All Blog
ยืดอายุขัยให้แก่ตัวเอง
620606 ยืดอายุขัยให้แก่ตัวเอง
Extend life expectancy for yourself by DrPK
เมื่อมีคนตาย บางคนบอก ถึงอายุขัยของเขา ไม่อาจยื้อยุดฉุดเวลาได้อีกต่อไป
อายุขัยเป็นตัวกำหนดว่า คนนั้นสมควรตายแล้ว ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน บางคนตายเร็ว บางคนตายช้า บางคนตายดี บางคนตายสยดสยอง
แต่ละยุคแต่ละสมัย อายุขัยเฉลี่ยของประชากรแต่ละเมือง จะต่างกัน แสดงว่า สมัยใหม่สามารถยื้อยุดฉุดเวลาได้แล้วสินะ ด้วยวิชาการแพทย์สมัยใหม่ เวชศาสตร์ชลอวัย เวชศาสตร์ฟื้นฟู การสอนให้ดูแลสุขภาพด้วย 4 อ อาหาร อารมณ์ ออกกำลัง อากาศ ที่พอเหมาะกับวัยและร่างกายของแต่ละคน ช่วยยืดอายุขัยได้จริง
ยังก่อน สิ่งเหล่านี้ต้องทำด้วยตัวเอง คนอื่นทำแทนไม่ได้
สมัยใหม่ใช้เทคโนโลยี ยืดชีวิตให้อยู่อย่างยืนยาวและแข็งแรงมากขึ้น เป็นความพยายามที่จะเอาชนะความตาย แล้วอายุขัยที่เคยเชื่อว่าจริง จะยังคงเป็นจริงต่อไปหรือไม่ เพราะตอนนี้คนอายุยืนกว่าคนรุ่นก่อนมากมายนัก
ฉินซีฮ่องเต้ คลีโอพัตรา ผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตที่ไม่อยากแก่ไม่อยากตาย เสาะแสวงหายาอายุวัฒนะ แต่ไม่อาจพ้นความตายได้ ถ้าทั้งสองไม่ใช้ยาอายุวัฒนะอาจตายเร็วกว่านั้นก็เป็นได้
ถ้าทั้งสองมีอำนาจล้นฟ้าเหมือนเดิม และเกิดในยุคนี้ ไม่แน่อาจอยู่ได้เป็นหมื่น ๆ ปี
ตอนนี้ผู้รอบรู้บอกว่า พวกเราสามารถอยู่ได้ถึง 100 – 120 ปี โดยไม่เป็นโรค ไม่ต้องนอนติดเตียง
เป็นไปได้จริง ๆ ถ้ารู้จักดูแลตัวเอง ดูแลสุขภาพ และอยากอายุยืนเท่านั้น
ขอให้ระวังอย่างเดียว อาจเป็นคนสุดท้ายของรุ่น ที่ไม่มีเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง คนรู้จักสนิทสนมมางาน
              
 
 



Create Date : 06 มิถุนายน 2562
Last Update : 6 มิถุนายน 2562 15:21:28 น.
Counter : 558 Pageviews.

0 comment
บาปบุญคุณโทษลบล้างกันไม่ได้
บาปบุญคุณโทษลบล้างกันไม่ได้
Sin cannot be forgiven by DrPK
               กฎแห่งกรรมบอก ทำกรรมใดได้รับกรรมนั้นตอบแทน กรรมดีไม่อาจลบล้างกรรมชั่ว ผลของแต่ละกรรมจะเกิดขึ้นช้าเร็ว ก่อนหลังขึ้นอยู่ความหนักเบาและเจตนาแห่งกรรมนั้น
               คนที่ทำกรรมชั่วมากแล้วทำกรรมดีหวังลบล้างให้กรรมชั่วหมดสิ้นไป ย่อมทำไม่ได้เช่นกัน
               คนที่มีหนี้สิน ถ้าถ่ายถอนคืนหนี้หมด แปลว่าหนี้นั้นจบสิ้นไป แต่ไม่ใช่กับกรรมที่ทำแล้วลบไม่ได้ รอแต่ให้กรรมชั่วหมดฤทธิ์ของมันก่อน แล้วจึงค่อยได้รับผลของกรรมดีตามหลัง
               ในชีวิตจริง เรามักเห็นใจคนที่ต้องรับเคราะห์กรรม แม้ทำเพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกับสิ่งดี ๆ ที่เขาสร้างไว้มากมาย
ความเห็นอกเห็นใจที่เกิดขึ้นของผู้คนรอบตัว ไม่อาจทำให้เขาหลุดพ้นจากบ่วงกรรมได้ คงได้แค่เห็นใจ ที่ไม่อาจสงเคราะห์ได้ เพราะไม่รู้ว่ากรรมที่เขาเคยทำมาทั้งในอดีตชาติและชาตินี้จะหนักหนาเพียงใด และส่งผลต่อเขาอีกนานเท่าใด
               ทุกคนมีกรรมเป็นของตนเองทั้งนั้น
เมื่อไม่อยากรับสิ่งร้ายใด ๆ เข้าหาตัว จงคิดให้หนักก่อนจะทำสิ่งที่อาจส่งร้ายแรงตามมาภายหลัง
 



