All Blog
บัลลังก์มังกร หมิง โดย ตามแตม
ชีวิตจริงที่ยิ่งกว่านิยายของฮ่องเต้ผู้มีอำนาจสูงสุด ยุคจักรวรรดิที่ชาวฮั่นยิ่งใหญ่เหนือแผ่นดินจีน เริ่มจากชาวนาจีนผู้ไม่ยอมสยบใต้อำนาจมองโกเลีย ราชวงศ์หยวนที่กดขี่ข่มเหงรังแกชาวฮั่นชาวจีนแท้ แต่สิ้นสุดราชวงศ์หมิงให้กับชาวแมนจูเลียราชวงศ์ชิง การผลัดแผ่นดินจากอำนาจหนึ่งไปสู่อีกอำนาจหนึ่ง อาจเป็นไปอย่างเรียบง่ายหรืออุกฉกรรจ์จนเกินคาดคิด
 
Seller Link: https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTU0MjQwMiI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjEzMDU3MiI7fQ



Create Date : 31 สิงหาคม 2563
Last Update : 31 สิงหาคม 2563 8:17:02 น.
Counter : 476 Pageviews.

0 comment
หมิงอู่จงฮ่องเต้ พ.ศ. 2048 – 2064


หมิงอู่จงฮ่องเต้ พ.ศ. 2048 – 2064
ฮ่องเต้เจ้าสำราญต้นตำนานหงส์ร่อนมังกรรำ
เจ้าสำราญ เสพสุขมิรู้หน่าย
ด้วยเป็นลูกโทนที่มีแต่คนเอาใจ
สนใจหญิงงามเมือง สิงสาราสัตว์
ปล่อยให้อำนาจอยู่ในกำมือของขันที
อะไรจะเกิดขึ้น เมื่อไร้ซึ่งรัชทายาท
หมิงอู่จงฮ่องเต้ หรือหมิงเจิ้งเต๋อฮ่องเต้เป็นฮ่องเต้องค์ที่ 10 ในราชวงศ์หมิง รัชศกเจิ้งเต๋อ
หมิงอู่จงฮ่องเต้พระนามเดิมจูโห้วจ้าว ประสูติวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2034
พระนามฮ่องเต้มีความหมายว่า มีคุณงามความดี มีศีลธรรมในทางที่ถูกต้อง เป็นพระโอรสองค์เดียวของหมิงเสี้ยวจงฮ่องเต้ ได้เป็นรัชทายาทตั้งแต่ยังเด็ก
ไม่มีพี่น้องเพราะพระบิดาไม่มีสนมอื่น จึงไม่ต้องมีการแย่งชิงบัลลังก์ให้วุ่นวายใจ
ครองราชย์ พ.ศ. 2048 เมื่อพระชนม์ 14 พรรษา สวรรคตวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2064 พระชนม์ 30 พรรษาโดยไม่มีพระโอรส ทำให้การครองราชย์ส่งต่อไปยังพระญาติสายอื่น
บางครั้งชื่อที่ตั้งให้ลูกหลานเพื่อหวังว่าพวกเขาจะเป็นเช่นนั้น แต่มันไม่แน่นอน มันอาจไม่เป็นไปตามความคาดหวัง
เมื่อเห็นพวกเขาแรกเกิดกับเมื่อพวกเขาเติบโตขึ้นและเป็นตัวของตัวเอง
การเป็นลูกคนเดียวหรือลูกโทนย่อมได้รับความรักเต็มที่ ตามมาด้วยการเอาใจโดยไม่กล้าขัดใจเพราะตำแหน่งรัชทายาท อาจสร้างหรือบ่มเพาะนิสัยที่ไม่ดีให้
พ่อดีก็ใช่ว่าลูกจะดีตาม โดยสายเลือดอาจดี แต่ถ้าการอบรมเลี้ยงดูไม่ดีอาจทำให้พลาดเป้าไปได้เหมือนกัน
 
หมิงอู่จงฮ่องเต้อภิเษกสมรสกับฮองเฮาเมื่ออายุเพียง 14 ไม่สนใจการบริหารบ้านเมืองและฮองเฮา ไม่คิดว่า ควรจะต้องมีทายาทสืบต่อวงศ์ตระกูล
ที่น่าเศร้า ไม่สนใจฮองเฮา เพราะยังไม่เป็นหนุ่มเต็มตัวหรือไม่ คงไม่ใช่ เพราะมีข่าวลือว่า แอบไปมีหญิงอื่นนอกวังต้องห้าม และสร้างวังบัวฝางเพื่ออยู่กับสาว ๆ
 
การเป็นลูกโทน เป็นรัชทายาทเพียงหนึ่ง ได้รับสิทธิพิเศษมากล้นแต่เยาว์วัย ได้รับการตามใจ จนทำทุกสิ่งตามใจเสมอมา
ความเพลิดเพลินของพระองค์คือการอยู่กับผู้หญิงและเลี้ยงสัตว์
ในประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า หมิงอู่จงฮ่องเต้ได้ชื่อว่าเป็นบุรุษเสเพล ชมชอบเรื่องสนุกสนาน การท่องเที่ยวล่าสัตว์เป็นสิ่งที่โปรดปราน บางครั้งไปเที่ยวซ่องโสเภณี ชอบเลี้ยงสัตว์เช่นเสือดาวกับเสือ ที่น่าแปลกชอบเที่ยวผู้หญิงแต่ทำไมไม่มีใครสักคนที่ให้พระโอรส
ฮ่องเต้ไม่ชอบประทับในพระราชวังจื่อจิ้งเฉิง เหมือนฮ่องเต้องค์อื่น ๆ จึงทรงรับสั่งให้สร้างตำหนักขึ้นแยกต่างหากหลังหนึ่งอยู่ บริเวณภายนอกที่ประตู ซีหัวเหมิน
เดิมทีที่นี่เป็นสวนสำหรับเลี้ยงสัตว์ป่า พระตำหนักนี้ภายในมีห้องพัก 200 กว่าห้อง ใช้เวลาก่อสร้างถึง 5 ปีจึงแล้วเสร็จ ใช้ค่าก่อสร้างจากเงินท้องพระคลัง ถึง 240,000 กว่าตำลึงเงิน มีห้องอยู่ห้องหนึ่ง ที่ว่าชื่อห้องเสือดาวเป้าฝาง
ต่อมามีชื่อเรียกว่า ตำหนักเสือดาวอู่จง หรือห้องเสือดาวสวนสัตว์ตะวันตก
วังเป้าฝาง ที่ผู้หญิงของฮ่องเต้ได้พำนักอยู่นั้นได้เกิดเพลิงไหม้ระหว่างเทศกาล ทำให้ผู้หญิงเสียชีวิต โดนไฟคลอกตาย
 
