lliliil Work it harder, Make it better, Do it faster, Make us Stronger liilill
space
space
space
<<
เมษายน 2565
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
space
space
29 เมษายน 2565
space
space
space

ถนนสายนี้มีตะพาบ กม. ที่ 301 "เรื่องที่อยากเล่า"

ถนนสายนี้มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 301

"เรื่องที่อยากเล่า"




โจทย์โดย 
คุณ toor36





วันนี้ก็มีแนว.....  Based on true story นะครับ
555555 เอาอีกแล้ว นี่จะเล่าเรื่อง
"ไอ่ภพ" อีกรึป่าว
ไม่ครับ....เล่าเรื่องของ
"ผม" นี่แหละ
ไม่ต้องลุ้นว่า เอ๊ะ อันนั้นเรื่องจริง หรือ เรื่องแต่งน้าาาาา
เพราะงวดนี้เรื่องจริงทุกคำครับ งุย.....



 
------------------------------
เคยไหมครับ ใครบางคนที่เป็นแค่คนธรรมดา
แต่เค้ากลับเป็นแรงผลักดันในชีวิตของเราในซักเรื่องได้
คนที่เราเจอกันในสถานะหนึ่ง และกลับอยู่ในใจเราในอีกสถานะหนึ่งได้

------------------------------



ในตอนที่ชีวิตการทำงานเพิ่งเริ่มขึ้นได้แค่ 2 ปี
ซึ่งเป็น 2 ปีที่ผมแทบจะใช้เวลาทั้งหมดเพื่อทำงานหนักและเรียนรู้
ทั้งเรียนรู้ที่จะทำงานสำเร็จ และเรียนรู้ที่จะผิดพลาด
เรียกได้ว่าเป็น 2 ปีที่เหนื่อยทั้งกายทั้งใจมาก ๆ 
บวกกับในตอนนั้นแผนกของเรามีกันอยู่แค่ 3 คนเท่านั้น !!!


เหมือนจะเป็นโชค เพราะผมมีลูกค้าดีๆ อยู่รายหนึ่ง
จะว่าดีไหม จัดซื้อ และวิศวกรโหดร้ายมาก แต่มีเรื่องมาให้ผมวุ่นวายทุก ๆวัน
จนเช้าตอนแต่งตัวเตรียมออกจากบ้านผมถึงขนาดต้องยกมือไหว้หน้ากระจก

"ขอให้วันนี้บริษัทK ไม่มีปัญหาทีเถอะ สาธุ" 
จนกระทั้งวันนึงที่รบรากับวิศวกรK มาอย่างดุเดือด เรียกว่างัดหลักฐานมาแบกัน
คุณพลาดตรงไหน เราทำตามคุณเราจะผิดได้ยังไง เราไม่รับผิดชอบโว้ย
คุณ VP เจ้านายของผมก็บอกว่า "เย็นนี้ ไปดินเนอร์กับคุณวิล เจ้าของบริษัทKนะ"

บ้าหรือเปล่า ผมเพิ่งจะปะฉะดะกับวิศวกรงานของเค้ามาอย่างหนักหน่วง
จะให้ไปกินข้าวกับเจ้าของบริษัท จะเอาอารมณ์ไหนไปกินวะ
ผมคิดในใจ แต่เมื่อเจ้านายสั่ง ตัวเลือกของผมมีแต่
"ไปครับ" กับ "ได้ครับ"


และนั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้เจอกับ   คุณวิล
ขอย่อชื่อว่าคุณวิล นะครับ คุณวิลเป็นคนรวย  5555
ใช่สิครับ เค้าเป็นเจ้าของบริษัทK ที่ดำเนินธุรกิจทั้งในไทยและที่เยอรมันบ้านเกิดเค้า
และผมก็ได้รับมอบหมายให้ดูแลบริษัท K เป็นบริษัทแรกในการทำงาน
แต่นี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้เจอกับคุณวิล เค้าเป็นผู้ชายมีอายุ น่าจะราวๆ 50 ปลาย
ผิวขาว รูปร่างทวบ Daddy style สูงกว่าผมเล็กหน่อย ผมทอง ตาฟ้า
เค้าเดินเข้ามากอดคุณ VP ทันทีที่เจอ และยิ้มแย้มจับมือกันอย่างคุ้นเคย
"วิล...นี่ปริ้นซ์ คนที่ดูแลโปรเจคให้คุณมาตลอด 2 ปี"
ทันทีที่คุณ VP แนะนำตัวผม และผมแนะนำตัวกลับแบบเป็นทางการ
คุณวิลก็หันมายิ้มกว้างและจับมือผมด้วย 2 มือ


"ฉันดีใจมากที่ได้เจอกับยู ขอบคุณมากที่ดูแล K เป็นอย่างดี ยูน่าทึ่งมาก
และฉันเคยสงสัยว่าทำไมยูถึงชื่อปริ๊นซ์ นั่นเพราะว่ายูดูเหมือนเจ้าชาย"


เอ่อ...เป็นคำทักทายที่ทำผมงงกับมุกฝรั่งมาก 
เลยทำได้แต่ยิ้ม ๆ ด้วยความยังไม่เจนสนาม


