ไปกด Link ได้ที่แฟนเพจ https://www.facebook.com/skymantaf หรือ Follow ได้ที่ Twitter https://twitter.com/skymantaf หรือที่ http://www.thaiarmedforce.com นะครับ
Group Blog
 
<<
กันยายน 2552
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
27 กันยายน 2552
 
All Blogs
 
JAS-39 Gripen: ประโยชน์ทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่ไทยจะได้รับจากการจัดหากริพเพน

วันนี้มีข่าวออกมาจากหน้าหนังสือพิมพ์ครับ เป็นข่าวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง ซึ่งแถลงข่าวเกี่ยวกับโครงการลงทุนที่เกี่ยวเนื่องกับการจัดหา Gripen ของไทย

ในช่วงวันที่ 23 - 26 กันยายนที่ผ่านมา รัฐมนตรีอุตสาหกรรมและทีมงานของ BOI ได้ไปเปิดสำนักงานของ BOI ณ กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ซึ่งเป็นสำนักงานนอกประเทศแห่งที่ 13 ของ BOI ส่วนหนึ่งของการพูดคุยกับนักลงทุนสวีเดนยังรวมไปถึงการพูดคุยกับนาย Kaj Rosander ซึ่งเคยเป็น Project Manager ของการขาย Gripen ให้ไทยตั้งแต่ปี 2004 และเคยดูแลโครงการ Gripen Offset Program ในฮังการี ซึ่งทาง Gripen International แสดงความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มเติมในด้านที่เกี่ยวข้องกับการบิน เช่น ศูนย์ข้อมูลด้านการบิน หรือ ศูนย์ซ่อมบำรุงเครื่องบิน ซึ่งจะติดต่อรายละเอียดกับ BOI เพิ่มเติมต่อไป

Offset ในที่นี้คือการตอบแทนมูลค่าในโครงการต่าง ๆ ครับ ในปัจจุบันหลายประเทศนิยมใช้การร้องขอ Offset จากประเทศที่ขายอาวุธให้เพื่อที่จะได้นำผลประโยชน์และมูลค่าเพิ่มบางส่วนกลับมาจากเงินที่จ่ายไปในการซื้ออาวุธ เช่นโครงการ MMRCA ของกองทัพอากาศอินเดีย รัฐบาลก็กำหนดให้บริษัทที่ชนะการแข่งขันต้องลงทุนตอบแทนในอินเดียเป็นจำนวนมากกว่า 50% ของมูลค่าที่จ่ายไป หรือมากกว่า 5 พันล้านบาท

Gripen Offset Program ก็คือโครงการการตอบแทนทางอุตสาหกรรมของ Gripen ที่มอบให้กับลูกค้าที่จัดหา Gripen ไปครับ โดยเงื่อนไขและรายละเอียดนั้นจะแตกต่างกันออกไปตามความต้องการของประเทศลูกค้า อย่างในแอฟริกาใต้ซึ่งจัดหา Gripen จำนวน 26 ลำพร้อมกับ Hawk จำนวน 24 ลำนั้น ทั้ง Saab และ BAE System มีเงื่อนไขที่จะต้องลงทุนตอบแทนและถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับแอฟริกาใต้เป็นมูลค่าราว 8.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในฮังการีซึ่งจัดหา Gripen จำนวน 14 ลำ นั้น Saab มีเงื่อนไขที่จะต้องลงทุนตอบแทนในฮังการีเป็นจำนวน 1.2 พันล้านเหรีญสหรัฐ หรือ 100% ของมูลค่าที่ฮังกรีจ่ายไปในการซื้อ Gripen และในเช็คนั้น Saab มีเงื่อนไขที่จะต้องลงทุนตอบแทนในฮังการีเป็นจำนวน 1.4 พันล้านเหรีญสหรัฐ หรือ 130% ของมูลค่าที่เช็คจ่ายไปในการซื้อ Gripen ครับ

สำหรับในกรณีของประเทศไทยนั้นมีข้อแตกต่างอยู่บ้างพอสมควร นั้นคือเราจัดหา Gripen ในรูปแบบการแบ่งการจัดหาเป็นสองเฟส ทำให้การเจรจาอาจจะต้องคำนึงถึงเงื่อนไขตรงนี้ด้วย เพราะตอนนี้เรายังสามารถจัดหา Gripen ได้ในแฟสแรกเท่านั้น ส่วนในเฟสที่สองนั้นจะยังล่าช้าออกไปเนื่องจากขาดงบประมาณ