ตำหนักเสือดาวอู่จงเป็นสถานบันเทิงเริงรมย์โลกีย์ ที่พวก 8 พยัคฆ์ขันที กลุ่มแปดธง มีหลิวจินเป็นหัวหน้าได้จัดให้มีมโหรีขับกล่อม พร้อมนางบำเรอ หลายเชื้อชาติทั้งหญิงสาวชาวมองโกล ชาวเกาหลี ชาวธิเบต ไว้ปรนเปรอความสุขให้แก่หมิงอู่จงฮ่องเต้ จนละทิ้งราชกิจบริหารราชการแผ่นดิน หลงเชื่อแต่คำแนะนำของฝ่ายขันที
การปรนเปรอให้สนุกสนานเพลิดเพลินกับโลกีย์วิสัยนี้ ช่วยเพิ่มโอกาสการฉ้อราษฎร์บังหลวงให้แก่พรรคพวกของหลิวจินมากยิ่งขึ้น
ผู้หญิงของฮ่องเต้ที่เที่ยวเตร่และมีสัมพันธ์นั้นบางครั้งเป็นพวกฝรั่ง มุสลิมและตุรกี นิยมของแปลกใหม่ ว่าอย่างนั้นเถอะ
คนที่ชื่อ”มาดามมา” ดูจะสนิทสนมด้วยกันมากที่สุด เป็นผู้หญิงเก่ง สามารถพูดได้หลายภาษา ชอบเที่ยวเล่น ทำงานศิลปะ ชอบขี่ม้า ร้องเพลง และเคยฝึกระเบียบทหารในกองทัพ
ช่วงเวลาที่อยู่นอกวังต้องห้าม ได้ใช้จ่ายเงินเกินตัว หลายครั้งเดินทางท่องเที่ยวทั่วประเทศ ไม่ชอบทำงานบริหารบ้านเมืองและต่อต้านการแทรกแซงของขันทีที่เข้ามายุ่มย่ามเกินเหตุ
บรรดาขันทีต่างเป็นห่วงกังวลถึงพฤติกรรมนอกรีตของฮ่องเต้ คงได้แค่บ่นตักเตือน แต่หาทำให้ฮ่องเต้สำนึกรู้ผิดชอบชั่วดี ว่าสิ่งใดควรทำและไม่ควรทำ หน้าที่ของฮ่องเต้คือสืบทอดอำนาจผ่านทางลูกหลานสายตรง
การเข้ามายุ่งเกี่ยวของขันที แสดงให้เห็นว่าขันทีมีอำนาจเหนือฮ่องเต้ เข้ามายุ่งเกี่ยว เพื่อแสดงอำนาจบาตรใหญ่ ว่าฮ่องเต้เป็นพวกของใคร แต่ฮ่องเต้กำลังแสดงตนว่า ข้าใหญ่กว่า ไม่จำเป็นต้องฟัง การต่อต้านว่าใครกันแน่ที่มีอำนาจที่แท้จริง
ไม่มีใครรู้สาเหตุที่แท้จริงว่า เหตุใดฮ่องเต้จึงไม่มีพระโอรสสืบต่อ บางแหล่งบอกว่า เคยมีและเสียชีวิต
สมัยนั้นไม่รู้ว่า เกิดจากสมรรถภาพทางเพศ รสนิยมทางเพศ เป็นหมัน หรืออะไรไม่รู้
เมื่อฮ่องเต้ไม่มีพระโอรสสักที พระญาติใกล้ชิดย่อมมีความหวังขึ้นมา
เมื่อหมดเชื้อสายตรงจากฮ่องเต้ ย่อมทำให้ญาติใกล้ชิดกระดี๊กระด๊าขึ้นมาได้บ้างแหละน่า
 
เรื่องหนึ่งที่พูดกันว่าหมิงอู่จงฮ่องเต้เคยมีพระโอรสลับจากสาวชาวบ้าน ด้วยฮ่องเต้เป็นบุรุษเจ้าสำราญมักจะปลอมตัวเป็นสามัญชนออกท่องเที่ยวนอกพระราชวังบ่อย ๆ
ครั้งหนึ่งเสด็จไปที่บ้านสกุลหลี่ เมืองต้าถง มณฑลซานซี ไปติดพันสาวงามนามว่า หลี่ฟ่ง ขณะพานางกลับพระราชวัง ระหว่างทางมาถึงด่านจี้หย่งกวนของกำแพงหมื่นลี้ อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือใกล้เมืองหลวงเป่ยจิง ได้พบสาวงามอีกนางหนึ่ง จึงทอดทิ้งหลี่ฟ่งไว้ที่ด่านจี้หย่งกวน
เวลาผ่านไป 1 ปี ภายหลังจาก หลี่ฟ่งได้คลอดบุตรชายซึ่งเป็นรัชทายาท ก็ตรอมใจตายด้วยความเสียใจ ไม่รู้ว่ารัชทายาทเป็นตายร้ายดีเช่นไร เพราะไม่ปรากฏว่ามีพระโอรสที่เป็นรัชทายาทสืบต่ออำนาจ
ชาวบ้านในท้องถิ่นนั้นได้สร้างสุสานฝังศพหลี่ฟ่งไว้ ที่เชิงเขาด้านทิศใต้ มีชื่อเรียกว่าสุสานไป่ฟ่ง เนื่องจากบริเวณสุสานมักจะปกคลุมไปด้วยหญ้าสีขาว ปัจจุบันสถานที่นี้ กลายเป็น 1 ใน 72 จุดสำคัญสำหรับท่องเที่ยวเมืองเป่ยจิง ที่เรียกว่า ทิวทัศน์ ด่านและลำน้ำ 72 แห่ง
 
