All Blog
ประวัติศาสตร์จีน

#หนังสือชุดประวัติศาสตร์จีน #พรรณี เกษกมล
1.         ฮ่องเต้ พ.ศ. 2556
            ชีวิตจริงที่ยิ่งกว่านิยายของจักรพรรดิจีนจากราชวงศ์ฉินยุคจิ๋นซีฮ่องเต้ จนถึงราชวงศ์ชิงยุคจักรพรรดิองค์สุดท้าย เรื่องราวของฮ่องเต้ การก้าวขึ้นสู่อำนาจและสร้างชาติจีนให้ยิ่งใหญ่ของฮ่องเต้
            ด้วยอำนาจของฮ่องเต้ทำให้สามารถครอบครองแผ่นดินจีนอันกว้างใหญ่ไพศาลได้ และทำให้จีนครองความยิ่งใหญ่เป็นมหาอาณาจักรมานานนับหลายพันปีจวบจนถึงปัจจุบัน การเรียนรู้ประวัติของฮ่องเต้จึงเท่ากับเรียนรู้การก้าวสู่ความยิ่งใหญ่ของประเทศจีนด้วย
 
2.         บัลลังก์มังกร1 ราชวงศ์ฉินกับฮั่น พ.ศ. 2562
ชีวิตของฮ่องเต้ผู้มีอำนาจสูงสุด ผู้ยิ่งใหญ่เหนือกว่าอ๋องทั้งปวงยุคจักรวรรดิตั้งแต่เริ่มต้นราชวงศ์ฉินจนถึงราชวงศ์ฮั่น ซึ่งเป็นช่วงที่จีนเข้มแข็งมากที่สุด มีอาณาเขตที่กว้างใหญ่ไพศาล และวางรากฐานแห่งอารยธรรมที่ทำให้จีนโลดแล่นโดดเด่นที่สุดจนถึงทุกวันนี้
การผลัดเปลี่ยนจากอำนาจหนึ่งไปสู่อีกอำนาจหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นไปอย่างเรียบง่ายหรืออุกฉกรรจ์จนเกินคาดคิด
            การที่ประเทศใดประเทศหนึ่งจะเจริญมั่งคั่งรุ่งเรืองหรือถดถอยลงล้วนแล้วแต่เกิดจากผู้นำสูงสุด ซึ่งฮ่องเต้เป็นตัวแทนของอำนาจที่มีมาเนิ่นนานของประเทศจีน และเป็นบุคคลที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งเพราะฮ่องเต้มีส่วนทำให้ประเทศจีนเป็นประเทศมหาอำนาจที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบัน แม้ว่าอาจจะสะดุดหยุดลงไปชั่วคราวหลังจากสิ้นสุดราชวงศ์ชิงและหมดสิ้นฮ่องเต้ไปด้วย
การเรียนรู้ เข้าใจประวัติของฮ่องเต้และยอมรับในความเป็นจีนอาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและเข้มแข็งเช่นกันกับจีน
 
3.         จูหยวนจาง #ตาแตม พ.ศ. 2563
จากชาวนาผู้ยากไร้ แร้นแค้น ไม่มีแม้ที่ฝังศพพ่อแม่และพี่ชาย ปราบดาภิเษกเป็นหมิงไท่จู่ฮ่องเต้ สถาปนาราชวงศ์หมิง พลิกฟื้นคืนแผ่นดินของชาวฮั่นให้เป็นของชาวฮั่นดังเดิม ทวงคืนจากชาวมองโกลที่ปกครองด้วยความอยุติธรรม สร้างความมั่นคง มั่งคั่งให้แก่ฐานรากแผ่นดินจีนถึงทุกวันนี้
ในยุคที่บ้านเมืองตกต่ำถึงขีดสุด เมื่อชาวฮั่นเจ้าของแผ่นดินรู้สึกโดนหยามเกียรติ ชาวมองโกลมายึดแผ่นดินของตน ทั้งบ้านทั้งเมืองต่างก่นบ่นว่า เพราะราชวงศ์หยวนเป็นต้นเหตุ จึงเกิดเหตุเภทภัยร้ายแรง
กลุ่มกบฏชาวฮั่นผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด อุดมการณ์การต่อสู้แพร่ขยายอย่างรวดเร็ว ทำให้จูหยวนจางที่จำต้องออกบวชเป็นภิกษุ เที่ยวเร่ร่อนภิกขาจารเพื่อหาอาหารยังชีพ ขอเข้าร่วมลัทธิบัวขาว
            ท้ายสุดแห่งอำนาจ จูหยวนจางผู้มากล้นด้วยอำนาจกลับกลายเป็นทรราช เข่นฆ่าเพื่อนพ้องน้องพี่ที่ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่จนหมดสิ้น ด้วยเกรงไปว่าตนจะสูญสิ้นซึ่งอำนาจ
 
4.         บัลลังก์มังกร2 ราชวงศ์หมิง #ตาแตม พ.ศ. 2563
ชีวิตจริงที่ยิ่งกว่านิยายของฮ่องเต้ผู้มีอำนาจสูงสุด ยุคจักรวรรดิที่ชาวฮั่นยิ่งใหญ่เหนือแผ่นดินจีน เริ่มจากชาวนาจีนผู้ไม่ยอมสยบใต้อำนาจมองโกเลีย
ราชวงศ์หยวนที่กดขี่ข่มเหงรังแกชาวฮั่นชาวจีนแท้ แต่สิ้นสุดราชวงศ์หมิงให้กับชาวแมนจูเลียราชวงศ์ชิง การผลัดแผ่นดินจากอำนาจหนึ่งไปสู่อีกอำนาจหนึ่ง
อาจเป็นไปอย่างเรียบง่ายหรืออุกฉกรรจ์จนเกินคาดคิด
 
