All Blog
XD สำคัญ
XD สำคัญ
ตัวที่ควรเข้าใจ คือ XD ถ้าขึ้นวันใด แล้วซื้อหุ้นวันนั้น จะอดรับเงินปันผล
            ถ้าเป็นหุ้นที่มีอยู่ในมือแล้ว ขายวันที่ขึ้น XD ล่ะ จะยังคงได้รับเงินปันผลอยู่
ถ้าขายก่อนล่วงหน้า 1 วัน อดได้เงินปันผลเช่นกัน แต่มันน่าขายมาก เพราะเป็นวันที่หุ้นจะมีราคาสูงมาก คงต้องคิดว่า ถ้าขายไปกับเงินปันผลที่จะได้นั้น มันคุ้มค่ากันไหม
 
 
            สะกิดนิด ให้สังเกตหน่อย
            วันที่หุ้นใกล้ถึงวันประกาศขึ้นเครื่องหมาย XD จะเป็นวันที่หุ้นมีราคาสูงสุดในช่วงนั้น
            ส่งผลต่อการซื้อขายมาก
            ต่างคนต่างคิด แล้วควรจะคิดเช่นไรดีล่ะ
            ขายก่อนขึ้น XD 1 วัน ราคาสูงมาก แต่คุ้มไหม ระหว่างกำไรจากผลต่าง กับ รอสักนิดแล้วได้ปันผล ตอบไม่ได้ ต้องลองคำนวณ
            มีอัตราปันผลแต่ละหุ้น ให้เปิดดู หาให้เจอ
            ข้อระวังอีกนิด เมื่อขึ้นสูง ย่อมย่อลงมา
            หลังขึ้น XD แล้ว ราคาหุ้นจะลงมามากถึงมากที่สุด
            ใครที่งก จะเอาทั้งปันผลและขายได้กำไรสูง คงยากจะเป็นไปได้ทั้งสองอย่างพร้อมกัน
            อาจต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
 
            หุ้นเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน บางปี บางหุ้น ที่คาดว่าราคาจะขึ้นสูงมากในช่วงขึ้น XD กลับไม่เป็นไปตามคาด แต่เรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น หลังจากนั้นขึ้นพรวด ๆ ไม่รู้เกิดจากใครหรือกลไกอะไร
            บอกแล้วเล่นหุ้นต้องทำใจ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งที่แน่นอนหรือกฎเกณฑ์ใด ๆ ที่บอกได้ว่า ต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เก่งต้องบวกเฮงด้วยล่ะ
Stock = uncertainty
อย่าไปไว้ใจ เชื่อใจ กับสิ่งไม่แน่นอนนะ จะบอกให้
 



Create Date : 27 เมษายน 2564
Last Update : 27 เมษายน 2564 6:17:18 น.
Counter : 95 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
640423 ซื้อตอนขาลงหรือขาขึ้น
640423 ซื้อตอนขาลงหรือขาขึ้น
            คนจะเล่นหุ้น ต้องเข้าใจธรรมชาติของหุ้น ภาวะตลาด ด้วยการดูข่าวสารบ้านเมือง และมองกราฟเป็นบ้าง
            กราฟจะสอนว่า หุ้นขึ้นลงตลอดเวลา ไม่ขึ้นตลอดหรือลงตลอดเหมือนกราฟบางประเภท
            ธรรมชาติของกราฟหุ้นเป็นเช่นนี้แล มีขึ้นมีลง เลยมีการเรียนกราฟเป็นเรื่องเป็นราว
            ปกติมันควรขึ้น ๆ ลง ๆ ไม่ดิ่งเหว แต่ทำไมบางกลุ่มจึงไม่เป็นเช่นนั้น
            ตั้งแต่เกิดปัญหาโรคติดต่อทางเดินหายใจที่รุนแรง Covid 19 ตลาดหลักทรัพย์แปรปรวน โดยเฉพาะกลุ่มที่อาศัยการท่องเที่ยว เพราะงดการเดินทางระหว่างประเทศ แม้แต่ต่างเมือง
แล้วกลุ่มธนาคารไปเกี่ยวข้องอะไรด้วย นั่นสิ ผลกระทบที่โยงใยไปหากัน ก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมได้
โควิทเริ่มมีผลมีนาคม 2563 หรือ 2020
ตัวอย่าง หุ้น BBL ธนาคารกรุงเทพ กราฟลงต่ำมาก
 

