lliliil Work it harder, Make it better, Do it faster, Make us Stronger liilill
space
space
space
<<
มกราคม 2566
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
space
space
27 มกราคม 2566
space
space
space

ขึ้นรถเมล์ ฮาเลลูย่า ในรอบ.....7ปี



แปลกตรงไหน......
ก็ไม่ได้แปลกหรอกครับ แค่ไม่ได้เตรียมใจ ฮือออออ







หมายเหตุ :  รูปปลากรอบไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์นะครับ
เนื่องจากในเหตุการณ์จริง ไม่รู้จะเอามือไหนหยิบมือถือมาถ่ายเลยครับ



368  $-$-$-$-$-$-$-$-$-$-$-$-$-$-$  368



จริงๆ ผมจะไม่ค่อยได้ใช้รถประจำทางเท่าไหร่ครับ
ยิ่งพูดถึงในช่วงทำงานนี่ บอกเลยว่า ไม่ได้ใช้เลย
เพราะการเดินทางของผมจะใช้รถส่วนตัวตลอด
เนื่องจากงานที่ทำต้องวิ่งไปนั่นทีนี่ที 
คงไม่สะดวกเท่าไหร่ที่จะใช้รถประจำทางแล้วติดรถคนอื่นไป




ตั้งแต่อนุบาล ประถม 
คุณพ่อจะเป็นคนขับรถไปรับไม่ส่งตลอด
พอเข้ามัธยม ก็นั่งรถบัสรับส่งของโรงเรียน 
เพราะโรงเรียนลึกมาก แค่ตกรถนักเรียนทีนี่ต้องนั่งแท็กซี่นะครับ
แล้ว 90-100 บาทกับเด็กมัธยมนี่โคตรเยอะเลย
แต่ไม่ต้องห่วงครับ เพราะเพื่อนตกรถมักมีมาเสมอ
ยืนเฉยๆ เลยหน้าเซเว่นเลย เดี๋ยวก็มีเพื่อนหารค่าแท็กซี่เอง


"ไปโรงเรียนป่ะน้อง"
ผมถามเด็ก ม.ต้นกางเกงดำที่ยืนงงๆ อยู่ใกล้ๆ
"ไปครับ พี่ไปไหม" ไอ่เด็กนั่นถาม
"อ้าวดี ไปด้วยกันได้นะ นี่ 7:10 รอซัก 7โมงครึ่งก่อน"
ไม่ทันขาดคำ ผมก็โบกมือเรียกผู้หญิง ม.ปลายมาให้ยืนด้วยกัน
ถ้าโชคดี เราอาจจะทันรถสายเก็บตกซัก 7:10-7:15 นี่แหละครับ
แต่ส่วนใหญ่ อาการนี้ไม่ทันครับ.....
พอได้จำนวนที่พอเหมาะ ก็นั่งแท็กซี่ไปด้วยกัน
ถ้า 4 คน ก็คนละ 25 บาท พอได้อยู่ครับ


มหาลัย แรก ๆ ผมก็นั่งรถเมลล์ไปครับ
แต่พอต้องซ้อมกิจกรรมดึก ก็เอารถพ่อบ้าง
พอเส็ดกิจกรรมก็กลับมานั่งรถเมลล์เหมือนเดิม
กว่าจะได้ใช้รถก็ปี 3-4 ครับ



พอมาทำงาน เท่าที่จำได้ก็ไม่ได้ใช้รถประจำทางเลยครับ
อ่ะแท็กซี่ใช้บ้างครับ เช่น ไปหรือกลับ สนามบิน
แต่ถ้าเป็นรถเมล์นี่ไม่ได้ขึ้นเลยครับ
ถ้ารถเข้าศูนย์ก็มีเพื่อนที่ทำงานมารับ 
เพราะทุกคนมีรถกันหมดครับ บอกไว้เดี๋ยวก็มีคนผ่านมารับ





368  $-$-$-$-$-$-$-$-$-$-$-$-$-$-$  368




ส่วนวันนี้.....ผมแวะเช้าไปประชุมงานกับลูกค้า
เพื่อส่งมอบโปรเจคให้ทีมงานอีกทีมและพี่โฟล์คหัวหน้าใหม่
ผมก็เข้าไปส่งต่องาน พร้อมของานที่เป็นคนของตัวเองเพิ่มจากลูกค้า
เพื่อไม่ให้เขิน เพราะย้งที่จะดำเนินโปรเจคต่อ ค่อนข้างเกรงใจผม
เลยขอตัวกลับก่อน โดยตั้งใจว่าจะกลับออฟฟิศ
พอเดินมาที่ลานจอดรถ พี่ รปภ ก็วิ่งมาตะโกนเรียก
"คุณครับๆ ยางล้อหลังดูอ่อนนะครับ"  พร้อมเดินมาชี้






อ้า.....แก้มย้วยเลยครับ ยางหลังขวา
ผมขอบคุณพี่ รปภ แล้วขับรถออกมา คิดว่าต้องหาร้านยางด่วนๆ 
ก่อนที่มันจะแบนหมดจนขับไม่ได้
ขับมาได้หน่อยก็เจอ ร้านยางสีเหลือง นี่ก็รีบเข้าไปแบบไม่ได้คิด
ร้านบอกว่า 2 ชั่วโมงต้องมีนะ คิวเยอะ 
ผมก็อ้าวเชี้ยยยยย กุจะมาทำอะไรตรงนี้ 2 ชั่วโมง


