เว็บเพื่อการเลี้ยงลูก,เว็บท่องเที่ยววังน้ำเขียว,สื่อสุขภาพ,ครอบครัวการเลี้ยงลูก,ทิปคอมพิวเตอร์
Group Blog
 
 
มิถุนายน 2551
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
26 มิถุนายน 2551
 
All Blogs
 
ความเข้าใจเรื่องการเจริญเติบโต และพัฒนาการของเด็กที่ถูกต้อง

การเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก หมายถึง การที่ร่างกายของเด็กได้มีการเจริญเติบโต และพัฒนาการในด้านต่างๆ ได้เป็นขั้นตอนตามเกณฑ์อายุ (milestones) ซึ่งได้แก่ การเจริญเติบโตด้านสรีระของร่างกาย เช่น ความสูง, น้ำหนัก, และความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อ, ระบบประสาท เช่น การเดิน, การวิ่งฯลฯ และการเจริญเติบโตด้านความคิด และสติปัญญา (Cognitive skills) เช่น การเรียนรู้, การคิดและวิธีคิด, การวิเคราะห์, และความจำ การพัฒนาการด้านการใช้ภาษา (Language) และการพัฒนาการด้านสังคม (Social skills) ซึ่งการเจริญเติบโตทางด้านร่างกายอื่นๆ เช่น ผม, ฟัน, กระดูก และในการเข้าสู่วัยรุ่น (Puberty) ก็เป็นขั้นตอนของการพัฒนาการเช่นกัน

การพัฒนาการที่เป็น “ปกติ” หมายถึงอะไร ?

ในขวบปีแรกของเด็กนั้นเป็นปีมหัศจรรย์ จะพบว่า เด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 1 ขวบ มีการเจริญเติบโตทั้งทางด้านร่างกาย และการพัฒนาการทางด้านต่างๆ อย่างมาก ซึ่งจะเกิดขึ้นไปพร้อมๆกัน และมีขั้นตอนเป็นลำดับไปตามเกณฑ์อายุ โดยไม่จำกัดเชื้อชาติ และวัฒนธรรมการเลี้ยงดู ซึ่งขั้นตอนการพัฒนาการด้านสรีระ และกล้ามเนื้อนั้น จะเริ่มจากศีรษะไปจนถึงปลายเท้า เช่น จากการชันคอ ได้ในช่วง 2-3 เดือนแรก ไปจนถึงเกาะยืน และหัดเดินเมื่ออายุ 1 ขวบ โดยเฉลี่ยแล้ว เด็กจะสูงขึ้นประมาณ 10 นิ้ว (25 ซ.ม.) และมีน้ำหนักเป็น 3 เท่า ของน้ำหนักแรกเกิด

หลังจากขวบปีแรกผ่านไป เด็กจะเจริญเติบโตในอัตราที่สม่ำเสมอ และไม่มากเหมือนในปีแรก โดยเฉลี่ยจะสูงขึ้นประมาณ 2.5 นิ้ว ( 6 ซ.ม.) ต่อปี ไปจนถึงตอนเริ่มเข้าวัยรุ่น เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น เด็กจะมีอัตราเร่งของการเจริญเติบโตอย่างมาก (Growth spurt) อีกช่วงหนึ่ง ประมาณอายุ 8-13 ปีในเด็กผู้หญิง และ อายุ 10-15 ปี ในเด็กผู้ชาย ที่เป็นช่วงของการเจริญเติบโตของวัยรุ่นตลอด 2-5 ปี ซึ่งช่วงนี้จะมีการเจริญเติบโตทางระบบอวัยวะสืบพันธุ์ ได้แก่ การมีขนในบริเวณอวัยวะเพศ, รักแร้ และการขยายใหญ่ขึ้นของอวัยวะเพศ และในผู้หญิงก็จะเริ่มมีประจำเดือน ซึ่งทั้งหมดนี้ เป็นผลจากฮอร์โมนเพศ ที่เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในวัยรุ่นนั่นเอง จนถึงอายุประมาณ 15 ปีในผู้หญิง และ 16-17 ปีในผู้ชาย ที่การเจริญเติบโตอย่างวัยรุ่นนี้จะหยุดลง และวัยรุ่นผู้นั้น ก็จะมีรูปร่างเป็นผู้ใหญ่ที่เจริญเติบโตเต็มที่ของเขาแล้ว

