All Blog
หมิงซือจงฮ่องเต้ ตอนที่ 1

หมิงซือจงฮ่องเต้หรือหมิงฉงเจินฮ่องเต้เป็นฮ่องเต้องค์ที่ 16 และเป็นองค์สุดท้ายของราชวงศ์
หมิง รัชศกฉงเจิน
หมิงซือจงฮ่องเต้พระนามเดิมจูโหยวเจี่ยน ประสูติเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2148 สวรรคตวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2187 รวมอายุ 39 ปี เป็นโอรสของหมิงกวงจงฮ่องเต้ และเป็นพระอนุชาของ
หมิงซีจงฮ่องเต้ ซึ่งสวรรคตเมื่อปี พ.ศ. 2170
นี่เป็นอีกครั้งที่น้องชายสืบอำนาจต่อจากพี่ชาย แทนที่จะเป็นลูกชายคนโตสืบอำนาจต่อจากพ่อ เพราะเหตุใด สายราชสกุลขาดด้วนไป ไร้ผู้สืบทอดอำนาจ ไร้รัชทายาท
ในรัชสมัยของพระเชษฐาหมิงซีจงฮ่องเต้นั้น ว่ากันว่าเกิดความผิดปกติในราชสำนักอีกครั้งในเมื่อพระโอรสและพระธิดาเสียชีวิตแต่วัยเยาว์ทำให้ผู้สืบสันตติวงศ์หมดสิ้นไป
โอกาสการครองราชย์ต่อมาจึงตกอยู่ที่พระอนุชา
มันไม่ใช่เหตุปกติวิสัย ในเมื่อขันทีเว่ยจงเสียนร่วมมือกับแม่นมกีในหมิงซีจงฮ่องเต้ กำจัดว่าที่รัชทายาท และโอรสธิดาที่เกิดจากนางในสนมทั้งหมด
ด้วยเหตุผลอันใดกันแน่
หรือเป็นแต่เพียงข้ออ้างว่า เกิดจากเงื้อมมือของทั้งสอง
 
ขณะนั้นบ้านเมืองเกิดระส่ำระสายมากขึ้นแล้ว ไม่สงบและเจริญรุ่งเรืองเหมือนแต่ก่อน ถึงแม้ว่า หมิงซือจงฮ่องเต้จะพยายามมากสักเท่าไรก็คงไม่อาจกอบกู้สถานการณ์ให้ดีขึ้นได้
ช่วง 7 ปี ในอำนาจของหมิงซีจงฮ่องเต้พระเชษฐา เกิดการต่อต้านอำนาจของขันทีเว่ยจงเสียนที่ใช้อำนาจอย่างไร้ขอบเขต กำจัดศัตรูทางการเมืองอย่างโหดเหี้ยมไร้คุณธรรม
แล้วในรัชสมัยนี้ อำนาจป่าเถื่อนภายใต้การบงการของขันทีเว่ยจงเสียนจะยังคงมีอยู่หรือหมดสิ้นไปแล้วล่ะ ถึงกับทำให้สิ้นราชวงศ์หมิงได้ทีเดียว
แม้แต่ในราชสำนัก บรรดาขุนนางกับบรรดาขันทีไม่ลงรอยและคอยเขม่นซึ่งกันและกัน
ต่างฝ่ายต่างพยายามช่วงชิงอำนาจกันเอง
ทุกคนรู้ สังคมรู้ ขันทีมีอำนาจเหนือราชสำนัก และเหนือขุนนาง
ทำอย่างไรล่ะ จึงจะลดทอนอำนาจของขันทีโฉดเขลาเบาปัญญาเว่ยจงเสียนได้
ขันทีเว่ยจงเสียนมีอำนาจคับฟ้ายิ่งใหญ่มากเท่าใด
ยิ่งก่อความยุ่งยากแก่การปกครองมากเท่านั้น
 