คิดอะไรไม่ออก ก็บอกพัทครับ โทรหาพัทก่อนเลย
"พัทๆ ยางรถยางรั่ววะ"
"อ้าว แล้วทำไงพี่ หาร้านปะก่อนเลย นี่อยู่ไหน"
พอบอกพิกัดพัทไป พร้อมกับที่พัทบอกว่าจะมารับ
"ไม่ต้องๆ ไม่ต้องมาหรอก มาส่งพี่ตอนเอารถแล้วกัน เดี๋ยวพี่ไปออฟฟิศเอง"
"แล้วพี่จะมายังไง"  เออวะ พัทมันถามถูก......
เพราะจุดนั้นแท็กซี่น้อยมากครับ แทบไม่เห็นเลย 
มีแต่รถเมล์นี่แหละ
แถมเป็นรถร้อนด้วย
โทรหาพัดอีกรอบ 55555 "พี่จะไปออฟฟิศยังไงนะ มีรถเมล์สายXX"
"อ่ะๆ พี่ขึ้นสาย YY มาได้ มีตังป่ะน่ะ"


คำถามนั้นแหละ ถูกต้องมากๆ ครับ เพราะ....
ผมไม่มีตัง!!!!!
ไม่รู้ว่าค่ารถเมล์ร้อนมันราคาเท่าไหร่ เก็งว่าไม่น่าเกิน 15 บาท
ตอนนี้มีเหรียญอยู่ 9 บาท เปิดประเป๋าอีกที....เจอแบงค์ 1000
ขึ้นรถเมล์ด้วยแบงค์พันไม่ได้สินะ ผมเลยต้องเข้าเซเว่น
ซื้อน้ำซักขวดเพื่อแตกแบงค์ ก่อนจะขนข้าวของมายืนรอรถเมล์


368  $-$-$-$-$-$-$-$-$-$-$-$-$-$-$  368




พอรถเมล์มา ก็วิ่งต๊อกๆๆ ตามขึ้นรถไป
รถไม่ได้แน่น แต่ไม่มีที่นั่งครับ ต้องยืน...ยืนก็ยืน ไม่เป็นไร
แต่พอนึกถึงคำว่าโควิดขึ้นมา ราวตรงไหนก็ไม่น่าจับ ฮือออออ
แถมมือ....
จะเอามือที่ไหนจับ!!!!!!
คือผม....คือผมใส่รองเท้าหนัง เชิร์ตขาว ผมก็เซตมา
ถือแมคบุ๊ค 1 เครื่อง สมุด 1 เล่ม แฟ้มงาน 1 เล่ม
น้ำดื่ม 1 ขวด พร้อมกะ..กะ....กล้วยหอม 1 ลูก

เต็มมือไปหมดครับ 






ซึ่งผมต้องกอบทุกอย่างมากอดไว้
แล้วเอาขาหนีบแมคบุ๊ค

ดูจากท่าทางน่าจะน่าสงสารและอ่อนประสบการณ์มาก
พี่กระเป๋าก็เดินมาเก็บเงิน ผมก็ก้มหน้าไปที่กระเป๋าเสื้อ



"รบกวนทีครับ พี่ล้วงได้เลย"
หมายถึงให้พี่เค้าหยิบแบงค์ 20 ที่กระเป๋าเสื้อผมได้เลย
พี่กระเป๋าดูจากตาแล้วน่าจะหัวเราะอยู่ก่อนจะ
 เดินมาจับกล้วย!!!!!!
จับกล้วยที่ผมกอดอยู่น่ะครับ พอดีมันจะตก แล้วบอกว่า
"วางของข้างรถได้นะคับ"  คือพี่เค้าเป็นผู้หญิงนะ ผมยาวมัดผมเลย
แต่น่าจะอารมณ์พูดกับผู้ชายเลยพูด "ครับ" ด้วยแทน
ว่าแล้วพี่เค้าก็เดินไปชี้เป้าให้ผมวางของข้างๆ กระติกน้ำของพี่เค้า
ผมรีบขอบคุณๆ แล้วหยิบตังให้พี่เค้า 
ได้เหรียญกลับมาจำนวนนึงที่ผมไม่ได้นับว่าเท่าไหร่ 
เพราะกลอบใส่กระเป๋ากางเกงเลย
กะว่าไม่น่าต้องให้ใครล้วงแล้ว ไม่งั้นกล้วยคงจะไม่ปลอดภัย....