5.         บัลลังก์มังกร 3 ยุคสามก๊ก #พัทธดนย์ เกษกมล พ.ศ. 2565
ฮ่องเต้คือผู้มีอำนาจสูงสุดของจักรวรรดิจีน และเป็นจีนหนึ่งเดียว แต่เมื่อมีผู้หนึ่งที่บังอาจเทียบรัศมี จะปราบดาภิเษกตั้งตนเป็นฮ่องเต้ในราชวงศ์ใหม่ แล้วฮ่องเต้ยุคสามก๊กมีถึงสามพระองค์ จากสามราชวงศ์
ยุคนี้แผ่นดินจีนร้อนเป็นไฟ มีศึกสงครามทุกหย่อมหญ้า ก๊กเล็กก๊กน้อยเต็มไปหมด สู้กันไปมาจนเหลือสามก๊กใหญ่ แล้วปราบดาภิเษกตั้งตนเป็นฮ่องเต้
ชุดบัลลังก์มังกร เล่มที่ 3 เป็นเรื่องราวของฮ่องเต้จากสามราชวงศ์ ที่แผ่นดินจีนแตกแยกเป็นสามส่วน เรื่องยุ่ง ๆ ของการเข้าสู่อำนาจ การดำรงคงอยู่ และส่งต่อลูกหลาน การแก่งแย่งชิงดีในราชสำนัก รวมถึงการล่มสลาย  สิ้นราชวงศ์และเข้าสู่ราชวงศ์จิ้น
อำนาจที่ยิ่งใหญ่ล้นฟ้า เปลี่ยนมือคนแล้วคนเล่า เป็นเรื่องที่น่าสนใจใฝ่รู้ว่าเกิดได้เยี่ยงไร ถึงการเข้าสู่อำนาจ การครองอำนาจในมือ และสิ้นสูญอำนาจ
 
 
 
6.         ยุทธวิถีผู้กล้าแห่งสามก๊ก #ทิตา พ.ศ. 2566
สามก๊ก วรรณกรรมอันลือลั่นของจีน มีตัวละครจริงในประวัติศาสตร์ ในช่วงสงครามแก่งแย่งอำนาจและแผ่นดิน เล่ห์เหลี่ยม กลยุทธิ์เยี่ยมยอด เพื่อเอาชนะอีกฝ่าย นอกจากฝีมือการรบ การเอาชนะ  ทำให้ได้เรียนรู้ยุทธวิถี tactics ที่จำเป็นต้องมี จึงจะอยู่รอด และอยู่อย่างผู้ชนะ บทเรียนที่มีประโยชน์ต่อคนรุ่นหลังในการเก็บเกี่ยวและนำมาใช้
 
7.         อำนาจพลิกขั้ว มังกรผงาดฟ้า พรรณี เกษกมล 4/3/2567
อำนาจเปลี่ยนมือ พลิกผืนฟ้า ผลัดแผ่นดินจีน เรียนรู้เรื่องราวแห่งอำนาจ ที่ไม่ได้จีรังยั่งยืน อำนาจที่ยิ่งใหญ่เป็นเจ้าชีวิต เหนือทุกผู้คนใต้หล้า ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่คับฟ้ามากล้นเพียงใด ในวันนี้  พรุ่งนี้อาจดับสูญสลาย หดหายมลายสิ้น
การก้าวขึ้นมายิ่งใหญ่และสืบทอดอำนาจส่งต่อให้ลูกหลาน ได้ครองบ้านครองเมือง เสพสุขมิรู้สิ้น จะได้นานสักเท่าใดไม่รู้ พอสิ้นวาสนาจำต้องส่งต่อให้กับคนที่มีอำนาจสูงส่งเหนือกว่าอย่างจำใจ
บทเรียนจากจีน ประเทศที่ยิ่งใหญ่เรืองอำนาจ จากยุคเริ่มรวมตัวเป็นจักรวรรดิ มหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกร จวบจนสิ้นอำนาจราชวงศ์ ฮ่องเต้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเหนือแผ่นดิน หมดสิ้นไปจากผืนแผ่นดินจีน
เริ่มจากราชวงศ์ฉิน ราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ราชวงศ์ซิน ราชวงศ์ฮั่นตะวันออก
สามก๊ก ราชวงศ์จิ้นตะวันตก ราชวงศ์จิ้นตะวันออก
 
8.         อำนาจพลิกขั้ว มังกรผงาดฟ้า เล่ม 2 พรรณี เกษกมล 23/4/2567
อำนาจเปลี่ยนมือ พลิกผืนฟ้า ผลัดแผ่นดินจีน อำนาจที่ยิ่งใหญ่เป็นเจ้าชีวิต เหนือทุกผู้คนใต้หล้า ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนตามแต่ผู้มีพละกำลังสูงสุดในขณะนั้น
เมื่อไม่มีใครยอมใคร จึงมีฮ่องเต้หลายองค์พร้อมกัน แต่เมื่อมีผู้เก่งกาจจะรวบรวมจักรวรรดิยิ่งใหญ่ให้เป็นหนึ่งเดียวได้อีกครั้ง
บทเรียนจากจีน ที่ยิ่งใหญ่เป็นมหาจักรวรรดิ แตกแยกเป็น ห้าราชวงศ์
หรือ 5 ชนเผ่า ได้แก่ ซงหนู เซียนเปย เจี๋ย ตี เชียง และแบ่งเป็น 16 แคว้น แล้วมารวมตัวกัน สู้รบจนเหลือราชวงศ์เหนือใต้ รวมแผ่นดินเป็นหนึ่งอีกครั้งในราชวงศ์สุย แล้วผงาดยิ่งใหญ่เป็นราชวงศ์ถัง แต่สิ้นสุดด้วยขันทีที่เป็นอำนาจแฝง
 



