เศร้านี้สะท้านฟ้าสะเทือนดินยิ่งนัก



           
 
Seller Link: https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTU0MjQwMiI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjEyNjQ3NyI7fQ
 
 

            เมื่อแผนการไม่อาจเป็นไปตามที่คาดฝัน จะคิดการใดต่อไป เดินหน้าสู้ต่ออย่างเต็มกำลังหรือถอยหนีเพื่อตั้งหลัก หรือหันหลังไม่คิดจะต่อกรด้วย ปล่อยทุกอย่างไปตามที่ควรจะเป็น ให้เป็นไปตามลิขิตฟ้าชะตากำหนดแล้วกัน
เวลาผ่านไปเพียง 4 เดือนเศษ หลังจากที่จ้าวทัศน์ดำรงตำแหน่งพระมหาอุปราชแห่งกรุงราฐมัณฑ์ ด้วยรูปลักษณ์อันงามสง่า ผิวพรรณผุดผ่อง แถมด้วยสติปัญญาอันล้ำเลิศ เหมาะสมอย่างยิ่งด้วยประการทั้งปวงต่อตำแหน่งที่ได้รับ ได้เกิดเหตุที่ไม่คาดคิด สะท้านฟ้าสะเทือนดินได้ทั่วทุกหย่อมหญ้า อะไรกันนี่ มันเกิดขึ้นได้เยี่ยงไร
ผู้คนทั่วหล้าต่างชื่นชมยินดีแลโสมนัสยิ่งนักที่ได้รับทราบข่าวการแต่งตั้งพระมหาอุปราช พร้อมตั้งความหวังว่าจ้าวน้อยพระองค์นี้จะนำพาประเทศชาติสู่ความเจริญรุ่งเรืองด้วยพระปรีชาสามารถเหนือยิ่งกว่าพระโอรสองค์ใด
ด้วยพระปรีชาสามารถเด่นเหนือใคร ด้วยรูปลักษณ์อันงามสง่ามีราศรีจับ ด้วยท่วงท่ากิริยาพาทีเป็นมิตรต่อพสกนิกรและเหล่าข้าราชบริพารผู้ใกล้ชิด ไม่มีคำน้อยที่น่าเกลียด สบประมาทด่าทอหรือเหยียบย่ำให้เจ็บช้ำน้ำใจแม้แต่น้อย จึงมีแต่คนรักใคร่เอ็นดูและเชิดชูสรรเสริญกันถ้วนหน้า
ด้วยคุณสมบัตินานัปการนี้จึงเหมาะสมด้วยประการทั้งปวงต่อการก้าวเป็นเจ้าเหนือหัวองค์ต่อไป
แต่ทว่าคงไม่ได้คิดเช่นเดียวกันนี้กับทุกคนทั่วหล้า เพราะไม่มีชนหมู่ใดที่คิดพ้องเหมือนกันเป๊ะถ้วนหน้าทุกตัวคน ไม่มีขัดแย้งแม้แต่น้อย เป็นไปไม่ได้ใช่ไหม และด้วยคุณสมบัติอันดีเลิศประเสริฐศรีเช่นนี้อาจขัดขวางหรือเป็นอุปสรรคต่อคนอีกกลุ่มหนึ่งก็เป็นได้ ในอันที่จะขัดผลประโยชน์ที่เคยได้รับมาแต่กาลก่อนในอดีต
หนึ่งในนั้นที่มิได้เห็นคล้อยตามคนหมู่มาก คงมีขุนนางกับนายทหารกลุ่มหนึ่งเท่านั้นที่ไม่ยินดีปรีดาด้วย และพร้อมจะเข้าขัดขวางไม่ให้เดินเรื่องต่อ หรือเล่นว่าวไปจนสุดสายป่าน
จากความปีติยินดีกลายเป็นความเคลือบแคลงสงสัย ด้วยข่าวลือที่หนาหูลือกระฉ่อนไปทั่วทั้งพิภพโลกาว่า จ้าวทัศน์ไม่ได้ยินดีแต่เพียงตำแหน่งของพระมหาอุปราชแห่งกรุงราฐมัณฑ์เท่านั้นแต่หมายปองสูงยิ่งไปกว่า โดยหวังจะครอบครองราชบัลลังก์แทนพระราชบิดาโดยมิรอช้าให้ถึงกาลที่ควรเป็นไป
 
กลุ่มชาวบ้านได้ตั้งวงกันราวกับเป็นสภากาแฟ เพื่อถกเถียงเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องของตัวเองกันอีกแล้ว ชอบนักคุยโม้เรื่องของเจ้านายนี่ สนุกปากกันจริง ทั้งที่ไม่มีใครรู้จริงแม้สักคน
“เฮ้ย ข่าวใหญ่เลยนะนี่” คนแรกเปิดประเด็นให้คนอื่นหูผึ่ง
“ข่าวอะไร ใหญ่แค่ไหนกัน” คนอยากรู้ตั้งคำถามรัว ๆ ขึ้นมาทันทีทันใด
“ไม่ได้ยินข่าวรึว่า จ้าวทัศน์น่ะคิดก่อกบฏ จะแย่งชิงอำนาจจากเจ้าเหนือหัว” คนแรกนี้ป้องปากกระซิบ เพื่อดึงดูดความสนใจ หรือเกรงว่าพูดดังไป อาจโดนทางการจับกุม
“อะไรนะ ข้าน่ะแก่แล้ว หูตาฟ้าฟาง ไม่ค่อยได้ยิน พูดเบาเสียอย่างนั้น ข้าจะไปได้ยินได้อย่างไร”
“เรื่องแบบนี้ ใครเขาพูดกันดัง ๆ ล่ะ” อีกคนตอบ
คนแก่หูตึงตอบโต้ “โธ่ พวกเราก็อยู่กันแค่นี้ ใครจะมาได้ยิน มีแต่พวกเรากันทั้งนั้น”
“เอาล่ะ พูดซ้ำก็ได้” เสียงดังฟังชัดขึ้นมาอีกนิด “เขาว่ากันว่า จ้าวทัศน์น่ะคิดก่อกบฏ จะแย่งชิงอำนาจจากเจ้าเหนือหัว”
“เฮ้ยเป็นไปได้อย่างไรกัน เขาพ่อลูกกันนะ พ่อลูกแท้ ๆ เทียว ใช่คนอื่นคนไกลเสียที่ไหนกันล่ะ” คนแก่หูตึง พอได้ยินถนัดถนี่รีบเถียงเสียงดังลั่น
“เขาลือกันไปทั้งบางเชียวนะ เขาว่านะ มาจากวงในทีเดียว แม่นแน่” คนแรกรีบอธิบายต่อ พลอยทำให้วงพลอยขยับเข้ามาใกล้กันยิ่งขึ้น เบียดชิดราวกับฟังเขาเล่าเรื่องผี ๆ กันทีเดียว
“คำนินทาว่าร้ายเช่นนี้หมายความลึกได้เพียงไร ข้าสงสัย พ่อลูกกันจะทำกันเพียงนี้เชียวรึ”
อีกคนชิงพูดขึ้นมา ราวกับสงสัยเสียเต็มประดา “ข่าวลือนี้จริงหรือเปล่านี่”
“อะไรกันล่ะ ไม่เข้าใจรึไร หมายชิงบัลลังก์หมายถึงเช่นไรได้ล่ะ นอกจากอย่างนั้นเชียวล่ะ”
“ก็หมายถึงเช่นไรล่ะ ใคร่อยากรู้นัก”
“คงหมายถึงแย่งชิง ด้วยการทำร้ายคนเก่าน่ะซิ” อีกคนทำเสียงเบามากแทบไม่ได้ยินอีกแล้ว
“จะขนาดนั้นเชียวรึ” อีกคนพลอยตั้งข้อสงสัยเพิ่มอีกคน
สภากาแฟวงนี้คงคุยกันอีกนานกับข่าวลือที่ได้ยินมาจากหลายทอด แล้วยืนยันว่า มาจากวงใน แต่ในขนาดไหน แล้วใครกันแน่ที่กล้าปล่อยข่าวลือเช่นนี้ได้ ไม่มีใครกล้ายืนยันแหล่งข่าวหรอก.
ทั้งวงตั้งข้อสงสัยกันไปมา จริงหรือไม่จริง ถ้าจริงจะร้ายแรงปานใด และจะเกิดในเร็ววันนี้หรือไม่ เผื่อจะได้หาทางขยับขยาย เก็บซ่อนทรัพย์สินที่พอมีน้อยนิด ให้รอดพ้น
ไม่นานเลยใช่ไหมจากชายหนุ่มผู้หาญกล้าและกระตือรือร้นหวังจะให้บ้านเมืองเจริญก้าวหน้าโดยเร็ว เมื่อโดนเสียงใส่ร้ายป้ายสีสาดโคลนไปทั่วทุกสารทิศเช่นนี้ กลับเกิดสลดหดหู่และคิดว่าโลกนี้ไม่ใช่โลกอันสวยสดงดงาม โลกแห่งความฝันห่างกันไกลลิบลับจากโลกแห่งความเป็นจริง และคงทำให้ใกล้กันไม่ได้เลย
จากใจอันหาญกล้า ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ กลับหดหู่เศร้าหมองและท้อถอย เกิดความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าทั้งกายและใจ จนคิดจะหนีลาจากภาระอันหนักอึ้งด้วยเสียงนินทาว่าร้ายทุกเช้าค่ำจากฐานอำนาจเก่าและปวงประชา
ใครจะกล้าแกร่งมากพอที่จะทนเสียงก่นด่าว่าร้ายในเรื่องที่ไม่จริงแม้สักนิดได้ ถ้าคนนั้นไม่ได้ฝึกความอดทน การมีภาวะผู้นำที่สามารถเอาชนะอุปสรรคปัญหาทั้งปวงทั้งเรื่องเล็กน้อยแลเรื่องใหญ่คับฟ้า
 