ทำให้ตอนนี้ผมไปยืนอยู่หน้ารถเฝ้าแมคบุ๊ค
พี่คนขับที่หันมามิงๆ ยิ้มแล้วหลายรอบ
เพราะผมยืนไป รบกับผมตัวเองไป หันไปหันมา 
"ระวังหัวชนพัดลมละหนุ่ม"
"อ๋อครับๆ ขอบคุณครับ"
"ปกติไม่ได้นั่งรถเมล์" อันนี้น่าจะประโยคคำถามนั่นแหละ 
ส่วนผมก็ตอบ พร้อมพยักหัว  "อ้อใช่ครับ"
"แต่งตัวดูยังไงก็ไม่น่านั่งรถเมล์ รถไปไหนละหนุ่ม"
"ยางรั่วครับ แต่ต้องกลับออฟฟิศก่อน"
"ดีนะที่ยังขึ้นรถเมล์เป็น เป็นบางคนเค้าขึ้นแท็กซี่แล้ว"
ในใจผมคือ....มันมีไหมละแท็กซี่ ไม่งั้นผมขึ้นแล้วไป
ยืนรอที่ป้ายรถจนรังแร้เปียก ยังไม่เห็นแท็กซี่ซักคัน



368  $-$-$-$-$-$-$-$-$-$-$-$-$-$-$  368


ลม....ลมนี่ตีผมทั้งจากหน้าต่าง และจากพัดลมบนหัว
จนไม่รู้จะเสยไปทางไหนดี ให้ไม่เข้าตา
ยิ่งยืนอยู่หน้ารถ แล้วหัวก็จะชนพัดลม ผมก็ต้องยืนก้มๆ อยู่แบบนั้น
แล้วพออยู่หน้ารถ.....ก็รู้สึกว่า
เชี้ย...ทุกสายตาแม่งมองตูดกุ....
พร้อมกับคิดในใจ เชี้ยเอ้ย....ทำไมกุไม่ให้พัดมารับ


คิดปั๊บ...พัทโทรมาปุ๊บ
ผมรับโทรศัพท์  "ว่า"
"ถึงไหนแล้วพี่ เจอรถเมลล์ยัง"
"อยู่บนรถ"
"นั่งชิลๆ ลมเย็นๆ นะพี่"

"นั่งเชี้ยไร กุ! ยืน!" 
ผมพูดเน้นเสียงเพื่อแสดงอารมณ์ว่า เมิงงงไม่ควรโทรตอนนี้
"อ้าวหรอๆ โอเคๆ ถึงแล้วบอก เดี๋ยวลงไปหา"
"เคๆ"  แล้วผมก็วางเลยครับ
เงยหน้ามาได้ เจอป้าคนที่นั่งด้านซ้ายของผมนั่งอมยิ้ม
"ระวังหัวลูก" ป้ายิ้มแล้วมองไปทางอื่น
ขอบคุณทุกความเป็นมิตรนะฮะ  แต่กุนี่ระแวงไปหมดเลย

ไหนหัวก็จะเข้าพัดลม ไหนจะล้ม ไหนโควิด....



ในที่สุดผมก็กลับมาจนถึงออฟฟิศ
พร้อมกับกอดสมุด ขวดน้ำ และกล้วยเอาไว้ท่าเดิม
อีกมือก็ถือแมคบุ๊ค....ทำไมผมไม่มีกระเป๋าโน้ตบุ๊ค
ปกติผมขับรถไง ก็หยิบแล้วถือเดินไปได้เลย



ผมไม่ได้โทรบอกพัทหรอกครับ 
เพราะไม่รู้จะเอามือที่ไหนไปหยิบมือถือมาโทร
ท่าไหนเสถียรก็ถือท่านั้นมายาว ๆ จนมาถึงโต๊ะทำงาน
พอผ่านโต๊ะพัท ก็เอาแมคฯ เคาะโต๊ะพัทเบาๆ ให้รู้ว่า
"กุมาถึงละ"
พัทนี่ขำเลยครับ เพราะหัวผมยุ่งมาก เสื้อก็ยับ




แน่นอน เลิกงานผมจะต้องกลับไปเอารถ
แต่ไม่ต้องห่วงครับ พัทไปส่งผมนี่ร้าน

ประสบการณ์การนั่งรถเมล์อีกครั้งในรอบหลายๆ ปี
มันก็ดีนะ
ทุลักทุเลก็จริง แต่อย่างน้อยก็ถึงเรียบร้อยปลอดภัย

ขอบคุณทุกคนนะครับ ที่มีน้ำใจให้คนงงๆ แบบผม
555555







นี่แหละประสบการณ์นั่งรถเมล์ครั้งแรกในรอบ 7-8ปี ได้ครับ
จริงๆ ถ้าไม่ติดว่าถือของเยอะมันก็ชิลดีนะ
ไม่ต้องสนใจทาง เอาแค่ไม่เลยป้ายก็พอแล้ว




ปล. ประสบการณ์นี้ไม่นับการขึ้นรถไฟฟ้านะครับ
อันนั้นขึ้นประจำอยู่แล้ว ถ้ามีรถไฟฟ้าผมจะรถไฟฟ้าก่อนเลย ง่ายสุด



 



Create Date : 27 มกราคม 2566
Last Update : 27 มกราคม 2566 23:36:00 น. 34 comments
Counter : 821 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณThe Kop Civil, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณปัญญา Dh, คุณNENE77, คุณtuk-tuk@korat, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณtoor36, คุณกิ่งฟ้า, คุณnonnoiGiwGiw, คุณสองแผ่นดิน, คุณหอมกร, คุณทุเรียนกวน ป่วนรัก, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณSweet_pills, คุณกะว่าก๋า, คุณkae+aoe, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณคนผ่านทางมาเจอ


 
สวัสดีครับน้องปริ๊นซ์
มาเจิมตอนดึก ๆ อ้าวไหงโดนจับกล้วยซะแล้ว 555 ขึ้นรถเมล์ถ้าไม่ใช่ ปอ.นี่ จักแร้เปียกหมด
สมัยก่อนตอนพี่เข้ากรุงเทพฯ ใหม่ นั่งรถเมล์เป็นประจำเลย มีหนังสือแผนที่กรุงเทพฯ เล่มนึง มีสายรถเมล์ด้วย พกติดตัวตลอด เป็นอะไรที่สนุกมาก ๆ แต่ก่อนรถเมล์ต้องรีบขึ้น รีบลง ไม่งั้นไม่ทันเค้านะ
ปัจจุบันพี่นั่งรถไฟฟ้าอย่างเดียวละ
ขึ


โดย: The Kop Civil วันที่: 28 มกราคม 2566 เวลา:0:28:40 น.  