และทุกครั้งที่คุณวิลมาดูธุรกิจที่ไทย  เค้าจะชวนผมไปนั่งดื่มด้วยเสมอ
จากเจ้าของบริษัทลูกค้าคนหนึ่ง พูดคุยกันจนผมรู้สึกเหมือนเค้าเป็นพ่อ
และ
เรื่องบ้าที่สุดที่เคยทำคือ
พอดื่มไวน์ไป 1 ขวดกับเบียร์อีก 2 ไพน์
ผมกลับไปนั่งร้องไห้ พรั่งพรูเรื่องคนแย่ๆ ที่ทำงานที่ผมต้องผจญในทุก ๆ วัน

คำพูดแย่ๆ ที่ต้องเจอจากลูกค้า และจากคนใน ที่บั่นทอนความรู้สึกและกำลังใจ
และในวันนี้ผมท้อแท้มาก ๆ 





คุณวิลนั่งฟังเงียบ ๆ จนจบโดยไม่ขัดซะตอน ก่อนจะพูดขึ้นว่า

"ยูจำได้ไหมว่า คำแรกที่ฉันพูดกับยู ตอนมานั่งที่โต๊ะฉันพูดว่าอะไร"
ผมตอบไปว่า "ขอโทษครับ ผมจำมันไม่ได้"
"นั่นยังไงละ...ฉันพูดว่า ขอบคุณมากๆ ทุกอย่างจะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าไม่มียูดูแล
ยูเห็นไหมว่า วันนี้เรามีอะไรบ้าง ฝีมือยูทั้งนั้น แต่ระหว่างทางมันอาจไม่ได้หอมหวาน

พระเจ้าส่งพวกเขามาสอนเราให้เข้มแข็งกว่าเดิม"
และคุณวิลก็เล่าประสบการณ์ทำงานกับคนที่ "งานก็ชุ่ย คุยก็เชี้ย" ให้ฟัง
ซึ่งก็ทำให้ผมลุกขึ้นมาขำกับความบัดซบที่คุณวิลเจอมาได้



และตลอดเวลา 5 ปีที่ผมทำงานมา 
คุณวิลและบริษัท K เป็นโปรเจคหลักและเป็นลูกค้าสำคัญสำหรับผม
ที่มีโปรเจคต่อเนื่องเป็นผลงานให้ผมอยู่ตลอดเวลา
จนผมถูกจัดว่า
High Performance 
จากจูเนียร์ กลายเป็นหัวหน้าทีม ที่เทคนิกแพรวพราวคนหนึ่ง
สับขาหลอกเก่ง และใครก็ลวงผมไม่ได้ เพราะได้ประสบการณ์จากK นี่แหละครับ
ผมยินดีทุกครั้งที่มีโอกาสได้เจอคุณวิล และเราจะนัดทานข้าวกันทุกครั้ง



ในปีนั้นคุณวิลมาแปลก
นัดผมให้ไปเจอที่คอนโดในเครือโรงแรมหรูย่านสาธร
ซึ่งผมก็เคลียร์คิวงานแล้วขับรถไปหาตามนัด
เมื่อไปถึง คุณวิลก็ชวนผมขึ้นไปที่ห้องของเค้า บอกว่าเค้าเพิ่งซื้อคอนโดนี้
และห้องเพิ่งตกแต่งเส็ดได้ไม่นาน เค้ายินดีมากที่จะเปิดบ้านให้ผมได้ชม
ก็คงตามสไตล์ฝรั่งครับ ชวนเพื่อนมาเที่ยวบ้านใหม่
ผมก็ขึ้นลิฟต์และเดินตามไปยังห้องริมสุดของตึก 

เฮ้ย!!! ริมสุดต้อง Penhouse สิ
และใช่ครับ เมื่อประตูบานใหญ่เปิดออก มันคือห้อง Penhouse ที่หรูมากกกกก
ตกแต่งสวยงามโทนดำ เบอร์กันดี และทอง แซมด้วยสีไม้โอ๊ต
คุณวิลไม่รอช้า พาผมเปิดห้องต่าง ๆ ทั้งห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ ห้องครัว
ห้องนอน 2 ห้อง และขึ้นไปชั้นบนที่เป็น Panoramic veiw 
พร้อมอธิบายว่าเค้าตั้งใจจะใช้งานแต่ละห้องยังไง 
แรงบันดารใจในการกตแต่งคืออะไร




ก่อนที่เราจะมานั่งดื่ม wisky นุ่มๆ ลื่นๆ ที่เค้าบอกว่าอายุ 30 ปี
ผมยกแก้วที่มีน้ำสีอำพันขึ้นมาดู
แหม่...อายุมากกว่าผมซะอีก
แทบอยากจะยกมือไหว้ ให้ความเคารพเหล้าแก้วนั้น
แล้วอยู่ๆ คุณ VP ก็โทรมาหา เพื่อฝากคุยงานกับคุณวิล
"เป็นไงบ้าง ทำอะไรอยู่"

"อ้อ วิลพาขึ้นมาที่คอนโดใหม่ของเค้าครับ นี่นั่งดื่มกันอยู่ในห้อง"
ทันทีที่ผมพูดไปแบบนั้น คุณ VP ก็ร้องห๊ะเสียงดัง
"
ห๊ะ?! เฮ้ยคุณขึ้นห้องวิลหรอ 2 คนน่ะนะ ระวังตัวด้วยปริ๊นซ์ อย่าไว้ใจนะ
เดี๋ยวนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้นะคุณ ดื่มหรือเปล่า ระวังนะ"

