space
space
space
<<
พฤษภาคม 2563
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
space
space
9 พฤษภาคม 2563
space
space
space

ป่าช้า ตอน ไปภาวนาที่ป่าช้าบ้านหนองสองห้อง

    "เณรวันนี้จะพาไปนั่งภาวนาที่ป่าช้าบ้านหนองกระจับนะ เตรียมกลด อาสนะ น้ำ ไฟฉายไปด้วยละ ไปกันสักทุ่มกว่าๆก็แล้วกันนะ"...พระอาจารย์บอกไว้ตอนบ่ายๆละว่าจะพาไปฝึกภาวนานอกวัด
      การเปลี่ยนสถานที่อยู่ที่นอนที่ภาวนาจะทำให้เรามีสติรู้ตัวได้ตลอดเวลาหรือเกิดความตื่นตัวมากขึ้นนั้นเอง เป็นการตัดความเคยชินความคุ้นเคยหรือการติดที่ติดทาง ทำให้เวลาเราฝึกภาวนาจะต้องเปลี่ยนสถานที่เป็นประจำ เพื่อฝึกจิตให้มั่นคงขึ้นให้ดีขึ้นนั้นเอง หากอยู่ในวัดก็จะไปตามจุดนั้นจุดนี้ มุมนั้นมุมนี้สลับไปเรื่อยๆ หากออกนอกวัดก็ตามป่าช้า ตามทุ่งนา ตามวัดอื่นๆ หรือออกธุดงค์ไปเลย  
     สถานที่ที่ว่านั้นคือ "ป่าช้าของบ้านหนองกระจับ หรือบ้านหนองสองห้อง บ้านนี้เป็นหมู่บ้านที่ติดกับหมู่บ้านของเรา แต่อยู่ที่ละตำบล ห่างกันประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นอีกทางหนึ่งที่เราจะเดินทางไปตัวอำเภอได้  มีถนนดินลูกรังติดต่อกันแต่ไม่ดีเป็นหลุมเป็นบ่อจำนวนมาก เส้นทางจะผ่านไปตามทุ่งนา สวน และป่าแพะเราเรียกว่า "สวนดง" แต่ดินไม่ต้องอุดมสมบูรณ์เพราะเป็นดินร่วนปนทราย น้ำท่าไม่สมบูรณ์ ดินไม่ดี ปลูกอะไรไม่ค่อยขึ้น 
        บ้านสองห้องมีป่าช้าประจำหมู่บ้านอยู่ริมถนนลูกรังนั้นละ เป็นป่าขนาดใหญ่มากเกือบ 20 ไร่โน้นละ ป่าไม้ก็มีมากและทึบมากว่าป่าช้าบ้านของเรา แต่ที่หมือนกันก็คือ การมีน้ำท่วมช่วงหน้าฝน และการใช้ป่าช้าก็เหมือนกันนั้นละ โดยเฉพาะการเป็นที่เผาและฝังคนเสียชีวิต  แน่นอนว่าคำล่ำลือของป่าช้าแห่งนี้คือ ผีเยอะ ผีดุ เห็นกันหลายๆคนหลายครั้งว่าอย่างนั้น 
        พอได้เวลาพระอาจารย์กับผมก็ออกเดินทางไปที่ป่าช้าบ้านหนองสองห้อง พอไปถึงก็ต้องลุยน้ำกันเป็นระยะ  ก็แยกย้ายกันหาที่กางกลด ผมเดินไปหาที่ราบๆและโล่งๆได้ที่หนึ่ง เลือกไปเลือกมาได้ลานเล็กๆคล้ายๆกับเป็นบ่อเล็กๆ กำลังพอดีปักกลดกับปูอาสนานั่งก็เลยเอาที่นั้น ส่วนอาจารย์อยู่ห่างๆไปไม่รู้อยู่ตรงไหนเหมือนกัน 
         พอทุกอย่างเรียบร้อยก็นั่งภาวนาต่อไป แน่นอนว่ากลัวเหมือนกันก็กลัวผีนี่ละ เพราะไม่เคยมาที่ป่าช้าแห่งนี้ในตอนกลางคืนเลย บรรยายกาศก็เงียบ วังเวงอย่างยิ่ง มีแต่เสียงนกกลางคืน เสียงกบ ขีด ที่หากินกลางคืนมาเป็นระยะ   ลมพัดเย็นๆพร้อมกลิ่นไอดินกับไอน้ำ กลิ่นสาบของป่าต้นไม้แถวๆนั้นมาเป็นระยะ   ขณะที่นั่งอยู่นั้นรู้ตัวดีมากก็คงเนื่องจากการเปลี่ยนสถานที่นั้นละเอาความกลัวมาช่วยเรียกสติไม่ให้คิดมากคิดไปเรื่อย 
            ผ่านไปไม่รู้นานเท่าไหร่ก็ได้เสียงผ่าป่าหญ้า หยิบพื้น อะไรไม่รู้คล้ายๆกับมีอะไรตรงมาหา แค่นั้นละใจตุ่มๆต่อมๆเลยละ แต่ยังหลับตาอยู่ตลอดเวลา ใจก็คิดว่า เอ้าเป็นงัยก็เป็นกันเป็นอะไรก็ช่างก็แล้วกัน จนสุดท้ายมาหยุดที่หน้ากลดพอดี โอวเรื่องใหญ่ละคราวนี้เต็มๆแน่เลยเป็นงัยเป็นกันละ