 
แหม ๆ จับถูกกล้วยด้วย ดีนะเป็นกล้วยซื้อมา 555

....
นั่งรถเมล์ผมเคยตอนเรียนอยู่ แต่ไม่ค่อยได้นั่ง เท้าขวาเหยียบ
ซ้ายปล่อยห้อยข้างนอกมือขวาจับเหล็กประตู เมล์สาย 48 บางจาก-วัดโพธิ์.. เมือทำงานดันอยู่ ตจว.เลยแว๊นซ์แทน เอ้ย
ใช้รถแบบ สตีฟ แมคควีนควบ แหกค่ายมฤตยู (เคยดูหนังนี้่เปล่า)
ซอนซอนไปในป่ายาง ผ่านที่เขาขุดหาพลอย อยู่ ๆ ก็เจอ
คนล้อมวงกัน 555 เขย่าลูกในถุ้วย

ไปละ...


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 28 มกราคม 2566 เวลา:4:37:05 น.  

 
นึกภาพออกเลยค่ะ
น่าเอ็นดูจัง..
หนุ่มใสๆหัวทองขึ้นรถเมล์
รถร้อนซะด้วย..


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 28 มกราคม 2566 เวลา:7:08:39 น.  

 
ขอบคุณครับ


โดย: ปัญญา Dh วันที่: 28 มกราคม 2566 เวลา:9:58:07 น.  

 
จะสงสารหรือจะขำดีนะ แต่แนวโน้มจะไปอย่างหลังมากกว่า555
ไหนๆเขาก็จับกล้วยแล้ว ทำไมไม่ให้เขาไปเลยล่ะ
หวงกล้วยไว้ก็ลำบากถืออีก โดนทั้งจับทั้งล้วงขนาดนี้ให้เขาไปเถอะ

คิดได้เนาะคนจะมองตูดตัวเอง555 ใครเขาจะม๊องงง ถ้ากางเกงตูดขาดก็ว่าไปอย่าง

ดีนะไม่ใช่สาย8ในตำนานไม่งั้นกล้วยหายแน่ไม่มีมือมาจับกล้วยไว้หรอก

เป็นการขึ้นรถเมล์ที่ทุลักทุเลแต่ก็ไปถึงที่หมายจนได้

พี่ก็ไม่ได้ขึ้นรถเมลนานหลายปีแล้วเหมือนกัน
สมัยก่อนต้องได้ขึ้นรถเมล์ไปทำงานเช้าๆนี้อัดแน่นเป็นปลากระป๋อง
จะขึ้นจะลงลำบากยากเย็น


โดย: NENE77 วันที่: 28 มกราคม 2566 เวลา:11:22:16 น.  

 
สงสารก็สงสาร ขำก็ขำ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 28 มกราคม 2566 เวลา:14:34:32 น.  

 
สวัสดี ตอนเย็นจ้ะ น้องปริ๊นซ์

ประสบการณ์นั่งรถเมล์ หลังจากไม่ได้นั่ง 7-8 ปี ก็น่าจะสนุกนะ
สมัยที่ครูสอนครั้งแรก โรงเรียนไกลจากบ้านมาก ทางทุ่งครุ ต่อรถ
เมล์สองต่อ ออกจากบ้านต้องไม่เกินเจ็ดโมง ไม่งั้นก็ต้องยืนตรงบันไดรถ มือก็ถือตำราสอน พอเธอเล่าเรื่องขึ้นรถเมล์ ครูเห็นภาพเธอเลยเป็นภาพพะรุงพะรัง ห้าห้า

ปัจจุบัน ครูไปไหนที่จำเป็นจริง ๆ ก็ยังพอขึ้นรถเมล์ได้นะ ส่วนใหญ๋่จะใช้รถแอร์มากกว่า เพราะรถแอร์ จะมีมารยาทและใส่ใจคน
ขึ้นรถเมล์ธรรมดามากกว่า ซึ่งขับกระชาก บางคันก็
แล่นแข่งกันด้วย ถ้าขึ้นรถไฟฟ้าได้ ก็ขอขึ้นรถไฟฟ้าดีที่สุด ปลอด
ภัยกว่า รถเมล์
โหวดหมวด บันทึกฯ


โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 28 มกราคม 2566 เวลา:18:13:43 น.  