เล่นเอาผมนี่อึกอัก ตอบไม่ถูกเลยครับ เพราะไม่ได้กะไว้ว่า
คุณ VP จะคิดเลยเถิดไปขนาดนั้น 5555
แต่ก็คงใช่....ถ้าใครได้ยินว่า
หนุ่มไทยวัย 26 ขึ้นคอนโดหรู
กับฝรั่งมีอายุ 2 ต่อ 2 โดยลูกเมียเค้าอยู่ต่างจังหวัด

เป็นใครก็คงคิดดีไม่ได้เหมือนกัน
แต่ที่สำคัญคือ คุณ VP น่าจะเสียงดังลอดมือถือออกมา
ส่วนคุณวิลก็คงได้ยินและด้วยความที่มีภรรยาเป็นคนไทย
ก็คงฟังรู้เรื่องบ้าง ปนกับเดาความร้อนรนของน้ำเสียงได้
เค้าหัวเราะเบาๆ ส่ายหน้าแล้วเดินไปเปิดประตูหน้าห้องค้างเอาไว้
เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ พร้อมกับบอกว่า 

"บอกชาญด้วยว่า ไม่ต้องกังวล เวลายูอยู่ในที่ของฉัน"


วันนั้นเราไปดื่มกันที่ Wine house ในโซนสาธร
คุณวิลเลือกไวน์ที่ดีมากๆ มาดื่มด้วยกัน และผมเชื่อมือคุณวิลเสมอ
เพราะเค้าเป็นนักสะสมไวน์ และมีไวน์หลายร้อยขวดเก็บที่ห้องเก็บ
ใต้ดินที่บ้านที่เยอรมันของเค้า ดังนั้น ดื่มตามคุณวิล ไม่ขมคออย่างแน่นอน
วันนั้นสนุกมากครับ เราพูดคุยกันหลายเรื่อง
ประสบการณ์ของคุณวิลยังคงสนุกและน่าสนใจเสมอ
บางครั้งผมก็เล่าเรื่องของผมเอง และคุณวิลก็สอนว่าอะไรดีอะไรไม่ดี
อะไรที่ทำแล้วจะส่งผลต่อชีวิตเราบ้าง อะไรที่ทำไปเถอะ ใช้ชีวิตให้คุ้ม





เวลาเกือบเที่ยงคืน ผมขับรถกลับมาส่งคุณวิลที่ Drop off ของคอนโด
ระหว่างทางผมนี่คึกคักมาตลอดทางด้วยประสบการณ์สุกี้ และพัฒพงษ์ของคุณวิล
ลงจากรถมาเพื่อจับมือร่ำลากันก่อนจะแยกย้าย
คุณวิลเข้ามากอดแล้วตบไหล่ผมตามปกติ 

"ขอบคุณมาก ๆ สำหรับทุกอย่างนะปริ๊นซ์"
"ผมจะทำให้ดีที่สุดเพื่อคุณและบริษัทKครับ"   ผมตอบกลับจากใจ


ตรงนี้คุณวิลดึงตัวผมออกมายืนคุยกันปกติ แต่ยังจับไหล่ผมอยู่
ด้วยสีหน้าที่ดูเหมือนพ่อที่อยากจะพูดอะไรกับลูกชาย

"ยูไม่ต้องทำอะไรเพื่อนฉันหรือK หรือเพื่อใคร แต่จงทำเพื่อตัวยูเอง
เพื่อความภาคภูมิใจของตัวเอง เพื่อความสำเร็จของตัวเอง
ชีวิตบนเส้นทางนี้ของยูเพิ่งเริ่มต้น แต่ฉันเชื่อว่ายูจะทำมันได้ดี
และเมื่อถึงวันนั้น จะมีฉันยืนมองยูด้วยความยินดี
วันไหนที่ยูรู้สึกว่า ยูsuccess โทรมาบอกฉันนะ
แล้วเราจะมาดื่มฉลองกันที่Rooftopที่นี่"




หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้เจอกันอีก มีติดต่อกันทาง E-mail บ้าง
แต่เมื่อทุกอย่างเป็นไปได้ดี คุณวิลก็จะไม่เข้ามายุ่ง
เค้ามาไทยบ้าง แต่จะอยู่กับครอบครัวที่ระยองไม่ได้เข้ามา กทม 
จนช่วงโควิด ไม่มีต่างชาติมาได้ ก็คงต้องรอเปิดประเทศจริงๆ อีกครั้ง
และสถานการณ์โควิดดีขึ้นกว่านี้ เพื่อให้เดินทางกันได้อย่างปลอดภัย


ราวๆ ช่วงต้นปีที่แล้ว
ผมได้รับข่าวจากสต๊าฟบริษัท K ที่ผมทำงานด้วยว่า.....