เมื่อขันทีเว่ยจงเสียนเหนือทุกคนบนผืนแผ่นดินต้าหมิง รองอยู่เพียงหนึ่งคือฮ่องเต้
ผู้ที่จะจัดการกับขันทีเว่ยจงเสียนได้ คงมีเพียงแต่หมิงซือจงฮ่องเต้เท่านั้น แต่จะทำได้หรือไม่
ถ้าทำได้คงจะคืนอำนาจให้กับขุนนาง ซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้าม
หมิงซือจงฮ่องเต้จัดการขจัดขันทีเว่ยจงเสียนให้พ้นเส้นทางแห่งอำนาจได้เป็นคนแรก ด้วยความร่วมมือกับแม่ทัพขุนนางที่เกลียดชังน้ำหน้ามานาน
สิ่งที่ทำต่อมาคือการริดรอนอำนาจของบรรดาขันทีให้ลดลงไปเรื่อย ๆ
ขณะเดียวกันเพิ่มอำนาจของบรรดาขุนนางให้มากขึ้น รวมทั้งการคืนอำนาจให้กองกำลังทหาร เช่นยกย่องแม่ทัพหยวนชงหวนที่มีชัยชนะเหนือกองทัพแมนจู
สิ่งใดจะเกิดย่อมต้องเกิด ดวงชะตาบ้านเมืองย่อมเป็นไปเช่นนั้น
ถึงจะลดทอนอำนาจของขันทีเว่ยจงเสียนและบรรดาขันทีได้ แต่ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นยิ่งกระหน่ำซ้ำเติมให้สถานการณ์ต่าง ๆ ในบ้านเมืองเลวร้ายลง
 
            ช่วงนี้ถือว่าเป็นจุดใกล้สิ้นสุดราชวงศ์หมิงเต็มที ความเสื่อมทุกเรื่องเกิดขึ้น
การผูกขาดที่ดินโดยเชื้อพระวงศ์ และบรรดาขุนนางชั้นผู้ใหญ่ทำให้ถือครองที่ดินเกือบทั่วประเทศ การขูดรีดเก็บภาษีจากประชาชนเพิ่มสูงขึ้นทุกปีทั้งที่ประชาชนยากจนลงทุกวัน
พรรคตงหลินได้เกิดขึ้นจากขุนนางที่ดีและนักวิชาการที่มองเห็นความเสื่อมโทรมของประเทศและพยายามที่จะช่วยฟื้นฟู แต่ฝ่ายตรงข้ามแทนที่จะเห็นความดีและคอยสนับสนุน กลับหาเรื่องและคอยกลั่นแกล้ง
น้ำดีส่วนน้อย มีหรือจะสู้น้ำเน่าส่วนใหญ่ได้ เมื่อเทน้ำใส 1 ถ้วย ลงในคลองเน่า ๆ คงจะเน่าต่อไป ไม่มีทางจะแก้ไข ฟื้นคืนสังคมให้ดีขึ้นได้เชียวหรือ
เมื่อเกิดทุพภิกขภัยที่มณฑลส่านซีและขุนนางยังคงขูดรีดภาษีจากประชาชนอีก ทำให้เกิดกบฏนำโดยหลี่จื้อเฉิง
            ภัยพิบัติในครั้งนั้นทำให้ประชาชนล้มตายลงเป็นจำนวนมากสร้างความไม่พอใจให้เกิดกับประชาชนรากหญ้าที่ทางการไม่สามารถเข้ามาช่วยเหลือได้ทันท่วงที
ในขณะเดียวกับที่เหล่าบรรดาขุนนางคอรัปชัน ขูดรีดภาษีจากประชาชน ไม่ดูแลยามทุกข์ยากยิ่งสร้างความไม่พอใจให้มากขึ้น
ใช่ว่าเมื่อหมดสิ้นการรีดนาทาเร้นจากพวกขันทีแล้ว ชาวบ้านจะสุขสบายขึ้น
ขุนนางโฉดยังคงมีอยู่ไปทั่ว แม้ว่าจะมีขุนนางน้ำดีบางส่วนพยายามอย่างสุดกำลังที่จะแก้ไขปัญหาบ้านเมืองที่ทับถมกันมานาน
การคอรัปชันฉ้อราษฎรบังหลวงเกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้า แม้แต่พวกเชื้อพระวงศ์ด้วยกัน และ
บรรดาขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่ร่ำรวยและมีอำนาจ ยังมองไม่เห็นหนทางแห่งหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ มัวแต่ไขว่คว้าเอามาเป็นของตนและพวกตนให้มากที่สุด
ลืมไปว่า คนที่โดนกดขี่ข่มเหงมาก ๆ ยากลำบากถึงที่สุด จะอดทนต่อไปได้
คงมีสักวันที่ความอดทนสิ้นสุดลง และบอกว่า จะไม่ยอมทนอีกต่อไป สิบ่ทนแล้วหนา
 
