Group Blog All Blog
|
#สองราชินีผู้พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์รัสเซีย #พรรณีเกษกมล
สองหญิงตำแหน่งเดียวกัน ราชินีรัสเซีย เหมือนกัน #ราชินีองค์สุดท้ายของรัสเซีย # พรรณีเกษกมล
อเล็กซานดรา เฟโอโดรอฟนา จักรพรรดินีองค์สุดท้ายของรัสเซียทรงเป็นพระมเหสีในจักรพรรดินีโคไลที่ 2 แห่งรัสเซียจากการอภิเษกสมรสในวันที่ 26 พฤศจิกายน ค.ศ. 1894 จนกระทั่งสละราชสมบัติในวันที่ 15 มีนาคม ค.ศ. 1917 ทรงเป็นพระราชนัดดาที่ทรงโปรดในสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย เป็นหนึ่งในผู้ที่เป็นพาหะของโรคเฮโมฟีเลีย เมื่อเป็นราชินีและผู้สำเร็จราชการในพระองค์ มีบทบาทสูงในการสนับสนุนการควบคุมแบบเบ็ดเสร็จของจักรวรรดิรัสเซีย มีอำนาจถอดถอนแต่งตั้งผู้มีอำนาจ เช่น รัฐมนตรี ส่งผลร้ายต่อระบบฐานอำนาจ และการต่อต้านจากกลุ่มฐานอำนาจอื่นเป็นไปอย่างรุนแรง ด้วยเสียงนินทาว่าร้ายมิตรภาพในด้านลบกับกรีโกรี รัสปูตินผู้ลึกลับชาวรัสเซีย ที่ชาวบ้านขนานนามว่า เป็นพ่อมดหมอผี และนี่ถือว่า เป็นปัจจัยสำคัญด้านลบต่อพระชนม์ชีพของพระองค์ด้วย ราชวงศ์โรมานอฟล่มสลายได้อย่างทารุณโหดร้าย เมื่อนึกถึงการล่มสลายของราชวงศ์ฝรั่งเศส ด้วยการประหารชีวิต บั่นคอพระนางมารี อังตัวเนต ด้วยกิโยติน กลางลานเมือง ให้ผู้คนได้เห็นว่า ทารุณโหดร้ายมากเพียงใด ที่ราชินีของฝรั่งเศสโดนประหารยิ่งกว่านักโทษ แต่การล่มสลายของราชวงศ์รัสเซีย อาจจะยิ่งทารุณโหดร้ายมากกว่าเสียอีก เพราะมันคือการฆาตกรรมหมู่ ในห้องลับ พร้อมกันทั้งพ่อ แม่ และลูกอีก 5 คน ถึงจะไม่มีใครเห็น นอกจากทหารที่ยิงปืนใส่รัว ๆ ดังสนั่น เสียงกรีดร้อง เสียงร้องไห้คร่ำครวญ จะเป็นเช่นไร ความหวาดกลัวที่ความตายอยู่ตรงหน้า การตายของครอบครัวต่อหน้าต่อตา คงติดไปถึงภพหน้า ไม่รู้จิตสำนึกสุดท้ายของผู้ที่ได้เกิดมาอย่างเจ้าหญิงเจ้าชายผู้สูงส่ง กลับต้องมาตายอย่างน่าสังเวช สลดหดหู่เช่นนี้ จะเป็นเช่นไร #การปฏิวัติฝรั่งเศส #พรรณีเกษกมล
การปฏิวัติฝรั่งเศส (ค.ศ. 1789–1799)
เมื่อราดิชเชฟเขียนหนังสือชื่อการเดินทางจากเซนต์ปีเตอส์เบิร์กสู่มอสโก ในปี ค.ศ. 1790 นั้น เป็นเพียงการเริ่มต้นการปฏิวัติฝรั่งเศสได้เพียงปีเดียว แล้วเธอสามารถสกัดกั้นหยุดตีพิมพ์เผยแพร่งานเขียนเช่นนี้เสีย พร้อมเนรเทศราดิชเชฟไปให้ไกลถึงไซบีเรีย สิ่งที่เธอทำนั้นดียิ่งนักต่อตัวเธอเองและราชสำนัก เพราะไม้ขีดก้านเดียว อาจเผาผลาญบ้านเมืองให้วอดไปทั้งหลัง และอาจทำให้รัสเซียล่มจมเหมือนฝรั่งเศสได้ เพราะอีก 9 ปีต่อมา ฝรั่งเศสคุกรุ่นด้วยเพลิงแห่งความเคียดแค้นชิงชัง ราชสำนักพังพินาศลงอย่างสุดจะเลวร้ายที่สุดในประวัติ ศาสตร์โลก เรียกได้ว่า มันคือฝีมือของเธอจริง ๆ ที่ดับไม้ขีดไฟก้านแรกได้สำเร็จ ด้วยวิธีการง่าย ๆ ฝรั่งเศสมีช่วงที่โหดร้ายที่สุดเรียกว่า “สมัยแห่งความน่าสะพรึงกลัว” (Reign of Terror) ระหว่างปี 1793–1794 ซึ่งมีการประหารชีวิตและปราบปรามศัตรูทางการเมืองจำนวนมาก ⚔️ ภาพรวมของการปฏิวัติฝรั่งเศส เริ่มต้น: ค.