ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง

ว่าด้วยการพิพากษาคดีชิมไปบ่นไปจากใจอดีตตุลาการศาลรธน.

จากใจ...อดีตตุลาการศาลรธน.


หาก จะทำนิติกรรมอะไรเราก็ต้องดูกฎหมายฉบับนั้นๆ หรือจะต้องไปดูพจนานุกรม ผมเห็นว่าในเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ เมื่อจะดูเรื่องความเป็นลูกจ้างหรือไม่อย่างไร ก็ต้องไปดูกฎหมายแรงงานกฎหมายลูกจ้าง ไปดูว่ามีอะไรที่เข้าหลักเกณฑ์ตามกฎหมายกำหนดบ้าง โดยจรรยาบรรณของผู้พิพากษาที่ปฏิบัติกันมานั้น หากมีข้อกฎหมายใดไม่ชัดเจน ไม่สามารถเอาผิดจำเลยได้ก็ต้องยกประโยชน์ให้กับจำเลยไป การจะไปตีความกฎหมายที่กว้างขวาง ผู้พิพากษาสามารถทำได้ เพียงแต่ต้องเป็นคุณกับจำเลย ไม่ใช่มุ่งตีความอย่างกว้างเพื่อให้เป็นโทษหรือเอาผิดกับจำเลย

เมื่อ ครั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ก็เคยมีการพูดกันเรื่องการตีความกฎหมายว่าควรจะตีความกว้างแค่ไหน ก็ยึดหลักการว่า ตีความอย่างกว้างได้แต่จะต้องเป็นคุณ หรือไม่ได้มุ่งเน้นที่จะไปเอาผิดกับจำเลย เพราะหากไปมุ่งที่จะเอาผิดใครนั้นถือว่าผิดวิสัยของตุลาการได้

กรณี ของนายสมัครนั้น ผมอยากให้มองว่าสิ่งที่เขาทำ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติอย่างไร เกิดความเสียหายส่วนร่วมอย่างไร ผมเกรงว่าหลังจากเรื่องนี้แล้ว คนอื่นจะตีความกฎหมายแบบแปลกๆ ออกมาบ้าง ตัวอย่างเช่น สมมุติว่าผมใช้บริการรถแท็กซี่อยู่เป็นครั้งคราว อย่างนี้จะถือได้ว่าแท็กซี่คือลูกจ้างของผมได้หรือเปล่า เช่นเดียวกันกับผมไปตัดเสื้อผ้าที่ร้านตัดเสื้อแห่งหนึ่ง จะบอกว่าช่างตัดเสื้อร้านดังกล่าวเป็นลูกจ้างก็ได้ใช่ไหม เรื่องนี้คงวุ่นวายเหมือนกัน

กับการตีความกฎหมายครั้งนี้ของศาลรัฐ ธรรมนูญ ผมยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังและท้อ ที่ศาลไม่ได้ดูเฉพาะตัวบทกฎหมาย แต่กลับไปดูพจนานุกรมด้วย ผมเกรงว่าต่อไปศาลจะถูกมองว่าใจแคบ เพราะถ้าพิจารณาตามหลักคุณธรรม และวิสัยทั่วไปของผู้ที่เป็นศาลแล้วจะต้องใจกว้าง มีเมตตาต่อจำเลย หากข้อกฎหมาย หรือพฤติกรรมพฤติการณ์ใดที่ข้อกฎหมายเอาผิดไม่ชัดเจนก็ต้องยกประโยชน์ให้ จำเลยไป จะต้องไม่มุ่งตีความกฎหมายหรือนำเหตุอื่นๆ มาประกอบเพื่อเอาผิด อย่างไรก็ตาม เมื่อมีคำวินิจฉัยออกมาอย่างนี้แล้ว ก็ต้องยอมรับ ....

จุมพล ณ สงขลา
อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา
และอดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

ที่มา //www.prachatai.com/webboard/topic.php?id=719264




 

Create Date : 10 กันยายน 2551    
Last Update : 10 กันยายน 2551 17:21:14 น.
Counter : 305 Pageviews.  

นิวส์วีค ตีแผ่ปัญญาชนไทยที่หัวเราะเยาะนโยบายทักษิณ ในขณะที่ทั่วโลกกำลังใช้มันพัฒนาประเทศ

โดย George Wehrfritz
ตีพิมพ์ในเว็บไซต์ครั้งแรก Aug 23, 2008
ตีพิมพ์ในนิตยสารฉบับ Sep 1, 2008
แปลเป็นไทยโดย freethai

ผู้นำที่ส่องแสง: บรรดาปัญญาชนเยาะเย้ยดูแคลนทักษิณ แต่นโยบายเศรษฐกิจแบบประชานิยมของเขากำลังแพร่ขยายทั่วทวีปเอเชีย แม้เมื่อเขาหมดอำนาจแล้ว

ในทางการเมือง ทักษิณ ชินวัตรไม่ได้เป็นอะไรมากกว่าซากของพลังที่ถูกใช้งานจนหมดแล้ว เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยต้องแอบเดินทางไปอยู่ที่อังกฤษเพื่อความปลอดภัยของ ชีวิตของเขาเอง ซึ่งเป็นการยุติความคาดหวังชัยชนะทางการเมืองภายหลังการเดินทางกลับสู่ ประเทศไทยอย่างยิ่งใหญ่ของเขาภายหลังจากการต้องลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศเมื่อ เดือนมกราคมที่ผ่านมา