 
            จุดที่ลงมาต่ำมาก ชนิดที่ไม่เคยเห็น จะมีคนหลายกลุ่มเกิดขึ้น
บางคนพอรู้ว่า โควิทเอาจริง บ้านเมืองน่าจะยุ่งไปอีกนาน รีบเทขาย กลัวจะลงต่ำไปกว่านี้ ดูข่าวมาก รู้เรื่องกลไกตลาด ยอมขาดทุนเล็กน้อย หาทางหนีทีไล่ cut loss แต่น้อยดีกว่า
บางคนขายแล้วรอจุดต่ำสุดในความคิดของตน ที่อาจไม่ต่ำสุดจริง ๆ เอาบางส่วนคืนมา แล้วค่อยทะยอยซื้อในจำนวนหุ้นเท่าเดิม แต่ราคาทุนลดลง
บางคนกลัวขาดทุน ยอมอยู่บนดอย คิดว่า ยังไงมันก็ต้องขึ้นเท่าเดิม เพราะเป็นหุ้นพื้นฐานดี ไม่ยอมเฉือนเนื้อเถือหนังแม้แต่นิด
คนเล่นหุ้นจะเข้ากลุ่ม เพื่อคอยฟังเสียงกันและกัน ดูทีท่าของคนที่เล่นมานานกว่า
ส่วนใครจะเป็นเซียนในสายตาใคร คงขึ้นอยู่กับความนับถือส่วนตัวที่เคยฟังเขาให้คำแนะนำแล้วทึ่งในความคิดอันเฉียบคมของเขาผู้นั้น
ส่วนมือใหม่ที่มักเรียกตัวเองว่าเม่า อาจเผลอปล่อยความเด๋อด๋า เซ่อซ่าออกมาบ้าง แต่ไม่มีใครหัวเราะเยาะเย้ยหรอก มีแต่ให้คำแนะนำ จึงไม่ต้องอายใคร อย่างที่เขาบอก อายครู บ่ฮู้วิชา
การเข้ากลุ่มใน facebook น่าจะเป็นวิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยสดับตรับฟังและให้แง่คิด
 
            บางคนเอ่ยว่า เขียวแล้วซื้อ เค้าเรียกว่าเม่า แดงแล้วเข้า เค้าเรียกว่า เซียน
            อีกคนแย้งว่า เขียวแล้วซื้อ เรียก follows buy แดงแล้วซื้อ เรียก ช้อนซื้อ ส่วนจะเป็นเซียนหรือหมู ขึ้นอยู่กับว่า จะแดงต่อ หรือเด้งเป็นเขียว
อีกคนบอก ซื้อแล้วแดง ลงต่อเป็นหมู เด้งกลับกำไรเป็นเซียน
บางคนบอก ผมชอบซื้อ เวลาหุ้นตัวแดง เพราะถ้าบริษัทไม่เจ๊งยังไง หุ้นก็ขึ้น
ไม่ใช่ไปไล่ซื้อหุ้นตัวเขียว นอกจากกำไรน้อยแล้วยังติดดอยอีก
            แค่เปรยว่าจะซื้อตอนแดงหรือเขียว ขึ้นหรือลง ต่างคนต่างตอบตามประสบการณ์ที่เคยมี
            การเล่นหุ้นแบบมีชั้นเชิง จะต้องคิดและตัดสินใจเองว่า จะเชื่อใคร และควรทำเช่นไร ด้วยตัวเองเท่านั้น หลังจากผ่านการเล่นหุ้นมานาน ดูตลาดค่อนข้างเป็น จะมองเห็นคำตอบที่ชัดขึ้นเรื่อย ๆ เรียกชักเจนจัดขึ้น จากเม่าน้อยคงเริ่มเป็นเซียนแล้ว
 
            บางทีการเลือกหุ้น อาจเป็นดวงเฮงในบางวัน ที่สามารถทำกำไรได้ภายในวันเดียว เช่น
            BBL วันที่ 20 เมษายน 2564 ตอนเช้าราคา 124.5 ตอนบ่ายราคา 127 ส่วนต่าง 2.50 บาท คูณกับจำนวนหุ้นที่ซื้อ ถ้า 1,000 หุ้น จะได้กำไร 1,992.95 บาท
            คำถามว่า ซื้อหุ้นตอนราคาลง ดีไหม กรณีนี้นับว่าดี ประจวบกับหุ้นเครื่องหมาย XD วันที่  21 เมษายน ทำให้หลายคนคิดว่า ปันผลดี น่าจะซื้อเพื่อหวังปันผล
            ต้องคิดว่า การขายก่อนเพื่อหวังส่วนต่าง กับ รอเอาปันผล อย่างใดจะได้เงินตอบแทนมากกว่ากัน BBL ให้ปันผลรอบแรก 1/63 ถึง ร้อยละ แสดงว่า 1,000 * 5 จะได้ 5,000
            การขายเพื่อเอา 1,992.95 กับหวัง 5,000 หักออก 10 % = 5,000 – 500 = 4,500 จึงอาจไม่ใช่ความคิดที่ดี งานนี้ต้องสืบว่า เขาให้ปันผลเท่าไรกันแน่