 
เป็นทางเลือกที่ดีมากๆ รวมตัวแล้วหารค่ารถแบบนั้น เอาเข้าจริงยุคผมบางครั้งก็ทำแบบนั้นนะ เอาเข้าจริงเมืองไทยมันห่วยครับ รถเมล์ห่วยแตก สมัยเมื่อปี 2004 ผมไปอยู่ที่จีนเมืองคุนหมิงรถเมล์เขายังดีกว่าของไทยตอนนี้เลย

ตอนนี้ราคาค่ารถขึ้น คำนวนดูแล้วถอยรถเพื่อความสะดวกอาจจะดีกว่านั่งรถเมล์ก็ได้

8 บาท รถร้อน ไม่เห็นจะดีเลย จากใจคนที่นั่งประจำ ผมไม่ได้อยากนั่งหรอก รถเมล์บ้านเราห่วยครับ แต่กระเป๋ารถเมล์บางคนน่ารักนะดูแล้วเป็นมิตรดี ว่าแต่ถ้าให้นั่งแบบนี้อีกจะนั่งมั้ยคุณปริ๊นซ์


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 28 มกราคม 2566 เวลา:19:59:07 น.  

 
นั่งรถร้อนด้วย มันฮาตรงที่ถือของเต็มไปหมด คนขับกับกระเป๋าเห็นแล้วรู้ได้ทันที คนพวกนี้เจอคนมาเยอะ และหลากหลาย

กว่าจะถึงที่หมาย เละ ส่วนมากคนใน กทม. เดินทางก็จะแบบนี้ ถ้ารถแน่นยิ่งตาย เราจะเห็นได้ว่าคุณภาพชีิวตของคนในประเทศไทยต่ำตมมาก ไอย่าไปเทียบกับพวก ยุโรป หรืออเมริกาเลย โควิดไม่ต้องพูดถึงเลย 555 ทุกคนต้องระวังกันเอง ถ้าติดทีระบาดตูมเป็นวงกว้างเลย

จริงๆ เปลี่ยนยางก็น่าจะโอเคแล้ว หรือว่าที่รถไม่มียางเส้นสำรองเหรอ?


โดย: โลกคู่ขนาน (สมาชิกหมายเลข 7115969 ) วันที่: 28 มกราคม 2566 เวลา:22:29:36 น.  

 
สวัสดีค่ะน้องปริ๊นซ์ พี่กิ่งมาอ่านแล้วตอนชึ้นรถเมล์แล้วเห็นภาพเลยค่ะ 555
คงพะรุงพะรังน่าดูแถมต้องยืนบนรถเมล์ด้วยเบรคทีหัวทิ่มเลยนะคะ อิอิ
พี่กิ่งคนบ้านนอกต่างจังหวัดขึ้นรถเมล์ไม่ค่อยจะเป็นหรอกค่ะแต่เคยขึ้นตอนมา
กทม.โห ถ้าเป็นรถไฟฟ้าสบายจริงๆแค่บางที่เราไปไม่มีรถไฟฟ้าต้องขึ้นรถร้อนถ้ารถเต็มต้องยืนโหนจนปวดแขนเลยล่ะค่ะ
และเบรคทีหัวคะมำเลย น้องปริ๊นซ์ยิ่งถือของพะรุงพะรังแบบนี้ไม่ล้มก็โชคดีแล้วค่ะ

พี่กิ่งขำตอนลงรถเมล์หัวคงยุ่งน่าดู 555

อ่านสนุกดีค่ะพี่กิ่งโหวต Diarist นะคะ

ขอบคุณที่ไปให้กำลังใจบล็อกคุกกี้นะคะ




โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 28 มกราคม 2566 เวลา:23:16:02 น.  

 
ขำบ้านนี้..อยู่ดีๆก็ไปเป็นอาหารตา
ให้คนทั้งรถอ่ะนะ..ดีนะโดนแค่จับกล้วยหอม
ไม่โดนอย่างอื่น.. จังหวะรถเสียยางรั่วบลาๆ
เป็นอะไรที่บางทีก้อมาไม่บอกไม่กล่าวมาก
แต่ก็ต้องรับสภาพไป..ยังยังดีลูกน้องมัน
ดูแลลูกพี่มันดีมีรับส่ง

พี่ขึ้นรถเมล์บ่อยนะแต่ก่อนสมัยยังไม่มีรถ
เคยถึงขั้นหลับบนรถเมล์ก็มี สมัยทร่เทียวจาก
บางนามาถนนพระอามิตย์ทุกวัน..

แต่คุณ..จะไปบอกให้คยอื่น
ล้วงง่ายๆแบบนี้..ไม่ดีนะ..พี่ใจบ่ดี


จากบล็อก

พาราโซ่เอาเลย ตอนนี้พี่เหนขายในชอปปี้ต้น150
ในตลาดต้นไม้น่าจะถูกกว่าเลี้ยงง่ายตายยากสุดๆ
อีกต้นที่เลี้ยงง่ายเหมือนกันคือ เบอร์มาร์คด่าง
ครั้งที่แล้วพี่แอบเหนแกรซื้อไม่ด่างมา
ไปซื้อแบบด่างเถอะสวยก่าเยอะต้นละร้อยนิดๆเหมือนกัน
ตอนนี้บ้านพี่มีเต็มบ่านเลย ส่วนกิ่งไอ้ที่ไม่ด่างตัดทิ้ง ลองดูๆ
พี่ว่ามันเลี้ยงง่ายกว่าฟิโลเบอร์กิ้นอีกนะ

เสือเหิมไม่ไปไหนแล้วแหละ มันคุ้นกะบ้านนี้แล้ว
ตัวอื่นก้อไม่ไปไหนเหมือนกัน เลี้ยงกันกว่าจะตายไปข้าง
วันนี้พาปองโย่ไปทำหมัน หมอไปเจอแผลในปาก
ลิ้นฉีกไปครึ่งเลย น่าสงสารมาก แผลมันอยู่ใต้ลิ้น
แล้วนางก้อกินปกติไม่มีใครรู้ คือถ้าไม่เอาไปทำหมันคงไม่รุ้
ตอนนี้เจ็บทั้งแผลทำหมันทั้งแผลที่ลิ้น เฮ้ออ รักษากันต่อไป




โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 28 มกราคม 2566 เวลา:23:16:17 น.  