คุณวิลได้จากไปด้วยโรคมะเร็งที่เยอรมัน
ศพจะถูกส่งกลับมาประกอบพิธีทางศาสนาพุทธที่ระยอง
ตามความประสงค์ของคุณวิล


ผมตกใจมาก ไม่รู้มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่มันเกิดขึ้นเร็วมาก
ผมไม่รู้เลยว่า การที่คุณวิลเงียบหายไปเพราะอะไร
ส่วนผมก็ไม่ได้ทักไปหาเค้าเลย เพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติ 
ที่เจ้าของจะไม่ได้มายุ่งดีเทลของงาน
เพียงแต่รอเวลาที่โควิดดีขึ้นแล้วจะได้เจอกัน แบบ Hi, Long time no see
แต่วันนี้ผมทำได้เพียงแค่ขับรถจาก กทม ไปนอนชลบุรีในเย็นวันศุกร์
แล้วขับต่อไประยองเพื่อร่วมงานศพของคุณวิล พร้อมพวงหวีด
ในนามตัวแทนบริษัทเท่านั้น
แต่ความเสียใจของผมไม่ใช่การเสียลูกค้าไป เพราะธุรกิจของเรายังคงอยู่
งานยังคงดำเนินไป แต่ผมรู้สึกสูญเสีย เพื่อน พี่ชาย และคนที่เหมือนพ่อคนนึง
และในงานวันนั้น ผมได้รับเอกสาร 1 แฟ้มมาจากสต๊าฟของบริษัทK
เป็นโปรเจคสุดท้ายที่คุณวิลอนุมัติเอาไว้ และเลือกแล้วว่าจะให้ผมดูแล


วันหนึ่งแค่วันธรรมดาวันหนึ่ง ที่หลายต่อหลายคนแสดงความยินดีกับผม
กับใบประกาศแต่งตั้ง 1 ฉบับบนบอร์ดบริษัท
พร้อมนามบัตร 2 กล่องที่วางบนโต๊ะ ด้วยชื่อตำแหน่งใหม่
ผมมองดูมันแล้วได้แต่ยิ้มกับตัวเอง นี่คงเป็นสิ่งที่ผมพยายามมาตลอด



และในค่ำของวันที่เงียบเหงาจากการระบาดของโควิด
ถนนใน กทม โล่งอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน
ใช่ครับ มันคือช่วงก่อน Lockdown แค่ไม่กี่วัน
ผมในชุดเสื้อเชิร์ตสีน้ำเงินเข้ม เดินตามพนักงานที่เดินนำทาง
ขึ้นบันไดวนขึ้นไปยัง Rooftop ของโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง
โต๊ะโล่ง ไม่มีคนจองเลยในเวลา 1 ทุ่ม ทั้ง ๆที่ปกติควรจะเต็ม
ไวน์แดงถูกเทลงมาในแก้วเล็กหน่อย เพื่อให้ผมได้เทสก่อนการดื่มจริง
ผมผยักหน้ารับเป็นการยืนยันกับพนักงานเสิร์ฟ 
ก่อนที่ไวน์จะถูกรินลงมาเท่ากับจำนวน 1 เสิร์ฟ
ผมหยิบนามบัตรใหม่ขึ้นมาดู ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะตรงหน้า
แล้วยกแก้วไวน์ขึ้นมาในระดับสายตา ท่ามกลางท้องฟ้ากรุงเทพยามราตรีเป็นพื้นหลัง


อยู่ตรงนั้น คุณเห็นไหมครับวิล
ผมมาที่นี่แล้ว ตามสัญญา
....Cheers....




ผมยกไวน์ดื่มไปหมดแก้ว
ไม่ได้เรื่องเลยใช่ไหมครับ ไวน์ที่ผมเลือก......
จนกว่าเราจะได้พบกัน ผมคงต้องดื่มไวน์จืด ๆ แบบนี้ไปอีกนาน







Until we meet again, Will. I promise.


Create Date : 29 เมษายน 2565
Last Update : 3 พฤษภาคม 2565 10:44:07 น. 26 comments
Counter : 736 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณThe Kop Civil, คุณhaiku, คุณสองแผ่นดิน, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณกิ่งฟ้า, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณหอมกร, คุณกะว่าก๋า, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณทนายอ้วน, คุณkatoy, คุณเริงฤดีนะ, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณnonnoiGiwGiw, คุณtoor36, คุณSweet_pills, คุณtanjira, คุณชีริว


 
ถ้าตอบแบบธรรมะนิดๆ
พี่ก๋าเรียกการพบเจอกันระหว่างน้องปริ๊นซ์กับคุณวิล
ว่าเป็น "บุญสัมพันธ์" คือ เจอกันแล้วถูกชะตา
คนเราจะนั่งคุย จะร้องไห้กันได้
ต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกันพอสมควรเลยนะครับ

สุดท้ายแม้คุณวิลจะจากไปแล้ว
แต่น้องปริ๊นซ์ก็ได้ทำตามสัญญาด้วย

เชื่อเหลือเกินว่าคุณวิลคงมองลงมาแล้วยินดีไปแกับความสำเร็จของน้องปริ๊นซ์อย่างแน่อน




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 เมษายน 2565 เวลา:20:04:45 น.  

 
อ่านลงมาเรื่อย ๆ...

ทำงานก็หลายปี ยังไม่ต้องติดต่องานลูกค้าโดยตรงเท่าใด คง
เป็นเพราะกิจการมันไม่ใช่ 555

ทีแรกคิดว่าคุณปริ๊นซ์เจอดีซะแล้ว ... เอ้ยไม่ดีซิ


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 29 เมษายน 2565 เวลา:20:26:00 น.  