ประเทศไทยจะได้อะไรจากโครงการนี้บ้าง? ตรงนี้ก็แล้วแต่การเจรจาครับ ซึ่งในกรณีนี้ต้องเกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงอุตสาหกรรมที่จะต้องไปดูว่า มีด้านไหนที่ประเทศไทยน่าจะได้รับบ้างครับ ตรงนี้ผมยอมรับตรง ๆ ว่าไม่มีข้อมูลมากนัก เพราะไม่ใช่สายที่ถนัดในการไปคุ้ยข้อมูล เหอ ๆ แต่เท่าที่ดูจากคำให้สัมภาษณ์ตามข่าว ประกอบกับข้อมูลเก่า ๆ เช่น ในแผนปฏิบัติการร่วมไทย-สวีเดน (Thai-Swedish Joint Plan of Action) ที่ลงนามไปเมื่อหลายปีก่อนที่มีการเอยถึงการจัดตั้งสำนักงานร่วมในการพัฒนา Software รวมถึงข่าวที่ออกมาจาก Jane's ในช่วงปลายปี 2550 ที่บอกว่า บริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด หรือ Thai Aviation Industry (TAI) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของกองทัพอากาศที่รับงานซ่อมบำรุงและรับปรุงเครื่องบินก็น่าจะเข้าข่ายที่ได้รับประโยชน์นี้

ความจริงตรงนี้มันอยู่ที่การเจรจาครับ ในแอฟริกาใต้ซึ่งมีอุตสาหกรรมอาวุธที่ค่อนข้างก้าวหน้า เขาก็อยากจะพัฒนาอุตสาหกรรมอาวุธของเขา ก็เลยให้ Saab เข้ามาลงทุนตั้งบริษัทพัฒนาอาวุธเพื่อใช้กับ Gripen รวมไปถึงถ่ายทอดเทคโนโลยีและรับจ้างผลิตชิ้นส่วนให้กับ Gripen ในฮังการีนั้นจะเน้นไปที่การลงุทนภาคเอกชน เช่นฮังการีได้รับการลงทุนจากกลุ่มบริษัท Electrolux หรือเป็นหุ้นส่วนในการรับจ้างผลิตชิปคอมพิวเตอร์สำหรับ Saab และให้ Saab จับคู่บริษัทของฮังการีที่มีศักยภาพในการเป็นหุ้นส่วนของ Gripen และ Saab และในเช็คที่ Saab ต้องลงทุนไม่น้อยกว่า 130% ของมูลค่าที่เช็คจ่ายไปนั้น ในจำนวนนี้ 20% คือการตอบแทนโดยตรง (Direct Offset) ซึ่งเป็นการพัฒนาความสามารถและอุตสาหกรรมทางทหารของเช็ค โดย Saab ได้ลงนามกับ Aero Vodochody (บริษัทที่ขาย L-39ZA/ART ให้กับไทย) ในการพัฒนาและปรับปรุง L-159 ในอนาคต รวมถึงให้ Aero Vodochody มีส่วนร่วมในการสนับสนุนโครงการ Gripen ด้วย ส่วนการตอบแทนทางอ้อม (Indirect Offset) นั้น ทางเช็คก็ให้ทาง Saab และสวีเดนจับคู่กับบริษัทของเช็คหลายสิบบริษัทเช่นกัน โดยทั้งหมดนี้สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการส่งออกของแต่ละประเทศทั้งสิ้น

สำหรับประเทศไทยนั้น ดูแล้ว Offset ที่เราจะได้รับคงต้องแบ่งเป็นสองส่วนเพราะเราแบ่งการจัดหาเป็นสองเฟส (ซึ่งก็หมายความว่า ถ้าเฟสสองไม่เกิด เราก็จะได้ Offset ไม่เต็มที่ เหอ ๆ ) ผมไม่มีตัวเลขมูลค่าอย่างเป็นทางการของ Offset Program ของไทย เพราะทุกอย่างยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นซึ่งยังต้องทำการเจรจาเพิ่มต่อไป