ปี พ.ศ. 2187 เริ่มเกิดขบวนการต่อต้านเหล่าบรรดาขุนนาง นำโดยหลี่จื้อเฉิงผู้นำชาวนาเข้าบุกยึดเมืองซีอานได้เป็นผลสำเร็จ และตั้งตนเป็นใหญ่ปราบดาภิเษกเป็นฮ่องเต้ราชวงศ์ซุ่น
เริ่มต้นราชวงศ์หมิงด้วยชาวนาที่ยากจนคนหนึ่ง แล้วจะมาสิ้นสุดลงด้วยชาวนาที่ยากจนอีกคนหนึ่งที่อดทนไม่ได้เช่นกัน เช่นนั้นรึ
เมื่อได้เมืองซีอาน ต่อจากนั้นกองกำลังของซุ่นหลี่จื้อเฉิงฮ่องเต้ได้นำกองกำลังทหารเข้ายึดกรุงปักกิ่งเมืองหลวง จะทำได้หรือไม่
            ที่จริงคงไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่ซุ่นหลี่จื้อเฉิงฮ่องเต้จะยึดกรุงปักกิ่ง แต่ทั้งนี้เป็นเพราะบรรดาขันทีที่หมดอำนาจหันเหไปเข้าพวกด้วย แค้นนัก เมื่อพวกตนหมดอำนาจ จึงหวังพึ่งอำนาจใหม่
การแอบเปิดประตูเมืองให้ บางทีน่าจะเรียกพวกนี้ว่าพวกขายชาติ ไม่ใช่ชังชาตินะ
ตอนได้ดีมีสุขก็ทำบ้านเมืองปั่นป่วน พอหมดอำนาจ อยากได้อำนาจนั้นกลับคืนมา ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตามที บ้านเมืองจะเป็นไร ช่างมัน ขอให้พวกตนได้เสพสุขอีกครั้ง
ส่วนบรรดาขุนนางและกองกำลังทหารต่างหนีเอาตัวรอดไม่คิดต่อสู้เพื่อปกป้องบ้านเมือง
 