ศ. 1789 เมื่อประชาชนลุกฮือเพื่อต่อต้านระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์และความเหลื่อมล้ำทางสังคม ผลลัพธ์: การโค่นล้มพระเจ้าหยส์ที่ 16 และการสถาปนาสาธารณรัฐฝรั่งเศส ความเปลี่ยนแปลง: ยกเลิกระบบศักดินา, ประกาศสิทธิมนุษยชนและพลเมือง, และเปิดทางสู่อำนาจของนโปเลียน โบนาปาร์ตในเวลาต่อมา 🔪 สมัยแห่งความน่าสะพรึงกลัว (Reign of Terror) ช่วงเวลา: กันยายน 1793 – กรกฎาคม 1794 ผู้นำหลัก: กลุ่มฌากอแบ็ง (Jacobins) โดยมี มักซีมีเลียง โรเบสปีแยร์ เป็นแกนนำ ลักษณะเด่น: ใช้การก่อการร้ายและการประหารชีวิตเพื่อรักษาอำนาจและกำจัดศัตรูทางการเมือง มีการใช้ กิโยติน ประหารชีวิตผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็น “ศัตรูแห่งการปฏิวัติ” พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารี อ็องตัวเน็ตถูกประหารในปี 1793 ประมาณหลายหมื่นคนถูกประหารหรือถูกจำคุกในช่วงนี้ 📌 สาเหตุที่นำไปสู่ความโหดร้าย ความขัดแย้งทางการเมือง: ระหว่างกลุ่ม Girondins และ Jacobins ภัยคุกคามจากภายนอก: ฝรั่งเศสทำสงครามกับมหาอำนาจยุโรปที่ต้องการฟื้นฟูราชวงศ์บูร์บง ความหวาดกลัวภายใน: รัฐบาลปฏิวัติหวาดระแวงว่ามีการก่อกบฏและการทรยศ 🌍 ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ แม้จะโหดร้าย แต่การปฏิวัติฝรั่งเศสได้วางรากฐานแนวคิด ประชาธิปไตย เสรีภาพ และความเสมอภาค เป็นแรงบันดาลใจให้การปฏิวัติและการเคลื่อนไหวทางสังคมในประเทศอื่น ๆ แต่ก็เป็นตัวอย่างเตือนใจว่า การปฏิวัติที่ขาดการควบคุมอาจนำไปสู่ความรุนแรงและการสูญเสียมหาศาล #ราดิชเชฟ #พรรณีเกษกมล
📖 หนังสือต้นเหตุของราดิชเชฟ
รายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับหนังสือ ชื่อเรื่อง: Journey from St. Petersburg to Moscow (Путешествие из Петербурга в Москву) โดย อะเลคซันดร์ ราดิชเชฟ (Alexander Radishchev) นักคิด นักเขียน และข้าราชการรัสเซีย งานเขียนเชิงวิพากษ์สังคมและการเมือง ของจักรวรรดิรัสเซียในปลายศตวรรษที่ 18 ราดิชเชฟบรรยายการเดินทางผ่านเมืองต่าง ๆ ระหว่างเซนต์ปีเตอส์เบิร์กถึงมอสโก พร้อมสะท้อนภาพความทุกข์ยากของชาวนาและประชาชน วิจารณ์ระบบ ทาสไพร่ (serfdom) และความไม่เป็นธรรมทางสังคม แฝงแนวคิดเสรีนิยมและสิทธิมนุษยชน ซึ่งถือว่าก้าวหน้าและอันตรายในสายตารัฐบาลยุคนั้น ⚖️ ผลกระทบและการตอบสนอง จักรพรรดินีแคทเธอรีนมหาราช ทรงเห็นว่าหนังสือเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ เพราะมีเนื้อหาที่กระตุ้นให้ประชาชนตั้งคำถามต่อระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ราดิชเชฟถูกจับกุมและถูกตัดสินประหารชีวิต แต่ภายหลังโทษถูกลด ลงเป็นการเนรเทศไปยังไซบีเรีย หนังสือถูกสั่งห้ามเผยแพร่และกลายเป็นงานต้องห้ามในรัสเซียเป็นเวลานาน 