แต่ในส่วนของการตอบแทนโดยตรง (Direct Offset) ที่กองทัพอากาศไทยได้แน่ ๆ ก็คือ ทุนการศึกษาจำนวนราว 82 ทุนในเฟสแรกซึ่งกองทัพอากาศจัดสรรให้กับนายทหารของกองทัพอากาศเอง เจ้าหน้าที่ในโครงการตามพระราชดำริ และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีสาขาตามแต่จะตกลงกัน ซึ่งสาขาที่เกี่ยวข้องก็เช่น วิศวกรรมอากาศยาน วิศวกรรมการสื่อสาร เทคโนโลยีวัสดุศาสตร์ เทคโนโลยีวัสดุผสม (Composite Material) เป็นต้นครับ นอกจากนั้นก็ยังมีความร่วมมือในการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางทหารใหักับไทยจำนวน 5 สาขาที่กองทัพอากาศไทยต้องการคือ สาขาสงครามอิเล็คทรอนิกส์ สาขาเทคโนโลยี Datalink สาขาข้อมูลทางภูมิศาสตร์ สาขาการสนับสนุนและวัสดุศาสตร์ และสาขาระบบอิเล็กทรอนิกส์การบินและซอฟแวร์

ตรงนี้ถ้ากองทัพอากาศมีแผนการจัดการเทคโนโลยีที่ได้มาให้ดี จะเป็นประเทศต่อกองทัพอากาศและอุตสาหกรรมการบินของไทยในระยะยาวเป็นอย่างมาก ซึ่งสามารถทำได้โดยผ่องถ่ายเทคโนโลยีที่ได้รับมาไปสู่ภาคการศึกษาและภาคเอกชนเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับอุตสาหกรรมทางทหารหรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องของไทยครับ ตรงนี้จำเป็นที่จะต้องมีผู้บริหารกองทัพอากาศที่มีวิสัยทัศน์ มองการณ์ไกล และเข้าใจความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและความมั่นคงในปัจจุบันและอนาคต



ยกตัวอย่างเช่นในส่วนของเทคโนโลยีสงครามอิเล็คทรอนิกส์ซึ่งเราล้าหลังมาก เทคโนโลยีที่ได้จากการจัดหา Gripen ซึ่งเป็น บ.ที่มีระบบสงครามอิเลิกทรอนิกส์ที่ทันสมัยอย่าง EWS-39 นั้น สามารถนำไปปรับใช้และต่อยอดในกับการพัฒนาความสามารถทางด้านนี้ของกองทัพได้โดยตรง

เทคโนโลยีทางด้าน Datalink ที่นอกจากจะเป็นประโยชน์กับการปฏิบัติการด้านการรบของกองทัพอากาศเอง ที่จะทำให้กองทัพอากาศสามารถทำการรบแบบเครือข่าย (Network Centric Warfare) ซึ่งเป็นหลักการรบสมัยใหม่ที่ประเทศมหาอำนาจใช้ได้ผลมาแล้วในสมรภูมิมากมาย ยังสามารถช่วยในด้านการควบคุมการจราจรทางอากาศซึ่งเป็นงานด้านพลเรือนได้อีกด้วย

ในสาขาข้อมูลทางภูมิศาสตร์ก็จะทำให้กองทัพอากาศมีความรู้เกี่ยวกับการจัดการข้อมูลทางภูมิศาสตร์ ยิ่งประเทศของเรามีดาวเทียมสำรวจทรัพยาการดวงแรกคือ THEOS ด้วยแล้ว กองทัพอากาศก็สามารถใช้เทคโนโลยีที่ได้รับตรงจุดนี้ในการพัฒนาและใช้ประโยชน์ข้อมูลจาก THEOS ให้เกิดประโยชน์และมูลค่าเพิ่มสูงสุดได้

วัสดุศาสตร์ของประเทศเรายังล้าหลังอยู่พอสมควร ในเมื่อ Gripen เป็นเครื่องบินที่ใช้วัสดุผสม (Composite Metrial) ในการสร้างจำนวนมาก และเทคโนโลยีวัสดุผสมนี้ โดยปกติแล้วไม่ค่อยจะมีใครถ่ายทอดให้ใครนักเพราะเป็นเทคโนโลยีขั้นสูง แต่ในเมื่อกองทัพอากาศได้มา และถ้าได้รับการจัดการได้เป็นอย่างดี ประเทศไทยก็จะสามารถเพิ่มความสามารถในด้านวัสดุผสมได้มากขึ้นอีกมากทีเดียว และมันจะสร้างมูลค่าเพิ่มใหักับประเทศไทยได้ในระยะยาว เนื่องจากวัสดุผสมนั้นเป็นวัสดุแห่งอนาคตที่ใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์หลากหลายตั้งแต่รถยนต์ไปจนถึงยานอวกาศ