Create Date : 23 เมษายน 2567
Last Update : 23 เมษายน 2567 6:30:37 น.
Counter : 48 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
สุยหยางตี้ฮ่องเต้
สุยหยางตี้ฮ่องเต้ พ.ศ. 1148 - 1160
12 ปีที่สุยหยางตี้ฮ่องเต้ได้ครองราชย์ เป็นฮ่องเต้องค์ที่ 2 และองค์สุดท้ายในราชวงศ์สุย
มันเกิดอะไรขึ้นล่ะ
ด้วยรู้ว่าพระบิดาเป็นคนประหยัดมัธยัสถ์ จึงสร้างภาพเป็นคนประหยัดเฉพาะต่อหน้าพ่อ
นี่แม่คงสอนมานั่นแหละ เพื่อหวังให้พ่อเปลี่ยนใจมาสนับสนุนตน แทนที่จะให้โอกาสแก่พี่ชายคนโตตามจารีต
ยอมอดทนแสดง นิสัยประหยัดให้พ่อรัก
เพื่อมุ่งหวังในสิ่งที่จะได้ มันคุ้มค่ามาก ๆ กับการสร้างภาพ
ด้วยนิสัยที่แท้จริงเป็นคนฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อชอบรักสนุก รักความโก้หรูหรา

เมื่อได้อำนาจ นิสัยแท้จริงจึงปรากฏออกมา
บ้านเมืองเคยชินกับการประหยัดมัธยัสถ์ในสมัยของฮ่องเต้ผู้เป็นพ่อ
สุยเหวินตี้ฮ่องเต้มองเห็นว่า ประชาชนยากแค้นอับจนเสียเป็นส่วนมาก จึงไม่ขูดรีดเก็บภาษีอย่างรีดนาทาเร้น
คำนี้แปลว่าอะไร เก็บบ้างนิดหน่อยมั้ง
สุยหยางตี้ฮ่องเต้มีนิสัยที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง มองเห็นความต้องการของตนเป็นใหญ่ ต้องการเสพสุขเสียให้สิ้น สมกับที่ต้องแกล้งแสดงตนให้พ่อชื่นชมมาเสียนมนาน
ผู้พ่อเห็นใจชาวบ้าน ไม่รีดนาทาเร้น
ผู้ลูกขูดรีดตามที่ต้องการ เพื่อหวังเสพสุข
เมื่อมีอำนาจสั่งการได้ทุกอย่าง ขาดคนคอยขัดขวางแล้ว จึงสร้างเรือขนาดใหญ่ให้ชื่อว่า เรือมังกรจะได้สมฐานะและอำนาจที่มีอยู่

นี่คือผลงานชิ้นโบว์แดง
เรือขนาดใหญ่โตมโหฬาร
กับลำคลองที่กว้างพอ
ให้เรือใหญ่แล่นผ่านไปได้
และยาวมากตามต้องการ
เพื่อแล่นเรือเที่ยวชมทั่วเมือง

เมื่อมีเรือมังกรจำต้องมีคลองขนาดใหญ่เพื่อให้สามารถล่องเรือมังกรเที่ยวชมบ้านเมือง ไปในท้องถิ่นที่ไม่เคยมีลำคลองมาก่อน
ด้วยความคิดที่ทำใหญ่เกินตัว จึงได้เกณฑ์ไพร่พลมากมาย เพื่อขุดคลองขนาดใหญ่ สิ้นงบประมาณจำนวนมหาศาล แทบจะเรียกได้ว่าเกือบหมดท้องพระคลังเลยทีเดียว หรืออาจจะหมดไปแล้วก็ได้
เงินที่พ่อเก็บหอมรอมริบ ประหยัด โดนลูกผลาญจนหมดสิ้น แล้วขูดรีดภาษีจากชาวนาผู้ยากไร้
เมื่อต้องการเงินจำนวนมากมายมหาศาล วิธีการที่ทางการจะหาเงินได้ มาจากไหนล่ะ ถ้าไม่ใช่จากการรีดนาทาเร้นอย่างโหดร้ายทารุณ
ประชาชน ชาวบ้านที่เคยตาดำ ๆ คงเหลืองอ๋อย ด้วยไม่มีอาหารพอยาไส้ หรือแดงก่ำด้วยแรงแค้นสุมอก ที่ไม่รู้จะทำฉันใดได้ นอกจากอดทนรอวันของตน
เงินทองแทบไม่มีสำรองเลี้ยงชีพ แต่ปูยังโดนรีดเลือด จนปูคิดว่าตายกับอยู่ คงมีค่าเท่ากัน สู้ลองเสี่ยงลุกฮือขับไล่ผู้บ้าอำนาจคนนี้ เพื่อแลกกับชีวิตใหม่ที่อาจดีกว่าเดิม

อย่าหลงคิดว่า ชาวบ้านตาดำ ๆ
ที่ดูไร้พิษสง ยอมทำตามทุกสิ่งอัน
จะลุกมาต้านอย่างทระนงในสักวัน
เมื่อเหลืออดเหลือทน คงจำต้องสู้