 
            หลังจากวันปันผลผ่านไป ขึ้นเครื่องหมาย XD แล้ว ราคาหุ้นจะลงไปเรื่อย ๆ นั่นคือ ถ้าจะขาย โอกาสการได้เงินที่ลงทุน 126.5 บาท จะหายไป ต้องค้างดอยทันที รอจนหุ้นจะขึ้นใหม่อีกรอบ
            วันที่ 23 เมษายน ราคาเหลือ 121.50 บาท
            ตอนนี้ต้องตัดสินใจแล้วว่า ถ้าถือเพื่อหวังปันผล คงต้องถือต่ออีกยาว จะกลายเป็นพวกเล่นหุ้น VI  value investor แทนเล่นเอากำไรรอบสั้น day trade ไปซะแล้ว
            การซื้อตอนหุ้นอยู่ในขาลง กับอยู่ในขาขึ้น ซึ่งไม่มีใครตอบได้ชัดเจนว่า วันใดหุ้นจะขึ้น และจะขึ้นกี่วัน หรือจุดสูงสุดต่ำสุดของหุ้นในรอบวัน รอบเดือนนี้จะเป็นเช่นไร มีการใช้กราฟเพื่อทำนายอนาคต ซึ่งจะเชื่อได้แน่หรือไม่ ต้องเรียนรู้กันต่อไป
 



Create Date : 23 เมษายน 2564
Last Update : 23 เมษายน 2564 16:21:03 น.
Counter : 72 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
หวังปันผล ยังชีพตอนเกษียณ
หวังปันผล ยังชีพตอนเกษียณ
 
            คนเล่นหุ้นถือยาว มักพิจารณารายละเอียดของหุ้นเยอะกว่าพวกเล่นรอบสั้น ที่ดูแต่ผลต่างเอากำไร น่าสังเกตว่า คนที่รวย ๆ มักถือยาวและบอกพวกเล่นรอบสั้นว่า เล่นทุกวันเหนื่อยนะ แล้วผลที่ได้น้อยกว่าด้วย
            เรื่องถือยาวถือสั้นนี่ ตอบไม่ได้หรอกว่า แบบใดดีกว่า แม้ว่า นักเล่นหุ้น VI จะเชียร์ตลอดว่าดีกว่า มันขึ้นกับจริตแต่ละคนด้วยหรือไม่ ยังสงสัยอยู่ พวกใจร้อนทนถือนานไม่ได้เมื่อเห็นกำไรรออยู่ตรงหน้า คิดในใจว่า เดี๋ยวมันลง แล้วถ้ามันลงไปเรื่อย ๆ ล่ะ กำขี้ดีกว่ากำตดไหม อิอิ
            พวกเล่นรอบหาข้อแก้ตัวได้เสมอ เช่น เขาจำต้องหาเงินใช้จ่ายทุกวันทุกเดือนนะ ไม่ได้มีเงินถุงเงินถัง มรดกมากมายก่ายกอง หรือมีงานประจำอยู่แล้ว หาทางเก็บเงินสำรองใช้ภายภาคหน้าที่ไม่มีเงินเดือนแล้ว เงินทองกองตรงหน้าไม่คว้าไว้ก็แย่สิ เรื่องยุ่งไม่มีปัญหา ทุกวันนี้ว่างงานสบายเกิน
            เคยมีใครลองคำนวณไหมนะว่า เล่นรอบสั้น ซื้อ ๆ ขาย ๆ ไปเรื่อย ๆ ไม่กังวลราคาที่สูงหรือต่ำ ขอให้มีผลต่างเป็นใช้ได้ กับถือยาวนาน ๆ แล้วขาย จะได้เงินมากน้อยต่างกันเพียงไร โดยคำนวณจากอดีตทั้งหุ้นที่มีราคาสูงมากขึ้น หรือหุ้นที่มีอุบัติเหตุราคาเทลง แม้แต่หุ้นที่อยู่ side way ไปเรื่อย ๆ
            พวกมือใหม่บางกลุ่มที่ยังหนุ่มสาว คิดว่าเลือกหุ้นพื้นฐานดีที่ให้ปันผลสูงทุกปี ย้ำว่าทุกปีและพื้นฐานดี ดูจากอดีตที่จ่ายปันผลสม่ำเสมอ
พวกเขาคิดว่า กว่าจะถึงวันเกษียณ ราคาหุ้นคงสูงกว่านี้ และได้กินเงินปันผลยังชีพด้วย น่าจะเป็นความคิดที่ดีมาก ๆ เลย ถ้าสิ่งที่คิดวันนี้ ยังคงเป็นความจริงจวบจนถึงวันนั้น วันที่คิดเพ้อฝันไว้
ปัจจัยสำคัญ คือ หุ้นนั้นยังแข็งแกร่งตลอดไป จ่ายปันผลเช่นนี้ไปได้เรื่อย ๆ กิจการโตเอา ๆ
            ปัญหา จะหาดี ๆ เช่นนี้ได้เยี่ยงไรกันนิ นี่แหละปัญหาใหญ่
            อุบัติเหตุทางการเมือง เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ตลาดหุ้นหายไป
            โรคอุบัติใหม่ที่เกิดแล้วเปลี่ยนวิถีชีวิตผู้คน เปลี่ยนโลกทั้งใบ เช่น โควิท 19
            อะไร ๆ ที่ไม่แน่นอน เหมาะแก่การไว้วางใจเช่นนั้นรึ
            เผื่อ ๆ ทำใจไว้บ้าง ทั้งสองทาง ดีกับไม่ดี อย่างที่บางคนบอก อย่าเก็บไข่หลายใบไว้ในตะกร้าใบเดียวนั่นแหละ บ่ฮู้บ่หันเรื่องของอนาคต