เมื่อคุณพาลูกไปตรวจสุขภาพ นอกจากการฉีดวัคซีนตามเกณฑ์อายุแล้ว คุณหมอที่ดูแลลูก จะตรวจสุขภาพของร่างกาย และสอบถามถึงการพัฒนาการตามเกณฑ์อายุของลูก รวมทั้งประเมินน้ำหนัก และส่วนสูงของลูกว่าอยู่ในเกณฑ์อายุหรือไม่ โดยลงบันทึกในตาราง และใส่ลงในกราฟส่วนสูง และน้ำหนัก (Growth chart) ของเด็กตามมาตรฐานของไทย ซึ่งการติดตามการเจริญเติบโตของลูกโดยใช้กราฟเหล่านี้ จะเป็นเครื่องมือที่คุณหมอใช้ในการบอกว่า ลูกมีการเจริญเติบโตปกติตามเกณฑ์หรือไม่ และพบว่ามีปัญหาหรือไม่

คุณพ่อคุณแม่จะมีส่วนช่วยได้อย่างไรบ้าง?

มีหลายสิ่งหลายอย่าง ที่คุณสามารถช่วยลูกให้มีการเจริญเติบเต็มที่สมวัยได้ นอกจากการเอาใจใส่เรื่องน้ำหนัก และส่วนสูงของลูก รวมทั้งการพัฒนาการของลูกโดยการพาไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ ตามที่แพทย์นัดแล้ว สิ่งสำคัญคือ ให้ลูกได้นอนหลับพักผ่อนอย่างพอเพียง, ทานอาหารที่ครบห้าหมู่, และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การโภชนาการที่ดีนั้น คือ การทานอาหารแบบที่เรียกว่าได้สมดุล ( Balance diet) ซึ่งจะได้สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายในการเจริญเติบโต รวมถึงไวตามินและแร่ธาตุที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตด้วย ไม่ได้หมายถึง การทานแต่อาหารหรือไวตามินวิทยาศาสตร์ เนื่องจากอาจทำให้ได้สารอาหารและแคลอรี่ที่ไม่ได้สมดุล ไม่เหมือนกับการรับประทานอาหารธรรมดา ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ และมีความหลากหลาย เช่น อาหารประเภทเนื้อสัตว์ และผักผลไม้หลายชนิด ฯลฯ ซึ่งจะเป็นอาหารที่สมดุล และมีไวตามินและแร่ธาตุครบ ที่ร่างกายต้องการ นอกจากนี้ควรระวังปัญหาโรคอ้วนในเด็ก ซึ่งในปัจจุบันเริ่มพบมากขึ้นเรื่อยๆ

การออกกำลังกายก็สามารถทำได้หลายแบบ ข้อสำคัญคือ การทำให้สม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการว่ายน้ำ, เตะบอล, การเดินออกกำลัง หรือแม้แต่วิ่ง ที่เป็นกิจกรรมต่างๆ ที่เด็กสนใจและรู้สึกสนุกกับการทำกิจกรรมนั้นๆ ก็จะช่วยให้เด็กมีสุขภาพดี และป้องกันโรคอ้วนได้

การนอนในเด็กแต่ละครอบครัว ก็อาจแตกต่างกัน แต่เด็กจะต้องการเวลานอนอย่างน้อย 10-12 ชั่วโมง ต่อคืน การนอนเป็นการพักผ่อน ที่สำคัญอย่างหนึ่งของมนุษย์ เพราะในช่วงที่กำลังหลับสนิทนั้น ร่างกายจะทำการเสริมสร้าง และซ่อมแซมส่วนต่างๆ ของร่างกาย เพื่อที่จะได้พร้อมที่จะเจริญเติบโตต่อไป

พูดกับลูกเรื่องการเจริญเติบโต

คุณพ่อคุณแม่หลายคนจะกังวลมากว่า ลูกตัวเล็กกว่าหรือเตี้ยกว่าเด็กคนนั้นคนนี้ และจะคอยพูดเปรียบเทียบให้ลุกฟังอยู่เนืองๆ ทำให้เด็กรับรู้ และเริ่มคิดว่า ตนเองผิดปกติ และบางครั้งเกิดความเครียด และรู้สึกว่าตนเองมีปมด้อย