สุดท้าย ในสาขาระบบอิเล็กทรอนิกส์การบินและซอฟแวร์นั้น ในโอกาสที่กองทัพอากาศได้รับ Source Code โปรแกรมควบคุมการบินของ Gripen มาด้วยนั้น กองทัพอากาศก็สามารถใช้โอกาสนี้ในการพัฒนาระบบควบคุมการบินของกองทัพอากาศเอง หรือเมื่อกองทัพอากาศและภาคเอกชนพัฒนาอาวุธอะไรมาได้ ก็สามารถปรับแก้โปรแกรมให้รองรับอาวุธนั้น ๆ ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากใคร จะให้ Gripen ทำงานอย่างไร เราควบคุมได้ 100% และอุตสาหกรรม Software เป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงมาก เราสามารถใช้เทคโนโลยีที่ได้รับในจุดนี้มาพัฒนาวงการ Software ไทยได้เช่นกัน

ตรงนี้เป็นเพียงแค่สิ่งที่กองทัพอากาศได้รับ ยังมีการตอบแทนทางอ้อม (Indirect Offset) ซึ่งกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงอุตสาหกรรมต้องวางแแผนอย่างเป็นระบบในการดึงภาคเอกชนจของสวีเดนเข้ามาลงทุนในเมืองไทย นอกจากการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลและซ่อมบำรุงอากาศยานในประเทศไทยตามที่มีข่าวแล้ว อาจจะประสานกับกองทัพอากาศเพื่อดึงให้ Saab เข้ามาถือหุ้นส่วนหนึ่ง TAI เป็นหุ้นส่วนในการบริหารเพื่อที่ TAI จะได้มีหุ้นส่วนที่มีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าในการพัฒนาความสามารถในการดำเนินงานเพื่อแข่งขันกับประเทศเพื่อบ้านอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์ให้ได้

นอกจากนั้นก็มีโอกาสอีกหลายด้าน อย่างเช่นไทยกับสวีเดนมีการติดต่อแลกเปลี่ยนกันด้านการท่องเที่ยวค่อนข้างมาก เราอาจจะหาโอกาสให้กับผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวของไทยในการดึงนักท่องเที่ยวชาวสวีเดนเข้ามาในประเทศไทยให้มากขึ้นอีก สวีเดนมีอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ใหญ่ประเทศหนึ่ง มีรถยนต์หลายยี่ห้อเช่น Volvo, Scania หรือ Saab แม้ว่าหลายยี่ห้อจะถูกบริษัทอเมริกันซื้อไปแล้ว แต่ก็ยังมีการดำเนินงานที่ใกล้ชิดในสวีเดน ถ้ากระทรวงอุตสาหกรรมสามารถดึงนักลงทุนจากอุตสาหกรรมรถยนต์สวีเดนมาลงทุนเพิ่มเติมได้ ก็จะเกิดประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย เนื่องจากประเทศของเรามีอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ก้าวหน้า ซึ่งจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทในอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยได้อีกมาก

หรือการที่สวีเดนมีความเชี่ยวชาญด้าน Software เราก็อาจจะดึงนักลงทุนด้าน Software ให้เข้ามาลงทุนในไทย และต่อยอดกับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทยที่ไทยมีความชำนาญอยู่แล้ว อุตสาหกรรมเหล่านี้เป็นอุตสาหกรรมไฮเทคที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจของไทยได้เป็นอย่างมาก

และอื่น ๆ อีกมากมายตามแต่จะคิดกันออกครับ

ตรงนี้ต้องขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ของผู้บริหารทั้งของกองทัพอากาศและรัฐบาล รวมถึงปฏิเสธไม่ได้ว่าขึ้นอยู่กับว่าการจัดหา Gripen ในแฟสที่สองนั้นจะลงนามได้เมื่อไหร่ เพราะทั้งหมดมีผลต่อความสำเร็จของโครงการโดยตรงที่จะส่งผลให้เกิดการพัฒนาทั้งด้านการป้องกันประเทศ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมไปถึงด้านเศรษฐกิจของไทย เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เราซื้ออาวุธแล้วได้อะไรมากขนาดนี้ จากที่ในอดีตเราเป็นได้แค่ผู้ใช้ ตอนนี้เราก็สามารถเป็นได้ทั้งผู้ใช้และผู้พัฒนาได้ ถ้าโครงการ Gripen เฟสสองบรรลุผล และมีการจัดการเทคโนโลยีที่ได้รับได้เป็นอย่างดี