 



Create Date : 29 มีนาคม 2564
Last Update : 29 มีนาคม 2564 8:03:25 น.
Counter : 238 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
Ticker ราคาที่ซื้อขายในแต่ละช่วงเวลา
Ticker ราคาที่ซื้อขายในแต่ละช่วงเวลา
           
            ราคาที่ซื้อขายในแต่ละช่วงเวลาดูได้จาก quote - ticker
มองภาพการซื้อขายในแต่ละช่วงเวลา จะรู้ว่าส่วนใหญ่กำลังซื้อหรือขาย ในราคาเท่าใด
ถ้ารายใหญ่โผล่หน้าเข้ามาซื้อ โอกาสได้ขายจะมีมากขึ้น ให้คิดว่า ทำไมเขาซื้อ เราควรถือเก็บต่อดีไหม เผื่อจะขายได้สูงกว่านี้
พวกเงินเย็นจะไม่ผลุนผลันขายทันทีที่เห็นราคาขึ้น อาจรอสักวันสองวัน ให้ราคาสูงกว่านี้ กำไรจะมากขึ้น เพราะกราฟอยู่ในช่วงขาขึ้น
บางคนบอก ราคานี้พอใจแล้วให้รีบขาย แล้วรอวันต่อไปที่ราคาลงค่อยซื้อใหม่ ด้วยคิดว่า กราฟหุ้นเป็นเช่นนี้ ขึ้นลงตลอดเวลา หาจังหวะขึ้นสูงแล้วขาย จังหวะลงต่ำแล้วซื้อ
ราคาที่จะซื้อหรือขาย ขึ้นอยู่กับราคาทุนที่มีด้วย ถ้าทำกำไรในระดับที่รับได้หรือพอใจ อาจขายได้ เพราะไม่มีอะไรแน่นอนในกอไผ่
หุ้นขึ้นลงไม่อยู่ในเกณฑ์ที่บังคับได้ ขึ้นอยู่กับคนเล่นหุ้นคิดเห็นเช่นไรคล้ายกัน มีผลผลักดันตลาด ไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง อาจมีข้อยกเว้นถ้ามีรายใหญ่เข้ามาปั่น แหะ ๆ
ถ้ารายใหญ่โผล่หน้าเข้ามาขาย โอกาสได้ซื้อจะมีมากขึ้น แต่ต้องตั้งคำถามว่า ทำไมเขาถึงขาย มันมีสัญญาณกลิ่นตุ ๆ อะไรหรือไม่ แล้วควรจะลงเงินกับหุ้นตัวนี้หรือไม่
            ถ้าคิดว่าจะซื้อให้ได้ ควรตั้งราคาเท่าใด ราคาซื้อ B – bids ที่ซื้อได้ ณ ขณะนี้ เป็นราคาที่ซื้อได้แน่นอน หรือตั้งไปสองราคา ราคาที่เขาซื้อได้กับต่ำกว่านี้สักนิด เผื่อถัวราคาซื้อให้ต่ำลง
            ปัญหาไม่ใช่ว่าซื้อได้หรือไม่ ต้องถามว่าซื้อไว้แล้ว จะมีโอกาสได้ขายหรือไม่ต่างหาก เพราะอาจเป็นราคาหุ้นในวันที่มีการปั่นราคาให้สูง แล้ววันต่อมา หุ้นดิ่งลงเหวตลอด
            ถ้าคิดจะขายให้ได้ ตั้งราคาสองราคา เท่ากับที่เขาขายกันได้ กับให้สูงกว่าราคาที่เขาขายได้สักนิด แล้วรอสิครับ ถ้าเป็นวันที่หุ้นวิ่งมาก ๆ รอสักพักจะได้ขาย
           