เรื่องราวเจ้าสำราญเสเพลของหมิงอู่จงฮ่องเต้ ทำให้เกิดวรรณกรรมและการแสดงมหรสพพื้นบ้าน ต่อมาเป็นอุปรากรเป่ยจิง งิ้วปักกิ่ง ที่ชื่อว่า เหมยหลงเจิ้น
เค้าเรื่อง หงส์ร่อนมังกรรำ มีอยู่ว่า หมิงอู่จงฮ่องเต้ปลอมตัวไปดื่มกินกับชาวบ้าน เจ้าของร้านพี่ชายเจ๊หงส์ไม่อยู่ ฮ่องเต้ออกลวดลายเกี้ยวพาราสี เจ๊หงส์จึงใช้ลีลาหลอกล่อเอาตัวรอด
เรื่องนี้โด่งดังมาก จนเป็นภาพยนตร์ชื่อ เจียนซานเหม่ยเหริน หรือจอมใจจักรพรรดิ
 
ยุคนี้ ฮ่องเต้ไม่ได้ใส่ใจในงานบ้านงานเมืองในสายตาของคนทั่วไป
ใครล่ะจะขึ้นมามีอำนาจ กุมบังเหียนชะตาบ้านเมือง ขุนนางหรือขันที
เริ่มต้นราชวงศ์หมิง หมิงไท่จู่ฮ่องเต้ได้ลดบทบาทของบรรดาขันที ด้วยการเรียนรู้ว่า ราชวงศ์หยวนล่มสลาย เพราะขันทีมีอำนาจล้นฟ้า และเพิ่มอำนาจให้กับพระญาติ ลูกหลาน แต่ให้ไปครองเมืองต่าง ๆ ผ่านมาถึงรุ่นลูก รัชกาลที่ 3
หมิงเฉิงจู่ฮ่องเต้คิดตรงข้ามกับพระบิดา ทรงลดบทบาทพระญาติและขุนนาง กลับเพิ่มอำนาจให้ขันที ทำให้ขันทีเริ่มแผ่ขยายอำนาจมากขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงรัชกาลที่ 8 หมิงอู่จงฮ่องเต้
ที่ผ่านมา ขันทีมีบทบาทในราชสำนักสูงส่ง มีส่วนผลักดันในฮองเฮา นางสนม รวมทั้งการแต่งตั้งรัชทายาท ทำให้พรรคพวกฝ่ายตนมีอำนาจมากขึ้น
 
ขันทีมีอำนาจเหนือขุนนาง ด้วยการแต่งตั้งซื้อขายตำแหน่งจ่ายเงินผ่านขันที รวมทั้งฎีกาที่ชาวบ้านร้องเรียน ถ้าไม่จ่ายเงินพิเศษ อย่าหวังเลยว่า จะถึงมือฮ่องเต้
พวกขันทีพากันฉ้อราษฎร์บังหลวงมากขึ้นในรัชกาลนี้ โดยเบื้องหลังอยู่ที่องค์ชายอันฮัว
กับองค์ชายหนิงซึ่งเป็นพระญาติผู้ใหญ่คอยให้ท้าย
 
หลิวจินเป็นขันทีที่หวังจะให้องค์ชายจูจื้อฝานได้เป็นฮ่องเต้สืบแทน เพราะเป็นพระนัดดาที่ฮ่องเต้โปรดปราน เคยมีการคาดการณ์ว่าหลิวจินน่าจะวางแผนแอบฆ่าฮ่องเต้เสีย องค์ชายจูจื้อฝาน จะได้ขึ้นครองราชย์แทน
กองธงทั้งแปด หม่าหย่งเฉิง เกาฟ่ง หลัวเสียง เว่ยปิน ชิวจวี้ กู่ต้าย่ง จางหย่งและ หลิวจิน
โดนหลิวจินจัดการโค่นอำนาจลงได้สำเร็จ และจัดตั้งหน่วยงาน เน่ยหังฉ่าง สำนักผู้ชำนาญพิเศษ เป็นกองบัญชาการตำรวจลับ ทำให้หลิวจินมีอำนาจเหนือขันทีทั้งปวง
หลิวจินออกกฤษฏีกากล่าวโทษศัตรูทางการเมือง ที่เป็นบุคคลสำคัญในวงราชการ ถึง 300 กว่าคน มีทั้งแม่ทัพขุนนาง ราชบัณฑิตขงจื๊อ นักปรัชญา ขุนนางสามพี่น้องสกุลหยาง และ หวังหยาง
หมิง นักปกครองที่มีชื่อเสียง
 
