All Blog
ซ่งเหรินจงฮ่องเต้ พ.ศ. 1565 - 1606
ซ่งเหรินจงฮ่องเต้ พ.ศ. 1565 - 1606
#พรรณีเกษกมล
ซ่งเหรินจงฮ่องเต้หรือซ่งเหยินจงฮ่องเต้เป็นฮ่องเต้องค์ที่ 4 ของราชวงศ์ซ่ง
ซ่งเหรินจงฮ่องเต้เป็นพระโอรสของซ่งเจินจงฮ่องเต้ ประสูติ พ.ศ. 1553 พระนามเดิมเจ้าโชวอี้ ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นเจ้าเจิน ได้ขึ้นครองราชย์เมื่อพระชนม์ 12 พรรษา ขณะนั้นยังไม่สามารถว่าการด้วยพระองค์เองได้ จึงอยู่ภายใต้การดูแลของหลิวไทเฮา
ดังนั้นอำนาจในราชสำนักจึงตกเป็นของหลิวไทเฮา 
อันที่จริงอำนาจในการครองเมืองตกเป็นของผู้หญิงหลายครั้งไม่ว่าจะในตำแหน่งของฮองเฮาหรือไทเฮา ทั้งที่สังคมจีนมักจะคิดว่าผู้ชายควรมีอำนาจมากกว่า เพราะผู้ชายเก่งกว่า แม้แต่ชาวบ้านถ้าได้ลูกชายหัวปีจะดีใจมากที่ได้ทายาทสืบตระกูล หรือถ้ามีลูกหลานเป็นชายจะยินดีมากกว่าได้ลูกสาว 
แผ่นดินจีนภายใต้ราชสำนักได้อยู่ในอำนาจการปกครองของผู้หญิงหลายครั้งทั้งที่เปิดเผยหรืออยู่เบื้องหลังบัลลังก์
หลิวไทเฮาเสียชีวิตเมื่อ พ.ศ. 1576 ซ่งเหรินจงฮ่องเต้จึงได้มีอำนาจเต็มตัว ไม่นานต่อมาราชวงศ์ซ่งเหนือปะทะศึกกับพวกซีเซี่ยแต่ต้องพ่ายแพ้เพราะความอ่อนแอของกองทัพ 
ซ่งเหรินจงฮ่องเต้คงอ่านประวัติศาสตร์ของราชวงศ์ซ่งเหนือและคิดว่ากองทัพมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่าความเจริญภายในประเทศ 
เมื่อคิดได้เช่นนี้การเร่งปรับปรุงกองทัพจึงเกิดขึ้นทันที

พ.ศ. 1581 หลี่หยวนเฮ่า ผู้นำคนใหม่ของแคว้นซี่เซี่ยได้ฉีกสัญญาพันธมิตรที่มีมากว่า 30 ปี เข้ารุกรานดินแดนภาคตะวันตกของซ่งเหนือ
ขณะที่กองทัพซ่งเหนือพ่ายแพ้ครั้งแล้วครั้งเล่า พยายามที่จะเจรจาทำสัญญาสงบศึกแต่ไม่สำเร็จ 

การศึกหารู้ไม่ ใครจะแพ้ใครจะชนะในตอนจบ
ผลัดกันแพ้ ผลัดกันชนะ ครั้งแล้วครั้งเล่า

การศึกที่ซีเซี่ยได้ชัยชนะ หาได้เป็นผลดีต่อซีเซี่ยไม่ เพราะนานวันเข้าการค้าต้องหยุดชะงักลง ทำให้เศรษฐกิจไม่ดี ในที่สุดทางฝ่ายซีเซี่ยต้องขอยุติศึก  

