All Blog
กำเนิดยุคสามก๊ก
การพ่ายแพ้ของขุนนางกับเหล่านักปราชญ์ยั่วยุให้ชาวบ้านเกลียดชังบรรดาขันทีมากขึ้น ศึกภายในประเทศระหว่างกลุ่มต่าง ๆ ที่หวังช่วงชิงอำนาจคงก่อน้ำให้ขุ่นเล็กน้อย ไม่ถึงกับกระฉอกแต่ไม่สงบราบเรียบมีความสุขเท่าที่ควร
ฮั่นหลิงตี้ฮ่องเต้องค์ที่ 12 เป็นโอรสบุญธรรมของฮั่นฮวนตี้ฮ่องเต้ เป็นโอรสของเล่าจั้งเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงของราชวงศ์ฮั่นตะวันออก เป็นเชื้อสายของเจ้าเมืองตูตัง ได้ขึ้นครองราชย์เมื่อพระชนม์ 12 ชันษา
ยุคนี้ก่อให้เกิดเหตุการณ์ที่คอหนังจีนรู้จักดี คือ
กำเนิดยุคสามก๊ก  
ฮั่นหลิงตี้ฮ่องเต้ไม่ได้เป็นฮ่องเต้ที่ดี เพราะมัวแต่หลงใหลในนารีและอยู่ใต้อำนาจของบรรดาขันที ไม่ได้ออกว่าราชการแผ่นดิน ปล่อยให้ขันทีทำงานแทน บางเรื่องราว ไม่มีใครรู้ข้อเท็จจริง ว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ เบื้องหลังที่แท้จริง ทำไมขันทีมีอำนาจล้นฟ้า แล้วฮ่องเต้ที่เอาตัวให้รอด คงจำต้องทำตัวเสเพล หรือเป็นนิสัยเช่นนั้นจริง ๆ ที่ไม่ได้ใส่ใจในอำนาจและหน้าที่ของตน
ฮั่นหลิงตี้ฮ่องเต้ครองราชย์ได้ 10 ปี เกิดเหตุการณ์วุ่นวายเนื่องจากบรรดาขันทีรีดนาทาเร้นชาวบ้าน มันคงจะละโมบโลภมากจนเกินเหตุ สุดที่ชาวบ้านจะทานทนแล้ว
พ.ศ. 726 ชาวนาก่อกบฏเรียกกบฏชุดนี้ว่า กบฏโพกผ้าเหลืองเป็นกบฏที่สามารถรวบรวมพลพรรค และแผ่ขยายอำนาจไปหลายแว่นแคว้น
คนที่อ่านประวัติศาสตร์จีน คงรู้ว่า ชาวนาเมืองจีนไม่ธรรมดา ชาวนาบางคนสามารถสถาปนาราชวงศ์ใหม่ได้จริง ๆ แต่บ้านเราคงยากมากนะ
กบฏโพกผ้าเหลือง
เป็นการลุกฮือของพวกชาวนาเพื่อต่อต้านราชวงศ์ฮั่นตะวันออก ในรัชสมัยฮั่นหลิงตี้ฮ่องเต้หรือพระเจ้าเลนเต้ แม้ว่ากลุ่มกบฏหลักจะถูกปราบปรามอย่างราบคาบ แต่กลุ่มเล็ก ๆ ยังคงอยู่และใช้เวลา 21 ปี ที่จะปราบปรามจนหมดสิ้น
เมื่อเกิดกบฏโพกผ้าเหลือง ทางการได้ระดมชายหนุ่มมาช่วยกันปราบกบฏ ใช่ว่า ทางการจะอยู่นิ่งเฉย ใคร ๆ อยากสงวนอำนาจไว้กับตนกันทั้งนั้นแหละ เพราะเหตุนี้ทำให้เล่าปี่ กวนอู เตียวหุยได้มาพบกัน เป็นทหารในสังกัดของตั๋งโต๊ะ
แค่ฮ่องเต้ที่ไม่เอาไหน ดื่มสุราเคล้านารี ยังก่อปัญหาไม่มากพอ จังหวะที่ผู้มีโอกาสครองอำนาจต่อถึง 2 คนจากฮองเฮาและสนม จึงกลายเป็นชนวนระเบิด
วังหลวงเกิดการแตกแยกเพราะฮั่นหลิงตี้ฮ่องเต้มีโอรส 2 องค์ คือ หองจูเปียนโอรสที่เกิดแต่โฮฮองเฮา และหองจูเหียบโอรสที่เกิดแต่สนมอองบีหยิน
บ้านเมืองในยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันออกเริ่มระส่ำระสายตั้งแต่รัชกาลที่ 5 แล้วเป็นเพราะความมั่นคงภายในราชสำนัก
การสืบสันตติวงศ์ตามกฎมณเฑียรบาล การสืบทอดอำนาจของพระโอรสที่ยังทรงพระเยาว์ไม่สามารถสืบทอดอำนาจด้วยพระองค์ต้องอาศัยขุนนาง ขันทีประคับประคอง
เมื่อต้องมาเผชิญกับฮ่องเต้ที่ขาดคุณสมบัติเช่นฮั่นหลิงตี้ฮ่องเต้ ยิ่งเร่งความล่มจมให้เกิดแก่บ้านเมืองด้วยอัตราที่เร็วขึ้นกว่าเดิม
ฮั่นเซ่าตี้ฮ่องเต้องค์ที่ 13 เป็นพระโอรสของฮ่องเต้องค์ที่ 12 ฮั่นหลิงตี้ฮ่องเต้และโฮฮองเฮา ได้ครองราชย์ขณะที่มีพระชนม์14 ชันษา โฮจิ๋นพี่ชายของโฮฮองเฮาเป็นแม่ทัพใหญ่ที่มีอำนาจล้นฟ้า
ความวุ่นวายภายในราชสำนักรวมกับความไม่สงบของบ้านเมือง กลุ่มอำนาจต่างกลุ่มที่ช่วงชิงความเป็นใหญ่ไม่เว้นแม้แต่ชาวบ้านได้รวมตัวกันก่อกบฏหลายกลุ่ม กลุ่มใหญ่คือกลุ่มกบฏโพกผ้าเหลือง
ภายในราชสำนัก โฮจิ๋นลดทอนอำนาจขันที ทำให้ขันทีรวมตัวกันสั่งฆ่าโฮจิ๋น ขันทีฆ่าแม่ทัพใหญ่ได้ไม่ใช่เรื่องธรรมดาซะแล้ว
ต่างฝ่ายต่างแย่งความเป็นใหญ่ ระหว่างพี่ชายฮองเฮากับขันที ใครจะชนะกันแน่ เมื่อต่างเดินหมากคนละเกม
โฮจิ๋น จุดชนวนระเบิด
โฮจิ๋น เดิมทีเป็นเพียงพ่อค้าขายเนื้อ เมื่อน้องสาวเป็นฮองเฮา จึงได้อำนาจและตำแหน่งเป็นแม่ทัพใหญ่ มีโจโฉกับอ้วนเสี้ยวเป็นลูกน้อง
เมื่อโฮจิ๋นคิดปราบขันทีที่เรืองอำนาจมาก จึงสั่งการให้ตั๋งโต๊ะ แม่ทัพชายแดนยกทัพเข้ามาปราบ นับเป็นการสั่งการที่ผิดพลาดมาก
ระหว่างการแย่งชิงอำนาจของสองขั้วใหญ่ พี่ชายฮองเฮาที่ไม่เจนจัดในการศึก เป็นเพียงอดีตพ่อค้า กับขันทีที่กุมอำนาจในราชสำนักมานาน ใครจะแน่กว่ากัน ถ้าเพียงแต่โฮจิ๋นคิดรอมชอมกับขันที กินตามน้ำไปในช่วงแรก แล้วค่อยหาทางจัดการอย่างละมุนละม่อม อาจประคับประคองอำนาจของตนได้บ้าง แต่เชื่อว่า มันไม่มีทางเกิดขึ้น เพราะต่างฝ่ายต่างไม่ชอบหน้ากันและไม่ยอมกัน