Create Date : 26 พฤษภาคม 2562
Last Update : 26 พฤษภาคม 2562 15:34:51 น.
Counter : 589 Pageviews.

2 comment
การเผชิญหน้ากับปัญหาอย่างมีสติ
การเผชิญหน้ากับปัญหาอย่างมีสติ


 

การเผชิญหน้ากับปัญหาอย่างมีสติ

Living with Bad neighbors

วันนี้ดู DVD เรื่องBad neighbors ทำให้นึกถึงคนที่ไม่มีโอกาสมีบ้านในเนื้อที่กว้างๆ แบบเศรษฐีหรือคนในชนบท แต่จำเป็นต้องอยู่ในบ้านที่ติด ๆ กันหรือหลังคาเกยกัน

เพื่อนบ้านจึงเป็นสิ่งที่กำหนดความสุขความทุกข์ได้อย่างมากโชคดีคงได้เพื่อนบ้านดี โชคร้ายสุดซวยเจอเพื่อนบ้านเลว

ข่าวคราวออกมาบ่อยๆ ว่าเพื่อนบ้านอยู่ใกล้ชิดติดกันมานาน สุดจะทนไหว หยิบปืนออกมาฆ่าล้างครัวกันเลยทีเดียวบางรายแค่ทะเลาะเบาะแว้งขึ้นโรงขึ้นศาล หรือแค่ขึ้นโรงพักเสียค่าปรับไปตามระเบียบ

ในชีวิตจริงของคนเราเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเพื่อนบ้านที่เลวมากๆ แบบในหนังเรื่องนี้จะทำเช่นไรกันนะ ทนเอาแบบไม่มีปากมีเสียง มีปัญญาเสียงดังได้ให้ดังไปแบบสุด ๆ ไปเลย ไม่ใส่ใจเสียอย่าง คงไม่มีเรื่อง ซื้อที่ใส่หู ear plug ไม่ต้องได้ยินเสียงหมูเสียงหมา ให้รำคาญใจ

คนที่มีเงินมาก ๆ ยอมขายบ้านไปหาบ้านใหม่ ซึ่งเป็นไปไม่ได้อีกถ้ารวยมากคงไม่ทนอยู่อย่างนี้ แล้วระดับเงินเท่าที่มีไม่ว่าไปอยู่ที่ไหนคงเจอแบบนี้อีก

หรือจะคิดต่อกร ต่อสู้ให้รู้แพ้รู้ชนะเพื่อให้เพื่อนบ้านยอมแพ้แล้วย้ายบ้านหนีเหมือนในหนังเรื่องนี้แต่มันเป็นได้แค่ในหนัง เรื่องจริงจะทำได้ไหม

การเจรจายอมความน่าจะเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้แน่ ๆเพราะโดยนิสัยที่ขาดการอบรมบ่มเพาะให้รู้จักมารยาทที่ดีต่อเพื่อนบ้านคงแก้ด้วยคำพูดไม่กี่คำได้หรอก

สรุปแล้ว ใครจะเจอเพื่อนบ้านแย่ ๆ ควรจะทำเช่นไรดีนะ สติเท่านั้นกระมังที่จะทำให้สามารถเผชิญหน้ากับปัญหาได้ดีขึ้น




Create Date : 26 พฤษภาคม 2562
Last Update : 26 พฤษภาคม 2562 4:00:28 น.
Counter : 498 Pageviews.