ทั้งๆ ที่หลายคนเมื่อมาดูน้ำหนัก และส่วนสูงตาม growth curve แล้วจะอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเลยทีเดียว แต่เพราะความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องของผู้ใหญ่ ทำให้เด็กเกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่เริ่มเข้าสู่วัยรุ่น ที่เด็กแต่ละคนจะเริ่มมี Growth spurt เร็วช้าต่างกันบ้าง แต่ในที่สุด เมื่อเติบโตเต็มที่ตามเกณฑ์อายุ ก็จะไม่แตกต่างกันมากนัก และอย่าลืมว่า การมีรูปร่างสูงหรือไม่สูง ฯลฯ นั้น มีกรรมพันธุ์เป็นตัวกำหนดด้วย นอกจากปัจจัยเรื่องการออกกำลังกาย,โภชนาการ, การนอน ฯลฯ ดังที่กล่าวมาแล้ว

ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรจะพูดคุยกับลูก ถึงเรื่องเหล่านี้อย่างมีทัศนคติที่ดี ให้เขาเข้าใจ และยอมรับในรูปร่าง และความเป็นตัวเขา อธิบายว่าเด็กแต่ละคนจะเจริญเติบโตไม่เท่ากันแม้ว่าอายุจะเท่ากัน บางคนจะโตเร็วกว่า บางคนอาจจะดูช้ากว่า ในตอนแรก แต่ถ้าลูกดูแลตนเองดี และทำตามที่แนะนำ เขาก็จะมีรูปร่างที่สมบูรณ์ และเติบโตได้สมวัยอย่างที่เขาควรจะเป็น

เด็กจะมีคำถาม ที่เขาอยากรู้หลายอย่าง แต่เขาอาจจะไม่กล้าพูดถึงหรือกล้าที่จะถามใคร แม้แต่เรื่องง่ายๆ เช่น ทำไมฟันจึงหลุดไป เมื่อไรฟันแท้จะขึ้น, กลัวเรื่องสิว หรือบางเรื่องที่อาจจะพูดยาก เช่น ทำไมหน้าอกถึงใหญ่ขึ้น และเวลามีกลิ่นเหงื่อหรือมีกลิ่นตัวจะทำอย่างไรดี

การพูดคุยกับลูกในเรื่องเหล่านี้อย่างจริงใจและเข้าใจ จะช่วยได้อย่างมาก แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ลูกอยากรู้แต่เขาเองก็ยังไม่ทราบว่า จะถามอย่างไร เพราะเรื่องต่างๆ เหล่านี้อาจทำให้เขาเกิดความเขินอาย และไม่แน่ใจว่าสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเขาอยู่ในขณะนี้ จะเป็นสิ่งผิดปกติหรือไม่ แต่เขารู้ว่า อวัยวะบางส่วนในร่างกายเขากำลังเปลี่ยนแปลงไป

ดังนั้นบางครั้ง คุณควรจะเริ่มต้นพูดก่อนโดยใช้การพูดถึงการเจริญเติบโตเป็นหัวข้อ
สนทนา เพื่อให้เขาเริ่มเข้าใจเกี่ยวกับตัวเขามากขึ้น คุณควรจะพูดถึงการใช้ยากำจัดกลิ่นกาย การโกนหนวด หรือการใช้ผ้าอนามัย และการดูแลความสะอาดในร่มผ้า โดยใช้คำพูด และการอธิบายอย่างเรียบง่าย ให้ฟังดูเป็นเรื่องธรรมดา ทำให้ลูกเข้าใจ และยอมรับในการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับร่างกายเขาอย่างเป็นธรรมชาติ

แต่ถ้าคุณเองก็เขินอาย ไม่กล้าที่จะพูดถึงเรื่องเหล่านี้กับลูก และทำท่าทางเหมือนจะต้องปกปิดเรื่องเหล่านี้ ก็จะทำให้ลูกเข้าใจผิดไปว่า เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องน่าอาย หรือเป็นสิ่งผิด เขาก็จะยิ่งไม่กล้าที่จะนำเรื่องเหล่านี้มาปรึกษาคุณ ในเวลาที่เขามีปัญหาเกิดขึ้น

เด็กผู้หญิงอาจจะเริ่มใส่เสื้อยกทรง (บรา) เมื่ออายุประมาณ 10-12 ปี คำแนะนำก็คือ ควรให้ลูกเริ่มใส่บรา เมื่อเขาเองเริ่มมีความรู้สึกเขินเรื่องหน้าอกของเขา และรู้สึกว่าตนเองควรจะใส่บราแล้ว แม้ว่าลูกอาจจะยังไม่มีหน้าอกที่ใหญ่ขึ้นมากก็ตาม