 
ไม่นึกว่าจะหักมุมตอนจบ กลายเป็นเรื่องเศร้า
มะเร็ง เป็นผู้ร้ายตลอดกาล

ช่วงหลังนี้ได้ยินข่าวคนโน้นคนนี้เสียชีวิตเพราะโรคมะเร็งเยอะมาก
เป็นโรคที่น่ากลัวกว่าโควิดอีกนะว่ามั้ย

พรุ่งนี้มาส่งกำลังใจนะคะ


โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 29 เมษายน 2565 เวลา:22:33:52 น.  

 
สวัสดีครับน้องปริ๊นซ์
พี่ว่าน้องปริ๊นซ์ต้องเก่ง และเป็นคนที่มีความสามารถมากเลยนะครับ ถึงเป็นผู้ถูกเลือก โดยเพื่อนต่างวัยอย่างคุณวิล เหมือนเป็นที่ปรึกษา รวมทั้งเพื่อนร่วมดื่ม น่าจะสนิทและไว้ใจมาก ๆ ด้วย
ตอนจบเศร้านิดหน่อย แต่มิตรภาพงดงามนะครับ


โดย: The Kop Civil วันที่: 29 เมษายน 2565 เวลา:22:41:32 น.  

 
เดี๋ยวแวะมาอีกทีนะครับ
ผมไม่ไหวแล้ว


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 29 เมษายน 2565 เวลา:23:59:28 น.  

 
สวัสดียามดึกค่ะน้องปริ๊นซ์ ขอบคุณที่ไปให้กำลังใจแกงคั่วสับปะรดนะคะ ที่พี่กิ่งใช้ลูกชิ้นหมูแทนหอยแมงภู่เพราะพี่กิ่งไปหาซื้อหอยแมงภู่ไม่ได้เลยค่ะ ยุคโควิดหาซื้อของยากจริงๆค่ะ ก็ใช้ลูกชิ้นหมูแทนแต่ก็อร่อยนะคะเพราะเป็นลูกชิ้นเอ็นหมูค่ะ

ตามมาอ่านงานตะพาบน้องปริ๊นซ์ออกเดินแล้ว พี่กิ่งยังนึกไม่ออกเลยค่ะว่าจะเล่าเรื่องอะไร

เรื่องราวของน้องปริ๊นซ์ พี่กิ่งอ่านเพลินเลยค่ะ เคยนึกเหมือนกันค่ะว่า ชื่อ น้องปริ๊นซ์ มาจากคำแปลว่าเจ้าชาย เหมือนที่คุณวิลว่าไว้จริงๆน้องปริ๊นซ์ต้องดูดีหล่อเหมือนเจ้าชายจริงๆค่ะ

แถมทำงานเก่งจนคุณวิลไว้ใจและชอบที่จะนัดเสวนากับน้องปริ๊นซ์บ่อยๆนะคะ

เรื่องราวพี่กิ่งกำลังอ่านเพลินๆมาหักมุมตอนคุณวิลเสียวีวิตนี่น่าตกใจนะคะอยู่ๆก็ได้รับข่าวเศร้าแบบนี้ขอให้คุณวิลไปสู่ภพภูมิทีดีนะคะ

โหวต Literature Blog นะคะ

หลับฝันดีค่ะ



โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 30 เมษายน 2565 เวลา:2:00:43 น.  

 
ชีวิตจริงบางครั้งก็คล้ายนิยายนะปริ้น



โดย: หอมกร วันที่: 30 เมษายน 2565 เวลา:6:29:00 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับน้องปริ๊นซ์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 เมษายน 2565 เวลา:6:43:04 น.  

 
กลายเป็นเรื่องเศร้าเลยอ่า


โจทย์ตะพาบโจทย์นี้พี่มีเรื่องจะเล่าตั้งมากมาย แต่ไม่รู้จะเริ่มเรื่องยังไง เขียนลบๆๆ เป็นสิบๆรอบ ... สรุปแว่ไม่เขยนละ เดี๋ยวจะไปเขียนรีวิว ซีรี่ย์ The Gilded Age ละ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 30 เมษายน 2565 เวลา:10:14:39 น.  

 
thanks ครับน้องปริ๊นซ์ พี่ทำใจไว้แล้วละครับ แต่บางครั้งก็มีแอบคิดถึงเล็ก ๆ นะ


โดย: The Kop Civil วันที่: 30 เมษายน 2565 เวลา:12:44:08 น.  

 
พี่ก๋ากับพี่ชายไม่ค่อยสนิทกันครับ
แต่ผู้ชายด้วยกัน
มองตารู้ใจ ไม่ต้องพูดอะไรเยอะ
พี่ก๋ามีโลกส่วนตัวสูงมาก
ขนาดน้องสาวสองคน
ยังบอกว่าในวัยเด็กพี่ก๋าเหมือนไม่มีตัวตนอยู่ในบ้านเลย 555
อยู่แต่ในห้อง
แต่ตอนนี้มีอะไรทุกคนก็จะมาปรึกษา
พี่ก๋าเปลี่ยนตัวเองเยอะเหมือนกันครับ

พี่ก๋าชอบแนวคิดของคนญี่ปุ่นนะ
ที่บอกว่า
การเจอกันของเราอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายก็ได้
ฉะนั้นคำทักทายและคำจากลา
ควรทำอย่างจริงใจที่สุด
เพราะเราไม่รู้จริงๆว่าจะได้เจอกันอีกหรือเปล่า




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 เมษายน 2565 เวลา:13:32:15 น.  