0 comment
อย่าปล่อยให้อารมณ์เหนือสิ่งอื่นใด
อย่าปล่อยให้อารมณ์เหนือสิ่งอื่นใด
Don't let emotions over anything else by DrPK
               สามสิ่งรวมตัวกันก่อเกิดเป็นตัวตนของแต่ละคน อารมณ์ ความคิด และการกระทำ สัดส่วนทั้งสามจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน
               บางคนใช้อารมณ์เป็นใหญ่ เวลาฉุนโกรธ ฟิวส์ขาดได้เลย เห็นช้างตัวเท่ามด ไม่กลัวสักนิด ไม่นึกถึงอนาคตที่ย่ำแย่กว่าเวลาที่ฉุนโกรธมากมายหลายร้อยเท่า คุกตารางรออยู่ตรงข้างทางเดินนั่นเอง
               ถ้าไม่เคยโดนฝึกให้รู้จักเบรคอารมณ์ คงหุนหันพลันแล่น วิ่งไปตามกระแสเหวี่ยง ไม่คิดหน้าคิดหลัง
               บางคนโดนอบรมมามากเกิน จนไม่กล้าแม้แต่จะแสดงออกทางอารมณ์อย่างเหมาะสม กลายเป็นคนเก็บกด
แล้วจะมีสักวันไหม ที่สิ่งที่เก็บกดมากเกินนี้จะระเบิดออกมาอย่างน่ากลัว
                แบบไหนดีที่สุดล่ะ
ถ้ารู้จักบริหารจัดการอารมณ์ให้อยู่ในทิศทางที่สร้างสรรค์ เช่น เมื่อโกรธมาก อย่าเพิ่งด่าทอ ตอบโต้ทันทีทันควัน อาจไปเขียนในบันทึกส่วนตัว ด่ามันให้เต็มที่ หรือเข้าห้องน้ำร้องเพลงให้ลั่นบ้านไปเลย พวกที่มีหัวศิลป์อาจวาดรูป เขียนหนังสือ ระบายความแค้น
               การยอมจนมากเกิน กลายเป็นอดกลั้น ลองเปลี่ยนเป็นคิดว่า สู้มันได้แน่ แต่ไม่ใช่การประลองด้วยกำลัง ลองใช้ปัญญาแก้ปัญหาสิ
               การเข้าใจและยอมรับว่า นี่แหละคือมนุษย์ปุถุชนที่มีอารมณ์ แต่ปัญญาชนจะยอมรับให้อารมณ์นี้เกิดขึ้นได้ในขอบเขตที่พอเหมาะพอเจาะ ใช้ความคิดและการกระทำในระดับที่สังคมยอมรับ
               ลองทำให้อารมณ์ ความคิด และการกระทำสมดุลกัน แล้วจะรู้ว่าชีวิตนี้มีความสุขได้ง่ายนิดเดียว
 
 



Create Date : 25 พฤษภาคม 2562
Last Update : 25 พฤษภาคม 2562 16:41:36 น.
Counter : 419 Pageviews.

2 comment
เมื่อครูทุกคนต้องเป็นครูแนะแนว

เมื่อครูทุกคนต้องเป็นครูแนะแนว

จิตวิทยาแนะแนวกับพรรณี

เมื่อผู้ใหญ่ในกระทรวงศึกษาธิการประกาศนโยบายเด่นเฉพาะตน ผู้เกี่ยวข้องย่อมต้องน้อมรับคำสั่ง และพยายามทำให้นโยบายกลายเป็นข้อบังคับเชิงปฏิบัติให้ได้

สมัยหนึ่งช่วงที่จะปรับหลักสูตรเหมือนตอนนี้แหละ น่าจะเป็น 2544 นโยบายที่จะลดคาบกิจกรรมแนะแนว รวมทั้งลดครูแนะแนวลง จึงประกาศว่า ครูทุกคนเป็นครูแนะแนว

