All Blog
610610 เลี้ยงเด็กอย่างสร้างสรรค์
610610 เลี้ยงเด็กอย่างสร้างสรรค์
Initiative vs. Guilt in childhood by DrPK
เมื่อเด็กเริ่มเข้าอนุบาล โรงเรียนจะมีบทบาทในการอบรมร่วมกับพ่อแม่ วัยนี้จะบ่มเพาะความสามารถในการคิดริเริ่มสร้างสรรค์ Initiative ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญยิ่งในสังคมสมัยใหม่ ด้วยการเปิดโอกาสให้เด็กได้เล่น ได้ทำกิจกรรมแปลกใหม่ที่ท้าทายความสามารถ พร้อมกับความรู้สึกผิดชอบชั่วดี การเรียนรู้เรื่องบทบาททางเพศ
พ่อแม่จำต้องเป็นตัวแบบที่ดีที่ต้องการให้เกิดในตัวลูก และคอยบอกว่าสิ่งใดดีควรทำและสิ่งใดไม่ดีควรหลีกเลี่ยง ส่วนโรงเรียนฝึกให้เด็กสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ทั้งพ่อแม่ ครูต้องสร้างสัมพันธภาพและมีปฎิสัมพันธ์ที่ดีต่อเด็กด้วยวิธีการที่ไม่โหดร้าย ดุหรือตวาดเสียงดังจนเด็กร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว เพราะจะทำให้เกิดความรู้สึกผิด Guilt จนไม่กล้าจะทำสิ่งใดที่พ่อแม่หรือครูไม่อนุญาต
ถ้าเด็กรู้สึกผิดจะทำให้ไม่กล้าคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เพราะฝังใจว่าจะโดนดุ โดนลงโทษ
อย่าลืม เปิดโอกาสให้เด็กได้ทำกิจกรรมแปลกใหม่ที่เสริมสร้างการเรียนรู้ ให้เล่น ให้คิดประดิษฐ์ สร้างจินตนาการ ได้ใช้ร่างกายในการวิ่ง กระโดดโลดเต้น เคลื่อนไหวร่างกาย
บางครั้งเด็กอาจดูกระด้างหรือก้าวร้าวไปบ้างด้วยกำลังทดสอบพละกำลังหรือความคิดของตน แต่โดนขัดขวาง การใช้คำพูดที่ดีจะช่วยลดสิ่งที่ไม่ควรทำให้น้อยลงได้



Create Date : 17 ตุลาคม 2563
Last Update : 17 ตุลาคม 2563 14:40:23 น.
Counter : 357 Pageviews.