ทักษิณ ให้เหตุผลถึงการเดินทางไปอยู่ที่อังกฤษว่า บรรดากระบวนการสืบสวนข้อกล่าวหาว่าเขาคอร์รัปชั่น และเรื่องอื่นๆที่กำลังดำเนินการอยู่นั้น “เป็นไปอย่างมีอคติเพื่อกำจัดผมและครอบครัว” การเดินทางลี้ภัยแบบกระทันหันของอภิมหาเศรษฐีผู้สร้างความมั่งคั่งขึ้นมา ด้วยตัวเองได้กระตุ้นให้เกิดการโต้เถียงกันว่า บรรดาข้อกล่าวหาที่มีต่อเขานั้นมีความถูกต้อง ชอบธรรมเพียงใด รวมทั้งประเด็นที่ว่า รัฐบาลไทยควรดำเนินการขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่ และอนาคตทางการเมืองของพรรคที่จงรักภักดีต่อเขาจะเป็นอย่างไร

แต่ กระนั้นก็ตาม แทบไม่มีใครพูดถึงความยิ่งใหญ่ที่จะยั่งยืนนานของทักษิณ นั่นก็คือ นโยบายเศรษฐกิจจากรากหญ้าขึ้นสู่ระดับบนซึ่งได้รับการตอบสนองด้วยดีจาก ประเทศที่กำลังพัฒนาทั่วโลก ในกระบวนการที่อาจถือว่าเป็นการโฆษณาตัวเองแบบมากเกินไปของทักษิณ ชินวัตร เขาเรียกนโยบายเศรษฐกิจนั้นว่าเป็น “ทักษิโณมิคส์” โดยใช้นโยบายนี้ในฐานะที่เป็นแผนการที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานการครองชีพของ ประชาชนผู้ลงคะแนนเสียงสนับสนุนเขา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนยากจนในชนบทให้พ้นจากความยากจน

เมื่อเขาชนะการ เลือกตั้งในปี 2001 เขาเริ่มนำนโยบายเศรษฐกิจนี้มาปฏิบัติทันที และความคิดริเริ่มของทักษิณก็สร้างผลดีอย่างรวดเร็ว ช่วยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ประเทศไทยต้องทนรับจากวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งช่วง ปี 1997-1998 และทักษิณทำให้การพัฒนาเศรษญกิจของไทยอย่างรวดเร็วกลายเป็นเรื่องที่น่า อิจฉาของประเทศอื่นๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทุกวันนี้ ทั่วทวีปเอเชีย ได้มีการนำนโยบายที่ลอกเลียนแบบนโยบายเศรษฐกิจของทักษิณไปใช้อย่างแพร่หลาย เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ประเทศไทยเคยเผชิญมาแล้ว และกำลังเป็นปัญหาที่ทั้งทวีปกำลังเผชิญ คือการที่พึ่งพาการส่งออกมากเกินไป การพัฒนาที่ไม่เสมอภาคระหว่างกลุ่มชนในเมืองที่มั่งคั่งและคนจนในชนบท

บรรดา นักวิจารณ์พากันคร่ำครวญว่านโยบายของทักษิณเป็นประชานิยมแบบดินพอกหางหมู แต่ข้อสงสัยที่ตั้งต้นไว้กลับถูกล้มล้างด้วยข้อเท็จจริงที่ว่าการปลอดหาร ชำระหนี้เกษตรกร และเงินกู้กองทุนหมู่บ้านกลับส่งผลเป็นตัวจักรในการสนับสนุนการผลิตและการ ให้บริการในระดับรากหญ้า และยังมีส่วนสำคัญในการพัฒนาหลักประกันพื้นฐานของสวัสดิการสังคมด้วยโครงการ ประกันสุขภาพราคาถูก และการกระตุ้นให้ครัวเรือนเก็บออมน้อยลง และใช้เงินมากขึ้น ทักษิณเรียกโครงการนี้ว่าเป็นการพัฒนาแบบ “คู่ขนาน” คือการพัฒนาตลาดในประเทศให้ขยายตัว และก็ส่งเสริมการส่งออกไปในเวลาเดียวกัน และมันก็ได้ผล

แน่นอนที่ หนี้สินภาคสาธารณะจะเพิ่มขึ้น แต่ปัญหานี้ก็ได้รับการแก้ไขด้วยการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการเก็บภาษีได้มาก ขึ้น เศรษฐกิจของไทยขยายตัวในอัตราหกเปอร์เซนต์ต่อปีถึงหกปีติดต่อกัน การพึ่งพาเงินทุนต่างประเทศและการส่งออกลดลง และช่องว่างรายได้ของคนรวยและคนจนในประเทศลดลงในเวลาที่ช่องว่างระหว่างคน รวย และคนจนในที่อื่นๆทั่วทั้งเอเชียมีแต่กว้างขึ้น

แนวคิดของทักษิณ ชินวัตรที่ว่า การเปิดโอกาศให้คนจนเข้าถึงแหล่งเงินทุน การจ้างงานและสวัสดิดารสังคมพื้นฐานจะช่วยปรับเปลี่ยนภูมภาคที่ด้อยพัฒนาให้ กลายเป็นเครื่องจักรของการเจริญเติบโต กลายเป็นปรัชญาความคิดที่ได้รับการยอมรับไปทั่ว ประธานาธิบดี ซูซิโล บัมบังแห่งอินโดเนเชียได้นำนโยบายเศรษฐกิจของทักษิณไปใช้ในการช่วยเหลือครัว เรือนที่ยากจนที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงที่สุดจากการหยุดการช่วยเหลือด้าน ราคาน้ำมัน ประธานาธิบดี มานโมฮัน ซิงห์แห่งอินเดียก็นำนโยบายเศรษฐกิจของทักษิณไปใช้ และช่วยให้เกิดการสร้างงานหลายล้านตำแหน่งในเขตชนบท โดยเขาประกาศนโยบายเศรษฐกิจที่แทบจะเป็นการสะท้อนนโยบายของทักษิณทุกอย่าง