             "เณร เณร"  เอเสียงคุ้นๆ "เณร" เอ่ะนี่เสียงอาจารย์นี่น่า โล่งอกไปที พอลืมตาก็เห็นอาจารย์มารออยู่หน้ากลด "ครับ มีอะไรหรือครับ" สงสัยว่าท่านอาจารย์เดินมาทำไม "เป็นอะไรมัย เณร" เออาจารย์ถามทำไมนะ "ก็ไม่มีอะไรครับ ไม่มีอะไรครับ มีอะไรหรือครับ"  "อ๋อกลัวเณรกลัวเลยเดินมาดูนะ" อาจารย์บอกว่าอย่างนั้น "เมื่อกี้นี้ที่อาจารย์นั่งอยู่มีเสียงหายใจฟืดฟาดๆเหมือนกับเสียงควายหายใจดังอยู่นาน เลยคิดว่าที่เณรก็คงเหมือนกัน ก็เดินมาดูนี่ละ"  อาจารย์ท่านบอกออกมา "ไม่มีครับ ไม่ได้ยินอะไร ไม่ได้เห็นอะไรครับ"  ผมตอบท่านไป ใครอยากรู้ว่าเสียงแบบไหนก็ลองไปอยู่ใกล้ๆควายหรือคอกควายดูก็แล้วกันจะได้ยินเสียงคล้ายๆกันนี่ละ เพราะความจริงผมนะไม่มีอะไรเกิดขึ้น ที่กลัวที่สุดก็ตอนที่ท่านเดินมานี่ละ  พอคุยกันเสร็จอาจารย์ก็ถามว่า "จะกลับวัดแล้วนะ จะอยู่ต่อคนเดียวมัยหรือกลับด้วยกันละ"  ผมตอบทันทีว่า "กลับครับ พร้อมอาจารย์เลยครับ"
     เสียงหายใจแบบนี้หรือเหตุการณ์แบบนี้ทำให้รู้ว่ามีสิ่งที่อยู่ตรงนี้ในป่าช้านี้มาทักทายมาเยี่ยมเยียนหรือมาทดสอบก็ไม่รู้ได้ เป็นเหตุการณ์ปกติของพระป่าที่เจริญภาวนา เท่าที่ได้ยินก็มีหลายองค์นะที่เคยได้ยินเสียงแบบนี้ในหลายๆที่ 
       การอยู่ในป่าช้าทั้งกลางวันและกลางคืนเป็นเรื่องปกติที่สายวัดป่าจะต้องเข้าไปฝึกกัน แต่ต้องมีศีลที่บริสุทธิ์เป็นขั้นต่ำนะครับ เพราะจะได้มีอะไรที่ยึดเหนี่ยว เป็นเกราะป้องกัน และฝึกภาวนามาสักระยะพอมีที่พึ่งได้พอสมควรนะ ไม่ใช่อยู่ๆก็เข้าไปป่าช้ากันทันที  โดยมีครูบาอาจารย์พาเข้าไปก่อน
         ส่วนการไปภาวนาที่ป่าช้าบ้านหนองสองห้องก็เป็นครั้งเดียวเท่านั้น เพราะไม่ได้ไปอีกเลย ส่วนป่าช้าแห่งนี้รู้จักดีมัยก็ดีมากเลยทีเดียวเพราะว่าสวนของตากับยายก็ติดอยู่กับป่าช้านี่ละ แถมบางครั้งชาวบ้านก็เอาศพมาเผากันตรงสวนผมนี่ละก็มี เพราะเขาขี้เกียจเดินผ่านเข้าไปในป่าก็เลยเอาที่สวนผมเลยเป็นที่เผา   


https://www.google.com/maps/place/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87/@15.1349325,104.8628241,1362m/data=!3m1!1e3!4m5!3m4!1s0x3116850bc1c25b21:0x1ddafda971d1856!8m2!3d15.138024!4d104.8736957    




 

Create Date : 09 พฤษภาคม 2563
0 comments
Last Update : 10 พฤษภาคม 2563 11:11:04 น.
Counter : 115 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

space

Dr Chang
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




- เป็น เป็นวิทยากร เป็นคนบรรยาย เป็นผู้บริหาร หน่วยงานของรัฐ
- ชอบ ชอบอ่านนวนิยายจีนกำลังภายใน ชอบป่า ชอบน้ำ
- ทำ ทำงานพัฒนา ทำงานท่องเที่ยว ทำสวนเกษตร
- ขาย ขายประกัน ขายของทะเลแห้ง ขายเกลือ ขายคอนโด
- เรียน จบ ป.เอก ม.โพธิศาสตร์ ป.โท นิด้า ป.ตรี ม.ราม

space
space
space
space
[Add Dr Chang's blog to your web]
space
space
space
space
space