วันหนึ่งจ้าวทัศน์ได้เสนอว่า “คิดจะลาออกจากตำแหน่งพระมหาอุปราชแห่งกรุงราฐมัณฑ์ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทั้งปวงอันอาจจะเกิดขึ้นด้วยตนเพียงคนเดียวที่จะทำให้ราชบัลลังก์สั่นคลอนได้”
แทนการปลอบประโลมให้พระโอรสเข้มแข็งและมีใจฮึกเหิมพร้อมจะต่อสู้เพื่อราชบัลลังก์และประเทศชาติด้วยเป็นผู้ที่เหมาะสมที่สุดที่จะนำพาให้ประเทศก้าวไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง แต่สิ่งที่ได้รับกลับต่ำกว่าที่คาดหมายไว้เยอะด้วยพระสุรเสียงที่กล่าวออกมาว่า “เจ้าคิดจะก่อกบฏจริงหรือ”
คำพูดเช่นนี้ก่อให้เกิดความสะเทือนใจอย่างรุนแรงต่อจ้าวทัศน์ ผู้ที่คิดว่า น่าจะมีใครสักคนเข้าใจความคิดและการกระทำด้วยใจสุจริต แต่ไม่มีเลยแม้นสักคนในท้องพระโรงแห่งนั้น ที่ทัดทานคัดค้าน มีแต่นิ่งเฉย เท่ากับยอมรับว่า ควรเป็นไปเช่นนั้นแล
คงมีแต่พระสหายคนสนิทที่เข้าใจความจริงแท้ที่ซ่อนอยู่ และกำลังคิดวางแผนต่อสู้ฝ่ายตรงข้าม จะมีผู้ใดร่วมด้วยช่วยกัน ไม่มีใครรู้ได้ แต่ต้องกำจัดเศษซากสวะที่ลอยเกลื่อนน้ำให้หมดสิ้นไปโดยเร็ว
คำนั้น คำที่จะลาออกจากตำแหน่งพระมหาอุปราชแห่งกรุงราฐมัณฑ์ เป็นเพียงการเปรยเพื่อโยนหินถามทางว่าจะมีผู้ใดในท้องพระโรงคัดค้าน จะได้รู้ไปว่า ไผเป็นไผ ทำให้ซึ้งแก่ใจแล้วว่า ที่นี่มีแต่พวกของสมุหพระกลาโหมเท่านั้น หรืออาจจะมีสักคนสองคนก็คงมิกล้าเอื้อนเอ่ยปากให้ระคายหูกลุ่มมาเฟียนั้นไม่
จ้าวทัศน์ไม่ได้รอคำตอบหรือคำพูดต่อจากคำว่า “เจ้าคิดจะก่อกบฏจริงหรือ” เพียงได้ยินคำถามเช่นนั้น หัวใจหล่นตุ๊บไปกองที่พื้นทันใด ไม่ได้คิดเป็นอื่น นอกจากพระราชบิดาคิดเห็นเช่นคนทั่วไปที่เกิดจากคำพูดยุแยงตะแคงรั่ว
จ้าวทัศน์รีบผลุนผลันวิ่งออกจากท้องพระโรงกลับไปยังตำหนักส่วนพระองค์ ปิดประตูเงียบลั่นดานมิให้ใครเข้าไปพบ ยกเว้นเสียแต่สั่งพระกระยาหารเข้าไปเสวยตามลำพังพระองค์เดียว มิได้ออกมาร่วมเสวยกับพระญาติเช่นดั่งปกติดังเคย
 
            ครั้นเช้าวันรุ่งขึ้น มหาดเล็กได้พบว่าจ้าวทัศน์สิ้นพระชนม์ และเห็นยาพิษที่ตกอยู่ข้างกาย ทันใดนั้นทั้งพระราชวังวุ่นวายด้วยต้องเตรียมงานพระศพ พร้อมกับเสียงร้องไห้ระงมที่ดังไปทั่ว
            ขณะเดียวกันอาจจะมีบางกลุ่มก้อนที่เสียงหัวเราะดังลั่นแทนการร้องไห้คร่ำครวญ แต่จะเป็นกลุ่มไหนกัน
            ข่าวลือเช่นที่กล่าวมาดังไปทั่วทั้งวัง พร้อมกับเสริมต่อว่า “จ้าวทัศน์น้อยใจในพระราชบิดาหลังจากเหตุการณ์ที่สร้างความตระหนกกับคำกล่าวขององค์เจ้าเหนือหัวที่ตรัสตอบ แล้วจ้าวทัศน์ผลุนผลันกลับเข้าพระตำหนักขังองค์เองไว้ไม่อยากออกมาพบปะผู้ใด ปลิดชีพองค์เอง”
            บางคนบอกว่า “เพราะองค์เจ้าเหนือหัวรู้น่ะซิ จึงตรัสถามเช่นนี้ต่อหน้าขุนนางอำมาตย์ในท้องพระโรง เพื่อเป็นการปรามว่า ทุกคนรู้กันไปหมดนั่นแหละ ว่าคิดก่อกบฏจนบ้านเมืองวุ่นวายเช่นนี้”
            ความเศร้าโศกเข้ามาเยือนอย่างรวดเร็ว ทั่วทั้งวังวุ่นวายยุ่งเหยิง ด้วยต้องจัดการให้สมพระเกียรติพระมหาอุปราชแห่งกรุงราฐมัณฑ์
 
            ชาวบ้านร้านถิ่นต่างตระหนกตกใจกับข่าวคราวที่ออกมาจากพระราชวังว่า จ้าวทัศน์สิ้นพระชนม์ ต่างร้องไห้ระงมเสียงดังระเบ็งเซ็งแซ่ไปทั่ว พร้อมจะไว้ทุกข์ให้กับการจากไปอย่างปัจจุบันทันด่วน
            วงสนทนาชาวบ้านมีหรือจะไม่กล่าวถึงเรื่องเช่นนี้ ข่าวแบบนี้ ทำให้หลายคนที่เคยเล่าว่าจ้าวทัศน์คิดก่อกบฏ เปิดประเด็นใหม่ กลุ่มก๊วนเสนอกันหน้าสลอน อยากรู้อยากเห็นกันจริง ๆ
“ข่าวเขาออกมาว่า จ้าวทัศน์สิ้นพระชนม์เพราะยาพิษ มหาดเล็กเห็นยาพิษตกอยู่ข้าง ๆ ทำไมจึงต้องฆ่าองค์เอง” เล่นตั้งคำถามแบบนี้ ยิ่งช่วยกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นมากยิ่งขึ้น
“ทำไมคิดจะก่อกบฏ แต่ยอมแพ้ง่าย ๆ ล่ะ แทนที่จะสู้” อีกคนตั้งคำถามขึ้นมา
 เมื่อข่าวการสิ้นพระชนม์ออกจากปากผู้หนึ่งผู้ใดแล้วขยายความต่อไปอย่างรวดเร็ว กลับผิดเพี้ยนไปราวกับเป็นคนละเรื่อง เขาถึงว่า ข่าวลือนี้เชื่อถือไม่ได้จริง ๆ
ข่าวลือยิ่งผิดเพี้ยนเมื่อออกจากปากผู้ที่ได้แต่งแต้มเติมสีให้มากความไปยิ่งขึ้น ว่าพ่อลูกทะเลาะเสียงดังลั่นแล้วลูกคิดจะทำร้ายพ่อจนโดนตำหนิอย่างรุนแรงโดยหวังจะสืบอำนาจเสียเองตามคำกล่าวลือไปก่อนหน้านั้นว่า จ้าวทัศน์คิดก่อกบฏ
“โถ ทำเป็นจะลาออกจากการเป็นพระมหาอุปราช ไม่รู้พูดทำไม พอเจ้าเหนือหัวนรสิงห์ได้ยินเท่านั้นแหละ ตวาดเสียงดังลั่นทุ่งเลยว่า เจ้าน่ะจะก่อกบฏไม่ใช่รึ จะมาลาออกทำไมกัน”
คนเล่าทำท่าราวกับรู้จริง หรือไปเห็นด้วยตามา “เกิดเหตุร้ายแรง ต่อปากต่อคำ ต่อหน้าขุนนางอำมาตย์ทั้งหลาย น่าจะเป็นการตัดพ่อตัดลูกกันอย่างเปิดเผย และอาจปลดจากตำแหน่งเสียด้วยซ้ำ” คนฟังตาโต กับเรื่องที่ได้ยิน
“ขนาดนั้นเชียวรึ ถึงว่า จ้าวทัศน์คงทั้งโกรธทั้งอาย และเสียดายตำแหน่ง เลยกินยาพิษ ขอลาจากไปง่าย ๆ เช่นนี้น่ะ” อีกคนรีบพูดขึ้นมากับเรื่องที่ได้ยิน
ทุกคนในกลุ่ม เชื่อตามคนเล่าว่า จ้าวทัศน์กินยาพิษด้วยทะเลาะกับเจ้าเหนือหัวนรสิงห์จริง ไม่มีแม้สักคน ที่จะคิดเป็นอื่นเลย
ทุกคนเออออห่อหมกไปตามเรื่อง พูดกันไปพูดกันมา ถึงเรื่องนี้ อย่างไม่เมื่อยปากทีเดียว
แต่ละข่าวแต่ละที่อาจผิดแผกแตกต่างกันไปตามแต่ผู้ที่ฟังมาแล้วเล่าต่อ อาจเติมจินตนาการส่วนตัวเข้าไปผนวกด้วย แต่ทั้งหมดในส่วนลึกของจิตใจต่างรู้สึกโศกเศร้าที่สูญเสียพระมหาอุปราชแห่งกรุงราฐมัณฑ์ไปอย่างคาดไม่ถึง แม้อาจมีบ้างในทำนองรู้สึกไม่ดีต่อองค์ท่านบ้างที่ท่านคิดจะก่อกบฏ
 
งานพระศพพระมหาอุปราชยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ โดยมิมีแม้แต่ผู้ใดที่จะเอ่ยถึงสาเหตุแห่งการสิ้นพระชนม์อย่างออกนอกหน้านอกตา อาจแค่ซุบซิบเฉพาะวงใน ทุกคนร่วมแรงร่วมใจจัดงานให้ยิ่งใหญ่ที่ท้องพระเมรุ
รอบพระเมรุมาศประดับตกแต่งด้วยสัตว์หิมพานต์จำนวนมาก บริเวณทั่วทุ่งพระเมรุมีกิจกรรมที่ทำให้ครึกครื้นผ่อนคลายความทุกข์โศก อาทิ โขน หุ่นมือ กายกรรม
ด้วยความรู้สึกจงรักภักดีต่อพระมหาอุปราช กอปรกับพระเมรุมาศที่งดงามตระการตา ยากนักที่จะได้เห็น ทั้งกิจกรรมมากมาย ทำให้ชาวบ้านร้านถิ่นมาร่วมงานจำนวนมากมายแทบทุกคืนและทั้งวันโดยพร้อมใจนุ่งขาวห่มขาวมาทั้งคราบน้ำตา เสียดายสงสารองค์ท่าน ครั้นเข้าร่วมกิจกรรมกลับมีเสียงหัวเราะพูดคุยอย่างสนุกสนานแทน กลายเป็นงานรื่นเริงมหรสพที่นาน ๆ จึงจะได้มาเข้าร่วม
ครั้นถึงวันสุดท้าย ไม่มีมหรสพให้หัวเราะชื่นบานกันแล้ว มีแต่เสียงร่ำไห้คร่ำครวญ เริ่มด้วยเสียงร้องไห้จากนางห้าม แล้วทุกผู้คนปล่อยโฮเสียงดังลั่นท้องพระเมรุและทั่วทุกหนทุกแห่ง
วินาทีที่เรียกน้ำตาให้พรั่งพรูอาบสองแก้มของทุกผู้คน คือช่วงที่ต้องจุดไฟบนกองฟืนกองใหญ่ที่มีไม้จันทน์ ไม้กฤษณา ไม้กลำพักและกำยาน เพื่อกลบกลิ่นอันไม่พึงประสงค์จากพระศพด้วยไม้เนื้อหอมชั้นเลิศราคาแพง
บ้างเป็นลมล้มพับลงไปนอนกองกับพื้น บ้างถือขวดยาหอมยาดมยาหหม่องกระตุ้นหัวใจไม่ให้เป็นลมตามเพื่อน ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ ส่วนใหญ่ถือผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาที่ไหลรินโดยไม่รู้ตัว บ้างใช้ผ้าแถบเกาะอกเช็ดน้ำตาป้อย ๆ ไม่มีผู้ใดหน้ายิ้มระรื่น มีแต่เสียงร้องไห้ลั่นระงมดังไปทั่ว ยิ่งทำให้ทุกคนร้องไห้ตามเสียงดังยิ่งขึ้น
หลังจากนั้นได้เคลื่อนขบวน ‘พระโกศ’ ที่บรรจุพระอัฐิและพระอังคารจากพระศพโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งตกแต่งสวยงามมาก ติดตามไปด้วยเรือเล็กหลายลำ มีพระสงฆ์นั่งเต็ม ซึ่งเป็นพระมีสมณศักดิ์สูงที่สุด
ขบวนเรือเล็ก ๆ หลายลำนี้ บรรทุกรูปปั้นสัตว์ต่าง ๆ เป็นรูปงู สัตว์เลื้อยคลาน เสือ สิงโต คางคก งูใหญ่ ค้างคาว ห่าน เป็ด สุนัข ช้าง แมว แร้ง ว่าว กา และสัตว์อื่น ๆ ซึ่งทำขึ้นมาคล้าย ๆ กันนั้น รูปสัตว์เหล่านั้นดูมีชีวิตชีวาเหมือนกับว่ามีชีวิต
สองฝั่งแม่น้ำลพบุรีที่ชิดใกล้พระราชวังนั้นคราคร่ำด้วยผู้คนที่มาถวายความจงรักภักดีเป็นครั้งสุดท้ายและได้ชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ซึ่งยากนักที่จะมีโอกาสมาได้ยล มีเสียงปืนใหญ่ ปืนครก กลอง ระฆัง แตร และเสียงหนวกหูประเภทอื่น ๆ อีก ดังมาให้ได้ยิน
หลังจากพระโกศประดิษฐานในวัดแล้ว ขบวนเรือทั้งหมดจะเผาไหม้ให้หมดสิ้นลงกลางสายน้ำเป็นการถวายพระเกียรติยศครั้งสุดท้ายแด่จ้าวทัศน์พระมหาอุปราชแห่งกรุงราฐมัณฑ์
 
ผู้เป็นที่รักปานดวงใจของคนทั่วหล้า
ปุบปับจากไปอย่างปัจจุบันทันด่วน
ย่อมก่อให้เกิดความรู้สึกเศร้าสร้อยโศกา
ร้องไห้ระงมทุกหย่อมหญ้าไม่เว้นแม้ผู้ใด

 



Create Date : 13 กรกฎาคม 2563
Last Update : 13 กรกฎาคม 2563 18:07:50 น.
Counter : 410 Pageviews.