ใน ฟิลิปปินส์ ประธานาธิบดี กลอเรีย มาคาปากัล อาโรโย่ ได้ประกาศว่า “ข้าพเจ้าเป็นผู้ที่เชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ในนโยบายทักษิโณมิคส์” และตั้งแต่ปี 2006 เมื่อรัฐบาลกลางของจีนประกาศนโยบายชุดใหญ่ที่จะผันการลงทุนของรัฐเพื่อสร้าง “ชนบทสังคมนิยมแนวใหม่”เพื่อพัฒนาดินแดนชั้นในของจีนแผ่นดินใหญ่ รัฐบาลแห่งกรุงปักกิ่งได้ยกเลิกการเก็บภาษีการทำนา จัดสรรงบประมาณจำนวนมหาศาลให้หน่วยงานในชนบทและดำเนินมาตรการต่างๆเพื่อ ฟื้นฟูชนบทที่ยากจนในเขตที่ห่างไกล (มีรายงานข่าวว่ารัฐบาลจีนได้ส่งทีมมายังประเทศไทยเพื่อศึกษานโยบายทัก ษิโณมิคส์ตั้งแต่ปี 2003)

เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผู้นำจีนได้ประกาศย้ำความสำคัญของนโยบายที่ประธานาธิบดีหู จินเป่า ประกาศว่าเป็นการเจริญเติบโต “อย่างสอดคล้องกัน” และในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาทั้งนักวิเคราะห์ชาวจีนและต่างประเทศต่าง ชี้แนะว่า ในเร็วๆนี้ รัฐบาลจีนน่าจะประกาศใช้แผนการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มุ่งเป้าหมายของการพัฒนาไป ที่กลุ่มทางเศรษฐกิจที่ด้อยโอกาส

ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะผู้นำของภูมิภาคเอเชียผู้บุกเบิกการพัฒนาแบบ “คู่ขนาน” หรือ Dual Track เขาควรจะได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักคิด นักวางแผนทางเศรษฐกิจชั้นนำของโลกถ้าไม่เกิดเหตุการณ์ชุลมุนทางการเมืองขึ้น ช่วงปลายปี 2005 เขาขายหุ้นในกิจการโทรคมนาคมของครอบครัวให้แก่บริษัทที่ทำหน้าที่ด้านการลง ทุนของรัฐบาลสิงคโปร์ เป็นเงินมูลค่าสูงถึง หนึ่งพันเก้าร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐโดยไม่เสียภาษี

การขายหุ้นครั้ง นั้นดูจะเป็นการก้าวล้ำไปเกินกว่าที่วัฒนธรรมการเมืองกึ่งอาณานิคมของไทยจะ เข้าใจและเปิดใจยอมรับ ผลที่ตามมาก็คือกลุ่มชนชั้นสูงที่เชื่อมกับนักธุรกิจหัวเก่า พรรคการเมืองฝ่ายค้านและส่วนหนึ่งของกองทัพ ได้เรียกร้องให้เขาลาออกและเริ่มรณรงค์การประท้วงอย่างยาวนานตามท้องถนนจนทำ ให้กรุงเทพฯ ตกอยู่ในภาวะชะงักงันเป็นเวลานานหลายเดือน

ในวันที่ 19 เดือนกันยายน ปี 2006 กองทัพได้ทำการรัฐประหารเป็นครั้งที่สิบสามนับตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการ ปกครองเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย โดยในเวลานั้น ทักษิณอยู่ที่นิวยอร์คเพื่อกล่าวปราศรัยที่องค์การสหประชาชาติ

ตอน แรก คณะรัฐประหารพยายามยกเลิกนโยบาย “ทักษิโณมิคส์” เพื่อส่งเสริมนโยบายเศรษฐกิจพอเพียงเชิงพุทธ แต่กระแสต่อต้านจากประชาชนรุนแรงและรวดเร็วมากจนรัฐบาลทหารต้องกลับลำนโยบาย และหันมาส่งเสริมนโยบายของทักษิณ แม้แต่เดิมที่เก็บเงินค่ารักษาพยาบาลสามสิบบาทก็ยกเลิกเปลี่ยนเป็นให้การ รักษาฟรีแทนรัฐบาลใหม่ของไทยก็เดินตามแนวนโยบายของทักษิณ ตั้งแต่การลดภาษีน้ำมันเชื้อเพลิง การให้ครอบครัวคนจนใช้ไฟฟ้าและน้ำปะปาฟรี การจัดรถเมล์และรถไฟให้คนจนใช้ฟรี

นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศว่านโยบายนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของ ไทยให้ขยายตัวได้ถึงร้อยละหกต่อปี และยังสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายของครอบครัวคนจนได้โดยเฉลี่ยถึงปีละสามร้อยห้า สิบดอลลาร์ (ประมาณหนึ่งหมื่นหนึ่งพันบาทต่อปี) “ฬครก็ตามที่นำนโยบายแบบนี้มาใช้จะได้คะแนนเสียงจากประชาชน และใครก็ตามที่ดึงเอาประโยชน์เหล่านี้ไปจากประชาชนจะแพ้การเลือกตั้ง” เป็นคำกล่าวของนิตินัย สิริสมรรถการ นักเศรษญศาสตร์อิสระ

แต่ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้อธิบายถึงความนิยมที่ได้รับจากประชาชนเพียงบางส่วน ข้อสรุปอีกประการหนึ่งที่คนอื่นๆยอมรับกันก็คือ ตามที่ทักษิณ ชินวัตรได้พิสูจน์ให้เห็นเป็นตัวอย่างมาแล้ว นโยบายเศรษฐกิจแบบ “คู่ขนาน” อันเฉียบคมของเขาสามารถใช้การได้ผลจริง

หมายเหตุ: บทความดังกล่าวแปลจากบทความที่ชื่อ "A Leader Who Looms" นิตยสารนิวส์วีค




 

Create Date : 09 กันยายน 2551    
Last Update : 9 กันยายน 2551 16:54:36 น.
Counter : 305 Pageviews.  

