ความสัมพันธ์ ปฏิจสมุปบาท อริยสัจจ์ 4 สติปัฏฐาน 4
เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะได้ทรงค้นพบอริยสัจจ์ และได้สำเร็จเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและได้ประกาศคำสอนออกไปที่เรียกว่า อริยสัจจ์ 4 ก็เพื่อให้ชาวพุทธได้เข้าใจความเป็นจริงของชิวิต เพื่อเป็นศิลปแห่งการดำรงค์ชีวิตที่ไม่ทุกข์

ในปฏิจสมุปบาทสายเกิด ได้เริ่มขึ้นว่า อวิชชา เป็นปัจจัยให้เกิด สังขาร
นี่คือการเริ่มต้นแห่งทุกข์ทั้งปวง ที่พระพทธองค์ได้ทรงสอนว่า อุปทานขันธ์ 5 เป็นทุกข์ ซี่งถ้าเขียนในภาษาไทยง่าย ๆ ก็จะเป็นว่า คือ การยีดมั่นถือมันว่า ขันธ์ 5 นี่เป็นตัวเรา เป็นของเรา นี่เป็นทุกข์

ในทิศทางที่ตรงข้าม ถ้าไม่มีการยีดมั่นว่า ขันธ์ 5 ว่าเป็นเรา เป็นของเรา ก็จะไม่ทุกข์

อะไรที่ทำให้เกิดการยีดมั่นถือว่าขันธ์ 5 เป็นเรา เป็นของเรา คำสอนก็คือ ตัณหา (อริยสัจจ์ 4 ข้อที่ 2 )

แล้วคำสอนในปฏิจสมุปบาที่ว่า อวิชชา เป็นปัจจัยให้เกิด สังขาร มีความสัมพันทธ์อย่างไรกับ การยีดมั่นถือมั่นว่า ขันธ์ 5 เป็นเรา เป็นของเรา

ซี่งเรื่องนี้ ก็จะได้คำตอบว่า อวิชชา คือ การไม่รู้ที่มีการเกิดขึ้นของจิตสังขาร ที่ไม่รู้เพราะตัณหามีแรงอันกล้าที่ไปดีงจิตให้วิ่งเข้าไปเกาะติดกับจิตสังขาร <<<< นี่คือขบวนการของการยีดมั่นถือมัน แล้วจึงทำให้เกิดทุกข์ขึ้นเพราะการยีดมั่นถือมั่นนี้


ในอริยสัจจ์ 4 ข้อที่ 4 พระพุทธองค์ได้ทรงสอนถึงทางแห่งการปฏิบัติเพื่อการพ้นทุกข์ หรือ ถ้าจะเขียนเป็นภาษาไทยง่าย ๆ ก็คือ วิธีทางการปฏิบัติเพื่อให้หลุดพ้นจากการยีดมั่นถือว่าขันธ์ 5 เป็นเรา เป็นของเรา หรือ จะพูดอีกอย่างก็ได้ตามสายปฏิจสมุปบาทก็ได้ว่า คือการรู้เท่าทันว่ามีการเกิดขึ้นของจิตสังขารแล้ว

แล้วอะไรที่ทำให้เกิดการรู้เท่าทันนี้ หรืออะไรที่เป็นการทำลายล้างแรงของตัณหา แล้วทำให้ทุกข์สิ้นสุดลงไป ....คำตอบก็คือ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ ในอริยสัจจ์ ข้อที 4

พระพุทธองค์ได้ทรงสอนเรื่อง สติปัฏฐาน 4 อันเป็นฐานของสติทีไประลีกรู้ เมื่อได้เจริญสติปัฏฐาน 4 ไปมาก ๆ เข้า ผลก็คือ เกิดสัมมาสมาธิทีตั้งมั้น การเจริญสติปัฏฐาน 4 นี่เองที่เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดขบวนการของการรู้เท่าทันในอวิชชา และ การทำลายล้างแรงของตัณหาลงไปได้

เมื่อ อวิชชาเป็น ปัจจัยให้เกิดจิตสังขารขึ้น การรู้เท่าทันการเกิดของจิตสังขาร นี้เองที่เป็นปัญญาที่ทำให้เกิดการพ้นทุกข์

ในสติปัฏฐาน 4 หมวด กาย นั้นจะมีประโยชน์ในแง่การฝีกฝนเพื่อการเพิ่มขึ้นของกำลังแห่งสัมมาสติ และ สัมมาสมาธิ เมื่อเกิดสัมมาสติและสัมมาสมาธิทีมั่นคง แรงของตัณหาที่จะไปทำให้เกิดการยีดติดในขันธฺ์ 5 ก็จะถูกทำลายลงไป

เมื่อไม่มีการยีดติด สิ่งทีนักภาวนาจะพบก็คือ ขันธ์ 5 นั่นไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของ ๆ เรา แล้วทุกข์แห่งการยีดติดในขันธ์ ก็จะจบลงไป

ในการสิ้นสุดแห่งทุกข์อย่างถาวรนั้น นักภาวนาจำเป็นต้องเจริญสติปัฏฐาน 4 ต่อไปจนเกิด ญาณเห็นกลไกการทำงานของจิตขึ้น เมื่อเกิดญาณปัญญา นักภาวนาจะพบว่า จิตนี้เป็นไตรลักษณ์ด้วยเห็นกลไกการทำงานของจิตนั้น

จิตนั้นไม่เที่ยง เป็นอนัตตา แปรเปลี่ยนไปตามเหตุและปัจจัยทีประดังเข้ามา แต่การเกิดญาณปัญญานี้จะทำให้เห็นความจริงแห่งความเป็นไตรลักษณ์และอนัตตานี้ แล้วเกิดการไม่ยีดมั่นถือมันในจิตได้ แล้วเมื่อไม่ยึดมั่นถือมั่นในจิต ทุกข์ก็จะสิ้นสุดลงอย่างสิ้นเชิง





Create Date : 30 ธันวาคม 2555
Last Update : 30 ธันวาคม 2555 7:36:48 น.
Counter : 2725 Pageviews.

0 comments
พู่กันเดียว : โอม มณี ปัทเม ฮุม กะว่าก๋า
(27 ก.ค. 2563 07:37:33 น.)
ทุกศาสนามีการลิขิตหมด พรหมสิทธิ์
(26 ก.ค. 2563 10:35:15 น.)
ONE PEN : ระวัง กะว่าก๋า
(25 ก.ค. 2563 06:53:10 น.)
จับอารมณ์ : หดหู่ กลัว สงบ สมาชิกหมายเลข 5990242
(23 ก.ค. 2563 16:23:03 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Namasikarn.BlogGang.com

นมสิการ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 140 คน [?]

บทความทั้งหมด