มีหรือที่ประชาชนจะรู้สึกชื่นชมกับเรือมังกรและคลองขนาดใหญ่ที่สนองกิเลสของคนเพียงคนเดียว ความรู้สึกเกลียดชังของผู้คนทั่วทั้งแผ่นดิน เพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็ว และคงส่งต่อยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง
จากปากต่อปาก แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว
ด้วยแรงแค้นที่สุมอก ต้องจำทนทำ อย่างไม่มีทางเลี่ยง
ถ้าเป็นสมัยนี้ กลุ่มไลน์ สายคงแทบมอดไหม้ ส่งต่อมือเป็นระวิง
แค่สร้างเรือมังกรกับขุดคลองขนาดใหญ่ทั่วแดนแผ่นดิน ยังไม่หนำใจ
เมื่อสุยหยางตี้ฮ่องเต้คิดปรับปรุงบูรณะกำแพงเมืองจีนอีก พร้อมทั้งเกณฑ์ไพร่พลจำนวนมากไปรบกับเกาหลี
งานใหญ่หลายงานประเดประดังเข้ามาพร้อมกัน ทั้งแรงงานไพร่พล ทั้งเงินทองที่จำต้องใช้ มันมากเกิน มันเหลืออดเหลือทนแล้วนะ
ความอดทนของไพร่ฟ้าซึ่งหน้าไม่ใสเสียแล้วในตอนนี้ จึงเหลือน้อยเต็มที แม้แต่ข้ารองพระบาททั้งหลาย ต่างคิดเห็นตรงกันว่า สมควรเปลี่ยนผู้ครองอำนาจเสียที

ไม่รู้เวลา จังหวะอันเหมาะควร
อยากได้ใคร่ดี จำต้องได้ในทันที
ผลเป็นไงล่ะ เมื่อทุกผู้คนเซ็งระเบิด

สุยหยางตี้ฮ่องเต้เป็นคนโหดร้ายทารุณและชอบการสงคราม จะลงโทษทารุณประชาราษฎร์ที่ขัดขืนไม่ยอมทำตามคำสั่ง ในการสร้างคลองขนาดใหญ่ จากเหนือจรดใต้ รวมทั้งการบูรณะกำแพงเมืองจีนและรบกับเกาหลี
พวกชาวบ้านไม่เข้าใจว่า ทำไปทำไม
คำสั่งของสุยหยางตี้ฮ่องเต้ จึงมีแต่เรื่องที่ไร้สาระมาก ๆ
ชาวบ้านขนานนามคลองนี้ว่า ลำน้ำเลือดหรือต้ายุ่นเหอ ซึ่งมีความยาวของลำคลองร่วมสองพันกิโลเมตร
ทำไมต้องขุดคลองที่ทั้งใหญ่และยาวเช่นนี้ เพราะสุยหยางตี้ฮ่องเต้ต้องการเยี่ยมชมอาณาจักรของพระองค์ให้ทั่วถึง
แค่กิเลสตัณหา ความอยากที่เกินตัว
เหตุผลนี้ อาจดูดี ก็ทำได้
ถ้าบอกว่า ต้องการรู้จักชาวบ้านอย่างแท้จริงแทนการฟังจากขุนนางท้องถิ่น จะดูดีกว่านี้มั้ย
ทว่ามันดูมากเกินไป เหมือนลงทุนขี่หลังช้างจับตั๊กแตนตัวเดียว
เหตุผลที่จะดูเข้าท่า คือพัฒนาทางสัญจรให้ชาวบ้านเดินทางสะดวกสบายมากขึ้น ในความเป็นจริง ไม่รู้ว่า ผู้มีสิทธิ์ใช้อาจแค่ฮ่องเต้เท่านั้น
เมื่อสุยหยางตี้ฮ่องเต้เป็นคนมีพระยศพระเกียรติมากมายชอบทำตัวให้สมพระเกียรติ เวลาเที่ยวชมทางเรือจึงต้องมีขบวนเรือที่ใหญ่โตตามไปด้วย เฉพาะขบวนเรือเสด็จยาวเป็นกิโลแล้ว
การสู้รบเพื่อหวังจะขยายอาณาจักรให้ยิ่งใหญ่เกรียงไกร แต่ผลจากการรบ จีนพ่ายแพ้ต่อเกาหลีในสมัยโกรกูรยอถึง 3 ครั้ง
แผ่นดินจีนที่เคยเรืองอำนาจกลับต้องพ่ายแพ้ต่อประเทศเล็ก ๆ
ฮ่องเต้ย่อมไม่สบอารมณ์และต้องการเอาชนะมากขึ้น ยิ่งทุ่มทุนสร้างยิ่งล่มจม สุยหยางตี้ฮ่องเต้ถึงกับหมดอนาคตเพราะเรื่องพวกนี้

ความอดทนสิ้นสุดลงได้
เมื่อความเอือมระอากับความเบื่อหน่ายของข้ารองพระบาทที่มองเห็นแต่เรื่องไร้สมรรถภาพของสุยหยางตี้ฮ่องเต้มีมากขึ้นมา จนจุกคอหอยแล้ว ผนวกกับความรู้สึกเกลียดชังของไพร่ฟ้าทั่วแผ่นดินเกิดขึ้นพร้อมกัน
ความจำเป็นที่คอยส่งส่วยบำรุงบำเรอฮ่องเต้จึงลดน้อยถอยลงจนเกือบเป็นศูนย์ มีหรือที่สุยหยางตี้ฮ่องเต้จะสามารถอยู่ในอำนาจได้อีกต่อไป
การลุกฮือขับไล่จึงเกิดขึ้นและความสำเร็จก็ตามมาในทันที
หมดสิ้นอำนาจของสุยหยางตี้ฮ่องเต้และสิ้นยุคราชวงศ์สุย ซึ่งยิ่งใหญ่ด้วยการปราบดาภิเษกของผู้เป็นพ่อและหมดสิ้นอำนาจวาสนาในยุคของลูกเฉกเช่นเดียวกับราชวงศ์ฉิน