ระหว่างอำนาจของขันทีกับแม่ทัพชายแดน โฮจิ๋นเลือกอำนาจใหม่ โดยไม่รู้ว่าเลวร้ายกว่าอำนาจเก่า
ทำไมบางคนยอมทนกับอำนาจเก่าที่คิดว่าเลวร้าย เพราะไม่แน่ใจว่าอำนาจใหม่จะเลวร้ายกว่าเดิมหรือไม่ ดังเช่นนิทานกบเลือกนาย
เมื่อขันทีรู้คำสั่งนี้ จึงรีบสังหารโฮจิ๋นทันที ด้วยกลอุบายหลอกล่อกับโฮฮองเฮาว่า ต้องการขอโทษและปรับความเข้าใจ ให้โฮจิ๋นเข้ามาพบนาง อย่างไม่ระวังตัว และไม่มีทหารคุ้มกัน
พวกสิบขันทีฆ่าโฮจิ๋นตาย แล้วตัดศีรษะโยนออกมานอกวัง ฝ่ายองครักษ์ของโฮจิ๋นอันมีโจโฉกับอ้วนเสี้ยวเห็นดังนั้น จึงสั่งให้ทหารของตนบุกเข้าไปข้างใน ไล่ฆ่าฟันทุกคนที่เป็นขันที
แผนหลอกล่อให้วางใจ เป็นอุบายที่แยบคายมาก ใช้ได้มาจนถึงปัจจุบัน อย่าไว้เนื้อเชื่อใจใครง่าย ๆ โดยเฉพาะคนที่เคยมีทีท่าร้ายกาจมาก่อน
หลังจากฆ่าโฮจิ๋นได้ ใช่ว่าขันทีจะกุมอำนาจต่อได้ เพราะเป็นจังหวะเดียวกับที่ตั๋งโต๊ะเข้าเมืองมาพอดี เตียวเหยียงหัวหน้าสิบขันทีจับตัวฮ่องเต้และหองจูเหียบองค์น้องไว้เป็นตัวประกัน แล้วหลบหนีออกนอกวัง แต่ไม่ทันการณ์เสียแล้ว บรรดาขันทีถูกฆ่าตาย ไม่รู้หมดวังหรือเปล่า ตั๋งโต๊ะจึงช่วยเหลือฮ่องเต้และหองจูเหียบได้ ทำให้ตั๋งโต๊ะกลายเป็นผู้กุมอำนาจในราชสำนัก
ทำไม จึงกล่าวว่า โฮจิ๋นเป็นผู้จุดชนวนระเบิด เพราะเป็นคนสั่งการให้ตั๋งโต๊ะเข้าเมือง และทำให้บ้านเมืองยุ่งยากลำบากมากยิ่งขึ้น เร่งให้เกิดสามก๊ก เพื่อแก้ปัญหาบ้านเมืองต่อไป
ตอนนั้นโจโฉยังเป็นทหารชั้นผู้น้อย ไม่มีอำนาจ เมื่อรู้ว่าโฮจิ๋นสั่งให้ตั๋งโต๊ะเข้าเมืองเพื่อปราบขันที ได้เอ่ยปากว่า โฮจิ๋นไม่เห็นการณ์ไกล ภัยจะมาถึงตัว ไม่รู้จักตัดไฟ ภัยก็จะน่ากลัว
หยวนเส้าหรืออ้วนเสี้ยวได้กวาดล้างขุนนางที่เป็นปฏิปักษ์ ต่อตั๋งโต๊ะ หรืออำนาจใหม่ ช่วงนี้อ้วนเสี้ยวมีอำนาจมากพอตัว อาจจะใหญ่กว่าโจโฉเสียด้วยซ้ำ
ความวุ่นวายระส่ำระสายที่เกิดขึ้นครั้งนี้ยิ่งใหญ่และลุกลาม กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต ตั๋งโต๊ะที่เป็นขุนนางเมืองปิงโจว เข้ามาปราบจลาจลภายในเมืองลั่วหยาง โดยอ้างคำสั่งของโฮจิ๋น ผู้ซึ่งตอนนี้ดับชีพไปแล้วเพราะขันที
ตั๋งโต๊ะนำกองกำลังทหารบุกนครลั่วหยางกำจัดบรรดาขันทีกว่า 2,000 คน และจัดการฆ่าขันทีตัวบงการที่สั่งฆ่าโฮจิ๋น 10 คน ให้สิ้นซากแล้วจับฮั่นเซ่าตี้ฮ่องเต้และโฮฮองเฮาขังไว้ในตำหนัก
งงไหมล่ะ ตั๋งโต๊ะเข้าเมืองตามคำสั่งของโฮจิ๋นพี่ชายฮองเฮา แต่เมื่อเข้าเมืองมาได้และปราบขันทีได้แล้ว ทำไมไม่ยกย่องฮองเฮาและลูกของฮองเฮา กลับไปเลือกลูกของสนมแทน
ตรงนี้ ไม่แน่ว่า ใครปราบแกนนำขันทีกันแน่ ต่างฝ่ายต่างอ้างว่าเป็นฝีมือของพวกตน เพราะเหตุจราจลวุ่นวายไปทั่วเมืองและภายในพระราชวัง แต่ละแหล่งต่างอ้างว่าเป็นผลงานของพวกตน
เมื่อโจโฉกับอ้วนเสี้ยวเป็นทหารชั้นผู้น้อยในสังกัดของโฮจิ๋น รู้ว่า ขันทีฆ่าเจ้านายตัวเอง ภัยจะมาถึงตัวเองเช่นกัน คงได้จังหวะ เลยฆ่าขันทีแกนนำได้ส่วนหนึ่ง เป็นจังหวะที่ตั๋งโต๊ะเข้าเมืองมาพอดี
ทหารเล็ก ๆ 2 นาย กับแม่ทัพจากชายแดนที่เข้าเมืองมาโดยคำสั่งของโฮจิ๋น ใครจะใหญ่กว่ากันล่ะ
ตั๋งโต๊ะเลยได้หน้าไปเต็ม ๆ และได้อำนาจมาแบบง่าย ๆ เสียอีก สองทหารหนุ่มคงได้แต่อ้าปากหวอและทำตาปริบ ๆ ดูเขาแย่งชิงผลงานไปต่อหน้าต่อตา ธรรมดานะที่ผู้น้อยไม่มีปากเสียงมากพอจะกล่าวอ้างว่า ตนต่างหากที่ฆ่าขันที
สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร กับราตรีนี้อีกยาวนานนัก ใครจะไปรู้ว่า โจโฉในวันนั้น กลับกลายเป็นผู้นำก๊กใหญ่และใช้แผนเดียวกับตั๋งโต๊ะคือให้ฮ่องเต้เป็นเพียงหุ่นเชิด แต่อ้วนเสี้ยวที่เป็นทหารร่วมรุ่นกับโจโฉล่ะ ได้เป็นหัวหน้าก๊กด้วยหรือไม่
พ.ศ. 733 ตั๋งโต๊ะคิดแผนการฆ่าฮั่นเซ่าตี้ฮ่องเต้ด้วยการให้ดื่มยาพิษที่ผสมในสุรา มอบให้ลิยู กุนซือนำสุราผสมยาพิษไปถวายฮั่นเซ่าตี้ฮ่องเต้ ส่วนโฮฮองเฮานั้นให้ลิยูฆ่าเสียให้ตายตกไปตามกัน
หลังจากที่ตั๋งโต๊ะสังหารฮั่นเซ่าตี้ฮ่องเต้แล้วแต่งตั้งให้ฮั่นเสี้ยนตี้หรือฮั่นเหี้ยนเต้ฮ่องเต้ เป็นฮ่องเต้แทน สิ่งที่เกิดตามมากลับยิ่งก่อให้เกิดความวุ่นวายมากยิ่งขึ้นถึงขั้นเป็นสงครามกลางเมือง
คนไทยจะคุ้นเคยกับคำว่า พระเจ้าเหี้ยนเต้ ซึ่งพอเป็นคำไทยดูแปลก ๆ พิกล เหมือนจะแปลว่า หมดไปเลย เกลี้ยงหมด อะไรทำนองนี้ เลยสิ้นราชวงศ์ฮั่นจริง ๆ เสียด้วย
 



Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2565
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2565 11:56:10 น.
Counter : 336 Pageviews.

0 comment
ราชวงศ์ฮั่นตะวันออก พ.ศ. 568– 763
ราชวงศ์ฮั่นตะวันออก พ.ศ. 568– 763
เชื้อสายราชวงศ์ฮั่นตะวันตกได้กอบกู้บัลลังก์กลับคืนมาได้  แล้วสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ชาติบ้านเมือง สถาปนาราชวงศ์ฮั่นใหม่อีกครั้ง แต่นักประวัตศาสตร์เรียกชื่อว่า ราชวงศ์ฮั่นตะวันออก
สุดท้ายล่มสลายด้วยปัญหาต่าง ๆที่รุมเร้าทั้งการฉ้อราษฎร์บังหลวงทุจริตคอรัปชัน จนเกิดเป็นตำนานสามก๊ก แผ่นดินแตกแยกเป็นสามส่วน สิ้นสุดราชวงศ์ฮั่นอีกครั้ง
ทำไมช่วงปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันตกและตะวันออก ภายในราชสำนักจึงไม่คัดเลือกเชื้อสายฮ่องเต้ที่มีฝีมือและคุณสมบัติที่เหมาะสมจะเป็นฮ่องเต้ขึ้นมามีอำนาจ ปล่อยให้ราชวงศ์ฮั่นล่มสลายไปก่อนจึงค่อยกลับมากู้คืนบัลลังก์ แล้วราชวงศ์ฮั่นตะวันออกกลับมาซ้ำรอยเดิมอีก เพราะการสืบทอดอำนาจจะสืบต่อจากสายเลืดเท่านั้น จากพ่อสู่ลูกชายคนโตจากเมียเอกเท่านั้น
คงต้องเข้าใจว่าใครคือผู้มีอำนาจตัวจริงและเขามีเจตนาที่แท้จริงเป็นเช่นไร จึงปล่อยให้เหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้นแก่บ้านเมือง
รัชสมัยที่ 1 ถึง 3 ราชวงศ์ฮั่นตะวันออกรุ่งโรจน์มาก และเริ่มเข้าสู่ยุคเสื่อมถอยอีก เมื่อรัชกาลที่ 4 ได้ขึ้นครองราชย์ เมื่ออายุ 9 ชันษาเท่านั้น เป็นเพียงหุ่นเชิดของตู้ฮองเฮากับตู้เซียน พี่ชายของฮองเฮา
เพราะกฎการสืบทอดอำนาจ ให้เฉพาะลูกเท่านั้น  และต้องเป็นลูกจากฮองเฮาด้วย แต่ทำไมลูกสนมจึงได้ขึ้นครองอำนาจล่ะ รัชกาลที่ 4 ซึ่งเป็นเพียงลูกสนมได้ขึ้นสู่บัลลังก์ แต่ไม่มีอำนาจแท้จริงเป็นเพียงหุ่นเชิดเท่านั้น เพราะผู้หนุนหลังอยู่ฝ่ายนี้ไงล่ะ
ฮ่องเต้องค์ที่ 5 ฮั่นชางตี้ฮ่องเต้ ได้ขึ้นครองราชย์เมื่อยังไม่ครบหนึ่งขวบดี อะไรจะขนาดนั้นยกย่องเด็กที่ยังไม่รู้เดียงสาให้เป็นฮ่องเต้ ไม่เหลือใครอีกแล้วหรือที่พอจะมีฝีมือแล้วอยู่ในโอวาท
กลุ่มอิทธิพล คือตระกูลเหลียงของเหลียงฮองเฮา คอรัปชั่นฉ้อราษฎร์บังหลวง ผู้ที่ขึ้นมาเป็นฮ่องเต้เริ่มมีปัญหาตั้งแต่รัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นโอรสที่เกิดแต่สนม แต่ได้รับการยกย่องให้เป็นฮ่องเต้เมื่อพระชนม์ 1 ชันษา
ฮั่นอันตี้ฮ่องเต้ ฮ่องเต้องค์ที่ 6 ปกติการสืบสายโลหิตจะนับจากลูกของฮ่องเต้องค์ก่อนเท่านั้น ไม่ใช่หลานหรือลูกพี่ลูกน้องของฮ่องเต้องค์ก่อน แต่สายตรงคงไม่เหลือทำให้ราชสำนักเลือกหลิวหูขึ้นครองบัลลังก์แทน เป็นฮ่องเต้เมื่อพระชนม์ 6 ชันษา
ตั้งแต่รัชกาลที่ 4 ถึง 6 ฮ่องเต้ไม่มีอำนาจที่แท้จริง อยู่ภายใต้อิทธิพลของฮองเฮา ไทเฮา ส่วนขันทีที่ไม่พอใจ เข้ามามีบทบาทในรัชกาลที่ 7 ฮั่นจ้าวตี้ฮ่องเต้
ไม่รู้ว่า ถ้าฮ่องเต้เข้มแข็ง ได้ขึ้นครองราชย์เมื่อถึงวัยอันเหมาะสม มีฐานอำนาจมากพอค้ำจุนบัลลังก์ จะสืบทอดราชวงศ์ได้เนิ่นนานจริงหรือไม่
แต่เหตุที่ฮองเฮามาจากตระกูลใหญ่ที่หวังอำนาจทางการเมืองเหนือฮ่องเต้ เข้ามามีอำนาจเหนือราชสำนัก ไม่ใส่ใจว่า บัลลังก์จะสั่นคลอนหรือไม่ แล้วปัญหาที่ตามมา เมื่อขันทีรู้และเข้าใจว่า สามารถมีอำนาจเหนือฮ่องเต้ได้เช่นกัน จึงเข้ามาแก่งแย่งชิงดีกับอำนาจของฮองเฮา
ราชวงศ์ฮั่นตะวันออกล่มสลายลงอย่างรวดเร็วส่วนหนึ่งเกิดจากบรรดาขันทีมีอำนาจล้นฟ้า มากกว่าใคร ๆ ในแผ่นดิน คิดสิ่งใดต้องได้ในสิ่งนั้น ขันทีเข้าไปแทรกแซงในทุกกิจการที่มีอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นการปกครอง การค้าและมีผลประโยชน์แอบแฝงในทุกเรื่องราว ที่จะเก็บเกี่ยวเงินทองเข้าพกเข้าห่อ