.... อย่าลืมนะครับว่า เราไม่เคยได้อะไรแบบนี้จากการซื้ออาวุธจากสหรัฐเลย



อ่านเพิ่มเติม

"JAS-39 Gripen: วิเคราะห์โครงการตอบแทนทางอุตสาหกรรมที่ไทยจะได้รับหลังการจัดหากริพเพน"

//www.bloggang.com/mainblog.php?id=skyman&month=30-11-2007&group=2&gblog=50

"Grpien: The Face of Success" (PDF 8 MB)

//www.gripen.com/NR/rdonlyres/7F8A4AB9-166F-43E0-9F08-21F526177D5B/0/TheFaceofSuccess2008.pdf

อ้างอิง

Gripen เล็งสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงเครื่องบินรบครบวงจรในไทย

เหตุมีฐานลูกค้าในไทยสามารถทำธุรกิจได้ในระยะยาว ระบุกระทรวงอุตฯเตรียมเจรจานายกฯเกี่ยวกับนโยบายการเกิดโรงงานผลิตเหล็ก เพราะเห็นว่าไทยควรเปิดกว้างให้ทุกอุตสาหกรรม

วันนี้ (27 ก.ย.) นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงการหารือกับผู้บริหารบริษัท Gripen International ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตเครื่องบินรบให้กับหลายประเทศ ว่า ทาง Gripen แสดงความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มเติม ทั้งศูนย์ข้อมูลด้านการบิน , ศูนย์ซ่อมบำรุงเครื่องบิน โดยจะติดต่อรายละเอียด กับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ ในขั้นตอนต่อจากนี้

รมว.อุตสาหกรรม กล่าวต่อว่า เมื่อเดือนตุลาคม 2550 รัฐบาลไทยได้จัดซื้อเครื่องบินรบจาก บริษัท Gripen แล้ว 6 ลำ จึงถือว่า Gripen มีฐานลูกค้าอยู่ในไทยแล้ว ดังนั้น การลงทุนศูนย์ซ่อมบำรุงก็จะทำให้ทำธุรกิจได้ครบวงจรในระยะยาว ขณะที่ประเทศไทยก็จะมีเงินลงทุนและได้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้าสู่ประเทศด้วย

“ทาง Gripen สนใจจะเข้ามาลงทุนในไทยแน่นอน เพราะมีลู่ทางการตลาดอย่างชัดเจน เหลือเพียงการบริหารจัดการด้านการเงินที่ทาง Gripen ต้องจัดการให้เรียบร้อย ก่อนตัดสินใจขั้นสุดท้ายอีกครั้ง” นายชาญชัย กล่าว

รมว.อุตสาหกรรม กล่าวด้วยว่า จะหาโอกาสหารือกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับนโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับอนาคตการเกิดขึ้นของโรงงานผลิตเหล็ก หลังจากก่อนหน้านี้มีข้อมูลว่ารัฐบาลสั่งให้ชะลอ ทบทวนการสร้างโรงงานผลิตเหล็กในประเทศไทย เนื่องจากกระทรวงอุตสาหกรรมเห็นว่าไทยควรเปิดกว้างสำหรับอุตสาหกรรมทุก ประเภทและพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายอุตสาหกรรม โดยยึดประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รวบรวมข้อมูลประกอบว่าหากยุติหรือห้ามการตั้งโรงงานผลิตเหล็กจะเกิดผลกระทบ ในด้านใด มากน้อยเพียงใดด้วย

//www.thairath.co.th/content/eco/35757


นักลงทุนสวีเดนเล็งลงทุนเทคโนโลยีและการวิจัยพัฒนาในไทย

เผยบีโอไอในสตอกโฮล์มจะเน้นประชาสัมพันธ์เชิงรุกมากขึ้น เพราะจะทำให้เข้าถึงนักลงทุนได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

วันนี้​(27 ก.ย.) นางอรรชกา สีบุญเรือง บริมเบิล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวถึงการสัมมนา “Thailand means business” จัดขึ้นที่กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ว่า ได้รับความสนใจจากนักลงทุนไทยในแถบสแกนดิเนเวียอย่างคับคั่ง ทั้งที่ลงทุนในประเทศไทยอยู่แล้ว และที่สนใจจะเข้ามาลงทุนในอนาคต