0 comment
631012 หัดหัวเราะให้กับความล้มเหลวผิดพลาดบ้าง

631012 หัดหัวเราะให้กับความล้มเหลวผิดพลาดบ้าง
              เมื่อย่าอยากจะสอนคณิตศาสตร์ให้กับหลาน ๆ ที่ไม่อยากเรียนกับย่า จนย่าต้องโน้มน้าวว่าเคยเป็นครู เรียนมาเยอะเป็นด๊อกเตอร์ จบคณิตศาสตร์เกียรตินิยม ยังไม่อาจสร้างความน่าเชื่อถือว่าย่าเก่งให้กับหลานได้
ที่ผ่านมาย่าเป็นเพียงเพื่อนเล่น คุยสนุก คุยตลกไปวัน ๆ เมื่อหลานโตขึ้นจำเป็นต้องเรียนเขียนอ่านให้เป็นคนเก่ง จำต้องเปลี่ยนบทบาทกันบ้างจากการสอนทักษะชีวิต มาสอนวิชาการ
หลังจากเรื้อเวทีมานาน พอมาเจอโจทย์เลข ป.3 บางข้อ ย่า งง กับวิธีการ ย่าแก้โจทย์ด้วยสมการ บ่นว่า ป.3 ยังไม่เรียนสมการนี่นะ เลยบอก หลังจากติณณ์ไปเรียนพิเศษกับครูตาลมา ให้กลับมาอธิบายให้ย่าฟังด้วยว่าย่าทำถูกหรือเปล่า แล้วครูสอนอย่างไร
นี่เป็นอีกวิธีการหนึ่ง ที่ทำให้เด็กได้เรียนซ้ำ เขาบอกการเรียนก่อน 1 รอบที่จะไปเรียนกับครูจริง แล้วมาอธิบายให้คนอื่นฟังได้ เท่ากับสร้างทักษะการคิดแก้ปัญหาที่ดี ผ่านการจดจำ การประมวลผลในสมอง แล้วสามารถกลั่นกรองบอกออกมาเป็นคำพูดให้คนอื่นฟังได้
ติณณ์บอกง่ายมากเลย ไม่ต้องคิดเป็นสมการ เด็กกินไปครึ่งหนึ่งเหลือ 3 ผล ก่อนนั้นกินไปอีกครึ่งลูก รวมเป็นทั้งหมดกี่ลูก คิดในใจได้เลย แต่ย่ายังเรียบเรียงไม่ถูกอยู่ดี ถ้าต้องแสดงวิธีทำ
ย่าเลยเล่าเรื่องไอสไตน์ อัจฉริยะจะแก้ปัญหา เจาะรูให้แมว 2 ตัว ใหญ่ 1 ตัว เล็ก 1 ตัว ผ่านออกจากบ้านไปยังสนามได้อย่างไร แตม อ.2 รีบตอบ เจาะ 2 รู ใหญ่ 1 รู เล็ก 1 รู ติณณ์ตอบตามน้องเหมือนกัน
ย่าหัวเราะเสียงดัง บอกคนฉลาดอย่างไอสไตน์ยังผิดพลาดได้ นับประสาอะไรกับย่า ที่คิดเรื่องง่าย ๆ ไม่ออก กลับไปใช้วิธีการที่ยุ่งยาก ติณณ์ถามทำไม ย่าเฉลยมีบางคนบอก ทำไมไม่เจาะรูใหญ่แค่รูเดียว ทั้งแมวใหญ่แมวเล็กสามารถลอดรูนี้ได้ทั้งสองตัว
บางทีการสอนเด็ก ๆ ทำให้สนุก ไม่ต้องอวดแสดงตนว่าฉลาดไปเสียทุกเรื่อง แสร้งไม่รู้บ้าง เพื่อเด็กจะได้มีส่วนร่วมในการคิด และสนุกที่จะพูดคุยถึงวิธีการคิดของเขาในการแก้โจทย์ร่วมกัน
คนที่สามารถบอกเล่าความล้มเหลว ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นด้วยอารมณ์ขัน จะปลดเปลื้องความรู้สึกว่าตนโง่ ตนแย่ ความซึมเศร้าออกมาได้
เคยใช้วิธีนี้ในคาบแนะแนว เด็ก ๆ ชอบใจกันใหญ่ ที่ออกมาเล่าความเปิ่นเชยของตนที่เคยคิดว่าเป็นปมด้อยออกมา ใคร ๆ เคยทำเห่ย ๆ แบบนี้กันทั้งนั้น ถ้าฉันจะเคยทำตลก ๆ บ้าง ไม่เห็นจะเป็นไรเลย จริงไหม เมื่อเกิดสิ่งคับข้องใจ ไม่สบายใจ พูด ๆ ออกมาอย่างขบขันกับคนที่เข้าใจกัน จะดีขึ้นมากเลยนะจะบอกให้
ไม่มีใครที่สมบูรณ์ดีพร้อมไปเสียทุกเรื่องราวหรอก

 



Create Date : 12 ตุลาคม 2563
Last Update : 12 ตุลาคม 2563 5:04:27 น.
Counter : 278 Pageviews.

0 comment
โยคะเด็ก



Create Date : 08 กันยายน 2563
Last Update : 8 กันยายน 2563 8:57:27 น.
Counter : 438 Pageviews.