0 comment
หนทางที่มิอาจเลี่ยงได้แม้แต่น้อย



 
          การเมืองที่ขัดแย้งอย่างชัดแจ้งระหว่างขั้วอำนาจเก่าและขั้วอำนาจใหม่ ย่อมทำให้หญ้าแพรกที่กลัวแหลกราญต้องเลือกข้างว่าจะสังกัดฝ่ายใด แต่บางทีบางคนไม่มีแม้แต่สิทธิ์ที่จะเลือกนะจะบอกให้
            หลังสิ้นเจ้าเหนือหัวนรลักษณ์แล้ว เจ้าเหนือหัวนรสิงห์ได้ขึ้นครองราชย์สืบแทน แต่อำนาจทางทหารส่วนใหญ่ยังอยู่ในกำมือของสมุหพระกลาโหมนายทหารเอกคู่พระทัยในการรบทัพจับศึกเคียงบ่าเคียงไหล่กับเจ้าเหนือหัวนรลักษณ์จนได้ประกาศเป็นเอกราชไม่ขึ้นตรงต่อพม่า
            ตำแหน่งเจ้าเหนือหัวอาจดูเหมือนมีอำนาจใหญ่โตคับฟ้า แต่ผู้ที่มีอำนาจทางทหารสูงสุดคือผู้มีอำนาจรองลงมา ที่อาจจะช่วยค้ำจุนบัลลังก์ให้มั่นคงแข็งแรง หรืออาจสั่นคลอนให้ง่อนแง่นได้ ขึ้นอยู่กับการกลมเกลียวประสานเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของสองฝ่าย หรือความบาดหมางคลางแคลงใจระหว่างกัน
            เจ้าเหนือหัวนรสิงห์นับเป็นผู้ชาญฉลาดในการปกครอง แม้นอาจจะไม่เชี่ยวชาญในการศึก แต่สามารถปกครองบ้านเมืองให้สงบสุขได้ ด้วยการรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา รู้การใดควรทำและการใดควรละเว้น แบ่งปันสิ่งที่ต่างฝ่ายต่างพึงพอใจให้ลงตัว แล้วทุกอย่างน่าจะไปได้สวยตามที่คาดหวังไว้
 
            สมุหพระกลาโหมนับเป็นวีรบุรุษผู้หาญกล้าและทำคุณูประโยชน์นานัปการต่อกรุงราฐมัณฑ์ จึงเป็นที่นับหน้าถือตาและมีเกียรติยศอำนาจมากรองจากเจ้าเหนือหัวทีเดียว เรียกว่ารองเพียงหนึ่งแต่เหนือกว่าคนทั่วหล้า
แม้รัชสมัยต่อจากเจ้าเหนือหัวนรลักษณ์แล้ว เจ้าเหนือหัวนรสิงห์ยังให้ความเคารพนบนอบดุจเดิม นี่คือพระปรีชาในการรอมชอม ยกย่องผู้ที่มีอำนาจเก่า โดยไม่หักหาญราญน้ำใจกันซึ่ง ๆ หน้า
 
            นอกจากสมุหพระกลาโหมแล้ว บรรดานายทหารติดตามทั้งหลายยิ่งใหญ่คับฟ้าเช่นกัน
            เมื่อมีอำนาจ สิ่งที่ตามมาติด ๆ คืออะไรล่ะ ถ้าไม่ใช่ยศถาบรรดาศักดิ์ ศักดินาที่นานับไม่หวาดไม่ไหว เงินทองทรัพย์สินลอยมาตามลมได้ดั่งใจนึกฝัน แทบจะชี้ไม้เป็นนก ทุกคนย่อมเห็นเป็นนกเช่นกัน ทุกคนในอำนาจเก่านี้หลงระเริงในอำนาจที่ได้มาจากหยาดเหงื่อแรงงาน การพลีชีพเพื่อชาตินานนับหลายสิบปีในสมรภูมิรบ
            สิ่งที่พวกเขาคิด ทรัพย์สินเงินทองที่ได้มาคือผลตอบแทนจากการอุทิศหยาดเหงื่อแรงกายพลีชีพปกป้องประเทศในยามศึกสงคราม ที่อาจเอาชีวิตไม่รอด ถ้าต้องเพลี่ยงพล้ำ มันคือสิ่งที่ควรได้ มันคือผลพลอยได้
            แม้นอาจมีบางคนคิดว่านี่คือการฉ้อราษฎร์บังหลวง เบียดบังทรัพย์สินที่ควรตกเป็นของรัฐเข้าพกเข้าห่อตัวเองอย่างหน้าด้าน ๆ ใช้อำนาจบีบบังคับคนที่ไม่มีทางสู้ให้ยอมตามโดยไม่เต็มใจ
            เขาว่ากันว่า เมื่อคนขึ้นหลังเสือได้ย่อมยากนักที่จะลงจากหลังเสือ เพราะอะไร
ถ้าลงจากหลังเสือทันทีทันใด อาจโดนเสือตัวอื่นตะปบงับกัดกิน เพราะผู้ที่อยู่บนหลังเสือทุกคนย่อมอยากเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น แล้วเสือตัวที่รับใช้เจ้านายมันคงอยากเป็นเจ้าป่าเช่นกัน
ถ้าอยู่บนหลังเสือต่อไป คนทั่วหล้าต่างยกย่องและหวาดกลัวราวกับตนเป็นเสือเช่นนั้นแล จึงยากนักที่บรรดาลิ่วล้ออยากจะให้เจ้านายตนลงจากเสือ เพราะมีทุกสิ่งอันให้เลือกกินได้ตามอัธยาศัย
เมื่อสมุหพระกลาโหมโดนบรรดาบ่างช่างยุกรอกหูทุกเช้าค่ำ ถึงจะเป็นทหารที่แกล้วกล้าแต่จิตใจย่อมอ่อนไหวตามคำของคนใกล้ชิดที่พูดกรอกหูทุกเช้าค่ำ
เมื่อกาลเวลาผ่านไปจากความลังเลสงสัยเคลือบแคลงกลายเป็นความเกลียดชังและริษยาอาฆาต จนแสดงออกอย่างเปิดเผยให้อีกฝ่ายรับรู้
 
            จ้าวทัศน์ในตำแหน่งพระมหาอุปราช คือขั้วอำนาจใหม่ที่หวังเด็ดปีกขั้วอำนาจเก่าอยู่หรือเปล่า ไม่มีใครรู้ใจจริง แต่คงไม่มีใครหรอกที่เมื่อได้โอกาสครองอำนาจแล้ว อยากอยู่ใต้อำนาจเก่า จริงไหม
จ้าวทัศน์รับรู้แล้วว่าการก้าวสู่อำนาจสูงสุดคงโดนขัดขวางแน่ ถ้าไม่แก้ไขเสียก่อน ไม่แน่นัก แม้แต่ตัวเราอาจไปไม่รอด ด้วยฝ่ายตรงข้ามมีอำนาจเต็มมือและคงไม่ต้องการให้ใครมาเลื่อยขาเก้าอี้ให้เซแม้แต่น้อย ถึงขั้นประกาศเป็นอริอย่างเปิดเผยเช่นนี้ จะร้องเพลง “ถอยดีกว่า” คงไม่ได้อีกแล้ว
ทำไมขั้วอำนาจเก่าจึงคิดว่าพระโอรสกับพระบิดาต่างกัน
เมื่อพระบิดาทำเฉยได้ แต่พระโอรสมีทีท่ารุกคืบด้วยการสับเปลี่ยนกองกำลังและฝึกปรือกำลังในสังกัดให้มาทัดเทียม
เช่นนี้แล้วมิแสดงว่า องค์ท่านเตรียมพร้อมจะเปลี่ยนแปลงประเทศหรอกรึ แล้วข้าเก่าเต่าเลี้ยงอย่างพวกเราจะพลอยโดนอับเปหิออกด้วยหรือเปล่าหนอ
คำถามต่าง ๆ ทำให้เกิดจุดเล็ก ๆ เป็นรอยร้าวที่แผ่ขยายวงกว้างโดยอัตโนมัติ จนเป็นรอยร้าวลึกและแตกในที่สุด คงยากที่จะมาผสานเป็นเนื้อเดียวดังเดิม
            ครั้นจะยอมลงให้แก่คู่อริ คิดหรือว่าเขาจะยินยอมนับตนเป็นพวกได้ ไม่มีทางเสียล่ะที่ใครจะยอมคืนดีกับคู่อริได้อย่างสนิทใจ ดุจดังแก้วบางที่โดนทุบทิ้งแล้วยากจะผสานกลับคืนมาดุจแก้วเนื้อเดิม
            จ้าวทัศน์เมื่อเริ่มรู้ตัวว่า มีคนกลุ่มก้อนใหญ่ในฐานอำนาจเดิมไม่ชอบและไม่ต้องการให้ตนมีอำนาจ ได้มีทีท่าที่อ่อนลง นบนอบและให้เกียรติมากขึ้น แต่หาทำให้อีกฝ่ายรู้สึกต่อตนดีขึ้น กลับแสดงท่าทีที่แข็งกร้าวมากยิ่งขึ้น เลยทำให้คิดว่า เมื่อไม่ยอมคืนดีจงเป็นอริกันต่อไปเถิด และคงไม่ยอมให้อีกฝ่ายมาย่ำยีกันได้ง่าย ๆ อีกต่อไป
            คนเราเมื่อเกลียดขี้หน้ากันแล้ว คงยากที่จะกลับมารักใคร่และดีต่อกัน
 