การกระทำเช่นนี้เพื่อสร้างบารมีฝ่ายตนให้มากขึ้น แต่สร้างความเกลียดชังให้แก่ผู้คนที่รายล้อมและเกี่ยวข้องให้เพิ่มมากขึ้นด้วย
แรงกดเท่ากับแรงต้าน จะมีสักวันไหม ที่มีการเอาคืน
ตรงนี้ไม่รู้อีกเช่นกันว่า เป็นเรื่องจริง หรือใส่ไฟให้หลิวจินเป็นผู้ร้าย ด้วยมีคนหวังกำจัดคู่แข่งให้พ้นเส้นทาง ด้วยหลิวจินมีอำนาจมากเกินและรังแกฝ่ายตรงข้าม ย่อมมีบางคนที่ต้องการโค่นอำนาจ
แผนการลับที่ว่า หลิวจินหวังในบัลลังก์ให้องค์ชายจูจื้อฝาน และมุ่งมาดหมายเก็บฮ่องเต้นี้รั่วไหลออกมาเสียก่อน  แผนหลุดออกมาได้เยี่ยงไร ไม่รู้ว่า การปล่อยข่าวนี้เป็นแผนใครกันแน่
ถ้าแผนลับนี้หลุดมาจริง ด้วยความเผลอเรอพลั้งพลาด ให้สมควรอยู่หรอก
ไม่นานต่อจากนั้น หลิวจินโดนเก็บเองก่อนที่ความฝันจะเป็นจริง
ฮ่องเต้อาจล่วงรู้ ระแคะระคายว่า หลิวจินเป็นขันทีที่มีอำนาจมากล้น และคิดเปลี่ยนตัวฮ่องเต้ ด้วยฮ่องเต้ไม่ได้อยู่ใต้อาณัติสักเท่าใด การออกนอกวัง และไปนอกเมือง อาจเพื่อหลบให้พ้นจากอำนาจขันที ถือโอกาสรู้จักแผ่นดินอันกว้างใหญ่ที่ตนได้ครอบครอง
การมีสายสนกลในสืบรู้ทุกเรื่องราว คงเป็นสิ่งจำเป็น เมื่อรู้ว่าภัยจะมาถึงตัว จำต้องหาพรรคพวกร่วมกันกำจัดหลิวจินเสียให้พ้นเส้นทางแห่งอำนาจ
เมื่อหลิวจินมีอำนาจล้นฟ้า รองเพียงหนึ่งคือฮ่องเต้ แถมชอบแสดงอำนาตรบาตรใหญ่ กร่างไปทั่ว ทำร้ายผู้คนที่อยู่ฝ่ายตรงข้าม
หลิวจินพบจุดจบเมื่อไปร่วมมือกับองค์ชายจูจื้อฝาน วางแผนการก่อกบฎชิงราชสมบัติ
แผนรั่วไหลด้วยขันทีที่เป็นศัตรูคู่แค้นกัน
แม่ทัพหยางอี๋ชิงกับขันทีจางหย่ง หนึ่งในแปดพยัคฆ์ ฟ้องร้องต่อฮ่องเต้ ในข้อหาความผิดหลายกระทง หนึ่งในนั้นคือข้อหากบฏ จะมีอะไรเหลือ ฮ่องเต้สั่งประหารด้วยวิธีที่ทรมานสุด ๆ ให้แล่เนื้อเถือหนังในที่สาธารณะถึง 3 วัน 3 คืน ให้ได้ 3,375 ครั้ง
ชาวบ้านบางคนมาขอซื้อเนื้อสด ด้วยความเชื่อว่า มันคือยาบำรุงกำลังอย่างดี
หลิวจินโดนจับกุมพร้อมบริวารและญาติ ค้นบ้านที่อาศัย พบทรัพย์สินมีค่ามากมายมหาศาล ไม่รู้จะงกมากไปทำไม เมื่อตนเองเป็นแค่ขันที ไม่มีครอบครัว
สิ่งที่พบ ทองคำแท่งมากถึง 240,000 แท่ง ทองคำก้อนอีก 57,000ก้อน ทองคำ 1แท่งเท่ากับ 10 ก้อน เงิน 5,000,000 แท่ง แหวนทองคำ 3,000 วง เสื้อเกราะทองคำ 2 ชุด อัญมณีอีกจำนวนมาก ทรัพย์สินเหล่านี้ถูกริบเป็นของหลวง ขันทีหลิวจินถูกคำสั่งให้ประหารด้วยวิธีทรมานแล่เนื้อทีละชิ้น
 

ภาพการลงโทษ ความเป็นจริงมีภาพที่น่าเกลียดน่ากลัวกว่านี้เยอะ
 
นิสัยอย่างหนึ่งที่ผู้คนสงสัยคือการบังคับให้ขุนนาง ขันที สาวใช้ และทุกคนในวังแต่งตัวเหมือนพ่อค้าและทำการค้าภายในวัง
การสั่งการเช่นนี้ทำให้บางคนว่าร้ายว่าพระองค์ยังคงเป็นเด็ก ชอบเล่นแบบเด็ก ๆ แล้วถ้าใครไม่ทำตาม อาจโดนลงโทษหรือให้ออกจากตำแหน่งได้
มองอีกมุม อาจให้ทุกคนรู้จักโลกภายนอก ที่จำต้องรู้จักการหาเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องตนเอง
เพราะคำสั่งของฮ่องเต้ย่อมถือเป็นเด็ดขาดถึงแม้จะไม่เห็นด้วยก็ตามที
ถึงแม้จะดูไร้ความสามารถในการบริหารและขาดความรับผิดชอบในหน้าที่ แต่พระองค์มีความสามารถทางการรบ สามารถนำทัพรบชนะชาวมองโกลทางตอนเหนือได้ และปราบกบฏทางตอนใต้ได้เช่นกัน
รัชสมัยของหมิงอู่จงฮ่องเต้ บ้านเมืองมีความสงบสุขร่มรื่นและเจริญก้าวหน้า ชาวยุโรปเริ่มเข้ามาทำการค้า ชาวมุสลิมมาเป็นที่ปรึกษา และทำงานในศาลจำนวนมาก
ยิ่งกว่านั้นฮ่องเต้ยังนิยมทรงเครื่องด้วยชุดมุสลิมบ่อยครั้ง ขนาดฮ่องเต้ไม่ใส่ใจในงานบ้านเมืองเท่าที่ควรบ้านเมืองยังก้าวไปได้ 
 
ถึงแม้พระองค์จะทรงศึกษาในสำนักของกลุ่มขงจื้อ ทรงเก่งในวรรณกรรมขงจื้อ แต่สิ่งที่เรียนรู้ไม่ทำให้พระองค์ฉลาดในการบริหารและมีคุณธรรมเทียบเท่าพระบิดาแม้แต่น้อย
บางคนกล่าวว่า หมิงอู่จงฮ่องเต้หมกมุ่นในไสยศาสตร์ นิยมสิ่งศักดิ์สิทธิ์
 
รัชสมัยของหมิงอู่จงฮ่องเต้สิ้นสุดในวันหนึ่ง หลังจากที่ทรงดื่มหนักและตกจากเรือ จมน้ำ ต่อจากนั้นสวรรคตจากการเจ็บป่วยที่จมน้ำในคลองใหญ่
 



Create Date : 23 สิงหาคม 2563
Last Update : 23 สิงหาคม 2563 7:29:45 น.
Counter : 550 Pageviews.

0 comment
หมิงเสี้ยวจงฮ่องเต้ พ.ศ. 2030 - 2048

เป็นเด็กที่มีบุญมากหลาย
รอดพ้นจากเงื้อมมือว่านกุ้ยเฟยได้
จึงเลือกที่จะมีเมียเดียว จะได้ยุ่งยาก
ช่วงนี้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง
ด้วยผู้มีอำนาจเข้าใจชีวิตชาวบ้าน
พร้อมจะส่งเสริมให้มีชีวิตที่ดีขึ้น
ไม่ใช่เอาแต่กดขี่ข่มเหง เก็บแต่ภาษี
หมิงเสี้ยวจงฮ่องเต้หรือหมิงหงจื้อฮ่องเต้เป็นฮ่องเต้องค์ที่ 9 ในราชวงศ์หมิง รัชศกหงจื้อ
หมิงเสี้ยวจงฮ่องเต้พระนามเดิมจูโย้วถังหรือจูยู่เฉิง คำว่าเฉิงหมายถึงผู้ก่อตั้ง
ประสูติวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2013 เป็นพระโอรสของหมิงเซี่ยนจงฮ่องเต้และนางจี้ซื่อ
ความหมายพระนามฮ่องเต้หมายถึงผู้ปกครองที่ยิ่งใหญ่  ได้เป็นรัชทายาท เมื่อพระชนม์ 17 พรรษาได้ขึ้นครองราชย์และครองราชย์นาน 18 ปี สวรรคต วันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2048 ขณะพระชนม์ 35 พรรษา
 