เขื่อนกั้นทะเลบางขุนเทียน 300 ล้านอีกหนึ่งความขัดแย้ง'ชาวบ้าน-กทม.'

31 ส.ค. 2008 - 20:43:36 น.
คอลัมน์ : รายงานพิเศษ จากหนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์

ไม่ทราบเหตุผล ทำไม!? เจ้าหน้าที่ของรัฐถึงไม่นิยมทำ “ประชาพิจารณ์” เพื่อสอบถามความคิดเห็นของชาวบ้านก่อนที่จะลงมือทำโปรเจ็คต่างๆ

โดยเฉพาะโครงการใหญ่ที่มีเม็ดเงินมาก เจ้าหน้าที่จะเห็นชาวบ้านเป็นเพียง “หัวหลักหัวตอ” เร่งคลอดโปรเจ็ค สุดท้ายมีปัญหางานเดินหน้าต่อไปไม่ได้

เพราะชาวบ้านจะแปลงร่างเป็น “นักร้อง” และดูจะร้องดังเสียด้วย ร้องแหลกทั้งหน่วยงานเจ้าของโปรเจ็ค ศาลปกครอง จนถูกพับโครงการ หนำซ้ำบางเรื่องถูกส่งถึงมือ ป.ป.ช. และ สตง.

แทนที่จะได้ “กินรวบ” สมประโยชน์กับผู้รับเหมาถ้วนหน้า กลับมีคุกแถมให้อีกต่างหาก

อย่าง โครงการสร้างแนวเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียน (ที - กรอยน์) คืออีกหนึ่งปัญหาที่คาดว่า กทม.กับ ผู้รับเหมาที่อยู่ในใจ อาจจะต้อง “รับทานแห้ว” ก็เป็นได้

ทั้งนี้ กทม.มีแผนสร้าง T-Groin หรือก่อสร้างเขื่อนรูปแบบแนวกันคลื่นไส้กรอกทรายรูปตัวทีหรืออาจปรับเปลี่ยนวัสดุที่ใช้ก่อสร้างเขื่อนมาเป็นใช้กล่องพลาสติคใส่หินแทน โดยวางเป็นรูปตัวที และตัวแอล ยื่นออกไปในทะเลตลอดระยะทาง 5 กิโลเมตร ตามแนวชายฝั่ง งบประมาณทั้งสิ้น 300 ล้านบาท

ขณะที่ ชาวบ้าน ที่ออกมาต่อต้าน ต้องการให้สร้าง “เขื่อนสลายกำลังคลื่นขุนสมุทรจีน 49 A2” ที่ใช้ได้ผลชงัดมาแล้วที่ หมู่บ้านขุนสมุทรจีน ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ
จนถึงวันนี้ ยังไม่มีบทสรุปว่ากำลังภายในของฝ่ายไหนจะเหนือกว่าใคร!?

กทม.เดินหน้า "ที - กรอยน์"
ขณะที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ยังยืนกรานแนวคิดที่จะก่อสร้าง "ที-กรอยน์" ตามผลการศึกษาของบริษัท ปัญญา คอนซัลแตนท์ ผู้รับเหมาที่ได้สรุปผลการศึกษาออกมา เนื่องจากบริษัท ปัญญา คอนซัลแตนท์ระบุว่าคลื่นบริเวณบางขุนเทียนเป็นคลื่นซัดเข้าหาฝั่งในแนวขนานหรือเฉียงเข้าหาชายฝั่ง ซึ่งรอดักทรายรูปตัวทีจะเหมาะกับการแก้ไขปัญหาบริเวณดังกล่าวมากที่สุด แต่กทม.อาจจะมีการปรับเปลี่ยนวัสดุที่จะใช้ก่อสร้างเขื่อนแทนการใช้ไส้กรอกทราย (sand sausage) ตามที่มีประชาชนร้องเข้ามาว่าไม่ต้องการเขื่อนที่ใช้วัสดุดังกล่าว เพราะอาจจะแตกออกมาได้ง่าย
"ชาญชัย วิทูรปัญญากิจ" ผอ.สำนักการระบายน้ำ (สนน.) กล่าวว่า

ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบจะใช้วัสดุประเภทใดในการก่อสร้างเขื่อน ทั้งการใช้หินทิ้งลงทะเล การใช้ไส้กรอกทรายหรือการก่อสร้างเสาเข็ม โดยมอบหมายให้ทางผู้รับเหมาดำเนินการศึกษาดูว่าวิธีการแก้ปัญหาแบบใดเหมาะสมที่สุด รวมทั้งจะต้องไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมในบริเวณดังกล่าวด้วย

อย่างไรก็ดี คาดว่า กทม.คงเดินหน้าแก้ไขปัญหาด้วยการสร้างรอดักทราย T-Groin รูปตัวทีตั้งขนานตลอดแนวชายฝั่ง ตามผลศึกษาของ บริษัท ปัญญา คอนซัลแตนท์ ที่ให้เหตุผลว่าคลื่นบริเวณบางขุนเทียนเป็นคลื่นซัดเข้าหาฝั่งในแนวขนานหรือเฉียงเข้าหาชายฝั่งนั้น ซึ่งจากการศึกษาพบว่าสาเหตุที่ทำให้ชายฝั่งกัดเซาะมีสาเหตุ 4 ประการคือ