            ฝ่ายหลวงพิชัยที่หลงรักแม่หญิงบัวหลานสาวของสมุหพระกลาโหมอย่างหัวปักหัวปำจนโงหัวไม่ขึ้น แล้วโดนสมุหพระกลาโหมพรากแม่หญิงบัวไปแต่งงานกับหนุ่มคนอื่นต่อหน้าต่อตาโดยมิอาจต่อต้านขัดขวางแม้แต่น้อย ได้แต่หน้าชื่นอกตรมจนหมองไหม้ และไม่คิดจะญาติดีกับสมุหพระกลาโหมอีกต่อไป
            แค้นนี้ต้องชำระ แต่จะหาโอกาสแก้แค้นได้เมื่อไหร่ นี่สิน่าสงสัยยิ่งนัก อาจโดนถล่มเสียเองอย่างยับเยินจนถอยกรูดหันหลังวิ่งหนีแทบไม่ทันก็เป็นได้ แต่ราตรีนี้ยังอีกยาวนานนัก ใครจะออกหัวออกก้อย คอยดูกันต่อไป
            ตัวเองเป็นแค่หนูตัวเล็ก ๆ แต่สมุหพระกลาโหมเปรียบประดุจดังราชสีห์ แล้วหนูตัวน้อยนี้จะมีโอกาสขย้ำคอราชสีห์ได้ฤา น่าสงสัยยิ่งนัก อาจเป็นได้แค่ฝันลม ๆ แล้ง ๆ รึเปล่าเนี่ย
            ทั้งจมื่นศรี หลวงเดช หลวงพิชัยซึ่งเป็นทหารเอกกรมทหารรักษาพระองค์ จำเป็นต้องอยู่ฝ่ายจ้าวทัศน์แน่นอน อย่างไม่มีข้อสงสัย ไม่มีแม้แต่สิทธิ์ที่คิดจะไปอยู่ฝ่ายตรงข้าม มันเป็นเส้นทางที่ต้องเดินและบังคับให้ก้าวต่อไป แม้ในใจอาจรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงอยู่บ้าง เพราะอีกฝ่ายมีอำนาจที่จะข่มเหงรังแกกันง่าย ๆ ได้
            คงเป็นไปไม่ได้อีกเช่นกัน ที่จะยอมสยบอยู่ใต้อำนาจของอีกฝ่าย เมื่อเขาประกาศชัดแจ้งเสียเช่นนั้น เกลียดขี้หน้าเจ้านาย มีหรือลูกน้องจะหนีพ้น ปลาในเข่งเดียวกัน เมื่อจะทิ้งคงไม่เลือกทิ้งบางตัวเป็นแน่แท้ คงต้องเหมารวมทั้งเข่ง เช่นนี้จะถอยคงไม่ได้ นอกจากเดินหน้าสู้ ส่วนสู้แล้วจะแพ้หรือชนะอีกเรื่องหนึ่ง คอยดูกันฉากต่อไป
            เมฆพยับหมอกมืดครึ้มเสียเช่นนี้ ทำให้อะไร ๆ ปั่นป่วนไปหมดแม้แต่ท้องไส้ แล้วจะทำเช่นไร วิ่งเข้าชน ถอยหนีตั้งหลัก แต่คงอยู่เฉย ๆ ไม่ได้แล้ว รุกฆาตกันถึงเพียงนี้ สู้ก็ตาย ถอยก็ตาย แล้วจะตายเช่นไรดี
            ถ้าทำเฉยหรือถอยกรูด คงต้องตายหยังเขียดหรือตายอย่างหมากลางถนน คงไม่ตายดีแน่ แต่ถ้าสู้ อาจมีโอกาสชนะก็เป็นได้ ถ้าฝึกปรือฝีมือให้กล้าแกร่งเทียมทัด
 
            เมื่อเริ่มใกล้ถึงทางตัน ลองอ่านตำราค้นคว้าหาทางผ่อนหนักเป็นเบา เผื่อจะมีหนทางบ้าง
            ทั้งสามต้องร้อง โอ้โฮเฮะ หลายต่อหลายตลบ เพราะในประวัติศาสตร์ของการช่วงชิงอำนาจในต่างแดนแต่ครั้งอดีตกาลนั้นน่าสยดสยองยิ่งนัก
การฆ่าล้างโคตรเกิดขึ้นจริง ๆ และฆ่ากันอย่างโหดเหี้ยมทารุณเพื่อให้หมดเสี้ยนหนาม รวมทั้งให้คนอื่นที่คิดจะท้าทายในทำนองเดียวกันได้หดหัวในกระดองเต่า
            เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้จริง ๆ พวกลิ่วล้อนี่น่ากลัวเพราะคอยยุแยงตะแคงรั่วให้เหตุที่ไม่มีกลายเป็นมีเหตุขึ้นมาได้ และคอยถ่างขยายแผลเล็ก ๆ ให้กลายเป็นแผลเหวอะหวะ โดยไม่คำนึงถึงผลร้ายแรงที่จะตามมา
ขอแต่เพียงให้พวกตนคงอำนาจต่อ อีกฝ่ายจะเป็นไรชั่งหัวมัน และใครจะล้มหายตายจากอีกมากมายจากผลแห่งความโลภนี้ก็เป็นเวรกรรมของพวกมัน ไม่ใช่พวกเรานะ ไม่รู้ใช้สมองส่วนไหนคิด สามหนุ่มได้แต่ปลงกับปลง
แล้วนี่พวกเราจะหาทางสู้ด้วยวิธีใดดี
มดตัวเล็กกระจิดริดฤาจะหาญกล้าสู้กับสิงโตเจ้าป่าได้ แต่อ่านนิทานอีสปมันต้องมีวิธีสู้บ้างหรอก อาจต้องขอเวลานานสักหน่อย
 
จ้าวทัศน์ที่เพิ่งจะดำรงตำแหน่งพระมหาอุปราชไม่นาน กลับกลายเป็นเป้านิ่ง ให้พวกมันแทงแล้วแทงอีก ยังหาหนทางต่อสู้ที่ดี ๆ ไม่ได้ นอกจากคิดสับเปลี่ยนกำลังในสังกัดของสมุหพระกลาโหมให้มีพวกของตนเข้าไปคานอำนาจบ้าง เพิ่มการฝึกอย่างเข้มข้นให้กับกรมทหารรักษาพระองค์
ฝ่ายพวกนั้นมีพรรคพวกมากกว่าที่คอยยุยงและกล่าวหา คอยหาทางเพ็ดทูลในท้องพระโรง ซึ่งโจมตีจ้าวทัศน์ว่าคิดแข็งข้อ นัยยะของมันในทำนองว่า จ้าวทัศน์คิดจะขึ้นเป็นเจ้าเหนือหัวแห่งกรุงราฐมัณฑ์เสียในเร็ววัน ซ่องสุมกำลังพลให้แข็งกล้าพร้อมจะกระทำสิ่งใดที่ไม่มีใครคาดคิดได้ถูก
ทั้งที่ในใจของจ้าวทัศน์ไม่ใช่คิดก่อการกบฎ เพียงแต่คิดทำให้บ้านเมืองแข็งแกร่งตามอย่างต่างชาติ และเพื่อปกป้องตนเองเมื่อรู้ว่ามีฝ่ายที่คิดล้มล้างอำนาจใหม่ของตน
 
ถึงแม้อีกฝ่ายจะไม่กล่าวโต้ง ๆ ออกมาว่า จ้าวทัศน์คิดก่อการกบฎ แต่นัยยะแห่งความหมายเป็นเช่นนั้นแถมซ้ำร้ายเที่ยวไปโพนทะนาทั่วร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ ทำให้ผู้คนทั่วไปคิดคล้อยตาม แม้แต่องค์เจ้าเหนือหัวพลอยได้รับรู้เรื่องราวเช่นนี้จากปากหลาย ๆ คนเสียอีก
ความหวาดระแวงแคลงใจขยายวงกว้างออกไปอย่างไร้ขอบเขต จากความคิดของคนเพียงหนึ่งที่คิดหาทางปกป้องผลประโยชน์ของตน กลายเป็นกลุ่มเพื่อนผู้มีพฤติกรรมฉ้อฉลเช่นกันได้สุมหัวกันว่า จ้าวทัศน์ผู้ฉลาดปราดเปรื่องและต้องการทำบ้านเมืองให้สะอาดไร้การโกงกินจะมาขัดรายได้ที่เคยมีมาของพวกตนที่ทำธุรกิจสีเทา
ความคิดที่จะใส่ไฟฝ่ายจ้าวทัศน์ให้ย่อยยับ มีทางเดียวคือ คำว่าก่อการกบฎ เพราะเป็นความผิดร้ายแรงที่สุด ที่ใคร ๆ ไม่อาจยอมยกโทษให้โดยไม่คิดต่อต้าน แม้แต่พ่อคงไม่ยอมให้ลูกก่อกบฏได้ง่าย ๆ เช่นนั้น
 
