี่ยๆอย่างพวกเมิงนั่นแหละ ที่มาบิดเบือนกระบวนการ ดูอย่างที่พวกเมิงเป็นรัฐบาลมา 8-9 เดือน ปี 2551 ไม่เห็นมีกฎหมายออกมาซักฉบับมัวแต่จะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อช่วยพ่อเมิงบ้านเมืองเลยอยู่กับที่ไม่ไปไหนซะที พันธมิตรถึงออกมาประท้วง
3. ประชาชนต้องมีเสรีภาพ แล้วตอนนี้ไม่มีเสรีภาพตรงไหนเห็นพวกเมิงเผาบ้านเผาเมืองแล้วโดนอย่างมากแค่หัวแตก ถ้าเป็นบ้านเมื่องอื่น อย่างอเมริกา หรืออังกฤษพวกเมิงคงโดนยิงตายไปหลายคนแล้วยังมีหน้ามาเรียกร้องเสรีภาพ แล้วเคยคิดถึงเสรีภาพของคนอื่นรึเปล่า
4. สังคมต้องมุ่งความเสมอภาค ถ้าอย่างนั้นเมิงอย่างเรียกไอ้ทักษินว่าท่าน ว่านายนะถ้าจะเรียกให้เรียกเฮ้ยทักษินว่าไงวะสบายดีเหรอ แล้วก็อย่าเรียกคุณพ่อเรียกคุณแม่เมิงให้เรียกชื่อไปเลย นะไอ้โง่ อย่างถ้าคนรับใช้ คนสวน ลูกน้องขอทานพวกเมิงก็อย่าไปจิกหัวเค้าหละให้เรียกดีๆ ให้เห็นว่าศักดิ์ศรีเท่าเมิง สังคมที่ไหนจะมีเสมอภาค มันต้องมีคนสูงกว่า ต่ำกว่า แต่ต้องแคร์คนที่ต่ำกว่าเราอย่าไปดูถูกเขาอย่าหลอกเขามาตายแทนพวกเมิง นี่ต่างหากที่เสมอภาค
5. รัฐบาลต้องมาจากการเลือกตั้ง แล้วรัฐบาลนี้ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งพร้อมพวกเมิงเหรอ ก็พวกเมิงลองบริหารประเทศแล้วแต่ทำหน้าที่ไม่ได้ โดนสั่งยุบพรรคเพราะ โกงการเลือกตั้งแล้วที่โดนศาลตัดสินว่าโกงนะเป็นประชาธิปไตยที่พวกเมิงเรียกร้องมั๊ย เป็นรัฐบาลมา 8-9 เดือน ปี 2551 ไม่เห็นมีกฎหมายออกมาซักฉบับมัวแต่จะแก้รัฐธรรมนูญ ทำงานอะไรบ้าง ตักน้ำใส่กระโหลกชะโงกดูเงาตัวเองว่าทำอะไรให้บ้านเมืองบ้าง
fahcyber@yahoo.com


โดย: าหา IP: 113.53.165.124 วันที่: 6 กันยายน 2552 เวลา:5:44:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.