อาณาประชาราษฎร์ ไพร่ฟ้าหน้าใส
ขุนนางข้าราชบริพาร คนใกล้ชิดรายล้อม
ช่วยค้ำจุนบัลลังก์ให้อยู่ยงคงกระพัน
วันใดคับข้องใจ บัลลังก์ย่อมสั่นคลอน

อำนาจพลิกขั้วง่าย ๆ อีกครา
มีอำนาจได้ ด้วยผู้เป็นพ่อ
หมดอำนาจด้วยผู้เป็นอ๋อง
หลี่หยวนเป็นผู้ว่ามณฑลไท่หยวนในขณะนั้น มีบรรดาศักดิ์เป็นอ๋องครองเมืองถัง ได้ยกทัพเข้ายึดเมืองฉางอานราชธานีของราชวงศ์สุย ปลดสุยหยางตี้ฮ่องเต้ลงเป็นไท่ซ่างหว่างและแต่งตั้งหยางหยูหลานชายเป็นฮ่องเต้แต่ในนาม
ในขณะเดียวกันราชวงศ์สุยเองพยายามยกให้หยางทงน้องของหยางหยูขึ้นเป็นฮ่องเต้ต่อจากสุยหยางตี้ฮ่องเต้ เพื่อป้องกันอำนาจของหลี่หยวน
คนนั้นจะเอาอย่างนั้น
คนนี้จะเอาอย่างนี้
ให้นั่นจะเอานี่
เรื่องมากกันนัก
ชวดหมดอดเลยทุกฝ่าย

สองฝักสองฝ่าย คนละขั้ว
ต่างหวังต่ออำนาจของตน
แย่งชิงกัน ใครจะแน่กว่า
อีกฝ่ายบ่น ยุ่งกันนัก
ให้โน่นจะเอานี่นั่น
เลยเป็นใหญ่ซะเอง หมดเรื่อง

ภายหลังหลี่หยวนปราบดาภิเษกตั้งตนเป็นฮ่องเต้องค์แรกของราชวงศ์ถัง
การหมดสิ้นอำนาจวาสนาของผู้มีอำนาจสูงสุดของแผ่นดินด้วยการลุกฮือขับไล่จากประชาชนตาดำ ๆ ที่แทบจะไม่มีน้ำยาใด ๆ ในสายตาของฮ่องเต้เลย
ถ้าประชาชนอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข มีฮ่องเต้ที่รักใคร่ดูแลไม่ให้ลำบากยากแค้น การสูญสิ้นราชวงศ์สุยคงจะไม่อาจเกิดขึ้น
แบบนี้โทษใครได้ นอกจากทำตัวของตัวเอง
หลงในอำนาจมัวเมา คิดสิ่งใดย่อมได้ในสิ่งนั้น
สุดท้ายไม่เหลือสักสิ่งให้เชยชม แม้แต่ชีวิตก็หาไม่

อย่าหลงทระนงตนว่ายิ่งใหญ่คับฟ้า
ด้วยอำนาจที่มีนั้น ได้จากสิทธิ์ตามจารีต
หาใช่เกิดจากบารมีที่สร้างสมด้วยตนเอง
และไพร่ฟ้ากับขุนนางที่จงรักภักดีด้วยใจ
จึงสิ้นสุดอย่างน่าอนาถที่สุดในประวัติศาสตร์

ครั้งนี้สิ้นสุดด้วยการเอาชนะและแขวนคอสุยหยางตี้ฮ่องเต้ที่เมืองเจียงตูได้สมปรารถนาของผู้คนทั่วทั้งแผ่นดิน คงเป็นฮ่องเต้ที่ตายอย่างอนาถมากทีเดียว

ถ้าไม่ดีจริงไม่แน่จริง
ไม่ควรหวังในสิ่งที่เกินตัว
ผลสุดท้ายมันได้ไม่คุ้มเสีย

ในยุคสมัยนั้นการสร้างเรือมังกรและคลองขนาดใหญ่อาจไม่เป็นที่สบอารมณ์ของทุกคน แต่กลับกลายเป็นว่า นี่คือผลงานที่โดดเด่นที่สุดของสุยหยางตี้ฮ่องเต้ ต่ออนุชนคนรุ่นหลัง และกลายเป็นสิ่งที่มีคุณค่านับอนันต์ต่อแผ่นดินจีนในยุคต่อมา
ถ้าเพียงแต่สุยหยางตี้ฮ่องเต้จะสร้างเรือมังกรและคลองขนาดใหญ่ด้วยความคิดที่ว่าจะเกิดประโยชน์ต่อประชาชนผู้คนโดยทั่วไป และสามารถแสดงวิสัยทัศน์ให้ทุกคนได้มองเห็น และรับรู้ว่านี่คือ นวตกรรมของการคมนาคมขนส่ง อาศัยความร่วมมือร่วมใจและให้ค่าตอบแทนแก่ประชาชนที่ถูกเกณฑ์ฝีมือแรงงานมาอย่างที่ทุกคนพึงพอใจแล้ว
ไม่แน่ว่าสุยหยางตี้ฮ่องเต้อาจจะกลายเป็นที่รักใคร่ของผู้คนทั่วหล้าก็เป็นได้