สิ่งที่ทำเหมือนดาบสองคม มองให้ดีก็ได้ มองให้ร้ายก็ได้
การสับเปลี่ยนกำลังพลในสังกัดของสมุหพระกลาโหมให้มีพวกของตนเข้าไปคานอำนาจบ้าง เพิ่มการฝึกอย่างเข้มข้นให้กับกรมทหารรักษาพระองค์กลับกลายเป็นเป้าที่ทำให้ฝ่ายนั้นโจมตีว่าเป็นกบฎได้ง่ายขึ้น
สิ่งที่คิดดี เจตนาดี แต่ถ้าแปลความผิด ๆ มันก็ไม่แน่หรอกนาย คนทั่วไปอาจคิดว่าผิดก็เป็นได้
 
อันนินทากาเลเหมือนเทน้ำ ไม่ชอกช้ำเหมือนเอามีดมากรีดหิน
ฝ่ายตรงข้ามมองว่า การใส่ไฟไปเรื่อย ๆ สักวันไฟจะลุกไหม้อย่างรวดเร็วยิ่งกว่าไฟไหม้ฟาง และเมื่อนั้นสิ่งที่เริ่มจุดไฟจะเห็นผลได้ชัดเจน
ยุทธการใส่ไฟฝ่ายตรงข้ามนี้มีมานมนานกาเล  เชื่อเถอะ คงใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย ให้เสียงลือเสียงเล่าอ้างนี้สร้างความเกลียดชังฝ่ายตรงข้ามให้ได้มากที่สุด แล้วชาวบ้านที่ตกเป็นเหยื่อให้แพร่กระจายข่าวนี้ล่ะ ชอบยิ่งนักที่หลงคิดว่า ตนล่วงรู้ความลับ แล้วได้แพร่ขยายจากปากหนึ่งไปยังอีกหลายปากอย่างรวดเร็ว
คนที่คิดจะก้าวขึ้นสู่อำนาจจึงต้องฝึกให้เป็นคนที่แกร่ง ทนได้ทุกคำติฉินนินทา และต้องห้ามมีมลทินใด ๆ ให้อีกฝ่ายขุดคุ้ยมาด่าทอได้
จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสาม แต่ไม่ใช่เพิ่มทีละหนึ่งแล้ว มันกลายเป็นเรื่องที่รู้กันทั้งบ้านทั้งเมือง เสียงระเบ็งเซ็งแซ่ว่าจะมีการผลัดแผ่นดินจากพ่อไปสู่ลูกด้วยวิธีก่อให้เกิดสงครามกลางเมือง เลือดจะนองไปทั่วทั้งแผ่นดินทีเดียวเชียว เสียงนินทาว่าร้ายว่าลูกคิดกบฎกึกก้องไปทั่วท้องพื้นปฐพี
เสียงซุบซิบนินทาว่า ลูกอกตัญญู คิดจะล้มพ่อ หวังจะเป็นใหญ่ ไม่รอวันเวลาให้ล่วงเลยตามกาลอันเหมาะสม คนที่จะพลอยลำบากเดือดร้อน นอกจากทหารแล้ว คงเป็นตาสีตาสา ที่ตาดำ ๆ นี่แหละ ที่จะพลอยฟ้าพลอยฝนตามไปด้วย
บางเสียง พาลเลยไปถึงอดีตว่า เพราะพ่อแย่งบัลลังก์หลานมา ลูกเลยคิดจะแย่งบัลลังก์พ่อ
บางเสียงเอ่ยถึงอดีตว่า แท้ที่จริงคนที่สมควรได้บัลลังก์แต่แรก ไม่ใช่เจ้าเหนือหัวนรสิงห์ แต่เป็นพระโอรสของเจ้าเหนือหัวนรลักษณ์ต่างหาก
ผู้ที่รู้บ้างไม่รู้บ้าง กลายเป็นคนดังประจำวงสนทนา ที่ได้อธิบายขยายความเรื่องของเจ้านาย
น้ำหยดลงหินทุกวัน หินมันยังกร่อน หัวใจอ่อน ๆ มีหรือจะทนทานได้ ไปที่ใดทุกแห่งหนตำบลเซ็งแซ่แต่เรื่องนี้ ใคร ๆ พูดกันไปทั่ว ไม่เว้นแม้แต่ลูกเล็กเด็กแดงที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่
เมื่อเหตุการณ์พลิกผันไปเช่นนี้ จ้าวทัศน์จะคิดก่อการกบฎจริง ๆ ตามเสียงลือหรือไม่ เพื่อตัดกำลังของฝ่ายตรงข้ามให้หมดสิ้นไป แล้วถ้าคิดจะทำจริงจะทำได้สำเร็จหรือไม่ เป็นคำถามที่หลายคนคิด แต่หามีใครตอบไม่
จ้าวทัศน์จะมีวิธีจัดการกับศัตรูทางการเมืองตัวฉกาจอย่างสมุหพระกลาโหมได้หรือไม่ และด้วยวิธีใด หรือยอมแพ้ไม่คิดสู้แม้แต่น้อย
 
อันปากคนนั้นยาวกว่าปากกา
จากหนึ่งกระจายไปหลายทิศทาง
จากคนดีที่เจตนาทำเพื่อชาติ
กลับกลายเป็นคนคิดร้ายไปได้

 
 



Create Date : 13 กรกฎาคม 2563
Last Update : 13 กรกฎาคม 2563 17:58:23 น.
Counter : 202 Pageviews.

0 comment
คุยกันหน่อย ก่อนอ่าน ทองนพคุณ




เพราะฟ้าลิขิตขีดเส้นใต้ บังคับเส้นทางให้ก้าวเดิน ดลบันดาล

เพื่อให้เป็นจอมราชันย์สร้างความยิ่งใหญ่ให้แก่ผืนปฐพี

บนเส้นทางที่ขรุขระเต็มไปด้วยขวากหนาม อุปสรรคร้อยแปด

มิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แม้จะเกิดมาเป็นเจ้า แต่มิได้รับเป็นเจ้า

ทุกสิ่งลิขิตมาเพื่อท้าทายฝีมือสติปัญญาอย่างอาจหาญทรนง

ก้าวข้ามผ่านแต่ละก้าว มีทั้งกลิ่นคาวเลือดและน้ำตาที่ไหลนอง

จนก้าวมาเป็นจ้าวเหนือหัว ทรงพระนาม “ทองนพคุณ”

หมายถึง ทองเนื้อแท้บริสุทธิ์ หรือ ทองร้อยเปอร์เซ็นต์

ได้รังสรรค์แผ่นดินถิ่นเกิดจนเป็นแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง

ชาวประชาหน้าใส ร่ำรวยกันถ้วนหน้ายิ่งกว่ายุคใด ๆ ที่ผ่านมา
คุยกันหน่อย ก่อนอ่าน
          ก่อนมาเป็นนิยายเล่มนี้ ได้อ่านประวัติศาสตร์ไทย ประวัติของพระมหากษัตริย์สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี คิดเองเออเองว่าพลอตเรื่องมีแล้ว แค่เติมสีสรรค์เข้าไปคงเป็นนิยายได้กระมัง
            ไม่กล้าที่จะเอ่ยปากว่าเป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์ หรือ based on true story เพราะที่จริงมันก็ไม่ใช่ ถึงแม้เค้าโครงจะเอื้อนเอ่ยใกล้เคียงบ้างก็ตามที เพราะได้เติมแต่งจินตนาการ ความคิดเพ้อฝัน ปะติดปะต่อให้เป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมามากเกิน จนบางคนจะเถียงคอเป็นเอ็น
            คิดในใจว่าเรื่อง “ทองนพคุณ” จะมีใครอยากอ่านสักกี่คนกัน แต่เมื่อตั้งใจทำสิ่งใดมักทำให้สำเร็จมาตลอด อาจไม่มีใครอ่านสักคน ตัวเราก็ได้อ่านและได้ทำในสิ่งที่อยากทำ
            นิยายเรื่องนี้ค่อนไปทางหาเหตุผลให้แก่เจ้าเหนือหัวทองนพคุณ ในชีวิตที่เต็มไปด้วยขวากหนามและพบเจอแต่เรื่องเลวร้าย จนบันทึกหลายหน้ากล่าวหาค่อนขอดในทางร้ายเสียมากกว่าดี
ถ้าลองพิจารณาในอีกมุมหนึ่ง อาจพอมองเห็นความเป็นไปได้ที่เกิดขึ้นในทิศทางที่ตรงกันข้าม
            แม้ว่าผู้ชนะคือผู้บันทึกประวัติศาสตร์และมักจะเป็นคนเก่งคนดีเต็มร้อย ส่วนผู้แพ้จะโดนกล่าวหาว่า คิดคดทรยศหรือเนรคุณต่อผู้มีพระคุณหรือราชวงศ์ แต่ใช่ว่าจะมีแต่บันทึกของผู้ชนะเท่านั้นไม่ ทั้งคนต่างชาติและคนเห็นต่างได้พยายามบันทึกในสิ่งที่ตรงกันข้าม เพื่อให้คนรุ่นหลังมองเห็นอีกมุม
            การมองอดีตอย่างให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง อาจโดนค่อนขอดว่าบิดเบือน ถ้าบังเอิญคิดเห็นต่างกับผู้อ่าน แต่เชื่อเถอะ ไม่มีใครดีเต็มร้อย และแย่ไปเสียทุกเรื่อง
            นิยายก็เป็นได้แค่นิยาย ไม่ใช่บันทึกประวัติศาสตร์ แต่เกิดจากจินตนาการของผู้เขียนที่พยายามให้ทุกคนมีตำหนิน้อยที่สุด
อย่าลืมว่า ทุกคนมีเหตุผลส่วนตัว และความจำเป็นในบริบทนั้น ๆ ที่คนรุ่นหลังอาจจะไม่เข้าใจ และพยายามไม่เข้าใจ รวมทั้งสิ่งที่ดลบันดาลให้เกิดขึ้น ที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงโชคชะตานั้น ๆ ได้
            อาจจะอ่านไม่สนุกเท่าที่ควร แต่ได้สาระครบถ้วนดีกว่าอ่านประวัติศาสตร์โดยตรงก็เป็นได้
 