ห้ามกระโจนเข้าไปซื้อในวันที่เขียว หรือขึ้นมาก
            ตรงกันข้าม ห้ามขายในวันที่หุ้นแดง หรือลงมากเป็นอันขาด
 
  Rectangle: Rounded Corners: ห้ามกระโจนเข้าไปซื้อในวันที่เขียว หรือขึ้นมาก ตรงกันข้าม ห้ามขายในวันที่หุ้นแดง หรือลงมากเป็นอันขาด
 
 
 



Create Date : 28 มีนาคม 2564
Last Update : 28 มีนาคม 2564 7:22:32 น.
Counter : 144 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
640322 ค่า P/E
640322 ค่า P/E
 
ค่า P/E หรือ P/E Ratio จะบอกว่า ซื้อหุ้นตัวนี้แล้ว กี่ปีจึงจะคืนทุน ถ้า ค่า P/E ต่ำ ดีกว่า ค่า P/E สูง นะจำไว้ P คือ Price หรือ ราคาหุ้น ณ วันนั้น E คือ Earnings per share กำไรสุทธิต่อหุ้น สามารถทำกำไรได้ปีละเท่าไหร่
ตัวอย่าง ราคาหุ้น 30 บาท มีกำไรสุทธิต่อหุ้น 3 บาท ค่า P/E = 30/3 =10 ถ้าถือหุ้นนี้ไว้ 10 ปี จึงจะคืนทุน PE จึงเป็นตัวที่บอกว่า หุ้นตัวนี้ "ถูกหรือแพง" P/E ที่ดีคือต้องน้อยกว่า 10
ราคาหุ้น ค่า P เป็นเรื่องของ "ความคาดหวัง" ที่ไม่แน่ไม่นอน
ในตลาดหุ้นมีคนเล่นหุ้นทุกประเภทมารวมตัวกัน ต่างมีความคาดหวังต่อหุ้นตัวนี้มากน้อยเพียงใด ถ้าคนส่วนใหญ่หรือพวกเม่าน้อยซื้อขายหุ้น โดยไม่ดูค่า ค่า P/E ล่ะ ได้แต่หวังว่า มันจะมีราคาสูงกว่าตอนซื้อ ราคาหุ้นจะสูงขึ้นไปได้
บางทีแรงเชียร์จากเหล่านักวิเคราะห์ทำให้เม่าน้อยกระพือปีกพรึ่บ ๆ ราคาหุ้นอาจขยับตัวสูงเกินจริง และเป็นไปอย่างรวดเร็วได้ เหล่านี้มีผลต่อเม่าทั้งหลาย พวกเล่นรอบสั้นไม่ใส่ใจดู แต่เล่นตามแรงซื้อขายของตลาด ถ้าพวก VI เล่นถือยาว จะดู ค่า P/E เสมอ
ช่วงมีนา 2564 หุ้น OR และหุ้นกลุ่มกัญชงกัญชา DOD, STA, KWM มีแรงซื้อขายมากผิดปกติ เพราะคนต่างคาดหวังว่า ต่อไปผลประกอบการ กำไร ในอนาคตจะดี ราคาเลยวิ่งเอา ๆ แต่กำไรจริงยังไม่เกิด
ดังนั้น การที่หุ้นตัวหนึ่ง P/E 80 ไม่ได้หมายความว่า ซื้อวันนี้ 80 ปีจะคืนทุน และไม่ควรซื้อ
ในขณะเดียวกัน หุ้นดี ๆ บางตัว ค่า P/E ต่ำ แต่ไม่มีคนสนใจซื้อ
ของถูกอาจไม่ใช่ของดี และของดีอาจไม่ใช่ของถูก
Cr. กลุ่ม "แมงเม่า Fight จ้าวมือ"
https://www.facebook.com/groups/681518305879744

 
 
 



Create Date : 23 มีนาคม 2564
Last Update : 23 มีนาคม 2564 15:21:59 น.
Counter : 141 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  

สมาชิกหมายเลข 4665919
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



ดร.พรรณี เกษกมล นักเขียน ข้าราชการบำนาญ ครูซี 9 แนะแนว
New Comments