“สิ่งที่นักลงทุนสอบถามมากเป็นพิเศษในการสัมมนาครั้งนี้ มีทั้งกรณีสิทธิพิเศษในกรณีการตั้งสำนักงานภูมิภาคในประเทศไทยที่บีโอไอ กำลังปรับปรุงสิทธิพิเศษการส่งเสริมการลงทุนอยู่ รวมทั้ง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวของไทยที่นักลงทุนเห็นว่าเข้มงวดมาก ซึ่งบีโอไอได้ชี้แจงรายละเอียดและถือเป็นสัญญาณที่ดีว่านักลงทุนในสแกน ดิเนเวียสนใจจะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยอีกมาก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่มีการวิจัยและพัฒนา อุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่จะเป็นประโยชน์กับไทยในอนาคตด้วย” เลขาธิการบีโอไอ กล่าว

นางอรรชกา กล่าวถึงการเปิดสำนักงานบีโอไอ ประจำกรุงสตอกโฮล์มว่า เจ้าหน้าที่ของบีโอไอ สำนักงานสตอกโฮล์ม ที่เปิดอย่างเป็นทางการจะต้องทำหน้าที่ในการให้ข้อมูลและประชาสัมพันธ์ใน เชิงรุกให้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะมีสัญญาณชัดเจนว่านักลงทุนในภูมิภาคนี้ให้ความสนใจจะสอบถามข้อมูลและ สิทธิประโยชน์จำนวนมาก ดังนั้น การมีสำนักงานประจำก็จะทำให้การเข้าถึงนักลงทุนทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพ มากขึ้นกว่าเดิมด้วย

//www.thairath.co.th/content/eco/35793




Create Date : 27 กันยายน 2552
Last Update : 27 กันยายน 2552 17:52:50 น. 8 comments
Counter : 2952 Pageviews.

 
เจิม แล้วเหม่งจะได้ตังค์มะ


โดย: น้าหนูนีล_น้องขวัญ วันที่: 27 กันยายน 2552 เวลา:16:49:54 น.  

 
--- เห็นผลคุ้มค่า


โดย: myth วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:9:31:34 น.  

 
วันหลังลองเขียนบล็อกด้วยตัวอักษรหลายๆสีบ้างดีกว่าอะ


โดย: น้องผิง วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:10:41:32 น.  

 
เจ้ากริพเพน หน้าตาดี สวย เฉียบจริงๆค่ะน้าโย

ปล.น้องขวัญสามกล่องไม่พอค่ะน้าโย เธอจะเอาอีก บอกว่าหมดแล้วก็ไม่เชื่อ เอาเก้าอี้มาต่อ ปีนขึ้นไปค้นหาในตู้เย็น แบบนี้คราวหน้าจะซื้อแบบแกลลอนมาเลยดีกว่า คริคริ


โดย: แม่น้องขวัญ_ซาแมนต้า วันที่: 29 กันยายน 2552 เวลา:20:30:55 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่โย







โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 กันยายน 2552 เวลา:7:18:44 น.  

 


โดย: น้าหนูนีล_น้องขวัญ วันที่: 30 กันยายน 2552 เวลา:23:17:55 น.  

 
ลุงโยครับ
กระผม บอสน้อย ขออนุญาตนำบทความของลุงโยไปเผยแพร่ได้ไหมครับ(ไม่พ้น siambbgun อิอิ)
เพราะอยากให้คนอื่นๆ ได้เห็นว่า เราซื้อกริพเพนคราวนี้ เราได้อะไรมากกว่า บ.ขัีบไล่ น่ะครับ

ปล.รบกวนตอบทาง e-mail นะครับ พักนี้ผมไม่ค่อยได้เข้าพันทิป
รำคาญ ฯพณฯ ศาสตราจารย์ ณ หว้ากอ น่ะครับ อิอิ


โดย: Zep!a` (bozzie ) วันที่: 4 ตุลาคม 2552 เวลา:3:20:51 น.  

 
เครื่องบินสวยมากครับ




โดย: yoddel19 วันที่: 18 กรกฎาคม 2553 เวลา:16:45:43 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Valentine's Month


 
Analayo
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 53 คน [?]




หากโลกนี้มีความยุติธรรม เราคงไม่ต้องมีศาล ไม่ต้องมีทหาร ไม่ต้องมีตำรวจหรอก/Skyman
@ จ่อยน้องลิง @
@ จ่อยหัวหอม @
X
X



free counters


Friends' blogs
[Add Analayo's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.