 

So sad..
เศร้าแต่ซึ้งส์นะคะ เรื่องคุณวิล
มาเร็วเครมเร็ว..
วันนี้มาหาหมอเข้าเสื่อม
และlow batt.
เย็นๆค่ำๆ..คงจะได้นึกเรื่องราว
และส่งการบ้านค่ะ..Little Prince.



โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 30 เมษายน 2565 เวลา:13:34:28 น.  

 
สวัสดี จ้ะ น้องปริ๊นซ์

อ่าน ตะพาบ เรื่องที่อยากเล่า ของเธอแล้ว รู้สึกว่า วิล เป็น
ชาวเยอรมันที่น่ารัก มีมนุษยสัมพันธ์ ให้กำลังใจแก่คนอื่นได้ดี เธอ
กับวิล คงมีวาสนาต่อกัน ที่เรียกว่า ศีลเสมอกัน จึงได้มาพบกันและ
กลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เกื้อหนุนต่อกันและให้ข้อคิดดี ๆ ของวิลที่
มีให้กับเธอ ก็เป็นธรรมดา เมื่อเขาต้องอำลาจากโลกนี้ไปโดยที่เธอ
เองก็ไม่คาดคิดว่า เขาจะจากไปอย่างไม่มีวันกลับเร็วขนาดนี้
ถือว่า ปริ๊นซ์โชคดี ที่มีกัลยาณมิตรต่างวัยเป็นเพื่อน ประกอบกับเธอเป็นคนมีฝีมือในเรื่องงาน เรื่องมนุษยสัมพันธ์ งานเธอถึงได้
ก้าวหน้ารวดเร็ว ครูก็ขอชื่นชมจ้ะ

โหวดหมวด ตะพาบ

ขอบใจจ้ะ ที่ไปอ่าน เม้นท์และให้กำลังใจที่บล็อก ตะพาบครู
ครูก็ว่า ครูตัดสินใจเลือกรับราชการเป็นครูแทนการค้าขาย ได้
ถูกต้องแล้ว จ้ะ ชีวิตคนเราสำคัญที่สุดอยู่ที่การเลือกเอง จ้ะ เลือก
ถูกชีวิตก็ไม่ทุกข์ จ้ะ แต่ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของตัวเอง
ทั้งสิ้น นะจ๊ะ
เรื่องเงินเดือนครูมักจะน้อยนิด แต่ปัจจุบันเขาก็ปรับดีขึ้นกว่า
สมัยครูมากตามกาลเวลาและค่าครองชีพที่เปลี่ยนไป ข้อสำคัญ
ต้องรู้จักการบริหารเงินของเราที่ได้รับ อย่าได้ใช้เงินโดยตามความ
อยากของใจเรา ถ้าเรารู้จักพอใจในสิ่งที่เรามี ไม่เห่อไปตามค่านิยม
ของสังคม ไม่ฟุ่มเฟือย ครูว่า อาชีพนี้เงินเดือนจะน้อยกว่างานบริษัท
แต่ก็มีสวัสดิการอย่างอื่นพอช่วยได้และที่สำคัญ ชีวิตหลังเกษียณจะ
ไม่ลำบาก จ้ะ


โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 30 เมษายน 2565 เวลา:16:41:36 น.  

 
ส่งการบ้านงานเขียนตะพาบ 301
ปั่นเสร็จ สดสด ร้อนร้อน
เกรงว่าจะข้ามวัน..แล้วพาลขี้เกียจไปเลย


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 30 เมษายน 2565 เวลา:20:24:02 น.  

 
สวัสดีครับคุณปริ้นซ์

อ่านจบ ประทับใจกับเรื่องของคุณวิลและคุณปริ๊นซ์มากเลยครับ

เนาะ บางทีเราก็อ่านใจฝ่ายตรงข้ามไม่ถูก100%ว่าเค้าคิดหยั่งไงจนกว่าจะได้พูดจากันตรงๆ

ซึ้งใจกับที่ว่า จงทำเพื่อตัวเอง เพื่อความสำเร็จของตัวเอง ซาบซึ้งมากๆ ครับ

แล้วตกลงbased on true story กับเรื่องจริง ไม่เหมือนกันเหรอครับ เอาปากกามาวง


โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 30 เมษายน 2565 เวลา:23:05:03 น.  

 
การได้รู้จักคนดีๆ ในชีวิตถือเป็นเรื่องที่ดีมาก ยิ่งเป็นลูกค้าด้วยยิ่งเป็นเรื่องที่ดีครับ

ผมชอบคำพูดที่เขาบอกนะ "ยูจำได้ไหมว่า คำแรกที่ฉันพูดกับยู ตอนมานั่งที่โต๊ะฉันพูดว่าอะไร" มันแน่นอนล่ะใครมันจะไปจำได้

คำพูดที่ว่า "พบผู้รู้ใจ ดื่มพันจอกยังน้อย พูดคุยไม่ถูกคอครึ่งจอกก็มากไป" มันเป็นเรื่องจริงครับ คุณ VP ก็ขี้แกล้งชอบอำนะ แต่ใครอยู่สถานการณ์แบบนั้นแล้วเจออำจะรู้สึกเสียวๆ ก็ไม่แปลกอะไร

หลายๆ คนรู้ตัวอีกทีก็ไปเสียแล้ว ในช่วงวิกฤตโควิดคนรู้จักรอบๆ ตัวผม หายไปเป็นสิบเลยครับ นี่เราอยู่ในซีซั่นไหนแล้วผมก็ไม่ทราบ ในยุคนี้คงต้องลุ้นสองอย่างคือ ติดโควิดตาย หรือหิวตาย


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 1 พฤษภาคม 2565 เวลา:0:41:47 น.  