คงจำกันได้ว่ารัชกาลก่อน พระบิดานั้นตกอยู่ใต้อำนาจสั่งการของว่านกุ้ยเฟยสนมเอก ที่เคยเป็นพี่เลี้ยงตั้งแต่หมิงเสี้ยวจงฮ่องเต้ถูกปลดจากการเป็นรัชทายาท ตั้งแต่อายุ 2 ขวบ
เพราะพระโอรสที่เกิดจากว่านกุ้ยเฟยเสียชีวิตเมื่ออายุ 10 เดือน ทำให้ฆ่าทารกในครรภ์ที่เกิดจากสนมทุกคน แต่ด้วยบุญบารมีของหมิงเสี้ยวจงฮ่องเต้ ทำให้รอดพ้นเงื้อมมือมัจจุราชได้
นางจี้ซื่อแม่ของหมิงเสี้ยวจงฮ่องเต้ เป็นแค่นางในที่มีโอกาสได้ถวายตัวต่อฮ่องเต้เพียงครั้งเดียว ใครจะไปคิดว่า นางตั้งท้อง
บุญหล่นทับ นางมีโอกาสให้ทายาท ซึ่งว่านกุ้ยเฟย ผู้คุมวังหลังได้รับรู้ นางจัดการเหมือนเดิม คิดกำจัดเด็กในท้อง จึงมอบหมายให้ขันทีจางหมิ่นหาทางกำจัดเด็กด้วยการถ่วงน้ำ แต่ขันทีจางหมิ่นเกิดคิดอะไรไม่รู้ ขัดขืนต่อคำสั่งนี้ หาทางรักษาหน่อเนื้อเชื้อไขมังกร
ด้วยวิธีการใดจึงรอดพ้นจากสายตาของว่านกุ้ยเฟย จูยู่เฉิงเด็กน้อยจึงรอดชีวิตมาได้นานถึง 5 ปี จนได้เป็นหมิงเสี้ยวจงฮ่องเต้ในกาลต่อมา
 
ตลอดรัชกาลนี้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้น เป็นยุคเงินยุคทองของราชวงศ์หมิง
พระองค์ทรงใจดีมีเมตตาและปกครองบ้านเมืองด้วยความรักและสันติสุข
ถ้าบ้านเมืองมีผู้ปกครองเช่นนี้นับเป็นวาสนาของชาวบ้านตาดำ ๆ ทรงมีฉางฮองเฮาคนเดียวและไม่มีพระสนมทำให้ลดความวุ่นวายในราชสำนักไปได้เยอะทีเดียว
ถึงแม้จะขัดต่อหลักการของเจ้านายที่ต้องการมีลูกหลานสืบวงศ์ตระกูลมาก ๆ ก็ตามที อาจจะทรงคิดว่าการมีผัวเดียวเมียเดียวแสดงถึงความมีอารยะหรือไม่ฮองเฮาดุเข้มงวดจนฮ่องเต้ไม่กล้าหรือฮ่องเต้อาจทรงรักหลงฮองเฮามากจนไม่อยากให้เสียใจ
เพราะเหตุนี้หรือไม่ ทำให้รัชกาลนี้เจริญรุ่งเรือง และเพราะเหตุนี้หรือไม่ที่บั่นทอนทำลายราชวงศ์ ด้วยเหตุที่ขัดต่อแบบแผนจารีตประเพณี
 
ฉางฮองเฮามีพระโอรสองค์โตซึ่งได้เป็นฮ่องเต้องค์ต่อมา แต่โชคร้ายที่ไม่มีพระโอรสสืบต่อมา ฉางฮองเฮาตั้งครรภ์ครั้งที่สองและแท้ง นี่อาจเป็นผลเสียในการมีฮองเฮาเพียงหนึ่งและไม่ยอมมีสนม ซ้ำร้ายมีพระโอรสเพียงองค์เดียวอีก ทำให้หมดสิ้นตระกูลได้ แต่ถ้ามีลูกหลานมากเกินจะแย่งชิงบัลลังก์กันจนวุ่นวายหาความสงบสุขไม่ได้
ไม่รู้ว่า มีเพียงหนึ่งที่ได้ขึ้นสู่อำนาจแน่ ๆ ไม่มีใครแย่ง กับมีคู่แข่งมากหน้าหลายตา ล้วนแล้วแต่เก่งกาจ จนปัดแข้งปัดขากันเอง ไม่ยอมรับกฎเกณฑ์การขึ้นสู่อำนาจ อย่างไหนจะดีกว่ากัน
 
หมิงเสี้ยวจงฮ่องเต้คงจะจดจำหรือไม่รับรู้มาว่า อันหญิงที่ขี้อิจฉาริษยานั้นร้ายกาจมากเพียงใด จนตนอาจไม่มีโอกาสเสวยสุขเช่นในวันนี้
ในรัชสมัยพระบิดานั้น ว่านกุ้ยเฟยมีอำนาจเหนือขันทีและไม่ประสงค์ให้มีพระโอรสจากพระสนมอื่น จึงหาทางกำจัดเด็กแรกเกิดทุกคน เหลือรอดมาแต่พระองค์เท่านั้นจนอายุ 5 ปี พระบิดาจึงได้รู้ความจริงและแต่งตั้งให้เป็นรัชทายาท
ความจริงนี้คงฝังใจว่าพวกผู้หญิงร้ายกาจและเป็นต้นเหตุแห่งหายนะได้ แล้วนับว่าเป็นบุญของราชวงศ์หมิงที่เด็กคนนี้แสนจะฉลาดเฉลียว เมื่อได้รับการศึกษาที่ดีจึงยิ่งปราดเปรื่องมากขึ้น โดยได้เรียนรู้ในสำนักของนักวิชาการกลุ่มขงจื้อ
ประสบการณ์วัยเด็กจะหล่อหลอมให้คนนั้นเติบใหญ่ คิดและอ่านตามที่เคยเรียนรู้มา
การบริหารบ้านเมืองจึงยึดตามหลักการของขงจื้อ
พระองค์ทรงงานหนักและดูแลบ้านเมืองอย่างใกล้ชิด ลดทอนการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย ลดอัตราการจ่ายภาษีของประชาชน
พระองค์ทรงมีทีมงานที่ไว้ใจได้ เช่น หลิวเจียน เซียเควียนและหวังชู โดยเปิดโอกาสให้พวกเขาสามารถเสนอข้อคิดเห็นโดยตรงต่อพระองค์ได้ ผลที่ได้ทำให้ลดอำนาจของขันทีลงได้
พระองค์ทรงยกย่องว่าหมิงไท่จู่ฮ่องเต้หรือหมิงหงอู่ฮ่องเต้ปฐมบรมกษัตริย์แห่งราชวงศ์หมิง กับหมิงเฉิงจู่ฮ่องเต้หรือหย่งเล่อเป็นฮ่องเต้ที่ชาญฉลาด
 