ครูแนะแนวหลายคนคงหนาว ๆ ร้อน ๆ แล้วเราจะมีที่ยืนในโรงเรียนไหมเนี่ย เนื่องจากหลักสูตร 2521 ประกาศชัดเจนว่า ทุกโรงเรียนต้องมีครูแนะแนวและให้จัดกิจกรรมแนะแนว 1 คาบต่อสัปดาห์ บางคนจบมาทางแนะแนวโดยตรงระดับปริญญาตรี

คำถามต่อมาแล้วครูทุกคนเป็นครูแนะแนวได้จริงหรือ ไม่จำเป็นต้องมีครูแนะแนวใช่หรือไม่ กิจกรรมแนะแนว 1 คาบต่อสัปดาห์จำเป็นต้องมีหรือไม่ ครูแนะแนวมีโอกาสส่งผลงานทางวิชาการหรือไม่ อะไร ๆ ทำนองนี้ ครูแนะแนวคงสะดุ้งกันบ้างล่ะจริงไหม

ครูแนะแนวต้องรอบรู้เรื่องจิตวิทยา การแนะแนว การให้คำปรึกษา การปรับพฤติกรรม คงไม่ใช่แค่สอนให้เด็กเลือกคณะเข้ามหาวิทยาลัย และไม่ใช่เข้าไปทำอะไรก็ได้ในคาบกิจกรรมแนะแนว และไม่ใช่แค่มีห้องส่วนตัวที่แอบเข้าไปหลับนอนได้

สมัยก่อน ไม่ต้องมีครูแนะแนว เด็กก็เป็นใหญ่เป็นโตได้ คำพูดเช่นนี้มีบ่อยครั้งเมื่อจะลบภาพบางอย่างออกไป เช่น ครูไม่ต้องเรียนสูง ครูไม่ต้องมีวิทยฐานะ

ครูทุกคนสามารถเข้าใจจิตวิทยา การแนะแนว การให้คำปรึกษา การปรับพฤติกรรมและอะไรต่อมิอะไรที่จะช่วยแก้ไขปัญหาเด็กได้อย่างถ่องแท้เพื่อช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้น หรือแก้ไขปัญหาที่เกิดแล้วได้จริงหรือไม่ ถ้าได้ ไม่จำเป็นต้องมีครูแนะแนวหรอก

ในขณะที่ทุกวันนี้ ครูเองยังไม่เข้าใจหลักสูตร ไม่รู้วิธีการสอนสารพัดอย่างที่จะนำมาประยุกต์ใช้กับนักเรียนของตน บริบทเฉพาะของโรงเรียน ได้แต่สอนตามหนังสือที่กระทรวงกำหนด หรือไม่จากสำนักพิมพ์เอกชน แค่นี้ครูคางเหลืองแล้ว

นอกจากนี้ ครูหลายคนชอบอาสาทำงานพิเศษที่บรรดารองผู้อำนวยการมอบหมายให้ทำ ทั้งที่นั่นคืองานโดยตรงของเขา ยังไม่หมดต้องเตรียมรับการประเมินจากต่างหน่วยงานที่มีรูปแบบการประเมินที่ต่างกันอีกด้วย

งานมากมายอย่างนี้ จะมีครูสักกี่คนที่สนใจเด็กตัวน้อย ๆ แต่หลายร้อยชีวิตให้พัฒนาเติมเต็มศักยภาพของตนและช่วยกันป้องกันแก้ไขปัญหาจากสังคมที่ก้าวไปไกลเกินที่เด็ก ๆ จะปรับตัวได้ทัน และเข้าใจว่าโลกมายาหรือโลกเสมือนจริง ไม่ใช่โลกที่เป็นจริง

ครูทุกคนคงอยากเป็นครูแนะแนวกันจริง ๆ นะคะ




Create Date : 25 พฤษภาคม 2562
Last Update : 25 พฤษภาคม 2562 16:40:40 น.
Counter : 717 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  

BlogGang Popular Award#17



สมาชิกหมายเลข 4665919
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



ดร.พรรณี เกษกมล นักเขียน ข้าราชการบำนาญ ครูซี 9 แนะแนว
New Comments