 
จากบล็อก
ข้อสงสัยทั้งหลายน่าจะคลี่คลายแล้วจากในลิงค์นี้
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=crazylazykoodchi&month=01-2010&date=25&group=6&gblog=1


ช่วงหลัง ไม่ค่อยมีคนร่วมตั้งโจทย์เท่าไหร่ครับ ให้ผมตั้งโจทย์น่ะไม่มีปัญหาหรอก พี่ก๋าก็เช่นกัน ผมมีโจทย์สต็อกของตัวเองรวมกับพี่ก๋าเกิน 30 โจทย์ครับ สามารถรันโครงการได้อย่างไม่สะดุดแม้จะไม่มีคนร่วมตั้งโจทย์ได้เป็นปี แต่มันจะเบื่อครับ ยอมรับว่าตอนที่ได้ตั้งโจทย์ครั้งแรก มันสนุกยิ่งเพื่อนๆ ที่ร่วมเขียน เขียนในมุมมองที่เราคาดไม่ถึงยิ่งรู้สึกสนุก ทว่ามันไม่มีความหลากหลาย จำที่เราคุยหลังไมค์ตอนส่งโจทย์ให้ผมได้มั้ยครับ ผมเคยบอกว่า "โจทย์สดใหม่มาก" มันรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ยิ่งคนที่ร่วมตั้งมาจากหลากหลายสาขาอาชีพ โจทย์ยิ่งหลากหลาย คนที่ร่วมเขียนก็จะรู้สึกว่ามันหลากหลาย ความสนุกมันอยู่ตรงนี้ล่ะครับ ผมเลยอยากให้เพื่อนๆ ที่เขียนกันประจำร่วมกันตั้งโจทย์บ้าง ผมดันโจทย์ให้คนที่พึ่งเคยร่วมตั้งโจทย์ครั้งแรกให้ทุกคนครับ

ของคุณปริ๊นซ์เหลืออยู่ 5 โจทย์ ผมล็อคโจทย์ของคุณปริ๊นซ์โจทย์หนึ่งไว้ที่วันที่ 13 ก.ค. แบบให้ตายยังไงก็ไม่เปลี่ยนไว้แล้ว เพราะวันที่นั้นมันเข้ากับโจทย์พอดีด้วย

จริงๆ ผมอยากจะหลบฉากในการตั้งโจทย์เหมือนกัน ผมยอมที่จะเอาโควต้าตัวเองให้คนอื่นก่อนได้เลย (รวมไปถึงเจรจากับพี่ก๋าในการหลีกทางให้โจทย์คนอื่น) หากเรามีโจทย์จากเพื่อนๆ ที่ร่วมเขียนมารอเป็นจำนวนมาก


สุดท้ายก็อย่างที่ผมบอกแหละครับ ถ้ายังแกล้งอ่านกันแบบนี้ ่ไม่นานพวกไม่ใช่บล็อกเกอร์ในตำนานของแต่ละสายก็คงหายไปหมด คนนอกจะมองคอมมูนิตี้นี้เป็นคอมมูนิตี้เฮ็งซวยขนานแท้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

ผมไม่อยากเอาเรื่องยอดวิวมาเป็นประเด็นนะครับ คนที่ได้สายสะพายแต่ละคนยอดวิวก็ใช่ว่าจะเยอะ ของผมก็ใช่ว่าจะเยอะ แต่ก็มีที่ยอดวิวสูงทั้งที่ไม่เคยเอาไปแชร์ที่ไหน นอกจากในกลุ่มบล็อกแก๊งด้วยกันเอง (อย่าไปนับเอนทรี 128k ล่ะ) ผมชอบที่คุณชีริววาง performance ว่าในปีนั้นๆ ไว้นะ ว่าจะต้องมีเอนทรี่ที่มียอดวิว 2,000 วิว มากกว่า 3 เอนทรี่ แต่ละคนก็วางเป้าหมายต่างกัน กำหนดกันเอง ทำให้ได้ตามเป้าด้วยตัวเองดีกว่าไปคำนึงถึงแต่รางวัล

บางเรื่องเราคุยหลังไมค์ได้ครับ ความดาร์กมันมีเยอะแบบมีข้อมูลหลักฐานด้วย เอาเป็นว่าถ้าผมเอาเรื่องดังกล่าวมาอัปเป็นบล็อกแฉ แม้จะไม่ระบุตัวตน ถึงขั้นเหวอกันได้เลย


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 1 พฤษภาคม 2565 เวลา:1:15:11 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับน้องปริ๊นซ์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 1 พฤษภาคม 2565 เวลา:6:05:08 น.  

 
สวัสดีค่ะน้องปริ๊น
อ่านมาเพลินๆ ดีใจกับน้องมาเรื่อยๆ เพราะได้เจอคนดีดี
และก็ตกใจกับการสูญเสีย ถ้าพูดกันแบบติดปากก็คงประโยคนี่ค่ะ คนดีมักจากเราไปก่อนเสมอ

ดีใจนะคะที่น้องได้พบคนดีดี และยินดีกับความสำเร็จของน้องปริ๊นค่ะ
คุณวิลคงมองด้วยความยินดีอยู่บนฟ้าล่ะค่ะ

มีความสุขกับวันหยุดนะคะ


โดย: tanjira วันที่: 1 พฤษภาคม 2565 เวลา:7:37:29 น.  