 



Create Date : 23 สิงหาคม 2563
Last Update : 23 สิงหาคม 2563 5:55:49 น.
Counter : 542 Pageviews.

0 comment
หมิงเซี่ยนจงฮ่องเต้ พ.ศ. 2008 – 2030

เคยเป็นรัชทายาท แต่หลุดจากตำแหน่งพร้อมพ่อ
ต่อมาโอกาสหวนคืนกลับ ครองราชย์ได้นาน
รักพี่เลี้ยงยิ่งกว่าใคร ๆ ในหล้า
จึงตกอยู่ใต้อำนาจบงการของนาง
กับขันทีโฉดชั่วที่คอยกำจัดรัชทายาท
เหมือนจะสิ้นชาติสิ้นเชื้อกันแล้ว
 
หมิงเซี่ยนจงฮ่องเต้หรือหมิงเฉิงฮวาฮ่องเต้เป็นฮ่องเต้องค์ที่ 8 ในราชวงศ์หมิง รัชศกเฉิงฮวา
หมิงเซี่ยนจงฮ่องเต้พระนามเดิมจูเจี้ยนเซิน ความหมายพระนามฮ่องเต้หมายถึง เป็นผู้มีความสามารถในการเปลี่ยนแปลง
ประสูติ วันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 1991 เป็นพระโอรสหมิงอิงจงฮ่องเต้ รัชกาลที่ 6
ได้ขึ้นครองราชย์เมื่อพระชนม์ 17 พรรษา พ.ศ. 2008 สวรรคตวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2030 พระชนม์ 40 พรรษา ครองราชย์ได้ 23 ปี ฝังพระศพที่สุสานเหมาหลิง
ช่วงที่พระบิดาโดนออยรัทกับพวกมองโกลจับกุมนั้น จูเจียนเฉินมีอายุ 2 ขวบ มีตำแหน่งเป็นรัชทายาท เมื่อพระปิตุลายึดอำนาจเป็นหมิงไต้จงฮ่องเต้ และแต่งตั้งให้พระโอรสของพระองค์เป็นรัชทายาทแทน ทำให้จูเจียนเฉินโดนปลดออกจากการเป็นรัชทายาทและได้ตำแหน่งนี้กลับคืนเมื่อพระบิดากลับมาครองราชย์อีกครั้ง
พ่อหลุดจากฮ่องเต้ ลูกหลุดจากเป็นรัชทายาทเช่นกัน
เมื่อพ่อได้เป็นฮ่องเต้อีกครั้ง ลูกได้เป็นรัชทายาทอีกครั้งเช่นกัน
ต่างจากลูกของหมิงไต้จงฮ่องเต้ที่ได้เป็นรัชทายาท แต่หมดสิ้นโอกาสจะกลับมาอีกครั้ง ด้วยสิ้นชีพไปเสียก่อน
รักษาชีวิตให้รอด ไม่แน่ว่า จะได้อำนาจกลับคืนมาเป็นของตนอีกครั้ง
 
เมื่อหลุดจากตำแหน่งรัชทายาท เมื่ออายุเพียง 2 ปี องค์ชายน้อยตกกระป๋องไปในทันที
ไม่ได้ยิ่งใหญ่คับฟ้า พ่อตกเป็นเชลยในต่างแดน เด็กเล็กคนนี้เลยไร้คนเหลียวแลเอาใจใส่ ยกเว้นนางกำนัลสาวใช้อายุ 19 ที่คอยประคบประหงมดูแล
อายุที่มากกว่า 17 ปี ได้ดูแลเด็กอย่างดี เมื่อกาลเวลาผ่านไป ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดสนิทสนม กลายเป็นความรักฉันท์หนุ่มสาว
ตรงนี้ไม่แน่ใจว่า ใครรักใคร และใครมีอิทธิพลเหนือใคร
มันคือความรัก หรือคือความใคร่กันแน่
ผู้หญิงคนแรกที่เป็นเหมือนแม่ คอยประคบประหงมดูแล และมีสัมพันธสวาทต่อกัน
มันเป็นเช่นนี้เอง ทั้งรักทั้งใคร่และใหลหลงยิ่งนัก
ที่แน่ ๆ พี่เลี้ยงเด็กที่ดูแลประคบประหงมแต่อ้อนแต่ออก ย่อมมีอำนาจอิทธิพลเหนือเด็กคนนั้น เป็นยิ่งกว่าแม่ ที่เด็กต้องเชื่อฟัง
พอเข้าสู่วัยหนุ่ม ใกล้ชิดกับหญิงสาว มีหรือจะเหลือ ถ้าหญิงนั้นให้ท่าหรือเปิดโอกาสให้
 