เมื่อถึงรัชกาลที่ 7 ขันทีมีอำนาจเหนือราชสำนัก บรรดาขันทีที่ไม่ชอบรัชกาลที่ 7 จึงสั่งปลด และแต่งตั้งฮั่นซุ่นตี้ฮ่องเต้เป็นฮ่องเต้องค์ที่ 8
รัชกาลที่ 6 เป็นพระนัดดาในรัชกาลที่ 4 หรือเป็นพระปนัดดาในรัชกาลที่ 3 เป็นการแย่งชิงอำนาจกันระหว่างขันทีที่มาจากตระกูลใหญ่คนละตระกูลแล้วสลับกลับมาทางสายพระนัดดาของฮ่องเต้องค์ที่ 3 ฮั่นจางตี้ฮ่องเต้ แล้วสลับกลับไปยังตระกูลของรัชกาลที่ 6 โดยได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้ในรัชกาลที่ 8 กับ 9 ต่อจากนั้นเส้นสายที่ได้ขึ้นมากลับมาทางสายพระปนัดดาของฮ่องเต้องค์ที่ 3 ฮั่นจางตี้ฮ่องเต้จนสิ้นสุดราชวงศ์ หรือพูดง่าย ๆ ตั้งแต่รัชกาล 5 เป็นต้นมาล้วนแล้วแต่เป็นรุ่นพระนัดดา พระปนัดดาของรัชกาลที่ 3 ที่มาจากพระอัยกีที่ต่างกัน หรือคนละตระกูลทางฝั่งพระมารดา
ฮั่นฉงตี้ฮ่องเต้ องค์ที่ 9 เป็นพระโอรสของฮั่นซุ่นตี้ฮ่องเต้ รัชกาลที่ 8 ที่เกิดแต่สนมหยูและเป็นองค์ชายรัชทายาท ขณะที่พระบิดาสวรรคตนั้น ฮั่นฉงตี้ฮ่องเต้มีพระชนม์เพียง 1 ชันษา
ช่วงขณะนี้ตระกูลเหลียงของเหลียงฮองเฮามีอิทธิพลมาก พี่ชายของเหลียงฮองเฮาชื่อเหลียงจี๋คุมอำนาจในราชสำนักไม่พอใจการแต่งตั้งครั้งนี้ ทนอึดอัด 1 ปี จัดการกับฮั่นฉงตี้ฮ่องเต้วิธีใดไม่ปรากฏแต่ฮั่นฉงตี้ฮ่องเต้สวรรคตด้วยวัย 2 ขวบ
การสืบทอดอำนาจทางสายโลหิตเพื่อครองบัลลังก์ ถ้าช่วงอายุของผู้เป็นโอรสไม่พอเหมาะ โอกาสได้สืบทอดอำนาจอาจเกิดปัญหาความยุ่งยากและอันตรายถึงแก่ชีวิต
ฮั่นจื่อตี้ฮ่องเต้องค์ที่ 10 เป็นโอรสของหลิวฮอง ปนัดดาของฮ่องเต้องค์ที่ 3 ฮั่นจางตี้ฮ่องเต้ เมื่อสายตรงหมด คนในราชสำนักจำเป็นต้องควานหาผู้ที่สมควรมีสิทธิ์โดยสายโลหิตของรัชกาลก่อน ๆ ให้มาครองบัลลังก์
เหลียงจี๋ยังคงคุมอำนาจในราชสำนัก ได้ให้หลิวจวนอายุ 7 ปี เป็นฮั่นจื่อตี้ฮ่องเต้ ตระกูลเหลียงขออยู่เบื้องหลังไม่กล้าออกนอกหน้านอกตา ยอมให้เด็ก ๆ เป็นฮ่องเต้แต่อำนาจขอใช้เอง
ฮั่นจื่อตี้ฮ่องเต้พระชนม์ 7 ชันษาได้ครองอำนาจอีกปีเดียว เหลี๋ยงจี๋จัดการเด็กคนนี้อีกแล้ว ฮั่นจื่อตี้ฮ่องเต้สวรรคตเมื่อพระชนม์ 8 ชันษาเท่านั้น ไม่รู้แต่งตั้งมาเพื่ออะไร ทรมานเด็กเปล่า ๆ แล้วมาฆ่าภายหลัง ไม่ต้องงง เพื่ออำนาจในมือของตน หยิบยืมอำนาจที่แท้จริงของฮ่องเต้ โอรสสวรรค์มาใช้นั่นเอง
ฮั่นฮวนตี้ฮ่องเต้องค์ที่ 11 เป็นปนัดดาหรือเหลนอีกคนหนึ่งของฮ่องเต้องค์ที่ 3 ครองราชย์เมื่อพระชนม์ 14 ชันษา ด้วยการเลือกของเหลียงจี๋ หลังจากที่จัดการกับฮั่นจื่อตี้ฮ่องเต้พระชนม์ 8 ชันษาไปแล้ว ถ้าเป็นสมัยนี้ อายุ 14 คงไม่ประสีประสาหรอก
ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่แค่ไหนชีวิตย่อมสิ้นไปได้เช่นกัน ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าได้สักคน เมื่อสิ้นเหลียงจี๋ผู้ชักใยอำนาจเหนือบัลลังก์ เหลียงฮองเฮาพลอยหมดอำนาจตามไปด้วย  ใครล่ะจะขึ้นมากุมอำนาจราชสำนักแทน
ฮั่นฮวนตี้ฮ่องเต้ไม่มีอำนาจในการปกครองอย่างแท้จริง เหล่านักปราชญ์ที่นิยมลัทธิขงจื๊อไม่พอใจที่ขันทีมีอำนาจมากเกินจริง จึงร่วมมือกับขุนนางก่อกบฏ แต่ขันทีมีอำนาจเหนือกว่าจึงปราบกบฏได้  อำนาจที่แท้จริงควรอยู่ในกำมือของใครกันแน่
ฮ่องเต้ยิ่งใหญ่คับฟ้า
ฮองเฮาและไทเฮายิ่งใหญ่กว่า
ญาติของฮองเฮาและไทเฮายิ่งใหญ่ที่สุด
แต่ขันทียิ่งใหญ่กว่าใครในราชสำนัก
นี่คือจุดพลิกผันทางการเมือง
 



Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2565
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2565 11:54:58 น.
Counter : 121 Pageviews.

0 comment
ราชวงศ์ซิน พ.ศ. 552 – 566
ราชวงศ์ซิน พ.ศ. 552 – 566
หวังหมั่งวางแผนจะเป็นฮ่องเต้มานาน เมื่อสบโอกาสสถาปนาราชวงศ์ซิน แต่เชื้อสายราชวงศ์ฮั่นมาทวงคืนสิทธิอันชอบธรรม ทำให้สิ้นสุดราชวงศ์ซินในรัชกาลต่อมา
ราชวงศ์ซินมีอายุเพียง 15 ปี คั่นกลางระหว่างราชวงศ์ฮั่นตะวันตกกับราชวงศ์ฮั่นตะวันออก เพราะซินเกาจู่ฮ่องเต้หรือหวังหมั่งสามารถก่อการกบฏล้มล้างราชวงศ์ฮั่นตะวันตกได้สำเร็จแล้วปราบดาภิเษกตั้งตนเป็นฮ่องเต้ในราชวงศ์ซิน แต่อยู่ได้ไม่นานโดนฮั่นกวงตี้ฮ่องเต้เชื้อสายราชวงศ์ฮั่นตะวันตกกลับมาทวงบัลลังก์คืน ซินเกาจู่ฮ่องเต้จึงเป็นฮ่องเต้องค์เดียวของราชวงศ์ซิน



Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2565
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2565 11:54:09 น.
Counter : 103 Pageviews.

0 comment
ยุคก่อนสามก๊ก
เปิดเล่ม ต้นเรื่อง
           
หนังสือชุดบัลลังก์มังกรหรือฮ่องเต้ เล่มที่ 1 กล่าวถึง ฮ่องเต้ราชวงศ์ฉิน ราชวงศ์แรกของจักรวรรดิจีน ฉินจิ๋นซีฮ่องเต้ ผู้อาจหาญรวบรวมแคว้นทั้งหกเข้าเป็นหนึ่งเดียว สร้างความยิ่งใหญ่ ตั้งตนเป็นฮ่องเต้ ที่มีอำนาจเหนืออ๋องทั้งปวง ราชวงศ์ฉิน ครองอำนาจได้เพียงช่วงสั้น ๆ อีกรัชกาลเดียว สิ้นราชวงศ์ฉินเพราลูกคนเล็กใช้วิธีเลวทราม หลอกฆ่าพี่ชายคนโตที่เหมาะสมจะครองบัลลังก์ รวม พ.ศ. 322 – 337 ที่ราชวงศ์ฉินครองอำนาจแบบเผด็จการ ถึงจะสร้างความเจริญแบบมาตรฐานเดียว แต่ชาวนาทั่วไปกลับแร้นแค้นแสนสาหัส
อำนาจอันยิ่งใหญ่ที่ได้มา ไม่ว่าด้วยวิธีใด จากบรรพบุรุษที่แย่งชิงความเป็นใหญ่เหนือแคว้นต่าง ๆ จนรวมเป็นอาณาจักรเดียวที่ยิ่งใหญ่ และส่งต่อให้ลูก ทว่าลูกคนโตที่เก่งกาจกลับพ่ายแพ้ต่อคมดาบของผู้น้องที่ใช้วิธีต่ำทรามช่วงชิงอำนาจไป สุดท้าย ไม่อาจรักษาแผ่นดินในอำนาจของตนได้
ผู้ที่บังอาจเก่งกาจกอบกู้อำนาจใหม่ขึ้นมา หาใช่ใครไม่ กลับกลายเป็นเพียงชาวนาที่แสนจะยากจนข้นแค้นมากถึงมากที่สุดคนหนึ่ง
            หลิวปังชาวนาที่ชีวิตรันทดสุดแสน ได้สถาปนาราชวงศ์ฮั่น ทรงพระนาม ฮั่นเกาจู่ฮ่องเต้ สืบอำนาจต่อให้ลูกหลานครองอำนาจล้นฟ้าได้ 215 ปี พ.ศ. 337 – 552 ถึงรัชกาลของฮั่นหยูจื่ออิง แล้วโดนแทรกคั่นกลางด้วยราชวงศ์ซิน แต่ราชวงศ์ฮั่นสามารถกอบกู้อำนาจกลับคืนดังเดิมได้ สถาปนาราชวงศ์ฮั่นใหม่อีกครั้ง และเรียกชื่อราชวงศ์ฮั่นเดิมว่า ราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ส่วนราชวงศ์ฮั่นใหม่ให้ชื่อว่า ราชวงศ์ฮั่นตะวันออก พ.ศ. 568 – 763 สิ้นสุดที่ฮั่นเสี้ยนตี้ฮ่องเต้
            ความเป็นฮ่องเต้ที่ครองอำนาจเหนือจักรวรรดิจีน ไม่ได้สิ้นสุดที่ราชวงศ์ฮั่นแน่นอน เรื่องราวต่อมา คงถึงยุคที่จักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่แตกเป็นเสี่ยง ๆ เป็นตำนานและภาพยนตร์ที่คนไทยรู้จักอย่างดี คือ สามก๊ก
            เล่มที่ 2 ยุคสามก๊ก เมื่อราชวงศ์ฮั่นเสื่อมถอย ไม่มีใครยอมใคร ต่างหวังเป็นใหญ่และเสวยสุขบนบัลลังก์เฉพาะตระกูลของตน  การสืบทอดต่ออำนาจเฉพาะลูกหลาน กลับไม่ได้ฮ่องเต้ที่มีฝีมือ ถึงจะกอบกู้ราชวงศ์ได้อีกครั้ง แต่เมื่อมีเกิด เฟื่องฟู ย่อมล่มสลายในที่สุด
จักรวรรดิจีนที่ยิ่งใหญ่ อาณาจักรกว้างใหญ่ไพศาล โดนแบ่งเป็นสามส่วน เกิดตำนานสามก๊ก สู้รบแย่งชิงอำนานนานหลายปี สิ้นสุดแผ่นดินสามส่วน รวมตัวเป็นหนึ่งได้อีกครั้ง จนราชวงศ์จิ้นผงาดขึ้นมาตั้งราชวงศ์จิ้น
ต่อจากยุคสามก๊ก มาถึงราชวงศ์จิ้น แล้วมาถึงยุคห้าชนเผ่า  ราชวงศ์เหนือใต้ ยุคราชวงศ์สุย และกลับมายิ่งใหญ่ด้วยฮ่องเต้ราชวงศ์ถังอีกครั้ง ราชวงศ์อู่โจว ยุคห้าราชวงศ์ สิบอาณาจักร ราชวงศ์เหลียว ราชวงศ์ซ่ง ราชวงศ์จิน แล้วชนต่างเผ่าชาวมองโกลมาครองอำนาจเหนือแผ่นดินจีน ราชวงศ์หยวน กลับมาอีกครั้งในอำนาจของชาวฮั่นราชวงศ์หมิง สุดท้ายและท้ายสุดชาวแมนจูเรียมาครองอำนาจในราชวงศ์ชิง
การเรียนรู้ประวัติของฮ่องเต้ เท่ากับได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของมหาอำนาจในอดีต และอนาคต รู้วิธีคิด การบริหารจัดการที่ประสบความสำเร็จรุ่งโรจน์ และพลาดพลั้งเสียทีแก่มหาอำนาจ ด้วยเหตุผลกลใด ทุกเรื่องราวนับเป็นบทเรียนให้แก่คนรุ่นหลัง
การรู้วิธีคิดและบริบททางสังคมที่เปลี่ยนไปในแต่ละยุคแต่ละสมัย
การที่ประเทศใดประเทศหนึ่งจะเจริญมั่งคั่งรุ่งเรืองหรือถดถอยลงล้วนแล้วแต่เกิดจากผู้นำสูงสุด
ความเป็นจีนก่อตัวมานานมากและคงจะเป็นชาติที่ยิ่งใหญ่ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งปัจจัยหนึ่งน่าจะมาจากระบอบการปกครองที่มีฮ่องเต้เป็นผู้มีอำนาจสูงสุดที่สามารถปกครองแผ่นดินที่กว้างใหญ่ไพศาลและสร้างความเจริญรุ่งเรืองได้
 