 
สมควรกับสายสะพายแล้ว เล่าเรื่องได้ชวนติดตามที่สุด
ปะยางไม่เข้าปั๊มที่มีบริการปะยางหละ มีสตรีมยางด้วยนะ
เข้าบีควิกคิวยาวทุกสาขาจ้า



โดย: หอมกร วันที่: 29 มกราคม 2566 เวลา:12:22:00 น.  

 
ถ้านาน ๆ ขึ้นรถเมล์ทีมันก็ทุลักทุเลแบบนี้แหละครับ
ยังดีที่ตอนนั้นคนไม่แน่นนะครับ ไม่งั้นแย่เลย (แค่นี้ก็แย่แล้วล่ะเนอะ :P)

คนใช้รถ ปกติมีของก็โยนใส่รถใช่มั้ยครับ แต่พอขึ้นรถเมล์มันทำอย่างงั้นไม่ได้อะ
มันต้องแพคของก่อนเดินทางให้เรียบร้อยก่อน
เมื่อก่อนผมขึ้นรถเมล์ไปทำงานบ่อย ๆ แบกของเยอะเหมือนกันครับ
สะพายโน้ตบุ๊ค (หนัก 3.5 กิโล แน่ะ) แถมพกกล่องข้าวไปกินอีกต่างหาก ^^"

คุณปริ๊นท์ผ่านหลักสูตรการขึ้นรถเมล์ (แบบเร่งรัด) แล้ว
คราวหน้าสนใจลงเรือคลองแสนแสบช่วง rush hour มั้ยครับ จะได้ครบสูตรไง


โดย: ทุเรียนกวน ป่วนรัก วันที่: 29 มกราคม 2566 เวลา:12:46:43 น.  

 
แวะมาแสดงความยินดีที่ได้สายสะพายปีนี้ค่ะ


โดย: haiku วันที่: 29 มกราคม 2566 เวลา:15:02:23 น.  

 
อารมณ์คนไม่เคยขึ้นรถเมล์ ก็จะบันเทิงสาหัสแบบนี้ล่ะค่ะ
นี่ดีนะ ไม่โดนจับอะไรมากไปกว่านี้ ...

สมัยนี้ภาษาข่าวพาดหัวให้คิดไปเรื่อย 555



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 29 มกราคม 2566 เวลา:15:57:12 น.  

 
มาขอบคุณและขอส่งกำลังใจก่อนนะคะน้องปริ๊นซ์


โดย: Sweet_pills วันที่: 30 มกราคม 2566 เวลา:1:05:39 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับน้องปริ๊นซ์

อ่านถึงโดนจับกล้วย
คิดดีไม่ได้เลยครับ 555





โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 มกราคม 2566 เวลา:5:17:38 น.  

 
เห็นภาพ แอบยิ้ม....ตอนซีเด็กๆ เคยพานั่งรถเมล์อยู่นานมากแล้ว





โดย: kae+aoe วันที่: 30 มกราคม 2566 เวลา:10:14:14 น.  

 
จากบล็อก

ยังไม่เคยไปเกษตรแฟร์เลย แต่ไม่น่าจะได้ไป
ช่วงนี้งดช๊อป ขนาดไปเจเจยังไม่ได้อะไรสักอย่างเลย
พิกัดร้านต้นไม้ปลอมอยากจะบอกว่า ไม่รู้อ่า 555+
ไปกันสามคนมีสุดยอดเพื่อนบ้านรู้ทางคนเดียว
แต่เดียวไปถามชื่อร้านอีบีสองมาให้นะ

ไอติมไม่อยากเดิน เจเจ ไปกินที่ภูเก๊ตได้นะ
ร้านจริงๆของเค้าอยู่ภูเก๊ต ปองโย่ดีขึ้นไหม
ก็ยังไม่ได้ทำไรเลย แค่ล้างแผลกับฉีดยา
รอเย็บลิ้นวันพฤหัส ส่วนแผลทำหมันที่ รพ.นี้
ไม่ต้องตัดไหม เป็นไหมละลายอ่ะ

เมื่อคืนไม่ต้องเปิดแอร์แค่เปิดหน้าต่างเปิดประตูระเบียง
เปิดพัดลมก็หนาวมากๆ แล้วอ่ะ ต้องห่มผ้า
เออ แต่เปิดพัดลมนะ

ผ้าปูที่นอนที่เห็นนั้น เป็นเทนเซล 500 เส้นด้าย มี
แค่สองผืนเองมัง และแพงมากนะ พันห้าเอาไม่อยู่
แบบซื้อร้านที่เค้าทำส่งห้างอ่ะ ไม่ใช่ราคาห้างนะ
ทั้งเซตยังหมดสองพันปลายๆ เลย จะซื้อทีต้องกัดฟัน
แต่คือพอมาใช้อันนี้ก็กลับไปใช้โตโต้ทิวลิปโลตัสอื่นๆ บลาๆ
ไม่ได้แล้วอ่ะ เหอๆ


โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 30 มกราคม 2566 เวลา:14:14:03 น.  