🌍 ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ หนังสือเล่มนี้ถือเป็นงานบุกเบิกแนวคิดเสรีนิยมในรัสเซีย และเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักคิดรุ่นหลังที่เรียกร้องการปฏิรูปสังคม แม้จะถูกห้าม แต่ผลงานของราดิชเชฟได้สร้างชื่อเสียงให้เขาในฐานะ “บิดาแห่งการปฏิวัติรัสเซีย” ในสายตานักประวัติศาสตร์บางกลุ่ม ปัจจุบัน หนังสือถูกมองว่าเป็นหนึ่งในงานเขียนที่ทรงอิทธิพลที่สุดของรัสเซียในศตวรรษที่ 18 การเดินทางจากเซนต์ปีเตอส์เบิร์กสู่มอสโก ไม่ใช่แค่บันทึกการเดินทาง แต่เป็นการใช้วรรณกรรมเป็นเครื่องมือสะท้อนความจริงและท้าทายอำนาจรัฐ #RadishChef #พรรณีเกษกมล
📖 The book The Origin of Radish Chef
Important details about the book Title: Journey from St. Petersburg to Moscow (Путешествие из Петербурга в Москву) by Alexander Radishchev Radishchev) thinker Writers and Russian bureaucrats Social and Political Critical Writings In the late 18th century, Radischev described his travels through different cities. between St. Petersburg and Moscow, while reflecting the suffering of the peasants and the people. Criticizing the serfdom system and social injustice Liberal and human rights This was considered progressive and dangerous in the eyes of the government at that time. ⚖️ Impact and Response Empress Catherine the Great He saw that books were a threat to state security. Because it contains content that encourages the public to question the absolute monarchy. Radishchev was arrested and sentenced to death, but his sentence was later commuted. Down into exile to Siberia. The book was banned from publication and became a banned work in Russia for a long time. 🌍 Historical significance The book is considered a pioneering work of liberal ideas in Russia. And it inspired the next generation of thinkers who called for social reform. Despite being banned. But Radischchef's work has established him as a "Father of the Russian Revolution" in the eyes of some historians. present The book is considered one of the most influential Russian writings of the 18th century. A trip from St. Petersburg to Moscow is not just a travel log. Rather, it is the use of literature as a tool to reflect the truth and challenge state power. |
สมาชิกหมายเลข 4665919
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]![]() ดร.พรรณี เกษกมล นักเขียน ข้าราชการบำนาญ ครูซี 9 แนะแนว
Friends Blog Link |


ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [