All Blog
60129 ทำไมจึงไม่มีมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก
60129 ทำไมจึงไม่มีมาตรฐานเดียวทั่วโลก
            ในโลกสมัยใหม่ การทำงานใด ๆ ต้องมีมาตรฐานคุณภาพ และตัวบ่งชี้เป็นตัวกำหนดผลการทำงาน  เกือบจะทุกอาชีพต้องโดนผลกระทบของแนวคิดนี้  แต่ต่างแห่ง ต่างถิ่น ต่างที่นี้  มาตรฐานแตกต่างกัน ใครเป็นผู้กำหนดมาตรฐาน เวลาที่เราอยู่เมืองไทย จะใช้หลักระยะทางเป็นกิโลเมตร พอมาถึงอเมริกา ป้ายบอกระยะทางเป็นหลักไมล์  เส้นทางที่ออกจากสนามบินลอสแอลเจลิสไปยังเมืองซานดิเอโกจะมีป้ายบอกชื่อถนน ระยะทางที่จะไปอีกแห่งหนึ่งเป็นตัวเลขหลักไมล์เป็นจำนวนเต็มและเลขเศษส่วน
            การบอกระยะทางด้วยเลขเศษส่วน ทำให้นึกไปว่าเด็กที่นี่ต้องเก่งเรื่องเลขเศษส่วนแน่นอน เพราะป้ายระยะทางเป็นเลขจำนวนเต็มกับเลขเศษส่วน เช่น ๑/๒  ๒/๓  ๓/๔ แรก ๆ ที่เห็น เรางงเล็กน้อยด้วยความไม่คุ้นว่ามันควรเป็นเท่าไร ตัวเลขไหนจะมากน้อยกว่ากัน ระหว่าง ๒/๓ กับ ๓/๔ นี่เป็นความคุ้นเคยที่ทำให้เราเก่งในแต่ละเรื่องแตกต่างกัน ถ้าบ้านเมืองเราใช้อย่างไรเราจะคุ้นเช่นนั้น บ้านเรามักเป็นหลักกิโลเมตรบอกระยะทางเสาสีขาวเล็ก ๆ ข้างถนน ใครที่เดินทางไปต่างจังหวัดมักใช้เสาบอกทางเป็นสิ่งบอกให้รู้ว่าเราเดินทางไกลแค่ไหนแล้ว และอีกนานเท่าไรจึงจะถึง  ที่น่าเสียดายอีกอย่างของเส้นทางจากกรุงเทพไปชลบุรี  เราจะมีถนนลอยฟ้าอยู่ข้างบน  ถ้าเราใช้ตัวเลขที่ต้นเสาบอกระยะทางด้วย คงจะดีกว่าเป็นต้นเสาโล้น ๆ หรือมีตัวเลขอะไรไม่รู้ไม่มีความหมายอันใดที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้สัญจรไปมา
            การทักทายด้วยการ Shake hand ถ้าแปลตรงตัวคงบอกว่า ทำให้มือสั่น จับมือเขย่า ที่จริงเขาจับมือกันเขย่าเพื่อให้สั่นเล็กน้อยเป็นการแสดงการทักทาย เหมือนที่บ้านเราเขายกมือไหว้สวัสดีกัน และมีระดับที่แตกต่างเช่นกัน เช่น ถ้าเราไหว้ผู้ใหญ่เราต้องก้มศีรษะมากกว่าปกติ และยกมือสูงขึ้น ให้ปลายนิ้วชี้อยู่ระหว่างคิ้ว ฝรั่งก็เช่นกัน ถ้าสนิทสนมหรือรักใคร่กันมาก ๆ เขาต้องจับมือกันนาน ๆ และสั่นแรงขึ้น
            สิ่งที่แตกต่างกันอีกอย่าง คือ การใช้สัญญาณไฟจราจรสำหรับคนเดินข้ามถนน บ้านเรามีไฟเขียว แดงเฉพาะให้คนดู ระยะหลังเริ่มเปลี่ยนเป็นรูปคนสีเขียวก้าวขาเดิน  แต่ที่โน่น จะเห็นเป็นรูปฝ่ามือห้ามเดินสีส้ม  พอให้เดินจะเปลี่ยนเป็นรูปคนก้าวเท้าเดินสีขาว  เล็ก ๆ น้อย ๆ หลายเรื่องที่แตกต่างกันไปในแต่ละเมืองที่ทำให้เราต้องปรับตัวและเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่ในเมืองของเขาได้อย่างถูกต้อง  แม้แต่อยู่ในบ้านเรา ถ้าไปต่างถิ่นต่างที่จำเป็นต้องเรียนรู้เช่นกัน  นี่นับว่าเป็นความสำคัญเบื้องต้นที่ต้องเข้าใจว่าสัญลักษณ์หรือมาตรฐานของเขาเป็นเช่นไร จึงจะอยู่ได้อย่างเข้าใจซึ่งกันและกัน การปรับตัวให้เข้ากับสิ่งที่เปลี่ยนไปนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมเมืองที่รับความเจริญของซีกโลกตะวันตกเข้ามาเต็ม ๆ และหลายคนพยายามวิ่งตามให้ทัน แต่ทำไมนะ ผู้คนทั่วโลกจึงไม่กำหนดมาตรฐานเดียวกัน เพราะทุกคนต่างมีความเป็นของตัวเอง
 



Create Date : 29 มกราคม 2566
Last Update : 29 มกราคม 2566 9:04:58 น.
Counter : 75 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
วังท่าพระ

วังท่าพระ #พรรณีเกษกมล


เมื่อเราเดินออกจากประตูพระบรมมหาราชวังแล้ว เส้นทางบังคับเดิน จะผ่านร้านกาแฟก่อนออกประตู ส่วนใหญ่ลูกค้าเป็นฝรั่ง และมีปืนใหญ่เรียงรายให้ชม พร้อมทั้งพิพิธภัณฑ์
คนไทยรู้เส้นทางดี รอออกนอกประตูสักหน่อย จะเจอแหล่งกินได้เยอะกว่าถูกกว่า มีร้านอาหารมากมาย และจะพบเจอะเจอกับมหาวิทยาลัยศิลปากร ลองแวะเข้าไปเยี่ยมชมสักหน่อยดีไหม หรือไม่เยี่ยม ๆ มอง ๆ นอกรั้วเป็นพอ
ข้อสังเกตแรก ให้ดูความสูงของกำแพงใบเสมา สังเกตและเปรียบเทียบกับกำแพงใบเสมาของพระบรมมหาราชวังจะพบว่า ความสูงต่างกัน
นั่นเป็นเพราะพระบรมมหาราชวังเป็นที่ทรงประทับของพระมหากษัตริย์ กำแพงใบเสมาจึงต้องสูงเด่นเป็นสง่าที่สุด
ส่วนกำแพงใบเสมาของวังท่าพระนั้นมีอดีตความเป็นมาต่างกัน
เมื่อแรกเริ่ม วังท่าพระเป็นวังที่รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้า ฯ สร้างเพื่อพระราชทานให้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนกระษัตรานุชิต หรือ “เจ้าฟ้าเหม็น” ซึ่งเป็นพระราชนัดดาของพระองค์ เจ้าฟ้าเหม็นเสด็จประทับอยู่ ณ วังแห่งนี้จนสิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ 2
ต่อมาเป็นที่ประทับของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทับ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ พระโอรสของรัชกาลที่ 2 กับเจ้าจอมมารดาเรียม (กรมสมเด็จพระศรีสุลาลัย) ซึ่งต่อมาได้ครองราชย์เป็นรัชกาลที่ 3 ทั้งที่ไม่ได้เป็นพระโอรสที่ประสูติแต่พระมเหสีเอก
เมื่อรัชกาลที่ 3 ได้ย้ายไปพำนักในพระบรมมหาราชวังแล้ว ได้พระราชทานวังนี้ให้เป็นที่ประทับของพระราชโอรส 3 พระองค์
พระบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าลักขณานุคุณ สิ้นพระชนม์เมื่อพระชันษาได้ 24 ปี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชุมสาย กรมขุนราชสีห วิกรม ต้นราชสกุล "ชุมสาย" เสด็จประทับที่นี่จนสิ้นพระชนม์เมื่อพระชันษาได้ 53 พรรษา ในปลายรัชกาลที่ 4 พ.ศ. 2411 และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอุไร กรมหมื่นอดุลยลักษณสมบัติ ทรงกำกับกรมแสงและกรมช่างสิลา สิ้นพระชนม์ที่วังนี้ในรัชกาลที่ 5
รัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานให้สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ จนถึง พ.ศ. 2480 จึงย้ายไปอยู่วัง “บ้านปลายเนิน” ตรงถนนพระราม 4 คลองเตย ในสมัยรัชกาลที่ 8 โปรดประทับที่นั่นตลอดพระชนมายุ
ทายาทของพระองค์ได้ขายวังท่าพระให้กับทางราชการและกลายมาเป็นมหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระในกาลต่อมา



Create Date : 03 ตุลาคม 2565
Last Update : 3 ตุลาคม 2565 9:01:52 น.
Counter : 149 Pageviews.

0 comment
631013 เรื่องราวยุ่ง ๆ ของ ไม้ กับการเมือง

631013 เรื่องราวยุ่ง ๆ ของ ไม้ กับการเมือง
เมื่อมีคนสองกลุ่ม คือ พวกไม้ใกล้ฝั่ง สูงวัย รวมทั้งพวกหัวเอียงขวา กับพวกหัวก้าวหน้า รวมนักเรียนคอซอง ขาสั้น สองกลุ่มต่างขั้วมาปะทะคารม เกิดวิวาทะต่อกัน ต่างฝ่ายต่างคิดว่าความคิดของตนนั้นถูกต้อง บ้านเมืองควรเป็นไปในแนวของตน
กลุ่มไม้ใกล้ฝั่ง คิดว่าใช้ไม้แข็ง วิธีการเฉียบขาด อำนาจเด็ดขาดที่มีอยู่ในมือ จัดการกลุ่มต่อต้านให้สยบ โดยใช้ไม้เด็ด ไม้ตาย ในการต่อสู้ เพื่อให้ฝ่ายปรปักษ์ไม่อาจสู้จนชนะได้
ทั้งสองฝ่ายเป็นไม้เบื่อไม้เมา ไม่ลงรอย ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน อาจจะหลายปีดีดัก สั่งสมมาแต่รุ่นพ่อแม่ปู่ย่าตายาย ด้วยอ้างคำว่า ประชาธิปไตยกับเผด็จการเป็นคำสำคัญในการต่อสู้
ไม้ป่าเดียวกัน พวกเดียวกันมารวมตัวกัน จากหลายกลุ่มก้อน ไม่ว่าเด็กเล็ก เด็กโต จนแก่เหลาเหย่ที่คิดว่าตนมีอุดมการณ์เดียวกัน ไม่เว้นแม้แต่พวกที่เคยโดนไม้เรียว และคิดว่าครูใช้อำนาจไม่เป็นธรรมแก่เด็กที่ไม่มีทางต่อสู้ โดยเอาคะแนนมาเป็นตัวล่อ สั่งให้ทำหรือไม่ทำตามใจครู
เดือนตุลาเป็นเดือนแห่งความทรงจำทางการเมือง 14 ตุลา 16 กลุ่มนิสิตนักศึกษาได้ชัยชนะ แล้วหลงคิดว่า อำนาจนี้จะคงทนถาวร พอถึง 6 ตุลา 19 กลับพ่ายแพ้ ไม่เป็นท่า หงายเก๋งไปเลย
ในการต่อสู้ทางการเมือง พวกไม่เข้าฝ่ายใด ได้แต่ใช้ไม้สั้นไม้ยาว เสี่ยงทาย ว่าใครจะแพ้ ใครจะชนะ บางทีคิดว่าจะชนะ แต่โดนไม้มืด ลอบทำร้ายแกนนำ ทำให้ไขว้เขว ลมเปลี่ยนทิศได้ บางทีมีพวกไม้หลักปักขี้ควาย โลเล ไม่แน่นอน เปลี่ยนกลุ่ม เปลี่ยนความคิด กลายเป็นพวกมากลากไป เลยไม่แน่ว่ากลุ่มใดมากกว่ากัน
คงไม่มีผู้วิเศษคนใดจะสั่งหยุดความวุ่นวายได้ ขออย่าให้รุนแรงเป็นพายุไต้ฝุ่น ดีเปรสชั่นก็แล้วกันนะ
ความหมายของ ไม้ จากพจนานุกรม
ไม้ใกล้ฝั่ง แก่ใกล้จะตาย
ไม้แข็ง ใช้วิธีการเฉียบขาด อำนาจเด็ดขาด
ไม้เด็ด ไม้ตาย ท่าสำคัญในการต่อสู้ ทำให้ฝ่ายปรปักษืไม่อาจสู้ได้
ไม้เบื่อไม้เมา ไม่ลงรอย ขัดแย้งกันเป็นประจำ
ไม้ป่าเดียวกัน พวกเดียวกัน
ไม้มืด การลอบทำร้าย
ไม้เรียว ไม้ที่เอาไว้ตีเด็ก
ไม้สั้นไม้ยาว วิธีการเสี่ยงทาย ใครจะได้
ไม้หลักปักขี้ควาย โลเล ไม่แน่นอน
ถูกใจ
แสดงความคิดเห็น



Create Date : 14 ตุลาคม 2564
Last Update : 14 ตุลาคม 2564 7:41:07 น.
Counter : 503 Pageviews.

0 comment
1 กะ 2 ตามข่าว คนติดโควิท
อีกาคาบข่าว 28-6-64
1 กะ 2 ตามข่าว คนติดโควิท
1 นับวันคนติดเชื้อจะสูงขึ้น ๆ นะวันนี้ 5,406 คน
2 บางคนบอก จะมากขึ้นเหมือน exponential curve
1 ใช่ ไม่ใช่เพิ่มแบบ 1 ต่อ 1 face to face
2 อาจเป็น 1 ต่อหลายสิบหลายร้อย แบบ snow ball
1 ไม่ต้องฟังแล้วข่าว เครียดตายเลย
2 ไม่ต้องรอตอนเที่ยง เช้าปุ๊บเห็นปั๊บ
1 เห็นตลอดแหละ ไม่อยากรู้ แต่จะได้รู้



Create Date : 28 มิถุนายน 2564
Last Update : 28 มิถุนายน 2564 11:02:42 น.
Counter : 604 Pageviews.

0 comment
640626 โรคระบาดร้ายแรงของโลกใบนี้
640626 โรคระบาดร้ายแรงของโลกใบนี้
โรคระบาดใหญ่ ๆ ที่กระทบต่อคนหมู่มากในรอบ 300 ปี
พ.ศ. 2263 ความตายสีดำ หรือ Black Death กาฬโรคระบาดในเมืองมาร์เซย์ ฝรั่งเศส มีผู้เสียชีวิต100,000 คน จากหมัดหนูใต้ท้องเรือสำเภาที่ค้าขายในต่างเมือง
ร่างกายของผู้ป่วยจะมีสีดำคล้ำ เพราะเซลล์ผิวหนังที่ตายไป แผลขนาดเท่าไข่ไก่หรือผลส้มตรงต่อมน้ำเหลือง มีไข้สูง ปวดตามแขนและขา จะเจ็บปวดทุกข์ทรมาน กระทั่งเสียชีวิต
ประเทศไทยมีช่วงการสถาปนากรุงศรีอยุธยา
พ.ศ.2363 อหิวาตกโรค หรือโรคห่าระบาดที่ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ สมัยรัชกาลที่ 2 เริ่มจากอินเดีย มีคนตายจำนวนมาก ที่ไทยมีผู้เสียชีวิต30,000 คน ทั่วโลกนับแสน รัชกาลที่ 3 มีผู้เสียชีวิต5,000 คน รัชกาลที่ 5 มีผู้เสียชีวิต6,600 คน
โรคนี้จากต่างชาติที่เข้าไทยและนำเชื้อเข้ามา
            พ.ศ. 2461- 2463 ไข้หวัดใหญ่สเปน พ.ศ.2461(1920) จากเชื้อ H1N1 ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ผู้ติดเชื้อ 1 ใน 3 ของประชากรโลก ผู้เสียชีวิต20-50 ล้านคน จากผู้ป่วย 500 ล้านคน หนุ่มสาวที่มีสุขภาพแข็งแรงตายมากกว่าเด็กและคนที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