1.กระแสน้ำที่ซัดเข้ามาขนานชายฝั่ง
2.ดินตะกอนที่พัดมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา
3.พื้นที่บริเวณดังกล่าวมีการทรุดตัวตลอดเวลา
4.คลื่นที่พัดเข้ามากระทบชายฝั่ง ซึ่ง กทม.สามารถแก้ไขปัญหาในส่วนของกระแสน้ำและคลื่นได้เท่านั้น ดังนั้นที่ปรึกษาจึงยังคงเสนอให้สร้าง (Groin) รูปตัวทียื่นลงไปในทะเลเหมือนเดิม

รายงานข่าวระบุด้วยว่า สำหรับส่วนหัวของรอดักทรายซึ่งขนานไปกับชายฝั่งจะช่วยลดความแรงของคลื่น ส่วนตัวขาจะช่วยดักตะกอนจากกระแสน้ำที่พัดเข้ามา อย่างไรก็ตาม สำหรับรูปแบบการก่อสร้างนั้น ที่ปรึกษาเสนอให้สร้างรอดักทรายรูปตัวทีทั้งหมด 11 ตัว โดยเริ่มติดตั้งแต่บริเวณคลองขุนราชวินิจฉัยไปจนถึงคลองบางเสาธง ซึ่งแต่ละตัวจะมีระยะห่างกันประมาณ 500 เมตร

"หากยังคงการก่อสร้างเขื่อนในรูปแบบดังกล่าวไว้นอกจากจะช่วยป้องกันการกัดเซาะของชายฝั่งที่เหลือน้อยแล้ว ที่สำคัญยังช่วยกักดินตะกอนที่พัดเข้ามา ซึ่งจะทำให้กทม.สามารถปลูกป่าโกงกางเพิ่มเติมบนดินตะกอนดังกล่าวด้วย โดยในเฟสแรก กทม.ตั้งเป้าจะเพิ่มความหนาของชายฝั่งออกไปอีกประมาณ 50 เมตร เป็น 100 เมตร ช่วยให้ชายฝั่งทะเลบางขุนเทียนมีพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น" รายงานข่าวระบุ

ชาวบ้านฟันธงต้อง" เขื่อนขุนสมุทรจีน"
ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2551 ที่ผ่านมา "นายเสกใส จินดาโฉม" ผู้ประสานงานเครือข่ายรักษ์ทะเลกรุงเทพฯ เขตบางขุนเทียน กับชาวบ้านกลุ่มรักษ์ทะเลกรุงเทพฯ ประมาณ 50 คน เดินทางไปยื่นหนังสือถึง นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม. เพื่อเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาโดยใช้เสาปูนตามรูปแบบ ขุนสมุทรจีน 49A2 ที่ บ้านขุนสมุทรจีน จ.สมุทรปราการ ที่ทำแล้วค่อนข้างได้ผลดี

การยื่นหนังสือครั้งนี้มีข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ 1.ให้ กทม.ชะลอโครงการเนื่องจากชาวบ้านยังไม่ทราบข้อมูล ผลกระทบที่จะเกิดจากการนำหินใส่กล่องพลาสติคมาวางเป็นรูปตัวทียื่นลงสู่ทะเล 2.ให้ กทม.ศึกษาถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา 3.เสนอให้มีการตั้งคณะทำงานร่วมหลายฝ่ายศึกษารูปแบบการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมกับพื้นที่ โดยมีตัวแทนชุมชนร่วมอยู่ในสัดส่วนร้อยละ 50 ของคณะทำงาน

ขณะที่ "นายคงศักดิ์ กฤษ์งาม" ผู้นำชุมชนคลองพิทยาลงกรณ์ เขตบางขุนเทียน แจกแจงว่า จะนำข้อมูลในส่วนที่ได้ร่วมศึกษากับนักวิชาการ เกี่ยวกับการแตกของไส้กรอกทรายให้ กทม.ได้รับทราบด้วย อยากให้ กทม.ทราบว่า เราไม่ได้ต้องการค้านหัวชนฝา แต่อยากให้ได้รับรู้ข้อมูลในส่วนที่ชาวบ้านได้ศึกษา ในฐานะที่เป็นเจ้าของพื้นที่

ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2551 ที่ผ่านมา 6 ชุมชนชายทะเลบางขุนเทียน พร้อมด้วยชุมชนใกล้เคียง ได้จัดเสวนาหาแนวทางแก้ปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง โดยได้เชิญ "ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล" จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาชี้แจงโครงการเขื่อนสลายกำลังคลื่นขุนสมุทรจีน 49A2 ที่ทำได้ผลที่ จ.สมุทรปราการ พร้อมให้ข้อมูลข้อดีข้อเสียในการก่อสร้าง ที-กรอยน์ โดยมีชาวบ้านประมาณ 150 คน ร่วมรับฟัง พร้อมด้วย นายสาทร ม่วงศิริ ส.ก.บางขุนเทียน ส.ข.เขต ฝ่ายพัฒนาชุมชนเขต และตัวแทนสำนักการระบายน้ำ

ดร.ธนวัฒน์ กล่าวว่า เขื่อนดังกล่าวลดแรงคลื่นได้ 60% ค่าก่อสร้างต่อ 1 กม. อยู่ที่ 40 ล้าน ต่างกับ ที-กรอยน์ ซึ่งอยู่ที่ 60 ล้านต่อ 1 กม. ขณะที่เสาปูนของเขื่อนขุนสมุทรจีนอยู่ได้ประมาณ 50 ปี กันคลื่นได้ 2.5 เมตร และรวมค่าก่อสร้างทั้งหมด 200 ล้านบาท

"ส.ก.บางขุนเทียน" ชี้ว่า งบฯ 300 ล้านที่ กทม.เสนอสร้าง ที-กรอยน์ กทม.ได้ขอจากรัฐบาล แต่จากที่มีกลุ่มชาวบ้านคัดค้าน คณะกรรมการพิจารณางบฯปี 52 สภาผู้แทนฯได้ให้ กทม.ไปแก้ไขรูปแบบ ลงพื้นที่ตรวจสอบอีกครั้ง แม้จะหมดวาระผู้ว่าฯก็น่าจะทันหากตั้งใจจริง เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในชุมชน

“ชาวบ้านได้มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นด้วยกับ เขื่อนขุนสมุทรจีน พร้อมเตรียมรวมตัวเพื่อเข้าพบ นายอภิสิทธิ์ ก่อนหมดวาระเพื่อนำเสนอรูปแบบดังกล่าวพิจารณาในเร็วๆ นี้” ส.ก.บางขุนเทียน ระบุ

มารู้จักเขื่อนที่ กทม.ปฏิเสธ!
“เขื่อนขุนสมุทรจีน 49 A2” ที่ได้รับการจดทะเบียนสงวนลิขสิทธิ์เป็นที่เรียบร้อยแล้วจะมีโครงสร้างหลักแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ช่วงสลายกำลังคลื่น และส่วนที่ช่วยกักตะกอนดินโดยแนวสลายกำลังคลื่น จะมีลักษณะโครงสร้างเป็นเสาคอนกรีตสามเหลี่ยมด้านเท่ายาว 50 เซนติเมตร ซึ่งมีการจัดวางแบ่งเป็น 3 แถว โดยความลึกของเสาคอนกรีตไล่จากส่วนที่ติดทะเลเข้าไปหาแผ่นดิน คือ 10 เมตร 8 เมตร และ 6 เมตรตามลำดับ

การวางเสาแต่ละต้นจะถูกวางห่างกัน 1.5 เมตร และการวางเสาระหว่างแถวที่ 1, 2 และ 3 จะมีการวางในลักษณะฟันปลา

เมื่อคลื่นพัดเข้ามา คลื่นจะถูกเฉือนออกเป็น 2 ข้าง และสะท้อนไปสะท้อนมาตามแนวเสาที่วางไว้ ถือเป็นการสลายความแรงของคลื่น เมื่อคลื่นพัดผ่านแนวโครงสร้างเข้ามา คลื่นจะอ่อนกำลังลง ทำให้ตะกอนที่ลอยมาในมวลน้ำตกตะกอนบริเวณแนวชายฝั่งหลังแนวเขื่อนที่สร้างไว้

โครงสร้างส่วนที่ 2 คือ แนวช่วยกักตะกอน มีลักษณะเป็นเสาคอนกรีตรูปบูมเมอแรง ปิดผนังด้านข้าง 2 ข้างเอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดเอาตะกอนบริเวณริมฝั่งกลับออกสู่ทะเลอีกครั้ง จึงทำให้ไม่เพียงช่วยลดการกัดเซาะชายฝั่งเท่านั้น แต่ยังสามารถกันตะกอนไม่ให้ถูกพัดพาออกไปด้วย

โครงสร้างนี้จึงมีบทบาทในการกักเก็บตะกอนดินไว้ส่วนหนึ่ง และเมื่อตะกอนมีการพอกพูนตื้นเขินขึ้น สามารถนำต้นกล้าแสมไปปลูกเพื่อช่วยยึดดินส่วนนี้ไว้ให้งอกเป็นแผ่นดินกลับมาอีกครั้งหนึ่ง...




 

Create Date : 03 กันยายน 2551    
Last Update : 3 กันยายน 2551 19:00:12 น.
Counter : 721 Pageviews.  

อย่าบอกว่ารวย

28 ส.ค. 2008 - 00:57:04 น. คอลัมป์คิดมุมกลับ จากหนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์