พัทธดนย์

 




Create Date : 13 กรกฎาคม 2563
Last Update : 13 กรกฎาคม 2563 6:55:53 น.
Counter : 311 Pageviews.

1 comment
นิยาย เรื่อง ทองนพคุณ โดยพัทธดนย์


นิยาย เรื่อง ทองนพคุณ โดยพัทธดนย์

สำนักพิมพ์พรรณี เกษกมล
หมวดหมู่วรรณกรรมไทย
วันที่วางขาย07 กรกฎาคม 2563
ความยาว253 หน้า (≈ 108,883 คำ)
ราคาปก200 บาท (ประหยัด 20%)
#MEB

เพราะฟ้าลิขิตขีดเส้นใต้ บังคับเส้นทางให้ก้าวเดิน ดลบันดาล

เพื่อให้เป็นจอมราชันย์สร้างความยิ่งใหญ่ให้แก่ผืนปฐพี

บนเส้นทางที่ขรุขระเต็มไปด้วยขวากหนาม อุปสรรคร้อยแปด

มิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แม้จะเกิดมาเป็นเจ้า แต่มิได้รับเป็นเจ้า

ทุกสิ่งลิขิตมาเพื่อท้าทายฝีมือสติปัญญาอย่างอาจหาญทรนง

ก้าวข้ามผ่านแต่ละก้าว มีทั้งกลิ่นคาวเลือดและน้ำตาที่ไหลนอง

จนก้าวมาเป็นจ้าวเหนือหัว ทรงพระนาม “ทองนพคุณ”

หมายถึง ทองเนื้อแท้บริสุทธิ์ หรือ ทองร้อยเปอร์เซ็นต์

ได้รังสรรค์แผ่นดินถิ่นเกิดจนเป็นแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง

ชาวประชาหน้าใส ร่ำรวยกันถ้วนหน้ายิ่งกว่ายุคใด ๆ ที่ผ่านมา
Seller Link: https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTU0MjQwMiI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjEyNjQ3NyI7fQ




Create Date : 08 กรกฎาคม 2563
Last Update : 11 กรกฎาคม 2563 13:58:08 น.
Counter : 377 Pageviews.