เมื่อจูเจี้ยนเซินกลับมาเป็นรัชทายาทอีกครั้ง ว่านเจินเอ๋อยังคงได้รับการยกย่องจากเด็กน้อยในอดีต ซึ่งกลายเป็นหนุ่มใหญ่ที่มีอำนาจวาสนา และได้เป็นถึงฮ่องเต้
จูเจี้ยนเซินปรารถนาให้ว่านเจินเอ๋อได้เป็นฮองเฮา ทว่าบรรดาขุนนางคัดค้านเต็มที่ กล่าวหาว่า เป็นหญิงไร้ศักดิ์ศรี ไม่มีชาติตระกูล เป็นเพียงหญิงรับใช้ในวังเท่านั้น
คนที่จะมาเป็นฮองเฮา จะมาจากตระกูลขุนนางใหญ่โต ที่มีอำนาจวาสนาบารมีพรรคพวก
ถึงจะไม่ได้เป็นฮองเฮา แต่ว่านเจินเอ๋อกลายเป็นหญิงที่หมิงเซี่ยนจงฮ่องเต้หลงรักที่สุด และรักมาตลอดตั้งแต่ไม่รู้เดียงสาจนมีอำนาจคับฟ้า
เมื่อความสัมพันธ์แนบแน่น รักใคร่ใหลหลงมากขนาดนี้ ว่านเจินเอ๋อจึงมีโอกาสให้กำเนิดทารกชาย เลือดเนื้อเชื้อไขมังกร จึงได้มีโอกาสเป็นว่านกุ้ยเฟย
ตำแหน่งเมียเล็กเมียน้อยของฮ่องเต้ มำแหน่งเรียงลงมา ได้แก่ กุ้ยเฟย ซูเฟย เต๋อเฟย เสียนเฟย เซิ่นเฟย คังเฟย ซุ่นเฟย ฉินเฟย กงเฟย
นับว่าว่านเจินเอ๋อใหญ่สุดในบรรดาสนมทั้งหลาย ทางพฤตินัยอาจใหญ่กว่าฮองเฮาด้วยซ้ำ ด้วยฮ้อเต้ทั้งรักทั้งหลง และเชื่อฟังแทบทุกถ้อยกระทงความ
จากว่านเจินเอ๋อจึงได้เป็นว่านกุ้ยเฟย
คนจีนจะใช้แซ่นำหน้าชื่อ เมื่อมีตำแหน่งเลยใช้แซ่นำหน้า
คนที่ได้ตำแหน่งกุ้ยเฟยจะมีตำหนักเฉพาะชื่อตำหนักอี้คุน แสดงว่า เป็นรองเพียงหนึ่งคือฮองเฮา ในทางนิตินัยเท่านั้นกระมัง
จากพี่เลี้ยงมาเป็นเมียรัก อายุที่มากกว่า เคยดุและอบรมสั่งสอนมาแต่เล็กแต่น้อย ทำให้ว่ากล่าวตักเตือนฮ่องเต้ได้ ขนาดฮ่องเต้ว่านกุ้ยเฟยยังไม่กลัว แล้วใครอื่นในราชสำนักจะเหลือเหรอ ว่านกุ้ยเฟยจึงกลายเป็นหญิงที่มีอำนาจและอิทธิพลสูงสุดในขณะนั้น

ว่านกุ้ยเฟย สนมเอกของหมิงเซี่ยนจงฮ่องเต้
 
ขุนนางไม่กล้าหือ คัดค้านว่านกุ้ยเฟย ผู้มีอำนาจเหนือหมิงเซี่ยนจงฮ่องเต้
บุญมีแต่กรรมมาบัง เพราะลูกที่เกิดจากนาง มีอายุได้ 10 เดือน ด่วนเสียชีวิตไปก่อน ไม่เช่นนั้น นางอาจได้เป็นฮองเฮาไปแล้ว
ไม่มีลูกชายเป็นเกราะกำบัง นางในสนมอื่น คงหาโอกาสจะมีลูกกับฮ่องเต้ได้ยาก นางหาทางกำจัดให้พ้นเส้นทาง ยกเว้นมีหนึ่งที่หลงรอด ได้เป็นรัชทายาท แต่ในที่สุดโดนกำจัดทิ้งเช่นเดิม
หมิงเซี่ยนจงฮ่องเต้เสียพระทัยมาก ที่ไร้ผู้สืบทอดอำนาจ วันหนึ่งมีโอกาสคุยกับขันทีจางหมิ่น ผู้ซึ่งรู้ทุกเรื่องที่ว่านกุ้ยเฟยกำจัดทารกตั้งแต่ยังอยู่ในท้อง
นางจี้ซื่อได้ถวายตัวต่อฮ่องเต้เพียงครั้งเดียว บุญหล่นทับ นางมีโอกาสให้ทายาท
ว่านกุ้ยเฟยมีหรือจะยินยอมและปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปอย่างง่ายดาย นางมอบหมายขันทีจางหมิ่น ให้หาทางกำจัดเด็กด้วยการถ่วงน้ำ
ขันทีจางหมิ่นผู้นี้ ไม่รู้เคยทำตามคำสั่งนางหรือไม่ อาจจะเคย จึงได้รับมอบหมายงานสำคัญเช่นนี้ ให้บังเอิญบุญของเด็ก ที่จะมีชีวิตรอด และได้เป็นฮ่องเต้สืบต่อมา
ขันทีจางหมิ่นหาทางรักษาหน่อเนื้อเชื้อไขมังกร และยังคงมีชีวิตรอดพ้นจากเงื้อมมือของว่านกุ้ยเฟยมานานถึง 5 ปี
 
จูยู่เฉิง นามของเด็กชายที่รอดพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราชที่มีนามว่า ว่านกุ้ยเฟย
เมื่อหมิงเซี่ยนจงฮ่องเต้รู้เรื่องนี้ เหตุใดตนจึงไร้รัชทายาทสืบทอดอำนาจ เพราะเมียสุดที่รัก กำจัดทารกในครรภ์ และที่หลงเหลือรอด ให้หมดจด ยกเว้นแต่เด็กคนนี้คนเดียวเท่านั้น
หมิงเซี่ยนจงฮ่องเต้จัดการรับพระโอรสอย่างเปิดเผย ให้มีโอกาสเข้าวัง มอบตำแหน่งรัชทายาท ทำให้จูยู่เฉิงอยู่รอดปลอดภัย อย่างสะดวกสบาย ไม่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ อีกต่อไป
ส่วนขันทีจางหมิ่นผู้เปิดเผยความลับนี้สิ้นชีพ 1 วันให้หลังจากบอกเรื่องนี้แก่ฮ่องเต้
อย่างนี้เรียกว่าอะไร ปิดปากพยานผู้รู้เห็น ไม่ให้ปากโป้งเที่ยวพูดพล่ามไปทั่ว
 