ฉันว่าสังคมบ้านเรานี้ มีลักษณะพิลึกพิลั่นขัดแย้งกันเองในตัว บางคนก็ใช้คำว่า ปากว่าตาขยิบ มือถือสากปากถือศีล แต่ฉันขอเรียกรวมๆ ว่า พิลึกพิลั่น
เช่น ด้านหนึ่งเราเรียกตัวเองว่าเป็นเมืองพุทธ ผู้คนใจเย็นประนีประนอม และติดปากว่า ‘ไม่เป็นไร’ แต่อีกด้าน เราก็มีประวัติศาสตร์ยุคใหม่ที่รุนแรงนองเลือด มีผู้คนที่สะใจกับความโหดร้าย หรือระยะใกล้นี้ก็มีคนมองไม่เห็นว่าการยึดอำนาจรัฐประหารเป็นเรื่องรุนแรงตรงไหน (มีหนุ่มสาวถ่ายรูปคู่รถถัง โดยขอยืมปืนจากทหารมาตั้งท่าจ่อหัวกันพร้อมรอยยิ้มร่าเริง!!!)
ด้านหนึ่งเรามีลักษณะอนุรักษนิยมทางเพศ ไม่ค่อยยอมรับรักร่วมเพศ ปฏิเสธการอยู่ก่อนแต่ง ประณามการมีเพศสัมพันธ์โดยยังไม่ได้แต่งงาน แต่อีกด้านหนึ่งก็มีการสื่อสารเรื่องเพศอย่างโจ่งแจ้ง ไม่ว่าจะเป็นโฆษณา ที่จะขายอะไรก็ต้องใช้เรื่องเพศมาเป็นจุดดึงดูด หรือละครที่ทุกวันนี้ก็ยังฮิตการตบจูบได้เสีย และฉากเลิฟซีนได้รับการกล่าวถึงอย่างมากมายเกินปกติอยู่เสมอ
ละครยังสะท้อนค่านิยมหลักอีกอย่างหนึ่งของสังคมไทย คือ การชอบคนรวยและลึกๆ ก็อยากจะเป็นคนรวย เพราะละครแทบไม่เคยเป็นเรื่องของคนธรรมดา ไม่พระเอกก็นางเอกต้องรวยหรือเกิดในตระกูลผู้ดี ไม่เคยมีพระเอกนางเอกคนไหนลงท้ายด้วยการเป็นชนชั้นกลางธรรมดา ถ้าตีความง่ายๆ ว่าละครก็คือการพาคนดูให้หนีออกไปจากชีวิตจริงเป็นการชั่วคราว การหนีนั้นก็น่าจะเป็นการหนีไปหาภาพฝันที่เราต้องการจะมีจะเป็นในชีวิตจริง ซึ่งนั่นก็คือการได้เป็นคนรวยๆ
แต่ขณะที่ชอบคนรวยๆ เรา-หลายคน-กลับรู้สึกว่า การยอมรับความร่ำรวย ยอมรับว่าอยากมีเงินเป็นเรื่องเลวร้าย เป็นเรื่องของคนเห็นแก่ได้เห็นแก่ตัว เราทำงานเพื่อให้มีเงินซื้อข้าว แต่เรากลับรังเกียจคนที่พูดจาตรงไปตรงมาว่าทำสิ่งต่างๆ เพื่อเงิน ถ้าทำผิดกฎหมายเพื่อเงินก็ว่าไปอย่าง แต่บางอย่างไม่ผิดกฎหมายก็ยังยอมรับไม่ได้เลย หากตอบว่าทำเพื่อเงิน เช่น ลองได้ตอบว่าเขียนหนังสือเพื่อเงิน (หาเลี้ยงชีพ) เป็นได้โดนดูถูกว่า ไม่ใช่ศิลปิน ไม่มีจิตวิญญาณ เป็นแต่คนรับจ้างเขียน…ว่าเข้านั่น
ระยะหลังมานี้ เพี้ยนหนักถึงขนาดเห็นใครรวยเป็นได้กาหัวเลยว่า “ชั่วแน่ๆ” ความรวยกลายเป็นสิ่งที่มาคู่กับความชั่วไปเสียแล้ว บางคนเห็นคนที่ตัวเองนิยมชมชอบมีฐานะร่ำรวย แทนที่จะชื่นชมว่าเขาหาเงินเก่ง เก็บเงินเก่ง ก็กลับออกรับแทนว่าเขาไม่ได้รวยอย่างที่เห็นนะ…จนต้องถามกลับไปว่าจะออกรับแทนทำไม (วะ) ยังไม่ได้บอกสักคำว่ารวยแล้วผิด รวยแล้วเลว…
แต่ก็นั่นแหละ ขณะที่เรากลัวความร่ำรวย กลัวที่จะยอมรับดังๆ ว่าอยากรวย แต่เราก็ยังอยากรวยกันอยู่ดี ไม่อย่างนั้นข่าวแม่ค้าถูกหวยรางวัลที่ 1 คงไม่ได้ขึ้นหน้าหนึ่งด้วยพาดหัวตื่นเต้นแกมอิจฉาอยู่เสมอๆ หรอก
ว่าแต่คุณล่ะ…วันนี้อยากรวยหรือเปล่า




 

Create Date : 28 สิงหาคม 2551    
Last Update : 28 สิงหาคม 2551 18:42:53 น.
Counter : 280 Pageviews.  

ความพิเศษของคดี'ทักษิณ ชินวัตร'กับถนนคอร์รัปชันในประเทศไทย?

ข้อกล่าวหาเรื่องคอร์รัปชันของทักษิณนั้นน่าจะเป็นการคอร์รัปชันพิเศษที่สูงสุดและเลวร้ายสุดๆ ซึ่งอาจทั้งมีจริงส่วนหนึ่ง แต่ถูกต่อเติมให้เป็นภาพของอาชญากรที่สมบูรณ์แบบ

การอ่านแถลงการณ์ของนายเตช บุนนาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เกี่ยวกับระบบตุลาการของไทยเพื่อตอบกระทู้ในสภาผู้แทนราษฎร ความจริงก็ผ่านมาตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ซึ่งถือเป็นการตอบโต้ที่สืบเนื่องมาจากอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ออกแถลงการณ์ระบุถึงการถูกแทรกแซงภายในกระบวนการยุติธรรมของไทย

ซึ่งก่อนหน้าที่คุณเตช บุนนาค จะมีแถลงการณ์ออกมานั้น คงมีใครต่อใครหลายคนเหมือนกันได้ออกมาตอกกลับ พ.ต.ท.ทักษิณ ยืนยันถึงความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมของไทยเรา เป็นต้นว่าคุณชวน หลีกภัย คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ นอกจากนั้นยังมีอีกหลายๆท่าน ซึ่งดูจะมีมุมมอง จุดยืน ตลอดจนผลประโยชน์ที่แตกต่างไปจากอดีตนายกฯทักษิณ มิว่าจะเป็นผลประโยชน์จริงๆในรูปของการได้เสียเป็นทรัพย์สินเงินทองที่ยังถูกอายัดเอาไว้ 7.6 หมื่นล้านบาท มีคดีความเรียงคิวอยู่เป็นปฏิทิน

นอกจากนั้นสิ่งที่คุณทักษิณจะต้องเสียมันย่อมเป็นความหมายของการได้สำหรับปฏิปักษ์ จะเป็นทั้งการเมืองหรืออำนาจ แม้จนความล่มสลายและอิสรภาพที่จะหมดสิ้นไป...