1 comment
สารบัญ ทองนพคุณ
7 มิตรภาพอันเกิดจากวัยเยาว์ สามหนุ่มเป็นเพื่อนกันมาแต่เด็ก มิตรภาพจึงยั่งยืน
13 ชาติกำเนิดไม่ชัดเจนว่าใครคือพ่อ พ่อที่แท้จริงของนายศรีคือใครกันแน่นะ
19 เมื่ออำนาจอยู่ในมืออย่ามั่นใจนัก อำนาจใช่สืบทอดต่อกันมาแต่อาจมีการแย่งชิง
25 ฝันเฟื่องอยากเป็นเจ้าเหนือหัว เพราะชาติกำเนิดอันไม่แน่ชัดจึงอยากได้ใคร่ดี
31 บ่างช่างยุก่อเกิดแผลเหวอะหวะ พรรคพวกของสมุหพระกลาโหมไม่พอใจจ้าวทัศน์
37 ต่างฝ่ายต่างต้องแย่งชิงฐานอำนาจ จ้าวทัศน์และสมุหพระกลาโหมแย่งชิงอำนาจกัน
44 รักแรกพบจะสมหวังหรือทำให้อกหัก หลวงพิชัยหลงรักหลานสาวของสมุหพระกลาโหม
50 รักของมหาดเล็กหนุ่มที่ไม่ได้เลือก เมียคนแรกอาจไม่ใช่เมียเอกที่ยกย่องให้เกียรติ
56 ถูกตาต้องใจของจมื่นศรี จมื่นศรีหลงรักแม่เอื้อยลูกสาวกำนัน
62 หนทางที่มิอาจเลี่ยงได้แม้แต่น้อย จ้าวทัศน์เขม่นกับพรรคพวกของสมุหพระกลาโหม
68 เศร้านี้สะท้านฟ้าสะเทือนดินยิ่งนัก จ้าวทัศน์ดื่มยาพิษปลิดชีพองค์เอง
74 ความลับที่ไม่มีใครรู้ข้อเท็จจริง จ้าวทัศน์สิ้นชีพเพราะต้องการหนีภัยหรือมีผู้วางยา
80 ข้อเท็จจริงหลายอย่างที่เกิดขึ้น ค้นหาสาเหตุที่แท้จริงในการสิ้นพระชนมจ้าวทัศน์
86 มันคงไม่ได้มาจากเหตุเดียวแน่เลย วิเคราะห์หาสาเหตุในหลาย ๆ ประเด็น
92 ขวากหนามหว่างเส้นทางรัก จมื่นศรีแต่งงานกับแม่เอื้อยลูกสาวกำนัน
98 สิ้นแผ่นดินองค์เจ้าเหนือหัว เจ้าเหนือหัวนรสิงห์สวรรคตในเวลาต่อมา
104 แผ่นดินเจ้าเหนือหัวศรีภาคย์ เจ้าเหนือหัวศรีภาคย์ประหารชีวิตออกพระนายไวย
110 ผลัดแผ่นดินใหม่ฟ้ายิ่งหม่นหมอง พี่น้องต่างมารดาโค่นบัลลังก์เจ้าเหนือหัวศรีภาคย์
116 จุดเริ่มแห่งอำนาจราชศักดิ์ ล้มล้างอำนาจเก่าและริบราชบาตรกลุ่มอำนาจเก่า
122 เสียใจเพราะรักแรกลาจากไปไกล แม่เอื้อยเสียชีวิตจากเหตุปราบกบฏออกพระนายไวย
128 ตำแหน่งใหม่แลกด้วยทายาทคนแรก ได้ตำแหน่งใหม่แต่ต้องสูญเสียเมียและลูก
134 แผ่นดินเจ้าเหนือหัวอินทร อำนาจใหม่เป็นของจ้าวอินทรแน่นอน
140 ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสแจ่มจ้าเสมอ เจ้าเหนือหัวอินทรครองราชย์ จ้าวอินทาขอบวชต่อ
146 เสี้ยนเล็กเสี้ยนน้อยเอาออกให้หมด ออกญาศรีวรวงศ์ปราบกบฏญี่ปุ่นในพิธีราชาภิเษก
152 หอกข้างแคร่คอยทิ่มแทงทำให้เรียบ ออกญาศรีวรวงศ์ปราบกบฏจ้าวธรรมา
  ออกญาก้าวแห่งชัยชนะจริงฤา หนทางแห่งความก้าวหน้าหรือจุดพลิกผันกันแน่
  โทษครั้งนี้ร้ายแรงด้วยข้อหาหนัก ความผิดรุนแรงข้อหากบฏล้มล้างพระราชพิธีแรกนา
  เจ้าขรัวจันทราช่วยให้พ้นคุก เจ้าขรัวจันทราขออภัยโทษให้ออกญาศรีวรวงศ์
  ไม่มีมิตรแท้ในการแย่งชิงอำนาจ หนทางสู่อำนาจอาจโดนเก็บหรือโดนแทงข้างหลัง
  ผิดซ้ำซากด้วยต้องชำระให้หายแค้น ออกจากคุกวันเดียวมีเหตุให้ต้องกลับเข้าไปอีกครั้ง
  ขอโอกาสไถ่โทษเพื่อรอดพ้นจากคุก จะออกจากคุกได้ ต้องยอมเสี่ยงตายไปออกรบ
  เขมรแข็งข้อไม่ยอมเป็นเบี้ยล่าง เขมรต้องการหลุดพ้นจากการเป็นประเทศราช
  ชื่อเสียงลือกระฉ่อนไปในทางร้าย ออกญาศรีวรวงศ์เป็นคนไม่ดีในสายตาของชาวบ้าน
  สามเส้าแห่งการก้าวไปสู่อำนาจสูงสุด ผู้ที่หวังในอำนาจสูงสุดมีอย่างน้อยสามกลุ่มก้อน
  เพื่อปกป้องราชวงศ์สุริเยนทร์ให้คงอยู่ จ้าวอินทาหาทางกำจัดออกญาให้พ้นเส้นทาง
  รอดพ้นด้วยหวังให้เป็นอีกเบี้ย เจ้าเหนือหัวอินทรทรงช่วยออกญาให้พ้นโทษ
  แก้เกมได้สำเร็จเลยต้องมีเมียอีกคน ออกญาหาทางแก้เกมให้พ้นจากข้อกล่าวโทษ
  รักครั้งที่สองของออกญาแสนจะหวาน ออกญาหลงรักแม่พุดเมียคนที่สองหมดหัวใจ
  เมื่อรักแล้วจำต้องร้างลาจากกัน แม่พุดเสียชีวิตขณะคลอดลูกขณะที่ออกญาออกศึก
  ทุกข์ครั้งนี้หนักหนาสาหัสยิ่งนัก การสูญเสียเมียและลูก 2 ครั้ง คงยากจะทำใจได้
  ความลับที่เป็นความลับตลอดกาล ความลับในชาติกำเนิดของออกญาว่าเป็นลูกใคร
  ความลับที่ได้เปิดเผยขึ้นมาอีกครั้ง จ้าวอินทาได้ล่วงรู้ดวงชะตาของออกญาศรีวรวงศ์
  ชีวิตที่ดำเนินต่อ หลังผ่านพายุร้าย ออกญากรำศึกนานนับ 6 ปี จึงได้โอกาสเข้ากรุง
  แรกพบประสบพักตร์ก็สะดุดรัก สามหนุ่มพบรักที่ถูกตาต้องใจและหวังจะครองคู่
  คำมั่นสัญญาจะรักชั่วฟ้าดินสลาย สามคู่หวานชื่นสมรักจนได้แต่งงานอยู่กินกัน
  หวังสร้างครอบครัวใหม่ที่สมบูรณ์ ชีวิตที่พร้อมจะมีบ้านที่พร้อมทั้งเมียรักและลูกเล็ก
  พยานแห่งรักแรกเห็นเป็นประจักษ์ ทายาทของพระยากลาโหมสุริวงศ์ได้ลืมตาดูโลก
  เด็กน้อยไร้เดียงสาแสนจะน่ารัก ลูก ๆ เติบโตมาด้วยความรักในบ้านเมืองที่สงบ
  รักของพ่อนั้นต้องยิ่งใหญ่เสมอ คำมั่นสัญญาของออกญาศรีวรวงศ์ที่ให้กับตนเอง
  ฝีมือโดดเด่นเหนือผู้ใดในใต้หล้า ออกญาศรีวรวงศ์ปราบกบฏญี่ปุ่นและกบฏล้านช้าง
  พระยากลาโหมศรีวรวงศ์ตำแหน่งใหม่ ออกญาได้เลื่อนยศเป็นพระยากลาโหมศรีวรวงศ์
  ถอยหนึ่งก้าวแต่เป็นการถอยก้าวสุดท้าย จ้าวอินทาเคยสละสิทธิ์การครองราชย์ แล้วต่อไปล่ะ
  หนทางที่ก้าวต่อแม้นจะเปื้อนเลือด จ้าวอินทาคือขวากหนามที่ต้องกำจัดเพื่อเจ้าฟ้าเชษฐา
  สัญญาณไม่ดีเมื่อจะผลัดแผ่นดิน ถ้าสิ้นเจ้าเหนือหัวอินทร ใครจะได้ครองราชย์
  เกมกลซ้อนกลยากนักจะรู้ใครชนะ ออกญาเสนาภิมุขไปลวงจ้าวอินทาให้ลาสิกขา
  สู้จนยิบตาเพื่อทวงคืนความยุติธรรม จ้าวอินทากับหลวงมงคลตั้งทัพต่อสู้ที่เมืองเพชรบุรี
  คำสั่งเสียสุดท้ายของจ้าวอินทา จ้าวอินทาบอกความลับให้เจ้าเหนือหัวเชษฐารู้
  เมื่อความหวาดระแวงได้เกิดขึ้นในใจ เจ้าเหนือหัวเชษฐาไม่ไว้วางใจพระยากลาโหมสุริวงศ์
  หลวงมงคลจอมขมังเวทย์ อัศวินคู่ใจจ้าวศรีศิลป์ยอมตายดีกว่าเสียสัตย์หานายใหม่
  เหลือเพียงสองที่ต้องขับเคี่ยวกัน เขาว่าพระยากลาโหมจะแข่งบารมีกับเจ้าเหนือหัวเชษฐา
  หรือนี่คือแผนการที่ได้เตรียมวางไว้ เจ้าเหนือหัวเชษฐาวางแผนเพื่อครองอำนาจเต็มรูป
  หนึ่งทำตัวเสื่อม อีกหนึ่งทำแต่งาน เจ้าเหนือหัวเชษฐาทำตัวเหลวไหล ไม่ยอมทำงาน
  ก้าวที่พลาดของเจ้าเหนือหัวเชษฐา เจ้าเหนือหัวเชษฐาคิดหวังเผด็จศึกปราบศัตรู
  เส้นทางชีวิตที่ลิขิตจากฟ้ามาแล้ว พระยากลาโหมศรีวรวงศ์จัดการฝ่ายเจ้าเหนือหัวเชษฐาได้
  เมื่อดาบมีสองคม คนมีสองด้าน มีทั้งคนให้กำลังใจและต่อต้านพระยากลาโหมศรีวรวงศ์
  ข่าวลือมั่วหมดทั้งข่าวจริงและข่าวลวง ข่าวลือหลังสิ้นเจ้าเหนือหัวเชษฐา
  เมื่อพยัคฆ์ร้ายโดนลูกเสือตะปบ เจ้าเหนือหัวเชษฐาคิดต่อกรกับพระยากลาโหมศรีวรวงศ์
  รู้ชาติกำเนิดแลกกับคำสัญญา บอกความลับในชาติกำเนิดของพระยากลาโหมศรีวรวงศ์
  เจ้าเหนือหัวอาทิตย์อีกก้าวของเกม จ้าวอาทิตย์ได้ขึ้นครองราชย์เป็นเจ้าเหนือหัวอาทิตย์
  คำสัญญาที่ไม่อาจรักษาสัตย์ได้ พระยากลาโหมศรีวรวงศ์สั่งประหารชีวิตพระนางอมรินทร์
  ในที่สุดคำทำนายได้เป็นจริง พระยากลาโหมศรีวรวงศ์ได้ขึ้นครองราชย์เป็นเจ้าเหนือหัว
  ออกญาเสนาภิมุข เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช เจ้าเหนือหัวทองนพคุณสั่งเก็บออกญาเสนาภิมุข
  แรงต้านมิได้มีเพียงหนึ่งเท่านั้น เมื่อมีศัตรูจึงกำจัดออกญากำแพงและออกญาพระคลัง
  ญี่ปุ่นเป็นไม้เบื่อไม้เมาหรือเป็นมิตร ออกขุนเสนาภิมุขก่อกบฏตั้งตนเป็นใหญ่เมืองนคร
  เริ่มฟ้าใหม่ชีวิตใหม่ที่ยิ่งใหญ่เหนือใคร เจ้าเหนือหัวทองนพคุณสั่งประหารเจ้าเหนือหัวอาทิตย์
  เจ้าเหนือหัวทองนพคุณจอมราชันย์ ชีวิตเยี่ยงเจ้าเหนือหัวที่มีพร้อมรวมทั้งพระสนมมากมาย
  ตำแหน่งใหญ่ครอบครัวย่อมใหญ่ตาม ลูกหลายคน ใครจะได้เป็นผู้สืบทอดอำนาจต่อมา
  ความยุ่งยากใจที่อาจเกิดตามมา กลุ่มขั้วอำนาจใหม่แย่งชิงอำนาจหลังสิ้นอำนาจเก่า
  จุดจบสุดท้าย ม่านได้ปิดลงแล้ว ชีวิตของเจ้าเหนือหัวทองนพคุณจอมราชันย์จบสิ้น



Create Date : 29 มิถุนายน 2563
Last Update : 29 มิถุนายน 2563 7:28:00 น.
Counter : 423 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  

สมาชิกหมายเลข 4665919
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



ดร.พรรณี เกษกมล นักเขียน ข้าราชการบำนาญ ครูซี 9 แนะแนว
New Comments