ศึกครั้งนี้กลับตาลปัตร ชนะหลายครั้งหลายครา
กลับพ่ายแพ้ในที่สุด ยอมสงบศึกน่าจะดีกว่านะ
ชาวบ้านจะได้อยู่เย็นเป็นสุข ค้าขายมั่งคั่งร่ำรวย
สัญญาสงบศึกครั้งนี้ ซีเซี่ยยอมสวามิภักดิ์ต่อราชวงศ์ซ่งเหนือและราชวงศ์ซ่งเหนือได้มอบผ้าไหมแพรพรรณเงินทองและชาให้ซีเซี่ย เพื่อสานสัมพันธ์ให้ดีดังเดิม
พ.ศ. 1586 ซ่งเหรินจงฮ่องเต้ได้แต่งตั้งให้ฟ่านจ้งเยียนปฏิรูปการปกครองภายในประเทศ 
การปฏิรูปใด ๆ ย่อมเกิดกลุ่มผู้ได้ประโยชน์และกลุ่มผู้เสียประโยชน์ 
ถ้าบังเอิญกลุ่มผู้เสียประโยชน์เป็นกลุ่มเดียวกับกลุ่มผู้มีอำนาจในขณะนั้น การปฏิรูปคงจะยากเย็นแสนเข็ญหรือไม่ก็ไม่มีทางสำเร็จ 
ฟ่านจ้งเยียนทำไม่สำเร็จ ผ่านไปปีเดียวต้องยกเลิกการปฏิรูปครั้งนี้เพราะเกิดการคัดค้านอย่างรุนแรงจากบรรดาขุนนางและตระกูลใหญ่
เมื่อซ่งเหรินจงฮ่องเต้คิดว่ากองทัพมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่าความเจริญภายในประเทศ การเร่งปรับปรุงกองทัพได้เกิดขึ้น 
พอมาถึงปลายสมัยของซ่งเหรินจงฮ่องเต้ หวังอันสือได้เสนอแนวทางการปฏิรูปทางการทหาร ตั้งแต่ระบบการคัดเลือกทหารเกณฑ์ นายทหารระเบียบข้อบังคับ การคลังทางการทหารปรับระบบเกือบทั้งหมด
ซ่งเหรินจงฮ่องเต้ไม่เห็นด้วยอาจจะไม่อยากเห็นการหักด้ามพร้าด้วยเข่า หรือเมื่อเจริญวัยสูงขึ้นการตัดสินใจเลือกรับสิ่งใหม่ ๆ ย่อมลดน้อยลง
การเป็นผู้ใหญ่ที่มีอำนาจในการตัดสินใจย่อมยุ่งยากลำบากใจกับการตัดสินใจและผลที่จะตามมา ไม่ว่าจะคิดและตัดสินใจเช่นไรย่อมส่งผลกระทบต่อคนบางกลุ่มเสมอ
ในสมัยของซ่งเหรินจงฮ่องเต้ได้มอบอำนาจการปกครองผ่านเจ้าเมืองแต่ละเมือง และอำนาจนี้ได้รวมถึงการตัดสินว่าความคดีต่าง ๆ ด้วย พระองค์จะไม่เข้ามาก้าวก่ายราชกิจที่ได้มอบหมายไปแล้วเป็นอันขาด ไม่ว่าจะส่งผลเสียหายร้ายแรงหรือกระทบต่อพระองค์
เปาบุ้นจิ้นเป็นเจ้าเมืองไคเฟิงมีหน้าที่ตัดสินคดีความใหญ่ ๆ โดยไม่สนใจว่าจะเป็นเจ้านายในราชสำนักหรือผู้มีอิทธิพล ได้ยึดความยุติธรรมเป็นที่ตั้ง 
ในเมืองไทยรู้จักเปาบุ้นจิ้นกันแทบทุกคน และรู้ว่าเป็นคนที่รักษาความยุติธรรมยิ่งชีวิต 
หลายครั้งที่ผลการตัดสินคดี ส่งตรงต่อเจ้านายในราชสำนัก ซึ่งซ่งเหรินจงฮ่องเต้จะให้ทุกคนยอมรับผลที่เกิดขึ้น โดยไม่ขอใช้อำนาจก้าวล่วงเปลี่ยนแปลงคำตัดสิน
อันที่จริงมีคนกล่าวหาว่า ซ่งเหรินจงฮ่องเต้เป็นฮ่องเต้ที่อ่อนแอ ไม่กล้าตัดสินใจใด ๆ จึงไม่กล้าที่จะคัดค้านผู้มีอำนาจคนใด รวมทั้งไม่กล้าทำสิ่งใหม่ ๆ ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามครรลองเดิม เรียกว่าไม่ใช่เป็นนักปฏิวัตินักปฏิรูปรวมทั้งไม่มีวิสัยทัศน์ และไม่คิดจะพัฒนานวตกรรมใด ๆ ทั้งสิ้น 
การยอมปล่อยให้เปาบุ้นจิ้นเจ้าเมืองไคเฟิงที่เป็นเมืองหลวงในขณะนั้นตัดสินว่าความโดยไม่ทักท้วง เป็นเพราะบุคลิกส่วนตัวของซ่งเหรินจงฮ่องเต้อยู่แล้ว ทำให้เปาบุ้นจิ้นกลายเป็นเทพแห่งความยุติธรรมในสายตาชาวบ้านนับตั้งแต่ในครั้งนั้นจนถึงปัจจุบัน