 


ไปดูในรูปมาให้ละ ตำแหน่งร้าน.. แต่จำชื่อร้านไม่ได้อ่ะ


โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 30 มกราคม 2566 เวลา:14:18:18 น.  

 
สองพันปลายๆนี่ไม่มีผ้านวมนะ
แค่ผ้าปู หนอนหมุนหมอนข้าง
เพิ่มหมอนบอดี้อีกสองแค่นั้น
แต่มันดีย์มาจริงๆแกร..


โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 30 มกราคม 2566 เวลา:14:21:09 น.  

 
ร้านนี้

https://www.bdhomebkk.com/th


โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 30 มกราคม 2566 เวลา:14:27:45 น.  

 
อีบร้าาา.. มันไม่ใช่แบรนด์ มันเป็นชื่อเรียกเนื้อผ้า 555+


โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 30 มกราคม 2566 เวลา:14:40:37 น.  

 
ความรักเป็นเรื่องใหญ่ของวัยรุ่นเสมอ
.
.

เห็นด้วยเลยครับ
ช่วงนี้ลูกชายพี่ก๋า ม.3
เค้าก็ชอบเล่าครับว่าเพื่อนมีแฟน เดี๋ยวรัก เดี๋ยวเลิก
พี่ก๋าก็แซวนะ
แล้วเราไม่มีใครจีบเลยเหรอ
ลูกบอกไม่มี ไม่สน ปั้นกล้ามก่อน 555
ก็ไม่รู้จริงรึเปล่านะครับ
เพราะพี่ก๋าไม่เคยคาดคั้นลูกเรื่องนี้เลย
อยากมี ก็มี ไม่มีก็ไม่เป็นไร

ความรักมันร้อนแรงตอนวัยรุ่นจริงๆครับ
พออายุมากขึ้น
มิตรภาพ การดูแลกัน ความห่วงใย ความเข้าใจ
สำคัญกว่าความรักอีกนะครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 มกราคม 2566 เวลา:15:14:15 น.  

 
สวัสดีครับคุณปริ๊นซ์
.
ขอบคุณที่ชอบแซนด์วิชตอติญ่านะครับ
แล้วจะหาเมนูอื่นมายั่วอีก อ้าวเฮ้ย แล้วกัน 555
คุณปริ๊นซ์เยี่ยมจริง ทำ if ได้ด้วย
ผมทำไม่ด้ายย
.
นี่คุณปริ๊นซ์ขึ้นรถร่วม ที่มัน10 บาทใช่ไหมครับ
เดาจาก วางของข้างหน้าได้ มีพัดลม (หรือผิดนะ)
เรื่องแบงค์ใหญ่ก็เป็นปัญหาสำหรับผมเช่นกัน
ผมนี้สายขึ้นรถเมล์ รถ ปอ. เลย ^^แต่ไม่ชอบขึ้นรถตู้อ่ะ
ไม่ชอบที่ต้องตะโกนจอดตอนจะถึงป้าย
ทำไมเขาไม่ทำออดนะ?
เรื่องค่ารถถ้าวันไหนรีบๆ แล้วลืมเอากระเป๋าเศษตังค์
หรือมีแบงค์ย่อยไว้ล่ะ ปาดเหงื่อเลย
ต้องไปหาที่แตกแบงค์ เช่น 7/11 แบบคุณปริ๊นซ์
ทำให้กินเวลา กลัวไปไม่ทันอีก 55
ปัญหานี้กับtaxi ก็เป็นครับ
ถ้ามีแต่แบงค์ใหญ่ หรือแบงค์ย่อยไม่พอ
เพราะเราก็สะดวกจ่ายแบบเงินสด
.
วันนี้โหวตไปครบแล้ว
พรุ่งนี้ผมมาหยอดให้นะครับ
.
ยินดีกับสายสะพายประจำปีนี้ด้วยนะครับ


โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 30 มกราคม 2566 เวลา:21:54:51 น.  

 
ผม พูดแบบนี้จะเป็นการดูถูกหรือไม่ก็ไม่ทราบ ถ้าคุณปริ๊นซ์มีเวลา และอยากดูจริงๆ ลองไปที่บล็อกผม เลือก ชีวิตไทยในต่างแดน >>>เซิร์จ (Ctrl+f)คำว่า สถานีรถไฟ แล้วลองดูเล่นๆ ได้ครับ นั่นคือสถานีรถไฟในประเทศจีน เมืองคุนหมิง เมืองที่ได้ชื่อแค่ระดับ นคร (ของเรากรุงเทพฯ เป็นเมืองระดับมหานคร) ลองเทียบกันดูครับ นั่นเป็นข้อมูลเมื่อปี 2009 แล้วลองเทียบกับสถานีกลางบางซื่อบ้านเราดู ผมว่าไม่ต่างกันเท่าไหร่ ของเราอาจจะเหนือกว่านิดนึง แต่ของที่นั่นรถโดยสารเข้าถึงง่ายกว่า แถมอยู่ใกล้ท่ารถด้วย แถมดูโปร่งกว่าด้วย

คุณปริ๊นซ์ไปต่างประเทศก็บ่อย การไปต่างประเทศเนี่ยะ มันเป็นการเปิดหูเปิดตา เห็นของเขาแล้วเอามาเทียบกับของเรา มันก็สนุกดีนะครับ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 30 มกราคม 2566 เวลา:22:21:03 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับน้องปริ๊นซ์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 31 มกราคม 2566 เวลา:5:24:59 น.  