รัชศกเฉิงฮวาปีที่ 13 หมิงเซี่ยนจงฮ่องเต้ก่อตั้งซีฉ่าง มอบหมายให้ขันทีวังจื๋อ คนสนิทของว่านกุ้ยเฟย เพื่อคุมตงฉ่างกับกององครักษ์เสื้อแพร
ขันทีวังจื๋อไม่ใช่คนดี เขาโหดเหี้ยม เมื่อมีอำนาจเหนือกององครักษ์เสื้อแพร ทุกสิ่งจึงอยู่ในกำมือของขันทีวังจื๋อและว่านกุ้ยเฟยมากยิ่งขึ้น
กององครักษ์เสื้อแพรมีอำนาจล้นฟ้าตั้งแต่ต้นราชวงศ์หมิงแล้ว เอาไว้กำจัดศัตรูทาการเมือง ด้วยการยัดข้อหา แล้วทารุณจนตาย จับขังคุกทรมาน ที่ร้าย ๆ อาจโดนข้อหากบฏ ฆ่าไปเลย 5 ชั่วโคตร 9 ชั่วโคตร
การตัดรากถอนโคนผู้ที่จะมาแข่งรัศมีกับอำนาจทั้งสอง จะโดนกำจัดอย่างโหดเหี้ยม ภายใต้กองกำลังจำนวนมากหลักแสน ทำให้อำนาจยิ่งเพิ่มพูนทวีคูณ
เมื่อกององครักษ์เสื้อแพรมีอำนาจล้นฟ้า มีหรือที่ว่านกุ้ยเฟยจะไม่มีอำนาจล้นฟ้าเช่นกัน ในเมื่อนางเป็นคนหนุนหลังขันทีวังจื๋อ
 
เรื่องรักแท้ของชายหนุ่มต่อหญิงพี่เลี้ยงนี้ เป็นเรื่องจริงแท้แน่นอน ปีที่ว่านกุ้ยเฟยเสียชีวิตด้วยโรคตับวายเฉียบพลัน ฮ่องเต้มีแต่ความเศร้าโศก
หลังจากที่ว่านกุ้ยเฟยเสียชีวิตไม่นาน หมิงเซี่ยนจงฮ่องเต้เสียชีวิตตามด้วยความตรอมใจ
 
หมิงเซี่ยนจงฮ่องเต้ครองราชย์นาน 23 ปี แรกเริ่มครองราชย์ได้ดำเนินนโยบายการบริหารแบบใหม่โดยลดภาษีเพื่อเพิ่มความเข้มแข็งให้ราชวงศ์ เป็นใครใครก็ชอบกันทั้งนั้น ชาวบ้านได้รับผลประโยชน์กันเต็ม ๆ
ช่วงท้าย ๆ ไม่รู้ชาวบ้านจะยังคงจงรักภักดีอยู่หรือไม่ แต่บรรดาขุนนางอำมาตย์ เชื่อแน่ว่า คงหมดแล้วซึ่งความจงรักภักดี มีแต่ความขยาดหวาดกลัวว่าภัยมืดจะมาถึงตัว ด้วยข้อหาอยุติธรรมจากกององครักษ์เสื้อแพร
ในยุคนี้กลุ่มขันทีวังจื๋อเข้ามามีอำนาจ ทำให้ขุนนางหัวหด กลัวอำนาจมืด เสริมอำนาจให้ว่านกุ้ยเฟยน่ากลัวยิ่งขึ้น
หมิงเซี่ยนจงฮ่องเต้อยู่ใต้อำนาจของว่านกุ้ยเฟย ผู้ซึ่งเป็นพระสนมและอดีตพี่เลี้ยง เมื่อนางให้กำเนิดพระโอรสแต่ตายในเวลา 10 เดือน ทำให้นางฆ่าเด็กทุกคนที่ยังไม่มีโอกาสออกมาดูโลก เพื่อมาแย่งอำนาจของนาง นางอาจหวังที่จะมีลูกชายอีกครั้ง แต่หมดหวัง
ไม่เช่นนั้น ไม่รู้ว่า บ้านเมืองจะเปลี่ยนโฉมหน้าไปขนาดไหน นางอาจกุมอำนาจทั้งหมดแทนฮ่องเต้ก็เป็นได้
 



Create Date : 23 สิงหาคม 2563
Last Update : 23 สิงหาคม 2563 5:24:47 น.
Counter : 478 Pageviews.

0 comment
รายพระนามฮ่องเต้ ราชวงศ์หมิง

รายพระนามฮ่องเต้ ราชวงศ์หมิง
หมิงไท่จู่ฮ่องเต้ พ.ศ. 1911 - 1941
หมิงเจี้ยนเหวินฮ่องเต้ พ.ศ. 1941 - 1945
หมิงเฉิงจู่ฮ่องเต้ พ.ศ. 1945 - 1967
หมิงเหรินจงฮ่องเต้ พ.ศ. 1967 - 1968
หมิงซวนจงฮ่องเต้ พ.ศ. 1968 - 1978
หมิงอิงจงฮ่องเต้ พ.ศ. 1978 – 1992 และ 2000 -  2008
หมิงไต้จงฮ่องเต้ พ.ศ. 1992 – 2000
หมิงเซี่ยนจงฮ่องเต้ พ.ศ. 2008 - 2030
หมิงเสี้ยวจงฮ่องเต้ พ.ศ. 2030 - 2048
หมิงอู่จงฮ่องเต้ พ.ศ. 2048 - 2064
หมิงซื่อจงฮ่องเต้ พ.ศ. 2064 - 2110
หมิงมู่จงฮ่องเต้ พ.ศ. 2110 - 2115
หมิงเฉินจงฮ่องเต้ พ.ศ. 2115 - 2163
หมิงกวงจงฮ่องเต้ พ.ศ. 2163 - 2163
หมิงซีจงฮ่องเต้ พ.ศ. 2163 - 2170
หมิงซือจงฮ่องเต้ พ.ศ. 2170 - 2187
หมิงชุนจงฮ่องเต้ พ.ศ. 2187 - 2187
ราชวงศ์หมิงใต้ พ.ศ. 2187 - 2205
หมิงหงกวงฮ่องเต้ พ.ศ. 2187 - 2188
หมิงหลงอู่ฮ่องเต้ พ.ศ. 2188 - 2189
หมิงเฉาอู่ฮ่องเต้ พ.ศ. 2189 - 2190
หมิงหยงลี่ฮ่องเต้ พ.ศ. 2189 – 2205
 



Create Date : 21 สิงหาคม 2563
Last Update : 21 สิงหาคม 2563 13:44:30 น.
Counter : 413 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  

สมาชิกหมายเลข 4665919
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



ดร.พรรณี เกษกมล นักเขียน ข้าราชการบำนาญ ครูซี 9 แนะแนว
New Comments