พ.ศ. 2499 – 2501 ไข้หวัดใหญ่เอเชีย H2N2 เริ่มจากมณฑลกุ้ยโจว จีน ไปยังสิงคโปร์ ฮ่องกง และสหรัฐ คาดว่าผู้เสียชีวิต2 - 4 ล้านคน  สหรัฐตาย 70,000 คน
พ.ศ.2511 ไข้หวัดใหญ่ฮ่องกง เกิดจากเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ H3N2 ลุกลามไปยังเวียดนามและสิงคโปร์ใน 3 เดือน และขยายวงไปยังอินเดีย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ยุโรป แอฟริกา อเมริกาใต้ และสหรัฐ มันกลายพันธุ์จากโรคไข้หวัดใหญ่เอเชีย อัตราการเสียชีวิต 5% ผู้เสียชีวิต1 ล้านคน ที่ฮ่องกงตาย 500,000 คน
            พ.ศ. 2548 – 2555 เอดส์ AIDS เอชไอวี พบที่คองโก แล้วระบาดไปทั่วโลก
มีผู้เสียชีวิต36 ล้านคน ปัจจุบันอัตราการตาย1.6 ล้านคนต่อปี
พ.ศ. 2552 ไข้หวัดใหญ่ 2009 เชื้อไข้หวัดใหญ่กลุ่ม เอ H1N1 เริ่มที่เม็กซิโก และสหรัฐ ระบาดไปทั่วโลก เชื้อสายพันธุ์นี้เป็นผลรวมจากไข้หวัดนกในทวีปอเมริกาเหนือ และไข้หวัดหมูในทวีปเอเชีย และยุโรป ติดต่อจากคนสู่คน มีผู้เสียชีวิต280,000 คน
            พ.ศ.2563 ไวรัสโคโรน่าหรือ COVID-19 จากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน และกระจายไปทั่วโลก ข้อมูล ณ วันที่ 25 มิถุนายน 2564 มีผู้ติดเชื้อทั่วโลก 181,156,292 คน และมีผู้เสียชีวิต3,924,214 คน
นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่ผู้คนต้องเผชิญกับโรคระบาดร้ายแรง จึงต้องระมัดระวังตนเอง ให้รอดพ้น ขอให้ทุกคนโชคดีกันถ้วนหน้า
 



Create Date : 26 มิถุนายน 2564
Last Update : 26 มิถุนายน 2564 10:28:54 น.
Counter : 532 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  

สมาชิกหมายเลข 4665919
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



ดร.พรรณี เกษกมล นักเขียน ข้าราชการบำนาญ ครูซี 9 แนะแนว
New Comments