 
ท่าไหนเสถียรก็ถือท่านั้นมายาวๆ


ผ่านลมเย็นๆและมิตรรอบคันมา
และแล้วน้องปริ๊นซ์ก็ถึงออฟฟิสโดยสวัสดิภาพนะคะ
เป็นประสบการณ์ที่อ่านสนุกค่ะน้องปริ๊นซ์


โดย: Sweet_pills วันที่: 31 มกราคม 2566 เวลา:7:58:47 น.  

 
สวัสดีค่ะน้องปริ๊นนนน

เดี๊ยวๆ พี่ขอยินดีปรีดากับรางวัลของน้องก่อนค่ะ

พี่เพิ่งกลับถึงบ้านเมื่อวานช่วงเย็นค่ะ
งานรอเพียบเลย

แล้วพี่จะแว๊บบบ มาคุยด้วยนะคะ

หวังว่าน้องจะหายดีหรือดีขึ้นมากแล้วนะคะ


โดย: tanjira วันที่: 31 มกราคม 2566 เวลา:14:19:59 น.  

 
ที่แวะมาคุย
ตอนนี้ผมน่าจะอารมณ์แบบท่านประธานในละครคุณธรรมมั้งครับ ไม่ติดอะไรเลย เดินปนๆ กับบล็อกเกอร์คนอื่นๆ ผมอยากจะแสดงให้ทุกคนเห็นว่าสายสะพายมันไม่ได้สำคัญอะไรมากหรอก เลยไม่ติดมันซะเลย เอาจริงๆ ผมว่าผมตัดสินใจถูกและโชคดีที่ดำเนินการในปีนี้ เพราะปีนี้สายสะพายสีมันหม่นๆ ครับ ไม่สดใสเลย

เฟรนลี่มันต้องแบบนั้นแหละ คนที่พร้อมพูดคุยกับเพื่อนๆ คนอื่น เอาเข้าจริง 4 หมวดแยก รวมไปถึงเฟรนลี่ถ้าจะโกงมันก็ทำได้ เพื่อนบล็อกเราก็ได้เปิดเผยกระบวนการไปแล้วซึ่งผมมองว่า มันทำแบบนั้นได้ แต่ผมไม่ได้บอกนะว่ามีคนทำรึเปล่า

ทุ่มทุนสร้าง ในบล็อกผมคือ ทุ่มเวลา กับนักแสดงเยอะครับ เยอะมั้ยล่ะ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 31 มกราคม 2566 เวลา:16:08:45 น.  

 
ชายปริ๊นซ์บอกหวยหน่อย อยากเป็นสาวใหญ่..

คิ้วนั่นเติมฟรีจ้า หนอนขาดสภาพคล่องมีเงินที่ไหน
ส่วนขนตานั่นซื้อแพคคู่กะเพื่อนบ้านไว้นานแล้ว
มันหมดอายุสิ้นเดือนนี้จึงต้องมาทำ..

ปองโย่มันงับผ้าก๊อซหมอสนุกสนานเลยวันนี้

อ่อที่เห็นไม่ได้ต่อขนตา ขนตาพี่เอง
เค้าแค่ลิฟให้มันงอนและเรียงเส้น
พี่ต่อขนตาไม่ได้พี่เปนคนชอบขยี้ตา
เอาธรรมชาติแบบนี้พอ..


โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 31 มกราคม 2566 เวลา:21:01:07 น.  

 
รถไฟฟ้า บนดิน
ลอยฟ้า
ใต้ดิน ..ยัน Airport Link
ในเมืองสะดวกสุดๆ
พี่อ้อใช้ไป รพ.
ไปเยาวราช..ไปปากคลองตลาด
ไปวัดพระแก้ว/วัดโพธิ

ไปสนามกีฬาแห่งชาติ
สุขสันต์วันอังคารค่ะ
แข็งแรงดีบ้างแล้วนะคะ

ประจำ....


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 31 มกราคม 2566 เวลา:21:36:05 น.  

 
มีลูกเมื่อพร้อม.. เพื่อนพี่มันหมายถึงลูกแมวเฟ้ยย
ส่วนพี่ ... ไม่คิดจะมีลูกแล้ว ไม่ต้องฝากไข่

นอนแปดชั่วโมงก็ไม่ช่วย ฮือออ

นอนไม่หลับ --- กาแฟแหละ ถ้าเครียดก็คงจะเครียดเรื่องงาน


โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:12:10:30 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณน้องปริ๊นซ์..

เขียนสนุกดี ลุ้นว่ากางเกงหลุดไม่หลุดนะ..555



โดย: คนผ่านทางมาเจอ วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:12:13:26 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

จันทราน็อคเทิร์น
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




* Engineer
* Guitar trainer
* Casual gamer



space
space
space
space
[Add จันทราน็อคเทิร์น's blog to your web]
space
space
space
space
space