เด็กที่รูปร่างเตี้ยกว่าคนอื่นๆ อาจถูกเพื่อนๆ ล้อเลียน และต้องการความช่วยเหลือให้เขาสามารถปรับตัวได้ และยอมรับในรูปร่างอันแท้จริงของเขา โดยการทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจในตนเอง (self-esteem) เด็กที่มีรูปร่างเตี้ย อาจจะไม่เหมาะที่จะเล่นบาสเกตบอลให้ได้ดี แต่เขาก็จะสามารถเล่นกีฬาอื่นๆ ที่เขาถนัดได้ดีเท่าๆกับคนอื่นๆ เช่น เทนนิส, ว่ายน้ำ ตระกร้อ ฯลฯ

ซึ่งถ้าคุณช่วยให้คำแนะนำและช่วยทำให้เขาสบายใจในรูปร่างของตนเอง ก็จะช่วยให้เขาผ่านพ้นปัญหาวัยรุ่นที่กำลังเผชิญอยู่นี้ไปได้ เขาเองอาจมีความกังวลอื่นๆอีก เช่น การมีแฟน, การหัดขับรถ, การเล่นกีฬาต่างๆ ดังนั้นคุณจึงควรเปิดโอกาสให้เขาได้มีโอกาสมาปรึกษาคุณได้เสมอ และเขารู้สึกได้ว่าคุณอยู่ข้างเขาและเข้าใจเขาเสมอก็พอ

คุณจะช่วยลูกได้อีกทางคือ การเลือกกิจกรรมต่างๆ ที่ไม่ได้เน้นเรื่องรูปร่าง, น้ำหนัก,หรือความสูง โดยเลือกกิจกรรมที่เกี่ยวกับความสามารถของแต่ละคน เช่น การเล่นดนตรี, การเขียนหนังสือ หรือ การพูด,ร้องเพลง ฯลฯ ก็จะทำให้เขาภูมิใจในความสามารถของตนเองได้

ถ้าคุณคิดว่าลูกคุณมีปัญหาการเจริญเติบโตควรทำอย่างไร?

ถ้าคุณมีความกังวลใจเกี่ยวกับปัญหาการเจริญเติบโตของลูก ก็ควรนำเรื่องนี้ไปปรึกษากุมารแพทย์ผู้ดูแลลูก เพื่อที่จะได้ประเมินการเจริญเติบโตของเด็ก และดูประวัติครอบครัว และในรายที่มีข้อบ่งชี้ว่า มีการเจริญเติบโตผิดปกติ ก็อาจจะต้องทำการตรวจหาโรคที่อาจมีผลต่อการเจริญเติบโตของ
ร่างกายได้ และอาจต้องส่งปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านฮอร์โมนต่อมไร้ท่อของเด็ก ซึ่งจะมีการซักประวัติ และตรวจร่างกายโดยเฉพาะด้านการเจริญเติบโตอย่างละเอียด, อาจมีการตรวจเลือดเพื่อดูระดับฮอร์โมน และอายุกระดูก ฯลฯ ตามแต่ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์สำหรับปัญหาของคนไข้แต่ละราย


Create Date : 26 มิถุนายน 2551
Last Update : 26 มิถุนายน 2551 13:22:03 น. 6 comments
Counter : 986 Pageviews.

 
มีเยอะดีไจมากมากเลย


โดย: หมากัด IP: 118.174.100.184 วันที่: 1 กรกฎาคม 2551 เวลา:18:39:14 น.  

 
เท็งโกะ


โดย: 85455454 IP: 118.174.100.184 วันที่: 1 กรกฎาคม 2551 เวลา:18:40:33 น.  

 
่าสว่ี


โดย: รีะ IP: 124.122.151.4 วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:19:30:05 น.  

 
ดีจาง ขอบคุงค่าาา


โดย: จงฮยอน IP: 124.122.151.4 วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:19:31:18 น.  

 
น้องนี้น้องอายู 11 เดือน เดินเก่งแล้วค่ะ น้องเริ่มเดินได้ตั้งแต่ 9 เดือนกว่าๆๆแล้วค่ะ ตอนนี้น้องฟันขึ้น 6 ซี่แล้วค่ะ หนัก 9.2 กิโล อยากทราบว่าน้องผอมไปหรือป่าวค่ะ


โดย: แม่ลูกผูกพันธ์ IP: 118.174.9.141 วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:15:02:25 น.  

 
เทียบได้กับสมุด สีชมพูที่ได้มาตอนฝากท้องเลยครับ
จะได้ทราบข้อมูลที่ถูกต้อง
เพราะไม่ได้บอกผมว่าชายหรือหญิง


โดย: fnhero125 วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:16:43:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
fnhero125
Location :
นครราชสีมา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 40 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add fnhero125's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.