ก่อนถึงยุคสามก๊ก
 
จีนยิ่งใหญ่มากในยุคราชวงศ์ฉิน และราชวงศ์ฮั่น ถึงแม้ราชวงศ์ซินจะคั่นกลางราชวงศ์ฮั่นช่วงหนึ่ง แต่ราชวงศ์ฮั่นกอบกู้อำนาจคืนมา และเรียกราชวงศ์ฮั่นตะวันออก
ราชวงศ์ฮั่นตะวันตก
ราชวงศ์ฮั่นตะวันตกรุ่งเรืองมากในรัชสมัยของฮั่นอู่ตี้ฮ่องเต้มหาราช ยิ่งใหญ่จนได้ชื่อว่าเป็นมหาราช เป็นฮ่องเต้องค์ที่ 7 ครองบัลลังก์ 54 ปี นานกว่าองค์อื่น ๆ ของราชวงศ์ฮั่น
ถึงจะเก่งกาจ สามารถมาก ขยายแผ่นดินจีนได้กว้างใหญ่ไพศาลที่สุด ทว่าในราชสำนักแย่สุด ๆ และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของความเสื่อมถอย เรียกว่าเก่งการขยายฐานอำนาจครองแผ่นดินมากมาย แต่ไม่ได้เรื่องบ้านของตัวเอง ภาษาชาวบ้านบอก เก่งการเมืองแต่ไม่เก่งการบ้าน
มีฮองเฮาและสนมจำนวนมาก ตามประสาผู้มีทั้งอำนาจ ลาภยศ เงินทอง สุดท้ายผู้ที่ได้ครองบัลลังก์ต่อกลับเป็นโอรสองค์เล็กสุด ผู้ซึ่งไม่ประสีประสา ลูกเมียโดนข้อหาใช้มนต์ดำ และคิดแย่งราชสมบัติ
ปกติธรรมเนียมจีนแต่ไหนแต่ไร ลูกชายคนโตจะเป็นผู้รับสืบทอดทรัพย์สมบัติกิจการทั้งหมดของครอบครัว เหตุไฉนราชสำนักถึงได้วุ่นวายมากปานฉะนี้ แถมผู้มีสิทธิ์ทั้งหมดกลับโดนข้อหาที่ร้ายแรงเสียอีก มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
นี่เป็นจุดพลิกผันจากความเจริญสุด ๆ ไปสู่ความเสื่อมถอยถึงขั้นราชวงศ์ล่มสลาย
โอรสชื่อจงซานจิ้งอ๋องเป็นบรรพบุรุษของเล่าปี่แห่งจ๊กก๊ก เป็นคนเดียวที่พยายามกอบกู้ราชวงศ์ฮั่นภายหลังในยุคสามก๊ก
จำนวนสนมที่มากมาย พระโอรสที่มากมี ไม่มีสักคนที่เก่งกาจเชียวหรือ ฮั่นโจวตี้ฮ่องเต้ โอรสองค์เล็กสุดจากพระสนมโจว ครองราชย์ด้วยพระชนม์เพียง 7 พรรษา หัวกวงเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตลอดรัชสมัย 13 ปี พอรู้ความจะปกครองบ้านเมืองด้วยองค์เอง ให้สวรรคตซะนี่
อำนาจครองเมืองอยู่ที่หัวกวง เมื่อสิ้นรัชกาล องค์ชายหลิวเหอโอรสขององค์ชายหลิวโปครองราชย์ต่อเพียง 27 วัน หัวกวงสั่งปลดองค์ชายหลิวเหอจากตำแหน่ง อำนาจของหัวกวงผู้สำเร็จราชการใหญ่แค่ไหนสั่งปลดฮ่องเต้ได้ด้วย
คนช่างสงสัยอาจแอบตั้งคำถามว่า ที่ราชสำนักและวังหลังวุ่นวายถึงปานฉะนี้ ฮ่องเต้ฆ่าลูกเมียเป็นว่าเล่น และยกเด็ก 7 ขวบครองเมือง น่าจะเป็นฝีมือใครที่หวังกอบโกยอำนาจ และวางแผนชั่วร้ายต่าง ๆ นานาให้เกิดขึ้น ฤาอาจจะเป็นเพียงดวงเมืองบันดาลดลให้เป็นเช่นนี้เอง
ฮั่นเสวียนตี้ฮ่องเต้ครองราชย์เมื่อพระชนม์ 17 พรรษา เริ่มมีพระชนม์มากพอ มีสติปัญญาคิดการณ์ไกล ทรงเป็นฮ่องเต้ที่เปิดโอกาสให้ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินวิพากษ์วิจารณ์การปกครอง มุ่งหมายจะกำจัดหัวกวง สุดท้ายสามารถกวาดล้างอำนาจของตระกูลหัวได้ และอย่างรุนแรงซะด้วย
การทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามจะชนะได้ ถ้าฝ่ายเรามีพละกำลังมากกว่า ใครอยากเป็นฝ่ายชนะต้องประเมินกำลังตนให้ดีเสียก่อนที่จะเข้าต่อกรด้วย
ฮั่นหยวนตี้ฮ่องเต้ องค์ที่ 10 รัชสมัยนี้ยุ่งยากจากปัญหาทางชนชั้นของขุนนาง ฮั่นเฉิงตี้ฮ่องเต้เป็นฮ่องเต้องค์ที่ 11 พระชนม์ 18 พรรษา ทรงหมกมุ่นอยู่กับเรื่องราวทางโลกีย์และอิสตรี
สิ้นอำนาจในตระกูลหัวกวง อำนาจใหม่จากตระกูลหวังไทเฮามาแทนที่และเป็นจุดเปลี่ยนทางประวัติศาสตร์
ใช่ว่าฮ่องเต้จะยิ่งใหญ่ได้เพียงลำพัง จำต้องมีฐานอำนาจค้ำจุนบัลลังก์ ปัญหาอยู่ที่ฐานอำนาจนี้อย่าให้ใหญ่โตกว่าฮ่องเต้ก็แล้วกัน แต่นี่ไม่ใช่ซะแล้ว ฮ่องเต้เป็นเพียงหุ่นเชิด
ฮั่นอัยตี้ฮ่องเต้ครองราชย์เมื่อพระชนม์ 18 พรรษา อำนาจที่แท้จริงยังคงอยู่กับตระกูลหวัง
น่าสังเกตว่า ฮ่องเต้มีพระชนม์น้อย ๆ และครองราชย์ไม่ได้นาน แถมด้วยผู้กุมอำนาจกลับอยู่ในกำมือของตระกูลหวังที่เป็นเศรษฐี
ฮั่นผิงตี้ฮ่องเต้ มีอายุเพียง 9 ชันษา หวังหมั่งหัวหน้าทางการทหารและพลาธิการจึงได้ตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ โดยมีหวังไทเฮากุมอำนาจ
ฮั่นหยูจื่ออิงฮ่องเต้เป็นฮ่องเต้องค์ที่ 14 แห่งราชวงศ์ฮั่น และนับเป็นฮ่องเต้องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ขึ้นครองราชย์เมื่อพระชนม์ 1 พรรษา คงจะเป็นฮ่องเต้ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์จีน ทั้งหมดเป็นแผนการของหวังหมั่ง
จังหวะชีวิตของคนที่เกิดมามีอำนาจสูงสุดในขณะที่ตนยังไม่พร้อม ย่อมยากที่จะยังคงรักษาอำนาจนั้นไว้ได้ เมื่อมีผู้แย่งชิงอำนาจวางแผนอย่างรอบคอบ ความถูกต้องว่าใครควรจะครองแผ่นดินควรอยู่ที่ใดระหว่างผู้ที่มีสิทธิ์ตามสายเลือดกับผู้ที่มีฝีมือ



Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2565
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2565 11:53:32 น.
Counter : 102 Pageviews.

0 comment
บัลลังลังก์มังกร 2 ยุคสามก๊ก 
บัลลังลังก์มังกร 2 ยุคสามก๊ก 
 
           ฮ่องเต้คือผู้มีอำนาจสูงสุดของจักรวรรดิจีน และเป็นจีนหนึ่งเดียว แต่เมื่อมีผู้หนึ่งที่บังอาจเทียบรัศมี จะปราบดาภิเษกตั้งตนเป็นฮ่องเต้ในราชวงศ์ใหม่ แล้วฮ่องเต้ยุคสามก๊กมีถึงสามพระองค์ จากสามราชวงศ์
ยุคนี้แผ่นดินจีนร้อนเป็นไฟ มีศึกสงครามทุกหย่อมหญ้า ก๊กเล็กก๊กน้อยเต็มไปหมด สู้กันไปมาจนเหลือสามก๊กใหญ่ แล้วปราบดาภิเษกตั้งตนเป็นฮ่องเต้
ชุดบัลลังก์มังกร เล่มที่ 2 เป็นเรื่องราวของฮ่องเต้จากสามราชวงศ์ ที่แผ่นดินจีนแตกแยกเป็นสามส่วน เรื่องยุ่ง ๆ ของการเข้าสู่อำนาจ การดำรงคงอยู่ และส่งต่อลูกหลาน การแก่งแย่งชิงดีในราชสำนัก รวมถึงการล่มสลาย  สิ้นราชวงศ์และเข้าสู่ราชวงศ์จิ้น
อำนาจที่ยิ่งใหญ่ล้นฟ้า เปลี่ยนมือคนแล้วคนเล่า เป็นเรื่องที่น่าสนใจใฝ่รู้ว่าเกิดได้เยี่ยงไร ถึงการเข้าสู่อำนาจ การครองอำนาจในมือ และสิ้นสูญอำนาจ
พัทธดนย์ เกษกมล
 



Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2565
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2565 11:51:18 น.
Counter : 108 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  

สมาชิกหมายเลข 4665919
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



ดร.พรรณี เกษกมล นักเขียน ข้าราชการบำนาญ ครูซี 9 แนะแนว
New Comments