การกระทำเดียวกันแต่เจตนาต่างกัน
ทำให้ผลที่เกิดขึ้นและผลกระทบที่ตามมา
แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพียงเพราะขาดเจตนาที่ดี

เพราะความสามารถที่ไม่ปรากฏชัดเจน
เพราะขาดคุณลักษณะที่ดีของผู้ปกครอง
เพราะความฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย ใช้จ่ายเกินตัว
เพราะเอาแต่ใจตนเองเป็นที่ตั้ง ต้องได้ในทันที
หลงเหลิงในอำนาจ ลืมมองไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน
ว่าคิดและรู้สึกเช่นไรต่อตนและอำนาจที่ได้ใช้ไป
ทำให้ประชาชนลุกฮือขับไล่ และได้ผลสำเร็จ
สุยหยางตี้ฮ่องเต้หลบหนีลี้ภัยไปไกลถึงเฉิงตู แต่ยังไม่วายโดนพวกกบฏตามมาล่าล้างแค้นถึงแก่ชีวิต
อันที่จริงสุยหยางตี้ฮ่องเต้คงไม่ได้เลวไปเสียทุกเรื่อง เพียงแต่ความเลวอาจมีมากกว่าและส่งผลต่อคนโดยส่วนรวม
สุยหยางตี้ฮ่องเต้ได้ตรากฎหมาย ลดการลงโทษแบบทารุณให้ลดน้อยลงเมื่อเทียบกับสมัยก่อนหน้านี้
ที่สำคัญเพราะสุยหยางตี้ฮ่องเต้จึงปรากฏการสอบคัดเลือกคนเก่งเข้ามาในราชสำนัก หรือที่เรียกว่าการสอบจอหงวน และเป็นสิ่งที่ทำให้จีนในยุคต่อมาเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาได้ จนเป็นมหาอำนาจ
จอหงวนคือการค้นหาเพชรในตม
เปิดโอกาสให้คนเก่งที่มีความสามารถ
เจริญรุดก้าวหน้าในสังคมด้วยตนเอง

#สุยหยางตี้ฮ่องเต้ #พรรณีเกษกมล



Create Date : 31 มีนาคม 2567
Last Update : 31 มีนาคม 2567 16:07:11 น.
Counter : 45 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
ราชวงศ์ฉี พ.ศ. 1022 – 1045
ราชวงศ์ฉี พ.ศ. 1022 – 1045 #พรรณีเกษกมล
 
            สิ้นราชวงศ์ซ่ง ราชวงศ์ฉีมาแทนที่
            ด้วยการปลดฮ่องเต้เดิม แล้วตั้งฮ่องเต้น้อย
            สุดท้ายยึดอำนาจมาเป็นของตน ง่าย ๆ
             
ฉีเกาตี้ฮ่องเต้หรือเซียวเต้าเฉิง แม่ทัพใหญ่ฝ่ายขวาราชวงศ์ซ่ง ได้ สถาปนาราชวงศ์ฉี
ราชวงศ์ฉีอยู่ต่อไปอีกไม่นานสิ้นราชวงศ์เช่นกัน
เพียง 23 ปีที่ครองอำนาจ ฉีเกาตี้ฮ่องเต้ได้วางนโยบายที่ผ่อนคลายจากราชวงศ์ซ่ง เพราะไม่ต้องการเห็นความยากลำบากของประชาชน และส่งเสริมให้ชาวบ้านใช้นโยบายประหยัดเพื่อการอยู่รอด
จากฮ่องเต้โหด ๆ กลายมาเป็นฮ่องเต้ใจดี ประชาชีคงยินดี
ฉีเกาตี้ฮ่องเต้ถืออำนาจในมือในฐานะฮ่องเต้ได้ 4 ปี
 
ฉีอู่ตี้ฮ่องเต้โอรสได้สานต่อนโยบายและเชื่อฟังในคำสั่งที่ว่า พี่น้องต้องไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน บ้านเมืองในยุคของฉีอู่ตี้ฮ่องเต้สงบร่มเย็น
หลังจากที่ฉีอู่ตี้ฮ่องเต้สิ้น ราชวงศ์ฉีกลับไปเหมือนราชวงศ์ซ่งที่ล่มสลาย
บรรดาเชื้อพระวงศ์ต่างหวังในอำนาจต้องการเป็นใหญ่เหนือกว่าพี่น้องคนอื่น คนที่ก้าวขึ้นมามีอำนาจหวาดระแวงว่าคนอื่นจะหาเหตุมาทำร้ายจึงหาเหตุก่อนและสั่งประหารบรรดาขุนนางที่อยู่คนละขั้วอำนาจกับตน
มันธรรมดาจริง ๆ ที่อาจหาญก้าวขึ้นมาสูงกว่าคนอื่น
แล้วจะไม่หวั่นเกรงว่า จะโดนเลื่อยขาเก้าอี้ให้ล้มลง
ภายในราชสำนักวุ่นวายหาความสงบสุขไม่ได้ เพราะต่างระแวงแคลงใจกัน จำต้องหาทางตัดกำลังฝ่ายตรงข้ามให้หมดสิ้น
แล้วจะเหลืออะไร คนเก่งย่อมหมดลงไปเรื่อย ๆ
เมื่อสิ้นคนเก่งมาปกครอง อำนาจย่อมอ่อนด้อยถอยลงไปได้
อย่าหลงคิดว่า ปราบคนเก่งให้หมด แล้วตนเองจะรอด
 