1 comment
630424 ปู่ย่าตายายช่วยพัฒนาหลานได้


630424 ปู่ย่าตายายช่วยพัฒนาหลานได้ by พรรณี เกษกมล
            เชื่อแน่ว่า หลังปลดเกษียณปู่ย่าตายายบางคนมีหน้าที่เลี้ยงหลาน แล้วจะดีกว่ามีแต่ลูกจ้างอย่างไร อย่าลืมว่าคุณวุฒิที่ต่างกัน ย่อมบ่มเพาะได้ดีกว่าแน่นอน เมื่อผนวกกับความรักย่อมเป็นสิ่งสุดยอด ที่จะมอบสิ่งที่ดี ๆ ที่อาจขาดแคลนยามเลี้ยงลูก เช่น เงินทอง เวลา
เมื่อคน 3 ยุค คือ ยุค gen B ที่เป็นปู่ย่าตายาย ยุค gen X ที่เป็นพ่อแม่ และลูกเล็กที่เป็นเด็กยุค gen Alpha โคจรมาพบกัน อะไรจะเกิดขึ้น
พ่อแม่ต้องเข้าใจลูกน้อยว่าเกิดมาในช่วงที่โลกกำลังแข่งขันกันสูง เด็กต้องเรียนรู้สารพัดอย่างมากมายเพื่อที่จะก้าวยืนอยู่ในแถวหน้าได้อย่างมั่นคง
ปู่ย่าตายายที่อยู่ในวัยเกษียณและค่อย ๆ เรียนรู้เทคโนโลยีพร้อมกับเด็กรุ่นใหม่ ความรู้เดิม ๆ ที่เคยมีแทบจะใช้ประโยชน์ไม่ได้ อำนาจตำแหน่งลาภยศที่ใหญ่โตหมดไปพร้อมกับการเรียนรู้วิธีจะยืนหยัดในโลกสมัยใหม่อย่างสง่าผ่าเผยเหมือนในอดีต และช่วยประคับประคองบุตรหลานให้ยิ่งใหญ่เหมือนตนให้ได้ อย่างน้อยให้พวกเขาได้มีที่ยืนในสังคม
คน 3 รุ่น 3 วัย ต่างต้องปรับตัวเข้าหากันและปรับให้ทันกับโลกที่ก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว ต่างต้องช่วยกันพยุงและก้าวให้ทัน ถ้ามัวแต่ยืนอยู่กับที่เท่ากับถอยหลังไปอีกก้าว ถ้าปฏิเสธไม่ยอมรับ อาจโดนเตะไปอยู่สุดขอบกลายเป็นคนล้าหลังและไม่มีที่ยืนอีกต่อไป
ปู่ย่าตายายต้องปรับท่าทีให้เข้ากับหลาน เล่นสนุกด้วยกัน ยอมทำตามคำสั่งหลานบ้าง ให้หลานช่วยสอนสิ่งที่หลานรู้ แล้วจะมีบางเวลาที่ปู่ย่าตายายจะได้สอนในสิ่งที่หลานไม่รู้ ผลัดกันสอน ผลัดกันเล่น ชีวิตที่เหี่ยวเฉาจะกลับมาสดชื่น และมีประโยชน์ต่อกันได้
 

 



Create Date : 24 เมษายน 2563
Last Update : 24 เมษายน 2563 7:41:14 น.
Counter : 390 Pageviews.

0 comment
630424 เด็กยุคใหม่ต้องฉลาดจึงจะเอาตัวรอดได้

 