เปาบุ้นจิ้นเทพแห่งความยุติธรรม
ด้วยมีอำนาจเต็มที่จะตัดสินคดีความ
หากโดนแทรกแซงคงยากจะทำได้
ที่จะตัดสินด้วยความเที่ยงธรรมจริง ๆ

เปาบุ้นจิ้นมีตำแหน่งสูงในวงราชการ แต่ใช้ชีวิตเรียบง่ายจนเป็นที่เลื่องลือ มีชื่อเสียงในการตรวจสอบการทุจริต กับทั้งอุปนิสัยที่เข้มงวดกวดขัน และไม่อดทนหรือรอมชอมต่อความอยุติธรรมและการฉ้อฉล 
บุคลิกภาพวางตัวเคร่งครัดเคร่งขรึม ถึงขนาดพูดกันทั่วไปว่า รอยยิ้มของเขาหาดูยากยิ่งกว่าแม่น้ำฮวงโหที่มีสีใสสะอาด
เปาบุ้นจิ้นหรือเปาเจิ่ง ได้ชื่อเสียงว่า เป็นผู้รักความยุติธรรมเป็นอย่างยิ่ง ได้รับประทานสมัญญาว่า "เซี่ยวซู่" แปลว่า กตัญญูปูชนีย์
ก่อนเสียชีวิต เปาเจิ่ง สั่งเสียไว้ว่า ลูกหลานคนใดเป็นข้าราชการแล้วกินสินบาตรคาดสินบน ห้ามกลับคืนมายังบ้าน และห้ามเผาผีร่วมสกุลกันอีก ใครไม่นับถือคุณงามความดี เราไม่นับเป็นลูกเป็นหลาน เป็นไงล่ะ แม้ตายยังห่วงเรื่องคุณธรรมอีก เชื่อแล้ว

พ.ศ. 1606 ซ่งเหรินจงฮ่องเต้สวรรคตขณะมีพระชนม์ 53 พรรษา ครองราชย์นาน 41 ปี
ช่วงระยะเวลาครองราชย์ที่ยาวนานกว่ารัชกาลอื่นทำให้จีนเริ่มเป็นปึกแผ่นมากขึ้น 
บุคลิกของซ่งเหรินจงฮ่องเต้ในสายตาของผู้มีอำนาจสูงสุด ที่ไม่ใช้อำนาจเผด็จการ กระทำการรุนแรงนั้น แต่ให้คนที่ทำงานสุจริตได้ทำงานเต็มที่ นับว่าสุดยอดอย่างยิ่ง ให้แต่ละฟันเฟืองได้เดินหน้า
นโยบายด้านต่างประเทศจะเน้นที่สันตินิยม ทำให้การทหารลดความเข้มแข็งลง ประเทศราชบางประเทศตีตัวออกห่าง ราชวงศ์เซี่ยตะวันตกรุกรานชายแดนจีน ส่งผลให้เกิดการปฏิรูประบบการทหารและฟื้นฟูสัมพันธภาพกับราชวงศ์เหลียว ซึ่งทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณจำนวนมหาศาล 
ยุคนี้จึงกลายเป็นยุคข้าวยากหมากแพงเนื่องด้วยรัฐต้องนำเงินท้องพระคลังมาใช้จ่าย คนยากไร้ถูกขูดรีดภาษีอากร จากยุคนี้ทำให้ราชวงศ์ซ่งเริ่มอ่อนแอลงไปเรื่อย ๆ 
การครองราชย์เป็นระยะเวลานาน ๆ อาจเกิดได้ทั้งผลดีและผลร้าย ถ้าฮ่องเต้เก่งกาจจะมีเวลาในการพัฒนาบ้านเมืองอย่างเต็มที่ แต่ถ้าฮ่องเต้ไร้สมรรถภาพบ้านเมืองจะค่อย ๆ อ่อนแอลงไปเรื่อย ๆ



Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2568
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2568 4:12:41 น.
Counter : 297 Pageviews.

0 comments
Share to Facebook
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#22



สมาชิกหมายเลข 4665919
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



ดร.พรรณี เกษกมล นักเขียน ข้าราชการบำนาญ ครูซี 9 แนะแนว
New Comments