พ.ศ. 1044 เซียวเอี่ยนเจ้าเมืองยงโจว ยกพลบุกเมืองหลวงเจี้ยนคัง สิ้นสุดราชวงศ์ฉี
ถ้าบรรดาเชื้อพระวงศ์เชื่อฟังในคำสั่งสอนของฉีเกาตี้ฮ่องเต้ เชื่อแน่ว่าราชวงศ์ฉีคงไม่อายุสั้นเท่านี้เป็นแน่แท้
 



Create Date : 31 มีนาคม 2567
Last Update : 31 มีนาคม 2567 14:05:19 น.
Counter : 84 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
ชนเผ่าตี

ชนเผ่าตี
    #พรรณีเกษกมล       
ชนเผ่าที่สามารถตั้งตนเป็นอิสระชนเผ่าแรกได้แก่ชนเผ่าตี ผู้นำคือหลี่เท่อ
เมื่อจิ้นอู่ตี้แห่งราชวงศ์จิ้นตะวันตกสวรรคต บรรดาเชื้อพระวงศ์ต่างแย่งชิงอำนาจกันวุ่นวาย พอดีเกิดภัยพิบัติแห้งแล้งหนักมาก ชาวบ้านทนแล้งไม่ไหวจึงพากันอพยพลงใต้จนถึงมณฑลเสฉวน ผู้นำชาวบ้านกลุ่มนี้คือตระกูลหลี่
            ขุนนางท้องถิ่นทางใต้เห็นชาวบ้านที่นำโดยตระกูลหลี่อพยพลงมากันมากได้พยายามให้พวกเขาขึ้นเหนือเหมือนเดิม แต่ทางเหนือเกิดจลาจลเจ้า 8 อ๋องอีก
 
            เมื่ออดทนจนถึงที่สุด
           แรกอาจหลีกลี้หนีภัย
           สุดจะทานทนเมื่อโดนย่ำยี
           ต้องลุกมาสู้ ตายเป็นตาย
           เป็นยังไง ก็เป็นกันล่ะวะ
 
ชาวบ้านที่นำโดยตระกูลหลี่จึงไม่ยินยอมเพราะมองเห็นว่ามณฑลเสฉวนอุดมสมบูรณ์กว่าทางเหนือมาก
ผู้นำตระกูลหลี่พาชาวบ้านกลุ่มนี้ยึดเมืองเฉิงตูซะเลย อยากเรื่องมากกันนัก ใคร ๆ ก็อยากอยู่ทำมาหากินในที่ที่มันอุดมสมบูรณ์ดีไม่มีผู้นำที่ทะเลาะเบาะแว้งกันเช่นเจ้า 8 อ๋อง พ.ศ. 846
ผู้นำตระกูลหลี่สถาปนาแคว้นเฉิงฮั่น นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการสถาปนาแคว้นต่าง ๆ ตามมา
เมื่อผู้นำตระกูลหลี่สถาปนาแคว้นเฉิงฮั่น
สือเล่อขุนพลหลิวหยวนสถาปนาแคว้นสือเจ้า
หรั่นหมินสถาปนาแคว้นหรั่นวุ่ยแทนที่แคว้นสือเจ้า
ชนเผ่าตีโดยผูหงได้สถาปนาแคว้นเฉียนฉินเดิม
ผูหงเป็นขุนศึกของหลิวเย่าแคว้นฮั่นเจ้า
เมื่อแคว้นฮั่นเจ้าล่มสลายเพราะสือเล่อแล้ว ผูหงได้มาอยู่กับสือเล่อและควบคุมชนเผ่าตีซึ่งเป็นกลุ่มคนจำนวนมาก
วันดีคืนดีเมื่อแคว้นสือเจ้าวุ่นวายเพราะลูกหลานตระกูลสือ หรั่นหมินได้แยกตัวออกไปแล้วคนหนึ่ง ผูหงได้แยกตัวออกมาเช่นกันเปลี่ยนชื่อแซ่เป็นฝูหง
เมื่อสิ้นบุญฝูหงแล้วฝูเจียนผู้บุตรชายได้ครองอำนาจแทน นำชนเผ่าตีเข้าบุกนครฉางอานจากราชวงศ์จิ้นตะวันออกได้ สถาปนาเป็นแคว้นเฉียนฉินในปี พ.ศ. 894
 
เมื่อมองเห็นช่องทางจะเป็นใหญ่
สบโอกาสก้าวเป็นผู้นำชนเผ่า
สยายปีกแผ่กว้างขยายดินแดน
ต่างคนต่างแย่งกันเป็นใหญ่
สุดท้ายและท้ายสุด คนใหญ่สุด
คือคนที่เก่งสุด ขุมกำลังมากสุด
 



Create Date : 05 มีนาคม 2567
Last Update : 5 มีนาคม 2567 5:03:48 น.
Counter : 148 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
ชนเผ่าซงหนู