Pc 630424 เด็กยุคใหม่ต้องฉลาดจึงจะเอาตัวรอดได้ by พรรณี เกษกมล


            เด็กยุคใหม่ หรือเด็กยุค Alpha จำต้องฝึกให้มีทักษะชีวิตที่แตกต่างจากคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ หรือรุ่นปู่ย่าตายาย แล้วทักษะสำคัญสำหรับเด็กยุค gen Alpha คืออะไร ใครคือเด็กในยุคอัลฟ่า
เด็กที่เกิดหลัง พ.ศ. 2553 เป็นเด็กยุคอัลฟ่า generation Alpha และเรียกคนที่เกิดหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลงว่า gen B หรือช่วงเด็กทารกผุดเป็นดอกเห็ด ทุกบ้านล้วนมีเสียงร้องไห้ของเด็กหลาย ๆ คน คนรุ่นนี้ตอนนี้ปลดเกษียณจากงานประจำกันแล้ว ใกล้จะเป็นปู่ย่าตายายกันหมด ส่วนรุ่น gen X ก็ประมาณเป็นพ่อแม่ที่กำลังมีลูกเล็ก ๆ วัยไม่เกิน 4 - 5 ขวบ
เด็กยุคอัลฟ่าเป็นความหวังของครอบครัวยุคใหม่ที่บ้านพอจะมีฐานะจากปู่ย่าตายายที่ทำงานหนักมาตลอดชีวิต ประหยัดอดออม อดทนหมั่นเพียร งานหนักไม่เกี่ยง มีเงินทองพอเก็บให้ได้ใช้จ่ายอย่างสบาย ส่วนรุ่นพ่อแม่มีงานการดี ๆ ทำ เงินเดือนดี และเมื่อมีลูกเต้า จึงใช้จ่ายเต็มที่ซื้อความสุขผ่านเงินทองที่หามาได้อย่างง่าย ๆ
เด็กยุคอัลฟ่าจึงนับว่าเป็นเด็กที่เกิดมาในยุคที่บ้านเมืองเจริญถึงขีดสุดด้านวัตถุและเทคโนโลยี ความรู้อยู่แค่ปลายนิ้ว เกมพัฒนาจนถึงจุดสุดยอด เอามันเข้าว่าโดยไม่ต้องคำนึงถึงความก้าวร้าวหรือการเป็นตัวแบบที่เอาแต่มุ่งชนะ
การแข่งขันเพื่อเอาตัวรอดจะได้ก้าวไปสู่แถวหน้า ที่จะได้มีโอกาสตักตวงเงินทอง และก้าวหน้าในชีวิตอาจยากเย็นมากกว่ารุ่นใด ๆ การกดดันว่าต้องเก่ง เป็นที่หนึ่งอาจเร่งความเครียดให้สูงจนเกิดภาวะซึมเศร้าและฆ่าตัวตายในที่สุด ถ้าไม่อาจทำตามความคาดหวังของใคร ๆ ได้
การเลี้ยงดูเด็กจึงต้องมีความรู้ความสามารถในการพยุงให้ตัวเขาได้เติบโตอย่างสมบูรณ์ มีโอกาสใช้ศักยภาพที่ติดตัวมาอย่างเต็มที่ เลิกกดดันอย่างไร้เหตุผล เลิกคาดหวังในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้และไกลเกินเอื้อม ให้เด็กมีความสุขที่สุดและพร้อมจะพัฒนาตนเองอย่างเต็มกำลังความสามารถ
การฝึกทักษะการคิดที่จำเป็น ต้องฝึกในหลากหลายรูปแบบ เช่น คิดสร้างสรรค์ สร้างจินตนาการ คิดแก้ปัญหาและเอาชนะอุปสรรค การเลือกและตัดสินใจสิ่งที่สำคัญ การใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม การปรับตัวและอยู่ร่วมกับผู้อื่นให้มีสุข ฝึกการอดทน มุมานะด้วยการใช้ปัญญา
เพื่อเอาชนะต่อปัญหาและอุปสรรค ฝึกการพูดอย่างมีมนุษยสัมพันธ์
            ความฉลาดของลูกหลาน เป็นสิ่งที่ต้องผ่านการฝึกฝนอบรมอย่างมีประสิทธิภาพจากพ่อแม่ ไม่ได้เกิดมาได้ง่าย ๆ หรอกนะ ลองคิดว่า เราต้องการให้ลูกเป็นเช่นไร นั่นแหละคือเป้าหมายในการพัฒนาให้เตรียมพร้อมที่จะอยู่ในโลกแห่งอนาคตได้อย่างดีและมีความสุข

 



Create Date : 24 เมษายน 2563
Last Update : 24 เมษายน 2563 7:27:43 น.
Counter : 425 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  

สมาชิกหมายเลข 4665919
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



ดร.พรรณี เกษกมล นักเขียน ข้าราชการบำนาญ ครูซี 9 แนะแนว
New Comments