 
ชอบวิธีที่คุณปริ๊นซ์เอาไว้รับมือพวกเม้นท์บล็อกแบบไม่อ่าน 555
เราควรรณรงค์ทำแบบนี้กันเยอะๆ นะครับ

เข้ามาฟังเรื่องจริง จขบ. ครับ ภาพนี้เป็นเหตุการณ์จริง ไม่ใช่ตัวแสดงแทน
ทำงานที่ต้องเจอลูกค้าเขี้ยวๆ นี่กดดันอย่างแรง ดีนะเจ้าของใจดี
ไม่รู้ฝรั่งจะงงกับธรรมเนียมการตั้งชือ่เล่นแบบไม่เกี่ยวกับชื่อจริงของไทยมั้ยนะครับ
ประเทศไหนเขามีชื่อเล่นกันมั่ง แถม nickname มีความหมายแบบ Prince นี้เขาคงต้องนึกหาที่มาที่ไป
"อ๋อ ตอนเกิดมีรถมาบีบแตรดังปิ๊นๆ คับ~" อะไรแบบนี้ก็อธิบายไป

คุณวิลแก inspire คนเก่งแบบนี้ คงลีดพวกเสือสิงห์กระทิงแรดในองค์กรได้แบบเด็ดขาด
ห้อง Penhouse คอนโดหรูนี่ผมไม่ได้เข้าไปเหยียบแน่ๆ ยิ่งกว่าเข้าทำเนียบอีก (อันนั้นเอาผลงานโง่ๆ ไปเสนอสักอันก็ได้แล้ว)

และขอแสดงความเสียใจจากการจากไปของคุณวิลด้วยนะครับ
คนรู้จักมาจากไปแบบนี้ก็ใจหาย โควิดทำให้เราตัดขาดจากโลกภายนอกไปนานจริงๆ
บางทีความต้องการสานต่อความตั้งใจที่คนที่เรารักมุ่งหวังก็ทำให้เราก้าวไปข้างหน้าเรื่อยๆ


โดย: ชีริว วันที่: 1 พฤษภาคม 2565 เวลา:10:35:00 น.  

 
อ้าว Eveton ยิง Chelsea ไปแล้ว
1-0 นาทีที่ 47
ย้ายช่องมาจากAIS playที่ ท่าเรือ ชนะ หนองบัวพิชญะ 3-0

วันนี้นอนทั้งวัน
เพิ่งตื่นตอน คนใกล้ตัวปลุกมากินข้าวเย็น


เพราะเช้าตื่นมาปวดกระบอกตาและตาแดงมาก
ตื่นมาหยอดน้ำตาเทียม ทานยาแก้ปวด
นอนๆๆ

ส่ายๆนี่หายยแดง หายปวดแล้ว
แต่ก็นอนต่อหลังมื้อกลางวัน

สงสัยจะนอนยาวรับวันแรงงาน
555
เป้นเรื่องที่อยากเล่า ซ้อนในตะพาบ ของLittle Prince ค่ะ

ไปละ .ซะงั้น!!
Take care ..



โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 1 พฤษภาคม 2565 เวลา:21:13:33 น.  

 
สวัสดีค่ะน้องปริ๊นซ์ พี่กิ่งโหวตแล้วทำไมโหวตไม่ขึ้นปรากฏว่าวันก่อนพี่กิ่งมาโหวตให้บล็อกก่อนหน้านี้ไปแล้ว คงต้องรอมาโหวตใหม่พรุ่งนี้นะคะ

หลับฝันดีค่ะ





โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 1 พฤษภาคม 2565 เวลา:23:10:00 น.  

 
สวัสดีครับคุณปริ๊นซ์

ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะครับ


โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 2 พฤษภาคม 2565 เวลา:11:49:38 น.  

 
เรื่องเล่ายาวมากจ้าน้อง
พอพอกับ Blog ยังเขียนเล่าไม่จบ
คริคริ
เรื่องเล่าไม่เท่าไหร่
แต่ภาพเยอะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 2 พฤษภาคม 2565 เวลา:21:28:48 น.  

 
ขอบคุณสำหรับกำลังให้บล็อก - Food For Fun : Hot Wok Return #70 - ผัดพริกขิงสามชั้นใส่ถั่วฝักยาว ด้วยนะครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 2 พฤษภาคม 2565 เวลา:21:29:04 น.  

 
สวัสดีค่ะน้องปริ๊นซ์ พี่กิ่งสงสัยเบลอๆนะคะ 555 เมื่อวานมาคิดว่าทำไมโหวตไม่ขึ้น แต่วันนี้มาโหวตใหม่ เอาปรากฏว่าเราโหตไปแล้วก็เลยไปหาดูช่ื่อพี่กิ่งเอ้ามีชื่อโหวตแล้ว 555

สรุปว่าโหวตสำเร็จนะคะ



โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 2 พฤษภาคม 2565 เวลา:22:49:13 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

จันทราน็อคเทิร์น
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]




* Engineer
* Guitar trainer
* Casual gamer



space
space
space
space
[Add จันทราน็อคเทิร์น's blog to your web]
space
space
space
space
space