วุฒิภาวะของสังคมไทยตกต่ำเกินไปที่จะเข้าใจได้ลึกตามคำสั่งสอนของบรรพบุรุษที่บอกกล่าวมาเป็นพันปีได้กระมังว่า "ไม้ล้มอย่าข้าม" ในปัจจุบันนี้เพียงแต่เซๆเขาก็ตามไปกระทืบกันแล้ว อันนี้คงไม่ต้องพาดพิงไปถึงคำสอนอื่นที่สูงส่งกว่านั้น

คือสังคมไทยเป็นอย่างนั้นจริงๆ คนของเราจำนวนไม่น้อยจะคล้ายๆกับรอตต์ไวเลอร์ที่ยังไม่ได้ฝึกฝน โดยพร้อมขย้ำกับเหยื่อที่อ่อนแอกว่า...ยามพูดจาใดๆจะเป็นเชิง Idealist กล่าวถึงอุดมคติหรือคุณธรรมอันเป็นเลิศ ชวนโรแมนติก...แต่ครั้นลงมือปฏิบัติกลับตรงกันข้าม เป็น Realistic แบบ Pragmatism ด้วยซ้ำไป เป็นลักษณะใจร้ายใจดำมุ่งเอาแพ้ชนะเท่านั้น จะกระทำเลวทรามต่ำช้าอย่างไรก็ไม่สนใจ ขอให้ตนเองได้เป้าหมายตามต้องการเท่านั้น?

เรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แม้จะหมดสิ้นอายุขัยของผู้คนรุ่นนี้ น่าจะเป็นอะไรที่ติดตัวสังคมไทยเราไปอีกนาน ก็คงคล้ายกับหลายเรื่องในประวัติศาสตร์...เราพูดถึงนายปรีดี พนมยงค์ หรือจอมพล ป.พิบูลสงคราม กันอย่างไร? หรือรวมอดีตผู้นำคนต่างๆที่ต้องหลุดพ้นไปจากวงจรของการเมืองและอำนาจด้วยวิธีการอันไม่ปรกติธรรมดา ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนแปลงโดยโค่นล้มยึดอำนาจหรือปฏิวัติรัฐประหารก็สุดแท้แต่จะเรียกขานกัน แม้จนบางครั้งยังอาจเป็นไปได้สำหรับการปฏิรูปบ้าง รักษาความสงบเรียบร้อยบ้าง

แต่รวมๆนั้นมันเป็นอันเดียวกันทั้งสิ้น ขับไล่อำนาจเดิมออกไป แล้วเข้าแทนที่ด้วยอำนาจใหม่...เปลี่ยนแปลงองค์อธิปัตย์กันใหม่ ถ้าเราจะใช้คำให้หรูสักหน่อย?

กรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณสมมุติว่าการโกงกินคอร์รัปชัน ผลประโยชน์ทับซ้อนอะไรต่างๆ มันเป็นเรื่องจริงตามการกล่าวหา...เราก็น่าจะมีคำถามได้เหมือนกันว่าแล้วผลประโยชน์หรือการคอร์รัปชันดังกล่าวนั้นมันมีอะไรเป็นข้อแตกต่างไปจากข้อหาที่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์, จอมพลถนอม กิตติขจร-จอมพลประภาส จารุเสถียร, พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ล้วนถูกตั้งข้อหาเรื่องของการคอร์รัปชันมาแล้วในอดีต แต่ลงเอยละครฉากสุดท้ายก็หักมุมกลายเป็นเรื่องเกี๊ยเซียะไปได้เกือบทุกๆกรณี...เรื่องราวของทักษิณ ชินวัตร กลับแลดูเกี๊ยเซียะอะไรมิได้เลย ดังนั้น ปรากฏการณ์นี้จะหมายความว่าอย่างไร?
คิดง่ายๆเข้า...คงมีมุมมองที่เป็นไปได้มากว่า "ข้อกล่าวหาเรื่องคอร์รัปชันของทักษิณนั้นน่าจะเป็นการคอร์รัปชันพิเศษ..." คือพิเศษในแง่ที่ว่าเป็นการคอร์รัปชันที่สูงสุดและเลวร้ายสุดๆ หรืออีกนัยหนึ่งภาพที่ถูกสร้างขึ้นมาเกี่ยวกับการคอร์รัปชัน ซึ่งอาจทั้งมีจริงส่วนหนึ่ง แต่ถูกต่อเติมให้เป็นภาพของอาชญากรที่สมบูรณ์แบบ...จึงอาจกล่าวได้ว่าปรากฏการณ์ทักษิณส่วนหนึ่งที่สำคัญก็คือ การเกิดความฮือฮาเรื่องคอร์รัปชันครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย...ทั้งที่ว่าในช่วงก่อนหน้านี้คงมีเรื่องคอร์รัปชันมากมายนัก แม้แต่ของผู้นำในอดีตซึ่งต่างก็ถือกันว่า "ปรกติ" แล้วในที่สุดก็ช่วยลืมๆกันไป อีกทั้งยังคืนทรัพย์ที่เคยถูกอายัดและถูกกล่าวหาว่าโกงชาติกลับคืนไปให้เจ้าของ...คือเกี๊ยเซียะกัน ..ยอมๆกัน?

นี่จึงเป็นครั้งแรกเช่นกันที่คดีคอร์รัปชันจำต้องร้อนรนแถลงถึงความนิ่งและความพึ่งพิงได้ของกระบวนการยุติธรรมไทย ขนาดกระทรวงการต่างประเทศยังต้องแถลงแจกแจงออกไปสู่นานาชาติ...เรื่องราวนี้จึงดูผิดปรกติ กลไกต่างๆแม้จนกระบวนการยุติธรรมถึงต้องย้ำเป็นพิเศษเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของฝ่ายตัวเอง...สิ่งเหล่านี้ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์คอร์รัปชันของไทย?

/////////////////////////////

คอลัมน์: โต๊ะกลมระดมความคิด..จากหนังสือพิมพ์โลกวันนี้ 22/08/2551




 

Create Date : 23 สิงหาคม 2551    
Last Update : 23 สิงหาคม 2551 1:32:55 น.
Counter : 434 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.