ในรัชสมัยของหมิงซือจงฮ่องเต้คงมีแต่ความวุ่นวายเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
การที่ซุ่นหลี่จื้อเฉิงฮ่องเต้ยึดครองกรุงปักกิ่งได้ด้วยกำลังพล 60,000 นายนั้น ได้เผชิญหน้ากับอู๋ซานกุ้ยนายทหารหมิงผู้ซึ่งคุมกองกำลังทหารถึง 100,000 นาย ณ ป้อมซานไฮ่กวานทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง
ป้อมนี้จะป้องกันชาวแมนจูไม่ให้เข้าเมือง อู๋ซานกุ้ยพ่ายแพ้ต่อหลี่จื้อเฉิง
กลุ่มกบฏหลี่จื้อเฉิงและชาวแมนจูต่างคิดว่าองค์ชายซุ่นจื่ออายุ 6 ปี น่าจะเหมาะเป็นฮ่องเต้องค์ต่อไป จึงหันไปสวามิภักดิ์ต่อ โดยให้องค์ชายทอร์กุนเป็นผู้สำเร็จราชการขององค์ชายซุ่นจื่อ
ส่วนหมิงซือจงฮ่องเต้ผู้แพ้ภัยสงครามกลางเมือง โดนกบฏที่นำโดยหลี่จื้อเฉิงยกทัพเข้าเมืองหลวงและบุกเข้าพระราชวัง ได้หลบหนีขึ้นยอดเขาเจียงซานทางด้านเหนือของพระราชวังและผูกคอตายใต้ต้นไม้ด้วยพระองค์เองหนีความอัปยศที่ไม่สามารถปกครองประเทศในตำแหน่งฮ่องเต้ที่ดีได้ในขณะที่มีพระชนม์34 พรรษา
พระองค์ทรงละอายต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วว่า ไม่สามารถรักษาราชวงศ์ให้คงอยู่ต่อไป ตำแหน่งของต้นไม้นั้นสามารถมองเห็นพระราชวังได้อย่างชัดเจนเพื่อให้เกิดสำนึกว่าพระองค์คือฮ่องเต้แต่ไม่สามารถดูแลอาณาประชาราษฎร์ได้สมที่ตั้งใจไว้
ปัญหาใหญ่ทับถมมานาน ยิ่งกว่าดินพอกหางหมู
ยากนักที่จะแกะดินนั้นให้หลุดออกไปได้ในเร็ววัน
วาระสุดท้ายของชีวิตฮ่องเต้องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์หมิง
หนึ่งชั่วโมงก่อนจะตัดสินใจผูกคอตายด้วยความอับอาย ความคับแค้นใจและอีกหลายความรู้สึกที่พรั่งพรูตามมาเพราะพ่ายแพ้ต่อกลุ่มกบฏหลี่จื้อเฉิง หมดสิ้นในอำนาจ
ผู้ที่ยังคงติดตามพระองค์แม้ว่าจะไม่หลงเหลืออำนาจใด ๆ แล้วก็ตาม ยังคงมี และติดตามไปในปรโลกอีกต่างหาก สมัยนี้จะหาเช่นนี้ได้อีกหรือไม่ ถ้าไม่โดนบังคับ
ขันทีหวังเฉิงเอิน ขุนนางเจ้าหน้าที่กว่า 700 ชีวิต ฆ่าตัวตายตามพระองค์ และขันทีอีกกว่าพันคนตายในวังขณะต่อสู้กับกบฏ
สาวใช้อีก 300 ชีวิต ฆ่าตัวตายตามเช่นกันหลังการสวรรคตของฮ่องเต้ ก็ใช่ว่าจะไปตามลำพัง อย่างน้อยยังพอมีผู้จงรักภักดีพร้อมที่จะติดตามและปกป้องพระองค์อยู่บ้าง
            คงไม่มีฮ่องเต้องค์ใดยอมปลิดชีพพระองค์เองด้วยการแขวนคอนอกพระราชวัง ณ จุดที่เฝ้ามองพระราชวัง ในห้วงสุดท้ายที่ลมหายใจจะออกจากร่าง หมดสิ้นไปในบัดดล
ความรู้สึกผิดของสามัญชน หัวหน้ากบฏที่เป็นแค่ชาวนาได้เอ่ยถึงฮ่องเต้ว่า
พระองค์ไม่ใช่คนที่เลวร้าย แต่อาจมีหลายเหตุที่มารุมเร้า ทำให้บ้านเมืองย่ำแย่เช่นนี้
มหาอำมาตย์เอาแต่ยุ่งเรื่องส่วนตัวไม่สนใจกิจการบ้านเมือง แล้วหลี่จื้อเฉิงสั่งให้ฝังพระศพฮ่องเต้และฮองเฮาไว้ในสุสานราชวงศ์หมิงเพื่อเป็นการให้เกียรติครั้งสุดท้าย
อู๋ซานกุ้ยซึ่งเป็นแม่ทัพใหญ่เฝ้าประตูเมืองฝั่งแมนจูต้องสู้รบทั้งแมนจูและกบฏหลี่จื้อเฉิงคงจะหมดแรงไปแล้วจึงยอมแพ้ทั้งสองฝ่าย
ส่วนกบฏหลี่จื้อเฉิงสู้กองกำลังของแมนจูไม่ได้ต้องตีฝ่าวงล้อมออกนอกเมือง อู๋ซานกุ้ยยอมให้ผ่านแต่โดยดี
กองทัพแมนจูเข้าโจมตีกรุงปักกิ่งสำเร็จในวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2187 แต่ต้องใช้เวลาอีก 17 ปี จึงปราบกบฏสำเร็จรวมทั้งพวกภักดีต่อราชวงศ์หมิง องค์ชายกุยเป็นเชื้อพระวงศ์คนสุดท้ายของราชวงศ์หมิงที่อู๋ซานกุ้ยไปตามจับที่เมืองพม่าแล้วประหารชีวิตที่มณฑลยูนนานในปี พ.ศ. 2205
 



Create Date : 18 สิงหาคม 2563
Last Update : 18 สิงหาคม 2563 16:26:20 น.
Counter : 1610 Pageviews.

1 comments
Share to Facebook
  
โดย: สมาชิกหมายเลข 4665919 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา:11:56:38 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สมาชิกหมายเลข 4665919
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



ดร.พรรณี เกษกมล นักเขียน ข้าราชการบำนาญ ครูซี 9 แนะแนว
New Comments