ชนเผ่าซงหนู
           
ภายหลังจากผู้นำตระกูลหลี่สถาปนาแคว้นเฉิงฮั่นไม่นาน
หลิวหยวนผู้นำชนเผ่าซงหนูผู้ซึ่งเคยเป็นข้าราชสำนักของราชวงศ์จิ้นตะวันตกได้สถาปนาแคว้นฮั่น มีเมืองหลวงที่เมืองผิงหยาง ปัจจุบันอยู่ในมณฑลซันชี
เมื่อสิ้นบุญพ่อหลิวหยวนแล้ว หลิวชงผู้บุตรชายได้สืบอำนาจต่อและยกทัพเข้าบุกเมืองลั่วหยางและนครฉางอานโค่นราชวงศ์จิ้นตะวันตกได้สำเร็จ
            หลิวหยวนมีขุนพลคู่ใจ 2 คน คือ สือเล่อจากชนเผ่าเจี๋ย และหลิวเย่าหลานชายของหลิวหยวน
เมื่อหลิวชงผู้บุตรชายเสียชีวิตไปอีกคน
สือเล่อขุนพลคู่ใจของหลิวหยวน ได้แยกย้ายไปสถาปนาแคว้นสือเจ้า
บริเวณมณฑลเหอเป่ยในปัจจุบัน
หลิวเย่าหลานชายของหลิวหยวน สืบทอดอำนาจต่อและเปลี่ยนชื่อแคว้นจากฮั่นเป็นแคว้นเจ้าหรือแคว้นฮั่นเจ้า
            แคว้นฮั่นเจ้ากับแคว้นสือเจ้าต่างมาจากการสถาปนาของขุนพลคู่ใจสองคนของหลิวหยวน แทนที่จะเป็นมิตรต่อกัน กลับกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตกัน
 
            มาจากเหล่ากอเดียวกัน
           เมื่อต่างแตกกอออกไป
ต่างผลิก้านใบแตกแขนง
เบียดเสียดแย่งกันเติบใหญ่
สือเล่อคงจะเก่งกว่าหลิวเย่า เพราะในที่สุดแคว้นสือเจ้าสามารถเอาชนะแคว้นฮั่นเจ้าได้เป็นผลสำเร็จ เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้อีกแล้ว
            สือเล่อเป็นคนใจกว้างยินยอมให้ชาวแคว้นฮั่นเจ้ารับราชการต่อไปได้หลังจากควบคุมทั้งสองแคว้น โดยจัดระเบียบการปกครอง ออกกฎหมาย ตั้งโรงเรียน ใช้ระบบการเก็บภาษีอากรของราชวงศ์จิ้นตะวันตก ทำให้เป็นที่ยอมรับของชาวฮั่น
คนดีอยู่ได้ไม่นาน
ดูท่าว่า จะไปได้สวย ดันล้มพังครืนไม่เป็นท่า
เมื่อสือเล่อเสียชีวิตลง สือหู่ผู้เป็นหลานชายได้รับสืบทอดอำนาจต่อมา ตระกูลนี้ลูกหลานฆ่าฟันกันเองเพื่อหวังแย่งชิงอำนาจกัน
 
มันเป็นธรรมดาของธรรมชาติ
มนุษย์ผู้กระหายอยากได้ใคร่ดี
มิยินยอมให้ผู้ใดมามีอำนาจเหนือ
 
            สือหมิ่นเคยเป็นชาวฮั่นชื่อหรั่นหมิน
สือเล่อได้นำสื่อหมิ่นมาเลี้ยงดูจนมีฝีมือกล้าแข็ง
เมื่อตระกูลสือรบราฆ่าฟันกันเอง
หรั่นหมิน ผู้เคยได้รับความเอ็นดู ชุบเลี้ยงให้เติบใหญ่ ฝีมือกล้าแข็ง กลับย้อนแย้ง คิดเป็นใหญ่เสียเอง
สือหมิ่นได้ล้มล้างแคว้นสือเจ้า แล้วตั้งตนเป็นใหญ่เปลี่ยนชื่อแคว้นเป็นแคว้นหรั่นวุ่ย ปี พ.ศ. 893
ชาวฮั่นลุกฮือขึ้นมาปราบชนเผ่าแคว้นเจี๋ยจนหมด
ที่น่าสังเกตคือชนเผ่าแคว้นเจี๋ยจะมีลักษณะรูปร่างหน้าตาแตกต่างจากชนเผ่าอื่นตรงที่จมูกโด่งเป็นสัน เบ้าตาลึกคม หนวดเครารกครึ้มจึงทำให้เป็นที่สังเกตได้ง่ายและเป็นที่มาของการสูญสิ้นเผ่าพันธุ์
ส่วนชนเผ่าอื่นจะมีผิวสีเหลืองคล้ายกัน
อ่านไปอ่านมาคงงงกันแย่ ที่จริงมีไม่กี่กลุ่ม
เฉพาะพวกของสือเล่อได้แตกย่อยเป็นสามกลุ่ม คือ
พวกลูกหลานตระกูลสือ
พวกกลุ่มหรั่นหมินชาวฮั่นที่สือเล่อนำมาเลี้ยง
และกลุ่มฝูหงขุนศึกจากแคว้นฮั่นเจ้าที่แปรพักตร์มาอยู่กับสือเล่อแล้วแยกตัวออกมาภายหลัง
 
นครฉางอานได้ตกเป็นเมืองหลวงแคว้นเฉิงฮั่นของผู้นำตระกูลหลี่ช่วงระหว่างปี พ.ศ. 847 จนถึง พ.ศ. 890 รวมเวลาที่แคว้นเฉิงฮั่นครองอำนาจ 43 ปี
แม่ทัพหวนเจินจากราชวงศ์จิ้นตะวันออกมาทวงคืนแล้วยึดมณฑลเสฉวนที่แสนจะอุดมสมบูรณ์นั้นกลับคืนไปเป็นของราชวงศ์จิ้นตะวันออกตามเดิม
 



Create Date : 05 มีนาคม 2567
Last Update : 5 มีนาคม 2567 5:02:04 น.
Counter : 23 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  

สมาชิกหมายเลข 4665919
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



ดร.พรรณี เกษกมล นักเขียน ข้าราชการบำนาญ ครูซี 9 แนะแนว
New Comments